จงโฮ่ว...ฮองเฮาปรภพ

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,712
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 112 ครั้ง
    10 ต.ค. 61

           


          เดิมทีปรภพแห่งนี้ไร้สีสัน วิญญาณนับหมื่นพันทยอยกันข้ามน้ำพุเหลืองกันอย่างเฉื่อยชา นับตั้งแต่อาเหนียงของข้ากลับคืนสู่ฮุ่นตุ้น(ความว่างเปล่า) สายน้ำก็พลันไหลเฉื่อย วันเวลาเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างไม่มีวันถอยกลับ อาเตียของข้านั่งหน้าทะมึนอยู่บนบัลลังก์ชะตาเฝ้ามองเหล่าวิญญาณด้วยแววตาว่างเปล่า

         หมู่จิตค่อยๆ ก้าวข้ามสะพานเจว๋ติ้งอย่างเนือยๆ (สะพานเจว๋ติ้งหรือสะพานตัดสิน เป็นสะพานกั้นระหว่างโลกของคนเป็นและคนตาย...) 

          เดิมทีสะพานเจว๋ติ้งเป็นเพียงสะพานปกติทั่วไป ต่อมาอาเตียเกียจคร้านจึงแบ่งปราณเซียนให้มันเล็กน้อย ตั้งแต่นั้นมาสะพานเจว๋ติ้งจึงมีชีวิตอย่างทาส ทำงานไม่มีวันหยุด คอยคัดกรอง ชั่งตวงบุญบาป ลดภาระในปรภพไปมาก

วิธีการทำงานของมันนั้นก็ไม่ยาก หากวิญญาณใดชั่วช้ามากก็จะตกจากสะพานสู่แม่น้ำหลอมวิญญาณที่ร้อนยิ่งกว่าไฟโลกันต์ในทันที หากวิญญาณใดยังพอมีดีอยู่บ้างก็จะสามารถข้ามสะพานได้โดยปลอดภัยเพื่อเดินทางไปสู่แดนเชิงจ้ง(ชั่งตวง) และหากวิญญาณใดๆ ที่พ้นจากทุกข์ ก่อกรรมดีมากจนพ้นจากวัฏสงสารก็จะไม่สามารถข้ามไปอีกฝั่งของสะพานติ้งเจว๋อันเป็นแดนปรภพได้ จะปรากฏเส้นทางใหม่ให้ได้ไปจุติเป็นเซียนน้อยบนสวรรค์ ถือเป็นเรื่องน่ายินดี

ครานั้นอาเตียของข้าสัปหงกอยู่บนบัลลังก์จนแทบจะล้มคะมำไปข้างหน้าจึงได้สติ ขยี้ตาทั้งที่ปากหาวกว้าง ครั้นกวาดตาไปเห็นดวงวิญญาณที่เปล่งแสงบุญกำลังยืนร่ำไห้อยู่กลางสะพานเจว๋ติ้งก็เกิด...ต้องใจ!

จึงร้องถามไปว่า... 

“เจ้ากำลังจะไปจุติเป็นเซียนน้อย ไยร่ำไห้ หากเสียใจ ไม่สู้แต่งเป็นภรรยาข้า”

ได้ยินเสียงอาเตียร้องเกี้ยววิญญาณดังไปทั่วปรภพ ไม่เพียงแต่ข้าที่อ้าปากค้าง ไม่เพียงวิญญาณหญิงตนนั้นจะหยุดร่ำไห้ ไม่เพียงยมทูตหัวสัตว์ทั้งหลายจะหันมาจนคอแทบหัก กระทั่งสะพานเจว๋ติ้งเองยังตกใจจนทำวิญญาณบนนั้นตกสะพานกันทั้งหมด

ข้าไม่เคยลืมภาพในวันนั้น สะพานเจว๋ติ้งตกใจจนสั่นกระเพื่อมไปทั้งตัว ข้าเองก็ตระหนกกระทั่งได้ยินเสียงตึกๆ ลั่นในหัว เห็นวิญญาณผู้มีบุญตนนั้นยกแขนเสื้อขึ้นซับน้ำตา ทอดสายตามายังอาเตีย แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานหูว่า...

“ผู้น้อยอาลัยบุตรสาวยิ่ง หากแต่งด้วยท่านจะสามารถได้อยู่ร่วมกับบุตรสาว ผู้น้อย...ยินดี”

ยามนั้นอาเตียที่มืดบอดมีหรือจะลังเล ร้องตะโกนเสียงดังตอบไปว่า... 

