ตอนที่ 27 : The Sixth Sense :: Chapter 14 | Happy End? [ 3 ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 99
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    8 มิ.ย. 61

B
E
R
L
I
N
 

     Happy End?

     วันนี้ก็ไม่เห็นเหมือนเคย... 

 

     สิ่งแรกที่ปรากฏขึ้นในความคิดของไลลาลิณคงเป็นเรื่องอื่นไปไม่ได้ หากไม่ใช่เรื่องของวิญญาณหนุ่มนามสึนะ ที่มักวนเวียนอยู่รอบตัวเธอเสมอ ทว่าหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เธอกลับไม่พบเห็นเขาเลยแม้แต่น้อย ทำให้ในใจนั้นรู้สึกเป็นกังวลขึ้นมา เสียงถอนหายใจดังออกมาจากริมฝีปากครั้งแล้วครั้งเล่า ดวงเนตรสีน้ำตาลอ่อนทอดมองไปที่ยังไกลแสนอย่างเลื่อนลอยไร้จุดหมาย จนพาลทำให้เพื่อนสาวอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้

     เธอถอนหายใจออกมารอบที่หนึ่งร้อยแล้วมั้งเนี่ย ลินดากล่าวพลางโบกมือไปมาตรงหน้าไลลาลิณเพื่อเรียกสติ แต่กลับไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับมาเลยแม่แต่น้อย

     สติหลุดไปแล้ว.. สิ้นเสียงโมโนโทนของเฌอร์ลินเธอก็ทำการหยิกแก้มของไลลาลิณเบาๆ ซึ่งมันได้ผล ไลลาลิณสะดุ้งตัวเล็กน้อยก่อนมองมายังคนหยิกด้วยใบหน้าสงสัย

     ยังจะมาทำหน้าสงสัยอีก วิญญาณไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้วเธอน่ะ อมัวร่ายกแขนขึ้นกอดอกในขณะที่กล่าวกับไลลาลิณไปเช่นนั้น สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงคิ้วคู่สวยที่ขมวดเข้าหากันด้วยความไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการสื่อ

     เฮ่อ...เชริ คำพูดที่ละไว้ในฐานที่เข้าใจกันทำให้เฌอร์ลินพยักหน้าและเริ่มกล่าวขึ้นว่า

     เรียกเท่าไหร่ก็ไม่หัน ถามเท่าไหร่ก็ไม่ตอบ แถมยังชอบทำตัวเหม่อไม่สมกับเป็นราตรีที่ฉันรู้จักอีก มอรีนต้องการจะบอกเธอแบบนี้น่ะ

     นี่เธอสองคนเป็นฝาแฝดกันหรือเปล่าเนี่ย อย่างกับส่งผ่านความคิดให้กันได้? ลินดามองอมัวร่าและเฌอร์ลินสลับกันไปมาด้วยสีหน้าแปลกประหลาดใจเล็กน้อย ที่ทั้งสองแค่มองตาก็รู้ใจกัน(?)ราวกับฝาแฝดก็ไม่ปาน แต่สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงการยักคิ้วของทั้งสองเท่านั้น

     อะ-- ฮะๆ ฉันดูเป็นแบบนั้นเหรอเนี่ย? แม้จะพยายามหัวเราะหรือยิ้มกลบเกลื่อนมากเพียงใด แต่มันก็ไม่สามารถหลุดพ้นไปจากสายตาของเพื่อนสาวได้เลย

     เรื่องสึนะใช่ไหม เพียงประโยคเดียวที่ออกมาจากปากเฌอร์ลินมันส่งผลให้ไลลาลิณหยุดชะงักไปชั่วขณะ และด้วยอาการนี้มันก็ทำให้สามสาวมั่นใจในคำตอบมากยิ่งขึ้น

     ฉันก็สังเกตมาหลายวันแล้ว เดี๋ยวนี้วิญญาณผู้ชายคนนั้นไม่ได้วนเวียนอยู่ที่นี่เลย.. โฮตารุกล่าวพลางเดินมาหาไลลาลิณช้าๆ มือบางวางลงบนศีรษะไลลาลิณพร้อมลูบมันอย่างแผ่วเบา

     คุณเองก็สังเกตเห็นใช่ไหม? ว่าเขาไม่ปรากฏตัวให้เห็นหลายวันแล้ว?

