God's child and the guardian (Yaoi,BL)

ตอนที่ 9 : เรื่องเล่าบทที่8: สังเวยชีพปลดผนึกบาเอล ราชาปีศาจแห่งโซโลมอนลำดับที่1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,653
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,797 ครั้ง
    20 มิ.ย. 62


เด็กเอ๋ยเด็กดีเวลาเจอหน้าญาติสนิท มิตรสหาย คนรู้จักใกล้ไกลต้องส่งยิ้มทักทายให้พวกเขาเสมอ
 แม้คนรู้จักนั้นจะเป็นราชาปีศาจก็ตาม


เอลิออล เคียร์(ผู้พิทักษ์อันดับ1 แห่งแพนโดร่า)


“ข้าขอวิงวอนต่อเหล่าทวยเทพ โปรดให้เอลิออล เคียร์คุ้มครองลูกแกะผู้หลงทางเช่นข้าด้วย!” ล่าสุดคามิลสติแตกสวดมนต์มั่วซั่วไปหมดแล้วครับ คาดว่าอีกไม่เกิน1นาทีเจ้าของฝ่ามือเลือดในหมอกปริศนาคงได้พังเข้ามาหาพวกเราในยานเป็นแน่


“ใช้ธาตุลมทำอะไรพวกนี้ไม่ได้หรอก ใช้เวทแสงเร็วเข้า!” แว่วได้ยินเสียงเอวาตะโกนสั่งอย่างเร่งร้อน ผมหันไปมองอีกฝ่ายอย่างงงๆ ก่อนจะแบฝ่ามือออกไปข้างหน้ากระจกที่แตกร้าว ทว่าไม่ได้ใช้เวทแสงออกมา...


Black Hole” แต่เสกหลุมดำขึ้นมาแทน...


กรี๊ดดดดดดดดดด’


แว่วได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนดังออกมา ผมมองหมอกสีขาวหนาทึบที่ถูกดูดเข้าหลุมดำไปอย่างรวดเร็วด้วยสีหน้าพออกพอใจ อย่างที่บอกไปครับว่าพวกโลกกลับด้านหรือค่ายกลจะทำลายมั่วๆ ไม่ได้ ฉะนั้นหากจะจัดการก็ต้องกวาดให้เรียบแบบนี้ถึงจะปลอดภัย


ไม่นานทะเลหมอกก็ถูกดูดเข้าหลุมดำไปจนหมด ส่วนมันจะไปโผล่ที่ไหนต่อก็สุดรู้...


จัดการได้หมดจดรวดเร็วราวกับสถานการณ์สุดระทึกขวัญเมื่อครู่เป็นเพียงความฝัน....


“แล้วทำไมไม่เรียกหลุมดำออกมาใช้ตั้งแต่แรก(วะ)!” เหมือนเอวาเพิ่งได้สติก่อนจับผมขึ้นมาเขย่าอย่างเกรี้ยวกราด


“ก็เพิ่งตื่น” ผมแย้งพลางเอาพัดในมือตบไหล่เขาเบาๆ ให้หยุดเขย่าผม “สมองยังไม่ค่อยทำงาน”


ที่จริงแล้วผมกะว่าจะลองเอามือไปลูบๆ คลำๆ หมอกปริศนานั่นดูเสียหน่อย แต่เห็นอาการกลัวผีจนสติแตกของคามิลแล้วก็ได้แต่จนใจกำจัดหมอกทิ้งไป


ก่อนจะได้อ้าปากกล่าวอะไรต่อ จู่ๆ ก็สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานที่ไม่ชอบมาพากลสายหนึ่งพุ่งตรงมาที่ยาน ผมรีบสร้างปราการลมขึ้นมาอีก5ชั้นคุ้มยานเอาไว้ ก่อนจะ...


ตูม!!!


พลังบางอย่างปะทะกับปราการลมของผมจนเกิดเสียงระเบิดดังกึ่งก้อง หมอกสีขาวที่เพิ่งหายไปเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยฝุ่นและดินทรายขะมุกขะมัว


“ฉันว่าเก็บยานเข้ามิติก่อนดีมั๊ย...” ผมออกความเห็นเมื่อเห็นว่าพลังปริศนาดังกล่าวยังโจมตีใส่ปราการลมของผมไม่หยุด หากยังอยู่ในยานต่อไปผมเองก็ขยับไม้ขยับมือตอบโต้ได้ไม่เต็มที่


“ได้!” คามิลคล้ายเพิ่งได้สติกลับมาจึงเรียกเก็บยานเข้ามิติของตนไปทันที ทำให้เหลือเพียงพวกผม3คนที่ยืนอยู่ในปราการลม ผมจ้องพลังปริศนาสีดำที่คล้ายเคียวขนาดใหญ่นับร้อยเบื้องหน้าอย่างพิจารณาแล้วจึงหันไปกล่าวกับเอวา


“เหมือนจะมีคนมาขัดขวางไม่ให้เราไปตามหาฟีลอสนะ”


“เรื่องแค่นั้นเด็ก
3ขวบก็รู้โว้ย!”


