God's child and the guardian (Yaoi,BL)

ตอนที่ 26 : เรื่องเล่าบทที่24: ภาพวาดของเทวทูต6ปีก 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,038
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 767 ครั้ง
    1 ก.ค. 62


เทวทูต 6 ปีกคือผู้ใกล้ชิดกับพระเจ้ามากที่สุด ทรงอำนาจเหนือเทพใดๆ

และเมื่อเทวทูตผู้นั้นร่วงหล่นลงมา

มารร้ายที่แข็งแกร่งที่สุดจึงถือกำเนิด

บันทึกแห่งเอเดน หน้า12 ย่อหน้าที่5 




ตลอดทางกลับแพนโดร่า จู่ๆ ผมก็รู้สึกหน้ามืดตาลาย ตอนแรกมันเป็นแค่อาการมึนเบลอชวนคลื่นเหียนคล้ายอาการเมารถ แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่เสียงพูดเจื้อแจ้วของบาเอลที่บ่นตัดพ้อน้อยใจผมมาตลอดทางยังไม่เข้าหู จนผมต้องหลับตาลง



หรือว่าผมจะเมายานบิน



แต่คราวก่อนที่นั่งไปเมืองมิสต์กับพวกเอวายังไม่เห็นเป็นอะไร แล้วทำไมเพิ่งมาออกอาการเอาป่านนี้?



ผมพยายามข่มกลั้นอาการวิงเวียนนั่นคิดว่าไม่นานคงจะหายไป ทว่ายิ่งพอเวลาผ่านไปอาการยิ่งทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น จากแค่รู้สึกหน้ามืดเป็นมือไม้เย็นเฉียบ ลำคอแห้งผาก


 

“เอลิออล?” เอวาคล้ายจะสังเกตเห็นความผิดปกติของผม เขารีบปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วคุกเข่าลงตรงหน้าผมทันที มืออบอุ่นข้างหนึ่งวางลงบนหน้าผากชื้นเหงื่อของผม ก่อนเอวาจะขมวดคิ้วยุ่ง



“นายเป็นไข้?”



“ห๊ะ!?”



ทันทีที่คำว่า ‘นายเป็นไข้’ ทุกคนบนยานก็หันขวับมาทางผมทันทีด้วยสีหน้าตื่นตะหนกสุดขีด ปากอ้าตาค้างคล้ายเห็นจอมมารมายืนอยู่ตรงหน้า



“เอวา เมื่อกี้นายว่าไงนะ!?” เซเรน่าร้องถามเสียงสูง รีบปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วก้าวมาหยุดอยู่หน้าผมทันที ก่อนจะหยุดชะงักไปเมื่อเห็นนัยน์ตาสีทองปรือปรอยฉ่ำน้ำและแก้มแดงปรั่งของเด็กน้อยผมขาวตรงหน้า



ท่าทางปวกเปียกไร้การป้องกันตัวจนดูคล้ายเด็ก 5 ขวบคนหนึ่งขึ้นมาจริงๆ



เซเรน่าย่อตัวลงแล้วเอาหลังฝ่ามือแนบไปตามใบหน้าและลำคอของผมก่อนจะสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บ



“พระเจ้า” แว่วได้ยินเสียงอุทานดังขึ้น



“ท่านจ้าวช่วย!?” 



ก่อนเสียงของบาเอลจะตามมาติดๆ ทั้งบาเอลและเซเรน่าล้วนชะโงกหน้ามองผมอย่างตื่นตกใจราวเห็นผี แต่ดูเหมือนพวกเขาจะไม่ได้ตกใจที่ผมเป็นไข้



จู่ๆ ยานบินที่กำลังบินผ่านมาถึงชายแดนทวีปมูก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง



[ Mayday! Mayday! เครื่องยนต์ปีกขวาได้รับความเสียหาย ]



ก่อนเสียงรายงานความเสียหายของเครื่องยนต์ปีกซ้าย แผงควบคุมและส่วนอื่นๆ ของยานบินจะตามมาติดๆ 



สาเหตุก็คือคลื่นพลังมหาศาลแผ่ออกมาจากร่างของผม…



“เอลิออล! ตั้งสติไว้!” แว่วเสียงร้องเรียกอย่างตื่นตระหนกของเอวาดังขึ้นไม่ขาดสาย ทว่าสติกลับยิ่งพร่าเลือนกว่าเดิม ร่างกายเดินร้อนเดี๋ยวหนาวเช่นเดียวกับลำคอที่แห้งผาก



คล้ายว่าผมจะเป็นไข้จริงๆ



ไม่สิ…



“เอวา…” ผมเสียงเอวาเสียงพร่า เข็มขัดนิรภัยถูกปลดจากร่างของผมอย่างรวดเร็วก่อนร่างจะลอยหวืดไปอยู่ในอ้อมกอดของเอวา



ดูเหมือนว่าตอนนี้มีเพียงเขากับบาเอลที่ทนรับแรงกดดันจากพลังที่รั่วออกมาจากร่างผมได้ ส่วนเซเรน่ากับผู้พิทักษ์ระดับA คนอื่นหน้าซีดทรุดตัวลงเก้าอี้ไปหมดแล้ว



“อีกนิดเดียวก็จะถึงแพนโดร่าแล้ว” เอวากล่าวอย่างร้อนรน 



ผมเหม่อมองขวดน้ำที่กลิ้งไปมาบนพื้นยานแล้วลำคอยิ่งแห้งผาก 



ผมว่าผมไม่ได้เป็นไข้



เพียงแค่…



“หิวน้ำ” 



สิ้นคำ ทั่วทั้งยานที่กำลังสับสนอลหม่านเมื่อครู่พลันเงียบกริบ มือของเอวาที่ประคองร่างผมไว้พลันแข็งค้าง



ก่อนเซเรน่าจะเป็นคนแรกที่ได้สติแล้วกรีดร้องออกมา



“นี่แกลืมกินข้าวอีกแล้วเรอะ!?



นั่นคือคำพูดสุดท้ายที่ผมได้ยินก่อนสติจะหลุดลอยออกไป เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้งก็พบว่าตัวเองกำลังล่องลอยอยู่ในสถานที่สีขาวว่างเปล่าแห่งหนึ่ง



คลับคล้ายคลับคลาว่าเป็นสถานที่ที่ผมเพิ่งเห็นเมื่อไม่นานนี้



อย่าบอกนะว่าผมตายอีกแล้ว…



แค่ไม่กินข้าว 2 เดือนเอง



ไหนเทพเจ้าสีขาวบอกว่าร่างใหม่จะไม่มีวันขาดสารอาหารตาย!?



