[EverY] Truth or Dare #เกมท้ารัก (Yaoi)

ตอนที่ 14 : บทที่ 13

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,117
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 426 ครั้ง
    20 ก.พ. 63



13

   
ผมหลงคิดว่าตัวเองเคยชนะ แต่เปล่าเลย... ที่ผ่านมาเขาแค่แกล้งแพ้เท่านั้น
   
คิดว่าตัวเองคุมเกมไหว... แต่ในความจริงมันคือกับดัก
   
ถูกล่อลวงให้บินสูงขึ้นไป ทะเยอทะยาน คิดว่าสักวันจะไขว่คว้าดวงจันทร์ไว้ได้ 

แต่รู้อะไรไหม... โลกเรามีชั้นบรรยากาศ ที่ไม่ยอมให้แมลงตัวเล็กๆ ผ่านเข้าไป สุดท้ายถูกแผดเผา ปีกที่เคยหักพังกำลังมอดไหม้ เจ็บร้าวซะจนอยากกระชากมันทิ้งไป 
   
...ได้เวลาหรือยังที่จะปล่อยมือ

   




ห้าปีผ่านไป...
   
...ถ้าผมลิขิตชีวิตตัวเองได้ ก็อยากจะเริ่มบรรทัดใหม่ด้วยประโยคนั้น แต่ความจริงคือผมลืมตาขึ้นมาอีกครั้งหลังส่งงานและพบว่ามันยังไม่พ้นวันเก่าด้วยซ้ำ
   
เวลาเดินช้าเกินไป
   
“พิชญ์! เต้นกัน” เสียงอึกทึกคึกโครมในร้านเหล้าทำให้ทุกคนต้องตะโกนใส่กัน ผมไม่ทันได้ตอบอะไรก็ถูกเพื่อนผู้หญิงกลุ่มใหญ่ลากมาหน้าเวที
   
วงดนตรีสดที่กำลังเล่นเพลงจังหวะหนักๆ เรียกให้ทุกคนกระโดดสะบัดกันเต็มที่ ส่วนผมก็ได้แต่ยืนมองยิ้มๆ จิบเบียร์พลางโยกเบาๆ ท่ามกลางวงล้อมสาวๆ ที่เบียดตัวเข้ามา ทั้งเอว ไหล่ แขนถูกมือหลายคู่เกาะไว้ นัวเนียอย่างไม่อายเพราะรู้ว่าผมไม่คิดอะไร เอาจริงๆ พวกนี้แค่ลากผมมาเป็นหลักให้น่ะ และเพราะเป็นผู้ชายเลยใช้เป็นไม้กันหมากันพวกที่ชอบฉวยจังหวะชุลมุนเข้ามาตีเนียนแต๊ะอั๋งได้ในคราเดียวกัน
   
แต่คืนนี้คงไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นเท่าไหร่ เพราะทั้งร้านมีแต่คนกันเองทั้งนั้น เด็กสถาปัตย์ฯ ที่เพิ่งส่งงาน หาสถานที่ปลดปล่อยความอัดอั้นจากโปรเจ็กต์ที่กินเวลาเป็นเดือนๆ 
   
“ไงมึง เนื้อหอมเชียว” ได้ยินเสียงเอ่ยแซวจากด้านหลัง หันกลับไปก็พบว่าเป็นพี่รหัสปีสามของผมเอง
   
ผมหัวเราะเบาๆ ยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้ก่อนจะขยับให้กลุ่มพี่เจดแทรกตัวเข้ามา ไอ้พี่เคราเดินมายืนข้างผม มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋า อีกข้างถือเบียร์จิบนิ่งๆ มองผู้หญิงรอบตัวผมที่กำลังสนุกกันได้ที่
   
“เพื่อนมึงไหวป่ะเนี่ย” เพราะเห็นหน้ากันจนเบื่อเลยไม่ต้องห่วงเรื่องเจตนา ออกแนวขยาดมากกว่าที่เห็นแต่ละคนปล่อยผีราวเสียสติ
   
“ผมเนี่ยจะไม่ไหว” ตอบขำๆ เริ่มรู้สึกสงสารตัวเองที่โดนยื้อไปมาบวกกับฤทธิ์ออกอฮอล์ที่ดื่มไปพอตัวทำให้ลำพังยืนเฉยๆ ยังแทบจะไม่ตรง
   
