บุปผาเร้นลับ (สนพ.ปริ้นเซส ในเครือสถาพร)

ตอนที่ 7 : บทที่ 3 ตราตรึงใจ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 103,889
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 846 ครั้ง
    17 ก.ย. 61


หลิ่งเหวิน

สาม

ตราตรึงใจ

 

ณ ดินแดนฝั่งตะตกแคว้นเจิ้ง หอสูงที่ถูกใช้เป็นสถานที่รับข่าวสารของหอเสวี่ยนฮวาเต็มไปด้วยเหล่าผู้คนและพิราบสื่อสาร

พรึบ! พิราบสีขาวถูกปล่อยให้โปรยบินขึ้นสู่ฟากฟ้า ภายหลังจากการปลดตลับเล็กที่ขาออกมาเรียบร้อย

หวงโฮ่วสกุลฮุ่ยถูกปลด

มือบุรุษผู้คลี่แผ่นกระดาษสีเหลืองหม่นสั่นเทา ดวงตาที่เหนื่อยล้าต่อทุกสิ่งเปล่งประกายแห่งความสุข

ลี่ลี่ออกมาได้แล้ว...

หลิ่งเหวินกำกระดาษในมือแน่น ความรู้สึกที่ไม่ได้พานพบมาเสียนานจู่โจมจิตใจของเขา

“เป็นอะไรอาเหวิน” อิ๋นเหมิงเดินเข้ามาใกล้บุรุษผู้มีท่าทางตื่นตระหนก ไม่สิ ต้องเรียกว่าดีใจจนเกิดอาการตระหนกเสียมากกว่า

อาเหวินส่งม้วนกระดาษให้ผู้สวมชุดสีฟ้าอ่อน ใบหน้าแสดงความสุขล้นจนเขาเอ่ยอะไรไม่ออก ในหัวได้แต่ร่ำร้องว่า สตรีที่เขาเฝ้ารอคอยออกมาจากสถานที่ที่เขาเข้าไม่ถึงได้แล้ว

ผู้รับม้วนกระดาษมาคลี่ออก ไม่ถึงอึดใจก็อุทานเสียงดังลั่น เรียกความสนใจจากผู้คนรอบกาย “มารดาน้อยออกมาได้แล้ว” จ้องมองกระดาษซ้ำๆ ต่อมาก็ใช้มือลูบถูเมื่อมันไม่เลื่อนหาย ความดีใจก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าทวี “มารดาน้อยออกมาได้แล้ว”

ปลายเท้าของบุรุษผู้หนึ่งชะงัก แล้วเปลี่ยนทิศทางเข้าหาสองสหายผู้มีใบหน้าแย้มยิ้มพลางส่งเสียงดัง “เจ้ากล่าวว่าอันใดอาเหมิง”

อิ๋นเหมิงเงยหน้าขึ้น ต่อมาก็เรียกสหายที่เคลื่อนกายเข้ามาใกล้ “เฟยเทียน ท่านเจ้าหอออกมาได้แล้ว”

เฟยเทียนรีบคว้ากระดาษในมือสหายมาอ่าน ต่อมาก็แย้มยิ้มเฉกเช่นเดียวกับบุรุษทั้งสอง “ดียิ่ง ข้านึกว่านางจะไม่ออกมาเสียแล้ว” เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับบุรุษอีกสองคน จากนั้นก็โยนม้วนกระดาษกลับไปให้ผู้ดูแลหอเสวี่ยนฮวาในขณะนี้

หลิ่งเหวินรับม้วนกระดาษมา นัยน์ตาพราวระยับ “ข้าจะไปรับลี่ลี่กลับมา” เอ่ยจบก็ทะยานไปเบื้องหน้า

“เจ้าไม่ควรไปรับ” ชายที่เพิ่งรู้ข่าวล่าสุดเอ่ยแย้ง

“เหตุใดข้าจะไปไม่ได้ ข้าจะไปรับนางกลับ” เขาก้าวไปด้านหน้า

เฟยเทียนทอดสายตามองบุรุษผู้เดินห่างออกไป “เจ้าอยากให้นางโกรธหรือ”

ปลายเท้าของผู้เร่งรีบชะงัก ชายที่เอ่ยปากคัดค้านเดินเข้าไปใกล้ พร้อมทั้งวางมือลงบนไหล่ของบุรุษที่อ่อนวัยกว่า “ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นห่วงนาง แต่ลืมไปแล้วหรือว่านางสั่งห้ามเอาไว้”

ผู้ที่ตื่นเต้นจนแทบทนไม่ไหวหลับตาลง พยายามข่มห้วงความรู้สึกพลุกพล่านดั่งที่สหายกล่าว หากเขาไปรับ นางต้องโกรธมากแน่ๆ

บุรุษชุดเข้มยิ้มบางๆ เมื่อเห็นท่าทีคล้อยตาม “อีกอย่าง...เจ้าลืมไปแล้วหรือว่า ยามนี้เจ้าทำหน้าที่ดูแลหอ ถ้าเจ้าหายไป ผู้ใดจะมาทำแทนกัน” ก่อนจะตบไหล่เพื่อเตือนสติ

หลิ่งเหวินหลุบตามองพื้น “ได้ ข้าจะรอนาง” เขาหันกลับแล้วเดินเข้าสู่ด้านในหอ หากเขาออกไปรับนางไม่ได้ เขาก็จะไปเตรียมของเพื่อรอนางกลับมาแทน

“ข้าจะให้คนไปเตรียมของเพื่อต้อนรับท่านเจ้าหอ” อิ๋นเหมิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงร่าเริง “ไม่สิ ไปบอกเหล่าผู้นำคนอื่นดีกว่า” เจ้าพวกนั้นต้องดีใจไม่แพ้พวกเขาแน่ๆ

เฟยเทียนพยักหน้าเห็นด้วย เมื่อได้แรงสนับสนุนจากชายที่เรียกได้ว่าเป็นเหตุให้สตรีที่เปรียบดั่งดวงใจหลักของหอเสวี่ยนฮวาต้องพรากถิ่น ก็รีบวิ่งออกไปด้านนอกราวกับเด็กน้อยในทันที

เมื่อเหล่าสหายจากไป ชายที่เอ่ยปากห้ามก็ก้าวออกจากหอ เดินปะปนไปในย่านการค้าที่มีคนพลุกพล่าน “อาฝู่” เขาเรียกคนสนิท

บุรุษผู้เดินตามหลังก็รีบก้าวขึ้นมายืนเคียง

“ให้คนของเราไปดู”

“ขอรับ” ผู้ติดตามขานรับ จากนั้นก็เดินปะปนกับฝูงชนก่อนจะหายไป

เฟยเทียนแหงนหงายใบหน้ามองฟากฟ้า น้องสาวของเขากำลังจะกลับมาแล้ว!

