วิวาห์ร้อนเจ้าชายทมิฬ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 131,405 Views

  • 201 Comments

  • 1,369 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    477

    Overall
    131,405

ตอนที่ 22 : บทที่ 4 (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1982
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    17 ต.ค. 61

งานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันที่ 17-28 ตุลาคม 2561 พบกับนิยายของกัณฑ์กนิษฐ์ ได้ที่บูธสำนักพิมพ์ไลต์ออฟเลิฟ โซนแพลนนารีฮอล์ เลขบูธ E18 จ้า

จี้เข้าบูธทุกวันนะคะ ประมาณ 13:00-16:00 น.

ใครว่างไปเจอกันได้จ้า

*************************************

บทที่ 4 (3)

 

                แต่ฉันต้องคิดสิ การเป็นผู้หญิงไม่ได้หมายความว่าจะเอาเปรียบผู้ชายได้นี่ ผู้หญิงก็ต้องดูแลตัวเองให้ได้เหมือนกัน ฉันมีแพลนจะมาเที่ยวทริปนี้อยู่แล้ว ถ้าฉันไม่ยอมใช้เงินตัวเองเพราะฉันเจอคุณ แบบนี้ก็เหมือนฉันเกาะคุณกินน่ะสิ

 

                   คิดมาก

 

                   เรื่องแบบนี้ฉันคิดมากนะ ฉันไม่ชอบเอาเปรียบคนอื่น เพราะว่าฉันก็ไม่ชอบให้คนอื่นเอาเปรียบฉันเหมือนกัน

 

                   ผมเอาเปรียบริมฝีปากของคุณสองครั้งแล้วนะ

 

                   ไม่ใช่การเอาเปรียบเสียหน่อย ฉันเต็มใจ เราก็แค่จูบกันต่างหาก

 

                   เธอเป็นผู้หญิงที่เปิดเผยถึงขนาดนี้ น่ารักจนหัวใจแกร่งของเขาสะเทือนไปหมด วาริคยื่นมือไปลูบแก้มเธอ ก่อนจะดึงมือออกห่างช้าๆ เมื่อพนักงานเขย่ากระดิ่งอยู่ด้านหน้ากระโจม ก่อนจะเปิดผ้ากระโจมหนาหนักที่ซ้อนทับกันเอาไว้ตรงประตูเข้ามา เพื่อนำอาหารมาวางลงบนโต๊ะรับประทานอาหาร

 

                   พอเห็นอาหาร ฉันถึงรู้ตัวว่าฉันหิวมากเลย

 

                   เป็นอาหารพื้นเมืองของที่นี่ ถ้ากินไม่ได้ก็บอกจะสั่งให้ใหม่

 

                   ฉันกินได้ทุกอย่าง ฉันไม่เลือกกินหรอก ขอแค่ให้มีกินก็พอ

 

                   กินได้ทุกอย่างจริงเหรอ?”

 

                   ใช่ค่ะ ฉันเลี้ยงง่ายน้า

 

                   อยากให้ผมเอาไปเลี้ยงหรือไง

 

                   ตอนนี้ยังค่ะ ต้องดูก่อนว่าเราจะเข้ากันได้แค่ไหน

 

                   ศกุนตลาตอบยิ้มๆ หญิงสาวหันไปยิ้มให้พนักงานด้วย เธอกล่าวคำขอบคุณพร้อมกับแถมรอยยิ้มให้พวกเขาอีกรอบ เมื่อพนักงานทำหน้าที่ของตัวเองเรียบร้อย

 

                   ชอบยิ้ม?”

 

                   เวลายิ้มแล้วรู้สึกดีนี่คะ

 

                   ผู้หญิงที่ผมรู้จัก ไม่ค่อยยิ้มกันสักเท่าไร มีอยู่แค่หนึ่งคนที่มักจะยิ้มอยู่เสมอไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข แต่ผมก็ไม่ได้เห็นรอยยิ้มนั้นนานมากแล้ว

 

                   แต่คุณต้องจดจำรอยยิ้มนั้นได้ใช่ไหมคะ แค่จำได้ รอยยิ้มนั้นก็จะไม่หายไปไหน แต่จะอยู่ในความทรงจำของคุณ เป็นความสุข เป็นกำลังใจให้กับคุณ อยู่ที่ว่าคุณจะใช้ประโยชน์จากความทรงจำที่คุณมีในรูปแบบไหน

 

                   ศกุนตลาตอบกลับชายหนุ่ม แล้วก็ยิ้มกว้างกว่าที่ยิ้มให้พนักงานส่งให้เขา เขาเหมือนคนสมบูรณ์แบบ แต่ศกุนตลาก็มีความรู้สึกบางอย่างอยู่ลึกๆ บางครั้งดวงตาเจ้าเสน่ห์คู่นั้นก็มีความเศร้าเจือปนอยู่ เธอคิดไปเองหรือเปล่า ยิ่งเขาคลุมมันด้วยความเย็นชา ความเย็นยะเยือกนั้นก็เหมือนกับความเศร้าที่ซ่อนลึกอยู่ภายในหัวใจของเขา

 

