[Pre-order] ชายาบัญชารัก (สนพ.เฟยฮุ่ย)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 65,076 Views

  • 275 Comments

  • 1,710 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    231

    Overall
    65,076

ตอนที่ 4 : เรื่องใหญ่ (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5458
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 239 ครั้ง
    17 ก.พ. 62

สาม

 

           เช้าวันรุ่งขึ้น ที่ตำหนักเจี่ยวเฟิงแห่งพระราชวังเว่ยหยาง

           องค์ชายอวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านกับหวงไท่จื่อเฉินหรูอี้กำลังเล่นทู่จวี่[1] อยู่ด้วยกัน องค์ชายอวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านใช้หลังเท้าเดาะลูกขนไก่อย่างคล่องแคล่วจนเป็นที่ชื่นชมแก่หวงโฮ่วและเหล่ามามาที่มองดูอยู่

           หวงโฮ่วทอดพระเนตรองค์ชายน้อยที่เริ่มร่าเริงขึ้นมาบ้างก็ให้เบาใจ เพราะนับตั้งแต่กลับมาจากตำหนักเฉินไต้หวางเขาก็เอาแต่กรรแสงไม่หยุด เฉินหรูอี้ที่อยู่กับองค์ชายอวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านได้ยินเสียงพี่ชายร้องก็ร้องตาม...ในตำหนักจึงมีเสียงร้องไห้ดังระงมไปหมด พระนางเสียเวลาปลอบอยู่เกือบชั่วยามจึงหมดแรงหลับไป เช้ามาอวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านก็ยังมีท่าทางสะดุ้งอยู่เล็กน้อยยามได้ยินเสียงดัง แต่หลังจากที่ได้กินข้าว อาบน้ำ และเล่นกับเฉินหรูอี้แล้ว เขาก็กลับมาเป็นอวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านคนเดิม

           ถวายพระพรหวงโฮ่วเพคะ” เสียงหยางหมี่เฟิงเอ่ยคารวะดังขึ้น นางพาเฉินลี่จูมาด้วย

           เฟิงเอ๋อร์เองหรือ พระนางผินหน้าไปหาก็พบว่าหยางหมี่เฟิงอุ้มเฉินลี่จูพลางย่อกายคารวะ “ลุกขึ้นเถอะ คนกันเองแท้ๆ”

           ขอบพระทัยเพคะ” หยางหมี่เฟิงค่อยๆ ลุกขึ้น แม้จะฝืนยิ้มอยู่ แต่ใจก็ยังกังวล เกรงว่าหวงโฮ่วจะยังพิโรธอยู่

           โฮ่...หวง...โฮ่...” เฉินลี่จูส่งยิ้มสดใสให้หวงโฮ่วแล้วร้องเรียกด้วยความเคยชิน

           จ้า... ว่าอย่างไรลี่เอ๋อร์น้อย” หวงโฮ่วแย้มพระสรวล ยื่นมือมารับพระนัดดาตัวน้อยไปอุ้มอย่างเอ็นดู “ขอบใจลี่เอ๋อร์มากนะที่ช่วยปกป้องฟ่านฟ่านเอาไว้”

           หม่อมฉันขอประทานอภัยแทนอาจิ่นด้วยเพคะ” หยางหมี่เฟิงเอ่ย

           เฮ้อ อาจิ่นก็เถอะ ทำเช่นนี้ออกจะเกินไปจริงๆ” หวงโฮ่วถอนพระทัย “องค์ชายนั้นไร้เดียงสานัก ถึงแม้ภายนอกจะดูเหมือนไม่มีอะไร แต่จะมีแผลในใจหรือไม่ก็ไม่รู้”

           หยางหมี่เฟิงเม้มปาก สิ่งที่นางกลัวมากกว่านั้นคือเรื่องจะบานปลายหรือไม่ “ทูลถามหวงโฮ่ว ทางท่านราชครูของโหลวหลันว่าอย่างไรบ้างเพคะ

           ท่านราชครูเองก็ไม่อยากให้เรื่องบานปลายหรอก จึงได้รับปากว่าจะไม่รายงานเรื่องนี้ให้ต้าหวางทราบ ก็อย่างที่เราทราบกันดี รอยบาดหมางนับสิบปีระหว่างเฉียนกับโหลวหลันเพิ่งสงบลงไปไม่นาน การไปกวนตะกอนให้ขุ่นข้นขึ้นมาอีกไม่นับว่าเป็นการดี”