คิดแล้วผมก็รีบก้มหน้าลงสำรวจตนเองทันทีก่อนจะพบว่าตนเองยังอยู่ในร่างของเด็ก 5 ขวบผมขาวตัวขาวนุ่มนิ่มเหมือนก้อนแป้งเฉกเช่นเดิม


เพิ่มเติมคือในอกเสื้อด้านซ้ายส่องแสงสีแดงเรืองรองออกมา



‘ถึงร่างนั้นจะไม่ใช่มนุษย์แต่ก็ไม่ใช่เทพเจ้าหรอกนะ’ น้ำเสียงอบอุ่นอ่อนโยนสายหนึ่งดังขึ้นข้างใบหูของผมเมื่อหันกลับไปจึงพบกับร่างสีขาวเรืองเรืองร่างหนึ่ง



ร่างนั้นรูปร่างสูงโปร่งและมีเส้นผมเหยียดตรงคล้ายมนุษย์ทว่าทั้งร่างกลับมีเพียงสีขาวล้วน ไร้รูปหน้า ไร้เสื้อผ้าอาภรณ์ 



‘เทพเจ้าสีขาว’ ย่อตัวลงลูบไล้ฝ่ามืออบอุ่นไปทั่วใบหน้าของผม แม้จะไร้ใบหน้าแต่กลับสัมผัสถึงความอ่อนโยนที่ส่งผ่านฝ่ามือคู่นั้นได้เป็นอย่างดี



‘ถึงจะไม่ต้องกินอาหารแต่เจ้ายังต้องกินน้ำ ยังต้องนอนหลับพักผ่อน’ เทพเจ้ากล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนนุ่มนวลคล้ายบิดากำลังสั่งสอนบุตร



ไม่ใช่มนุษย์? สรุปว่าร่างใหม่ของผมไม่ใช่มนุษย์งั้นเหรอ?



ผมขมวดคิ้วมองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ 



‘อิกดราซิลคือเผ่าพฤกษา ไม่จำเป็นต้องกินอาหารเฉกเช่นมนุษย์แต่เจ้ายังต้องรับพลังงานจากน้ำ’ คล้ายเทพเจ้าสีขาวจะรู้ว่าผมสงสัยอะไรจึงอธิบายออกมา



เผ่าอิกดราซิลคือเผ่าพฤกษา รับพลังงานจากน้ำและผืนดิน รวมทั้งแสงจันทร์และแสงแดด ไม่กินอาหารเฉกเช่นมนุษย์ก็มีชีวิตอยู่ได้ แต่หากขาดน้ำเกิน 1 อาทิตย์ร่างกายก็จะเริ่มอ่อนแรงลงเรื่อยๆ หากขาดน้ำเกินหนึ่งเดือนร่างกายจะเริ่มปั่นป่วนควบคุมสติและพลังไม่ได้



และขาดน้ำเกิน 2 เดือนก็จะตาย…



สรุปว่าผมตายอีกแล้ว!?



‘เจ้ายังไม่ตาย’ เทพเจ้าสีขาวกล่าวกลั้วหัวเราะ ‘แต่ถ้าช้ากว่านี้อาจจะตายก็ได้…’



ผมมองเทพเจ้าสีขาวกลับไปอย่างโง่งม 



‘ถึงอย่างไรร่างใหม่ของเจ้าก็เป็นเพียงเด็กน้อยผู้หนึ่ง หากเจ้ายังใช้งานหักโหมเช่นนี้ต่อไปไม่หลับไม่นอน ไม่รับพลังงานใดๆ เข้าไปในร่างเลยย่อมส่งผลร้ายในอนาคตเป็นแน่’



หลังจากนั้นเสียงนุ่มนวลก็ร่ายยาวออกมาไม่หยุดคล้ายคุณพ่อกำลังเทศนาลูกตัวน้อย เช่น



‘ต่อไปนี้เจ้าต้องแช่ตัวในแม่น้ำทุกคืนพระจันทร์เต็มดวง’



‘ต้องแช่บ่อโคลนที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง’



‘ต้องนอนไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน’



‘จนกว่าจะอายุ 10 ปีต้องดื่มนมอย่างน้อยวันละหนึ่งแก้ว’



สามประโยคแรกคล้ายวิธีเลี้ยงภูตพฤกษาปกติทั่วไป แต่ประโยคสุดท้ายมันแปลกๆ พิกล



‘เผ่าอิกดราซิลโตช้ายิ่งนัก บางทีอายุ 100 ปีแล้วเจ้าอาจจะอยู่ในร่างเด็ก 5 ขวบอยู่เลยกระมัง นอกจากน้ำแล้วของเหลวทุกชนิดเจ้าก็สามารถดื่มกินไว้เป็นพลังงานได้…’



ครั้งนี้เทพเจ้าสีขาวพูดคุยกลับผมเนิ่นนานผิดกับสองครั้งแรกที่เคยเจออีกฝ่าย



ครั้งแรกที่ได้พบเทพเจ้าสีขาวคือเมื่อประมาณ 70ปีก่อน ผมเพิ่งอายุ 10 ปีและเพิ่งสิ้นชีพชีวาวอดจากการพาไอเซนกับอนาหลบหลีคณะปฏิวัติ ตอนนั้นตระกูลเคียร์ถูกใครบางคนส่งคนมาฆ่าล้างบางแม้แต่ผมก็เกือบไม่รอด 



ในตอนนั้นเทพเจ้าสีขาวเพียงมอบพลังให้แล้วกล่าวอะไรบางอย่างไม่กี่ประโยคก็จากไป



ครั้งที่สองก็คือตอนที่ผมโดนราชาปีศาจแห่งโซโลมอนใช้พลังสามัคคีรุมโจมตีจนขาดสารอาหารตายอนาถ อีกฝ่ายเพียงกล่าวกับผมไม่กี่ประโยคก็จากไปอย่างรวดเร็ว



และครั้งที่สาม ซึ่งก็คือตอนนี้ ที่อยู่คุยยืดยาวผิดปกติ…



‘เด็กน้อย…’ คล้ายเทพเจ้าสีขาวรู้ว่าผมกำลังนินทาเขาในใจ



จู่ๆ ก้อนศิลาสีแดงเลือดในอกเสื้อด้านซ้ายของผมก็ลอยขึ้นไปกลางอากาศทอประกายสีแดงเรืองรองน่าพิศวงออกมา มืออบอุ่นที่ลูบไล้ใบหน้าของผมพลันหยุดชะงักลง



น้ำเสียงอบอุ่นอ่อนโยนเมื่อครู่พลันแปรเปลี่ยนเป็นจริงจังเคร่งขรึม



‘อีกไม่นานประตูที่กั้นระหว่างโลกเคียร์และแดนเทพจะพังทลายลง’ ประโยคนี้ของเทพเจ้าสีขาวทำให้ผมชะงักไป ผมเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างตกตะลึง