“เออ ตัวมึงแดงเป็นกุ้งต้ม” พี่เจดหัวเราะ กระดกเบียร์เข้าปากแล้วยกแขนขึ้นมาพาดไหล่ให้ผมพิงตัวไว้ สาวๆ ส่งเสียงโห่ยกใหญ่ที่ผมโดนแย่งตัว
   
ผมหัวเราะเบาๆ ขยับตัวตามพี่เจดที่ลอยหน้าลอยตาดึงผมมายืนข้างหลังแล้วดันพวกผู้หญิงไปข้างหน้า ช่วยผมกันพวกสิงสาราสัตว์ไม่ให้แทรกเข้ามาอีกแรง
   
“เบียร์หมดอ่ะ” ผมบ่นเมื่อกระดกจนของเหลวที่เหลือเพียงก้นจนหยดสุดท้าย หันไปมองคนข้างตัวที่ไหนๆ ก็เป็นพี่รหัสกัน
   
“ก็หยุดแดก” แต่พี่เจดกลับยักไหล่ ตีหน้าซื่อเหมือนไม่เข้าใจว่าผมกำลังจะขออะไร
   
“โห่ ป๊า” ผมเบ้หน้า เอื้อมมือไปแย่งเบียร์ในมือของไอ้พี่เครามากระดกอย่างช่วยไม่ได้ แต่พี่เจดก็ไม่ว่าอะไร คนตัวโตหัวเราะเบาๆ พลางผลักหัวผมอย่างหมั่นไส้ รั้งขวดเบียร์ของตัวเองกลับไปดื่มแล้วยื่นกลับมา 

เราผลัดกันกระดกคนละครั้ง ตามองไปที่วงดนตรี โยกเบาๆ ตามจังหวะเพลงไปพร้อมกัน ผมปล่อยความคิดตัวเองเป็นอิสระ จะฟุ้งซ่านก็ช่างมัน ให้ฤทธิ์แอลกอฮอล์ช่วยขับทุกความรู้สึกออกมาอย่างเอาแต่ใจ ค้นหาคำตอบว่าผมควรจะทำยังไง... 

เพราะคำบอกเล่าของพี่เจด ผมถึงเข้าใจ เหตุผลที่เขาผลักไส คำพูดร้ายๆ การกระทำที่บอกว่าการดันทุรังของผมมันไม่มีความหมาย 

ห้าปีนานเกินไป... อเมริกาไกลเกินไป
   
ผมคิดว่าตัวเองคงทนไม่ไหว
   
“พิชญ์... อย่ายั่ว” ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ผมปล่อยให้ร่างกายตัวเองแนบชิด เอนหัวซบไหล่คนข้างตัว ปล่อยให้ลมหายใจที่ร้อนด้วยแอลกอลฮอล์คลอเคลียกับซอกคอ ใกล้... จนได้ยินเสียงกลืนน้ำลาย
   
ผมหัวเราะเบาๆ ช้อนสายตามองพี่เจดที่ขมวดคิ้วนิ่วหน้ากระดกเบียร์หมดขวดรวดเดียวหมดอย่างเบี่ยงเบนความสนใจ

“ป๊า...” แต่ผมอ่อนแอเกินกว่าจะควบคุมความเห็นแก่ตัวของตัวเองไหว “จูบหน่อย” 
   
พี่เจดชะงักไป คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูงก้มหน้าลงมาสบตาผมด้วยสีหน้าตกใจ 
   
“มึงเมาเหรอ” ผมหัวเราะ ขยับมายืนตรงหน้าเพื่อกอดเอวหนาไว้ แล้วกดหน้าซุกลงกับไหล่
   
ก็คงใช่... ตอนนี้ในหัวผมฟุ้งซ่านจนแทบบ้า ไม่รู้สักนิดว่าตัวเองทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร แค่อยากรู้... แค่อยากรู้ว่าถ้าไม่ใช่เขา ผมจะรู้สึกไหม
   
...ทั้งที่รู้คำตอบอยู่แก่ใจ

เพราะแม้แต่ตอนนี้ กลิ่นที่ควรจะเป็นกลิ่นของพี่เจด... ก็ยังเป็นกลิ่นของเขา อ้อมกอดกลับเรียกไออุ่นจากเศษเสี้ยวความทรงจำให้ตามมาหลอกหลอนอย่างห้ามไม่ได้
   
“จูบที่ไร้รัก มีแต่จะทำร้าย มึงรู้ใช่ไหม” ถึงผมจะนิสัยเสียแต่พี่เจดก็ยังคงเป็นพี่เจดที่ตำหนิด้วยน้ำเสียงใจดี และลูบหัวผมอย่างปลอบใจ “กูไม่ได้อยู่ตรงนี้เพื่อให้มึงใช้ประชดใคร” 

"ป๊า..."   

