ตอนที่ 25 : The Sixth Sense :: Chapter 12 | Happy End? [ 1 ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 137
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    29 พ.ค. 61

Happy End?

     เวลา 20 นาฬิกา 25 นาที ณ สนามบินแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น

     ทำไมเหมือนไม่ได้พักแปลกๆ... หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนประกายทองนาม ไลลาลิณ เดินห่อไหล่ลงมาจากเครื่องบินด้วยอาการเหนื่อยล้า มือบางสองข้างถือกระเป๋าสัมภาระของตนที่ดูแล้วตอนนี้ร่างกายของเธอไม่น่าถือมันได้เลย

     เธอก็ไม่น่าจะได้พักจริงๆ นั่นแหละ วิญญาณหนุ่มนาม สึนะ หันกระดาษที่ตัวอักษรอยู่ด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อนไม่แพ้กัน พลางลอยตามไลลาลิณไม่ห่างราวกับเงาตามตัวก็ไม่ผิดนัก

     อยากกลับไปพักแล้วอ่า~

     ราตรี~!” ไม่ทันที่ไลลาลิณจะกล่าวสิ้นเสียงดี เสียงใสอันคุ้นหูก็ลอยเข้ามา นัยน์ตาสีเดียวกับเส้นเกศากวาดมองไปรอบบริเวณที่มีผู้คนอยู่มากมายเพื่อหาต้นกำเนิดเสียง ไม่นานหลังจากนั้นร่างกายของเธอก็ถูกบางสิ่งบางอย่างเข้ามากระโดดกอดทำให้เสียการทรงตัวแต่ก็ไม่ได้ล้มลงแต่อย่างใด

     ลิน? เมื่อเห็นภาพตรงหน้าชัดเจนขึ้นทำให้สิ่งที่สะท้อนในดวงตาคือเพื่อนสาวที่กอดเธอแน่นราวกับไม่ได้พบกันมาเป็นเดือนอย่างไรอย่างนั้น

     เธอไม่อยู่ตั้งสามวัน คิดถึ๊ง~ คิดถึง

     ได้ข่าวว่าพวกเธอบังคับฉันให้ไปเองไม่ใช่เหรอ? สิ้นประโยคของไลลาลิณ มันส่งผลให้ลินดาชะงักไป เสียงหัวเราะแห้งๆ ลอดออกมาจากริมฝีปากของผู้เป็นเจ้าของเรือนผมสีเงินพร้อมถอยร่างกายของตัวเองไปรวมกลุ่มกับผู้ดูแลหอที่เหลือ

     เป็นยังไงล่ะ? บอกแล้วว่าราตรียังไม่ลืมวีรกรรมของเราหรอก เฌอร์ลินกล่าวพลางกอดอกมองหญิสาวที่ถอยกลับมากอดเอวของอมัวร่าแทน และการกระทำนั้นสิ่งผลให้กำปั้นของอมัวร่าเคาะลงที่ศีรษะของเธอเบาๆ

     ยินดีต้อนรับกลับนะคะ โฮตารุเอ่ยพร้อมรอยยิ้มบางที่ประดับบนใบหน้า นัยน์ตาสีฟางอ่อนมองสำรวจคนตรงหน้าเล็กน้อยก่อนที่จะก้าวเท้าเข้าไปใกล้มากขึ้น และเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

     เด็กคนนั้นไปแล้วเหรอ? ดวงตาคู่งามของไลลาลินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อคำถามดังกล่าวสิ้นสุดลง รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นพร้อมดวงตาที่ดูอ่อนลง

     ไอย์ไม่ได้จากไปหรอก แค่กลับไปอยู่กับครอบครัวเอง

     ดีจังเลยนะคะ โฮตารุคลี่ยิ้มกลับอย่างโล่งใจก่อนที่จะเอื้อมมือไปกุมมือไลลาลิณไว้และพาเดินมาหาผู้คุมหอทุกคนที่อยู่ไม่ไกลนัก

     คิดไว้อยู่แล้วเชียว ว่าไอย์จะไม่ได้กลับมาด้วย อมัวร่าเอ่ยขึ้นอย่างรู้ทัน หากวิญญาณเด็กสาวกลับมาคงส่งเสียงแสบแก้วหูเป็นแน่ แต่เวลานี้กลับไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยนอกจากผู้คนที่เดินขวักไขว่มาและเสียงประกาศที่สนามบินเท่านั้น

     แบบนี้เธอจะเหงาขึ้นไหมเนี่ย? ตัวป่วนไปแล้วนี่นา ไลลาลิณกล่าวพร้อมคิ้วที่เลิกสูงขึ้นข้างหนึ่ง ใบหน้านั้นราวกับกำลังกวนอารมณ์อยู่ก็ไม่ปาน

     ตัวป่วนยังเหลืออีกมาก ราตรีเอ๋ย แม้จะกล่าวออกมาด้วยความมั่นใจ แต่ก็สามารถสัมผัสได้ถึงความเหนื่อยใจของอมัวร่าเช่นเดียวกัน