                   การใช้ชีวิตของวาริค สถานที่พักซึ่งเขาเลือก การมีคนคอยติดตาม อาภรณ์ที่เขาสวมอยู่บนร่าง ทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเขาล้วนเป็นสิ่งของราคาแพง เขาคงมาจากครอบครัวที่พร้อมไปด้วยทรัพย์สมบัติ แต่อาจบกพร่องในเรื่องของความสุข ดวงตาของเขาปราศจากประกายของความสุข มันคือความน่าเกรงขาม ร้อนแรงยามที่มองเธอ แต่ก็นั่นแหละ มันไร้ซึ่งความอบอุ่นและอ่อนโยน

 

                   คุณไม่หึงหวงความทรงจำของผมเหรอ ผู้หญิงบางคนจะชอบตีโพยตีพายแค่ได้ยินเรื่องผู้หญิงคนอื่นจากปากผู้ชาย

 

                   เป็นแค่เรื่องในอดีตนี่คะ และอีกอย่าง ถ้าหากคุณมีคนอื่นอยู่แล้ว คุณก็ไม่ควรจะยุ่งกับฉัน แต่ถ้าคุณเข้ามาใกล้ชิดฉัน ก็แสดงว่าในตอนนี้คุณยังไม่มีใคร คุณมีความเย่อหยิ่งในตัวที่แผ่รัศมีออกมารุนแรงมาก การที่คุณมีคนรักอยู่แล้ว และเลือกโปรยเสน่ห์ใส่ฉัน ฉันคิดว่าคงไม่ใช่นิสัยของคุณ

 

                   ตอนนี้ผมโสด

 

                   ฉันก็โสดเหมือนกันค่ะ

 

                   เล่าเรื่องของคุณให้ผมฟังบ้างสิระหว่างที่เรารับประทานอาหารด้วยกัน

 

                   ด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่งค่ะ

 

                   ศกุนตลาหั่นซี่โครงหมูชิ้นใหญ่ที่น่าจะอบซอสแล้วปรุงด้วยเครื่องปรุงแบบวาเดอเลส เพราะมีรสชาติของเครื่องเทศแสนอร่อยที่เธอไม่เคยรับประทานมาก่อนเพิ่มลงมาบนจาน แล้วก็ตักให้วาริคด้วย

 

                   ต้องเริ่มเล่ายังไงดี ฉันมาจากอเมริกา แต่ฉันไม่ใช่คนอเมริกันเต็มตัวหรอกนะคะ คุณย่าของฉันท่านเป็นคนอเมริกัน ท่านแต่งงานกับคุณปู่แล้วก็ย้ายไปอยู่ประเทศไทย ท่านมีลูกชายสองคน หนึ่งคนคือพ่อของฉันและอีกหนึ่งคนก็พ่อของลูกพี่ลูกน้องของฉันค่ะ พวกเรารักกันมาก เพราะมีกันแค่สี่คน คุณย่า ฉัน พี่มินนี่ แล้วก็มิมิ

 

                   คุณมาจากครอบครัวที่อบอุ่นสินะ

 

                   อบอุ่นมากค่ะ บางครั้งก็อุ่นจนร้อน แต่พวกเราไม่เคยทะเลาะกันรุนแรง เราจะคุยกันดีๆ เพราะคุณย่าบอกว่าไม่รู้เราจะได้พบได้คุยกันจนถึงเมื่อไหร่ คุณย่าเคยคิดจะปักหลักอยู่ที่ประเทศไทย แต่พอเสียคุณปู่ คุณพ่อคุณแม่ของฉันกับของพี่มินนี่และมิมิ คุณย่าก็ต้องตัดสินใจพาพวกเรากลับมาอยู่ที่บ้านของท่าน

 

                   เธอเล่าถึงการสูญเสีย แต่เธอก็ยังมีรอยยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ออกมาจากใจ ไม่ใช่รอยยิ้มที่เสแสร้งแกล้งทำ ศกุนตลาคงเติบโตมาจากครอบครัวที่เต็มไปด้วยความรัก

 

                   คุณย่าบอกว่าถ้าเราทำดีกับคนที่เรารัก ถึงแม้การพรากจากจะทำให้เสียใจ แต่เราจะไม่รู้สึกเสียดาย ไม่ต้องมานั่งคิดว่าถ้าเขายังมีชีวิตอยู่ เราจะได้ทำนั่นเพื่อเขา ทำนี่เพื่อเขา เพราะตอนที่เขามีชีวิตอยู่ เราได้ทำเพื่อกันและกันอย่างเต็มที่แล้ว

 

                   คุณย่าของคุณท่านเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่งมากใช่ไหม

 

                   ค่ะ ท่านทั้งแข็งแกร่งและอ่อนโยน ครอบครัวของเราไม่เคยทะเลาะกันรุนแรงเลย ฉัน พี่มินนี่ และมิมิ เราพูดได้เต็มปากว่าเรารักกัน เราคอยให้กำลังใจกัน และดูแลกัน แต่ตอนนี้พี่มินนี่กับมิมิแต่งงานแล้วค่ะ เหลือฉันโสดอยู่คนเดียว

 

                   เหงาไหม

*************************************

ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ

 

                  

 

                                     

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

0 ความคิดเห็น