God's child and the guardian (Yaoi,BL)

ตอนที่ 14 : เรื่องเล่าบทที่13: เหนืออสูรระดับตำนานยังมีโลหิตมาร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,701
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,493 ครั้ง
    20 มิ.ย. 62


เหนือฟ้ายังมีฟ้า

เหนืออสูรระดับตำนานยังมีโลหิตมาร


เอลิออล เคียร์ (ผู้พิทักษ์อันดับ1 แห่งแพนโดร่า)


ทันทีที่ย่างเท้าเข้ามาในเขตแดน ร่างของคามิลและเอวาก็คล้ายโดนพลังงานลึกลับสายหนึ่งฉุดกระชากอย่างรุนแรง ภาพรอบด้านบิดเกลียวกลับตาลปัตรจากเมืองบลีฟที่รกร้างกลายเป็นภาพท้องฟ้าสีแดงฉานดั่งโลหิต ทว่ากลับไร้ซึ่งดวงตะวัน รอบด้านถูกปกคลุมด้วยหมอกสีเลือดเบาบาง เพียงแค่เห็นก็ขนลุกเกลียว


“ปราการลม!” คามิลรีบฉุดกระชากเอวาเข้ามาแล้วรีบเสกปราการลมออกมาคลุมกายอย่างรวดเร็ว ยิ่งพิจารณาหมอกสีแดงที่ลอยอ้อยอิ่งรอบๆ ก็ยิ่งไม่น่าไว้วางใจ ทว่าคำพูดประโยคต่อมาของเอวากลับยิ่งทำให้เขารู้สึกขนลุกหนักกว่าเดิม


“คล้ายกับหมอกที่ปล่อยออกมาจากดอกไม้โลหิตเลยแฮะ...” เอวากล่าวด้วยใบหน้าซีดเผือด อุณหภูมิในร่างลดต่ำลงเรื่อยๆ ความรู้สึกเย็นยะเยือกปกคลุมทั่วร่าง  


“เอลิออลอยู่ในนี้แน่นะ?” คามิลถามขณะสอดส่ายสายตาไปรอบๆ อย่างหวาดระแวง


หากกางปราการลมช้ากว่านี้เพียงเสี้ยววิคงได้กลายเป็นซอมบี้เฝ้าโลกกลับด้านแห่งนี้เป็นแน่!


“โลกกลับด้านนี่ไม่ต่ำกว่าระดับA แน่ๆ!” คามิลกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ไม่ทันได้สังเกตถึงอุณหภูมิร่างกายของเพื่อนที่กำลังลดต่ำลงก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนดังมาจากด้านหน้า


เสียงกรีดร้องที่คล้ายหญิงสาวกำลังร่ำไห้พร้อมเงาสีดำตะคุ่มที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามา…


คามิลกระซิบเสียงแผ่ว “รีบไปจากที่นี่เถอะ”


สัญญาณเตือนภัยในหัวร้องลั่น ไม่ต้องรอให้เจ้าของเสียงร้องโหยหวนดังกล่าวเข้ามาใกล้มากกว่านี้คามิลก็รีบหยิบพรมวิเศษสีน้ำเงินออกมาจากแหวนมิติเพื่อทำการอพยพโดยด่วน ทว่าทันทีที่เขาฉุดเอวาให้กระโดดขึ้นไปบนพรมอีกฝ่ายก็ล้มไปกองกับพื้น!


“เอวา!?” คามิลตะโกนเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างตกใจ ก่อนจะรีบหมุนตัวไปประคองอีกฝ่ายขึ้นจากพื้น ยามที่นิ้วมือสัมผัสกับใบหน้าอีกฝ่ายจึงได้รู้ว่ามันเยียบเยียบราวน้ำแข็ง ชุดผู้พิทักษ์สีขาวถูกอาบย้อมด้วยโลหิตตั้งแต่บริเวณไหล่ซ้ายลงมาจนถึงบั้นเอว เลือดสีดำหอมฉุนราวกลิ่นดอกไม้ลอยเข้ามาแตะจมูก


ฉับพลันภาพที่อีกฝ่ายใช้แขนตนเองสกัดคมเคียวของบุตรแห่งเคออสก็ลอยเข้ามาในหัว


          “เคียวนั่นใส่คำสาปไว้งั้นเหรอ!?”คามิลสบถอย่างหัวเสีย จ้องมองบาดแผลบนร่างเอวาด้วยนัยน์ตาวาวโรจน์


แต่เดิมก็ถูกคำสาปของราชินีมารเล่นงานจนใช้พลังเทพไม่ได้อยู่แล้ว มาตอนนี้ยังถูกคำสาปของบุตรแห่งเคออสเล่นงานจนใช้พลังกายไม่ได้อีก


หนี้แค้นคราวนี้ไม่ตอบแทนไม่ได้แล้ว!