 

เสวี่ยนลี่เหอนั่งอยู่บนรถม้าที่โยกไหว โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่เมืองถงซิ่ว ซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแคว้น เมืองสุดท้ายของเขตวังหลวง หรือที่คนภายนอกเรียกว่าฟู่เหยา ถึงจะเป็นเมืองในเขตวังหลวง แต่ก็เป็นดินแดนทางตะวันออก เส้นทางจึงยากลำบากมิใช่น้อย เมืองนี้มีที่พักส่วนพระองค์ก็คือตงกง เป็นสถานที่แปรพระราชฐานที่เฟิงหมิงหลงหวงตี้ชื่นชอบและมาประทับบ่อยที่สุด เนื่องด้วยเยาว์วัยเคยประทับที่เมืองนี้ร่วมกับหวงกุ้ยเฟยหรือตี้ไทโฮ่วองค์ปัจจุบัน

ในหนึ่งเดือนชายผู้นั้นจะมาประพาสที่ตกกงหนึ่งครั้ง และหนึ่งปีจะมีการจัดขบวนพาเหล่าสนมมาเที่ยวชมยลธรรมชาติ แต่ในความเป็นจริงนั้น...กลับเป็นการพานางสนมมาทรมานเสียมากกว่า เพราะเส้นทางที่ไปยังตำหนักตะวันออกหาได้ราบเรียบไม่ มีทั้งก้อนหินและทางขึ้นเขาลงเขามากมาย ซ้ำยังยาวไกล

กึก! กึก!

เส้นทางขรุขระเต็มไปด้วยก้อนหิน ส่งผลให้รถม้าต้องเคลื่อนตัวช้าลง หากแล่นเร็วเกินไป เจ้ารถม้าเก่าแก่นี้จะแตกสลายลงเสียกลางทาง

มือขาวลออน่าถนอมยกขึ้นจับผนังรถทั้งสองด้าน ใช้ปลายนิ้วดันเบาๆ รู้สึกดีใจอย่างยิ่งที่พาหนะนำพานางไปสู่อิสรภาพไม่แตกออก

กรมวังหรือกรมพิธีการช่างแสนรู้นัก นางคิดอย่างหัวเสีย ส่วนมือก็เคาะไม้ไปพลาง การเดินทางไปเมื่อถงซิ่ว หากควบม้าเร็วก็ใช้เวลาสามทิวาสามราตรี แต่รถม้าซอมซ่อเหลียง[1] นี้ อาจจะต้องใช้เวลาถึงหกหรือเจ็ดทิวาราตรีกระมัง เพราะนี่ก็ล่วงมาถึงสามทิวาราตรีแล้ว ทว่านางยังมาได้ไม่ถึงครึ่งทาง!

“เฮ้อ” นางถอนหายใจแรง จากนั้นก็เอื้อมมือไปแหวกม่านออก ด้านนอกฟ้าเริ่มมืดแล้ว ดูท่าว่าคืนนี้นางคงต้องนอนในโรงเตี๊ยมอีกครา แล้วจึงตลบม่านลง

ทหารนำทางในชุดสีน้ำเงินเข้มลงจากม้า เมื่อเขานำพานางและเสี่ยวชิงมาถึงโรงเตี๊ยมเก่าๆ แห่งหนึ่งที่อยู่ท่ามกลางป่าเขา

ลี่เหอก้าวเท้าลงจากรถม้า จากนั้นก็เดินเข้าสู่สถานที่ค้างแรมของนางในค่ำคืนนี้ ร่างบางทิ้งกายลงนั่งยังเก้าอี้ในห้องพักเก่า มือทั้งสองถูกยกขึ้นมานวดขมับ เพราะรถม้าซึ่งโยกไหวไปมาทำให้แผลที่ได้มาจากความโง่เง่าสะเทือนพอสมควร

“ปวดหรือเพคะเหนียงเหนียง” เสี่ยวชิงเดินเข้ามาหา แล้วจึงช่วยนวดขมับให้นางอย่างเบามือ

ลี่เหอเลื่อนมือกลับมาวางยังหน้าตักเมื่อมีคนเข้ามาช่วย ก่อนจะปล่อยให้นางกำนัลนวดคลายอาการปวดร้าวของนางแทน หนึ่งก้านธูปให้หลังอาการปวดเหล่านั้นก็เหมือนจะดีขึ้น ร่างบอบบางเริ่มขยับไปมา เสี่ยวชิงจึงผละมือออกจากขมับแล้วทรุดกายลงคุกเข่าเบื้องหน้า

“ดีขึ้นหรือไม่เพคะเหนียงเหนียง”

“อือ” นางพยักหน้าเบาๆ จากนั้นเจ้าเด็กน้อยก็เดินแกมวิ่งกลับยังเตียงเก่าๆ หยิบเอาย่ามสีซีดแล้วเดินกลับมาหานาง

“เดี๋ยวเสี่ยวชิงเปลี่ยนผ้าพันแผลให้นะเพคะ” นางกำนัลจัดแจงคลี่ห่อผ้าเก่าๆ ออก ด้านในมีอุปกรณ์ทำแผล อดีตผู้ดำรงตำแหน่งมารดาแห่งแผ่นดินหยิบคันฉ่องอันเล็กขึ้นมาถือ ค่อยๆ ส่องดูบาดแผลของตน มือข้างขวายกขึ้นลูบไล้บริเวณปากแผลที่แอบซ่อนอยู่ภายใต้กลุ่มผม

ถ้านางโขกศีรษะต่ำลงมาหน่อย...ดวงเนตรจ้องเข้าไปลึกในคันฉ่องทองเหลือง ต่อมาก็ทำท่าขนลุก...คงไม่แคล้วเสียโฉม

“ถ้าเสียโฉมต้องหาสามีใหม่ยากแน่ๆ” นางแตะบริเวณเชิงผมเพื่อตรวจดูอีกครา ถ้านางสิ้นรูปคงน่าสงสาร

ตุบ!