           หยางหมี่เฟิงเองก็ใช่ว่าจะไม่เข้าใจที่หวงโฮ่วตรัส เรื่องความสัมพันธ์อันเปราะบางของแคว้นเฉียนกับโหลวหลัน ยิ่งคิดนางยิ่งไม่อาจละเลย ตอนนี้ความสัมพันธ์นี้จะแน่นแฟ้นหรือพังทลายอยู่ที่องค์ชายอวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านเพียงผู้เดียว หากเขาไม่ยอมรับลี่เอ๋อร์ นั่นหมายถึงสงครามจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน แม้ตอนนี้โหลวหลันจะยอมอ่อนน้อมต่อต้าเฉียน ด้วยตระหนักดีว่าเหตุการณ์ในอดีตนั้น อาณาจักรโหลวหลันมีความผิดจากการสังหารทูตของต้าเฉียนที่พยายามเข้ามาขอเจริญสัมพันธไมตรีไปหลายคน นานวันเข้าต้าเฉียนจึงใช้มาตรการเด็ดขาด ยกทัพมาปราบปรามอาณาจักรโหลวหลันจนราบคาบ ยังดีที่ต้าหวางของโหลวหลันในครานั้นยอมสวามิภักดิ์ เรื่องราวจึงจบลงด้วยการที่โหลวหลันกลายเป็นส่วนหนึ่งของต้าเฉียนในที่สุด

           หลายปีมานี้หยางหมี่เฟิงได้ข่าวว่าโหลวหลันเองก็แสวงหาพันธมิตรต่างเผ่าเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ทั้งเผ่าฮูเอี๋ยนที่ส่งบุตรสาวมาเป็นพระสนม เผ่าหราน เผ่าซุยบู เผ่าฉุยหลิน เผ่าหรวนตี้ แม้แต่เผ่าถู่เจี๋ย13 ที่มีความสามารถในการรบเป็นเลิศก็ยังยอมสยบต่อโหลวหลัน นี่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่องค์ชายอวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านถูกพาตัวมายังฉางอันตั้งแต่ยังเล็กเพื่อเป็นองค์ประกัน

           หวงโฮ่วเพคะ หม่อมฉัน...” หยางหมี่เฟิงอยากเอื้อนเอ่ยบางอย่าง จังหวะเดียวกับที่เฉินลี่จูเหลือบไปเห็นสหายรัก

           หยูอี้!” เฉินลี่จูดิ้นลงจากวงแขนหวงโฮ่ว วิ่งไปหาองค์รัชทายาทของต้าเฉียนที่แก่วัยกว่านางราวปีเศษ ขณะที่อวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านนั้นตัวแข็งทื่อเมื่อได้ยินเสียงเล็กนั้น

           ลี่เอ๋อร์ มาเล่นกัน!” รัชทายาทเฉินหรูอี้ยื่นลูกขนไก่ให้เฉินลี่จู “แล้วก็ให้ฟ่านฟ่านเล่นด้วยนะ”

           องค์ชายอวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านไม่ขยับเมื่อเห็นเฉินลี่จูเดินเตาะแตะมาหาแล้วยื่นลูกขนไก่ให้เขา “เย่น...ฟ่านฟ่าน...เย่น”

           หวงโฮ่วกับหยางหมี่เฟิงมองเด็กน้อยทั้งสองด้วยใจระทึก ยิ่งเห็นองค์ชายน้อยยืนนิ่งยิ่งใจคอไม่ดี ส่วนเฉินลี่จูเห็นอวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านยืนนิ่งคล้ายตอนพระบิดางอนพระมารดา นางก็นำสิ่งที่จำได้ออกมาใช้...ร่างเล็กเดินเข้าไปใกล้ ใช้สองแขนน้อยๆ กอดเขาไว้ แล้วเอ่ย

           ดี...ดี...ดีกัน”

           อวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านกะพริบตาปริบท่ามกลางสายตาที่มองพวกเขาอย่างลุ้นระทึก เขาค่อยๆ ยกแขนกอดเด็กหญิงตัวน้อยเบื้องหน้า “อื้อ ดีกันนะ”

           เรามาเล่นด้วยกันเถอะ ข้าจะไปตามน้องๆ จากตำหนักอื่นด้วย” เฉินหรูอี้ว่า ก่อนหันไปถามหวงโฮ่ว “ลูกขออนุญาตพาน้องๆ มาเล่นด้วยนะเสด็จแม่”

           ได้สิ ยิ่งคนเยอะยิ่งสนุกนะ” หวงโฮ่วตรัสด้วยรอยแย้มพระสรวล

           เช่นนั้นชวนเสี่ยวหลันมาด้วยก็ดีนะเพคะ เสี่ยวหลันเป็นที่รักของเด็กๆ ต้องทำให้บรรยากาศการเล่นสนุกสนานมากกว่าเดิมแน่นอนเพคะ” หยางหมี่เฟิงช่วยเสริมอีกแรง

