[Ghost Set] Beside Ghost รักนี้...ผีตามติด

ตอนที่ 1 : Prologue ll วิถีสายแว้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 483
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    2 ต.ค. 60
















- Prologue -


เสียงเร่งเครื่องจากรถมอเตอร์ไซค์นับสิบคันดังกันระงมกลางดึกในบริเวณป้ายรถเมล์หน้าซอยแห่งหนึ่ง


เด็กวัยรุ่นที่ดูจากหน้าตาแล้วอายุไม่น่าเกิน 18 จำนวนมากกว่ามอเตอร์ไซค์สักเท่าตัวได้เดินกร่างไปมาในบริเวณนั้น เกินครึ่งในกลุ่มเป็นผู้ชาย หลายคนมือคีบบุหรี่และพ่นควันออกมาจากปากด้วยท่าทางที่คิดว่ามันเท่ห์มาก ส่วนสาวๆในกลุ่มก็ไม่ได้น้อยหน้า พวกเธอล้วนนุ่งสั้นและใส่เสื้อสายเดี่ยวโชว์สัดส่วน


ดึกดื่นสี่ห่าทุ่มเป็นเวลาที่ชาวบ้านชาวช่องหลายคนพากันเข้าบ้านเตรียมจะนอน แต่กลับเด็กพวกนี้มันเป็นเวลาแห่งความมันส์และความสนุกบนถนนคอนกรีต


พระพาย หรือ พาย ก็ยืนอยู่ในกลุ่มนั้น เขาไม่ได้กำลังเร่งเครื่องเพื่อฟังเสียงแว้นๆของมันเหมือนกับคนอื่นๆ แต่ร่างสูงโปร่งที่ติดจะดูขี้ก้างไปสักนิดของเขายืนพิงรถ Honda Wave สีแดงคู่ใจอย่างเก๊กๆ ตาเรียวมองไปยังสาวๆในกลุ่มอย่างชื่นชมในความเซ็กซี่กล้าโชว์ของพวกเธอ ยิ่งสาวๆคนไหนฟาร์มโคนมใหญ่เขาจะจ้องมันเป็นพิเศษ


“ไง” ผมยกมือขึ้นโบกทักทายสาวสวยคนนึงในแก๊ง แต่เธอก็ทำเมินพร้อมกับเดินตรงไปซ้อนบนมอเตอร์ไซค์คันเฟี้ยวที่แต่งมาซะจนสภาพเกือบจะไม่เป็นมอเตอร์ไซค์อยู่รอมร่อของรุ่นพี่หน้าเหี้ยม เล่นเอาผมเก็บมือที่โบกเก้อแทบไม่ทันแล้วเอามันมาเสยผมแก้เขิน


ไม่นาน เพื่อนสนิทที่สุดในกลุ่มก็เดินตรงเข้ามาหา ผมทรงรากไทรสีทองอร่ามตาของมันเด่นมาแต่ไกล เพราะไม่มีใครในกลุ่มใจกล้าพอที่จะทำสีนี้ มันชื่อ ด่วย เป็นทั้งเพื่อนที่โรงเรียนและเพื่อนแว้นที่รักในความเร็วเหมือนกัน


เพราะพวกเราทั้งคู่เรียนอยู่เอกชน การไว้ผมทรงประหลาดจึงสามารถทำได้ แต่ว่าการย้อมสีผมฉูดฉาดแบบนี้ก็ถือว่าผิดระเบียบเหมือนกัน พวกผมถึงทำมันแค่ในตอนปิดภาคเรียนอย่างเช่นตอนนี้เท่านั้น


“ไหนรถมึงอะ” ผมถามพร้อมกับเสยผมหน้าม้าสีแดงประกายทองของตัวเองที่ยาวละลูกตาให้พ้นทาง