     เราควรกลับหอกันดีไหม? นี่ก็ค่อนข้างดึกด้วย อีกอย่าง...คุณยังไม่ได้ทานอะไรมาใช่ไหม? เอเรมิเอ่ยด้วยน้ำเสียงปกติ และประโยคนั้นมันได้ทำให้ท้องเจ้ากรรมของไลลาลิณร้องประท้วงขึ้นมาทันที

     แหะๆ เรารีบกลับกันเถอะเนอะ!” ไลลาลิณลูบท้องตัวเองที่ร้องประท้วงขึ้นมาอย่างแผ่วเบา ก่อนที่จะรีบถือสัมภาระต่างๆ และเดินนำไปยังรถแท็กซี่ที่จอดรออยู่ทันที

     อาการดีกว่าที่คิดอีกนะ ภาพที่สะท้อนในดวงตาของภูษณิศา คือภาพของไลลาลิณที่ยังคงมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะประดับอยู่บนใบหน้า ส่งผลให้เธอนั้นโล่งใจเพราะกังวลว่าอีกฝ่ายจะมีอาการเช่นเดียวกับก่อนหน้านี้หรือไม่

     อาจเป็นเพราะ เด็กคนนั้นไม่ได้จากไปต่อหน้าต่อตาสินะ เอเรมิกล่าวเสริมพร้อมมองผู้ดูแลทั้งสี่ที่ออกเดินนำไปก่อน นัยน์ตาสีไพลินละมามองโฮตารุที่เหม่อมองไปอย่างไม่มีจุดหมาย ก่อนที่จะดึงแขนเสื้ออีกฝ่ายเบาๆ เพื่อเรียกสติ

     โฮตารุ เธอดูเหม่อๆ นะ? ภูษณิศาเอ่ยถามขึ้นอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นว่าอาการของโฮตารุนั้นแปลกไปจากทุกครั้ง

     ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่...กำลังคิดว่าจะเป็นยังไง ถ้าหากวิญญาณมีความรักกับมนุษย์น่ะ แต่มันคงไม่มีทางเป็นไปได้หรอกนะ? เรารีบไปกันดีกว่า โฮตารุกล่าวด้วยน้ำเสียงรื่นเริงพลางสอดแขนเข้าไปคล้องแขนของทั้งสองและพาไปยังรถแท็กซี่อีกคันหนึ่งเพื่อกลับไปยังหอพักแห่งแสงหิ่งห้อย

 

     ..........

 

     เวลา 05 นาฬิกา 05 นาที ณ หอพักแห่งแสงหิ่งห้อย

     ตื่นๆๆ! ราตรี ถึงเธอจะนอนกินบ้านกินเมืองไปยังไงก็ไม่ได้ช่วยให้เธอมองไม่เห็นวิญญาณหรอกนะ~!” เสียงเจื้อยแจ้วราวนกขุนทองของลินดาดังก้องไปทั่วบริเวณ พร้อมมือบางที่เคาะประตูอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ไลลาลิณที่กำลังฝันหวานจำต้องสะดุ้งตัวตื่นขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเสียงนั้น มือเอื้อมไปหยิบสมาร์ทโฟนเพื่อดูเวลา ก่อนที่จะปิดปากหาวเล็กน้อยและเดินไปเปิดประตูให้เพื่อนสาว

     อะไรของเธอลิน...เพิ่งตีห้าเองนะ หาว~

      “ตั้งตีห้าแล้วต่างหาก เธอยังไม่ได้เอาเสื้อผ้าออกจากกระเป๋าใช่ไหม? แม้จะสงสัยว่าลินดาถามเช่นนั้นทำไม แต่ไลลาลิณก็ติดสินใจพยักหน้ากลับไปเพื่อแทนคำตอบ

     พอดีเลย! รีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วลงมาพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้า ให้ทันก่อนตีห้าครึ่งนะจ๊ะเพื่อนรัก!” กล่าวทิ้งท้ายไว้เช่นนั้นก่อนหมุนตัวกลับและกึ่งเดินกึ่งกระโดดลงไปด้ายล่างโดยไม่หันมามองอีกเลย

     หะ...ด-เดี๋ยวสิ-- ฝ่ายไลลาลิณยังคงสงสัยในคำพูดของเพื่อนสาวอย่างไม่มีทีท่าว่าจะลบเลือนไปง่ายๆ แต่เธอก็เลือกที่จะทำตามคำของอีกฝ่ายและเดินเข้าห้องน้ำไปเพื่อทำกิจวัตรประจำวันส่วนตัว

     ไม่นานหลังจากนั้น หญิงสาวได้เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยดวงตาที่ยังเปิดไม่เต็มที่นัก แต่แล้วสิ่งที่เห็นตรงหน้ามันก็ทำให้เธอตื่นเต็มตาขึ้นมาทันที