เสียงของตกพร้อมกับร่างกายของสตรีผู้ร่วมห้องที่แข็งทือ ลี่เหอหันใบหน้างามพริ้มเพราไปมอง ก็เห็นเจ้าหนูน้อยเสี่ยวชิงยืนอ้าปากค้างราวกับเห็นเทพเซียนมาโปรด

“เหนียงเหนียงกล่าวอะไรออกมาเพคะ หาสามีใหม่อันใดกัน” นางกำนัลตัวเล็กรีบวิ่งมานั่งลงบนพื้น พร้อมทั้งยกมือทั้งคู่มาจับขาของนายหญิงด้วยสีหน้าจริงจัง

เจ้าหอขายข่าวเหล่ตามองก่อนจะเชิดหน้าสูง “ก็หาสามีใหม่อย่างที่เจ้าเข้าใจเช่นนั้นละ” มีอะไรต้องถามซ้ำ หาสามีใหม่ก็คือหาสามีใหม่ จะมีความหมายอะไรแอบแฝง

“เหนียงเหนียง” ผู้ได้รับการยืนยันกรีดร้อง “ไม่ได้นะเพคะ เหนียงเหนียงเป็นสตรีของฝ่าบาท จะมีคนอื่นไม่ได้” เสี่ยวชิงส่ายหน้าไปมา เมื่อหญิงทอดกายให้จักรพรรดิแล้ว ก็ต้องเป็นของจักรพรรดิไปจนตาย ต่อให้ไม่เป็นจักรพรรดิ เมื่อสตรีทอดกายให้บุรุษคนใดแล้ว ก็ย่อมต้องเป็นสมบัติของคนผู้นั้นไปจนสิ้นลม

ลี่เหอถอนหายใจแรงหลังจากได้ยินคำกล่าวคร่ำครึ “แล้วทีบุรุษเล่า ได้สตรีเป็นภรรยา ไฉนถึงไปมีหญิงอื่นได้มากมาย” นางเกลียดความไม่เท่าเทียมนี้ที่สุด “แล้วอีกอย่าง...ข้าก็ถูกปลดแล้ว ข้าย่อมหาใหม่ได้ เมื่อข้าถูกใจ”

เสี่ยวชิงทำท่าเหมือนจะร้องไห้ “ไม่ได้เพคะ ห้ามโดยเด็ดขาด ท่านมีสามีใหม่ไม่ได้ ท่านเป็นสตรีขอ...”

“หุบปาก! แล้วมาทำแผล” เสียงหวานตวาดใส่เจ้าเด็กน้อยผู้ทำท่าจะร่ายเรื่องบ้าบอ...สตรีของฝ่าบาท สตรีของฝ่าบาท!

งี่เง่า!

ได้นางเพียงครั้งถือเป็นสตรีของหวงตี้ ทีนางได้หวงตี้ นางยังไม่คิดจะยึดหวงตี้มาเป็นสามีเลย เฮอะ! ไร้สาระ ถ้านางอยากจะได้ ไม่ต้องหาหรอก ตีหัวบุรุษในหอมาสักผู้สักนามก็พอแล้ว

เสี่ยวชิงน้อยทำหน้าหนักใจ แววตาคล้ายคนจะร้องไห้ นายหญิงของนางไฉนถึงเปลี่ยนแปลงไปเช่นนี้ หรือเพราะการกระทบของศีรษะ นางคิดพลางจ้องไปยังบาดแผลที่ซุกซ่อนอยู่ใต้กลุ่มผม

“จะจ้องข้าอีกนานหรือไม่” สตรีผู้ไม่ยึดตนว่าเป็นหญิงแห่งหวงตี้ ละมือจากการลูบคลำใบหน้างดงาม นางรู้ว่าเด็กผู้นี้กำลังตกใจและอึ้งงันกับท่าทางที่เปลี่ยนไปของนาง

“เพคะ” เด็กน้อยรีบขยับกายกลับไปเก็บของที่ร่วงหล่นบนพื้น แล้วจึงเดินกลับมาหานายหญิง “แสบหน่อยนะเพคะ” เอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเมื่อต้องนำยาแสบมาทาบนแผล

“ทามาเถอะ ข้าไม่เจ็บหรอก” นางเคยโดนทำร้ายมามากกว่านี้นัก แค่ยาแสบๆ ไม่เป็นอะไรหรอก

เสี่ยวชิงน้อยพยักหน้า ทายาอย่างเบามือ แต่เอาเข้าจริงกลับแสบพอสมควร

กึก!

เส้นที่ขมับนางกระตุกยามนิ้วน้อยๆ ลากไล้บนแผล ยานรกนี่แสบเหลือทน!

            นางขบเม้มริมฝีปากแน่น เหมือนเจ้าเด็กน้อยจะทราบว่านายสาวต้องทุกข์ทน จึงหยุดมือแล้วหยิบผ้าดิบมาพันรอบศีรษะให้

“เรียบร้อยแล้วเพคะ” นางกำนัลถอยห่าง “เหนียงเหนียงจะอาบน้ำเลยหรือไม่เพคะ เสี่ยวชิงจะได้ไปเตรียมน้ำ”

“เจ้าไปเถอะ” ลี่เหอสะบัดมือไล่ เจ้าเด็กน้อยก็ถอยห่างออกไป อดีตนางหงส์เคลื่อนกายลุกขึ้นเมื่อเหลือนางเพียงผู้เดียว ดวงตางามกวาดมองสิ่งของรอบกาย ก่อนจะเดินไปยังหน้าประตู บุรุษชุดน้ำเงินไม่ได้เฝ้านาง ป่านนี้คงเข้าห้องพักของเขาไปแล้ว

เท้าเยื้องย่างตรงไปยังเตียงนอนขนาดเล็ก ก่อนจะนั่งขัดสมาธิแล้วเริ่มโคจรลมปราณที่ถูกกดผนึกไปหนึ่งปี สายลมอุ่นๆ แล่นปราดไปทั่วร่าง อาการเจ็บปวดตามร่างกายคล้ายจะดีขึ้นมาหน่อย นางหลับตาพริ้มแย้มยิ้มบางๆ จากนั้นก็เพิ่มกระแสการแล่นของลมปราณ

อึก!