           ได้สิ เจ้าส่งคนไปรับนางมา อ้อ ตอนนี้นางอยู่จวนมหาเสนาบดีใช่หรือไม่ ถ้าอย่างไรก็ให้พาอาหลี่มาด้วยนะ” หวงโฮ่วตรัสอย่างนึกสนุก เด็กๆ เหล่านี้มาเจอกันคราใดมักสร้างสีสันและความครึกครื้นทุกครั้งไป

           รับบัญชาเพคะ” หวางเฟยยิ้มรับ...ในที่สุดการมาในวันนี้ของนางก็มิสูญเปล่า รอยบาดหมางเริ่มประสานจนกลับกลายเป็นดังเดิมแล้ว...

          

           เวลาล่วงเข้าบ่าย หลังจากเหล่าองค์หญิงองค์ชายวัยเยาว์เสวยมื้อกลางวันเสร็จก็ยังทำกิจกรรมร่วมกันต่อ แต่ไม่ได้วิ่งเล่นกันอย่างช่วงเช้า เพียงนั่งฟังการเล่านิทานของเสี่ยวหลันผู้เป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆ แต่หลังจากเริ่มเล่าไปได้ไม่นาน เด็กๆ ก็เริ่มหมดเรี่ยวแรง ผล็อยหลับไปทีละคนสองคน เริ่มจากเฉินลี่จูที่เล็กกว่าใคร นั่งหัวเราะอยู่ดีๆ ก็เอียงตัวหลับฟุบลงกับตักพี่ฟ่านที่นั่งอยู่ติดกัน

           อะไรกัน ข้าเล่าไม่สนุกหรือ ถึงได้พากันหลับหมดเช่นนี้ เสี่ยวหลันร้องออกมาเมื่อเห็นเหล่าทโมนน้อยสูงศักดิ์ฟุบหลับไปจนหมด

           ก็เจ้าพาเด็กๆ วิ่งเล่น ทั้งเล่นเหยี่ยวจับลูกไก่14 พวกเขาจะหมดแรงก็ไม่แปลก” หยางหมี่เฟิงหัวเราะคิก ก่อนหันไปทางหวงโฮ่ว “บ่ายแล้ว หม่อมฉันว่าพาเด็กๆ กลับตำหนักไปพักผ่อนเถอะเพคะ”

           หวงโฮ่วทรงแย้มพระโอษฐ์อย่างอ่อนโยน ยิ่งได้เห็นองค์ชายอวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านเล่นสนุกและไม่โกรธเคืองเฉินลี่จู ยามนี้จึงเบาใจขึ้นมาก ก็ดีเหมือนกัน นอนตากลมตรงนี้เดี๋ยวจะไม่สบายกันได้”

           เช่นนั้นหม่อมฉันกับลี่เอ๋อร์ทูลลาหวงโฮ่วเพคะ” หยางหวางเฟยลุกขึ้นย่อกายคารวะหวงโฮ่ว จากนั้นจึงเดินไปแตะตัวเฉินลี่จูเบาๆ ให้รู้สึกตัว ลี่เอ๋อร์เด็กดี เรากลับบ้านกันเถอะจ้ะ”

           เด็กน้อยทำปากขมุบขมิบ ด้วยอ่อนเพลียเกินกว่าจะตอบพระมารดา ปล่อยให้นางกำนัลเข้ามาอุ้มตัวอ่อนคอพับโดยไม่รู้สึกตัว แต่พอเฉินลี่จูถูกยกจากออกจากตักอวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านกลับเป็นฝ่ายสะดุ้งพรวด สองมือไขว่คว้าด้วยท่าทางตกใจสุดขีด

           อะ!...ลี่เอ๋อร์!”

           หยางหมี่เฟิงเห็นท่าทีตื่นตระหนกของเด็กชายตัวน้อยก็ยิ้มเอ็นดู “ลี่เอ๋อร์ต้องกลับก่อนเพคะองค์ชาย พรุ่งนี้หม่อมฉันจะพาน้องมาเล่นใหม่นะเพคะ”

           อวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านรีบส่ายหน้า คล้ายว่ายังรู้สึกใจหายที่นางจะหายไปจากการคุ้มครองของเขา เขาอุตส่าห์เสียสละให้นางนอนหนุนตักเชียวนะ “คืนนางมาก่อน เดี๋ยวนางตื่น”

           หยางหมี่เฟิงกะพริบตาปริบๆ พลางหันไปทางหวงโฮ่วเป็นเชิงขอความเห็น “องค์ชายตรัสเช่นนี้เพคะ”

