วิวาห์ร้อนเจ้าชายทมิฬ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 131,346 Views

  • 201 Comments

  • 1,365 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    418

    Overall
    131,346

ตอนที่ 41 : บทที่ 8 (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1587
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    5 พ.ย. 61

บทที่ 8 (2)

 

                ขอให้เธอได้พบเจ้าชายเนื้อคู่ในเร็วๆ นี้

 

                อย่าแช่งฉันแบบนั้นสิ

 

                ฉันอวยพรต่างหาก

 

                คิดอะไรอยู่

 

                   รอยยิ้มซุกซนของเธอ เปิดเผยถึงความคิดของเจ้าตัว ศกุนตลาจะต้องคิดเรื่องอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ หญิงสาวถึงได้ยิ้มออกมาแบบนั้น

 

                   คุณรู้ได้ยังไงคะว่าฉันคิดบางเรื่องขึ้นมาได้

 

                   รอยยิ้มของคุณบอก

 

                   ทำไมสายตาแหลมแบบนี้ล่ะ แค่ยิ้มก็รู้แล้วเหรอ แต่ฉันก็กำลังคิดถึงบางเรื่องอยู่จริงนั่นแหละค่ะ ฉันจะเล่าให้คุณฟังนะ คุณอยากฟังไหมคะ

 

                   เล่ามาสิ

 

                   วาริคบอกอย่างใจกว้าง ส่วนศกุนตลาก็หัวเราะคิกออกมาก่อนเล่า ในตอนนั้นหญิงสาวก็แค่พูดจาหยอกล้อกับมณีบุษบา จนถึงตอนนี้เธอก็ยังคิดแบบเดิม มันไม่มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นจริง

 

                   ฉันพูดถึงสเปกสูง เพราะฉันเคยพูดเล่นกับมิมิน่ะค่ะ ในวันแต่งงานของมิมิ มิมิบอกให้ฉันรีบมองหาคนถูกใจ ฉันก็เลยบอกว่าฉันจะแต่งงานก็ได้ ถ้ามีเจ้าชายมาขอฉันแต่งงาน

 

                   หญิงสาวกระชับมือเข้ากับมือของชายหนุ่มอัตโนมัติ เมื่อรู้สึกว่าเขาคลายมือออกจากเธอ ศกุนตลาหยุดเดินแล้วก็หันไปเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม เพื่อใช้ดวงตากลมโตสดใสมองเขา

 

                   เจ้าชาย? หรือว่าเธอจะรู้?’

 

                คำถามภายในใจของวาริคถูกปัดทิ้งไป เมื่อเห็นประกายวิบวับในดวงตาคู่สวยของเธอ โดยที่ไม่ต้องพูดกันแม้แต่คำเดียว ศกุนตลาก็ทราบว่าเธอได้ช่วงเวลาอบอุ่นระหว่างกันคืนมาแล้ว เมื่อวาริคกระชับมือเข้ากับมือเธออีกครั้ง

 

                   ฉันเล่าต่อนะคะ เป็นเรื่องเพ้อเจ้อชัดๆ เลยแต่ยายมิมิก็ยังอุตส่าห์อวยพรว่าขอให้ฉันได้พบกับเจ้าชายเนื้อคู่เร็วๆ แต่ฉันเรียกว่าเป็นคำสาปแช่งมากกว่า ถ้ามีโอกาสได้พบเจ้าชายจริงๆ

 

                   คำสาปแช่งที่ว่านั่นก็เพราะศกุนตลายังไม่คิดแต่งงาน หญิงสาวเลยมองเป็นคำสาปแช่ง แต่สำหรับวาริคกลับคิดต่างออกไป การที่เธอได้รู้จักกับเขา ถึงเขาจะไม่ใช่เจ้าชายเนื้อคู่ของเธอ มันก็เหมือนเป็นคำสาปแช่งนั่นแหละ เพราะเขาจะนำอันตรายเข้ามาถึงตัวเธอ ในตอนนี้ก็เริ่มต้นจากออเรเลียส

 

                   องค์ชายรัชทายาทผู้สูงศักดิ์ มีภารกิจเร่งด่วนที่ต้องทำ และเพื่อไม่ให้การตัดสินผิดพลาด หรือหลักฐานขาดน้ำหนัก วาริคจึงถือโอกาสจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง มันประจวบเหมาะเมื่อสถานที่ซึ่งเขาต้องการตรวจสอบนั้น ทำให้เขาสามารถมาพบกับศกุนตลาและปกป้องเธออยู่ลับๆ ได้ และนอกจากนี้เพื่อเป็นการป้องกันว่าองค์หญิงมารีเบลลา จะปลอดภัยจากคนพาลซึ่งคอยจ้องคุกคามอยู่อ้อมๆ ในวัง

 