กระแสความเจ็บปวดปรี่ล้นไปยังอกด้านขวา การโคจรลมปราณหยุดชะงักทันที นางยกมือขึ้นลูบบริเวณที่เจ็บปวด อกขวาที่นางโดนฝ่ามือสลายวิญญาณฟาดยังไม่หายดี ก่อนจะหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน พยายามข่มความเจ็บปวดที่ทิ่มแทงความรู้สึกของตน

“เหนียงเหนียงเป็นอะไรเพคะ” เสี่ยวชิงรีบวิ่งเข้าไปหาร่างที่มีสีหน้าไม่สู้ดี

ลี่เหอหยัดกายขึ้นนั่งหลังตรงแล้วเอนกายพิงผนังห้อง “ไม่เป็นอะไร ไม่ต้องใส่ใจหรอก” เอ่ยจบก็ส่งยิ้มบางๆ ให้ แต่เจ้าตัวเล็กไม่ยอมลงความเป็นห่วง รีบเข้ามาช่วยประคองพร้อมกับกุมมือของนางเอาไว้

เมื่อสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิในร่างกายที่มิสู้ดีได้นัก นางกำนัลน้อยก็ตัดสินใจเอ่ย “เหนียงเหนียง อย่าเพิ่งโดนน้ำเลยนะเพคะ เดี๋ยวเสี่ยวชิงเช็ดตัวให้”

“ตามใจเจ้าสิ” ลี่เหอเอ่ย เมื่อการเช็ดตัวเสร็จสิ้น นางก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงไม้แข็งทื่อ ดวงตางามหลับพริ้ม นางไม่ใช่พวกเรื่องมากกับที่นอน ขอแค่ซุกหัวและตัวได้ไม่สิ้นชีพก็พอแล้ว อีกอย่าง เตียงนี่กับเตียงในวังหลวงก็ไม่ต่างกันเท่าไรนัก

เสี่ยวชิงถอยออกไปดับเทียน เมื่อจัดการห่มผ้าให้ผู้เป็นนายจนเรียบร้อย จากนั้นก็เดินไปนอนยังที่ของตนซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก

นางค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างเชื่องช้า แล้วทอดมองรอบกาย นึกหวนไปถึงเหล่าสหายที่โตขึ้นมาพร้อมกัน โดยมีนางเป็นน้องน้อย มุมปากที่ราบเรียบไร้ความรู้สึกก็คลี่เป็นรอยยิ้ม

ป่านนี้เจ้าพวกบ้าที่หอนั่นจะทำอะไรกัน ดื่มเหล้าเคล้านารี ขายข่าวหรือท่องไปทั่วหล้าเพื่อสืบเรื่องสำคัญ หรือจะนั่งจับกลุ่มพนันว่านางจะกลับถึงหอเสวี่ยนฮวาในอีกกี่วันข้างหน้า แต่สิ่งหนึ่งที่นางรู้ก็คือ เจ้าพวกนั้นจะไม่มาตามนางเป็นแน่แท้ เพราะนางสั่งเอาไว้ว่า ห้ามเข้ามายุ่งเรื่องนี้โดยเด็ดขาด นางไม่อยากให้เจ้าพวกนั้นนำพาหอเข้ามาข้องเกี่ยวกับเรื่องในวังหลวงอีก

ถึงเหล่าบุคคลในหอของนางจะมีผู้มีฝีมือเก่งกาจ แต่ถ้ามาวุ่นวายกับวังหลวงและบุรุษผู้ถือครองแผ่นดิน นางกลัวว่าต่อให้มีวรยุทธ์สูงเพียงใด ก็อาจมลายสิ้นได้เพียงชั่วข้ามคืน

 

ตะเกียงห้องด้านข้างถูกดับไปแล้ว เฟิ่งหมิงหลงซึ่งเดินผ่านมาได้แต่หยุดยืนนิ่ง จากนั้นก็เดินกลับไปยังห้องของตน หมวกและผ้าพันสีเข้มที่ใช้อำพรางใบหน้าถูกถอดออก พระวรกายสูงเยื้องย่างไปยังโต๊ะตัวหนึ่งที่มีอ่างน้ำ มือใหญ่เลื่อนไปปลดสายที่รัดศีรษะ ชั่วครู่หน้ากากสีเงินยวงก็ถูกถอดออก เผยให้เห็นใบหน้าคมคาย

สายน้ำเย็นฉ่ำช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง ฝ่ามือที่เปียกชื้นลากไปยังกลุ่มผม ไม่นานมือนั้นก็หยุดลง เมื่อปลายนิ้วสัมผัสรอยนูนนิดๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้เส้นผมดกดำ

บาดแผลนี้เขาได้มาตั้งแต่ครั้งยังเยาว์ เป็นรอยตราที่มาจากฝีมือของพี่น้องร่วมสายโลหิต หวงตี้เพียงหนึ่ง มีสตรีครอบครองนับร้อยนับพัน ยิ่งมีบุตรมากมาย ยิ่งแสดงถึงความยั่งยืน ซ้ำตัวเลือกในการครองบัลลังก์ก็ยิ่งมากล้น

เหลวไหล!