หากประตูที่กั้นระหว่างแดนเทพกับโลกเคียร์พังทลายลงก็หมายความว่าประตูที่เชื่อมระหว่างแดนปีศาจกับโลกเคียร์ก็จะพังทลายลงด้วยเช่นกัน



แล้วโลกเคียร์ก็จะกลายเป็นสนามสู้รบระหว่างเทพกับปีศาจ…



‘หากศิลานักปราชญ์ชิ้นสุดท้ายถูกสร้างขึ้นเมื่อไหร่ สิ่งที่ชั่วร้ายที่สุดก็จะหลุดออกจากผนึก’ เทพเจ้าสีขาวกล่าว



‘เจ้าคงได้พบสิ่งนั้นในโลกกลับด้านแล้วสินะ…’



ภาพโลงศพสีขาวในมิติทับซ้อนชั้นที่44 พลันปรากฎขึ้นในหัวเช่นเดียวกับภาพชายหนุ่มผมดำนัยน์ตาสีทองผู้นั้น ในขณะที่กำลังจะเอ่ยปากถามว่าสิ่งที่อยู่ในผนึกคืออะไร พื้นที่สีขาวรอบด้านก็ค่อยๆ ดับมืดลง



ไม่นานความมืดมิดก็แผ่ขยายไปทั่ว แม้แต่ร่างของเทพเจ้าสีขาวที่อยู่เบื้องหน้ายังมลายหายไปอย่างรวดเร็ว 



ผมขมวดคิ้ว รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลฉับพลัน 



ก่อนเสียงต่อสู้และเสียงกรีดร้องจะดังขึ้นในความมืด พอได้สติคืนมา ผมก็พบว่าตนเองกำลังเดินตามเสียงเหล่านั้นไป คล้ายมีพลังงานบางอย่างผลักดันผมไปข้างหน้า


 

ยิ่งเดินเข้าไปใกล้เสียงเหล่านั้นยิ่งชัดเจนขึ้นเช่นเดียวกับกลิ่นคาวเลือดและกลิ่นควันไฟที่คละคลุ้งล่องลอยเข้ามา



สัมผัสเปียกชื้นและเหนียวหนืดไหลอาบชโลมฝ่าเท้า เมื่อผมก้มหน้าลงก็พบกับแอ่งเลือดข้นคลั่ก เปลวไฟสีส้มปรากฎขึ้นกลางความมืดก่อนรอบด้านจะสว่างพรึ่บขึ้นมา



ผมจึงได้รู้ว่าตนเองกำลังยืนอยู่ในโถงทางเดินของวิหารแห่งหนึ่ง…



สองข้างทางประดับไปด้วยคบไฟสีส้ม ส่องสว่างทางเดินที่มืดสลัวเหล่านั้น ผนังทางเดินล้วนทำมาจากอิฐสีขาวเรียบลื่นที่บัดนี้ชโลมไปด้วยโลหิตสีแดงฉานเช่นเดียวกับแอ่งเลือดข้นคลั่กใต้ฝ่าเท้าของผม



ทุกตารางนิ้วของโถงทางเดินแห่งนี้ถูกอาบชโลมไปด้วยโลหิต และดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ…



โลหิตสีแดงฉานเหล่านั้นไหลบ่าออกมาจากทางเชื่อมด้านหน้า จากแต่เดิมที่สูงเพียงนิ้วบัดนี้ถูกชโลมขึ้นมาจนถึงข้อเท้า เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นจากทางเชื่อมด้านหน้าแต่ไม่นานก็หายไป



คล้ายมีอะไรบางอย่างผลักดันร่างของผมให้ก้าวไปยังทางเชื่อมนั่น



แต่ยิ่งเข้าไปใกล้เท่าไหร่กลิ่นอายน่าสะอิดสะเอียนก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น 



สองข้างทางที่ผมเดินผ่านเต็มไปด้วยซากศพมากมายทั้งมนุษย์ ปีศาจและทวยเทพ ทับทบกันเป็นภูเขา ทุกร่างที่ตายล้วนมีนัยน์ตาเบิกโพล่ง บ้างเคียดแค้น บ้างหวาดผวาและมึนงง คล้ายกับภูเขาซากศพที่ตนเองเคยเห็นในโลกกลับด้าน



จนกระทั่งหยุดฝีเท้าลงตรงทางเชื่อมแห่งนั้น เบื้องหน้าคือประตูสีขาวสูงกว่าสิบเมตร บานประตูสองข้างสลักร่างของเทวทูตอย่างละตน เพดานของโถงแห่งนั้นเปิดโล่งจนเห็นท้องฟ้าสีส้มที่เต็มไปด้วนหมอกควันสีดำ


 

ทันทีทีผมเอื้อมฝ่ามือขาวซีดของตนแนบลงกับบานประตู ประตูตรงหน้าก็ถูกผลักเข้าไปอย่างช้าๆ แสงสว่างลอดเข้ามาพร้อมกับคลื่นพลังมหาศาล



‘ข้าแด่พระผู้เป็นเจ้า…’ คล้ายเสียงบริกรรมคาถาดังแว่วออกมา



ปีกสีขาวสะอาดของเทวทูตคือสิ่งแรกที่ปรากฎขึ้นในสายตา 



เบื้องหลังประตูคือโดมสีขาวที่พังทลายลงมาจนเหลือเพียงโครงเปิดเผยท้องฟ้าสีครามสดใสที่อีกครึ่งหนึ่งกลายเป็นสีส้มของเปลวเพลิง



ร่างของเทวทูต 72 ตนกระจายเป็นวงกลมทั้งบนฟ้าบนดินโอบล้อมอะไรบางอย่างที่อยู่ตรงกลางห้องเอาไว้



เมื่อมองตามสายตาของเทวทูตเหล่านั้นไปผมจึงพบกับร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งที่ถูกสะกดให้คุกเข่าอยู่บนพื้น ทั่วพื้นห้องแห่งนั้นคืออักขระเลือดสีทองนับหมื่นตัวทอแสงเรืองรองออกมา



‘ขอสังเวยดวงวิญญาณของ 72 ผู้พิทักษ์แห่งเอเดน…’



เสียงร่ายเวทของเหล่าเทวทูตสอดประสานกันดังกึ่งก้อง แรงกดดันมหาศาลแผ่ออกมาจากร่างของพวกเขาก่อเกิดเป็นโซ่สีทอง 72 สายเชื่อมระหว่างกลางอกของเทวทูตและร่างของชายหนุ่มเพียงคนเดียวที่คุกเข่าอยู่บนพื้นห้องเข้าด้วยกัน