     สึนะ! นี่นายทำแบบนี้อีกแล้วเหรอ?!” เมื่อได้ยินเสียงนั้นมันส่งผลให้วิญญาณชายหนุ่มที่กำลังรื้อของออกมาราวกับกำลังค้นหาบางอย่างจำต้องหยุดชะงักลง พร้อมมองไปยังไลลาลิณด้วยเม็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นบนใบและรอยยิ้มแห้งๆ

     ย-อย่าเอาฉันไปถ่วงน้ำเลยนะ!วิญญาณหนุ่มหันข้อความไปทางหญิงสาวอย่างรู้สึกผิดพร้อมโค้งตัวขอโทษขอโพยอย่างเอาเป็นเอาตาย เมื่อได้เห็นดังนั้น ไลลาลิณจึงเลือกที่จะปล่อยผ่านมันไป และเริ่มลงมือจัดของเข้าที่ โดยที่ยังมีความสงสัยว่า

 

     เขาทำแบบนี้ทำไมกันนะ? เหมือนหาบางสิ่งบางอย่างอยู่อย่างไรอย่างนั้น?

 

     ยี่สิบนาทีที่ใช้กับการเก็บของผ่านไป ไลลาลิณเดินลงมายังชั้นหนึ่งพร้อมกระเป๋าสัมภาระใบหนึ่ง นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนมองภาพตรงหน้าด้วยอาการประหลาดใจเล็กน้อย

 

     รถตู้ กระเป๋าของทุกคน และผู้คุมหอที่มาอยู่รวมกันเวลาตีห้ายี่สิบห้า?

 

     หน้าแบบนั้นยังสงสัยอยู่สินะ... เฌอร์ลินกล่าวด้วยน้ำเสียงติดโมโนโทนพร้อมปิดปากหาวเล็กน้อย ดวงตาจะปิดแหล่ไม่ปิดแหล่ทำให้รู้ว่าเธอนั้นง่วงมากเพียงใด

     แล้วสรุปมันเรื่องอะไรกันแน่เนี่ย?

     การไปพักผ่อนที่แท้จริงยังไงล่ะ อมัวร่ากล่าวเสริมในขณะที่ยกสัมภาระของผู้ดูแลหอคนอื่นขึ้นไว้บนหลังรถตู้อย่างไม่รีบร้อนนัก

     ดูก็รู้ว่าเธอไม่ได้พักตอนไปอังกฤษเลย คุณซีซีก็เลยให้พวกเราได้พักผ่อนกันให้เต็มที่น่ะ เสียงของภูษณิศาดังลอดเข้ามาในหูโดยที่ร่างของเธอยังคงเก็บอุปกรณ์วาดรูปคู่ใจเข้าที่ให้เรียบร้อย

 

     พักผ่อนเต็มที่....ที่ไหน?

 

     ทะเลน่ะ... ราวกับเอเรมิสามารถคาดเดาความคิดของไลลาลิณได้จึงเอ่ยตอบกลับไปเช่นนั้น เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนประกายทองเลิกคิ้วสูงเล็กน้อยอย่างแปลกประหลาดใจ นี่เธอจะได้ไปพักจริงหรือ?

     ต้องมีวิญญาณตามติดไปแน่... คิดเช่นนั้นพลางกวาดตามองไปบริเวณโดยรอบ พบว่าดวงวิญญาณในบริเวณนั้น ไม่ได้มีท่าทีว่าจะขอตามไปด้วยเลยแม้แต่น้อย จะมีก็เพียงวิญญาณที่เปรียบดั่งเงาตามตัวที่ลอยตามมาเท่านั้น ดูก็รู้ว่าต้องขอไปด้วยอย่างแน่นอน

     ไปพักผ่อนกับทุกคน ดูน่าสนุกดีนะ? ข้อความบนกระดาษสะท้อนภายในดวงเนตรคู่งามที่ส่องประกายขึ้นมาเล็กน้อย ไม่ว่าอย่างไรการพักผ่อนกับมิตรสหายคงเป็นสิ่งที่ดีกว่าการไปพักผ่อนคนเดียว

     แน่นอน! ฉันมั่นใจว่ามันต้องสนุก ไลลาลิณวาดยิ้มกว้างบนใบหน้าก่อนเดินไปช่วยอมัวร่าเก็บของขึ้นรถเพื่อที่จะได้ออกเดินทาง เธอเองก็ทนที่จะได้สัมผัสกับน้ำทะเลไม่ไหวเสียแล้วด้วยสิ

     เดี๋ยวนะ...แล้วคุณเอเรมิจะไม่เป็นอะไรเหรอ? เจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนหยุดมือของตนลง พลางหันไปทางหญิงสาวที่ตอบคำถามเมื่อคราก่อน เอเรมิปิดเปลือกตาลงอย่างแผ่วเบา และริมฝีปากบางก็ได้เอ่ยตอบกลับไป

