[EverY] Truth or Dare #เกมท้ารัก (Yaoi)

ตอนที่ 8 : บทที่ 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,402
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 748 ครั้ง
    20 ก.พ. 63




 
  7


“จำได้ตั้งแต่เมื่อไหร่” ผมเอ่ยถามหลังจากที่เราปีนขึ้นมาทิ้งตัวนอนราบที่ขอบสระ ขาทั้งสองข้างแช่อยู่ในน้ำเย็นเฉียบ เสื้อผ้าเปียกจนรู้สึกหนาวแต่กลับไม่มีใครใส่ใจ

“วันที่ไปห้องมึง” เขาไม่ได้ตอบในทันที แต่ก็ไม่ได้มีท่าทีครุ่นคิด น้ำเสียงสงบนิ่งขณะที่สายตาทอดมองพระจันทร์ดวงโตนอกหน้าต่าง

จากตรงนี้มันสวยซะจนไม่อยากละสายตา แต่ผมกลับเลือกที่จะหันกลับมามองเสี้ยวหน้าได้รูปของคนข้างกายที่งดงามกว่า 

นึกอิจฉาที่สภาพม่อล่อกม่อแลกไม่ได้ทำให้ความหล่อเหลาลดลง ซ้ำประกายของหยดน้ำที่เกาะพราวยามต้องแสงยิ่งทำให้ใบหน้านั้นเปล่งประกาย เสื้อยืดสีขาวที่เปียกแนบร่างขึ้นลอนของกล้ามเนื้อให้เห็นจางๆ ชวนให้จินตนาการถึงยามที่ผมลากนิ้วไปตามรอยตำหนิแสนงดงามบนร่างกายกำยำ  

อยากเห็นมันอีก... แต่ผมก็ยับยั้งความต้องการนั้นไว้ภายใต้น้ำเสียงติดตลกไม่จริงจัง

“ตอนจูบ?” พยายามเรียกร้องความสนใจจากดวงตาคู่สวย แต่เขาไม่ได้มองกลับมา เพียงหัวเราะ และจดจ้องแสงนวลอยู่อย่างนั้น

อย่างน้อยก็ไม่ได้ปฏิเสธล่ะนะ

“ผมคาดหวังคำตอบว่าตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน แต่จำรสจูบได้ก็ฟังดูโรแมนติกดี” แกล้งตามน้ำ กำลังจะหันไปมองยังจุดเดียวกันอีกครั้ง แต่คราวนี้เขากลับหันมาสบตา พลิกตัวนอนตะแคง มองหน้าผมนิ่งนานอย่างพิจารณา

“มึงเปลี่ยนไปมาก...” ผมลอบกลืนน้ำลาย เมื่อเจ้าของดวงตาสีรัตติกาลเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ ยกมือข้างหนึ่งเกลี่ยผมที่ปรกหน้าสะเปะสะปะออกไป 

“ผมยาว...” 

นึกสมเพชตัวเอง แค่นั้นก็ทำให้เขาจำไม่ได้แล้วหรือไง?

เหมือนรู้ว่ากำลังคิดอะไร เรียวนิ้วเย็นเฉียบจึงเลื่อนมาลูบผิวแก้มผม พร้อมกับจ้องลึกเข้ามาในดวงตา 

“แล้วก็แววตา...” คำตอบน่าประหลาดใจถูกเอ่ยออกมา

“...”

“เมื่อก่อนมึงอ่อนโยนกว่านี้”

น้ำเสียงจริงจังทำให้ผมถึงกับหลุดขำ แกล้งเลิกคิ้วข้องใจ “ฟังดูไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่ดี”

“ไม่หรอก” แต่เขากลับยิ้ม ปฏิเสธด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คล้อยตามได้สนิทใจ “การอ่อนโยนเกินไปต่างหากที่ไม่ดี” 

สายตาที่จ้องมาทำให้ผมไม่คิดถามว่าหมายความว่ายังไง ได้เพียงเบือนหน้าหนีกลับไปยังดวงจันทร์ 

“แล้วทำไมถึงไม่บอกว่าจำได้” นานนับนาทีกว่าจะกล้าหันกลับมาสบตาเขาใหม่ เอ่ยคำถามที่ยังค้างคาใจ

แต่อีกฝ่ายกลับยอกย้อนด้วยน้ำเสียงขบขัน “แล้วทำไมมึงถึงไม่บอกว่าจำกูได้” 

“...”