คล้ายกับโซ่สีทองเหล่านั้นถูกกลั่นออกมาจากดวงวิญญาณของเหล่าเทวทูต



เสียงบริกรรมคาถายังคงดังต่อเนื่องไม่หยุด โซ่สีทองที่พุ่งออกจากอกของพวกเขายิ่งเรืองแสงสว่างเจิดจ้าตรงไปพันธนาการร่างของชายหนุ่มคนนั้นชั้นแล้วชั้นเหล่า 



ยิ่งโซ่ถูกดึงออกมามากเท่าไหร่ใบหน้าของเทวทูตเหล่านั้นยิ่งขาวซีด ผิดกับชายหนุ่มคนนั้นที่ทำเพียงคุกเข่า แผ่นหลังเหยียดตรงไม่ไหวติง 



เรือนผมสีดำสยายเต็มแผ่นหลังตัดกับอาภรณ์สีขาวเปื้อนเลือด แม้จะถูกบังคับให้คุกเข่าแต่เขาก็ยังคงเชิดหน้ามองฟ้าอย่างเย่อหยิ่ง 



ผมจ้องมองแผ่นหลังของชายคนนั้นอยู่เนิ่นนาน ตามแผ่นหลังเปรอะเปื้อนไปด้วยโลหิตสีทอง เสื้อขาดวิ่นเผยให้เห็นเนื้อบางส่วนที่ถูกกระชากออกไป คล้ายกับบนแผ่นหลังเหยียดตรงนั่นเองก็เคยมีปีกสีขาวแสนสง่างามมาก่อน



จู่ๆ ในใจผมก็คล้ายเกิดระลอกคลื่นบางอย่างที่ตนเองไม่เข้าใจ



เสียงบริกรรมคาถายังคงดังต่อเนื่องไม่หยุด จนมาถึงท่อนสุดท้าย



‘ผนึก 72 ดารา…’



ร่างเทวทูตเหล่านั้นพลันกลายเป็นลูกไฟวิญญาณสีทองเจิดจ้าพุ่งเข้าใส่ร่างของชายหนุ่มผู้นั้นจากทั่วทุกทิศทาง 



ทว่าภาพสุดท้ายที่ผมเห็นก็ยังเป็นแผ่นหลังเปื้อนเลือดของชายหนุ่มคนนั้น ก่อนทุกอย่างจะมลายหายไปกลายเป็นสีขาวโพลนอีกครั้ง 



‘เมื่อหลายพันปีก่อนเทวทูตชั้นสูงทั้ง 72 ตนสละชีพเพื่อผนึกมารร้ายตนนั้น’ เทพเจ้าปรากฎตัวขึ้นเบื้องหน้าผมอีกครั้ง 



‘ผนึกร่างไว้ในโลงทิวากาล ใช้โลหิตของเทพแห่งแสงสว่างลงอักขระผนึกทับอีกหนึ่งชั้น เก็บไว้ในมิติทับซ้อนที่ลึกที่สุดในดินแดนของผู้วายชนม์…’



ภาพโลงศพสีขาวในโลกกลับด้านพลันปรากฎขึ้นในหัวของผม



ผมมองร่างไร้ใบหน้าของเทพเจ้าสีขาวแล้ว จู่ๆ ก็รู้สึกหนาวสันหลังวาบ 



เขาจะรู้มั้ยว่าผมเป็นคนทำลายอักขระของเทพเจ้าแห่งแสงสว่าง...



แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ทราบความกังวลของผม เทพเจ้าสีขาวยังคงกล่าวต่อไป



‘ส่วนดวงจิตถูกแยกกระจัดกระจายออกไปปะปนกับมนุษย์ในโลกเคียร์…’



สิ้นคำ หนังสือสีดำเล่มหนาก็ปรากฎขึ้นกลางอากาศลอยเข้ามาอยู่ในมือของผม



‘นี่คือ?’ ผมรับหนังสือสีดำเล่มนั้นไปเปิดอ่านอย่างงงๆ 



คล้ายกับสมุดรายชื่อเล่มหนา ภายในแบ่งออกเป็น 15 หมวด ผมพลิกหน้ากระดาษไปเรื่อยๆ สีหน้ายิ่งดูไม่ได้ขึ้นเรื่อยๆ 



‘หมวดที่1 วิธีสร้างศิลานักปราชญ์แห่งโซลาริส’



และเมื่อไล่สายตาลงมาก็พบกับรายชื่อของทายาทนักบวชกว่า 300 คนที่ถูกบันทึกด้วยตัวอักษรสีเลือด…



‘ดวงจิตของมารร้ายตนนั้นมีพลังมากเพื่อไม่ให้ถูกนำมารวมได้อีก ผู้พิทักษ์แห่งเอเดนจึงแยกดวงจิตของมันออกเป็นหมื่นชิ้นปะปนไปกับดวงวิญญาณของมนุษย์ 13 ตระกูลใหญ่ในโลกเคียร์ ตกลงสู่วัฎจักรสงสารเวียนว่ายไม่รู้จบ’ 



คำอธิบายของเทพเจ้าสีขาวยิ่งทำให้หัวใจผมเต้นรัว ความเร็วที่พลิกหน้ากระดาษของหนังสือในมือยิ่งเร็วขึ้น บางรายชื่อถูกสลักด้วยเลือดบางรายชื่อยังเป็นสีดำ



แน่นอนว่ารายชื่อที่กลายเป็นสีแดงคงจะถูกสังหารไปหมดสิ้นแล้ว



เช่นเดียวกับศิลานักปราชญ์แห่งโซลาริสชิ้นนั้น ที่ตระกูลโซลาริส ตระกูลของนักบวชแห่งแสงสว่างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทวีปยูโรเปี้ยนถูกฆ่าล้างทั้งตระกูล!



จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่หน้า 333 หมวดที่ 13 



‘หมวดที่13 วิธีสร้างศิลานักปราชญ์แห่งเคียร์’



ผมจ้องมอง 2 รายชื่อบนหน้ากระดาษสีขาวนั่นอย่างโง่งม ทั้งร่างคล้ายถูกผลักลงไปกลางทะเลสาบน้ำแข็งที่หนาวเหน็บ 



‘หมวดที่13 วิธีสร้างศิลานักปราชญ์แห่งเคียร์’



‘ไอเซน เคียร์’



‘อนา เคียร์’



หมายเหตุ: ใช้เลือดจากหัวใจสดๆ หลอมออกมาในคืนพระจันทร์เต็มดวง เวลาเหมาะสมที่สุดในการสร้างศิลานักปราชญ์แห่งเคียร์คือวันที่ 6 เดือน 6 ของทุกปี



++++



“ท่านเซเรน่า! ไฟไหม้!” 