“กูพาตัวเองออกมานานแล้ว ตอนนี้กูช่วยอะไรไม่ได้” ผมชะงัก ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ทั้งที่น้ำตากำลังจะไหล กับคำพูดที่กระทบใจ “กูไม่รู้ว่าน้ำมันลึกแค่ไหน ถ้ามันลึกมาก... มึงก็รู้ว่าถ้าหยุดว่ายจะเป็นยังไง” 
   
“...” ผมจะจมน้ำ... อีกครั้ง และคราวนี้ไม่มีใครฉุดรั้ง
   
“ว่าไง จะหยุดไหม” 
   
“...” ผมนิ่งเงียบอยู่นาน ซุกหน้ากับไหล่พี่เจดอยู่อย่างนั้น ทบทวนว่าตัวเองต้องการอะไร 
   
แน่นอนว่าผมไม่อยากหยุด แต่ผมจะไปต่อไหวไหม
   
“ป๊า พิชญ์ขอโทษ” 
   
“...” แต่บางที... ผมอาจจะโง่กว่าที่ตัวเองเข้าใจ
   
“พิชญ์จะกลับไปว่ายน้ำ”
   
ช่างหัวอเมริกา
   
   





ผมโยนเหรียญออกไป ปล่อยให้มันจมลงถึงก้นก่อนจะค่อยๆ หย่อนตัวลงสระทั้งยังใส่เสื้อผ้าที่คลุ้งไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ 
   
โฮ่ง! โฮ่ง!
   
เสียงเห่าจากลูกหมาสีดำที่ได้อัพเกรดที่อยู่จากตะกร้าสานเป็นเพนท์เฮ้าส์หลังใหญ่ดังลั่นเมื่อเห็นคนแปลกหน้า มันไม่ได้วิ่งมา คงเพราะขายังไม่หาย แต่แค่เสียงเห่าคงเรียกร้องความสนใจจากเจ้าของบ้านได้
   
ผมก้าวขาจากระดับน้ำแค่เอว ไปถึงอก ลำคอ กระทั่งน้ำเย็นจัดท่วมหัว จึงเริ่มดำลงไป แหวกกระแสน้ำลงลึกเพื่อหยิบเหรียญที่ตัวเองทิ้งไว้ แล้วว่ายขึ้นมาในจังหวะเดียวกับที่เงาของใครบางคนพาดทับลงมา
   
เจ้าของบ้านยืนล้วงกระเป๋ามองผมในสภาพกางเกงขายาวตัวเดียวที่เป็นชุดนอน
   
“พิชญ์” เขาเรียกชื่อผม น้ำเสียงเรียบนิ่ง ไม่มีสีหน้าประหลาดใจ ไม่โกรธขึ้งที่ผมบุกเข้ามาอย่างเอาแต่ใจ... เป็นสีหน้าแบบที่ผมอ่านไม่ออกในสภาวะที่ร่างกายเต็มไปด้วยแอลกอฮอล์
   
“ผมลืมของไว้” ยกยิ้ม ชูเหรียญที่เพิ่งเก็บขึ้นมา 

ข้ออ้างไร้สาระที่ผมใช้พาตัวเองกลับมา
   
เตวิชญ์ไม่ได้ตอบอะไร แต่คิ้วเข้มเริ่มขมวดเข้าหากัน ผมหัวเราะเบาๆ ก่อนจะว่ายไปที่ขอบสระ กระโดดขึ้นมายืนต่อหน้าเขา โอนเอนนิดหน่อยด้วยเนื้อตัวหนักอึ้งด้วยเสื้อผ้าที่เปียกปอน หยดน้ำเริ่มเจิ่งนองที่พื้นขยายวงออกไปถึงเท้าของอีกคน
   
“ผมแพ้” ว่าพลางยักไหล่เหมือนช่วยไม่ได้ที่ไม่อาจทำตามคำท้า “จะลงโทษยังไงก็ว่ามา” 
   
ยิ้มท้าทาย มองในหน้าที่ยังคงเรียบเฉย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
   
“ห้าปีคงน้อยเกินไป”
   
“เตวิชญ์...”
   