“คนที่รู้ตัวก่อนคือมึงไม่ใช่หรือไง” ฝ่ามือหนาที่เพิ่งละออกไปทาบลงมาบนใบหน้าของผมอีกครั้ง... คราวนี้มันอุ่นกว่าเดิม...

นั่นสิ ทำไมกันนะ?

คงเป็นอย่างที่เขาบอก... ผมไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป 

“อยากรู้ว่ามึงจะทำอะไร” เกือบจะถอดใจปล่อยประเด็นนี้ไป แต่คำตอบถูกเอ่ยออกมาง่ายดาย... และผมแน่ใจว่าเห็นความวูบไหวในดวงตาสีรัตติกาล

ความหวั่นไหวเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น กลับทำให้ผมคายคำตอบออกมาเช่นกัน

“ผมอยากเริ่มต้นใหม่” แน่นอน... มันไม่ใช่ความลับอะไร การบอกให้เขารู้ตัวไม่ใช่เรื่องที่ทำให้ผมกังวล 

เช่นกัน คำถามว่าจำได้หรือไม่ได้ไม่ใช่สิ่งที่ผมคิดจะใส่ใจ

เพราะต่อให้เขาจะจำผมได้หรือเปล่าผมก็จะทำแบบเดิม... จะหาทางเริ่มต้นใหม่

ไม่แน่ใจเหตุผลนักหรอกว่าทำไม จะเรียกว่ายึดติดก็คงได้ล่ะมั้ง

“กูไม่เคยกลับไปคบคนเก่า” เดาไม่ยากนักหรอกว่าเขาจะเอ่ยอะไร คำพูดร้ายๆ ที่ใช้ผลักไส... แต่ขณะเดียวกันก็คล้ายกับท้าทาย

“คนเราต้องมีครั้งแรกทั้งนั้น” 

เหมือนกับสายตาของเขาตอนนี้ที่ฉายแววไม่พอใจในคำตอบของผม ขณะเดียวกันก็เจือปนด้วยความกระหาย... ใคร่รู้ว่าผมจะหาวิธีอะไรมาเอาชนะกฎสัมพันธ์อันตายตัวของเขาได้

“พี่จะรักผม” อาจหาญปฏิญาณออกไป และคงใช้ดวงตามั่นใจจนน่าหมั่นไส้ เขาถึงได้หัวเราะเย้ยหยัน ดวงตาสีรัตติกาลจ้องลึกเข้ามานิ่งนานอีกครั้ง... คราวนี้มันอ่านยากเกินจะเข้าใจ

“...” ผมได้แต่นอนนิ่งมองใบหน้าพระเจ้าปั้นที่ค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้ สบตาจนกระทั่งสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากลมหายใจ สันจมูกสัมผัสกัน ก่อนที่เขาจะจรดหน้าผากลงมาแตะหน้าผากผม แล้วหลับตา
   
ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าการกระทำนี้มีความหมายอะไร ...แต่มันทำให้หัวใจเต้นแรง

“พิชญ์” 

“...” แต่เตวิชญ์ไม่เคยทำให้ผิดหวัง

“อย่าดันทุรัง” ผมน่าจะจำได้แล้วว่าอย่าระเริงกับความหวังที่เขาหยิบยื่นให้ เพราะเขาพร้อมทำลายมันในเสี้ยววินาที

เพราะแบบนี้มันถึงได้เจ็บกว่าการไม่ได้รับความหวังใดๆ

“พิสูจน์มั้ย” 

แต่ถูกของเขา ผมดันทุรังเกินกว่าจะยอมแพ้ง่ายๆ

เขาไม่ได้ตอบอะไร ลุกขึ้นนั่งมองตามผมที่ลุกขึ้นเดินไปที่ขอบสระอีกครั้งแล้วหมุนตัวกลับมา 