เฟิ่งหมิงหลงแหงนใบหน้าขึ้น จากนั้นก็นำหน้ากากมาสวมปิดทับใบหน้า บุตรมากมายแสดงถึงความอบอุ่น จะมีค่าอันใดหากบุตรต่างมารดาเหล่านั้นมิรักใคร่กัน แต่กลับฆ่าฟันเพื่อแย่งตำแหน่งการเป็นหวงตี้ สุดท้ายผู้ที่อยู่เหนือก็ก้าวขึ้นสู่ที่สูง ก่อนจะต้องมองดูบุตรของตนเข่นฆ่ากันอีกครา...วนเวียนเช่นนี้ไม่จบสิ้น! ช่างเป็นกรรมที่แสนเจ็บปวด อยู่เหนือผู้อื่นทั้งแคว้น เสมือนได้ทุกสิ่งมาครอบครอง แต่ความจริงแล้วกลับมิเคยได้สิ่งใดมาแม้แต่สตรีที่ทอดกายเคียงข้างร่วมอภิรมย์ ก็หามีผู้ใดจริงใจไม่ เพราะสุดท้ายหญิงพวกนั้นก็ไขว่คว้าอำนาจที่หวงตี้ถือครอง

โชคชะตาอันน่าอนาถของหวงตี้ทุกแว่นแคว้น

ความเจ็บปวดเหล่านี้แฝงไว้ในกายเมื่อคิดจะก้าวสู่จุดสูงสุด เขาจึงเลือกสวมหน้ากาก แอบซ่อนความเจ็บร้าวเอาไว้ภายใต้ความเงาของเงินแผ่นบาง ให้มีเพียงเขาที่รับรู้ถึงมัน!

ห้องถูกเคาะเป็นจังหวะ พระวรกายสูงเดินไปดูเมื่อทราบว่าเป็นผู้ใดก็อนุญาตให้เข้ามา

“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” หนานซานค้อมกายทำความเคารพ

“มีอะไร” พระพักตร์ภายใต้หน้ากากหันไปมองหนึ่งในองครักษ์เงาทั้งสิบสอง

“เรื่องที่ให้สืบได้ความแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เขาส่งกระดาษแผ่นหนึ่งให้นายเหนือหัว เฟิ่งหมิงหลงคลี่แผ่นกระดาษออก ไม่ใช่ตัวอักษร แต่เป็นภาพวาดของสตรีผู้หนึ่งแทน

“นี่คือหวงโฮ่วพ่ะย่ะค่ะ” หนานซานกราบทูลเสียงเบาจนแทบจะเป็นกระซิบ ภาพสตรีที่เขาส่งให้นั้นคือภาพของหวงโฮ่วที่ได้รับการแต่งตั้ง

หวงโฮ่ว... องค์จักรพรรดิจ้องลายเส้นเบื้องพระพักตร์ ภาพวาดตรงหน้าหาได้มีส่วนใดคล้ายอดีตนางหงส์ที่พักอยู่ในห้องที่ห่างออกไปสามห้องนั้นไม่

เหมือนนางจะมิใช่ฮุ่ยเฟยซิน!

“แน่ชัดแล้วหรือ” เอ่ยจบก็วางกระดาษสีเหลืองหม่นลงบนโต๊ะไม้เบื้องหน้า

“แน่ชัดแล้วพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมสืบมาเป็นที่แน่ชัดแล้ว” เขาใช้เวลาหลายวันเพื่อตรวจสอบ

“แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่านางเป็นผู้ใด”

“ยังมิทราบพ่ะย่ะค่ะ” ตอนนี้เขายังมิอาจหาตัวตนของสตรีผู้เป็นหวงโฮ่วได้ นางลึกลับจนแทบจะจับตัวไม่ได้

นัยน์ตาเข้มไหววูบเล็กน้อย นางลึกลับปานนั้นเชียวหรือ การข่าวของวังหลวงถึงสืบไม่พบ ก่อนจะหันไปยังทิศทางที่สตรีปริศนาอาศัยหลับนอน

“ไปจัดการต่อ เจิ้นอยากจะรู้ว่านางเป็นผู้ใด และเพราะเหตุใดนางถึงปลอมแปลงกายเข้ามาในวังหลวง” เฟิ่งหมิงหลงพับกระดาษลงเช่นเดิมแล้วโยนมันลงบนโต๊ะ

“พ่ะย่ะค่ะ”

“แล้วเรื่องหลิว” ก่อนจะวกกลับเข้าสู่เป้าหมายหลักของการเดินทางในครานี้

“นี่พ่ะย่ะค่ะ” หนานซานส่งกระดาษอีกแผ่นให้ เฟิ่งหมิงหลงรับมาแล้วคลี่ออกอ่าน ลายมือของส้าวหยางปรากฏขึ้น

กำลังเคลื่อนไหว คาดว่าคงใกล้แล้ว

เขาขยำกระดาษจนยับย่น เจ้าพวกขุนนางกระหายอำนาจที่ไม่เคยเพียงพอกำลังวิ่งเต้นเพื่อให้ได้ในสิ่งที่อยากได้ หนานซานลอบมองริมพระโอษฐ์ที่แย้มออก

“เจ้าออกไปได้แล้วหนานซาน” เฟิ่งหมิงหลงเอ่ยปากอนุญาต องครักษ์เงาก็ถอยกายออกไปด้านนอก นัยน์ตาเข้มของผู้เป็นจักรพรรดิหลุบมองกระดาษสีเหลืองหม่นที่อยู่ในมือ ต่อมาก็ทำลายมันด้วยเปลวไฟจากเทียนที่วางอยู่บนโต๊ะ

พรึบ!

เปลวไฟค่อยๆ ลามเลียก่อนจะกลืนกินกระดาษสีขาวนวลจนหมดสิ้น อีกไม่กี่วันเขาคงได้กำจัดเจ้าพวกขุนนางทรราชพวกนั้น

 

จันทราลาลับ สุริยันก็เคลื่อนมาแทนที่ รถม้าซอมซ่อเหลียงเดิมที่หยุดพักมาหนึ่งคืนก็เคลื่อนตัวอีกครา ลี่เหอกวาดตามองรอบกาย ห้องโดยสารเล็กและคับแคบที่นางนั่งมาหลายวันมิมีอะไรเปลี่ยนแปลง

“เฮ้อ” นางถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายเพราะไม่รู้จะทำสิ่งใด เวลานี้หากนางไม่ทำงานอยู่ที่หอก็ออกไปเที่ยวเล่นแล้วกระมัง จะโคจรลมปราณก็ทำได้ไม่มากนักเพราะยังบาดเจ็บภายใน การเดินลมปราณจะยิ่งทำร้ายร่างกายให้เจ็บหนักขึ้น

กึก! รถม้าโยกไหวรุนแรงเมื่อวิ่งทับหินก้อนโต

ตุบ!