“ป๊ายึดอะ เลยต้องมาตัวเปล่า กะมาหาซ้อนใครสักคนซิ่งเอา” มันตอบพลางยู่ปาก


 คิดว่าน่ารักมากมั้ง


“แล้วคนๆนั้นต้องไม่ใช่กู” เอ่ยออกไปอย่างไม่สนใจใยดีสีหน้าบูดบึ้งของเพื่อนเลยสักนิด ก็ทำยังไงได้ ผมต้องการให้สาวๆมาซ้อนมากกว่า ก้อนเนื้อยุ่นๆเวลาที่มันมาแนบหลังนี่ฟินกว่าเป็นไหนๆ


“นี่เพื่อนไง เพื่อนอะ” ด่วยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงน้อยใจนิดๆก่อนที่มันจะถือวิสาสะขึ้นมาคร่อมมอเตอร์ไซค์ของผมทันที


“เฮ้ย อะไรของมึงเนี่ย ไสก้นลงไปเลย” โวยวายไปก็เท่านั้น เพราะคนซ้อนเอาแต่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ แถมรถคันอื่นๆในกลุ่มก็เริ่มติดเครื่องเตรียมไปซิ่งกินลมกันบนถนนแล้วด้วย ผมถอนหายใจออกมาอย่างนึกเซ็ง หันไปมองรอบกายก็เห็นทุกคนประจำที่บนอานรถเรียบร้อยแล้ว แถมสาวๆสก๊อยก็ไม่มีเหลือให้ผมสักคน


เอาวะ! ไอ้ด่วยก็ไอ้ด่วย


“ครั้งต่อไป มึงหาสก๊อยสวยๆอึ๋มๆมาซ้อนให้กูด้วย ถือเป็นค่าชดใช้ที่มึงมาซ้อนกู” นิ้วเรียวชี้หน้าเพื่อนตัวดีอย่างออกคำสั่ง


“เออ เดี๋ยวหาแบบทรงโตเวอร์ๆมาให้เลย”


ผมชูนิ้วโป้งให้มันอย่างชื่นชมก่อนจะง้างขาที่อยู่ในกางเกงขาเดฟสุดรัดรูปให้คร่อมตัวรถอย่างยากลำบาก


แม่งรัดจนไข่แทบแตก


แต่ถ้าใส่แล้วหล่อผมก็โอเค


เสียงเร่งเครื่องดังกระหึ่มอีกรอบ ก่อนที่รถหลายๆคันจะทะยานพุ่งออกไปบนถนนเบื้องหน้า บางคันก็ไปแบบปกติ บางคันก็ไปแบบท่ายาก


ผมเร่งเครื่องก่อนจะขับตามไป ยามลมเย็นที่เกิดจากความเร็วปะทะเข้าที่หน้าโดยไม่มีอุปกรณ์กำบังอย่างเช่นหมวกกันน็อค มันให้ความรู้สึกสุดยอดแปลกๆ สดชื่น และท้าทาย


“วู้วววววว” ไอ้ด่วยแหกปากออกมาอย่างลิงโลดก่อนจะลุกขึ้นยืนโดยที่เท้าเหยียบที่วางขาไว้


“ไอ้เชี่ยนั่งลง!” ผมตะโกนแหวกเสียงลมที่ดังกระหึ่มตามความเร็ว มันเป็นเพราะผมขับไม่ได้แข็งมากและรถมันก็เร็วซะจนผมกลัวว่าตัวแห้งๆของมันจะปลิวหลุดออกไปนอนแอ้งแม้งบนถนน


มันเชื่อฟังและนั่งลงตามเดิม แต่ก็ไม่วายโบกไม้โบกมือทักทายมอเตอร์ไซค์คันข้างๆอย่างอารมณ์ดี


ถนนในยามค่ำคืนดึกดื่นเกือบเที่ยงคืนแบบนี้ค่อนข้างโล่ง อุปสรรคจากรถคันอื่นเลยไม่ค่อยมีนัก พวกผมสามารถขับซิ่งได้สบายๆโดยไม่ต้องคอยระวังอะไรมากมาย