     ..ตั้งแต่สัปดาห์ก่อนที่หมอนั่นหายไป โฮตารุหย่อนกายลงนั่งตรงข้ามกับอีกฝ่ายเมื่อได้ฟังคำตอบเช่นนั้น พลางมองมายังสามสาวด้วยสายตาที่บอกบางอย่าง ทั้งสามพยักหน้าเข้าใจและเดินออกไปจากจุดนั้นเพื่อให้เจ้าของนัยน์ตาสีฟางเป็นผู้เจรจาด้วยตนเอง

     แล้วยังไงล่ะคะ? แม้เขาจะหายไปคุณจะมาเสียใจทำไมล่ะ ดวงตาของไลลาลิณเบิกกว้างเล็กน้อยเมื่อได้ฟังเช่นนั้น พร้อมจ้องเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย ปากกำลังจะขยับเถียงแต่เพราะมีบางสิ่งที่ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด ทำให้เธอต้องกลืนคำทั้งหมดลงไป

 

     นั่นสิ...เราจะเสียใจทำไม เดิมทีแล้วหมอนั่นก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเราด้วยนี่นา...

 

     แล้วความรู้สึกของคุณตอนนี้เป็นยังไง? พยายามคิดว่าเขาจะไปอยู่ที่ไหน? เป็นห่วงเขา หรืออะไรยังไงคะ? ริมฝีปากของไลลาลิณถูกเม้มเข้าหากันเมื่อได้ฟังคำถามเช่นนั้น มือบางพลันกุมเข้ากันแน่นอย่างลืมตัว แต่แล้วกลับมีอีกมือหนึ่งที่มากอบกุมมันไว้ราวกับกำลังทำให้เธอสงบจิตใจ

     โอเค..ยอมรับก็ได้ว่าฉันเป็นห่วงหมอนั่น เป็นห่วงว่าจะไปอยู่ที่ไหน จะไปเจอผู้ชายสองคนนั้นหรือเปล่าก็ไม่รู้ หรือว่าจะหาความปรารถนาสุดท้ายเจอแล้วฉันก็ไม่รู้..!” ถ้อยคำที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกเอื้อนเอ่ยออกมาจากริมฝีปากไลลาลิณ โฮตารุเผยยิ้มบางเบาบนใบหน้า ก่อนจับมือของไลลาลิณขึ้นมากุมไว้

     ฟังนะ ความรู้สึกที่คุณมีให้กับเขาน่ะ มากเกินกว่าที่จะมีคำว่ามนุษย์และวิญญาณมาขวางกั้นแล้วล่ะค่ะ

     ...หมายความว่ายังไง?

     คุณอาจไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อนนอกจากเขา ลองคิดดูเอาเองนะคะ ฉันคงช่วยได้เท่านี้ กล่าวด้วยประโยคที่ชวนให้คิดตามจบ โฮตารุจึงลุกยืนขึ้นและเดินไปผลัดเปลี่ยนเวรในการดูแลเคาน์เตอร์กับเอเรมิที่กำลังประจำการอยู่ในเวลาปัจจุบัน ไลลาลิณมองตามแผ่นหลังนั้นไป และถึงแม้จะคิดเพียงใดมันก็ไม่ทำให้เธอเข้าใจในคำพูดของโฮตารุเลยแม้แต่น้อย

 