ผลคือเอวาตวาดกลับมาอย่างเกรี้ยวกราดก่อนจะเตรียมชักดาบทิวากาลออกมาเพื่อต่อสู้ แต่เดียวก่อน เอวาโดนคำสาปห้ามใช้พลังเทพไม่ใช่เรอะ!?


“นายไม่ต้อง ฉันจัดการเอง” ผมเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเอ่ยห้ามแล้วคลี่พัดสีขาวในมือออกมา จัดการสะบัดไปข้างหน้าเบาๆ


ตูม!!!


เสียงระเบิดดังกึ่งก้องขึ้นอีกครั้งพร้อมเสียงอะไรบางอย่างหล่นตุบ ผมจึงจัดการสลายปราการลมแล้วกระโดดลงจากอ้อมกอดของคามิลเพื่อเดินเข้าไปดูใกล้ๆ


“เด็กผู้ชาย?” จึงพบกับเด็กชายเรือนผมสีดำสั้นระต้นคอ อายุราว 15 – 16 ปี นอนเลือดอาบอยู่บนพื้นขณะส่งนัยน์ตาสีแดงฉานดั่งโลหิตจ้องเขม็งมายังพวกผมอย่างกินเลือดกินเนื้อ


ผมจึงใช้นัยน์ตาสีทองกลมโตจ้องอีกฝ่ายกลับไปอย่างงุนงงก่อนจะเดินเข้าไปใช้มือหยิกแก้มอีกฝ่ายเบาๆ แล้วหันไปกว่ากับเอวา


“เด็กมนุษย์ล่ะ” 


“แกก็เด็กเหมือนกันนั่นแหละโว้ย
!” ผลที่ได้คือเอวาตวาดผมกลับมารอบสองคล้ายเหลืออด ทว่ามือก็ไม่ได้ปล่อยสายจูงเสื้อคลุมแต่อย่างใด ขณะที่ผมละสายตาไปบอกเอวา เด็กผู้ชายปริศนานั่นก็ลุกขึ้นดีดตัวถอยหลังไปไกลลิบแล้ว


ที่แท้ทะเลหมอกนั่นก็เป็นเพียงค่ายกล ทว่าสิ่งที่น่าแปลกใจกว่านั้นคือเจ้าของค่ายกลดันเป็นเด็กมนุษย์อายุ 15 – 16 ธรรมดาแทนที่จะเป็นปีศาจชั้นสูง


“กลับไปซะ! ข้าจะไม่มีวันให้พวกเจ้าผ่านไปยังเมืองบลีฟเด็ดขาด!” หนุ่มน้อยผมดำที่กระโดดถอยหลังไปสามเมตรยกเคียวสีดำอันยักษ์ขึ้นมาอย่างข่มขู่แม้จะอยู่ในสภาพโชกเลือดหัวแตก แขนขาถลอก


“เคียวนั่นมัน...” คามิลที่เพิ่งเดินมาหยุดอยู่ข้างผมหรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างพิจารณา “เจ้าเด็กนั่นต้องเป็นโคลว์ ลีสต์ บุตรแห่งเคออสแน่ๆ!”


“บุตรแห่งเคออส?” ผมทวนคำอย่างฉงน


“ก็เหมือนกับบุตรของพระเจ้านั่นแหละ แต่ว่าพวกนั้นสืบทอดพลังมาจากปีศาจ” เอวาจึงช่วยขยายความ


ที่แท้ก็ลูกรักของปีศาจนี่เองพลังถึงได้แข็งแกร่งพอๆ กับปีศาจชั้นสูงแบบนี้


“เมื่อกี้พวกเจ้าทำลายค่ายกลของข้าได้อย่างไรกัน!” หนุ่มน้อยผมดำที่คามิลบอกว่าชื่อโครว์ ลีสต์ ตวัดเคียวข่มขู่มาทางพวกผมพร้อมถามอย่างเกรี้ยวกราด


“ก็ใช้หลุมดำดูดไปทิ้งนอกโลกไง...” ผมจึงตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พอรู้ว่าศัตรูเป็นเด็กอายุรุ่นราวคราวเดียวกับน้องชายน้องสาวตัวเองความอยากสู้ที่เหลือน้อยอยู่แล้วก็พลันลดฮวบลงอีก50%


เด็กๆ วัยต่อต้านก็งี้แหละครับ ต้องค่อยๆ พูด ค่อยๆ จา เอาน้ำเย็นเข้าลูบ...