เซเรน่า แกรแฮมคล้ายว่าตนเองกำลังจะเป็นโรคประสาท



เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนยานบินของพวกเธอตกลงในเขตน่านน้ำของทวีปเคียร์เนื่องจากเอลิออล เคียร์ไข้ขึ้น หน้ามืดหมดสติจนควบคุมพลังไม่ได้



พลังที่เอลิออลปล่อยออกมาทำลายทุกอย่างในรัศมี 100 เมตรจนพังพินาศ จนเธอกับผู้พิทักษ์ระดับA คนอื่นๆ ที่ต้านพลังของเขาไม่ไหวแทบกระอั่กเลือดออกมา



พอจะพากลับแพนโดร่าพลังที่เอลิออลปล่อยออกมาก็ทำลายบ้านเรือนทั้งสองข้างทางจนเสียหาย น่ากลัวว่าไม่ทันกลับไปถึงแพนโดร่า ประเทศแฟนท่อมคงจะพินาศย่อยยับ



ในระหว่างที่กำลังคิดหาหนทางนำตัวเอลิออลที่ไข้ขึ้นจนไม่ได้สติไปซ่อนยังไง เอวาที่อุ้มเอลิออลมาตลอดทางก็กล่าวออกมาประโยคหนึ่งด้วยสีน้ำเสียงเคร่งขรึมจริงจัง



“ผมจะพาเอลิออลไปฐานลับ P4”



ในตอนนั้นนอกจากราชาปีศาจบาเอลกับโลหิตมารแล้วก็มีเพียงเอวาที่สามารถเข้าใกล้และแตะตัวของเอลิออล เคียร์ได้โดยไม่บาดเจ็บสาหัส



แต่จะให้เอลิออลอยู่กับบาเอลหรือโลหิตมารตามลำพังเธอก็ไม่วางใจ พอเอวาออกปากรับอาสามาแบบนั้นในใจเธอย่อมยินดี



“ได้ เดี๋ยวฉันจะรีบตามอนามารักษาเอลิออล” เซเรน่ารีบตอบตกลงทันที ก่อนเดินนำผู้พิทักษ์ระดับA ทั้งสิบคนกลับแพนโดร่า ส่วนเอวาก็นำร่างของเอลิออลมุ่งหน้าไปยังฐานลับP4 บริเวณชายแดนตะวันออกของประเทศแฟนท่อม



และดูเหมือนเรื่องที่เอลิออลไข้ขึ้นตอนอยู่บนยานทำให้เธอตื่นตกใจจนลืมเรื่องสำคัญบางอย่างไป



เท้ายังไม่ทันเหยียบพ้นบานประตูทางเข้าแพนโดร่า จู่ๆ เบื้องบนก็เกิดเสียงระเบิดดังกึ่งก้อง



เมื่อเงยหน้าขึ้นไปจึงพบว่าชั้น 15 ของแพนโดร่ากำลังโหมไปด้วยเปลวไฟและกลุ่มควันสีเทาขนาดใหญ่



“ท่านเซเรน่า! ไฟไหม้!” แว่วได้ยินเสียงผู้พิทักษ์ระดับA ด้านหลังร้องตะโกนออกมาอย่างตื่นตระหนก



ไฟไหม้มารดาแกสิ! นี่มันวางระเบิดแล้ว!



ไม่ใช่สิ! ผู้พิทักษ์พวกนั้นมัวทำอะไรอยู่ถึงปล่อยให้แพนโดร่าถูกวางระเบิดแบบนี้!?



เซเรน่าตาเหลือกกรีดร้องในใจ ไม่ต้องให้ใครกล่าวซ้ำเธอก็รีบมุ่งเข้าตัวตึกไปทันที



ชั้น 15 ของแพนโดร่าคือหน่วยพยาบาลและจากเหตุการณ์ที่กองทัพปีศาจบุกทวีปเคียร์เมื่อเดือนก่อนจนถึงตอนนี้ก็มีผู้พิทักษ์ไม่น้อยรักษาตัวอยู่



ผู้พิทักษ์จำนวนมากช่วยกันโอบประคองผู้ป่วยออกจากชั้น 15 ไม่ขาดสาย บางส่วนช่วยกันร่ายเวทย์ดับไฟ ไม่นานเหตุการณ์ทั้งหมดก็สงบลงอย่างรวดเร็ว



“ใครกันที่กล้ามาวางระเบิดถึงนี่!?” ทันทีที่เซเรน่ามาถึงชั้น 15 ทุกอย่างก็กลับสู่สภาวะปกติแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงร่องรอยความวินาศสันตะโร เฟอร์นิเจอร์และเครื่องมือแพทย์บางส่วนถูกไฟไหม้จนเสียหายยับเยิน



คล้ายเป็นการระเบิดเพื่อก่อกวนมากกว่าก่อการร้าย ทว่าเซเรน่ากลับยิ่งโกรธจนควันออกหู



จนกระทั่งเด็กหนุ่มผมฟ้าตาฟ้าในชุดผู้พิทักษ์สีขาวคนหนึ่งเดินเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด กล่าวรายงานออกมาประโยคหนึ่ง ความโกรธดุจเปลวไฟเมื่อครู่ของเซเรน่าก็คล้ายโดยน้ำเย็นสาด



“ท่านเซเรน่า! ท่านอนาโดยมังกรสีขาวจับตัวไปแล้ว!”



“ว่าไงนะ!?”



เซเรน่าตาเหลือก หันขวับไปมองแผนกฟื้นฟูที่อยู่ด้านหลังของตนเองทันทีก่อนจะสาวเท้าเดินเข้าไปอย่างเร่งรีบ 



“อนา!!!”



ภายในห้องพักฟื้นสภาพยิ่งย่ำแย่กว่าภายนอก ทั้งแคปซูลพักฟื้นจอเมอร์นิเตอร์และอุปกรณ์อื่นๆ ทั้งหมดภายในห้องโดนเปลวไฟสีดำเผาไหม้จนละลายหายไป กระจกแตกละเอียดเช่นเดียวกับผนังบางส่วนที่พังทลายหายไปจนลมหนาวภายนอกพัดโกรกเข้ามา



กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง เมื่อก้มลงมองก็พบกับโลหิตสีแดงฉานเจิ่งนองทั่วพื้น มือขาวซีดทั้งสองข้างถูกทิ้งอยู่ข้างร่างของชายหนุ่มผมดำคนหนึ่ง



“ฟีลอส…” ยิ่งเห็นร่างนั้นชัดๆ ใบหน้าของเซเรน่ายิ่งซีดเผือด เธอก้าวเท้าเข้าไปหาฟีลอสช้าๆ ก่อนจะย่อตัวลงแล้วเอื้อมมือสั่นเทาออกไปพลิกตัวอีกฝ่ายกลับมา