ราชโองการที่ถูกโยนไว้บนหลังหีบตกลงมา ใบหน้าเหนื่อยหน่ายคลี่ยิ้มบาง อา...เอาเจ้านี่มาเล่นแก่เบื่อดีกว่า

ลี่เหอเอื้อมไปหยิบราชโองการขึ้นมาถือ มือระหงคลี่ม้วนผ้าออก ตัวอักษรที่ผู้เปรียบดั่งโอรสแห่งสรวงสวรรค์เขียนปรากฏสู่สายตา ความงดงามของลายเส้นทำให้นางทำปากเบ้ จากนั้นก็ดัดเสียงเล็กเสียงน้อยตามเนื้อความ

“วันที่เจ็ด เดือนเจ็ด ปีเฟิ่งหลงที่เจ็ด ฮุ่ยหวงโฮ่ว ไร้คุณธรรม ไร้เมตตา หลงละเลิงในอำนาจ ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งมารดาแห่งแผ่นดินของเจิ้น จึงมีคำสั่งให้ปลดลงจากตำแหน่งกลับคืนสู่สามัญ มอบที่ดินที่ถงซิ่วให้พำนักจนสิ้นชีวิต จบราชโองการ” ปลายเสียงลากยาวจนแทบจะกลายเป็นขับขานลำนำ ดวงตาเข้มของสารถีหรี่ลงอย่างสนเท่ห์เมื่อได้ยินคำล้อราชโองการ

“ชิ!” ม้วนผ้าสีเหลืองทองถูกพับเข้าหากัน “ไร้คุณธรรม ไร้เมตตา สตรีในวังใครมีเมตตากันล่ะ เจ้าลูกเต่า!” ทุกผู้ทุกนามย่อมมีคุณธรรมและเมตตา แต่สิ่งเหล่านี้ล้วนหาได้ยากยิ่งในวังหลวง เมื่อนึกถึงสิ่งที่คนเหล่านั้นทำกับนาง คำสั่งสมมติเทพก็ปลิวลงสู่พื้นในทันที

ตุบ!

ปลายราชโองการโผล่พ้นม่าน เสี่ยวชิงทำตาโตรีบเปิดม่านออก แล้วอุทานเรียกนายเหนือหัวของตนด้วยความตกใจ “เหนียงเหนียง นี่ราชโองการนะเพคะ” นางกำนัลรีบคว้าขึ้นมาถือไว้เหนือศีรษะ

ตาหงส์ปรายมองหน้านางกำนัลน้อยอย่างไม่ตกใจ “ราชโองการอันสูงส่งจากโอรสสวรรค์ ต้องถือรักษาไว้อย่างถนอม” นางดึงกลับขึ้นมาถือ ก่อนจะสวมรอยเป็นฮุ่ยเฟยซินที่แสนอ่อนโยน ปลายนิ้วกรีดลูบแผ่วเบา

ลำนำเหตุการณ์ยามเดินออกมาจากวังย้อนกลับมา...ชั่วครู่ก็ปาราชโองการไปด้านหลังอย่างไม่ใส่ใจ

ตุบ!

ราชโองการกระแทกผนังรถม้าแล้วร่วงหล่นลงบนพื้นอีกครั้ง “เหนียงเหนียง!” เสี่ยวชิงกรีดร้องอีกคำรบ

ผู้ก่อเหตุทำเพียงไหวไหล่ “ข้าไม่ใช้ม้วนผ้านั่นตีปากนางสนมพวกนั้นก็บุญเท่าไรแล้ว” นางระบายรอยยิ้มหวาน ก่อนจะขบฟันแน่น นางต้องใช้ความอดทนมากมายเพื่อไม่ให้พลั้งมือจัดการนางสนมเหล่านั้น

“เหนียงเหนียง” เสียวชิงทำหน้าเสียใจยามเรียกเจ้านายด้วยเสียงสั่นเครือ “เหตุใดเหนียงเหนียงถึงเปลี่ยนเป็นคนละคนแบบนี้เล่าเพคะ” ผู้เป็นบ่าวถามสิ่งค้างคาใจมาหลายวัน

ผู้ที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคนส่งเสียงฮึ ก่อนจะยกมือขึ้นเท้าคาง “ข้ามิได้เปลี่ยนแปลงไป แต่ข้าแค่กลับเป็นคนเดิมต่างหากเล่า!

“เหนียงเหนียง!” เสี่ยวชิงซึ่งได้ทราบความถึงกับอึ้ง นายของนางกำลังจะบอกว่าทรงเป็นเช่นนี้มาตลอด แต่ที่เป็นสตรีเรียบร้อยนั่นเป็นเรื่องโกหกอย่างนั้นหรือ

อดีตหวงโฮ่วเหลือบมองเจ้าเด็กน้อยแล้วทำท่าเบื่อหน่ายยิ่งกว่าเก่า “พอๆ เรียกอยู่ได้เหนียงเหนียง เหนียงเหนียง ข้าไม่ใช่เมียเจ้าลูกเต่านั่นแล้ว” เอ่ยจบก็ดึงม่านปิดลง

เสี่ยวชิงได้แต่ยกมือถูกัน จากท่าทางของคนใกล้จะร้องไห้ในที่สุดก็หลั่งน้ำตาออกมาจริงๆ หวงโฮ่วของนางไยถึงเรียกฝ่าบาทเช่นนั้น! เด็กน้อยหันหน้าไปหาบุรุษที่นั่งอยู่ไม่ไกล ชายผู้นี้ยังมีท่าทางสงบนิ่ง

“อาเกอผู้นี้ ท่านได้โปรดอย่านำความไปบอกผู้ใดเลยนะเจ้าคะ หวงโฮ่วทรงประสบเคราะห์กรรมมาเยอะแล้ว หากเรื่องนี้ถึงพระกรรณอีกคง...” เสี่ยวชิงหยุดเอ่ย ก่อนจะสะอื้นไห้ด้วยความหวาดกลัว

“...ประหาร” บุรุษผู้นิ่งไปเพราะคำเรียก เจ้าลูกเต่าต่อคำด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

เสี่ยวชิงพยักหน้า “เจ้าค่ะ”

“วางใจเถิด ข้าไม่นำไปบอกหรอก” มุมปากใต้ผ้าพันคอสูงกระตุก เขาไม่มีทางนำความไปกราบทูลหรอก เพราะเขาจะกราบทูลตนเองได้อย่างไรกัน!

