[ Project Fic Reborn | KHR ] ลำนำแห่งแสงหิ่งห้อย : The Sixth Sense

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,533 Views

  • 218 Comments

  • 212 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    17

    Overall
    5,533

ตอนที่ 26 : The Sixth Sense :: Chapter 13 | Happy End? [ 2 ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 115
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    8 มิ.ย. 61

Happy End?

     รุ่งเช้าวันถัดมา ภายในบ้านพัก เวลา 06 นาฬิกา 21 นาที

     ราตรี~ เช้านี้เราต้องทำอาหารให้ทุกคนนะ เสียงใสเจื้อยแจ้วอันเหมาะเป็นนาฬิกาปลุกอย่างดียิ่งของลินดาดังก้องภายในบ้านพักริมทะเลที่เงียบสงบ บานประตูห้องของไลลาลิณถูกเปิดออกด้วยฝีมือเจ้าของเสียง แต่สิ่งที่ประจักษ์ตรงหน้า คือภาพของไลลาลิณที่ยังคงนอนมุดอยู่ในผ้าห่มโดยไม่มีวี่แววลืมตาตื่นเลยแม้แต่น้อย

     ฉันว่าตัวเองตื่นยากแล้วนะ...ราตรียิ่งกว่าอีก เฌอร์ลินที่เดินตามมาเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นภาพตรงหน้า โดยที่ตัวของเธอนั้นยังถูกปกคลุมไปด้วยผ้าห่มสีขาวสะอาดตาไม่เปลี่ยน

     ฉันว่าอาการแบบนี้เรียกขี้เกียจมากกว่า แล้วก็นะเชริ ฉันบอกแล้วนี่ว่าให้เอาผ้าห่มออกจากตัวก่อนออกไปไหนมาไหน อมัวร่ากอดอกมองบุคคลที่ยังคงนอนอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร ก่อนละสายตามายังเฌอร์ลินที่พับเก็บผ้าห่มบนตัวอย่างไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ

     ไฟไหม้ทั่วบ้านทั่วเมืองเธอก็คงไม่ตื่นหรอกเนี่ย~เจ้าของเรือนผมสีเงินเดินเข้าไปพูดใส่หูเพื่อนสาว แต่ทว่ากลับไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับใดๆ ทั้งสิ้น จึงทำให้เธอหันไปพยักหน้าให้กับสองสาวที่ยืนรออยู่บริเวณประตูเพื่อส่งสัญญาณบางอย่าง

 

     ร่างของไลลาลิณถูกยกขึ้นพาดบ่าด้วยแรงของอมัวร่าอีกครา ด้วยการนั้นมันจึงทำให้เธอสะดุ้งตื่นขึ้นอย่างเสียไม่ได้

     อ้ากกก!! จ-จะทำอะไร?! ปล่อยฉันลงงงงงง!!” แม้จะพยายามดิ้นมากเท่าไร แต่สุดท้ายก็ไร้ผล

     ก็เธอไม่ยอมตื่นเองนี่นา เฌอร์ลินกล่าวพลางเดินตามอมัวร่าออกจากห้องไป เพื่อเตรียมตัวสำหรับการทำอาหารเช้าที่เป็นเวรของเธอทั้งสี่คน

     เอานี่ไปเป็นตัวแทนได้ไหมอ่า~ สิ้นเสียงไลลาลิณจึงกระดิกเท้าเบาๆ เพื่อเป็นสัญญาณว่าเธอจะส่งรองเท้าไปทำอาหารแทน

     เธออยากกินซุปรองเท้าของตัวเองไหมล่ะ? ลินดาเอ่ยถามพร้อมดีดหน้าผากเพื่อนสาวเบาๆ เธอรู้ดีว่าช่วงเช้าที่ทะเลอากาศสบายน่านอนมากขนาดไหน แต่ก็ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้

     ไลลาลิณไม่เอ่ยตอบ ทำเพียงมุ่ยหน้าและยอมจำนนให้อมัวร่าพาเธอไปไหนก็ได้ตามแต่ใจ ร่างของเธอถูกวางลงบนโซฟา แต่นั่งได้ไม่ถึงสิบห้าวินาทีก็ต้องโดนลากให้ไปทำอาหารเช้าต่อเสียแล้ว

 