“สิบปีเป็นไง” 
   
เขามันใจร้าย
   
“ผมรู้แล้วเรื่องอเมริกา” ผมเอ่ยเมื่อเขาทำท่าจะเดินหนีไป
   
“...” มันได้ผล ร่างสูงยอมหยุดฝีเท้าแม้จะไม่ยอมหันกลับมา
   
“นี่ใช่ไหมเหตุผลที่พี่พยายามจะผลักไสผม” 
   
ตอนที่เขาให้รอห้าปีผมไม่เข้าใจ คิดว่าเขาแค่ต้องการทดสอบความอดทน ทรมานผมเล่นๆ ถึงได้คิดคำท้าบ้าบอกันผมออกไป จนกระทั่งได้ยินความจริงจากปากพี่เจดถึงรู้ว่ามันไม่ใช่ 
   
“เพราะกำลังจะไป พี่ถึงไม่อยากให้ผมอยู่ใกล้ๆ ใช่ไหม” 
   
เขาไม่ได้ต้องการให้ผมทรมาน... แต่พยายามกันผมออกจากทรมานต่างหาก
   
ความทรมานที่จะไม่ได้เห็นหน้าเขา... ความทรมานจากความคิดถึง... ความทรมานจากระยะทางที่ช่างห่างไกล
   
แน่นอนว่ามันเป็นความเป็นไปได้ที่ผมทึกทักเอาเอง เชื่อมโยงเงื่อนไขและการกระทำของเขาในแบบที่ผมอยากให้เป็น หวังลมๆ แล้งๆ ทั้งที่ไม่รู้ว่าจริงไหม
   
ผมถึงต้องมาอยู่ตรงนี้ไง... พิสูจน์ให้รู้สักทีว่าความรู้สึกที่แท้จริงของเตวิชญ์คืออะไร
   
“เข้าใจผิดแล้วพิชญ์” แต่เมื่อเขาหันกลับมา ความหวังของผมก็พังทลาย
   
“...”
   
“กูจะไปเพราะต้องไป” 
   
“...”
   
“แต่ที่กูบอกให้มึงเลิกยุ่งกับกูเพราะมันไม่มีประโยชน์อะไรที่มึงจะดันทุรังกับคนที่มึงไม่ได้รัก” 
   
นั่นมัน... หมายความว่ายังไง
   
“พี่พูดบ้าอะไร” ผมขมวดคิ้ว มองคนตรงหน้าที่ยกมือขึ้นเสยผม แสยะยิ้ม
   
“มึงคิดว่าที่ตัวเองทำทุกวันนี้เพราะว่ารักกูจริงๆ เหรอพิชญ์ ดื้อด้าน ดันทุรัง แล้วก็เกมบ้าบอนั่น...!” เสียงของเขาดังขึ้น สีหน้าที่คล้ายจะกำลังระเบิดออก แต่ก็หยุดตัวเองไว้

“กูไม่รู้ว่ารักคืออะไร... แต่สิ่งที่มึงทำ มันเรียกว่ารักจริงๆ เหรอพิชญ์” สุดท้ายสิ่งที่แสดงออกมาทางแววตาคือความเย็นชา
   
“...”
   
“มึงก็แค่อยากเอาชนะ... เอาคืนที่กูเคยทิ้งไป อยากให้กูเจ็บเหมือนที่มึงเคยเจ็บแค่นั้นไม่ใช่หรือไง” ผมมองคนตรงหน้าที่สบตาอย่างเย้ยหยัน แค่นหัวเราะเมื่อผมไม่ตอบคำถาม และได้แต่นิ่งงันอยู่อย่างนั้น

ผมไม่คิด... ว่านั่นจะเป็นความคิดเขา
   
ที่ผ่านมา... เขาคิดแบบนี้เองเหรอ... คิดแบบนี้จริงๆ น่ะเหรอ
   
“มึงก็เหมือนคนอื่นๆ สาดคำว่ารักใส่กูทั้งๆ ที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร”

“...” 

“แต่รู้ไหมพิชญ์ ที่มึงยังยืนอยู่ตรงนี้มันก็พิสูจน์แล้วว่ามันไม่ใช่”
   
“...”
   
“มึงแพ้ เกมมันจบแล้วพิชญ์” พูดจบเขาก็หันหลังกลับไป ทิ้งผมไว้กับข้อหาร้ายแรงที่แม้แต่ตัวเองยังรับไม่ได้
   
ไม่ได้รัก... แค่อยากเอาชนะ... แก้แค้นที่เขาทิ้งไป...
   