จะมีก็แค่ตำรวจ


“ไอ้พาย พรุ่งนี้ไปบ้านกูป่าว” ด่วยยื่นหน้ามาตะโกนใส่ที่หูผมเพราะกลัวจะไม่ได้ยิน


“มีไรวะ” พูดพลางบิดคันเร่งเพื่อต้องการตามให้ทันพวกเพื่อนๆพี่ๆในกลุ่มที่เริ่มจะแซงไปไกล


“พรุ่งนี้วันเกิดกู อยากชวนมึงมากินเลี้ยงที่บ้าน”


“เออๆดีๆ 16 ขวบแล้วดิมึง เดี๋ยวพรุ่งนี้กูแต่งหล่อไปเลย” ผมตอบรับคำชวนของ อันที่จริงก็จำได้แหละว่าวันไหนเป็นวันเกิดมัน แต่แค่รอให้มันเอ่ยปากชวนแค่นั้น


เราสองคนอายุใกล้ๆกัน ผมแก่กว่ามันสามเดือนเศษๆ


“อย่าหล่อแซงกูละกัน” คนซ้อนพูดกลั้วหัวเราะนิดๆ


ผมขับกินลมมาเรื่อยๆ จนกระทั่งอีกสองร้อยเมตรข้างหน้าจะเป็นสี่แยก กลุ่มรถมอเตอร์ไซค์ที่ขับนำหน้าแล่นฝ่าสัญญาณไฟจราจรที่ขึ้นสีแดงไปอย่างรวดเร็ว เพราะพวกเขาเห็นว่าถนนมันโล่ง


แล้วผมก็เลือกที่จะขับฝ่าไฟไปเหมือนพวกนั้น


ความประมาทเลินเล่อทำให้ผมไม่หันไปเช็คถนนทางฝั่งซ้ายให้ดีซะก่อน รถกระบะที่ขับมาด้วยความเร็วสูงบีบแตรใส่พวกเราดังลั่น ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วจนผมไม่มีเวลาแม้แต่จะกำเบรก แต่กลับมีเวลารำลึกถึงพระคุณของพ่อแม่และพี่สาวคนสวยที่ผมยังไม่ทันได้ชดใช้ แต่ผมก็ต้องมาด่วนจากไปก่อนไว้อันควรแบบนี้

 

และที่สำคัญกว่านั้น ผมกำลังจะพาคนที่ซ้อนอยู่ด้านหลังต้องมาซวยกับความประมาทของผมไปด้วย ทั้งๆที่พรุ่งนี้ก็จะวันเกิดครบสิบหกปีของมันแล้วแท้ๆ


เมื่อรู้ตัวว่าอาจจะไม่รอด ความผิดที่ได้ก่อไว้ในอดีตตั้งแต่จำความได้เริ่มประเดประดังเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นการแกล้งเปิดกระโปรงเพื่อนผู้หญิงสมัยอนุบาล การไปถุยหมากฝรั่งทิ้งบนเก้าอี้คุณครูตอนเรียนชั้นประถม และการโดดเรียนโดยการปีนกำแพงออกเมื่อตอน ม.1 เล่นเอาผมสำนึกผิดแทบไม่ทัน


“เชี่ยยยยยยยยย” ทั้งผมและไอ้ด่วยประสานเสียงร้องกันดังลั่น ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยเสียงโลหะกระแทกกันดังโครมใหญ่


รถคันนั้นชนเข้ากับพวกเราอย่างจัง ไม่ใช่แค่รถของผมคนเดียว แต่คันอื่นๆที่วิ่งไม่พ้นวิถีก็เช่นกัน รถผมโดนกระแทกอย่างรุนแรงบริเวณท้ายคัน ก่อนที่มันและผมกับคนซ้อนจะกระเด็นไปไกล