“ท้าหรือจริง” ใช้โควต้าเล่นเกมของวันนี้โดยไม่สนใจว่ามันยังเช้าเกินไปจนผมอาจพลาดโอกาสเล่นมันในเวลาที่ดีกว่า

...แต่จะมีโอกาสไหนดีกว่านี้ล่ะ

“ท้า” 

โอกาสที่ผมจะได้ยืนยันว่าทางที่เดินมามันใช่

“ปล่อยผมไป” 

ไม่จำเป็นต้องอธิบายถึงความหมายผมก็รู้ว่าเขาเข้าใจ เพียงสบตาเขา... ทิ้งความท้าทายไว้แล้วก้าวถอยหลัง 

ตูม!

เสียงร่างกายกระทบผิวน้ำเย็นเยียบอีกครั้ง ปล่อยให้ผืนน้ำโอบรัดและฉุดรั้งลงไป... ไม่คิดกระเสือกกระสนแหวกว่าย 

กระทั่งฝ่าเท้าสัมผัสได้ถึงพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบไม่ต่างกัน ผมลืมตา เงยหน้ามองขึ้นไปเหนือผิวน้ำ จับจ้องยังเงาของร่างสูงที่กระทบแสงไฟทอดตัวลงมา... ผมไม่คิดว่าตัวเองจะทำ แต่ในใจเริ่มภาวนาให้เขากระโดดลงมาทั้งที่รู้ว่ามันไม่จำเป็น

เตวิชญ์รู้จักผมจนรู้ว่าผมจะไม่ปล่อยให้ตัวเองตาย เมื่อเผยไต๋ว่าว่ายน้ำได้ เขาคงรู้ว่าผมจะไม่โง่อยู่รอเขาจนกระทั่งหมดลมหายใจ... 

แน่นอนว่าผมกำลังนับถอยหลัง... อีกไม่กี่วินาทีผมจะกลับขึ้นไป ทำตามคำพูดเขา... อย่าดันทุรัง

ตูม!

แต่ผมก็รู้จักเขาดีจนรู้ว่าเขาจะไม่ปล่อยให้มันเป็นแบบนั้น... 

เชื่อสิว่าสิ่งที่ทำให้เขาไม่กระโดดลงมาไม่ใช่เพราะลังเลใจ...ผมเห็นคำตอบตั้งแต่ก่อนที่เท้าจะสัมผัสผมน้ำด้วยซ้ำ แต่เขาแค่ถ่วงเวลา หลอกล่อให้ผมหวั่นไหว... เหนื่อยอ่อนจนใกล้ยอมแพ้แล้วค่อยหยิบยื่นความหวังมาใหม่

เอื้อมมือมาฉุดรั้งผมขึ้นไป...

ต่างก็ตรงที่คราวนี้เขาดูจะไม่สนุกกับมัน ดวงตาที่สบกันใต้น้ำฉายแววงุ่นง่านคล้ายกับไม่พอใจการตัดสินใจของตัวเอง คิ้วเข้มขมวดมุ่นแสดงความตำหนิ ก่อนที่ฝ่ามือทั้งสองข้างจะเอื้อมมาประคองใบหน้าผมทั้งที่ยังดูหงุดหงิด 

ผมแกล้งยิ้มยียวน รู้ดีว่าเขากำลังจะทำอะไรถึงได้หลับตาลง... ปล่อยให้ริมฝีปากนุ่มหยุ่นฝังประทับ ลงโทษความดื้อรั้นของผมด้วยการพรากลมหายใจ 

ริมฝีปาดบดเบียดรุนแรงขณะที่อ้อมแขนแกร่งยึดร่างผมไว้ กระชากผ่านสายน้ำ นำพาเราขึ้นสู่ขอบสระอีกครั้ง ตอนนั้นเองที่ผมรู้ตัวว่าตัวเองกอดเขาไว้เช่นกัน

อ้อมกอดที่แน่นเกินจำเป็นเพื่อหวังจะเหนี่ยวรั้ง...