“!?” เซเรน่าพลันสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บ



ทันทีที่ร่างของฟีลอสถูกพลิกกลับมา กลิ่นคาวเลือดยิ่งทวีความรุนแรง ทั้งหน้าและร่างกายถูกชโลมด้วยโลหิตสีแดงฉาน



ดวงตาทั้งสองข้างของฟีลอสปิดสนิทผิดกับเลือดข้นคลั่กที่ไหลทะลักออกมาอาบสองแก้ม ข้อมือทั้งสองข้างถูกตัดออก



“...” ฟีลอสคล้ายรู้สึกตัว เขาขยับปากหมายจะพูดอะไรบางอย่างออกมา ทว่าทันทีที่อ้าปากเลือดกองใหญ่ก็ไหลทะลักออกมาอาบชโลมชุดสีขาวของเซเรน่าจนกลายเป็นสีแดงฉาน



“ลิ้นของนาย…” เซเรน่ากัดฟันกรอด 



ทันทีที่เห็นแอ่งเลือดจำนวนมากในช่องปากของฟีลอส เธอยิ่งโกรธจนแทบสิ้นสติ



นอกจากข้อมือถูกตัด ดวงตาถูกทำลาย แม้แต่ลิ้นก็ยังถูกดึงออกไป!



“พาฟีลอสกลับไปแคปซูลพยุงชีพชั้นB22 เดี๋ยวนี้!” เซเรน่าตวาดกร้าว 



สิ้นคำ ผู้พิทักษ์จำนวนมากก็กรูกันเข้ามาและนำฟีลอสเคลื่อนย้ายออกไป เซเรน่าผุดลุกขึ้นด้วยสีหน้ามืดครึ้ม กวาดมองไปรอบห้องด้วยนัยน์ตาวาวโรจน์ คล้ายความโกรธถูกปลุกเร้าจนถึงจุดสูงสุด



‘จอมมาร!’



นอกจากโลหิตสีแดงฉานกับสภาพไหม้เกรียมของแคปซูลพยุงชีพแล้วเมื่อสังเกตดีๆ ยังมีเกล็ดสีขาววาววับจำนวนมากเช่นเดียวกับแอ่งของเหลวสีทองที่เจิ่งนองอยู่บนพื้น



เธอโน้มตัวลงหยิบเกล็ดสีขาวแผ่นใหญ่ขนาดเท่าลูกฟุตบอลนั่นขึ้นมาด้วยสีหน้ามืดครึ้ม



เป็นเกล็ดของมังกรออโรร่าไม่ผิดแน่…



ดูเหมือนก่อนจะพาตัวอนาไปมังกรออโรร่าก็โดนฟีลอสโจมตีจนบาดเจ็บไม่น้อยเช่นกัน



นอกจากฮิวโก้ ผู้พิทักษ์ระดับS อันดับ5 แล้วฟีลอสเองก็เป็นผู้ใช้มิติธาตุ หากจะหาคนที่สามารถต่อกรกับมังกรออโร่าได้ก็มีเพียงแค่สองคนนี้ 



หากพลังของฟีลอสกลับมาเต็มร้อยแล้วร่วมมือกับฮิวโก้ต่อกรกับมังกรออโรร่า เธอเชื่อว่าพวกเขาไม่มีทางแพ้แน่ๆ



ทว่าตอนนี้…



ยิ่งมองโลหิตสีแดงที่เจิงนองเต็มพื้นความโกรธในใจยิ่งประทุออกมาจนแทบกระอั่กเป็นลิ่มเลือด ในขณะที่จะหันหลังกลับไปหางตาก็เหลือบไปเห็นเศษกระดาษเปื้อนเลือดจำนวนมากด้านหลังเสียก่อน



‘ฟีลอสรู้ข้อมูลของจอมมารในโลกกลับด้านแล้ว…’



จู่ๆ ข้อความที่อนาส่งมาเมื่อ 1 เดือนก่อนพลันลอยเข้ามาในหัวของเธอ



ภาพสมุดเล่มเล็กสีแดงที่ถูกเขียนด้วยอักษรโบราณ และเสียงพูดที่ฟังดูเก่าแก่โบราณปรากฎขึ้นในหัวของเธอเป็นฉากๆ เมื่อนึกย้อนไปถึงสภาพโดนตัดข้อมือ ดึงลิ้นของฟีลอสเมื่อครู่ ในใจที่โกรธจนแทบกระอั่กเมื่อครู่พลันแปรเปลี่ยนเป็นความหนาวเหน็บ



โดนทำลายอวัยวะที่ใช้สื่อสารทั้งหมดออกไป



มีเหตุผลเดียวก็คือ



“ปิดบังอะไรบางอย่าง…”



คิดได้ดังนั้นเซเรน่าก็หันหวับกลับไปด้านหลังทันที ก้มตัวลงเก็บเศษกระดาษเปื้อนเลือดพวกนั้นขึ้นมา ทว่ากระดาษพวกนั้นชุ่มโชกไปด้วยของเหลวสีแดงฉาน นอกจากสีแดงแล้วก็ไม่พบร่องรอยของตัวอักษณอย่างอื่นอีกเลย



เซเรน่าผุดลุกขึ้น เดินไปรอบห้องอย่างหงุดหงิดงุ่นง่าน



ก่อนจะชะงักไปแล้วตวัดตาไปยังเตียงแคปซูลที่ฟีลอสเคยอยู่



สภาพเตียงแคปซูลด้านหลังไหม้เกรียมเป็นตอตะโกแล้วก็จริง ทว่าผนังด้านหลังแคปซูลกลับสัมผัสได้ถึงพลังงานสายหนึ่งแผ่พุ่งออกมา


เมื่อไล้สายตาขึ้นไปจึงพบกับแผ่นกระเบื้องสีดำไหม้เกรียมที่นูนออกมา เซเรน่าจ้องแผ่นกระเบื้องนั่นสักพักก่อนจะรวมเวทแสงไว้ที่ดวงตา มองทะลุแผ่นกระเบื้องนั้นเข้าไป



ภายในคือกระดาษยับยู่ยี่กองหนึ่งกับสมุดสีแดงเลือด



เป็นสมุดของฟีลอสไม่ผิดแน่!



ก่อนมังกรออโร่าจะมาฟีลอสคงซ่อนสมุดพวกนี้ไว้ก่อนแล้ว



คิดได้ดังนั้นเซเรน่าก็รีบแตะแผ่นกระเบื้องไหม้เกรียมนั่น ทลายเวทลวงตาเพื่อนำแผ่นกระดาษกับสมุดสีแดงเล่มนั้นออกมาทันที เธอรีบนำสมุดเก็บเข้าแหวนมิติของตนเองไปทันที ขณะที่อีกมือก็คลี่แผ่นภาพกองใหญ่นั่นออกด้วยมืออันสั่นเทา



ความลับที่ทำให้ฟีลอสถูกทำร้ายปางตายแบบนั้นยังไงเธอก็ต้องรู้ให้ได้!