“ขอโทษนะ” เอวากล่าวอย่างขมขื่น “สุดท้ายก็เป็นตัวถ่วงจนได้”


เสียงกรีดร้องและเงาตะคุ่มนั้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ หากยังชักช้าอยู่ตรงนี้คงจะหนีไม่ทันการ คามิลจึงแบกเอวาพาดบ่าก้าวขึ้นพรมทันที


“ถ้าจะตายก็ไปตายข้างนอก!” คามิลประกาศกร้าวขณะที่พรมค่อยๆ ลอยขึ้นฟ้าและบินออกไปยังทิศตรงข้ามกลับเสียงกรีดร้องนั่นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันมาสบตากับเอวาด้วยสีหน้าจริงจัง


ทว่าเอวากลับมองตอบด้วยนัยน์ตาเบิกกว้างราวเห็นผี


คิดว่าอีกฝ่ายกำลังซาบซึ้งกับคำพูดของตนเอง คามิลจึงพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจังต่อไปว่า “ฉันจะไม่เข้ามาทำภารกิจในนี้ซ้ำสองหรอกนะ”


สิ้นคำร่างของคามิลก็ถูกเอวาฉุดกระชากอย่างแรงจนปลิวไปทับอยู่บนอก มึนงงอยู่ชั่วครู่ขณะที่เตรียมอ้าปากต่อว่า จู่ๆ ก็รู้สึกหนาววูบเหนือศีรษะคล้ายมีอะไรบางอย่างเพิ่งพัดผ่านไป เช่นเดียวกับเส้นผมสีน้ำตาลปอยหนึ่งที่หลุดร่วงออกไป…


เอวารีบเอื้อมมือไปคว้าปอยผมสีน้ำตาลของคามิลเอาไว้ก่อนจะออกคำสั่งกับพรมเสียงเครียด “หมอบลงเดี๋ยวนี้!”


สิ้นคำพรมที่ลอยอยู่เหนือพื้นเกือบ 50เมตรก็ลดระดับลงมาอย่างรวดเร็ว เมื่อมองย้อนกลับไปด้วยบนจึงพบกับใบมีดลมขนาดใหญ่จำนวนมากกำลังแกว่งไปมาคล้ายลูกตุ้ม


คามิลหน้าซีดเผือด คาดว่าหากเอวาดึงเขาลงมาช้ากว่านี้อีกนิด ศีรษะตนเองคงได้ไปทดสอบความคมกับใบมีดบนนั้นแล้ว!


ทว่าพอลดระดับลงมาเหลือ20เมตรจากพื้นได้ไม่ถึง 1 นาที เสียงตีปีกคล้ายแมลงก็ดังกระหึ่มขึ้นรอบด้าน เพียงพริบตาฝูงแมลงขนาดใหญ่นับล้านตัวก็เข้ามาโอบล้อมพวกเขาเอาไว้!


“แมลงหน้าคน?” พอพิจารณารูปร่างของฝูงแมลงใกล้ๆ คามิลก็หน้าซีดหนักกว่าเดิมคล้ายจะเป็นลมไปพร้อมกับเอวา


แมลงต้องสาป ระดับS ในตำนาน อาศัยอยู่ในแดนนรกานต์ขุมที่ 79 ว่ากันว่าแมลงหน้าคน 1 ตัวสามารถครองโลกได้ทั้งใบ หากผู้ใดถูกมันกัดจะติดคำสาปและแปรเปลี่ยนรูปร่างเป็นแมลง คล้ายกับเชื้อซอมบี้ แต่อัตราการติดคำสาปรวดเร็วกว่า 2เท่า!


หลักสูตรสัตว์ต้องสาปดึกดำบรรพ์ที่ท่านเซเรน่าเคยสอนไม่คิดเลยว่าจะได้นำมาใช้จริงในวันนี้!


“ฉันจะล่อมันไว้เอง…” ขณะที่คามิลล้วงลูกเต๋าออกมาจากกระเป๋าเตรียมปาใส่ฝูงแมลง จู่ๆ เบื้องหน้าก็บังเกิดเสียงระเบิดดังกึ่งก้อง


ตูม!!!


“...” คามิลพลันพูดไม่ออกเมื่อเห็นเอวาหยิบระเบิดแสงนับสิบออกมาจากมิติแล้วปาออกไปอย่างรวดเร็วจนเกิดเป็นแสงสว่างจ้าแสบตา ไม่พูดพร่ำทำเพลงแต่จัดการได้รวดเร็วฉับไวสมกับเป็นผู้พิทักษ์อันดับ 2!