           ใจจริงหวงโฮ่วอยากตรัสออกไปว่า ค้างที่ตำหนักใหญ่สักคืน เดี๋ยวค่อยกลับเถอะ แต่พอคิดว่าเฉินซื่อจิ่นจะออกฤทธิ์เดชมากเพียงใดก็ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ แทน

           หยางหมี่เฟิงจึงหันไปตอบอวี้จิ่วลู่หลิงฟ่าน “ตรงนี้ลมพัดแรงนัก น้องยังเล็ก องค์ชายคงไม่อยากให้น้องไม่สบายใช่หรือไม่เพคะ”

           อวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านมองรอบตัวแล้วเห็นเป็นจริงดังว่า ถ้าลี่เอ๋อร์ไม่สบายเพราะความดื้อรั้นของเขา เขาคงเสียใจแน่ๆ “เช่นนั้น...พรุ่งนี้กระหม่อมไปหาลี่เอ๋อร์ได้ไหม

           ได้เพคะ” หยางหมี่เฟิงเอ่ยยิ้มๆ

           เอ่อ...แล้ว...แล้ว...หมาจะออกมาอีกหรือไม่

           คำถามเดียวนี้ทำเอาผู้ใหญ่โดยรอบถึงกับสะอึกพลัน

           หยางหมี่เฟิงลอบสบถด่าสวามีอยู่ในใจจนไม่เหลือชิ้นดี แล้วจึงยิ้มหวานพลางเอ่ยตอบ “ไม่แล้วเพคะ หม่อมฉันเอาตัวมันออกไปจากตำหนักแล้วเพคะ”

           จริงๆ นะ” เขาถามย้ำ หยางหมี่เฟิงจึงพยักหน้ารัว

           จริงเพคะ”

           ถ้าอย่างนั้น...เจอกันพรุ่งนี้นะลี่เอ๋อร์” อวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านทำท่าทีเข้มแข็ง โบกมือให้สาวน้อยที่หลับนิ่งซบไหล่พระมารดา

           ช้าก่อน” หวงโฮ่วกลับตรัสขึ้นมาด้วยรอยยิ้มมากเลศนัย “ข้าว่าเจ้าพาลี่เอ๋อร์ไปนอนตำหนักเล็กข้างสวนดีหรือไม่ เผื่อว่านางตื่นมาจะยังอยากเล่นกับองค์ชายต่อ”

           เอ่อ...ขอบพระทัยเพคะ แต่หม่อมฉันบอกอาจิ่นว่าจะรีบไปรีบกลับ ถ้าเขาไม่เห็นหม่อมฉันกับลี่จูกลับมาเกรงว่า...”

           เช่นนั้นข้าจะอยู่กับนาง อยู่เฝ้านางให้ก่อน แล้วท่านกลับไปแจ้งหวางเยดีหรือไม่ อวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านรีบเสนอ

           โอ...แบบนี้ยิ่งไม่เท่ากับราดน้ำมันบนกองไฟหรือ! หยางหมี่เฟิงโอดครวญในใจ ทำเช่นนี้นอกจากนางจะโดนอาจิ่นเอ็ด เขายังอาจพากองทัพอสรพิษบุกเข้าวังหลวงเพื่อชิงตัวธิดาคืนไปก็เป็นได้

           นั่นสิเฟิงเอ๋อร์ เจ้ากลับไปกล่อมอาจิ่นเสียหน่อย เขาจะได้คลายกังวล” หวงโฮ่วโยนเผือกร้อนลูกใหญ่มาให้ก่อนจะกระซิบข้างหูนาง “เฟิงเอ๋อร์ เห็นแก่ชาติบ้านเมือง คงต้องพึ่งพาความสามารถของเจ้าแล้ว เจ้าเองก็รู้ ใต้หล้านี้คนที่เขายอมมีเพียงเจ้าเท่านั้น”

           หยางหมี่เฟิงกะพริบตาปริบๆ นางออกจะโง่งม เรื่องวาทศิลป์เกลี้ยกล่อมนางไม่ถนัดเอาเสียเลย ที่พอจะสู้ได้ก็มีเพียง...

           ดูท่า พลีกายเพื่อบ้านเมือง คงไม่ได้มีเพียงเจียเหรินจื่อคนอื่นๆ เสียแล้ว...