ขณะที่ภาพแผ่นแรกกำลังคลี่ออก จู่ๆ ลมหนาวก็โหมกระหน่ำเข้ามาจากผนังห้องที่ถูกทำลาย เมื่อได้สติขึ้นมาอีกครั้งเซเรน่าก็พบว่าแผ่นหลังของตนเองพลันเย็นเยียบ 



“ท่านเซเรน่า” น้ำเสียงอบอุ่นอ่อนโยนที่แสนคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง ทว่าเสียงนั่นกลับสะกดร่างของเธอเอาไว้จนไม่สามารถขยับได้

แต่ถึงจะขยับไม่ได้ แม้จะไม่เห็นหน้าอีกฝ่ายเธอก็จำเจ้าของเสียงนุ่มนวลนี้ได้เป็นอย่างดี



เสียงฝีเท้าแผ่วเบาเข้าใกล้เธอมากขึ้นเรื่อยๆ ก่อนร่างของชายหนุ่มร่างกำยำในชุดผู้พิทักษ์สีขาวคนหนึ่งจะปรากฎขึ้นเบื้องหน้า

เจ้าของเรือนผมสีทองนัยน์ตาสีฟ้างดงาม


 

“ท่านเซเรน่า” แม้อีกฝ่ายจะเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเฉกเช่นทุกครั้ง ทว่าในใจเธอกลับเต้นระรัวอย่างแปลกประหลาด ยิ่งเห็นนัยน์ตาสีฟ้าไร้ประกายของอีกฝ่ายที่หุบมองกระดาษปึกเล็กในมือเธอในใจยิ่งหนาวเหน็บ



เมื่อครู่เพิ่งแยกกันแท้ๆ ทำไมถึงได้มาอยู่ที่นี่ตอนนี้…



“เอวา…” 






__________________________________________________________________________________________________________

ปุจฉา: เอวากับเจ๊เซเรน่าจะทำอะไรกันหลังจากนี้?

A: ท่านเซเรน่า ผมลืมกุญแจเข้าฐานลับ

B: ท่านเซเรน่าฐานลับไฟดับ ท่านลืมจ่ายค่าไฟใช่มั้ย?

C: ท่านเซเรน่า ผมมาช่วยแล้ว

D: ท่านเซเรน่า... // ละไว้ฐานที่เจ๊เซเรน่าเข้าใจ


ปล.เดือนกรกฎาผมไปอังกฤษเกือบทั้งเดือนนะครับ ไปดูที่เรียนต่อ อาจจะไม่ได้มาอัพนิยายเกือบทั้งเดือนเลย TvT เจอกันอีกทีต้นเดือนสิงหานะครับ >< กลับมาแล้วจะอัพชดเชยให้แน่นอนครับ

ปล2. ใกล้จบภารแรกแล้วครับ มีแพลนว่าจะรีไรท์ God's Child ตั้งแต่บทที่14 ขึ้นไปหลังจบภารกิจโลกกลับด้านมีบางฉากที่ผมลืมใส่--- แค่ก! เพื่อความสมูทของนิยายก็เลยอยากจะรีไรท์ครับ แต่น่าจะรีไรท์ให้เสร็จแล้วทยอยลงทีเดียว รู้สึกว่าช่วงหลังๆ นักอ่านหายไปเยอะเลย TvT ไม่รู้ว่าตัวเองแต่งนิยายดรอปลงเยอะมั้ย มีอะไรติชมได้นะครับ อยากได้ Feedback เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขนิยายครับ (✪㉨✪)




ทุกคนสามารถติดตามข่าวสารนิยาย/สปอย/ตอนพิเศษ/FA นิยายเรื่องต่างๆ ของผมได้ทาง

>>> FACEBOOK <<<

>>> Twitter <<<

ขอบคุณที่ติดตามครับ

#ผู้พิทักษ์ฉบับพกพา






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 767 ครั้ง

3,345 ความคิดเห็น

  1. #3333 jinhaana (@farlovely2545) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 00:41

    สงสารฟีลอสสสส แงงงง
    #3333
    0
  2. #3316 pam005 (@pam005) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 01:13
    ฟีลอสเจ็บหนักเลยอ่าาากำลังดีขึ้นแล้วแท้ๆ
    #3316
    0
  3. #3295 เดือนหนาวเอง (@TEEN68) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 13:52
    หรือว่านี่จะเป็นเอวาที่ไม่ใช่เอวา อาจเป็นจอมมา-แค่กๆๆ
    #3295
    0
  4. #3289 supamas1845 (@supamas1845) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 มีนาคม 2563 / 23:12

    กรี๊ดดดดด เอวา!!! ทำไมรู้สึกถึงลางร้ายหายนะ ไม่นะๆๆ
    #3289
    0
  5. #3263 น้ำแข็ง (@7539iceemsipt) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 02:50
    โหดร้ายทิสุด ฮือ
    #3263
    0
  6. #3255 punpun3012 (@punpun-3012) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 01:20
    โอ้โห ฟีลอสเมนดิชั้น;-;
    #3255
    0
  7. #3251 aom051 (@aom051) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 22:39

    ฟีล๊อส//กรีดร้องหนักมาก ฮือ....

    #3251
    0
  8. วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 09:37

    สสงสารฟิลอส น่ากลัวมากด้วย

    #3245
    0
  9. วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 09:36

    ทำไมตอนนี้หดหู่จัง สงสารท่านจอมมารนะที่โดนผนึก แล้วก็โดนแยกชิ้นส่วนอะไรต่างๆ แต่ทำไมต้องมีพี่น้องของเอลิออลด้วย อย่างนี้พวกเขาจะตายมั้ย? แล้วคือท่านจอมมารชอบเอลิออลจริงมั้ยอ่ะ อยากอ่านต่อๆ ตอนแรกนึกว่ามีเป็นหนังสือแล้วสะอีก ถ้ามีคือสั่งหนังสือไปแล้ววว ติดนิยายเรื่องนี้มากๆ ค่ะ

    #3244
    0
  10. #3205 Lay_ya (@Lay_ya) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 21:31
    โอโห้ถ้าจอมมารเป็นคนสั่งให้ทำฟีลอสจริง จะเข้าหน้าเอลิออนติดได้ไง นี่เพื่อนรักเขานะ
    #3205
    0
  11. #3202 sommah7777 (@sommah7777) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 14:00
    ฟีลอส T T /เบื้องหลังจอมมารนี่ดูลึกลับซับซ้อนดีนะคะ!!
    #3202
    0
  12. #3197 Mihr (@y_pps) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 06:38
    จอมมารนี่ลาสบอสจริง มีเสี้ยววิญญาณที่ถูกแยกด้วย.....
    #3197
    0
  13. #3183 defosw25 (@defosw25) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 18:28
    เอ้า ฟีลอสTT
    #3183
    0
  14. #3154 Yume_Sorachi (@Loveanime14) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 07:34