     ด้านนอก เวลา 07 นาฬิกา 35 นาที

     เสียงเกลียวคลื่นซัดสาดกระทบหินก้อนใหญ่จนเกิดเป็นละออง นัยน์ตาสีไพลิณจ้องมองภาพตรงหน้าโดยไม่กระพริบตา ก่อนก้าวถอยหลังมาก้าวหนึ่งเมื่อคลื่นที่พัดขึ้นฝั่งมานั้นเริ่มเข้าใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ

     มีพลังแบบนี้ ลำบากมากเลยสินะคะ เสียงนุ่มนวลเอื้อนเอ่ยออกมาจากริมฝีปากโฮตารุที่เดินมาเคียงข้างเอเรมิ พลางระบายยิ้มบางให้ แม้อีกฝ่ายจะไม่ได้หันมามองก็ตาม

     อยู่แบบนี้จนชินแล้วล่ะ ทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมรับมัน

     แต่น่าแปลกดีนะ ผู้คนบนโลกมีเป็นหมื่นล้านคน กลับมีเพียงแค่พวกเราที่ต่างออกไป ภูษณิศากล่าวอย่างเลื่อนลอย ในขณะที่กำลังย่อตัวลงเพื่อวาดภาพของเปลือกหอยอันสวยงามที่สะท้อนอยู่ภายในดวงตา

     ..เพราะไม่มีใครฝืนโชคชะตาได้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นเดียวกันว่าพลังนี้จะไม่มีประโยชน์ น้ำสีใสพัดมาโดนเท้าของเอเรมิโดยที่เธอไม่ทันระวังตัว ขาเรียวรีบก้าวถอยหลังทันทีเมื่อเห็นภาพที่ปรากฏขึ้นในนิมิต แม้จะเพียงวินาทีเดียวก็ตาม

 

     น้ำตา...?

 

     เอเรมิ เป็นอะไรไหม? ภูษณิศาละสายตาจากเปลือกหอยนั้นและลุกขึ้นมาจับบ่าของอีกฝ่ายเบาๆ เพื่อหวังให้จิตใจเธอสงบลง

     ไม่เป็นไร...มันมาเพียงวินาทีเดียว ฉันไม่เห็นอะไรที่เลวร้ายมากนัก..

     ดีแล้วล่ะค่ะ อะ...พวกเฌอร์ลินน่าจะทำอาหารกันเสร็จแล้ว เรากลับไปทานกันเถอะ เสียงของโฮตารุช่วยเรียกสติของเอเรมิที่ยังคงคิดถึงภาพนิมิตให้กลับมา ก่อนที่ทั้งสามจะเดินกลับไปยังบ้านพักที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล

 

     เวลาผ่านล่วงเลยไป ผู้ดูแลหอสาวต่างทานอาหารด้วยกันโดยไม่มีอะไรมาขัด นับว่าเป็นวันที่แสนสงบสุขก็คงไม่ผิดนัก แต่กลับมีอยู่คนหนึ่งที่ใจไม่สงบเอาเสียเลยยามที่ได้จ้องมองไปยังรูปภาพใบนั้นที่ตนเก็บมาด้วย

     ราตรี สึนะได้ทานอะไรบ้างหรือยัง? อมัวร่ากล่าวถามในขณะที่มือยังคงล้างจานที่ทานเสร็จแล้วไปด้วย

     อา...ฉันจุดธูปไปให้แล้วล่ะ ตอนนี้หมอนั่นน่าจะไปข้างนอก เปลี่ยนบรรยากาศมั้ง? ด้วยความที่ไม่ชอบการล้างจานเสียเท่าไร เธอจึงขอสละยืนมองอมัวร่าและลินดาล้างจานแทน(?) นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องมองไปยังนอกหน้าต่างบานใสที่สามารถเห็นวิวทิวทัศน์ของน้ำทะเลและต้นมะพร้าวตามชายหาดได้เป็นอย่างดี

     มีสิ่งหนึ่งที่น่าแปลกนะ...ปกติทุกที่ย่อมมีวิญญาณ แต่ที่นี่...ทำไมฉันสัมผัสไม่ได้ถึงกลิ่นพวกนั้นเลย เฌอร์ลินที่นั่งกอดหมอนอยู่บริเวณโซฟาเอ่ยขึ้น พาลทำให้ไลลาลิณ อมัวร่า และโฮตารุชะงักไปชั่วขณะ สมองเริ่มประมวณผลคิดตามกับคำพูดของเจ้าของผมสีน้ำตาลไหม้ แต่ท้ายที่สุดก็ยังคงหาคำตอบไม่ได้จึงเลือกที่จะปล่อยผ่านมันไป

    

     คุณซีซีทำอะไรกับที่นี่ไว้..?