     มันหมายความว่ายังไงกันแน่... เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว แม้พระอาทิตย์จะลับตาไปแล้วแต่มันก็ไม่ทำให้ไลลาลิณหยุดคิดถึงคำพูดของโฮตารุได้เลยแม้แต่น้อย เรียวแขนยกขึ้นพาดหน้าผากอย่างใช้ความคิด ก่อนที่นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนจะเหลือบไปเห็นภาพถ่ายใบหนึ่งที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี มือบางเอื้อมไปหยิบมันมาดู พบว่าเป็นภาพของเธอในวัยเด็กและใครอีกคนหนึ่งที่ถูกฉีกไป ทว่าส่วนสำคัญไม่ได้อยู่ตรงนั้น เธอมั่นใจว่าเก็บมันใส่กล่องไปแล้ว แต่มันกลับมาอยู่บนโต๊ะได้อย่างไร?

     เลิกคิดราตรี คือนี้ต้องนอนแล้ว เธอตัดสินใจเก็บภาพนั้นใส่กระเป๋าสตางค์ที่มีภาพสึนะอันเก็บมาจากชายสองคนนั้นไว้ด้วยและล้มตัวลงนอนแม้จะยังคิดถึงสิ่งต่างๆ มากมายก็ตามที

     ……….

     ราตรีโว้ยยยยย!!!” และแล้วก็คงเป็นอีกวันที่ห้องนอนของไลลาลิณไม่สงบสุข(?) เพราะเสียงอันก้องดังของอมัวร่าที่เดินขึ้นมาปลุกเธอตั้งแต่เช้า เจ้าของห้องที่โดนรบกวนการนอนยันกายขึ้นมานั่งพลางขยี้ตาเบาๆ แต่เปลือกตายังไม่ทันจะเปิดดี ร่างของเธอก็ลอยขึ้นจากพื้นเสียแล้ว

     เฮ้ย!! มอรีนปล่อยฉันลงงงง!!”

     พูดแบบนี้มาจะสิบรอบ แล้วเคยมีสักรอบที่ฉันเชื่อเธอไหม? ก็ไม่! เพราะฉะนั้นไปอาบน้ำแต่งตัวซะ วันนี้เธอต้องไปซื้อของกับพวกฉัน!!” กล่าวออกมาในคราเดียวก่อนที่จะวางร่างของผู้มีเรือนผมสีน้ำตาอ่อนประกายทองลงในห้องน้ำพร้อมทั้งปิดประตูให้อย่างเรียบร้อยโดยไม่ลืมโยนผ้าเช็ดตัวให้ด้วย ไลลาลิณอ้าปากค้างมองความใจร้อนของเพื่อนสาวก่อนที่จะหันไปมองฝักบัวอ่างอาบน้ำที่ราวกับกำลังกวักมือเรียกให้เธอได้ใช้มัน

     ขี้เกียจอาบอ่ะ.. = =;”

     ตอนนี้เสื้อผ้าของเธออยู่ในกำมือพวกฉันแล้ว! ถ้าไม่อาบก็อืดคาห้องน้ำไปนั่นแหละ!” เสียงใสที่ฟังดูแล้วไม่เหมาะกับคำกล่าวราวกับดุนั้นลอดออกมาจากปากของลินดา พลางถือชุดตัวโปรดของไลลาลิณไว้ในมือเพื่อเป็นการขู่

     เฮ้ยๆๆ! อย่าทำอะไรชุดฉันนะ!!”

     ถ้ายังอยากใส่ชุดนี้อยู่ อาบซะ... น้ำเสียงโมโนโทนที่ขัดกับสถานการณ์ที่กำลังดุเดือดพาลทำให้อมัวร่าและลินดาหันมองไปยังเฌอร์ลินอย่างไม่ได้นัดหมาย

     เอ่อ..เชริ ขออารมณ์หน่อย อารมณ์น่ะ = =;” อมัวร่าเอ่ยพลางยกมือขึ้นปาดเหงื่อเล็กน้อย

     ....ถ้าอยากใส่ชุดนี้ให้รีบอาบน้ำซะ!!” เสียงปรบมืออย่างพึงพอใจของอมัวร่าและลินดาดังก้องภายในห้องจนเฌอร์ลินเองก็เริ่มคิด ว่าเธอแปลกไปเพราะเพื่อนสาวพวกนี้อย่างแน่นอน

     เฮ่อ..เอาวะ อาบก็อาบ เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้นไลลาลิณจึงเริ่มอาบน้ำทันที โดยที่ยังมีเพื่อนสาวคุมอยู่ไม่ห่าง

     ..........