                   ในระหว่างที่องค์รัชทายาทไม่ได้ประทับอยู่ในพระราชวังส่วนพระองค์ ด้วยเหตุผลเรื่องการเดินทางไปรักษาพระวรกายยังต่างประเทศ ก็มีพระบัญชาส่งองค์หญิงออกมาจากพระราชวัง ไม่ใช่เหตุบังเอิญ แต่คือความแยบยลในแผนการซึ่งองค์รัชทายาทอันเดรเดรสวางเอาไว้ องค์หญิงมารีเบลลาประทับอยู่ในหมู่บ้านแครนเซล นอกจากจะทำให้ออเรเลียสทำตามอำเภอใจลำบาก ก็ยังเป็นการดูแลองค์หญิงให้ปลอดภัยอีกชั้นหนึ่งด้วยและอีกหนึ่งเรื่องก็คือเป็นการให้เวลาองค์หญิงกับท่านชายซามาทิส ได้ใกล้ชิดกัน โดยไม่ต้องมีพิธีรีตองของราชวงศ์คอยตีกรอบทั้งคู่

 

                   คุณอาจได้พบเจ้าชายแล้วก็ได้

 

                   ฉันคงเดินผ่านเจ้าชายในสนามบินตอนฉันเดินทางมาถึงที่นี่หรือเปล่าคะ

 

                   วาริคไม่ได้ตอบคำถามเธอ ชายหนุ่มพาเธอเดินต่อไปจนถึงเนินเขาหิน มีขั้นบันไดที่สามารถเดินขึ้นไปได้ ศกุนตลาจับมือกับวาริคเดินขึ้นไปบนภูเขาอย่างช้าๆ เพราะถ้าเดินเร็วเธอก็จะหอบเพราะความเหน็ดเหนื่อยน่ะสิ

 

                   เราขึ้นมาดูดาวกันเหรอคะ

 

                   เมื่อเดินขึ้นบันไดไปถึงบริเวณเนินเขา ศกุนตลาก็ทรุดตัวนั่งลงบนพื้นอย่างไม่มีพิธีรีตอง วาริคนั่งตามลงไปและหญิงสาวก็เบียดตัวเข้ามาหาเขา แต่ใบหน้าของเธอไม่ได้มองมาที่เขา ศกุนตลาแหงนเงยใบหน้ามองไปยังท้องนภา ซึ่งระยิบระยับไปด้วยหมู่ดาว กะพริบพราวทอแสงราวกับจะเริงระบำอยู่บนท้องฟ้าแล้วบอกกับเธอว่าเชิญชื่นชมความสวยงามของฉันให้พอใจ

 

                   อืมชายหนุ่มตอบรับสั้นๆ ตั้งแต่กลับจากแครฟแซนดรา บุรุษผู้ไม่เคยผูกพันกับสตรีอื่นใดนอกเหนือจากมารดาและน้องสาวก็กลับต้องคิดถึงเธอ โดยเฉพาะยามเวลาที่เขามองท้องฟ้าแล้วเห็นดวงดาวบนฟ้ากว้างนั่น แม้จะเป็นกลุ่มดาวเล็กๆ ใบหน้าของศกุนตลาก็ยังแทรกขึ้นมาบนท้องฟ้านั่น ใบหน้างดงามที่เกลื่อนไปด้วยความแช่มชื่น

 

                   ที่นี่ก็ดาวสวยมากเลยค่ะ ถึงจะสวยไม่เท่าที่แครฟแซนดรา แต่พอได้ดูดาวที่นี่แล้วก็มีความสุขมากเลยค่ะ

 

                   มีความสุขอีกแล้ว

 

                   ความสุขของเธอช่างง่ายดายเหลือเกิน เธอจะเป็นแบบนี้ตลอดไปหรือเปล่านะ หากเธอสูญเสียความเป็นตัวตนของเธอไปในสักวัน วาริคคงแสนเสียดาย

 

                   มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราดูดาวที่ไหน เดินทางไปไกลเพื่อดูมันหรือเปล่า แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือเราดูดาวอยู่กับใครต่างหากค่ะ

 

                   ศกุนตลาหันไปยิ้มส่งให้ชายหนุ่ม หญิงสาวไม่รู้ตัวว่าเธอเผลอยิ้มให้เขาอย่างอ่อนหวาน เป็นรอยยิ้มที่เธอไม่เคยยิ้มให้ผู้ชายคนไหนนอกจากเขา วาริคยกแขนขึ้นโอบไปรอบหัวไหล่ของเธอ ศกุนตลาก็เอนกายเข้าไปหา เอียงศีรษะซบเข้ากับแผงอกกว้างของชายหนุ่ม เป็นการเคลื่อนไหวโดยที่ทั้งคู่ไม่รู้ตัว มันคือแรงดึงดูดที่ทำให้พวกเขาใกล้ชิดกัน

 

                   แต่เพราะกลิ่นกายหอมละมุนจากเรือนกายของวาริค ทำให้ศกุนตลาได้สติ หญิงสาวดึงตัวออกห่างจากชายหนุ่ม แต่วาริคก็รั้งเธอกลับมาซบเขาตามเดิม ศกุนตลาเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มอย่างไม่สบายใจนัก เธอไม่ได้รังเกียจสัมผัสจากเขาหรอก แต่กลัวเขาจะรังเกียจเธอต่างหาก หญิงสาวทำงานตลอดวัน ยังไม่ได้อาบน้ำเลย ตัวเขาหอมถึงขนาดนั้น เธอก็เลยเกรงว่าเธอจะตัวเหม็นจนเกรงใจจมูกของเขา

*******************************

ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ

 

                  

 

                                     

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

0 ความคิดเห็น