     ไม่เป็นไรค่ะ ไปที่นั่น...ฉันก็คงไม่ได้ลงเล่นน้ำอยู่แล้ว

     พวกเราก็คบกันมานานแล้วนะ ลดความห่างเหินเสียหน่อยคงไม่ยากเกินกว่าที่เพื่อนจะทำให้กันได้? โฮตารุกล่าวด้วยน้ำเสียงเช่นยามปกติพร้อมรอยยิ้มอันบางเบาที่ยากแก่การสังเกตเห็น เปลือกตายกเปิดขึ้นพร้อมมองผู้ที่เดินมายืนข้างกายด้วยดวงตาคู่งามสีน้ำเงินไพลินดุจท้องน้ำใต้ทะเลลึก

     ฉันอยากจะขอเวลาอีกสักหน่อย ไม่นานเกินรอคงสามารถคุยกับพวกคุณได้โดยไม่ต้องเว้นระยะห่าง..

     แหม~ คุณเอเรมินี่เข้าหายากกว่าที่คิดอีกนะ น้ำเสียงอันสดใสเอื้อนเอ่ยออกมาจากริมฝีปากของลินดาที่ยกกระเป๋ารวมของที่จำเป็นของผู้ดูแลหอทั้งหมดมาใส่รถตู้พร้อมปิดท้ายเพื่อเป็นสัญญาณว่าการเตรียมตัวได้เรียบร้อยและพร้อมออกเดินทางแล้ว

     แต่ว่า รับสายรัดข้อมือประจำกลุ่มไปแล้ว แสดงว่าพอมีความสนิทอยู่บ้างใช่ไหมล่ะ? อมัวร่ากล่าวพลางยกแขนขึ้นกอดอกและมองไปยังสายรัดข้อมือที่อีกคนใส่ไว้ไม่ห่างกาย มือบางด้านหนึ่งของเอเรมิเลื่อนมาปิดบังข้อมือด้านนั้นไว้พร้อมดวงตาที่ไม่มีทีท่าจะหลุบลงเลยแม้แต่น้อย

     เราไปกันเลยดีกว่า~!!” แฝดนรกตัวป่วนทว่าช่วยเพิ่มสีสันอย่างไลลาลิณและลินดากล่าวขึ้นพร้อมกอดคอกันบ่งบอกถึงพลังงานที่มีอย่างเหลือเฟือ ก่อนที่จะรีบเดินขึ้นรถไปหาที่นั่งของตนทันที เฌอร์ลินผ่อนลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ หญิงสาวสองคนนั้นดูมีอายุมากกว่าตนแต่กลับทำตัวเด็กเสียยิ่งกว่าอีก

     รู้นะว่าเธอคิดอะไร มือบางของอมัวร่าตบบ่าของเฌอร์ลินเบาๆ พร้อมก้าวขาขึ้นรถไปและตามมาด้วยผู้คุมหอทุกคน เมื่อประตูถูกปิดลง ล้อรถจึงเริ่มหมุนออกเดินทางทันที

    

     กาลเวลาผันผ่านไปนับห้าชั่วโมง รถที่แล่นมาตามท้องถนนได้หยุดลงอย่างสมบูรณ์ เมื่อมองออกไปทางนอกหน้าต่างจะได้พบกับเหล่าต้นไม้น้อยใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาออกไปบริเวณกว้างเพื่อให้ความร่มรื่น มือบางของเอเรมิเอื้อมไปเปิดประตูรถและพบกับสายลมอ่อนที่พัดผ่านไปอย่างแผ่วเบา

     ว้าว~! คุณซีซีนี่หาที่ได้ยอดไปเลย!” ลินดากล่าวอย่างตื่นเต้นพร้อมรีบตามลงมาจากรถกับเพื่อนสาวโดยที่ไม่ลืมปิดประตูให้เรียบร้อย สิ่งที่อยู่เบื้อหน้าคือน้ำทะเลสีฟ้าครามที่ถูกแบ่งจากนภาด้วยปลายเส้นขอบฟ้าที่พาดผ่าน เสียงเกลียวคลื่นกระทบฝังลอยมาตามสายลมชวนให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน

     รีบไปเล่นกันเลยดีกว่า!” ในขณะที่ไลลาลิณกำลังจะดึงเพื่อนสาวของตนไปเล่นน้ำ แต่กลับมีมือของอมัวร่าที่จับคอเสื้อของทั้งสองไว้อย่างรู้ทัน

     ก่อนเล่น ไปเก็บของกันก่อน เข้าใจไหม?