     ยังร่าเริงกันไม่เปลี่ยนเลยนะ รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นบนใบหน้าของภูษณิศาในขณะที่มือบางอย่ายังตวัดปลายพู่กันสรรค์สร้างภาพวาดของธรรมชาติบริเวณริมหน้าต่าง

     เป็นแบบนี้ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ? โฮตารุกล่าวพลางคิดรายรับ-รายจ่ายของหอพักในเดือนนี้ไว้เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมาเร่งรีบยามจะสิ้นเดือน

     จะเป็นแบบนี้ไปตลอดหรือเปล่าคืออีกเรื่องนะ... น้ำเสียงอันแผ่วเบายากแก่การได้ยินเอื้อนเอ่ยออกมาจากริมฝีปากของเอเรมิที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ของวันใหม่ เพราะเธอยังไม่แน่ใจว่าน้ำตาที่เห็นในภาพนิมิตนั้นมันคืออะไรกันแน่ ฮารุและภูษณิศาหันมองมายังเธอเพื่อต้องการคำตอบว่าเมื่อครู่เธอพูดถึงอะไร? ไม่ทันที่จะได้เอ่ย เสียงพูดคุยรวมถึงฝีเท้าต่างๆ ก็ลงมายังชั้นล่างโดยหญิงสาวทั้งสี่เอง

     เดี๋ยวพวกเราจะออกไปซื้อของสักหน่อย มีอะไรจะฝากไหม? อมัวร่าเอ่ยถามขึ้นพร้อมเตรียมใส่รองเท้าผ้าใบที่สามารถเคลื่อนไหวได้คล่องตัว คำตอบที่ได้กลับมามีเพียงการส่ายศีรษะเชิงปฏิเสธของสามสาวเท่านั้น เมื่อเห็นดังนั้นหญิงสาวทั้งสี่จึงโบกมือลาสามสาวก่อนเดินออกจากหอไป โดยที่มีสายตาที่แอบซ่อนไปด้วยความกังวลของเอเรมิจ้องมองตามแผ่นหลังไปจนลับตา

 

     ภายในเมืองมีผู้คนมากหน้าหลายตาต่างเดินขวักไขว่จับจ่ายซื้อของกันตามประสาอย่างปกติ เสียงพูดคุยราวกระซิบกระซาบดังเข้ามาในหูเป็นระยะ แต่เพราะเสียงรอบข้างตีกันไปหมดทำให้ไม่สามารถจับใจความได้

     คนเยอะกว่าที่คิดอีกแฮะ~

     ใครให้มาซื้อของวันอาทิตย์ล่ะ มือเรียวของเฌอร์ลินเอื้อมไปจับคอเสื้อของลินดาเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีท่าทีจะนั่งพัก ทำให้เธอจำต้องลุกเดินตามไปราวกับศพเดินได้ก็ไม่ปาน

     แค่เสียงคนพวกนี้ก็หนวกหูจะแย่อยู่แล้ว ทำไมวิญญาณต้องพากันกรี๊ดด้วยเนี่ย มีคอนเสิร์ตสำหรับวิญญาณหรือไงอมัวร่าบ่นออกมาด้วยความอารมณ์เสีย ก่อนหยิบหูฟังคู่ใจขึ้นมาสวมใส่พร้อมเปิดเพลงในระดับเสียงที่ดังพอสมคว เพื่อกลบเสียงอันไม่พึงประสงค์นั้นออกไป

     อาจกรี๊ดเพราะวิญญาณหล่อก็ได้ ใครจะไปรู้ ไลลาลิณไหวไหล่เล็กน้อยราวกับไม่ใส่ใจคำพูดของตนเท่าไรนัก แต่ด้วยความมองไม่ดูทางของเธอนั้นเอง...