คามิลตาพร่าไปชั่วครู่ แว่วได้ยินเอวาสั่งพรมให้ไปที่ไหนสักแห่ง


รู้ตัวอีกที เบื้องหน้าก็ถูกแทนที่ด้วยภาพของทะเลสาบสีดำโดดเดี่ยวกลางผืนดินแห้งแล้งเสียแล้ว


ติ๊ด... ติ๊ด…


จอโฮโลแกรมเด้งขึ้นจากนาฬิกาข้อมือบนแขนขวาของเอวา คล้ายจอเรดาร์ที่มีวงกลมซ้อนทับกัน เข็มเรดาร์หมุนติ้วส่งเสียงสัญญาณดังออกมาถี่รัว ก่อนจุดสัญญาณสีเขียวจะปรากฏขึ้นบนหน้าจอโฮโลแกรมซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดสีขาวที่พวกเขายืนอยู่


“เอลิออลอยู่แถวนี้” เอวากล่าวเสียงขรึมแม้สีหน้าจะซีดเซียว


ทว่าคามิลกลับมองอีกฝ่ายสลับกับจอเรดาร์ในมือด้วยสีหน้าว่างเปล่า


“ฮู้ดหมีนั่นติด GPSไว้จริงๆ เรอะ!?” ก่อนจะถามออกไปอย่างตื่นตระหนก


“GPSใช้ไม่ได้เพราะดาวเทียมอยู่คนละโลกกัน” เอวาตอบกลับด้วยสีหน้าจริงจัง “แต่ใส่ผลึกติดตามสำรองเอาไว้ ถ้าอยู่โลกเดียวกัน ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนย่อมหาเจอ!”


พอแปลความหมายอีกรอบแล้วก็คล้ายว่าอีกฝ่ายจะใส่ทั้งGPSและผลึกติดตามไว้ในชุดของเอลิออลจริงๆ

สมกับฉายาพี่เลี้ยงอันดับ1 สมัยอยู่แพนโดร่า รอบคอบจริงๆ ท่าทางจะโดนประสบการณ์หลงทางของเอลิออลเคี่ยวกรำมานานพอสมควร!


“รอบคอบจริงๆ” เพียงพริบตาสีหน้าว่างเปล่าของคามิลก็แปรเปลี่ยนเป็นชื่นชม จ้องมองเอวาด้วยสีหน้าเลื่อมใส ก่อนจะเข้าไปช่วยพยุงอีกฝ่ายแล้วเดินตามเรดาร์สีเขียวบนจอต่อไป


รอบด้านเงียบสงัดปราศจากเสียงโหยหวนน่าขนลุก ยิ่งพวกเขาย่ำเท้าเข้าใกล้ทะเลสาบสีดำก็ยิ่งรู้สึกไม่ชอบมาพากลมากยิ่งขึ้น รอบด้านมีเพียงผืนดินสีน้ำตาลเข้มแตกระแหง กวาดตามองไปรอบด้านก็ไม่มีวี่แววภูตผีปีศาจหรือสิ่งมีชีวิตอื่น


มีความเป็นไปได้สูงว่าที่แห่งนี้จะโดนเอลิออลเก็บกวาดไปก่อนหน้านั้นแล้ว


หรือไม่ก็…


“เอวา...” จู่ๆ คามิลก็ชะงักฝีเท้า กระซิบเรียกอีกฝ่ายเสียงเบาหวิว


เอวาเองก็คล้ายจะรู้ตัวจึงละสายตาจากหน้าจอเรดาร์เงยหน้าขึ้น เห็นคามิลกำลังมองไปเบื้องหน้าด้วยสายตาเคร่งเครียดก็รีบไล่สายตามองตามอีกฝ่ายไปทันที


อีกไม่ถึง 200เมตรพวกเขาก็จะเดินไปถึงทะเลสาบสีดำซึ่งเป็นจุดเป้าหมาย ทว่าทะเลสาบสีดำเบื้องหน้ากลับสั่นเพื่อมอย่างรุนแรง พอเพ่งสายตาพิจารณาอีกนิดจึงพบว่าภายในทะเลสาบนั่นคือทะเลวิญญาณ!


วิญญาณนับร้อยกำลังตะเกียดตะกายหนีออกจากทะเลคลั่งสีดำ ตะโกนกรีดร้องไร้เสียงขอความช่วยเหลือ ก่อนจะค่อยๆ มลายหายไปในทะเลสีดำ คล้ายวิญญาณบางตนสังเกตเห็นพวกเขาจึงหันหน้ามากรีดร้องขอความช่วยเหลืออย่างน่าเวทนา…


‘ช่วยด้ว...’