ตูม!


“โกหก! คนที่ใช้หลุมดำได้มีแค่เอลิออล เคียร์เท่านั้น! แล้วตอนนี้มันก็ตายไปแล้วด้วย” เอาน้ำเย็นเข้าลูบเสร็จ หนุ่มน้อยผมดำเบื้องหน้าก็ฟาดเคียวคมกริบมาลูบปราการลมของผมต่อ...


เรื่องเล่าบทที่8: ผมคือผู้พิทักษ์อันดับ1 ที่เป็นมิตรต่อเด็กและปีศาจ


ถ้าเมื่อกี้สร้างปราการไม่ทันคาดว่าตัวผมกับเพื่อนๆ น่าจะโดนเคียวนั่นลูบแทน....


สิ้นคำที่อีกฝ่ายเอ่ยชื่อ เอลิออล เคียร์ ออกมาทุกคนพลันเงียบกริบ ที่จริงแล้วนอกจากคนบางส่วนในแพนโดร่าก็ไม่มีใครรู้เลยว่าผมกลับมาแล้ว...


“เวทควบคุมหลุมดำเดี๋ยวนี้ใครๆ ก็ใช้ได้ทั้งนั้นแหละ” ว่าแล้วก็โบกพัดในมืออธิบายออกไปอย่างแกเก้อจนเอวาหันขวับมาถลึงตาใส่ผม


ถ้าใครก็ใช้ได้คงไม่มีปีศาจหลุดออกมายั้วเยี้ยแบบนี้หรอก!’ เอวากู่ร้องในใจกับตรรกะพังๆ ของเอลิออล


“ว่าแต่นายมาขวางทางพวกฉันทำไม” ผมแสร้งถามขณะใช้นิ้วเล็กๆ ของตัวเองคีบปลายเคียวของอีกฝ่ายออกไปอย่างนุ่มนวล....


กร็อบ!


สาบานว่าสะบัดออกอย่างนุ่มนวลจริงๆ แต่ไม่ทราบว่าทำไมเคียวยักษ์เบื้องหน้าถึงหักเป็นสองท่อนได้ก็ไม่ทราบ...


“ปะ ปีศาจ!” หนุ่มน้อยโคลว์ถึงกับชะงัก ถลึงตามองผมสลับกับเคียวในมือตนเองราวเห็นผี


“เจ้าเป็นปีศาจบรรพกาลตนใดกัน!” อีกฝ่ายรีบกระโดดถอยหลังไปไกลลิบ


นอกจากจะโดนราชาปีศาจด่าว่าชั่วช้าไร้ยางอาย ยังโดนทายาทปีศาจถามว่าเป็นบรรพบุรุษฝ่ายไหนของตนเองอีก ช่างเปิดหูเปิดตาจริงๆ ครับ


“เอวา เอดิสัน ไม่คิดเลยว่าพอโดนราชินีมารสาปจนใช้พลังไม่ได้จึงหันไปยืมมือปีศาจมาช่วยแบบนี้!” พอเห็นผมไม่ตอบ โคลว์ก็หันไปส่งสายตาเยาะเย้ยใส่เอวาแทน


แต่เดี๋ยวก่อนหนุ่มน้อย! ปีศาจที่นายว่าเป็นแค่เด็ก5ขวบธรรมดา ไม่มีพิษมีภัย(ต่อมนุษย์ชาติ)สักนิด!


“อืม ราชาปีศาจมาเองก็สู้เจ้านี่ไม่ได้หรอก” เอวากล่าวเสียงขรึมพลางเอื้อมมือมาโยกหัวผมแล้วส่งสายตาท้าทายกลับไป


“เอวา นายจะต่อล้อต่อเถียงกับมันทำไม! เราต้องรีบไปช่วยฟีลอสก่อน!” คามิลรีบเรียกสติอีกฝ่าย กว่าจะมาถึงเมืองมิสต์ก็ใช้เวลาไป6ชั่วโมงแล้ว เจอทะเลหมอกมรณะแล้วยังต้องมายืนต่อล้อต่อเถียงกับบุตรแห่งเคออสอีกก็เสียเวลาไปครึ่งค่อนวันแล้ว!


“สายไปแล้ว!” ทว่าคนที่ตอบกลับมาดันเป็นหนุ่มน้อยผมดำที่กำลังกรีดเลือดตัวเองให้หยดลงกับพื้นและกำลังคุกเข่าลงแนบฝ่ามือทั้งสองข้างลงไปบนพื้นดินที่แห้งกรัง


ผมอยากบอกเขาเหลือเกินว่าระวังแผลติดเชื้อ...