 

           กลยุทธ์แสนง่าย แต่ในการปฏิบัตินั้นไม่ง่ายเลย

           เฉินซื่อจิ่นมิใช่บุรุษหัวอ่อนที่จะยินยอมก้มหัวให้นางเหมือนอัครเสนาบดีฉีจู้เฉิงที่ทำตัวประหนึ่งทาสผู้ยินยอมให้ภรรยาโขกสับย่ำยี เขานั้นทั้งดื้อรั้นและเอาแต่ใจ หากต้องการสิ่งใดจะไม่ยอมรามือง่ายๆ และยิ่งถ้ารู้ว่านางกล้าทิ้งธิดาสุดรักไว้ที่วังหลวง เขาคงยิ่งโมโหหนัก อาจบุกวังหลวงด้วยกองทัพส่วนตัวอย่างที่นางกลัวไว้จริงๆ

           ระหว่างทางกลับนางจึงครุ่นคิดมาตลอดทางว่าทำอย่างไรจึงจะคลายทิฐิของบุรุษผู้นี้ลงได้ และถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายละก็ เขาไม่มีทางสะทกสะท้านอย่างแน่นอน

           พลันนางก็คิดได้วิธีหนึ่ง ในเมื่อเขารู้แล้วจะต้องโกรธมาก มิสู้นางเล่นละครโกรธมากกว่าเขาเสียหน่อยเล่า! ชิงโกรธก่อนที่เขาจะทันรู้สึกโกรธ ขี้คร้านคนอย่างเฉินซื่อจิ่นจะต้องยอมฟังและวางทิฐิของตนลงอย่างแน่นอน

           เมื่อคิดได้ดังนั้น เกี้ยวก็มาถึงตำหนักไต้หวาง พอมาถึงนางก็ขมวดคิ้วมุ่นทำท่าขึงขัง เดินกระแทกเท้ามาจนถึงห้องหนังสือ แต่ไต้หวางของนางกลับวางท่ายโสไม่เหลือบไม่แลหวางเฟยของตนแม้แต่น้อย นางเห็นดังนั้นยิ่งแสร้งใส่อารมณ์มากขึ้น

           ยังทำนิ่งเฉยอยู่ได้นะเพคะ! รู้หรือไม่ว่าการกระทำของท่านทำให้ลี่เอ๋อร์เดือดร้อนเสียใจเพียงใดกัน!”

           แล้วนางเดือดร้อนอันใดเล่า หรือเขาเอ่ยปากขอถอนหมั้นแล้ว?”

           ถ้ามันแค่นั้นก็ดีน่ะสิ! เรื่องที่ท่านไปก่อไว้เมื่อวานทำให้ท่านราชครูเตรียมนำเรื่องนี้รายงานกับต้าหวางของโหลวหลัน แล้วตอนนี้หวงโฮ่วก็กริ้วหนัก แม้จะไม่แสดงออกแต่ก็มีรับสั่งให้ลี่เอ๋อร์อยู่ตำหนักเจี่ยวเฟิงจนกว่าเรื่องจะคลี่คลาย” หยางหมี่เฟิงเอ่ยรวดเดียว “เป็นอย่างไรล่ะ คอขาดบาดตายพอหรือไม่!

           คำตอบจากเขาคือผุดลุกจากที่นั่งทันที หวงโฮ่วทำเช่นนี้ย่อมหมายจะใช้ลี่เอ๋อร์เป็นตัวประกัน!

           หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะอาจิ่น!”

           หรือเจ้าคิดจะรอให้ฝ่าบาทส่งหัวลี่เอ๋อร์มาก่อน เจ้าถึงคิดจะลงมือทำอะไร หวงตี้องค์นี้รังแกเขามามาก ตอนที่ทำรุ่มร่ามกับเฟิงเอ๋อร์ในอดีต เขายังพอไม่ติดใจเอาความ แต่ถ้าแตะต้องลี่เอ๋อร์ ต่อให้ต้องพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินก่อกบฏเขาก็ยินดีทำ!

           คิดบุ่มบ่ามเข้าไป ท่านคิดฆ่าตัวตายหรือไร!” หยางหมี่เฟิงถลึงตาใส่

           ข้าไม่ได้คิดบุ่มบ่าม ถึงข้าไม่มีกำลังทหารในมือมากมาย แต่แค่เด็ดหัวบุรุษคนเดียวไม่นับว่ายากเย็น” เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย”

           หยางหมี่เฟิงลุกพรวดแล้วตรงเข้ามาประชิดร่างเขา เงื้อมือขึ้นฟาดผิวเนื้ออ่อนบนหน้าตนเองอย่างแรง

           เผียะ!