 

รถม้ายังคงขับเคลื่อนต่อเนื่อง อดีตหวงโฮ่วกวาดตามองรอบกาย เมื่อไม่มีอะไรให้ทำก็หันไปหยิบราชโองการนั่นขึ้นมาอีกครั้ง

“เมืองถงซิ่ว เฮอะ! เจ้าลูกเต่า” นางทำหน้าเหม็นพลางยกมือขึ้นกอดเข่า แต่จู่ๆ รถม้าเชื่องช้าก็วิ่งเร็วขึ้นจนนางเสียการทรงตัว

บรรพบุรุษ!

นางสบถ รถยังโยกไหวแรง มันมิใช่เกิดจากการเหยียบก้อนหิน แต่เป็นเพราะการออกแรงกระชากม้า รู้สึกเจ็บแปลบตรงบาดแผล ปลายนิ้วกดลงไปยังบริเวณที่เจ็บปวด

บุรุษผู้นี้จะเล่นกับมารดา!

ดวงตาดำสนิทกลอกไปมา โทสะพวยพุ่งจนต้องกระชากผ้าม่านเปิดอีกครา นางจะถีบเจ้าคนขับรถม้าให้หล่น ไวดั่งความคิด นางยื่นเท้าไปเตรียมส่งเจ้าสวะให้ลงสู่เบื้องล่าง

กระบี่ภายใต้ฝักสลักลวดลายแปลกตาวางคั่นกลาง ก่อนฝ่าเท้าของนางจะถึงตัวเจ้าบุรุษชุดน้ำเงิน

“หลังข้า...” แค่นางเรียกเขาว่าลูกเต่านั่นก็เกินทนแล้ว “...หาใช่ที่ประทับฝ่าเท้าใครมะ...”

เปรี้ยง!

พูดไม่ทันขาดคำ ฝ่าเท้าของอดีตหวงโฮ่วแห่งแคว้นเจิ้งก็ประทับเข้าที่ท่อนเอว เฟิ่งหมิงหลงหวงตี้สั่นไปทั้งร่าง กระแสโทสะพุ่งขึ้นจนใบหน้าแดงก่ำ!

ส่วนผู้กระทำความผิดได้แต่ลอยหน้าลอยตา “เจ้าบอกว่าหลังของเจ้าหาใช่ที่ประทับ ข้าเลยเลื่อนไปประทับยังเอวของเจ้าแทน” นางคลี่ยิ้มชดช้อย จากนั้นก็กระชากผ้าม่านปิด

นางหาได้ทำผิดอะไรไม่ ห้ามประทับฝ่าเท้าที่หลัง หาได้ห้ามประทับที่อื่นไม่ เช่นนั้นแล้วนางจึงไม่ผิด

จักรพรรดิผู้ปลอมเป็นสารถีเม้มริมฝีปากแน่น แววพระเนตรเข้มขึงได้แต่ทอดมองไปยังม่านที่สั่นไหว

สตรีผู้นี้ขวัญเทียมฟ้ายิ่ง!

“ทางข้างหน้าเจ้าค่ะ” เสี่ยวชิงตะโกนบอก ผู้กำลังเกิดอารมณ์หลากหลายได้แต่ละสายตาจากเบื้องหลัง แล้วหันกลับสู่เบื้องหน้า จัดการคุมรถม้าที่แทบจะวิ่งชนต้นไม้ใหญ่ให้กลับเข้าเส้นทางเดิม

เวลาหนึ่งก้านธูปผ่านไป โทสะที่พุ่งทะยานก็ค่อยๆ ลดระดับลง มือแกร่งข้างหนึ่งผละจากการจับเชือกแล้วเลื่อนมาลูบคลำบั้นเอวที่ยังปวดตุบๆ เพราะแรงกระแทกจากฝ่าเท้าของนาง ร่างนั้นเล็กและบอบบาง แต่แรงจากฝ่าเท้าของนางหาได้เล็กน้อยไม่!

สตรีผู้นี้น่าสนใจยิ่งนัก คิ้วขวากระตุกถี่ๆ ยังไม่เคยมีสตรีใดทำกับเขาเยี่ยงนี้ ชั่ววูบหนึ่งใบหน้าภายใต้การปกปิดก็บังเกิดรอยยิ้มที่เขาเองก็ไม่เข้าใจ




[1] เหลียง เป็นลักษณนามแทนรถม้าในยุคจีนโบราณ 


[1] ลักษณะนามแทนรถม้า ในภาษาไทย หมายถึง คัน

******เนื้อหายังไม่ได้เเก้ไข อาจจะมีการเะปลี่ยนเเปลง ช่วงนี้อยู่ในช่วงเผา ปั่นสด สมควรบ้างไม่สมควรบ้างขออภัยเเต่จะเเก้ให้ภายหลัง*****

เเวบมาขอชี้เเจงสักนิดนะคะ ในสมัยโบราณ คนธรรมดาไม่สามารถเรียกหวงตี้ (ฮ่องเต้) ว่าหวงตี้โดยตรงได้ คนที่จะเรียกหวงตี้ว่าหวงตี้ได้ คือเเม่ หรือไทโฮ่วเท่านั้นนะคะ เพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่นางเอกกระทำหมิ่นเบื้องสูงหมดค่ะ!