ไม่ใช่สิ! เห็นวงแหวนเลือดที่อีกฝ่ายปาดลงบนพื้นแล้วรู้สึกคุ้นตาแปลกๆ!


“เอลิออลรีบหยุดเจ้านั่นเร็วเข้า!” ไม่ต้องให้คามิลเตือนซ้ำผมก็รีบขว้างพัดในมือออกไปทันทีเพื่อทำลายวงเวทย์ เช่นเดียวกับเอวาที่ชักดาบขึ้นมาแล้วขว้างออกไปหวังสังหารอีกฝ่ายให้ตาย


“อันเชิญ...” โคลว์ท่องบริกรรมคาถาออกมาไม่หยุดแม้จะโดนดาบของเอวาฝ่าเขตอาคมเข้ามาจนแทงทะลุท้อง ส่วนพัดผมลบวงเวทย์สำเร็จมั๊ยละเหรอ


“เกเดียน(ผู้ทำลาย)!” ขอบอกอย่างภาคภูมิใจเลยว่าขว้างแรงไปหน่อยจนมันลอยทะลุไปชนกับภูเขาที่อยู่ด้านหลังจนถล่มลงมาแล้วครับ...


ตึง!


แว่วได้ยินเสียงกองรบและเสียงย่ำเท้าปริศนาดังขึ้น พื้นดินแห้งกรังเบื้องล่างพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง บรรยากาศที่เพิ่งสดใสจากการปัดเป่าทะเลหมอกออกไปได้ไม่นานพลันขะมักขะมัวด้วยหมอกสีขาวที่ค่อยๆ ลอยขึ้นจากพื้นดินอีกรอบ เช่นเดียวกับฟ้าเบื้องบนที่โดนเมฆสีเทาหม่นหนาทึบปกคลุม


“พวกเจ้าต้องตายอยู่ที่นี่และกลายเป็นเครื่องสังเวยให้แก่บิดาของพวกข้า!” โคลว์แสยะยิ้มขณะดึงดาบของเอวาออกมาจากท้อง ไม่นานบาดแผลก็ค่อยๆ สมานตัวผิดกับเอวาที่หน้าซีดเผือด คล้ายโดนคำสาปเล่นงานจากการใช้พลังเทพเมื่อครู่


“เช่นเดียวกับเพื่อนของเจ้าที่กำลังจะกลายเป็นเครื่องสังเวยในไม่ช้า!” หนุ่มน้อยผมดำเงยหน้าหัวเราะอย่างบ้าคลั่งราวตัวร้ายในละครหลังข่าวก่อนกล่าวต่อไปว่า


“ข้ารอพวกเจ้ามานานแสนนาน แต่พวกเจ้าดันหาฟีลอส คารอนไม่เจอ” โคลว์แสยะยิ้มร้าย “หากมาช้ากว่านี้สัก7วัน พวกเจ้าคงไม่ต้องพบจุดจบเช่นนี้!”


ผมมองกองทัพทหารชุดเหล็กหนาที่ค่อยๆผุดขึ้นเหนือผืนดิน ย่ำเท้าเดินมาโอบล้อมพวกผมเอาไว้พร้อมโล่ ดาบและหอกที่ชี้มาด้วยสายตาราบเรียบก่อนจะหันไปสบตาแดงฉานของอีกฝ่าย


“เจ้าปีศาจผู้แสนโง่เขลา หากเจ้ายอมสวามิภักดิ์กับข้า ข้าอาจจะยอมไว้ชีวิตเจ้าก็ได้” โคลว์หันมากล่าวกับผมด้วยน้ำเสียงเหยียดหยามราวกับว่าพวกผมไม่มีทางเอาชนะกองทัพเบื้องหน้าได้


จึงได้แต่แสร้งถอนหายในแล้วเรียกพัดอันใหม่ออกมาจากมิติก่อนจะหมุนตัวตวัดพัดใส่กองทัพทหารสุดเกราะรอบด้วยอย่างรวดเร็วจนเกราะเหล่านั้นแตกกระจายหลุดออกเป็นชิ้นๆ ทว่า...


“ประกอบใหม่ได้?” ผมเลิกคิ้วมองชุดเกราะที่ประกอบเข้าหากันอย่างรวดเร็วด้วยความแปลกใจ


“เกเดียนของข้าเป็นอมตะไม่มีทางที่เวทลมกระจอกๆ ของเจ้าจะทำลายได้หรอก!” โคลว์กล่าวพลางเชิดหน้าอย่างถือดี จนใจให้ผมลองตวัดพัดส่งพลังลมกระจอกๆ ที่เขาว่าไปอีกรอบ


ตูม!