ก่อนจะถูกทะเลสีดำนั่นกลืนกินไปในพริบตา


“ชิบหาย...” คามิลกับเอวาประสานเสียงหันมาสบตากันโดยอัตโนมัติ


คาดว่าที่แห่งนี้อาจจะยังไม่ได้โดยเอลิออลเก็บกวาด แต่ที่เงียบสงบปราศจากสิ่งมีชีวิตอื่นก็เพราะมีบอสลับเจ้าถิ่นครองอยู่ต่างหาก!


วิญญาณที่น่าสงสารนับร้อยโดนกลืนกินไม่เหลือซากภายในเสี้ยววินาที ฉับพลันทะเลสาบสีดำเบื้องหน้าก็ค่อยๆ แปรรูปจากทะเลสาบสีดำกว้างใหญ่กลายเป็นลูกบอลสีดำทรงกลมที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5 เมตร


ขณะที่คามิลกำลังลังเลว่าจะหนีไปทางไหนดี หางตาของเอวาก็เหลือบไปเห็นร่างของเด็กน้อยผมขาวตัวขาวในชุดหมีสีน้ำตาลแสนคุ้นตากำลังนอนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งแปลกหน้าคนหนึ่ง ที่มีเรือนผมสีดำหยักศก และนัยน์ตาสีแดงเลือด…


“เอลิออล!” เอวาตะโกนกร้าวก่อนจะตบหัวเรียกสติคามิลให้หันไปมองข้างหน้าดังโป๊ก


“โอ๊ย! ตบฉันทำไ...” คามิลที่ตอนแรกเตรียมอ้าปากต่อว่าอีกฝ่าย ทว่าพอมองตามทิศทางที่เอวาชี้ให้ดู คำหยาบที่เตรียมสถบออกมาก็ถูกกลืนกลับลงไปในคอ แล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งลากเอวาเข้าไปหาเอลิออลแทน


แค่เห็นหน้าเอลิออล เคียร์ อาการกลัวผีก็คล้ายว่าบรรเทาลงทันที 90%


“เอลิออล!” คามิลร้องเรียกอีกฝ่ายอย่างดีใจ ทว่าคนที่หันกลับมามองพวกเขากลับเป็นชายหนุ่มนัยน์ตาสีเลือดแทน อีกไม่กี่ก้าวพวกเขาก็จะถึงตัวของเอลิออล


จู่ๆ ชายหนุ่มปริศนาคนนั้นก็มองพวกเขาแล้วแสยะยิ้มร้ายกาจออกมา คามิลขนลุกเกรียวชะงักเท้าแทบไม่ทัน ก่อนจะเบิกตาโพล่งเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยประโยคต่อไปออกมา…


“ฆ่าพวกมันให้หมด!” บาเอลออกคำสั่งเสียงกร้าว นัยน์ตาสีแดงทอประกายคลุ้มคลั่งขณะที่มือลูบไล้ใบหน้าของเอลิออลอย่างเหิมเกริม สิ้นคำลูกบอลสีดำใต้ร่างก็ค่อยๆ ยืดตัวออกไปเป็นเส้นตรงคล้ายหาง…


“แก...” คามิลกัดฟันกรอด รีบกางเขตแดนขึ้นมาอย่างรวดเร็วก่อนจะผลักเอวาไปด้านหลัง


นัยน์ตาจับจ้องไปยังเส้นสายสีดำที่กำลังตวัดลงมา ขณะที่เตรียมรับแรงปะทะ เขาก็พบว่าเส้นสายสีดำนั่นไม่ได้โจมตีมายังพวกเขา แต่ม้วนตัวเข้าไปพันธนาการร่างของชายหนุ่มนัยน์ตาเลือด


ตูม!!!


ก่อนจะเขวี้ยงทิ้งออกไปอย่างไรปราณี…


“เจ้าโลหิตมารทรยศ!!!” แว่วได้ยินเสียงร้องตะโกนโวยวายของชายหนุ่มปริศนาก่อนเขาจะหายลับไปเป็นดาวบนฟ้า…


“…”


+++++


เหตุการณ์คล้ายจะกลับตาลปัตรอย่างร้ายแรง คามิลอ้าปากค้างมองร่างของคนที่เพิ่งออกคำสั่งฆ่าพวกเขาหยกๆ เมื่อครู่โดนลูกน้อง(?) ทรยศเขวี้ยงทิ้งไปนอนคลุกฝุ่นอยู่ไกลลิบอย่างไม่เชื่อสายตา