------------------------------------

ตอนนี้เเบ่งอัพ 3 ครั้งนะคะ ครั้งละ 5 หน้า เอ5

อัพครั้งที่ 2พร้อมเเก้คำผิดบางส่วน 14/01/61

อัพครั้งที่ 3 15/01/61

1. ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นการเดินทาง ขออนุญาตสร้างความสัมพันธ์ของตัวละครนะคะ เเล้วเรื่องนี้ค่อนข้างยาว (ไม่อยากให้กระโดดไปตามเมียเลย เดี๋ยวสั้นไปหลังจากกระโดดมาฉากนางเอกโดนปลดก็ถือว่าถ้าเขียนจริงๆอาจจะได้สัก 10-20 ตอน (รวมตอนนางเอกถุกรังเเเกด้วย)

2. ความคิดของนางเอกจะโลดโผนโจนทะยานมาก 

3. ผู้อ่านอาจจะสงสัยว่าทำไมถึงเเต่งข้ามมาตอนที่นางเอกโดนปลดเลย ทำไมถึงไม่เเต่งตอนนางเอกคิดจะปลอมตัวเข้าไปตั้งเเต่เเรก คือคนเขียนจะเขียนให้พาร์ท หรือไทม์ไลน์ที่นางเอกเอาคืนคนอื่นได้เเล้ว (เอาจริงๆคือไม่ชอบเขียนตอนนางเอกโดนรังเเกค่ะเเต่ชอบเขียนตอนนางเอกรังเเกผู้อื่น (นางเอกประเภทไหน5555)




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 846 ครั้ง

9,831 ความคิดเห็น

  1. #9641 ytponthip (@ytponthip) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 14:11
    เจ้าลูกเต่า
    #9641
    0
  2. #9598 MHEEPQ12 (@MHEEPQ12) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2561 / 01:11
    บันเทิง555555
    #9598
    0
  3. #9468 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 15:18
    ฮ่องเต้ ชอบความรุนแรง ^^
    #9468
    0
  4. #9369 ku_ro (@ku_ro) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 18:59
    พระองค์ชอบของเเปลก~~
    #9369
    0
  5. #9358 Narapatch (@Narapatch) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 20:17
    สนุกดีค่ะ 555 ได้ประทับตราด้วย
    #9358
    0
  6. #9225 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 23:07
    รีดก็ไม่ชอบอ่านฉากนาง้อกโดนรังแก ชอบอ่านฉานนางเแกรังแกผู้อื่นมากกว่า

    ชอบนางเอกมากๆ
    #9225
    0
  7. #8467 Sistel2 (@l2oll) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 17:25

    ชอบนางเอกมากอ่ะ

    #8467
    0
  8. #7108 KATE ^^ (@Kettipa) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 20:01
    ฮ่องเต้มีแววมาโซมาแต่ไกล=.=
    #7108
    0
  9. #5243 goldpaddy (@goldpaddy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 10:31
    มาโซ จริงๆ เจ้าลูกเต่า! 55555
    #5243
    0
  10. #5239 Know-Are (@Know-Are) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 03:22
    ฮ่องเต้หรือจริงๆแล้วท่านเป็นสายM!!!!0-0คนอะไรโดนถีบแล้วยิ้ม
    #5239
    0
  11. วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 11:43
    ฮ่าฮ่า เจ้าลูกเต่าเอ๋ย ตลอดทางคงต้องเจอโดนด่าอีกหลายคำแน่ ด่ากันต่หน้าตรงๆเลยนะเนี่ย ครั้งนี้โดนลูกถีบเอวคราวหน้าโดนอะไรดี ฮ่าฮ่า ชอบนะแบบนี้แหล่ะดี ที่ฮ่องเต้ปลอมตัวมาแบบนี้ ไม่อยากให้เป็นฮ่องเต้โง่ไม่รู้อะไรอยู่แต่ในวัง แต่องค์นี้มีเหล่าเงาที่ทำงานได้ว่องไว ตัวตนฮ่องเต้เคลื่อนไหวสืบข่าวได้รวดเร็วยิ่ง
    #5175
    0
  12. #4996 Poom Raweewan (@poompooi) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 09:10
    M สินะ ชอบที่โดนนางถีบ555
    #4996
    0
  13. #3028 porporjb (@porporjb) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:24
    สนุกๆอ่าา ชอบๆ
    #3028
    0
  14. #2881 mexo9031 (@mexo9031) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:24
    สนุกค่ะ
    #2881
    0
  15. #2872 MitsukiCarto (@MitsukiCarto) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:41
    Mสินะ...
    #2872
    1
    • #2872-1 IPA1 (@IPA1) (จากตอนที่ 7)
      11 มีนาคม 2561 / 18:18
      ท่านแปลกชอบคนเพราะโดนถีบหรือเพคะ??
      #2872-1
  16. #2867 Parkjimin19 (@panjawanbunkam71) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:09
    โอ๊ยยย ฝ่าบ๊าททท โดนถีบซะแล้ว55555
    #2867
    0
  17. #2464 AlbinoRabbit (@AlbinoRabbit) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:14
    ผ่าบาทเป็นมาโซสินะเพคะ #คาระวะ
    #2464
    0
  18. #2264 Mr.kongkang (@kangproject2) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:52
    ขอบคุณครับสนุกมาก
    #2264
    0
  19. #2074 O'nce upon ATime'N (@badand477) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 18:59
    งืมมม ผู้ชายโดนถีบแล้วบอกว่าน่าสนใจ~ ไปตามถีบผู้ชายที่ร.รดีกว่า555
    #2074
    1
    • #2074-1 ขำๆนะ (จากตอนที่ 7)
      30 มกราคม 2561 / 11:47
      ถ้าหนูใส่กระโปรงแล้วถีบสนใจแน่ๆ 5555
      #2074-1
  20. #1980 kimurakung (@kimurakung) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 19:41
    นางแก่นเซี้ยวแซ่บเว้อรรรร
    #1980
    0
  21. #1950 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 16:08
    555+ ลี่ลี่เตะฮ่องเต้
    #1950
    0
  22. #1948 Remember_you (@BamBam_number_1) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 15:56
    ฝ่าบาทชอบแบบนี้สินะ ^^
    #1948
    0
  23. #1943 Kungbible (@Kungbible) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 15:05
    ฮ่องเต้ก็รู้ว่าเมียเยอะ
    มีลูกจากหลายเมีย มีแต่ปัญหา
    แต่ก็ยังมีเมียเยอะอีก
    แย่จัง
    อยากได้แบบ เมียเดียว จะได้ไหมคะ
    #1943
    0
  24. #1893 Choi_Jina_ (@Choi_Jina_) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 23:27
    เป็นมาโซก็บอกมาฮ่องเต้555-,,-
    #1893
    0
  25. #1606 นักโทษหมายเลข0 (@Prison0) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 22:32
    ชอบแบบนี้หรอ55555
    #1606
    0