     โห่~

     เข้าใจไหม? อมัวร่าย้ำอีกครั้ง

     ข-เข้าใจค่า..~ ทันทีที่ถูกปล่อยให้เป็นอิสระ หญิงสาวทั้งสองรีบนำสัมภาระต่างๆ ออกจากรถด้วยความกระตื้อรือร้น โดนมีเฌอร์ลินและอมัวร่าคอยช่วยด้วยอีกแรง

     นานแล้วนะ ที่ไม่ได้พักผ่อนกันแบบนี้ ภูษณิศาเอ่ยพลางปิดเปลือกตาลงรับลมเย็นและเสียงเกลียวคลื่นที่ได้ยินไม่บ่อยนัก โฮตารุพยักหน้าเห็นด้วยอย่างไม่ลังเล ก่อนหน้านี้มีสิ่งต่างๆ ให้ทำมากมาย จึงทำให้ผู้ดูแลหออย่างพวกเธอไม่มีเวลาผ่อนคลายกันเลย นี่คงเป็นโอกาสดีที่ผู้ดูแลหอคนเก่าได้มอบให้ก็เป็นได้

     เรารีบไปเก็บของกันเถอะ.. สิ้นเสียงของเอเรมิ หญิงสาวทั้งสองต่างพยักหน้าเห็นด้วยและเดินไปช่วยพวกไลลาลิณขนของไปยังบ้านพักริมทะเลที่ได้จองไว้ทันที

     ..........

     ว้าว~! ที่พักสวยจัง!” เสียงอันตื่นเต้นที่ปิดไม่มิดของเจ้าเก่าเวลาเดิมอย่างสองสาวเพื่อนซี้ดังก้องไปทั่งบริเวณ พร้อมเดินสำรวจบ้านพักทันทีที่วางสัมภาระต่างๆ ได้ ภายในบ้านถูกประดับตกแต่งด้วยความเรียบง่าย ทว่าให้ความรู้สึกสวยหรูอย่างน่าประหลาด มีเก้าอี้ที่สามารถเอนหลังนอนพิงได้สามตัวอยู่บริเวณหน้าบ้านที่สามารถชมวิวของทะเลได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังมีลมพัดผ่านตลอดเวลา ประตูบานใสมีผ้าม่านสีฟ้าครามปิดบังไว้ให้ความรู้สึกเย็นสบาย เนื่องจากเป็นบ้านพักหลังใหญ่ที่ถูกสร้างเมื่อไม่นานมากนี้ ทำให้โซนห้องนอนถูกแยกเป็นสองฝั่ง อีกทั้งยังมีครบจำนวนของผู้ดูแลหออย่างพอดิบพอดี จึงทำให้สามารถตัดปัญหาเรื่องห้องนอนไปได้

     รีบไปเก็บของแล้วไปเล่นน้ำกันดีกว่า~ ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยกับคำของไลลาลิณและเดินเข้าไปในห้องของตนเพื่อจัดเก็บของ และเตรียมตัวไปสัมผัสกับน้ำทะเลกันเสียที

     สึนะ นายจะนอนกับฉันเหมือนเดิมใช่ไหม? เมื่อได้ฟังสิ่งที่หญิงสาวถาม วิญญาณหนุ่มที่เหม่อมองไปนอกหน้าต่างจำต้องเรียกสติของตนกลับมาและพยักหน้าให้เบาๆ พร้อมรอยยิ้มดังเช่นเคย

     เวลาผ่านไปนับสามสิบนาที ร่างของไลลาลิณและลินดาได้ดึงเฌอร์ลินกับอมัวร่าวิ่งไปสัมผัสกับน้ำทะเลอย่างไม่รีรอ ด้วยความที่ต้านแรงไม่ไหว สองสาวที่โดนดึงมาจึงปล่อยให้เลยตามเลยไปเสียเลย แต่เมื่อแตะน้ำได้เพียงปลายนิ้ว สี่สาวจำต้องหันมองรอบตัวของตน พบว่าผู้อื่นใส่บิกินี่หรือชุดว่ายน้ำกันโดยทั้งสิ้น เห็นทีจะมีเพียงกลุ่มเธอที่จะใส่ชุดธรรมดาลงเล่นน้ำ

     ด-ดูนั่นสิ นั่นเด็กกว่าเราอีกนะ...ยังใส่ชุดแบบนั้นเลย ลินดากล่าวด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักเล็กน้อยพลางชี้ไปยังหญิงสาววัยประมาณสิบเจ็ดปีคนหนึ่งที่ใส่บิกินี่สีชมพูหวานเดินผ่านไป

     โชว์เรือนร่างมากเกินไปโดยใช่เหตุ พวกเราแต่งแบบนี้แหละดีที่สุดแล้ว น้ำเสียงอันมั่นใจของเฌอร์ลินทำให้สามสาวที่เหลือใจชื้นขึ้นมา พลางมีความคิดที่ตรงกันว่า...

 

     แค่เสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นก็ลงเล่นน้ำได้แล้ว ซื้อทำไมบิกินี่ แพง!