ก่อนจะได้สติอีกครั้งเมื่อเอวาที่เงียบไปนานเมื่อครู่เอ่ยปากขึ้นมาว่า “นั่นมันอสูรรับใช้ของเอลิออลไม่ใช่เหรอ”


สิ้นคำ คามิลก็รีบหันขวับกลับมามองลูกบอลสีดำเจ้าปัญหาอีกครั้งด้วยนัยน์ตาเบิกโพล่ง ตกตะลึง


“อย่าบอกนะว่าเจ้านั่นคือโลหิตมาร!?” คามิลกรีดร้องอย่างตื่นตระหนก โลหิตมารในความทรงจำเขาคือเจ้าลูกบอลสีดำตัวน้อยน่ารักตัวนิ่มนุ่ม ไม่ใช่ทะเลคลั่งกลืนวิญญาณแบบเมื่อกี้หรอกนะ! ภาพทะเลสาบกลืนวิญญาณเมื่อครู่ยังสยองติดตาเขาไม่หาย


แต่พอรู้ว่าอีกฝ่ายคืออสูรรับใช้ของเอลิออล ความกังวลก็คล้ายคายลงไปหลายส่วน เอวาผละตัวออกจากคามิลก่อนจะเดินโซซัดโซเซไปเบื้องหน้า เอื้อมมือออกไปหมายสัมผัสร่างของโลหิตมารตัวอ้วนกลม


“เอลิออลเป็นอะไรปะ...” เอวาเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงไม่ทันจบประโยค มือซ้ายของตนที่สัมผัสเข้ากับร่างของโลหิตมารก็ถูกดูดกลืนเข้าไป ท่ามกลางความตกตะลึงของคามิล


เพียงพริบตาร่างของเอวาก็ถูกโลหิตมารกลืนกินเข้าไปทั้งตัว!


“เอวา!!!” คามิลกรีดร้อง เรียกชื่อของเพื่อนไปได้เพียงสองคำโลหิตมารตัวอ้วนกลมก็ค่อยๆ ขยับมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเขา


คามิลเหงื่อแตกพลั่ก เหล่ตามองร่างของเอลิออลที่นอนนิ่งไม่ขยับอยู่บนตัวของโลหิตมารสลับกับร่างสีดำกลมป็อกเบื้องหน้าแล้วก็รู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกขึ้นมาฉับพลัน ไม่ทราบว่าควรจะขยับไปทางไหนดี


ครืนนนนนน…


ขณะที่กำลังคิดจะเจรจาให้อีกฝ่าย ‘คาย’ ร่างเอวาออกมา จู่ๆ ท้องฟ้าเบื้องบนก็บังเกิดเสียงสะเทือนเลือนลั่นคล้ายพายุกำลังตั้งเคล้า และเมื่อเขาเบนสายตาขึ้นไปมองยังท้องฟ้าเบื้องบนจึงพบกับอะไรบางอย่างที่น่าสยดสยองยิ่งกว่า


“พระเจ้า...” คามิลอุทาน เบิกตาโพล่งอย่างตื่นตระหนก


จู่ๆ รอบด้านก็บังเกิดคลื่นลมกรรโชกแรง ท้องฟ้าวิปริตแปรปรวน ทั้งสายฟ้าและหมอกพิษสีแดงลอยคละคลุ้งไปทั่ว ท้องฟ้าสีแดงฉานดั่งโลหิตเบื้องบนบัดนี้คล้ายว่าจะสามารถคั้นหยาดโลหิตออกมาได้จริงๆ


บรรยากาศรอบด้านสั่นสะเทือน แรงกดดันไม่ทราบที่มาแผ่ปกคลุมไปทั่วจนคามิลขาสั่นระริก แทบล้มไปกองกับพื้น นัยน์ตาจับจ้องไปยังท้องฟ้าเบื้องบนที่กลายเป็นกลุ่มเมฆสีแดงเข้มขนาดใหญ่


สีแดงฉานเข้มข้นราวหยาดโลหิตที่ถูกคั้นออกมา


“ท่าไม่ดีแล้ว...” สัญญาณเตือนภัยในหัวของคามิลร้องลั่น ยิ่งมองปรากฏการณ์แปลกประหลาดเบื้องหน้าใจก็ยิ่งสั่นรัว


ไม่นานกลุ่มเมฆสีแดงเข้มเบื้องบนก็ค่อยๆ หมุนวนเป็นวงกลม และหมุนเร็วขึ้นเรื่อยๆ คล้ายกับ…


“ประตูมิติงั้นเหรอ” บาเอลกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด


“เฮ้ย!?” คามิลร้องร้องเสียงหลง สะดุ้งสุดตัว เมื่อหันหลังไปพบกับชายหนุ่มผมดำนัยน์ตาเลือด จู่ๆ คนที่เพิ่งโดนโลหิตมารซัดไปไกลลิบเมื่อครู่โผล่มาด้านหลัง ใครบ้างจะไม่ตกใจ!