ทั้งที่เห็นผลชัดเจนว่าเขากำลังตกหลุมพราง การที่เขายอมกระโดดลงมาช่วยยืนยันว่าทางที่ผมเดินมานั้นใช่ แต่ผมกลับยังรู้สึกหวั่นไหว... ตระหนักดีว่าต่อให้ว่ายน้ำได้ แต่ความหนาวเหน็บและผืนน้ำที่คล้ายจะโอบรัดจนแทบหายใจไม่ออกไม่เคยทำให้ผมเย็นใจ 

เพราะแบบนั้นชั่วขณะที่ผมรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายชนะ จึงเป็นชั่วขณะที่เดียวกับที่ผมได้ยินเสียงตัวเองภาวนา

อย่าจมลงไปอีก... 

มันจะไม่มีคราวหน้า

   




‘ไม่เบื่อหรือไง’
   
ผมละสายตาจากสมุดสเกตที่ใช้ลักลอบบันทึกใบหน้าหล่อเหลาไว้ ก้มมองพี่ที่ใช้ตักผมหนุนต่างหมอนพลางเลิกคิ้วไม่เข้าใจ 

‘หมายถึงอะไร’

คนที่นอนตะแคงเปลี่ยนกลับมานอนหงาย จ้องหน้าผมสีหน้าคล้ายข้องใจ ‘มึงไม่เคยขอให้กูพาไปไหน’

ผมนั่งไปพักหนึ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะ ปิดสมุดสเกตแล้วยกมันขึ้นมาบังแสงจ้าที่ลอดช่องระหว่างใบไม้ลงมากระทบใบหน้าหล่อเหลาให้

‘ผมไม่ได้อยากให้พี่พาไปไหน’ มันไม่ใช่คำโกหกซะทีเดียว ในเมื่อตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่ผมจะเรียกร้องอะไร 

ต้องอยู่ในที่ของตัวเอง เปิดเผยตัวตนไม่ได้... กฎของการเป็นคนในความลับคือแบบนี้ไม่ใช่หรือไง 
   
ตราบใดที่มันยังทำให้พี่สนใจ ผมจะออกจากตรงนี้ไม่ได้ การก้าวสู่แสงสว่างเร็วเกินไปผมจะถูกทำลาย... ถูกกลืนหายไปไม่ต่างจากใครต่อใครที่มุทะลุเข้ามาในความสัมพันธ์ 
   
‘พรุ่งนี้ไปกินข้าวกัน’ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าคำชวนนั้นช่างเย้ายวน
   
‘...’ ผมขมวดคิ้วลังเลใจ ไม่กล้าตอบในทันทีเพราะมันขัดกับสิ่งที่ตั้งใจไว้ แต่พี่เหมือนเตรียมคำตอบไว้ให้แล้วถึงได้ไม่สนใจจะรอ แบฝ่ามือออกขอสิ่งที่ฝากผมไว้เพราะชุดบาสที่พี่สวมใส่ไม่มีที่สำหรับเก็บมัน 
   
ผมล้วงบุหรี่ยี่ห้อแพงออกจากกระเป๋า วางลงบนมือเขาพร้อมไฟแช็กตัวเก่า 

‘พี่ไม่กลัวถูกจับได้หรือไง’ เอ่ยถามขณะที่เขาดึงบุหรี่มวนสุดท้ายมาคาบไว้ในปาก ดวงตาสีรัตติกาลจึงย้ายมาหยุดที่ดวงตาผมอย่างประหลาดใจ
   
‘มันผิดกฎ’ ผมยักไหล่ ไม่ได้เอ่ยอีกเหตุผลที่ว่าการทำความรู้จักกับนิโคตินเร็วเกินไปอาจทำให้พี่ตายก่อนวัย
   