มันอาจจะจริงอย่างที่เขาบอกก็ได้ ผมก็แค่เห็นแก่ตัวถึงดันทุรังจะรั้งเขาไว้
   
...นี่ใช่ไหมที่เขาอยากให้ผมยอมรับ
   
“อย่ามาดูถูกผมเตวิชญ์” 

แต่ผมจะยอมรับได้ยังไง ในเมื่อรู้อยู่เต็มอกว่าความจริงคืออะไร

“พี่ก็รู้ว่าความเย็นชาของพี่มันไม่เคยใช้กันผมได้” 

"..." เจ้าของแผ่นหลังกว้างหยุดชะงัก ผมกำหมัดแน่นจนแขนสั่น เม้มปากแน่นเพื่อสงบสติอารมณ์ น้ำตาของผมเอ่อคลอแต่ผมจะไม่ยอมให้มันไหล
   
ทุกคำพูด ทุกคำถามของเขามันกระทบเข้ามาในใจ... แต่ผมจะไม่ยอมให้มันทำร้าย
   
"พี่ก็รู้ว่าใช้วิธีนี้ไล่ผมไม่ได้" 

คำพูดร้ายๆ ความเย็นชา การผลักไส ...ทำทุกวิถีทางให้ผมยอมแพ้ก่อนจะถูกเขาทิ้งไว้

คิดว่าผมมองไม่ออกเหรอว่าเขาจงใจ... จงใจโยนความผิดให้ผมเหมือนทุกๆ เรื่องที่เขาจงใจ  
   
วิธีของเขามันเลวร้าย 
   
แต่นั่นมันหมายความว่าเขารักผมแล้วไม่ใช่หรือไง? 
   
“ห้าปีผมรอได้ พี่รู้ไหม” เขาไม่ยอมหันกลับมา แต่ผมยังพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังเพื่อบอกว่าผมทำได้ จะห้าปีหรือสิบปี... ก็แค่ทำเหมือนที่ผ่านมา 

อาจจะง่ายกว่าด้วยซ้ำเพราะอย่างน้อยผมรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน 

“แต่ผมจะไม่รอ”

“...”    

“ผมพิสูจน์มามากพอแล้วเตวิชญ์” 

เวลาที่เขาหายไป... เวลาที่ผมรอคอยโดยไม่มีจุดหมาย การกลับมาของเขา... และความรู้สึกที่เหมือนเดิม ทำไมผมจะไม่รู้ว่ามันหมายความว่ายังไง

...และผมรู้ว่าเขาก็รู้ความหมายนั้นเช่นกัน

ผมไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไร 

“พี่ต่างหากที่ต้องพิสูจน์ เตวิชญ์” คราวนี้เขายอมหันกลับมา สบตาผมเหมือนจะถามว่าต้องการอะไร “พิสูจน์สิว่าไม่ได้รักผม แล้วผมจะยอมไป” 

ผมแค่นยิ้ม ขยับเข้าไปใกล้ สบตาอย่างท้าทายพลางเอ่ยคำถามแสนง่ายดาย

“ท้าหรือจริง” วางเดิมพันกับเกมที่ยังคงเชื่อมเราไว้ด้วยกัน

“จริง” เขานิ่งไปก่อนกลับมาแสยะยิ้ม คงเพราะเดาออกว่าผมอยากให้ตอบอะไร
   
ถ้าเขาตอบว่าท้า ผมจะใช้โอกาสนี้รั้งให้เขาอยู่... อยู่กับผม 
   
แต่คงลืมไปว่ามีความจริงมากมายที่ผมอยากจะได้ยินจากปากเขาเช่นกัน
   
“ทำไมตอนนั้นถึงทิ้งไป” 
   
“...”
   
“...” 
   
“เพราะไม่ได้รักไง” แม้ความจริงที่ได้ยินจะกรีดซ้ำลงมาบนแผลที่ไม่เคยหายอีกกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ตาม

“โกหก” แต่คงไม่ใช่แค่แผลของผมที่ถูกกรีดซ้ำ ในเมื่อการที่เขาเบือนหน้าหนีก่อนจะตอบคำถามมันบ่งบอกชัดเจนว่าคำพูดนั้นยิ่งย้ำบาดแผลของเขาเช่นกัน

“...” 
   