แต่ไม่ทันได้กรีดร้องโวยวายมากไปกว่านั้น รอบด้านก็บังเกิดอักขระเวทย์สีเงินมากมายนับล้านลอยขึ้นเหนือพื้นดิน ก่อนจะหมุนวนร้อยเรียงขึ้นมาเป็นวงแหวนเวทย์ขนาดใหญ่


วงเวทย์ร้อยเรียงจากหนึ่งเป็นสิบ สิบเป็นร้อยพุ่งสู่ท้องฟ้าเบื้องบน ขึ้นไปปิดผนึกประตูมิติสีเลือดอย่างรวดเร็ว!


“โลกกลับด้านระดับสูงแห่งนี้กักขังสิ่งใดไว้กัน...” บาเอลพึพำ นัยน์ตาสีเลือดจับจ้องไปยังประตูมิติเบื้องบนด้วยนัยน์ตาวาววับ คำถามที่เคยถามกับตนเองเมื่อตอนมาที่นี่ครั้งแรก คล้ายจะได้รับการเฉลยในเร็วๆ นี้


แต่คงเป็นการดีกว่าหากปริศนานั่นจะกลายเป็นปริศนาไปตลอดกาล ถึงขนาดเรียกประตูมิติขึ้นมาเพื่อแหกคุกได้ ดูท่าสิ่งที่อยู่หลังประตูบานนั้นจะไม่น่าพิสมัยเสียเท่าไหร่


แถมโลกกลับด้านแห่งนี้เองก็คงจะถูกทลายลงในอีกไม่ช้า…


นั่นคือสิ่งที่บาเอลได้แต่คาดหวังไว้ในใจ แต่ไม่อาจเป็นจริง


ฉ่า…


หยาดโลหิตสีแดงข้นไหลย้อยออกจากขอบประตูเบื้องบนปะทะกับอักขระสีเงินจนเกิดเสียงดังฉ่าคล้ายน้ำบนกระทะ ไม่นานอักขระสีเงินเหล่านั้นก็ค่อยๆ โดนหยาดโลหิตสีแดงเข้มกลืนกิน


ขณะที่คามิลกับบาเอลกำลังจับจ้องประตูมิติเบื้องบนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด โลหิตมารที่ยืนนิ่งอยู่ด้านหลังมานานก็ขยับเข้ามาใกล้…


“เฮ้ย!?” คามิลกรีดร้องเมื่อจู่ๆ รอบด้านมืดสนิทเช่นเดียวกับร่างของตนเองก็คล้ายถูกอะไรบางอย่างดูดกลืนเข้าไป! เสียงร้องของคามิลทำให้บาเอลได้สติหันกลับมา ก่อนจะ…


“เดี๋ยวๆๆๆ เจ้าจะกินพวกเดียวกันไม่ได้นะเว้ย!” บาเอลร้องลั่นเมื่อจู่ๆ โลหิตมารก็เขมือบร่างของคามิลและ ‘เอลิออล เคียร์’ เข้าไปดังกร๊วบ และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายยังไม่พอใจจึงหันมาเขมือบเขาเข้าไปด้วย!


โลหิตมารเมินเสียงตะโกนโวยวายของอีกฝ่ายก่อนจัดการเขมือบลงไปอย่างรวดเร็ว เป็นเวลาเดียวกับที่อักขระสีเงินทั้งหมดถูกทำลายลง เช่นเดียวกับประตูมิติสีเลือดเบื้องบนที่กำลังแผ่คลื่นพลังสีแดงคล้ำขมุกขมัวออกมา…


ครืนนน…


ไม่นานกรงเล็บสีขาวขนาดใหญ่คู่หนึ่งก็ค่อยๆ โผล่ออกมานอกประตูมิติ เพียงแค่กรงเล็บนั้นโผล่ออกมาบรรยายกาศรอบด้านก็สั่นไหวอย่างรุนแรง เสียงกรีดร้องแตกตื่นของเหล่าภูตผีดังระงม ขณะที่อสูรแห่งบรรพกาลค่อยๆ โผล่พ้นร่างจากประตูมิติ โลหิตมาก็ขยับตัวอีกครั้ง ก่อนจะ...


มุกิ๊ววววว


ร้องออกมาเป็นครั้งแรกแล้วเยื้องย่างส่งตัวเองเข้าไปยังประตูสีเลือดเบื้องบน...