“ย่อมได้ หากเจ้ายินดีแต่งเป็นภรรยา ข้าจะให้เจ้าสมหวัง ได้อยู่ร่วมกับลูกหญิงตลอดไป”

ได้ยินดังนั้นสตรีบนสะพานจึงประคองมือไว้ที่ข้างเอวแล้วย่อกายลงอย่างชดช้อย รอยยิ้มแรกของนางพลันปรากฏ พร้อมๆ กับคำพูดที่ทำเอาทุกวิญญาณในปรโลกพากันตัวแข็งค้าง คล้ายว่าได้กลายเป็นศพไปอีกรอบ 

“ผู้น้อย หลีลู่หลิน คารวะสามี”

“เจิ้นมีนามว่า จงขุย ยินดีต้อนรับภรรยา”

ยามนั้นข้ายังไม่ทันตั้งตัว ก็ได้วิญญาณแซ่หลีผู้นั้นเป็นมารดาเลี้ยงเสียแล้ว ไม่ทันได้ห้ามปรามทั่วทั้งปรภพก็กลายเป็นสีแดงฉาน ข้า...จึงได้แต่เลยตามเลย กลายเป็นลูกเลี้ยงผู้อื่น ทั้งที่ในใจนึกสงสัยว่าเหตุใดอาเตียจึงต้องใจสตรีง่ายดายถึงเพียงนี้

ครานั้นปรภพมีงานฉลองราชาปรภพรับพระชายา โลกแห่งความตายกลายเป็นสีแดง ทั่วทุกหนแห่งมีแต่ความสุข กระทั่งสะพานเจว๋ติ้งยังถูกย้อมเป็นสีแดง ผ่านงานฉลองไปสิบวันมันก็ยังสั่นไม่หาย กระทั่ง...ผ่านไปอีกปีนั่นแหละมันจึงสงบใจได้

ข้า...นึกสงสัยอยู่ ว่าอาเตียจะทำเช่นไรจึงจะรั้งวิญญาณลูกเลี้ยงไม่ให้วนเวียนผุดเกิด แต่ไม่เคยคิดเลยสักนิดว่าอาเตียถึงกับ...ใช้ข้า!

ปรภพเป็นดินแดนใต้พิภพ เป็นที่ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นดินแดนยุติธรรม ตัดสินถูกผิด บาปบุญอย่างเท่าเทียม มีหรือจะปล่อยให้พระชายาร้องขออภิสิทธิ์ได้โดยง่าย

เว้นแต่...

นี่แหละความไม่ยุติธรรม ในความข้อบังคับล้วนมีข้อยกเว้น ในความตึงเข้มมักแฝงด้วยความอ่อนโยน ใต้หัวโขนเขาปีศาจของอาเตีย เมื่อมีแม่เลี้ยงของเขาอยู่ในอ้อมแขน...ไหนเลยจะยังมีคำว่ายุติธรรม ย่อมมีคำว่าลำเอียงกางอยู่บนหน้าผาก!

ลำเอียงข้าไม่ว่า ไยจึงต้องมาลำบากข้าด้วย! ข้านึกแล้วว่าอาเตียย่อมต้องไม่กระทำเรื่องผิดลิขิตสวรรค์ การจะหยุดวัฏสงสารของมนุษย์สักคนใช่ว่าจะเป็นเรื่องง่าย ไหนจะคู่กรรม ไหนจะบุญกรรมที่ต้องรับ ไหนจะคู่...

            เดิมทีเขาไม่เดือดร้อนสักนิด เพราะถือภาษิตว่ากรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมสนอง ด้วยรู้ลิขิตฟ้ากฎสวรรค์ดี เขาไม่ใช่คนที่แหย่เท้าเข้าไปในกรงเหล็กไหนเลยจะต้องกลัวโทษ ใครจะรู้ว่าอาเตียชั่วช้าจะเห็นสตรีดีกว่าบุตร หลังแต่งงานกับหลีลู่หลินได้เพียงห้าวันก็หน้าหนามาพูดกับผู้บุตรเช่นเขาว่า...