 

     สายประหยัดและพอเพียงทุกคนย่อมต้องคิดเช่นนี้(?) เมื่อตัดปัญหาเรื่องชุดไปได้ พวกเธอจึงเริ่มเปิดสงครามทะเลกันในทันที

     การพักผ่อนที่แท้จริงมันต้องแบบนี้สินะ เจ้าของนัยน์ตาสีฟางลดแว่นกันแดดลง ในขณะที่นั่งบริเวณเก้าอี้หน้าบ้านพักกับสองสาวและมองยังบริเวณโดยรอบที่ผู้คนต่างเล่นน้ำกันอย่างมีความสุข

     การพักผ่อนของเด็กเนี่ย...ต่างจากผู้ใหญ่เลยนะ ภูษณิศากล่าวเสริม เนื่องจากเด็กส่วนมากคิดว่าการมาเที่ยวเล่นน้ำทะเลคือการพักผ่อน แต่สำหรับผู้ใหญ่แล้ว การมาพักตามบ้านริมทะเลต่างหาก คือการพักผ่อนที่แท้จริง

     ความนัยมันคือ ยังมองพวกนั้นเป็นเด็กสินะ.. เอเรมิเอ่ยพลางมองไปยังสี่สาวที่เล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน แม้อายุจะใกล้เคียงกันแต่เธอยังสัมผัสได้ถึงความซุกซนที่แอบแฝงอยู่ในตัวของแต่ละคน การมาเที่ยวเช่นนี้ เธอทั้งสามคงไม่ต่างจากผู้ปกครองที่ต้องมาเฝ้าระวังเด็กเสียเท่าไหร่กระมัง ไม่มีเสียงใดตอบกลับมา มีเพียงการหัวเราะอย่างแผ่วเบาจากโฮตารุและภูษณิศาเชิงเห็นด้วย นึกย้อนไปแล้วก็นับว่าคิดถูกเสียจริงที่ตัดสินใจมาทำงานที่นี่

     จะว่าไปแล้ว ไม่ค่อยเห็นเธอใช้พลังเลยนะ โฮตารุ? สิ้นเสียงเจ้าของเรือนผมสีดำสนิท โฮตารุหันมองผู้เอ่ยถามเล็กน้อย ก่อนปิดเปลือกตาลงอย่างแผ่วเบา

     เพราะนานๆ ครั้งจะมีวิญญาณมายืมร่างน่ะค่ะ บางตนที่มาขอยืมแต่ไม่ยอมปรากฎออกมาให้เห็น หรือส่งเสียงให้ได้ยิน ก็ไม่สามารถสื่อสารกันได้ ทำให้ฉันไม่ยกร่างให้กับเขาน่ะ เมื่อได้ฟังคำตอบ ภูษณิศาจึงพยักหน้าเข้าใจเบาๆ ตามที่ได้ยินมาหญิงสาวนัยน์ตาสีฟางคนนี้มีทั้งความสามารถของไลลาลิณและอมัวร่ารวมเข้าด้วยกัน การใช้ชีวิตคงลำบากกว่าเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว

     นี่! เราไปเล่นอันนั้นกันเถอะ!” ปลายนิ้วเรียวยาวของไลลาลิณชี้ไปยังเครื่องเล่นที่ชื่อว่า Banana Boat ซึ่งปฏิกิริยาตอบรับจากเพื่อนสาวทั้งสามแทบจะออกมาพร้อมกันเลยทีเดียว

     เธอจ่ายนะ!” นิ้วทั้งสามถูกชี้มาทางเธอราวกับนัดกันมาอย่างไรอย่างนั้น ไลลาลิณคิดทบทวนกับตนเองสักพักก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นใจ

     ได้! ฉันจะเลี้ยงเอง

     อนุมัติ!” เสียงประสานทั้งสามดังก้องไปทั่วบริเวณราวกับกลัวว่าจะไม่มีใครได้ยิน ก่อนรีบดึงผู้ที่เอ่ยปากว่าจะจ่ายเงินไปยัง Banana Boat ในทันที

     กาลเวลาผ่านล่วงเลยไปนานเท่าไรไม่มีใครทราบ ท้องฟ้าที่สดใสเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีอัมพันอ่อน บ่งบอกถึงเวลาที่พวกเธอควรขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า และเตรียมวัตถุดิบในการประกอบอาหารเย็นเสียที

     น่าเสียดายจัง หมดเวลาสนุกแล้วสิ~

     พูดเหมือนในการ์ตูนเด็กไปได้ เฌอร์ลินกล่าวพลางลากลินดาขึ้นมาจากน้ำราวกับปลาที่ขาดน้ำไม่ได้อย่างไรอย่างนั้น อมัวร่าที่เห็นว่าร่างบางของเฌอร์ลินไม่น่าลากพะยูน(?)ขึ้นมาจากน้ำได้ จึงอาสาไปช่วยเองและในที่สุดก็นำลินดาขึ้นฝั่งมาได้สำเร็จ