เขายิ้มขำไม่ใส่ใจ ก่อนจุดไฟทั้งที่ยังวางศีรษะไว้บนตักผม 
   
‘เด็กดี’ เห็นได้ชัดว่านั่นคือคำประชดประชัน
   
ถึงอย่างนั้นมันก็ทำให้ผมหน้าร้อนขึ้นมา... หวั่นไหวง่ายจริงนะ
   
‘แต่ไอ้นี่ก็ผิดกฎไม่ใช่หรือไง’ และหน้าร้อนยิ่งกว่าเมื่อเขาเอื้อมมือมาสัมผัสใบหูของผมเบาๆ

หูข้างซ้ายที่มีห่วงสีเงินสามวงประดับไว้ตามแนวใบหู เครื่องประดับผมใช้ต่อต้านกฎค่ำครึไปพร้อมๆ กับใช้มันประกันว่าความลับของเขาจะไม่ถูกแพร่งพราย
   
‘ชู่ว’ ผมแกล้งเบิกตากว้าง ส่งเสียงให้เงียบไว้ พี่หัวเราะเบาๆ ก่อนจะสูดควันเข้าปอดอีกครั้งท่าทางสบายใจ
   
ผมมองใบหน้าที่อยู่ต่ำกว่า คิดกับตัวเองว่าควรสเกตภาพนี้เก็บใส่สมุดไว้ 
   
แต่คิดอีกที ผมเลือกที่จะบันทึกมันด้วยสายตา 
   
‘มีอย่างอื่นที่ดีกว่าบุหรี่นะ รู้มั้ย’ ...ไล่มองทุกองค์ประกอบบนใบหน้ากระทั่งหยุดที่ริมฝีปากบาง
   
‘อะไร’ คลี่ยิ้มเมื่อพี่เอ่ยถาม ก่อนจะถือวิสาสะคีบบุหรี่มวนโปรดออก โน้มตัวลงไปหา... แล้วจรดริมฝีปากลงไป
   
จุมพิตอ่อนหัดที่ไม่กล้าแม้แต่จะล่วงล้ำ ความประหม่าทำให้เพียงได้แต่กดทาบไว้อย่างนั้น ก่อนจะถอนจูบออกมาอย่างเก้กัง 

‘อุกอาจจังนะ’ ทั้งที่ตั้งใจจะทำให้พี่ประหลาดใจ แต่ดวงตาคู่สวยกลับเต็มไปด้วยความขบขัน
   
‘คราวหน้าจะดีกว่านี้’ ไม่ใช่ข้อแก้ตัวที่ดี แต่คำพูดในหัวผมมีเท่านี้
   
‘เหรอ’ แต่ความมั่นใจของผมกลับหดหายไปทุกที เมื่อพี่เลิกคิ้วล้อเลียน แต่ก่อนที่ผมจะเฉไฉเปลี่ยนเรื่อง พี่กลับหัวเราะออกมา 

‘งั้นเดี๋ยวสอนให้’ ดวงตาสีรัตติกาลเป็นประกายวาว ก่อนจะยกมือขึ้นกระดิกนิ้วเรียกผมสองสามที
   
‘หึ’ ผมมองการกระทำนั่นอย่างงุ่นง่านไม่พอใจ แต่สุดท้ายก็หัวเราะอย่างยอมจำนน โน้มตัวกลับลงไป จรดริมฝีปากลงบนริมฝีปากบางที่ยังคงคลี่ยิ้มร้าย... ปล่อยให้พี่เป็นฝ่ายรุกล้ำ พร้อมล่อลวงให้ผมรุกไล่... 

จูบอ่อนหัดค่อยๆ เพิ่มดีกรีความร้อนจนแทบหลอมละลาย 

เพียงชั่วเวลาที่บุหรี่เผาไหม้ถึงก้นกรอง... พี่สอนให้ผมรู้ว่าจูบที่แท้จริงเป็นยังไง

รสจูบที่ผมตั้งใจจะใช้มันตรึงพี่ไว้... กลายเป็นสารเสพติดไร้ควัน ที่พี่จะต้องการมันยิ่งกว่านิโคติน






ผมตื่นขึ้นมาอีกครั้งในห้องชุดสุดหรูที่ว่างเปล่า...