 

     มีเพียงความคิดหนึ่งที่แล่นเข้ามาในหัวของเอเรมิที่นั่งอยู่บริเวณหน้าบ้าน แม้จะได้ยินเสียงพูดคุยอย่างแผ่วเบา แต่เธอก็สามารถจับใจความได้อย่างไม่ยากนัก

     ดูเหมือนว่า การเที่ยวในครั้งนี้จะสิ้นสุดลงเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้นะ ดวงตาสีเดียวกับท้องฟ้ายามรัตติกาลของภูษณิศา ทอดมองไปยังกลุ่มเมฆาสีหม่นที่ลอยมาตามสายลม เป็นสัญญาณว่ากำลังจะมีพายุมาเยือนในไม่ช้า

     ถ้าอย่างนั้น เรารีบเก็บของกลับหอกันเถอะค่ะ ฝนตกแล้วจะเดินทางลำบากเอา ผู้ดูแลสาวพยักหน้าเห็นด้วยกับข้อเสนอของโฮตารุ เมื่อเก็บกวาดเสร็จแล้วจึงรีบเดินกลับไปยังห้องนอนเพื่อเก็บเสื้อผ้าทันที

     เมื่อไหร่สึนะจะกลับมาเนี่ย คนพวกนั้นก็ไม่รู้จะไปจากที่นี่หรือยัง แววตาของไลลาลิณแสดงความกังวลออกมาพลางทอดมองไปยังนอกหน้าต่างในขณะที่มือบางค่อยๆ ปิดกระเป๋าที่เก็บเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ไม่นานหลังจากนั้น ร่างอันเลือนรางของวิญญาณหนุ่มก็ลอยทะลุผ่านหน้าต่างเข้ามา ส่งผลให้เธอถอนหายในออกมาอย่างโล่งอก

     ทำไมเก็บของเร็วจังล่ะ? ไลลาลิณอ่านคำถามที่สื่อผ่านตัวอักษร ก่อนที่จะเริ่มอธิบายให้สึนะฟังถึงเหตุผลที่ต้องรีบกลับหอเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายหรือความลำบากในการเดินทาง ซึ่งอีกฝ่ายก็มีอาการเข้าใจเป็นอย่างดี ไลลาลิณเม้มริมฝีปากชั่วครู่หนึ่ง คิดทบทวนกับตนเองว่าควรจะถามว่าวันนี้เขาเจอชายในชุดสูทสองคนนั้นอีกหรือไม่? แต่สุดท้ายก็ทำได้เพียงเก็บเงียบต่อไปและเดินทางกลับไปยังหอพักพร้อมผู้ดูลคนอื่นในที่สุด

 

     อย่างกับเรื่องโกหก ทางทะเลจะมีพายุเข้า แต่ที่หอพักแดดแรงแบบนี้เนี่ยนะ ลินดากล่าวพลางเงยมองแดดที่ต่างจากทะเลราวฟ้ากับเหว ร่างกายที่พร้อมจะละลายเป็นน้ำทุกเมื่อค่อยๆ เดินเข้าหอพักที่เงียบสลบไม่เปลี่ยนไปโดยไม่ลืมถือสัมภาระของตนไปด้วย

     ถ้านอนแล้วมันคงหายร้อนเองแหละน่า.. เฌอร์ลินกล่าวเสริมในขณะที่เดินตามเจ้าของเรือนผมสีเงินไป เมื่อถึงโซฟาเธอจึงไม่รอช้าที่จะโยนกระเป๋าทิ้งแบบไม่แคร์อะไรและกระโดดขึ้นไปนอนทันทีโดยไม่ลืมกดเปิดพัดลมเบอร์แรงสุดด้วย

     เชริขี้โกงอ่า~! แบ่งด้วยสิ!”