     พรุ่งนี้มีเวลาเล่นถึงเที่ยง ไม่ต้องกังวลไปหรอกน่า อมัวร่าเอ่ยพลางนำลินดาที่ดูท่าจะหมดพลังงานขึ้นหลังและเริ่มก้าวเดินกลับไปยังบ้านพักในทันที

     ราตรี ไม่รีบไปเดี๋ยวไม่สบายเอานะ? เฌอร์ลินกล่าวถามออกไป เมื่อเห็นว่าไลลาลิณยังคงยืนอยู่ที่เดิม เธอรีบหันกลับไปมองเพื่อนสาวและเอ่ยตอบว่า

     เดี๋ยวฉันตามไป~!” เมื่อได้ฟังคำตอบเช่นนั้นเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลไหม้จึงพยักหน้าเข้าใจและเริ่มออกเดินตามอมัวร่าไปอย่างเชื่องช้า

     สึนะ จมหายไปกับทะเลแล้วหรือไง? มือบางยกขึ้นท้าวเอวพร้อมมองลงไปยังทะเลที่ไร้ซึ่งวี่แววของวิญญาณหนุ่มที่อยู่เล่นน้ำด้วยกันเมื่อครู่ แม้สายน้ำจะทะลุผ่านร่างโปร่งแสงนั้นไป แต่ดูเหมือนเขาจะสนุกอยู่ไม่น้อยเลยเดียว

     ‘……..’ ไม่มีเสียงใดตอบกลับมา มีเพียงเกลียวคลื่นที่พัดกระทบฝั่งอย่างแผ่วเบาเท่านั้น

     สึ-นะ ถ้าไม่มีฉันจะทิ้งไว้ที่นี่แล้--

     แบร่!!!’

     เฮ้ย!!!” ไม่ทันที่ไลลาลิณจะพูดจบ วิญญาณหนุ่มก็พุ่งเข้ามาในระยะประชิด ด้วยความตกใจทำให้เธอส่งเสียงร้องออกมาพร้อมปล่อยหมัดออกไปสุดแรง ทว่ามือนั้นกลับทะลุร่างไปและเสียงการทรงตัว ทำให้เธอล้มลงไปอยู่กับน้ำทะเลอีกครา

     ฮะๆๆ เธอเนี่ย พอเวลาตกใจแล้วร่างกายไปเร็วจริงๆ แม้จะมีเพียงข้อความในกระดาษ แต่เธอก็สัมผัสได้ว่าวิญญาณหนุ่มนั้นกำลังหัวเราะอยู่ ไลลาลิณส่ายศีรษะเบาๆ ไล่หยดน้ำที่เกาะบนเรือนผมและลุกขึ้นมาอย่างง่ายดาย

     เล่นแบบนี้อีกฉันปล่อยนายให้กลายเป็นผีทะเลแน่!”

     ไม่เอาน่าราตรี~ สึนะรีบลอยตามหญิงสาวที่เดินจ้ำอ้าวกลับบ้านพักไปด้วยสีหน้าที่ยังคงมีความสุขไม่เลือนหาย คงเพราะไม่ได้แกล้งมานานทำให้มันสนุกเสียยิ่งกว่าครั้งที่ผ่านมา

     โอ้ย!” เสียงร้องของไลลาลิณดังขึ้น สิ่งที่สะท้อนในดวงตาสีน้ำตาลของวิญญาณหนุ่มคือร่างของหญิงสาวที่ล้มลงไปกับพื้นทราย เบื้องหน้าคือชายร่างสูงสองคนในชุดสูทสีดำที่ดูลึกลับและน่ากลัวอย่างน่าประหลาด กำลังจ้องมองไลลาลิณด้วยความไม่รู้ว่าสายตาเป็นเช่นไร เพราะมีแว่นสีดำสนิทปิดบังมันอยู่

     เป็นอะไรไหม? หนึ่งในชายชุดดำยื่นมือมาให้หญิงสาวอย่างรู้สึกผิด ยังดีที่ไม่ใช่พวกใจจืดใจดำอะไร มิเช่นนั้นเธออาจจะโดนหาเรื่องก็เป็นได้

     ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณ ไลลาลิณเอื้อมมือไปจับมือนั้นและดึงตัวลุกขึ้นพร้อมปัดเสื้อผ้าเล็กน้อย

     เรารีบไปกันเถอะ ที่นี่ไม่น่าจะมีหมอผีหรืออะไรทำนองนั้นหรอก ชายชุดดำอีกคนกล่าวและพากันเดินออกไป ไลลาลิณมองตามทั้งสองจนลับสายตา ก่อนที่เธอจะสังเกตุเห็นบางสิ่งบางอย่างตกอยู่บนพื้นและต้องเป็นของสองคนนั้นอย่างแน่นอน ด้วยความสงสัยจึงเลือกที่จะหยิบมันขึ้นมาดู พบกับภาพถ่ายใบหนึ่ง แต่ทันทีที่เธอหันเพื่อจะดูว่าคนในภาพถ่ายคือใคร ดวงตาก็เบิกกว้างขึ้นพร้อมมือที่สั่นอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดสั่นง่ายๆ

 

     สึนะ...