+++++


“อัญเชิญปราการสวรรค์เก้าชั้นฟ้า!” ผมร่ายเวทย์อย่างรีบร้อน


ยามที่กุหลาบสีดำกลีบสุดท้ายร่วงหล่น เศษพลังที่เหลือเพียงน้อยนิดของเทพฮาเดสก็สลายไปอย่างรวดเร็วก่อนจะถูกแทนที่ด้วยเขตแดนใหม่ที่ผมสร้างขึ้น


ท้องฟ้าเบื้องบนของหมู่บ้านถูกโอบล้อมด้วยฝูงแมลงหัวมนุษย์ฝูงใหญ่ เลยออกไปคืออสูรกายรูปร่างคล้ายมนุษย์สูงใหญ่นับสิบเมตรหากแต่ไร้ใบหน้า และกองทัพภูตผีอีกมากมายบนพื้นดินที่ย่ำเท้ามาล้อมรอบหมู่บ้านแห่งนี้


และผู้ที่นำกองทัพภูตผีเหล่านี้มาก็คือ…


“จอมมารที่ว่าใช่เจ้าตัวนี้หรือเปล่า” ผมจ้องกลุ่มก้อนพลังงานสีขาวเบื้องหน้าตาไม่กระพริบขณะเอ่ยปากถามฟีลอสไปด้วย


“อาจจะใช่ แต่คนที่ลักพาตัวพวกฉันมาไม่ใช่เจ้านั่น” คำตอบของฟีลอสทำให้ผมชะงักไป


“หมายความว่าไง?” ผมรีบถามกลับทว่าสายตายังคงจับจ้องไปด้านหน้า


“ไม่เคยมีใครเคยเห็นจอมมารหรอกนะ” ฟีลอสอธิบาย “จอมมารโดนผนึกไว้ในมิติทับซ้อนชั้นที่666 ส่วนที่ลึกที่สุดของโลกกลับด้าน คนที่ลักพาตัวพวกเรามาคือบุตรแห่งเคออสที่เป็นสาวกของจอมมารต่างหาก”


ก่อนคำพูดประโยคต่อไปของฟีลอสจะทำให้ผมเหงื่อแตกพลั่กราวก็อกแตก


“ต้องใช้ศิลานักปราชญ์ในการปลดผนึกจากมิติทับซ้อนไม่ต่ำกว่า 9ก้อน ถึงจะทำลายอักขระผนึกมารได้” ยิ่งฟังฟีลอสกล่าว แผ่นหลังของผมก็ยิ่งเปียกโชกเหมือนโดนน้ำสาด


“ถึงพวกเราทั้งหมดในหมู่บ้านโดนลากไปสังเวยก็ยังได้ศิลานักปราชญ์ไม่ครบ 9ก้อนอยู่ดี” ฟีลอสกล่าว เงยหน้ามองกลุ่มก้อนพลังงานที่คาดว่าเป็นจอมมารด้วยสายตาเคร่งเครียดแล้วพูดต่อไปว่า “หมู่บ้านแห่งนี้ถูกซ่อนอยู่ในมิติทับซ้อนชั้นที่44 ใช้เวลาไม่นานฝ่ามาถึงชั้นนี้ไงยังไงกัน?”


ก่อนจะโดนคำถามต่อมาของฟีลอสน็อคเอาท์จนแทบกระอั่กเลือด


“ทำไมจู่ๆ ถึงออกจากมิติทับซ้อนแห่งนั้นได้เร็วแบบนี้กันนะ!?” ฟีลอสกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด


“ถึงตายฉันก็ไม่มีวันปล่อยให้มันหลุดออกไปแน่นอน!” ผมรีบกู่ร้องออกมาตัดบททันที ก่อนที่ใครจะสงสัยไปมากกว่านี้! ทว่าฟีลอสกลับถลึงตามองผมกลับอย่างดุดัน


“ถ้านายตายมันจะได้หลุดจากผนึกเร็วกว่าเดิมน่ะเซ่!” ฟีลอสตวาด


ระหว่างที่กำลังทุ่มเถียงกับฟีลอส เพียงแค่ละสายตาไปจากร่างของจอมมารเพียงชั่วครู่ จู่ๆ ท้องฟ้าเบื้องบนก็บังเกิดสายฟ้าสีแดงส่งเสียงสะเทือนเลือนลั่นออกมา พลังกดดันไม่ทราบที่มาแผ่กระจายไปทั่ว ผมรีบเงยหน้าขึ้นสบตาจอมมารอีกครั้งอย่างตื่นตระหนก


ก่อนเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าของมันจะขึ้นอีกครั้ง ‘เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก’