     โอะ จู่ๆ ก็ขี้เกียจขึ้นมา ลาล่ะเด้อ~อมัวร่าถอนหายใจกับภาพที่เฌอร์ลิน ไลลาลินและลินดาต่างกระโดดขึ้นไปนอนบนโซฟาเพื่อหวังจะคลายความร้อน สามคนนี้หากหาจุดที่เข้ากันได้ดีที่สุด เห็นทีคงจะเป็นเรื่องนอนนี่แหละ  

     เด็กก็ต้องการการพักผ่อนแบบนี้แหละค่ะ มือบางของโฮตารุวางลงบนไหล่ของอมัวร่า แม้จะเอ่ยเช่นนั้นแต่หากนับตามอายุของพวกเธอทั้งสามแล้ว เรียกว่าข้ามวัยรุ่นมาแล้วก็คงไม่ผิดนัก

     เธอจะบอกว่าควรชิน? ไม่มีสิ่งใดตอบกลับมา มีเพียงเสียงหัวเราะแผ่วเบาในลำคอเท่านั้น

     จริงสิ อมัวร่า เราวานเก็บพวกหนังสือพิมพ์ทีสิ มะรืนนี้น่าจะมีรถมารับซื้อน่ะ

     อา โอเค กล่าวตอบรับคำของภูษณิศาก่อนที่จะเดินไปหลังหอพักและเปิดตู้เก็บหนังสือพิมพ์ที่รวบรวมมากว่าสิบปีออก และเริ่มจัดระเบียบเพื่อให้ง่ายต่อการขายทันที

     โห...มีเยอะเหมือนกันนะเนี่ย

     แน่ล่ะ ก็ข่าวตั้งแต่ปีนี้ไปจนถึงสิบปีก่อนเลยนี่นา แม้ไม่เห็นตัว แต่อมัวร่าก็สามารถรับรู้ได้จากเสียงวิญญาณที่กล่าวออกมาเมื่อครู่ว่าคือสึนะ มือของหญิงสาวยกกองหนังสือพิมพ์มากมายออกมาจากตู้จนหมดเพื่อให้ง่ายต่อการเก็บ ฝ่ายวิญญาณหนุ่มกวาดสายตามองไปยังหนังสือพิมพ์ที่อยู่ตรงหน้าทีละฉบับ ส่วนมากเป็นข่าวบันเทิงและกีฬา น้อยนักที่จะมีข่าวร้ายออกมาให้เห็น แต่แล้วร่างอันเลือนรางนั้นก็จำต้องหยุดชะงักเมื่อนัยน์ตาสีน้ำตาลกวาดมองไปพบข่าวเรื่องหนึ่ง

     คุณอมัวร่า หยิบหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นออกมาให้หน่อยสิครับ

     หืม? ฉบับไหน?

     ด้านขวามือของคุณ มีหัวข้อพาดข่าวเกี่ยวกับอุบัติเหตุน่ะครับเมื่อได้ฟังเช่นนั้นเธอจึงหันมองไปยังด้านขวาและหยิบหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งขึ้นมา คือข่าวการประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ของบุตรชายประธานบริษัทผลิตเครื่องมือแพทย์เมื่อเจ็ดปีก่อน

     สลด บุตรชายเพียงคนเดียวของประธานบริษัทผลิตเครื่องมือแพทย์ ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทราบชื่อคือ ซาวาดะ สึนะโยชิ อาการยังคงน่าเป็นห่วง ขณะนี้พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลXXX โห...เป็นข่าวดังมาเกือบสามปีแหนะ อีกอย่าง ชื่อเหมือนนายด้วย แต่คงไม่ใช่คนเดียวกันหรอกมั้ง?

     ‘!!!’ สึนะมองข่าวนั้นด้วยความตกใจและสับสน บุคคลที่อยู่ในข่าวชื่อเหมือนเขาไม่มีผิด แม้ดวงตาจะถูกเซนเซอร์เอาไว้ แต่ก็สามารถรู้ได้ไม่ยาก ว่าโครงหน้านั้นคือเขาไม่ผิดแน่

     สึนะ? เป็นอะไรหรือเปล่า ดูเงียบไปนะ?

     ม-ไม่มีอะไรครับ ถ้าอย่างนั้น ผมขอตัวก่อนนะ กล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่จะลอยตัวขึ้นไปบนดาดฟ้าพร้อมคิดทบทวนกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่โดยไม่สนว่าเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานเท่าไร

 

      กาลเวลาผ่านล่วงเลยไปจนกระทั่งท้องฟ้าเริ่มปกคลุมด้วยเมฆาสีเทา พร้อมจันทราและดวงดาราที่ขึ้นมาประดับแทนสุริยัน