           แม่ยายหนู?!” เฉินซื่อจิ่นร้องลั่นเมื่อเห็นนางตบหน้าตนเอง รีบใช้มือลูบแก้มนวลที่เขาทะนุถนอมมาหลายปีที่บัดนี้เป็นรอยแดงเห่อ

           ตบท่าน ท่านก็คงไม่รู้สึก” นางมองเขาด้วยสายตาผิดหวัง

           เจ้าก็รู้ว่าเจ้าตบตัวเอง ยิ่งทำใจข้าเจ็บเป็นพันเท่าหมื่นเท่า”

           หากมันทำให้ท่านใจเย็นลงได้สักนิด นับว่าคุ้มค่าแล้ว”

           เฉินซื่อจิ่นถอนใจยาว ก่อนพาหวางเฟยของตนมานั่งแล้วเอ่ยถาม “เช่นนั้นให้ข้าไปขอขมาต่อหวงโฮ่วดีไหม ข้าผิดเองที่ใช้วิธีเกินกว่าเหตุไปหน่อย”

           หยางหมี่เฟิงส่ายหน้า สีหน้าสลดลง “สายไปแล้ว ตอนนี้ได้แต่หวังว่าองค์ชายจะไม่เอาเรื่องและทูลขออภัยแทนพวกเรา”

           ใบหน้าหล่อเหลาสลดลง ก่อนซบหน้าลงกับไหล่ภรรยา “เช่นนั้นจะให้ข้าทำอย่างไรดี ข้าอยากพบลูกเหลือเกิน”

           หยางหมี่เฟิงทำหน้าครุ่นคิด “ขอเพียงเจ้าให้คำมั่นแก่ฝ่าบาทกับหวงโฮ่วว่าจะไม่กีดกันลี่เอ๋อร์กับองค์ชายอีก”

           ได้ แต่ข้าเองก็มีข้อแลกเปลี่ยนกับเจ้า” เขายังหลับตานิ่ง สีหน้าทุกข์ระทมจนหยางหมี่เฟิงนึกสงสาร แล้วนางก็แค่นเสียงขึ้นจมูกคล้ายรู้ว่าเขาคิดสิ่งใดอยู่ “ท่านจะให้ข้าเลิกเข้าข้างองค์ชายใช่หรือไม่

           ก็เจ้าเป็นชายาข้า เจ้าเข้าข้างผู้อื่นข้าเสียใจนะ”

           เสียใจก็เลยไปลงกับองค์ชาย?”

           เจ้าก็รู้ว่าข้าขี้น้อยใจ” เขาเอามือลูบแก้มนางที่เป็นรอยด้วยความปวดใจ “โดยเฉพาะกับเจ้า”

           แต่ท่านก็ไม่ควร...”

           จะไม่แกล้งปล่อยลี่ลี่ออกมาแล้ว ข้าสัญญา”

           หยางหมี่เฟิงเหลือบตามองแล้วเอ่ยต่อ “ไม่ใช่แค่แกล้งปล่อยลี่ลี่” นางดักทาง

           ทุกอย่างตามที่เจ้าคิดว่าข้าจะทำเลย แม่ยายหนู”

           ท่านสัญญาแล้วนะ”

           เขาพยักหน้า “ข้าเป็นเด็กดีแล้ว จะไม่ตกรางวัลข้าหน่อยหรือ

           ไฟไหม้มาถึงเรือนแล้วยังมีแก่ใจถามหารางวัลอีกรึ

           “...เช่นนั้นข้าเข้าวังละนะ” เขาทำท่าจะลุกไปหยิบกระบี่

           หยางหมี่เฟิงขมวดคิ้วฉับ รีบคว้ามือเขาไว้ “เจ้าต้องการอะไรก็รีบว่ามา”

           ก็ขอไปแล้ว” เขายิ้ม “ตอนนี้เจ้าเป็นวีรสตรีพลีกายเพื่อราชสำนัก สกัดไฟสงครามสู่วังหลวงเชียวนะ”

           หยางหมี่เฟิงถอนหายใจแรง แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าเขาต้องขอเช่นนี้แน่ แต่ยามได้ยินก็อดรู้สึกระอาไม่ได้ เขายังเป็นบุรุษชั่วช้าบ้าตัณหาไม่เปลี่ยน!

           หยางหวางเฟยแห่งตำหนักเฉินไต้หวางหันมาเผชิญหน้ากับเขา หลับตายอมรับสัมผัสและพายุอารมณ์เพื่อตอบแทนที่สวามีของตนไม่บ้าระห่ำบุกวังหลวง และยอมโอนอ่อนต่อองค์ชายอวี้จิ่วลู่หลิงฟ่านแต่โดยดี

 

           หากรู้แต่แรกว่าการพลีกายครานี้จะหนักหนาและกินเวลายาวนานเช่นนี้ นางคงไม่รับปากเขาตั้งแต่แรกหรอก!