 

     ตุบ !!

 

     อะ-- ขอโทษค่ะ.... ไลลาลิณเดินไปชนกับใครคนหนึ่งเข้า ทำให้เธอรีบกล่าวคำขอโทษออกไปในทันที ทว่าเมื่อเงยหน้ามองบุคคลที่ตนชนเมื่อครู่มันก็ทำให้ดวงตาคู่งามเบิกกว้างขึ้น เพราะบุคคลตรงหน้าคือ...

     ไม่เป็นไรครับ ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลฟูฟ่องเล็กน้อยเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลพลางส่งยิ้มบางให้กับไลลาลิณ ดวงตาสีน้ำตาลเช่นเดียวกับเกศานั้นถูกปิดบังด้วยเปลือกตาที่ปิดลงเป็นรูปสระอิพร้อมรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้า

     สึ...นะ... น้ำเสียงอันสั่นเครือและแผ่วเบาลอดออกมาจากริมฝีปากของไลลาลิณ แต่ด้วยระยะห่างที่ไม่มากทำให้เขาได้ยินอย่างชัดเจน

     คุณรู้จักชื่อผม...ด้วยเหรอครับ?

     สึนะ! ฉันราตรีเองไง! ทำไม..นายถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ? จับตัวได้ด้วย มือบางรีบคว้ามือหนามากุมไว้ ฝ่ามือของเขาอุ่นแสดงให้ห็นถึงการมีชีวิตอยู่ แต่ทำไมเขาถึงมาอยู่ในร่างแบบนี้ได้? เขาตายไปแล้วไม่ใช่หรือ?

     ด-เดี๋ยวนะครับ ผมว่า..คุณคงจำคนผิดแล้วล่ะ ผมไม่รู้จักคนชื่อราตรีนะครับ เพียงประโยคเดียวที่เอ่ยออกมามันทำให้ร่างกายของไลลาลิณชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาสั่นคลอนสะท้องภาพของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน ทว่ามันแอบแฝงไปด้วยความไม่เข้าใจ เขา...ลืมเธอ?

     สึนะ..เล่นแบบนี้ไม่ตลกนะ นายยังไปรื้อห้องของฉันทุกวันอยู่เลย แม้จะเอ่ยออกไปเช่นนั้นพร้อมรอยยิ้ม ทว่ามันกลับเป็นการโกหกตัวเองเสียมากกว่า

     เอ่อ..คือ..ผมชื่อสึนะก็จริง แต่ไม่น่าใช่คนที่คุณรู้จักหรอกครับ อีกอย่างเราน่าจะเพิ่งเจอกันครั้งแรก? ผมไม่น่าไปรื้อค้นอะไรห้องของคุณได้หรอกนะครับ รอยยิ้มแห้งปรากฏบนใบหน้าชายหนุ่ม พลางดึงมือของตนกลับช้าๆ เมื่อเห็นว่าชายในชุดสูทสองคนกำลังเดินมาทางตน ดูท่าแล้วคงต้องตามกลับไปทำงานเป็นแน่ มือของทั้งสองแยกออกจากกันในที่สุด โดยที่นัยน์ตาของหญิงสาวยังสั่นคลอนไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ

     หนีงานมาแบบนี้ไม่ดีนะครับคุณสึนะ ชายในชุดสูทคนหนึ่งเอ่ยขึ้น

     รู้แล้วน่า กำลังจะกลับไปนี่ไง ผมขอตัวก่อนนะครับ สึนะหันมากล่าวลากับหญิงสาวเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะเริ่มเดินออกไปพร้อมชายในชุดสูททั้งสอง ทว่า..