กองทัพทหารเหล่านั้นพลันหลุดกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในพริบตา แต่ไม่นานพวกมันก็ขยับเพื่อประกอบร่างใหม่อย่างรวดเร็ว


“ข้าบอกแล้วไงว่าไร้ประโยชน์!” เมินเสียงของเด็กหนุ่มวัยต่อต้านผมดำแล้วพัดให้กองทัพเหล่านั้นไปกองอยู่เป็นกระจุกเดียว จากนั้นก็ใช้เวทลมกระจอกๆ ที่ว่าอีกครั้ง


“ไร้ประโยชน์!” เมินเสียงกรีดร้องของโคลว์แล้วใช้เวทลมกระจอกๆ นั่นสับเหล่ากองทัพเกเดียนของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วราวสับหมูทำแกงจืดให้น้องๆ กิน


ละเอียดจนชุดเกราะและอาวุธเหล่านั้นแหลกเป็นผุยผง


“จะ เจ้า! เจ้า!” เมินสีหน้าปากอ้าตาค้างของอีกฝ่ายก่อนจะหยิบหม้อต้มออกมาจากมิติ จัดการก่อฟืนจุดไฟต้มน้ำแล้วกวาดผงกองโตที่ได้จากการสับชุดเกราะเหล่านั้นลงในหม้อจนเกิดเสียงดังฉ่า...


ใช้กระบวยคนน้ำในหม้อสักพักแล้วหยิบเนื้อกับผักออกมาจากมิติใส่ลงไป


“เมนูวันนี้คือสตูเกเดียนนะ”


“...”


“เจ้าปีศาจชั่ว!” เอวากับคามิลยืนนิ่งไม่ตอบผม ทว่าโคลว์กลับกรีดร้องอย่างเกรี้ยวกราดออกมาแทน


“ขอบคุณสำหรับเครื่องสังเวย” ผมจึงได้แต่กล่าวขอบคุณสำหรับวัตถุดิบทำอาหารมื้อเย็นอย่างนุ่มนวล ข้าวทุกจานอาหารทุกอย่างเป็นของมีค่าอย่ากินทิ้งขว้าง เกเดียนสับละเอียดจนเป็นผงก็เช่นกัน...


สาบานว่าผมไม่ได้โกรธที่อีกฝ่ายกล่าวว่าเวทลมผมกระจอกสักนิด โตๆ กันแล้วใครจะถือสาเด็กวัยต่อต้านกัน ไม่มีหรอก!


ผมมองเศษผงที่คล้ายกำลังดิ้นรนออกจากหม้อด้วยสายตายิ้มแย้มก่อนจะเร่งไฟ เปลี่ยนจากไฟทำอาหารธรรมดาเป็นไฟสีฟ้าสดใสอุณหภูมิ10,000องศาแทน เวลาเคี่ยวสตูมันต้องทำให้เนื้อเปื่อยๆ ไม่เปื่อยไม่อร่อยหรอกนะครับ เพราะเดี๋ยวจะเหนียวจนเคี้ยวไม่ออก


“ตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว เด็กๆ ควรกลับบ้านได้แล้วนะ ไม่งั้นอาจเจออันตรายอย่างผู้ชายหน้าเถื่อนฉุดไปทำมิดีมิร้ายก็ได้” ผมว่าพลางตบบ่าเอวาเบาๆ เอ่ยเตือนหนุ่มน้อยร่างบางแบบโคลว์ด้วยความหวังดี เป็นเชิง...


เลิกขวางทางได้แล้วก่อนเอวาจะจับนายกินเป็นอาหาร!’


ซึ่งหากเอวาได้ยินความคิดปรักปรำของผมคงกระอั่กเลือดออกมาด้วยความคับแค้นใจแน่ๆ


“ราชาปีศาจ! เจ้าต้องเป็นราชาปีศาจแน่ๆ!” โคลว์สีนิ้วปรักปรำผม เมื่อกี้เพิ่งโดนถามว่าเป็นบรรพบุรุษปีศาจฝ่ายไหน พริบตาเดียวก็เลื่อนขั้นมาเป็นราชาปีศาจเสียแล้ว น่าปลาบปลื้มใจจริงๆ


“จะว่าไปราชาปีศาจก็น่าจะหาเงินง่ายกว่าอาชีพผู้พิทักษ์นะ” สิ้นคำ เอวาก็รีบอุ้มผมขึ้นมาจากพื้นเป็นการเร่งด่วน


“ถ้าอยากได้OT ฉันจะไปขอท่านเซเรน่าให้เอง!” คามิลกล่าวเสียงขรึม ทว่าในใจกลับนึกไปถึงหน้าไอเซน เคียร์ ความจริงแล้วเอลิออลไม่ต้องทำงานอยู่เฉยๆ ให้น้องชายเลี้ยงก็สบายไปตลอดชาติแล้ว แต่ปีศาจอาจจะพลอยสบายไปด้วยเนื่องจากไม่มีใครมาขู่กรรโชก...