 

     ภาพที่สะท้อนในดวงตาคือชายหนุ่มมีรอยยิ้มราวดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงให้กับโลกใบสีฟ้าคราม มาพร้อมกับเรือนผมสีน้ำตาลที่ฟูฟ่องเล็กน้อย อีกทั้งนัยน์ตาสีเช่นเดียวกับเกศาและโครงหน้ามันทำให้เธอนั้นรู้ดีว่าคนในภาพคือวิญญาณหนุ่มที่มักอยู่กับตนเสมอ

     ราตรี? เมื่อเห็นตัวอักษรบนกระดาษนั้น ไลลาลิณจึงตัดสินใจนำภาพถ่ายซ่อนไว้ด้านหลัง พร้อมบอกไปว่าไม่มีอะไร ก่อนที่จะรีบเร่งฝีเท้ากลับไปยังบ้านพักด้วยความรู้สึกขุ่นมัวใจที่ไม่จางหายไป

 

     คนพวกนั้น...เกี่ยวข้องกับสึนะเหรอ? ถ้า...พวกเขาได้พบกัน สึนะต้องหายไปเหรอ..?

 

แบบนั้นไม่เอานะ..

To be continue

Happy End? [ 2 ]
Loading...

ㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡ
/คลานมาแปะตอนใหม่ด้วยความขี้เกียจ(?)
ต้องกราบขออภัยทุกคนจริงๆ ที่หายไปตั้งแต่สงกรานต์
ผ่านช่วงนั้นมาแล้วมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำมากเลยล่ะค่ะ ;w;
ตอนนี้ก็ดันมาเปิดเทอมแล้วด้วย การบ้านจ๋า~ อย่ามาหาเราเลย--
หลังจากนี้จะพยายามมาอัพให้ได้สัปดาห์ 1 ตอนนะคะ!

มาพักผ่อนที่ทะเลได้ไม่ทันไรก็มีเรื่องชวนปวดตับอีกแล้ว
ไม่เข้าใจทำไมต้องเองต้องโยงเข้าเรื่องนี้--
ตอนจบของน้องราตรีที่น่ารักน่าเอ็นดูของเราจะเป็นเช่นไร
โปรดติดตามอย่างใกล้ชิดและให้กำลังใจน้องไปพร้อมๆ กันค่ะ!

ลงชื่อ : วันอังคารที่ 29 พฤษภาคม 2561
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

218 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 20:40

    ฟิคนี้เที่ยวทีไรมีเรื่องทุกที...

    รอบที่แล้วก็ไอยย์ รอบนี้ก็สึนะ

    กลิ่นมาม่าลอยมาแต่ไกลเลออออออ

    ฮืออออออออออ


    #203
    0
  2. #202 셰린 | (@cherryy_exotic) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 21:04
    ไรท์คัมแบ็คแล้วค่ะ ฮาาาาาาา
    กลับมาพร้อมกับความสดใสของสาวๆจนเราอ่านไปยิ้มไปเลยค่ะ 5555555 มาเที่ยวทะเลแบบนี้สามสาวที่เหลืออย่างณิศา เอเรมิ แล้วก็โฮตารุนี่เหมือนกลายเป็นพี่เลี้ยงเด็กเลยค่ะ----- แค่กก

    แต่ตอนท้ายสุดนี่เริ่มสัมผัสได้ถึงความตับ (....)​ อุตส่าห์ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันจนสนิทกันแล้วแท้ๆ จะรอลุ้นตอนจบของน้องราตรีนะคะ หวังว่าทุกอย่างจะจบลงด้วยดีค่ะ ไม่อยากให้น้องต้องเสียน้ำตาเลย ฮือออออ ; _____ ;

    ปล. ชอบในอุดมการณ์​ประหยัดและพอเพียงของสี่สาวมากค่ะ หนักแน่นและมั่นคงจริมๆ----- /โดนตี
    #202
    1
    • #202-1 Alison | Second Night (@Y-Girl_31) (จากตอนที่ 25)
      29 พฤษภาคม 2561 / 22:30
      หูวว มีความอ่านเร็ว เม้นเร็วมากค่ะพี่เชอร์ รักส์ //-//
      สามสาวมีหน้าที่ในการดูแลเด็กวัยกำลังโตทั้งสี่อยู่แล้วค่ะ-- แค่กก

      ในส่วนตอนจบของน้องราตรีต้องมาลุ้นกันค่ะ ว่าน้องจะเสียน้ำตาไหม แอบปอยว่ามีแนวโน้มเกินครึ่--
      ขอบคุณที่ติดตามและเม้นเป็นกำลังใจให้ในทุกๆ ตอนนะคะ! ><

      ปล.อุดมการณ์นี้ช่วยประหยัดเงินได้ดีเลยค่ะ 0v0b
      #202-1