           กายอ่อนอรชรอันเปลือยเปล่าหอบหายใจขณะควานหาผ้าห่มมาคลุมกาย แต่ไม่ว่าอย่างไรก็หาไม่เจอ

           อย่าเสียเวลาเลย ข้าถีบผ้าห่มลงพื้นไปนานแล้ว”

           แต่ข้า...จะไปหาลี่เอ๋อร์” หยางหมี่เฟิงเอ่ยทั้งที่ตาปรือจนแทบปิด

           ไม่ต้องรีบหรอก อยู่กับหวงโฮ่ว นางต้องดูแลลี่เอ๋อร์ดีอย่างแน่นอน”

           แต่ท่านบอกนี่ว่าลี่เอ๋อร์อยู่กับหวงโฮ่วในฐานะตัวประกัน”

           ข้าว่านางอยู่ในฐานะพระภาคิไนยของหวงโฮ่วมากกว่า”

           หยางหมี่เฟิงเห็นท่าทีไม่รู้ร้อนหนาวต่างกับก่อนหน้านี้ของเฉินซื่อจิ่นก็ให้นึกเอะใจ “อาจิ่น หรือว่าเจ้า...”

           เขารีบกลิ้งตัวมานอนคว่ำ เอามือเท้าคางแล้วฉีกยิ้มกว้างให้นาง

           บัดซบ! เจ้าตัวบัดซบนี่ดูออกตั้งแต่แรกแล้ว! หยางหมี่เฟิงร้องด่าเขาในใจ ทว่าเบื้องหน้าได้แต่ยกแขนปิดหน้าด้วยความอายสุดขีด

           เจ้าแสดงได้เกือบดีแล้ว แม่ยายหนู” เขาปลอบนาง

           ข้าไปทำพิรุธอันใดให้เจ้าจับได้กัน นางสงสัยยิ่งนัก เล่นละครตบตาไม่แนบเนียนตรงไหนกัน!

           เจ้าอ้างถึงฝ่าบาทอย่างไรเล่า” เขาหัวเราะแล้วเอามือมาบีบจมูกนางด้วยความมันเขี้ยว “เสด็จพี่น่ะหรือจะกล้าหือกับข้าถึงขนาดจับลี่เอ๋อร์เป็นตัวประกัน ไม่มีทางเสียหรอก”

           อ๊ะ!” นางร้องออกมาคำหนึ่ง สำหรับคนที่เจอฤทธิ์เดชของเฉินซื่อจิ่นมาครั้งหนึ่งอย่างหวงตี้จะมีทางทำอันใดให้เขาขัดเคืองใจได้อีก นางพลาดไปจริงๆ!

           และต่อให้ข้าทำผิดจริง เขาก็ไม่กล้าส่งข้าให้โหลวหลันจัดการ อย่างไรก็ต้องหาแพะมารับบาปแทนข้าอยู่ดี” เขายิ้มไปพลางมองนางไปพลาง ครานี้หยางหมี่เฟิงได้แต่พลิกตัวนอนหันหลังให้ ทั้งอับอายทั้งเสียหน้า ทั้งเจ็บตัวเสียเปล่า พลีกายเสียเปล่ายิ่ง!

           เฉินซื่อจิ่นหัวเราะคล้ายท่าทางของนางทำเขาถูกอกถูกใจยิ่งนัก จึงกระเถิบร่างเข้าไปจูบไหล่นาง

           คนสารเลว...” นางร้องด่าอย่างห้ามใจมิได้

           เจ้าอุตส่าห์แสดงละครทั้งที ทั้งยังกล้าตบหน้าตัวเองเช่นนี้ ข้ามิกล้ารีบเฉลยเร็วนักหรอก”

           หยุดพูดได้แล้ว” นางบ่นงึมงำ เขายิ่งเลื่อนไปจูบแล้วงับติ่งหูเล็กของนางแทน

           นางขยับตัวหนี ตอนนี้ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ใดแล้ว!

           เรานอนพักก่อนเถอะ แล้วค่อยไปรับลี่เอ๋อร์ด้วยกัน” เฉินซื่อจิ่นยิ้มหวาน “เอ๊ะ หรือจะให้ไม่นอนดี โทษฐานที่เล่นละครหลอกข้า

           พอแล้ว! ไม่เอาแล้ว!” นางซุกหน้าลงกับหมอนแล้วคร่ำครวญ

           เขาหัวเราะลั่น ก่อนเปลี่ยนใจกอดนางให้แผ่นหลังนวลที่มีรอยสักดอกมู่ตานแนบกับอกแกร่ง “ได้ ข้าไม่แกล้งแล้ว นอนเถอะ”

           หยางหมี่เฟิงทำตัวแข็งทื่ออยู่ครู่หนึ่งก็ค่อยขยับขยุกขยิก พลิกกายมาซุกหน้าลงกับอกเขาคล้ายถามหาไออุ่น เฉินซื่อจิ่นมองหวางเฟยในอ้อมอกของตนพลางนึกถึงเรื่องของลี่เอ๋อร์ ที่เขาไม่พอใจนั่นก็เพราะเขารักลูกมากส่วนหนึ่ง ส่วนหนึ่งก็นึกถึงหัวอกคนเป็นแม่ของนาง...