    ฮือ ฟีลอสสสสส ;-; น่าสงสารที่สุดก็เธอแล้ว
    #3154
    1
  15. #3133 Say. (@a-dark-devil) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 17:45
    สงสารฟิลอสงะ พึ่งใกล้หายดีเองนะ ฮืออออ... ต่อมือต่อลิ้นกลับมาได้ไหมนะ.. อืมมม น่าคิด //โดนตบ

    ว่าแต่เอวาา นายจะทำอะไรรร สรุปนายเป็นใครรรร หรือเมื่อกี้แค่ตัวปลอมเฉยๆ อืมมม ปริศนาอีกแล้ว //คิดหนัก

    หวังว่าที่โดนควักหัวใจจะไม่ใช่ เอลิออลเป็นคนควักหัวใจน้อง อืมม.. หรือว่าจริงๆอาจจะมีแผนซ้อนแผน แบบควักออกมา แต่คุณน้องชายไม่ตายไรงี้ //แค่ก ต่อมมโนทำงานดีเกินไปแล้ว 5555555

    รู้สึกว่าท่านจอมมารจะต้องมีอดีตซัมติงกับน้องแน่เลย สรุปท่านจอมมารเป็นพระเอกใช่ไหมนะ น่าจะใช่แหละ มาขนาดนี้ //อ่ะ ต่อมโน หยุดก๊อนนนน! 55555555

    หายไปแปปเดียว ปริศนาผุดเป็นดอกเห็ดเลยย

    ปล. ยังติดตามอยู่น่าาา พอดีก่อนหน้านี่ไม่ค่อยว่างงง ไรต์สู้ๆ เป็นกำลังใจให้เสมออออ
    #3133
    2
    • #3133-1 kiriyu_kura (@kiriyu25) (จากตอนที่ 26)
      31 กรกฎาคม 2562 / 19:01

      ไม่ต้องห่วงนะครับ ไอเซนลูกรักผมเอง ภาค2-3ยังมีบทอีกเยอะ บทเด่นยิ่งกว่าพระเอก... /โดนจอมมารบีบคอ

      ส่วนเอวาภาค2บทเยอะเหมือนกันครับ จะมีเฉลยท้ายๆ ภาค2 มีดราม่าเล็กน้อยท้ายๆ ภาค2 เอาทุกอย่างไปยัดท้ายๆ ภาค2หมดเลย... /โดนตบ

      ขอบคุณที่ติดตามนะครับ ><
      ดีใจมากๆ ผมจำคุณSayได้น้า จำได้ตั้งแต่สมัยแต่งLCO ขอบคุณที่ติดตามมาถึงตอนนี้นะครับ ดีใจมากจริงๆ ครับ /สไลด์กราบเบญจางคประดิษฐ์ Orz
      #3133-1
    • #3133-2 Say. (@a-dark-devil) (จากตอนที่ 26)
      31 กรกฎาคม 2562 / 22:22

      ชอบการสไลด์กราบเบญจางคประดิษฐ์มากค่ะ 55555555
      เรื่องเรียนต่อก็สู้ๆน่าาาาา
      #3133-2
  16. #2978 minmin :3 (@mintra666) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 12:32
    เมื่อไรเล่มจะออกกกกก
    #2978
    0
  17. #2976 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 21:10
    ใจร้ายกับฟีลอสสสสเกินไปแล้วท่านจอมมารรรรร
    #2976
    0
  18. #2951 Abซินthe (@torao-d-water) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 08:17
    สรุปเอวาเป็นจอมมา-- ทุ้ย!
    #2951
    0
  19. #2947 MIN&FRONG (@fern55-helen66) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 08:08
    ฟีลอสสสส โฮกกกกก ใจเรารับไม่ไหวแล้ว

    เอวาแสดงอาการแปลกๆตั้งแต่ตอนนู้น(จำไม่ได้จำได้ลางๆ)มันต้องมีอะไรแน่ๆ ○-○
    #2947
    0
  20. #2935 hyun_park22 (@hyun_park22) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 18:39
    แอนตี้จอมมารขั้นสุด อยากเข้าไปตบสักที เอลิออลสนใจเป็นโสดมั้ย เรายินดีเห็นน้องโสดนะไรท์
    #2935
    1
    • #2935-1 kiriyu_kura (@kiriyu25) (จากตอนที่ 26)
      2 กรกฎาคม 2562 / 18:40

      ที่จริงก็อยากให้เอลิออลเป็นพระเอกครับ เพราะไม่น่าจะมีใครกดเอลิออลลง... // เลิ่กลั่ก
      #2935-1
  21. #2931 MyPagan (@MyPagan) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 17:04
    รออยู่ทุกวันนะคะ
    #2931
    1
    • #2931-1 kiriyu_kura (@kiriyu25) (จากตอนที่ 26)
      2 กรกฎาคม 2562 / 17:19

      เดี๋ยวต้นเดือนสิงหาจะรีบมาต่อนะครับ ขอบคุณที่ติดตามนะครับ
      #2931-1
  22. #2929 MaliLa 111 (@rosemary111) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 09:03
    การหายไปนานก็ทำให้คนอ่านหายไปด้วยเหมือนกันนะคะ
    #2929
    3
    • #2929-2 gimondel2004 (@gimondel2004) (จากตอนที่ 26)
      2 กรกฎาคม 2562 / 17:38
      จริงคะถอดใจจะหายไปเหมือนกันหลายครั้งแล้วแต่ขี้เกียจหายเลยทิ้งไว้เฉยๆเลย 555
      #2929-2
  23. #2928 MaliLa 111 (@rosemary111) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 09:01
    เกิดเป็นเซเลน่านี่มันลำบากจริง มองบน อ้อเกิดเป็รฟีลอสก็ลำบากอีกเหมือนกันอะไรจะเคราะห์ซ้ำกรรมซัดขนาดนี้เพิ่งออกจากแคปซูลมาได้ต้องกลับเข้าไปอีกแล้วแถมโดนซะโหดด้วย
    #2928
    1
  24. #2927 Cookie & Cream (@fighterfire) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 07:25
    เซเรน่านี่ช่วงนี้กรรมซัดมาก 555 สงสารนาง
    #2927
    1
  25. #2926 worajaroen2517 (@worajaroen2517) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 23:32
    วันที่6เดือน6 คือวันเกิดกูแหมมม555+ก็รู้ยู่หรอหว่าเป็นเลขไม่เเลขซาตาน
    #2926
    2