“ทำไมตอนนั้นถึงทิ้งไป” ผมถามย้ำ ให้โอกาสเขาตอบใหม่ สิ่งที่ผมต้องการมีเพียงความจริงที่รู้อยู่แก่ใจ
   
คราวนี้เขาเงียบไปนาน หันกลับมาสบตาผม และมันดูสับสนจนน่าใจหาย
   
“พอสักทีพิชญ์” เขายกมือขึ้นมากุมขมับ น้ำเสียงอ่อนแรง คล้ายกำลังจะแหลกสลาย  
   
“ทำไมตอนนั้นพี่ถึงทิ้งผมไปเตวิชญ์” ผมไม่ยอมแพ้ ขยับเข้าไปใกล้ เอื้อมมือข้างหนึ่งออกไปจับมือเขา เงยหน้าขึ้นสบตาเพื่อบอกว่าเขาโกหกผมไม่ได้

ผมจะไม่ยอมให้เขาหนีไปอีก... จะไม่ยอมปล่อยมือนี้ไป

“มึงมันดื้อด้านเกินไป” และมันได้ผล เมื่อสุดท้ายดวงตาคู่นั้นก็เต็มไปด้วยความหวั่นไหว สีรัตติกาลพร่างพราวกำลังสั่นระริก... พื้นผิวเย็นเยียบของดวงจันทร์ถูกกระเทาะและกำลังจะปริแตก 
   
“ทำไมถึงทำให้ตัวเองเจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่า... กูไม่เข้าใจ” กำแพงที่เขาสร้างไว้กำลังจะพังทลาย
   
ฝ่ามือหนาเอื้อมมาทาบแก้มผม จรดศีรษะลงมาแตะกัน สบตาผมด้วยสายตาปวดร้าวยากจะอธิบาย และสุดท้ายมันถูกกลบด้วยม่านน้ำในดวงตาผม ที่ไม่อาจกักเก็บเอาไว้ได้อีกต่อไป 

ผมจะไม่ยอมร้องเพราะถูกเขาทำร้าย แต่ยอมหลั่งน้ำตาง่ายดายเมื่อเขาเปิดใจ 

“ผมรักพี่ ได้ยินไหม” มันเป็นคำเดียวที่อยากยืนยัน อยากให้เขารู้ว่าเหตุผลเดียวที่ผมยังอยู่ตรงนี้เป็นเพราะอะไร

“กูรู้...”  น้ำเสียงของเขาสั่นพร่า ลมหายใจที่ริดรดลงมาหนักอึ้งราวแบกรับอะไรไว้ “แต่ที่ที่กูกำลังจะไป...มันไกล”

“...”

“กูไม่เคยรักษาความรักไว้ได้ จำได้ไหม” เขาเอ่ยย้ำคำพูดที่เคยบอก ความรักที่แลกมากับการแตกหัก

นิยามสัมพันธ์ที่ผมไม่เข้าใจ

ที่รู้ๆ คือมันไม่ได้มีไว้เพื่อปกป้องตัวเอง... เขาตั้งกฎขึ้นมาเพื่อปกป้องอีกฝ่าย... ใครก็ตามที่เขารัก 

...จากความรักที่เขาไม่ยอมไว้ใจ

“กูไม่รู้ว่าต้องทำยังไง” นิ้วโป้งเกลี่ยลงมาใบหน้า ปาดน้ำตาที่ไหลไม่หยุดอย่างห้ามไม่ได้ “กูไม่รู้วิธีที่จะทำให้มึงไม่ร้องไห้... แค่ตอนนี้ยังทำไม่ได้เลยเห็นไหม” 

ผมหลุดหัวเราะ เปลี่ยนเป็นยกมือขึ้นโอบรอบคอเขาไว้ ดึงเขาลงมาแตะหน้าผาก คลอเคลียปลายจมูกกับปลายจมูกเขา ให้ลมหายใจอุ่นซ่านเชื่อมเราไว้ด้วยกัน

“พิชญ์... แค่ปล่อยกูไป” ริมฝีปากร้อนกดจูบลงมาที่หางตาซับหยาดน้ำให้ผมซ้ำๆ สายตาเว้าวอนแบบที่ผมไม่เคยเห็น “แค่มีความสุขอยู่ตรงนี้ แล้วลืมกูซะ ไม่ได้หรือไง” 

ผมกระชับอ้อมแขน ส่ายหน้า ตอบอย่างเอาแต่ใจ “ไม่ได้” 

จูบผิวแก้มเขา มุมปาก ทาบลงไปบนริมฝีปากร้อนจัดก่อนผละออกมาสบตา “บอกแล้วไง พี่ต้องพิสูจน์ว่าไม่ได้รักผมให้ได้ ผมถึงจะไป” 

สีรัตติกาลที่เคยเย็นชาตอนนี้กลับฉายแววเหนื่อยล้ากว่าครั้งไหนๆ ความโดดเดี่ยวฉายชัดจนผมไม่แน่ใจ…

“พี่แพ้แล้วเตวิชญ์” 

ไม่แน่ใจว่าอะไรเปราะบางกว่ากัน... 