     เดี๋ยว...ฉันเก็บภาพของคุณได้น่ะ มันตกอยู่ที่ทะเล มือบางยื่นภาพถ่ายของเขาที่เก็บได้ที่ทะเลไปให้บอดีการ์ดคนหนึ่ง ก่อนที่จะหมุนตัวเดินกลับไปยังเพื่อนสาวและทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

     ทะเล...เราเคยพบกันด้วยเหรอ.. สึนะรับภาพใบนั้นมาจากบอดีการ์ดซึ่งเป็นภาพของเขาไม่ผิดแน่ ทว่ามีเวลาคิดทบทวนได้ไม่นาน ก็ถูกเร่งให้กลับไปทำงานต่อสียแล้ว

     ราตรี... ลินดาเดินเข้าไปหาเพื่อนสาวก่อนที่จะรับร่างของอีกฝ่ายที่ทิ้งตัวลงกอดเธอไว้ มือบางลูบผมด้านหลังของไลลาลิณอย่างปลอบประโลม แม้เธอจะเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าเพียงเล็กน้อยก็ตาม

     ทำไมล่ะ...ลิน เชริ มอรีน...ทำไม.. ไลลาลิณซุกหน้าลงกับไหล่ของลินดา โดยที่มีอมัวร่าและเฌอร์ลินคอยปลอบอยู่ไม่ห่าง

 

ทำไมสึนะถึงได้มีกายหยาบขึ้นมา...

 

แล้วทำไม...เขาถึงลืมฉันล่ะ..?

To be continue

Happy End? [ 4 ]
Loading...

ㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡ
.คลานมาแปะตอนใหม่
เนื่องจาก เนื้อหาในตอนจบของน้องราตรีที่น่ารักยาวกว่าที่คาดไว้เล็กน้อย
จึงขอทำการเพิ่มเป็นอีกตอนนึงคร่ะ--
ฝืนสังขารตัวเองมาเขียนมากๆๆๆๆ 
แต่ทำได้เพื่อนักอ่านทุกคนค่ะ ///v///
บทสรุปของน้องราตรีจะเป็นยังไงน้า~
ทำไมทูน่าเราถึงมีกายหยาบได้ล่ะ?!
โปรดติดตามและอย่าลืมเม้นเป็นกำลังใจกันด้วยนะคะ~

ลงชื่อ : วันศุกร์ที่ 8 มิถุนายน 2561
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

218 ความคิดเห็น

  1. #208 samsungafk67 (@samsungafk67) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 21:05

    เค้ารอนร้าาาา

    #208
    0
  2. #207 셰린 | (@cherryy_exotic) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 10:35
    ทูน่่าของเรามีกายหยาบบบบบบบ!!!?
    เอาล่ะสิงานนี้ สึนะไปมีกายหยาบตั้งแต่ตอนไหน หรือจะเกี่ยวกับตอนที่ไปโรงพยาบาลรึเปล่า แต่มีกายหยาบแบบนี้ก็คือลืมความทรงจำก่อนหน้านี้ไปหมดเลยเหรอ.... จะมีโอกาสกลับมาจำได้รึเปล่านะ? เพราะตอนนี้กลัวใจว่าน้ำตาในนิมิตของเอเรมิจะเป็นน้ำตาของราตรีมากๆ แงงงงงงง ; _____ ;

    สาวๆที่เหลือยังคงความน่ารักเหมือนเดิมเลยค่ะ //-// ชอบตอนที่ราตรีคุยกับโฮตารุมากๆ สัมผัสความอบอุ่นของโฮตารุออกมาผ่านตัวอักษรเลยค่ะ /////// คำพูดของโฮตารุคงจะมีผลให้ราตรีรู้ใจตัวเองเร็วขึ้นนะ ฟฟฟฟฟ

    ปล. สารภาพว่าตอนเห็นว่าอัพนี่ตกใจมากเลยค่ะ แต่พอตัดจบว่ามีอีกตอนก็กลายเป็นว่าลุ้นมากกว่าเดิมอีก #ฮาาาาาาา จะรอบทสรุปของน้องราตรีนะคะ!!
    #207
    0