     สึนะไปบนดาดฟ้าอีกแล้วเหรอเนี่ย? ไลลาลินกล่าวพลางมองออกไปนอกหน้าต่างที่มีแสงสีทองดวงเล็กบินไปมารอบบริเวณ เธอลุกขึ้นจากเตียงและเดินไปยังหน้าต่างพร้อมมองเหล่าหิ่งห้อยด้วยดวงตาที่เป็นประกายขึ้นมาเล็กน้อย นานเท่าไรแล้วนะที่ไม่ได้รู้สึกสงบเช่นนี้  หิ่งห้อยตัวหนึ่งบินมาเกาะบริเวณริมหน้าต่าง เนื่องจากเธอปิดไฟในห้องแล้วทำให้สิ่งมีชีวิตที่กลัวแสงนี้ไม่กังวลอะไร

     โบยบินอย่างอิสระ มอบแสงสว่างให้กับโลกยามราตรี พวกเธอเนี่ยดีกันจังนะ ชื่นชมในความงามของแสงดวงเล็กสีทองได้ไม่นานนัก สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นนาฬิกาที่บอกเวลาว่าเธอควรเสียที อำลากับสิ่งมีชีวตัวน้อยก่อนเดินมาล้มตัวนอนบนเตียงและเข้าสู่ห้วงนิทราในที่สุด

     ..........

     คนในข่าว...เป็นเราไม่ผิดแน่ แม้เวลาจะล่วงเลยผ่านไปนานเท่าไร วิญญาณหนุ่มก็ยังคงไม่หยุดคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ดวงตาอันสั่นคลอนจับจ้องไปยังจันทราที่มีเมฆาสีเทาเข้าบดบังไม่ให้สาดแสงลงมา ก่อนที่มือจะกำแน่นเมื่อตัดสินใจในสิ่งที่จะทำขึ้นมาได้

 

ต้องไปที่นั่น...

โรงพยาบาลที่มีร่างของเรา..!


To be continue

Happy End? [ 3 ]
Loading...

ㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡ
ลำนำแห่งแสงหิ่งห้อยบทที่ 13 ถูกเผยแพร่แก่สายตานักอ่านทุกคนแล้วค่าาา
ยอมรับเลยว่าวันนี้ทั้งวันจมอยู่กับการนอน-- แค่กๆ และการปั่นบทที่ 13 ค่ะ
กำลังอยู่ในช่วงคึก(?) ทำให้มีกะจิตกะใจลุกขึ้นมาแต่งต่อ--
อาจสั้นกว่าตอนอื่นไปบ้าง แต่ขอให้ทุกคนชอบนะคะ อย่าลืมเม้นเป็นกำลังใจให้กันด้วยน้า~
ตอนหน้าจะเป็นบทสรุปของเรื่องราวแล้วค่ะ ตื่นเต้นๆ!
ภาพนิมิตของเอเรมิที่เห็นเพียงน้ำตานั้นจะสื่อถึงอะไร? โปรดติดตามค่ะ!

ลงชื่อ : วันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน 2561
B
E
R
L
I
N
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 18:21

    งือออออออ อย่าจบเศร้าเลออออออ

    รอออออออออออ

    #206
    0
  2. #205 TARY4996 (@TARY4996) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 22:05
    รองับ~~~~
    #205
    0
  3. #204 셰린 | (@cherryy_exotic) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 22:03
    เสียดายที่มาเที่ยวกันได้แค่แป๊บเดียวเท่านั้นเองค่ะ แถมดูเหมือนว่ากลับจากเที่ยวแล้วจะมีเรื่องน่าหนักใจตามมาด้วยค่ะ กี๊ดดดดดด ; w ;

    สาวๆสี่คนที่ทำอาหารนี่คือมีความน่ารักที่ยกโขยงสามคนมาปลุกน้องราตรี หลับลึกสุดใจจริงๆค่ะ 5555555 ในส่วนของเฌอลินทร์ลูกสาวตัวน้อย(?)​นั้นยังคงความง่วงเหงาหาวนอนไว้ได้ดีจริงๆค่ะ ฟฟฟฟฟ ควาทเอาผเาห่มห่อตัวนั้นคือแมวขี้เกียจที่แท้ทรู----- แค่กก /โดนตี

    นิมิตของเอเรมินี่หรือว่าจะเป็นน้ำตาของราตรีคะเนี่ย ฮืออออออ ; ____ ; สึนะเองก็พอจะปะติดปะต่ออะไรๆได้แล้วด้วย ตอนต่อไปคือบทสรุปแล้วสินะคะ รอลุ้นเลยค่ะว่าเรื่องของราตรีจะจบแบบไหน
    #204
    0