“เจ้าเป็นราชาปีศาจแท้ๆ! แต่ดันทรยศท่านจ้าวไปช่วยเหลือพวกมนุษย์เนี่ยนะ!?” นัยน์ตาสีแดงดั่งโลหิตจ้องมองผมอย่างดุดัน คล้ายคนที่มีความแค้นจุกอก


ผมขอย้ำอีกรอบว่าตัวเองเป็นมนุษย์ตัวน้อยน่ารักธรรมดา เป็นผู้พิทักษ์แสนดีรักน้ำรักปลา รักเด็กและเผื่อแผ่ความรักไปถึงปีศาจอีกด้วย!


ว่าแต่ท่านจ้าวคือใครกัน ปีศาจที่ผมรู้จักก็มีแค่ 72ปีศาจแห่งโซโลมอนเท่านั้นแหละ!


“เจ้าแข็งแกร่งเกินไป ข้าคงสู้ไม่ได้” โคลว์กัดฟันพูดด้วยน้ำเสียงอาฆาต ขณะจ้องผมเขม็ง


“งั้นก็ขอผ่านทางไปก่อนละนะ” ผมว่าแล้วกระตุกแขนให้เอวาเดินทางต่อ ทว่า...


“แต่ยังไงพวกเจ้าก็ต้องตายอยู่ที่นี่!” สิ้นคำโคลว์ก็นำเคียวสีดำอันยักษ์ที่โดนผมทำลายจนหักขึ้นนั่นขึ้นมาปักลงบนอกตัวเอง!


“!?” ผมมองการกระทำของอีกฝ่ายอย่างตกตะลึง


เลือดสีแดงฉานไหลย้อยจากทรวงอกลงมาเปรอะเปื้อนชุดสีดำของอีกฝ่ายจนชุ่มโชกก่อนร่างของโคลว์จะล้มหงายหลังลงไปกองกับพื้น


“ข้าฆ่าเจ้าไม่ได้ แต่ราชาปีศาจของฆ่าต้องสังหารเจ้าได้แน่ๆ!” แม้ตัวจะล้มไปแล้วแต่โคลว์ก็ยังไม่วายเปล่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง


เลือดที่ไหลจากอกของเขาค่อยๆ หยดลงไปบนพื้นรอบด้าน ทุกทิศทางที่เลือดของเขาไหลออกไปกลับกลายเป็นอักขระหนึ่งตัว ไม่นานบนพื้นก็ปรากฏอักขระนับหมื่นตัวเรียงรายเป็นวงกลมโดยที่มีร่างของเด็กหนุ่มผมดำอยู่ตรงกลาง


คล้ายอักขระบนแท่นสังเวยที่เขาเคยเห็นเมื่อนานมาแล้ว...


“นี่เจ้าถึงกลับสังเวยชีวิตตนเองเพื่อเรียกปีศาจออกมาเลยเรอะ!?” เอวาที่ปกติมักตวาดแค่ผม มาคราวนี้กลับตวาดอีกฝ่ายได้อย่างเกรี้ยวกราดหน้าดูชม


“ผิดแล้ว...” โคลว์คลี่ยิ้มอย่างไม่สะทกสะท้านก่อนจะกล่าวต่อไปว่า


“ราชาปีศาจต่างหาก”


สิ้นคำ ร่างของโคลว์ก็ค่อยๆ จางหายไปอย่างช้าๆ และแทนที่ด้วยโลงศพสีทองขนาดใหญ่


“คามิล นายรีบไปรายงานแพนโดร่าเร็วเข้า ฉันกับเอลิออลจะถ่วงเวลาไว้เอง!” เอวากล่าวอย่างเคร่งเครียด ก่อนปล่อยผมลงบนพื้นแล้วเรียกดาบมาไว้ในมืออีกครั้ง นัยน์ตาสีฟ้าจ้องเขม็งไปยังโลงศพสีทองบนวงเวทย์เลือดนั่นอย่างไม่ละสายตา


ผมเองก็จ้องโลงศพสีทองบนพื้นอย่างไม่ละสายตาเช่นกัน เนื่องจากรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตามากราวกับเคยเห็นมาก่อน เมื่อประมาณ 50ปีที่แล้ว…


“ผู้ใดกันที่บังอาจปลุกข้าขึ้นมา...”