ระหว่างปีกของผีเสื้อ... หรือเปลือกของดวงจันทร์







ชื่อเสียงของเขามันลอยมาตามลม

เด็กใหม่ที่เพิ่งย้ายมาจากอเมริกา หน้าตาหล่อเหล่า เก่งเลิศในทุกๆ ด้าน เป็นทั้งที่รักและที่ชัง 

รักในเสน่ห์อันลึกลับ... และชังในเสน่ห์อันเร้นลับนั้นเช่นกัน

ผมยังไม่เคยเจอ และไม่คิดว่าจะได้เจอ... 

โดยเฉพาะในวันธรรมดาๆ ของหน้าฝนที่ท้องฟ้ากำลังหลั่งน้ำตา

ผมกำลังหาที่หลบฝน และเขาอยู่ตรงนั้น... ตรงหน้าผม

รู้ได้ทันทีว่าเป็นเขา แม้เรือนผมหนาที่เรียบลู่ด้วยน้ำฝนนั้นจะเป็นสีดำ โครงหน้าที่แม้จะเค้าลางความเป็นลูกครึ่งแต่ก็ค่อนมาทางเอเชีย โครงร่างสูงใหญ่ดูค้ายจะขัดตาแต่ก็เข้ากันอย่างประหลาดกับชุดนักเรียนม.ปลาย แต่ที่ทำให้รู้ชัดว่าเขาเป็นใคร คือสีรัตติกาลพร่างพรายในแววตา

มันพราวระยัยด้วยหยาดน้ำ ที่ผมไม่แน่ใจว่ามาจากไหน... อาจเป็นหยาดฝนที่ชโลมชุ่มใบหน้า... แต่ไม่กี่วินาทีต่อมาผมก็รู้ว่ามันเป็นหยาดน้ำตา

เมื่อมันค่อยๆ กลิ้งเกลือกลงมาอาบแก้มตอบนั้นช้าๆ หยดลงฝ่ามือที่ผมเพิ่งเห็นว่ามีบางอย่างอยู่ในนั้น และผมรู้เช่นกันว่ามันคือใคร... จากข่าวลือบางเบาเรื่องอุบัติเหตุที่คร่าชีวิตสมาชิกครอบครัวสี่ขาที่ไม่มีใครใส่ใจ

หนึ่งในผู้รอดชีวิตคือสิ่งมีชีวิตขนปุยสีดำสนิทในฝ่ามือสองข้างที่กำลังสั่น ดวงตาสีดำกลมวาวกำลังจ้องหน้าเขา... คงกำลังสงสัยเช่นกันว่าอะไรทำให้ดวงตาสีรัตติกาลเศร้าโศกถึงเพียงนั้น

กระทั่งเสียงทุ้มน่าฟังเอ่ยกระซิบสั่นพร่า

‘ไม่เป็นไร’ 

ผมถึงได้รู้ว่าเขาไม่ใช่ผู้สูญเสียแต่อย่างใด

‘ไม่เหงาหรอก’

‘...’

‘ไม่เป็นไร’ 

น้ำตาของเขาหลั่งลงมาให้การจากไปของสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่เป็นเพียงเศษฝุ่นในจักรวาล 

วินาทีนั้น... ผมสาบานว่าจะเก็บมันเป็นความลับ ฝังลึกในใจ... เก็บงำหยาดน้ำตาและใบหน้าเศร้าสร้อยแสนอ่อนโยนนั้นไว้เป็นของผม

เป็นของผมแต่เพียงผู้เดียว 








- CUT -
( วาร์ปอยู่หน้าเพจนะคะ )










---------------------------------------------------------
ตอนที่แล้วมีแต่คนหัวร้อนน เลยเอาน้ำมาดับร้อนให้ค่ะ 
เอ๊ะ หรือร้อนกว่าเดิม 55555 
บอกแล้วว่าจะไม่ดราม่านาน แต่ก็แอบกังวลว่ามันจะห้วนไป 
กลัวจะสื่อออกมางง สื่อไม่ถึง เข้าใจอยู่คนเดียวอะไรงี้ 5555
ถ้าไม่ดียังไงช่วยเตือนหน่อยน้า จะนำไปปรับปรุงค่ะ