สิ่งแรกที่เห็นหลังจากลืมตาคือโมเดลที่ผมทำเสร็จตอนใกล้เช้า แก้วกาแฟเปล่าสองใบ... ไร้เงาเจ้าของห้องที่นั่งอยู่ข้างกันกระทั่งผมหลับไป

สิ่งที่หลงเหลือไว้มีเพียงร่องรอยการมีอยู่ของเขา กลิ่นกายน่าหลงใหลจากเสื้อผ้าที่ผมยืมมา... ผ้าห่มหนาที่ไม่รู้เหมือนกันว่าถูกคลุมร่างไว้ตอนไหน ผมเรียกสติลุกขึ้นนั่งพร้อมกับในใจที่หวังว่าจะได้ยินเสียงฝีเท้าจากสักมุมของห้อง แต่ก็ไม่ ความจริงที่ว่าผมถูกทิ้งไว้ทำให้อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

แอบคิดว่าถ้ามีกระดาษโน้ตสักแผ่นเขียนข้อความตัดเยื่อใยคงสมบูรณ์แบบ... แต่นั่นไม่ใช่วิถีของเขานี่นะ
   
‘อย่าดันทุรัง’ 
   
คำพูดที่คล้ายคำสั่งของเขาเมื่อคืนหวนกลับมาให้ผมรู้ว่าการทิ้งผมไว้ทั้งที่รู้ว่าผมจำเป็นต้องซ้อนมอเตอร์ไซค์เขากลับคือความจงใจ
   
ผมเหยียดยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจพลางเดินไปเปิดตู้เย็นหาอะไรสักอย่างใส่ท้องอย่างไม่คิดเกรงใจ ใช้เวลาหย่อนใจสักพักก่อนที่ผมจะสวมปีกขึ้นมาใหม่แล้วเริ่มบิน... 
   
มันเริ่มแล้วล่ะนะ เกมที่ผมจะต้องพาตัวเองเข้าสู่ความเสี่ยงที่จะปีกหักอีกครั้ง
   
กติกาก็คือ ผมเป็นผู้เล่นที่ต้องไล่ตามความหวัง ส่วนเขา...ทำลายมัน






----------------------------------------------------
พิชญ์ซ่อมปีกและพร้อมจะบินแล้วนะคะ
พร้อมจะบินไปกับน้องหรือยัง? 

อยากติหรือขัดใจตรงไหนทิ้งคอมเมนต์ไว้ได้เลยน้า
ฝาก #เกมท้ารัก ด้วยนะคะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 748 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,707 ความคิดเห็น