           กว่าจะได้เฉินลี่จูมาก็ลำบากเหลือใจ อยู่เลี้ยงถนอมกล่อมเกลี้ยงไม่เท่าไรก็ต้องจากกันไกล...นางจะเหงาและว้าเหว่แค่ไหนกัน

           แต่ดูแล้วเขาคงดูแคลนจิตใจอันเข้มแข็งของนางมากไป และหลงลืมไปว่าครั้งหนึ่งนางเป็นถึงรองผู้บัญชาการกองทัพพิทักษ์แผ่นดิน[smr1]  เลือดรักชาติของนางจึงเข้มข้นไม่แพ้บุรุษใด ความเด็ดเดี่ยวของนางเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาหลงรักนางอย่างถอนตัวไม่ขึ้นไม่ใช่หรือ

           เอาเถอะ ในเมื่อชายาเขาเข้มแข็งปานนี้ บุรุษเช่นเขาจะมัวมาคิดเล็กคิดน้อยได้อย่างไร พอไปรับลี่เอ๋อร์กลับมา เขาจะลองเปิดใจกว้างรับองค์ชายว่าที่ราชบุตรเขยของเขาดู...บ้าง

           แม่ยายหนู...”

           หุบปากไปเลย”

           ข้ารักเจ้า”

           นางดิ้นขยุกขยิก แล้วส่งเสียงงึมงำตอบกลับมา “ข้าก็รักท่าน”

           เขายิ้ม จากนั้นวงแขนกว้างก็โอบรัดหญิงงามผู้เป็นที่รัก ก่อนเข้าสู่นิทรารมย์




[1] 蹴鞠 - การเดาะลูกขนไก่หรือลูกบอล เป็นการละเล่นของเด็กในสมัยโบราณ

13 ชาวเติร์ก หรือตุรกีในปัจจุบัน

14 คล้ายการเล่นงูกินหางของไทย


 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 239 ครั้ง

10 ความคิดเห็น

  1. #65 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:48
    เพิ่งจะเริ่มเปิดใจ เห็นภาพนี้ เลือดของคุณพ่อสุดหวงจะเดือดพล่านอีกหรือเปล่านะ
    #65
    0
  2. #30 hellominky9549 (@hellominky9549) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 21:18
    พี่ฟ่านจะโดนฤทธิ์หวงลูกของอาจิ่นมั้ยเนี่ย!!
    #30
    0
  3. #29 Jewelry77 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 19:38
    น่ารัก
    #29
    0
  4. #28 mee_pa (@mee_pa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 00:11
    เด็กๆ น่ารักจัง
    ขำหมี่เฟิงพลีกายเสียเปล่า
    #28
    0
  5. #27 fahrugnam (@fahrugnam) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 18:44
    ที่แท้พ่ออีหนูห่วงความรู้สึกเมียยามลูกต้องแต่งไปไกลนี่เองน่ารักจริง ว่าที่ลูกเขยนี่ก็ดูแลน้องน้อยอย่างดีเลยยิ่งน่ารักเข้าไปใหญ่
    #27
    0
  6. #26 Benben (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 17:15
    อาบู พี่ฟานน่ารักมาก
    #26
    0
  7. #25 InthiraP (@IP31122518) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 12:46
    หนวดไม่มีให้กระตุก ก็คิ้วกระตุกไปก่อนละกันอาจิ่น หวงลูกขนาด 
    #25
    0
  8. #24 kantittas (@kantittas) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 11:30
    ทำไมอ่านไปอ่านมาแล้วน้ำตาไหลให้กับองค์ชายหลิงฟ่านก็ไม่รู้สิ เป็นองค์ชายที่อบอุ่นจริงๆ

    #24
    0
  9. #23 novellover (@Novellover) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 11:26
    ลี่จูช่างน่ารัก ฟ่านฟ่านก็คิดปกป้อง
    นี่ตือที่มาของการนอนจับมือกันตั้งแต่เด็กนั่นเอง
    อาจิ่นนี่รักเมียถนอมน้ำใจ กลัวเมียเสียใจลูกอยู่ไกล ก็ให้ได้อยู่ด้วยกันนานๆ และดีสุดอนาคตมีหลานๆหลายๆคน
    #23
    0
  10. #22 novellover (@Novellover) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 11:13
    น่ารักที่สุด อาจูกับฟ่านฟ่าน
    เฟิงเอ๋อไม่เคยทันอาจิ่นจริงๆ
    #22
    0