ร่างผมไถลไปบนพื้นแข็งๆของถนนปูนหลายเมตร แรงเสียดสีที่เกิดขึ้นมันทำให้แสบผิวหนังราวกับว่ามีไฟมานาบ ผมรับรู้ได้ถึงเลือดที่ค่อยๆไหลซึมออกมาตามแผลแตกของร่างกาย แต่ก่อนที่สติอันน้อยนิดที่เหลือของผมจะดับวูบไป สายตาก็เหลือบไปเห็นด่วยนอนนิ่งอยู่ไม่ไกล เขาตะแคงหน้ามาทางทิศนี้พอดี เราสบตากัน แต่ผมรับรู้ได้ว่าสายตานั่นมันแปลกไป มันดูไร้ความเจ็บปวด และไร้แวว เส้นผมสีทองของเขาชโลมไปด้วยสีแดงของเลือดที่ดูท่าจะไหลออกมาเยอะจนน่ากลัว


เสียงเอะอะโวยวายของเพื่อนๆในกลุ่มซิ่งมอเตอร์ไซค์เริ่มดังขึ้นรอบตัว พวกเขาพากันจอดรถและเดินเข้ามาดูคนเจ็บที่นอนเกลื่อนพื้นถนน ซึ่งบางคนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด แต่บางคนก็แน่นิ่งไป


“เจ็บมากไหม” เสียงคุ้นหูดังขึ้นด้วยความเป็นห่วง เสียงมันบางและเบาโหวงราวกับว่าคนพูดกำลังกระซิบกระซาบอยู่ ผมพยายามฝืนลืมตาที่ดูจะหนักอึ้งกว่าปกติอย่างยากลำบาก ภาพรอบตัวเริ่มเลือนลางขึ้นทุกที


ผมยังคงนอนรอความช่วยเหลือจากหน่วยกู้ภัยอยู่บนถนนเหมือนเดิม แล้วตอนนี้มันก็เริ่มเต็มไปด้วยไทยมุง


ผู้ชายตัวบางที่ถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อครู่กำลังนั่งย่องๆอยู่เบื้องหน้าและมองมาทางผม



แต่ผมเห็นหน้าได้ไม่ชัดนัก




มีแค่ผมสีทองเคลียบ่าเท่านั้น ที่ผมจำได้แม่น….

 

 




 

ไอ้ด่วย เป็นมันไม่ผิดแน่

 



 

 

ผมเห็นมันนั่งอยู่ใกล้ๆ แต่ก็เห็นตัวมันนอนจมกองเลือดอยู่ที่เดิมเช่นกัน





:Talk:


จบไปแล้วกับบทนำ ><

ไรท์พาพระเอกของเราหรือว่าเจ้าพระพายมาเปิดตัวก่อนนนน 

ในตอนนี้นางยังเพิ่งอายุ 16 เท่านั้น 

ถ้าถูกใจก็เฟบไว้อ่านเล่นได้เด้อ อิอิ








(c)              Chess theme
   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

56 ความคิดเห็น

  1. #9 ButterTown (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 13:17
    ว้อยย อีพ๊ายยยย ชอบบบบ55555555
    #9
    1
    • #9-1 H_HB(จากตอนที่ 1)
      4 ตุลาคม 2560 / 20:08
      นุ้งพายคงดีใจ มีคนชอบ อิอิ
      #9-1
  2. #4 โกอึน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 22:01
    อยากอ่านเเล้วค่ะไรท์มาอัพเร็วๆนะค่ะรอทุกๆวันเลย^^
    #4
    1
    • #4-1 H_HB(จากตอนที่ 1)
      4 ตุลาคม 2560 / 20:06
      ขอบคุณนะคะ ><
      #4-1
  3. #3 koizora_11 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 08:59
    โธ่น้องพายของเพ่ ไม่น่าเลยยนยย #จุดจบสายแว้น
    #3
    1
    • #3-1 H_HB(จากตอนที่ 1)
      4 ตุลาคม 2560 / 20:06
      ชอบๆแท็ก ><
      #3-1
  4. #2 kpisunee (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 07:01
    อยากอ่านตอนหน้าแล้วอะ จะเปลี่ยนไปขนาดไหนนนน
    #2
    1
    • #2-1 H_HB(จากตอนที่ 1)
      4 ตุลาคม 2560 / 20:06
      หล่อขึ้น มั้ง 555
      #2-1