สงสัยได้ไม่นานก็มีเสียงแหบพร่าน่าขนลุกดังขึ้น ฉับพลันที่ฝาโลงศพค่อยๆ ขยับออก คลื่นพลังความมืดที่แข็งแกร่งน่าสะอิดสะเอียนก็ปะทุออกมาพาลให้ใบหน้าที่เครียดอยู่แล้วของเอวาเครียดหนักกว่าเก่า


ทว่านอกจากโลงศพจะดูคุ้นๆ แล้ว แม้แต่เสียงก็ยังคุ้นหูอีก คล้ายปีศาจตนไหนสักตนที่แอบลักพาตัวน้องสาวของผมไปสร้างฮาเร็ม


ครืนนนน...


สงสัยได้ไม่นานฝาโลงศพก็เปิดออกจนหมด สิ่งแรกที่เห็นคือมือใหญ่ยักษ์สีดำสนิทพร้อมคลื่นพลังแห่งความมืดอันป่าเถื่อนบ้าคลั่งพวยพุ่งออกมา


หากเปรียบกับหนังสยองขวัญ ฉากนี้คงต้องมีซาวเอ็กเฟ็กซ์เสียงเปิดตัวผีร้ายสุดระทึกขวัญเข้ามาด้วย


“ใครกันที่กล้าปลุกข้าขึ้นจากนิทรา”


ร่างปีศาจแพะตัวโตร่วม10เมตรปรากฎกายขึ้นเหนือโลงศพสีทอง ร่างสีดำมันเลื่อม นัยน์ตาสีแดงฉานดุจโลหิตจับจ้องมายังร่างของพวกผมราวมองมดปลวก


และแล้วปีศาจร้ายก็ลืมตาตื่นขึ้นมาจากนิทราอันยาวนาน...


ไม่ใช่สิ!


“นั่นมันบาเอล!?” คามิลเค้นเสียงออกมาอย่างอยากลำบาก


“เจ้ามนุษย์ตัวจ้อยนี่นะหรือที่กล้าปลุกข้า!”บาเอลตะโกนออกมาอย่างเกรี้ยวกราด ปล่อยคลื่นพลังอันแสนป่าเถื่อนออกมาจนต้นไม้รอบๆ ราบเป็นหน้ากอง


ดูเหมือนว่าราชาปีศาจบาเอลจะเป็นพวกความดันต่ำ ไม่ชอบตื่นนอนตอนเย็น


ทว่ายามที่นัยน์ตาสีแดงฉานคลุ้มคลั่งของอีกฝ่ายสบเข้ากับนัยน์ตาสีทองกลมโตของผมก็คล้ายจะมีปฏิกิริยาบางอย่าง


“ข้าจะสังหารพวกเจ้าให้สิ้...” ราชาปีศาจบาเอลกล่าวไม่ทันจบประโยคก็ชะงักค้างไป ก่อนจะยกมือขึ้นมาขยี้ตาทั้งสองข้างและเบิ่งตามองผมอีกรอบ จากนั้นก็ทำหน้าเหมือนเห็นผี


ก่อนจะ...


“ขออภัย เมื่อครู่ข้าละเมอ”


รีบทรุดตัวกลับไปนอนในโลงศพสีทอง พร้อมปิดฝาโลงให้ตนเองอย่างรวดเร็วราวกับฉากเปิดตัวราชาปีศาจแสนอลังการเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน


“...”


____________________________________________________________________________________________

ปุจฉา: ทำไมบาเอลง่วงกระทันหัน?

ปิดโลงเองนักเลงพอ #บาเอลไม่ได้กล่าวไว้


ทำไมมีแต่คนตอบCเห็นเอลิออลเป็นคนยังไงกันครับ! #เสียงขรึม



บางอาทิตย์อาจจะอัพอาทิตย์ละ2ตอนนะครับ หากไม่อัพวันอาทิตย์ก็อัพวันศุกร์

สามารถติดตามข่าวสารนิยายเรื่องอื่นๆ ได้ทางเพจ Kiriyu_Kura นะครับ


ขอบคุณที่ติดตามครับ #ผู้พิทักษ์ฉบับพกพา

ฉบับยังไม่ตรวจทาน 18/01/2019

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.797K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,363 ความคิดเห็น

  1. #3358 ยัยเด็กน่ารัก! (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 18:01
    ผมแค่ละเมอ55555555555555555555555
    #3,358
    0
  2. #3317 benzsu best (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 22:51
    55555 กลับลงโลงเฉยเลย