  1. #1669 เจ้าหมีขาว (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 11:47
    ความจริงนะ อยากให้ตัดใจแล้วคนใหม่ไปเลยอ่ะ
    #1,669
    0
  2. #1643 aom9090tangmo (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 16:47
    ในชีวิตจริง ถ้ารักเค้ารักไปนานแล้ว แต่นี่คือนิยาย...สมหวังในที่สุด
    #1,643
    0
  3. #1580 pommys (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 21:41
    แมงเม่าบินเข้ากองไฟชัดๆ
    #1,580
    0
  4. #1553 OoNuizqBk (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2562 / 15:55
    ลุ้นทุกตอนนอ๋อยย~~
    #1,553
    0
  5. #1522 mileyduchess (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 18:30
    อยากให้น้องพีชญ์พอ แต่อีกใจก็แอบคิดว่าพี่เตก็รู้สึกกับน้องบ้างแหละ สู้ต่อไปคงไม่เสียเปล่าหรอกมั้งนะ
    #1,522
    0
  6. #1488 saisaisaisai14 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 22:16
    อยากให้น้อง move on จากพี่เตอ่ะงือออ
    #1,488
    0
  7. #1454 `TheGuz●GuN° (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 08:47
    ลองเปิดใจอ่านจนมาถึงตอนนี้ดูทั้งที่รู้ว่าพล็อตเรื่องแนวนี้ไม่ใช่ไทป์ตัวเอง มีความหวังเล็กๆว่าจะมีอะไรน่าตื่นเต้นหรือทำให้แปลกใจได้แต่สุดท้ายแล้วทุกอย่างยังเหมือนเดิมเป็นพล็อตที่เดาไว้แต่แรกเริ่มเดิมที ซึ่งไม่ใช่ไทป์จริงการที่ต้องมาคอยวิ่งไล่ตามคนอื่นมันช่างน่ารำคาญและน่าหงุดหงิดเกินไปชีวิตเป็นของตัวเองจะไล่ตามคนที่ไม่สนใจไม่เห็นค่าทำไมเสียเวลาชีวิตเกินไป ตัวเองมีค่ามากกว่านั้นค่ะพิชญ์ เดี๋ยวจะลองไปดูเรื่องอื่นของคนเขียนที่ถูกโฉลกแทนน้า
    #1,454
    0
  8. #1446 weendy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 19:34
    ท้าทายมาก
    #1,446
    0
  9. #1416 galaxysecret🌈🌈 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:07
    น้องพิชญ์สตรองมากลูก5555555
    #1,416
    0
  10. #1380 fewho_1169 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 08:21
    เอาใจช่วยยังพอมีลุ้น
    #1,380
    0
  11. #1288 ananarnaaa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 10:22
    น้องพิชญ์เหนื่อยมั้ย... นี่แบบอินเกินมาก น้ำตาจะไหล ไรท์แบบเก่งมาก สุดยอชชชช
    #1,288
    0
  12. #1227 NoonaVK (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 11:35
    ครั้งนี้หวังว่าปีกน้องจะไม่หักอีก
    #1,227
    0
  13. #1108 beamkd2 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 19:12
    อ่านเเล้วรู้สึกอยากร้องไห้อ่ะ หน่วงดีชอบบบ เขียนได้ถึงอารมณ์มากขอบคุณค่ะ ไรท์
    #1,108
    0
  14. #1088 ฺBedroom (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 21:27
    เชื่อว่าครั้งนี้พิชญ์ฉลาดขึ้น เเละพี่เตจะหักปีกน้องไม่ได้อีก เพราะคราวนี้ถ้าจมลงไปอีก พิชญ์คงจะหักปีกตัวเองทิ้งเอง และไม่คิดสวมขึ้นมาใหม่เป็นแน่
    #1,088
    0
  15. #1067 pppeachhh2 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 02:58
    พี่เตอันตราย พิชญ์รู้ แต่พิชญ์ยังเลือกที่จะบินเข้าไปหา เราไม่มีไรจะพูดนอกจากบอกพิชญ์ให้เข้มแข็ง และถ้าไม่ไหว ให้ถอดปีกออก ก่อนจะถูกหักทิ้ง
    #1,067
    0
  16. #1025 [12GODs ll POSEIDON]AVERY PIE (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 08:10

    สู้่ลูกสู้ววว

    #1,025
    0
  17. #974 aommyjung2521 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 13:58
    เอาใจช่วยนะพิชญ์
    #974
    0
  18. #959 agasep2 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 10:47
    สวยงามแต่ก็อะนตราย
    #959
    0
  19. #944 oyoko_yok (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 / 13:22
    อ่านแล้วเป็นความรักที่เจ็บปวดจัง แต่น้องพิชญ์ก็เป็นคนเลือกเองอะนะ
    #944
    0
  20. #934 Napa_rin (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 01:07
    ขัดใจพระเอก
    #934
    0
  21. #926 mmcolor (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 09:44
    พี่เชียร์หนูสุดใจ หักอีกก็ซ่อมอีกสู้ๆหนูแงงงงง
    #926
    0
  22. #918 Scarlettxd✿ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 14:15
    มาค่ะ คุณแม่เตรียมกาวเป็นโหลเพื่อน้องพิชญ์!!!!
    #918
    0
  23. #897 jjtk (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 23:26
    สู้ค่ะน้องของคุณแม่ อยากติดปีกเครื่องบินให้ลูก55555
    #897
    0
  24. #881 Kamobee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 17:29
    บอกได้แค่ว่า ชอบมาก...
    #881
    0
  25. #774 I'm anonymity for you (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 19:57
    น้องพิชญ์สู้ๆน้าาาา
    #774
    0