ฝาก #เกมท้ารัก ด้วยนะคะ

ขอบคุณทุกคนที่ยังอยู่ด้วยกันค่ะ




   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 426 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,707 ความคิดเห็น

  1. #1707 saifon03 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:12
    สนุกแบบงงๆ
    #1,707
    0
  2. #1675 เจ้าหมีขาว (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 20:04
    กัดฟันเลยตอนอ่าน
    #1,675
    0
  3. #1586 pommys (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 15:04
    ลึกๆพี่ก็อ่อนแอ
    #1,586
    0
  4. #1528 mileyduchess (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 18:42
    กอดพี่เตนะ กอดดดดดดด
    #1,528
    0
  5. #1508 thiyadanook-1234 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 01:39
    อ่านฉากcutได้ที่ไหนหรอคะ เราเข้าเพจเฟสบุ๊คแล้ว แต่ก็หาไม่เจอเลยค่ะ ใจดีบอกหน่อยนะคะ:( พลีสสส
    #1,508
    0
  6. #1494 saisaisaisai14 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 00:12
    เป็นปวดใจ
    #1,494
    0
  7. #1422 galaxysecret🌈🌈 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:14
    ปรบมือให้น้องพิชญ์คนสตรอง ขอให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น ฮือๆๆๆๆ
    #1,422
    0
  8. #1352 Pantawan Khaokaew (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 02:41
    ....แต่ผมจะไม่รอ.....
    สุดจริง
    #1,352
    0
  9. #1292 ananarnaaa (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 21:31
    ร้องไห้แน้วน้าาาา แบบอินมาก
    #1,292
    0
  10. #1170 Jibangrin (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 23:25
    สงสารรรรรรร ทั้งคู่เลย ฮึกกก
    #1,170
    0
  11. #1094 ฺBedroom (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 22:55
    คิดไม่ออกเลย ว่าพี่เตจะทำอะไรต่อ
    #1,094
    0
  12. #1031 [12GODs ll POSEIDON]AVERY PIE (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 11:29
    ปวดใจมากแต่ก็เข้าใจมากๆเหมือนกัน
    #1,031
    0
  13. #1018 Ineedtoreed (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 08:27
    เป็นอะไรที่ สระเดือด
    #1,018
    0
  14. #978 aommyjung2521 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 18:34
    เศร้า รักแต่ต้องตัดใจ
    #978
    0
  15. #966 agasep2 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 12:22
    ทำไมเหมือนเข้าใตเตเลย เพราะรู้ว่าต้องจากกัน ระยะทางกับเวลาอาจทำให้ปวดร้าว ทำให้หัวใจเจ็บปวด เพราะไม่อยากให้เจ็บเลยอยากให้ลืม และมีความสุขกับอย่างอื่นแทน
    #966
    0
  16. #947 oyoko_yok (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 / 14:40
    ร้องไห้เลยง่า อ้ากกก
    #947
    0
  17. #930 mmcolor (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 11:12
    ใจจะวายงื้ออพี่เตง่าในน้ำเลย
    #930
    0
  18. #906 jjtk (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 12:27
    อมก โอยยยย สวิชไปมา วกวกว แต่แบบ ชอบบบบ
    #906
    0
  19. #741 Tatangts 🐋 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 15:26
    ปรับอารมณ์ไม่ทันจีงจีง
    #741
    0
  20. #729 snowontherainyday (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 20:22
    เตนะเตตตตต เห้อออ
    #729
    0
  21. #707 Orathaiks (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:24
    ปรับอารมณ์ไม่ทันอยู่ๆก็คัท5555
    #707
    0
  22. #691 R-Area (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:36
    โอ้ยย เจ็บมาก ฮือออออ 😭
    #691
    0
  23. #637 Devil94 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:46
    กำแพงพังลงแล้วสินะ
    #637
    0
  24. #592 Sweet Time (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 22:40
    ภาษาดีมากแบบมากๆ
    #592
    0
  25. #353 Palmyippy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 02:37
    แวบนึกตอนที่พิชญ์บอกจะไม่รอนี่แบบใจชื้นเลย หมายความว่าไง คือจะตัดขาดจริงๆเหรอ แต่พอบอกให้เตพิสูจณ์ว่าไม่รักต่างหาก ถึงกับบางอ้อจ้า เจ้าสำนวนจริงๆ ในที่สุดก็ยอมเผยความรู้สึกนะ แทบลากเลือด แต่ความดราม่ามันยังไม่จบหรอกเรารู้! 555555555555555มาค่ะ พร้อม
    #353
    0