“อาซิ่น ถ้ายังไง เจ้าก็แต่งยัยหนูเมิ่งจิ่วเป็นภรรยาเถอะ” จงซิ่น...เป็นชื่อของเขา จงเป็นแซ่ ซิ่นนั้นแปลว่าความศรัทธา แต่เขากลับเป็นผู้ไร้ศรัทธาต่อทุกสิ่ง ขนาดพระพุทธองค์แสดงธรรมยังไม่สนใจไปฟัง ไหนเลยจะมีศรัทธาช่วยเหลือผู้อื่น...โดยเดือดร้อนตนเอง

“อาเตีย เป็นท่านแกว่งเท้าหาเสี้ยนเอง เวลานี้ เสี้ยน ก็ตำเข้าเนื้อท่านไปแล้ว เมื่อเท้าท่านบวม ก็มิใช่ท่านต้องดึงออกเองหรอกหรือ”

ฟังคำพูดไร้น้ำใจของผู้บุตร อาเตียผู้ครองนรกมีหรือจะยังทำหน้าดีๆอยู่ได้ ย่อมต้องโมโหโกรธา ทว่า...ก็ยังเหลือสตินึกรู้สันดานบุตร

“เตียสาบานกับลู่หลินไปแล้ว ไม่ทำย่อมผิดคำพูด เช่นนั้น...เจ้าจะให้เตียผิดกฎสวรรค์ รับ 98 สายฟ้าหรือ เจ้าอยากให้เตียกลับคืนสู่ฮุ่นตุ้นหรืออย่างไร”

“ข้า...” ขู่เข็ญข้าไม่กลัว ไยต้องทำท่าน่าสงสารเช่นนั้น สายฟ้าสวรรค์อะไรนั่นฟาดตาแก่นี่สัก20ครั้งน่าจะไหว แต่ด้วยความผิดล่วงเกินลิขิตฟ้าเปลี่ยนแปลงชะตามนุษย์ด้วยแล้ว เกรงว่า 98 แส้ จะส่งอาเตียผู้นี้คืนสู่ความว่างเปล่าเช่นเดียวกับอาเหนียงเป็นแน่

ก็บอกแล้วว่าในข้อห้ามล้วนมีข้อยกเว้น ในวัฏสงสารที่วกวนของเหล่ามนุษย์นั้น แม้จะมีกฎห้ามไว้ไม่ให้เทพเซียนไปข้องเกี่ยวแก้ไขโดยเด็ดขาด แต่กลับมีหนึ่งแถวประโยคว่า...

ยกเว้นแต่เทพเซียนจะต้องใจ ผูกสมัครรักใคร่ แต่งมนุษย์นั้นเป็นสามีภรรยา แบ่งไอเซียน ปราณสวรรค์ให้คู่ครอง เมื่อนั้นวัฏสงสารจึงหยุดลง เป็นการอุ้มสมโดยเมตตาสวรรค์

ข้า...จงซิ่น แม้ไร้ศรัทธาต่อทุกสิ่ง แต่ยังรู้จักคำว่ากตัญญู เมื่อทนมองอาเตียเลอะเลือนถูกสายฟ้าฟาดให้คืนสู่ฮุ่นตุ้นไม่ได้ สุดท้ายย่อมเป็นเขาต้องเอาเสี้ยนของผู้อื่นมาตำใส่ขาตัวเอง!

กฎข้อยกเว้นนี้ไม่ยาก ขอเพียงไปยังแดนมนุษย์แล้วให้นางสาบานอย่างหนักแน่นว่าจะเป็นภรรยาของเขาไม่ว่าเป็นหรือตาย คงอยู่หรือสูญสลาย ต่อให้ต้องตกตายอยู่ในนรกภูมิตลอดกาลก็จะไม่พรากจาก เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้น

แต่ก่อนจะไปเอาเสี้ยนมาตำเท้าตัวเอง เขา...เห็นทีจะต้องเอาเท้าไปตำผู้อื่นก่อน!

จู่ๆ ราชาปรภพเกิดมีรักได้ หากมิใช่เพราะเทพเฒ่าจันทราแล้วจะเป็นผู้ใดไปได้!


ผูกชะตาใช้มือหรือใช้เท้า จึงผูกเข้ากับเขาบนหัวข้า

อยู่ดีดีกลับต้องมีภรรยา มาจงมาให้ข้าเตะระบายแค้น 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 112 ครั้ง

27 ความคิดเห็น

  1. #13 Catsab (@Catsab) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 08:26

    แกว่งเท้าหาเสี้ยนแต่ตำเท้าผู้อื่นเข้าใจ

    ข้าเข้าใจแล้ว-เท้านั้นเป็นเท้าของข้ามิใช่บิดา

    #13
    1
  2. #3 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 03:33
    เนื้อเรื่องน่าสนใจดีค่ะ 555
    #3
    0
  3. #2 mana_ai (@mana_ai) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 19:42
    ต้องเอาเท้าไปตำซือมิ่งก่อนสินะ 55555
    #2
    0