    ชื่อโคล์ว ลีสต์ ทำเอานึกถึงการ์ดแคปเตอร์ซากุระ
    #3,317
    1
    • #3317-1 91770432(จากตอนที่ 9)
      7 มิถุนายน 2563 / 15:53
      แค่ เอลิออล ก็ชื่อของโคล์ว ที่กลับชาติมาเกิดแล้วไหมค่ะ
      #3317-1
  3. #3309 Radenfiallus (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 10:23
    โคล:เฮ้ย....กลับมาก่อน จบแล้วชีวิตฉันสูญเปล่า
    #3,309
    0
  4. #3301 Choco'l Pis (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 17:58
    เห้ย 55555555555555555555
    #3,301
    0
  5. #3291 Aor_555 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 19:01
    545555555555555
    #3,291
    0
  6. #3265 Pornnatcha2530 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มกราคม 2563 / 08:12
    ว่ะฮะๆๆ55555
    #3,265
    0
  7. #3260 น้ำแข็ง (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 23:52
    โว้ยย55555555 หมดหล่อ555555555555
    #3,260
    0
  8. #3216 bophobia (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 13:42
    ชอบปีศาจพวกนี้จริงๆอย่างกับเปิดตลกคาเฟ่
    #3,216
    0
  9. #3175 Beam-_- (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 14:40

    55555 โคตรฮา กำลังจิตนาการถึงฉากเปิดตัวแล้วแบบลายเส้นเปลี่ยนกระทันหันพร้อมกับปิดโลงไปนอนอีกรอบแล้วแบบ 555555555555555555555

    #3,175
    0
  10. #2965 Xialyu (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 12:49
    มีความฮามาแทรก555
    #2,965
    0
  11. #2956 PhimpinTT (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 19:53
    กลับลำแทบไม่ทัน โถ่วววววว55555555
    #2,956
    0
  12. #2941 pearrysis (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 19:13
    ความเกรียนนี้คือ5555555. ขำนิยายโคตรเกรียน แบบเจอหน้าน้องน้อยตัวเย็กๆของพี่ๆปุ๊ปแทบจะเหาะหนีไปให้ไกล555. สงสารโคลด์เสียสละตัวเองเพื่อนให้บาเอลออกมาแล้วก็กลับเข้าโลงเหมือนเดิม โอ้ยยยขำ5555. ถ้าน้องจะเทพขนาดนี้แล้วจะหาสามีได้ที่ไหนละน้องเอ้ยย
    #2,941
    0
  13. #2696 arainaka (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 23:01
    โว้ยยยย นี่มันนิยายตลกมั้ยเนี่ย โบ๊ะบ๊ะมากแม่ 55555555555
    #2,696
    0
  14. #2668 Maneerat Sangthong (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 00:08
    ปิดโลงแทบไม่ทัน5555
    #2,668
    0
  15. #2626 Eheh072 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 21:58
    ปิดโลงเองนักเลงพอ55555 โถ่วๆ
    #2,626
    0
  16. #2610 Pissuda627 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 12:46
    โอ้ยฮา ท่านราชาปีศาจท่านแค่ละเมอรึ55
    #2,610
    0
  17. #2460 PCYB614 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 21:15
    555555555555555 ละเมอได้อลังการม้าก
    #2,460
    0
  18. #2444 Hummai (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 10:41
    5555ชอบที่ไรท์พูดอ่ะ 'ปิดโลงเองนักเลงพอ' 555 สงสารเขานะ555
    #2,444
    0
  19. #2312 tamutaminini (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 11:37
    เด็กน้อยถือเคียวต้องหลั่งน้ำตา ราชาปิดโลงตัวเองเสร็จสรรพ55555
    #2,312
    1
  20. #2185 marionette202 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 06:24
    555555555 ชอบเรื่องนี้อ่ะ โอ๊ยน่ารัก
    #2,185
    0
  21. #2154 neooooo (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 23:33
    โอ๊ย เป็นถึงราชาปีศาจนะ 5555555555
    #2,154
    0
  22. #2146 warat_sariyawut (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 00:45
    โอ๊ยยยขำ 5555555555555555555
    #2,146
    0
  23. #2005 ChompunutEksuk (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 19:52
    55555555เป็นเรื่องที่ตลกมากอ่ะ555555
    #2,005
    2
    • #2005-1 kiriyu_kura(จากตอนที่ 9)
      4 เมษายน 2562 / 19:55

      ใส่มุกตลกๆ ไปก่อนครับตอนกลางๆ ท้ายๆ เรื่องค่อยบู้ ดราม่—- แค่ก! // โดนตบ
      #2005-1
  24. #1926 มนกร เอกธนอัมพร (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 22:34
    แง มันตลกเกินไป55555555555555
    #1,926
    1
  25. #1924 นมชาเขียว (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 23:44
    ยันต์กันผีของแท้เลยอ่ะ 5555555555
    #1,924
    1