สิ้นคำ ท้องฟ้าเบื้องบนก็บังเกิดรอยแยกขึ้นมากลางอากาศ พร้อมหยาดโลหิตสีข้นคลั่กที่ค่อยๆ ไหลย้อยออกมา ยิ่งรอยแยกกว้างขึ้นเท่าไหร่โลหิตสีเข้มก็ยิ่งไหลออกมามากเท่านั้น


ยิ่งมองก็ยิ่งสังหรณ์ใจไม่ดี


“แกคิดจะทำอะไรกันแน่” ผมถามจ้องอีกฝ่ายเขม็ง ก่อนสบเข้ากับนัยน์ตาสีทองภายใต้กลุ่มมองหมอกควัน


‘ข้าเจอเจ้าแล้ว’ ประโยคเดิมเมื่อครั้งแรกที่พบกันถูกนำมาเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ทว่าคราวนี้ฟีลอสกับผู้พิทักษ์คนอื่นๆ กลับหันมาจ้องผมเขม็งอย่างตกตะลึง


“นายรู้จักเจ้านั่นงั้นเหรอ?” ฟีลอสมองผมอย่างคืบแคลง แน่นอนว่าผมรีบสั่นหัวปฏิเสธกลับไปเป็นการด่วน


“ไม่รู้จัก! เพิ่งเคยเจอครั้งแร...”


‘แต่ข้ารู้จักเจ้าเป็นอย่างดี’ กล่าวปฏิเสธไม่ทันจบประโยคเสียงทุ้มต่ำแหบพร่านั่นก็เอ่ยแทรกขึ้นมาเสียก่อน


‘รู้จักเจ้ามากกว่าที่เจ้ารู้จักตัวเองเสียอีก’ จอมมารกล่าว


สิ้นคำสัมผัสเย็นเยือกก็เข้ามาปกคลุมร่างของผมไว้อีกครั้ง เพียงพริบตากลุ่มหมอกควันก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า เพียงพริบตาคริสตัลสีชมพูใสในอกเสื้อของผมก็ลอยเข้าไปอยู่ในมือของจอมมาร!


“ศิลานักปราชญ์!?” ฟีลอสอุทาน จับจ้องคริสตัลสีชมพูในมือของจอมมารอย่างตกตะลึง


สิ้นคำคริสตัลสีชมพูในมือของจอมมารก็เปล่งแสงเรืองรอง เสียงกรีดร้องของผู้พิทักษ์รอบตัวดังระงมก่อนร่างจะค่อยๆ สลายไปกลายเป็นลูกไฟวิญญาณ


และกำลังพุ่งไปยังคริสตัลสีชมพู!?


“หยุดนะ!” ผมกัดฟันกรอดรีบกางเขตแดนกักวิญญาณทันที


สะกัดกั้นไม่ให้วิญญาณเหล่านั้นถูกดูดเข้าไปในศิลานักปราชญ์


‘เนิ่นนานเหลือเกิน’ เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังขึ้นข้างใบหูพร้อมสายลมเย็นเยือกที่พัดผ่านชวนให้ขนลุกซู่


‘ในที่สุดก็หาเจอ’ จอมมารกระซิบเสียงพร่าคล้ายตื่นเต้นยินดีกับอะไรบางอย่าง


ทั้งๆ ที่อีกฝ่ายไม่มีร่างกาย แต่รู้สึกได้ถึงสัมผัสจาบจ้วงหยาบคายที่ตะโบมจับไปทั่วร่าง


แต่ดูเหมือนว่าคำพูดที่จอมมารเอ่ยออกมาจะไม่มีใครได้ยินนอกจากผม


ชั่วขณะที่รอบด้านคล้ายถูกพลังงานลึกลับบางอย่างหยุดเวลาเอาไว้ สัมผัสจาบจ้วงก็แปรเปลี่ยนเป็นแรงกอดรัดแนบแน่นจนไม่สามารถขยับร่างได้!


สัมผัสแปลกๆ ที่ได้รับทำให้ผมรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก คล้ายอีกฝ่ายเห็นผมเป็นคนรักที่พัดพรากจากกันเมื่อชาติที่แล้วหรืออย่างไร!?


‘เจ้าเป็นมากกว่านั้น’ แว่วได้ยินเสียงของมันหัวเราะแผ่วเบาข้างใบหูพร้อมแรงกอดรัดที่เพิ่มมากขึ้น


“อึ่ก...” ผมกัดฟันแน่น จู่ๆ หลังคอก็เกิดความรู้สึกร้อนวาบคล้ายโดนนาบด้วยเหล็กเผาไฟก่อนเสียงปริศนาที่แสนคุ้นเคยจะดังขึ้นอีกครั้ง


‘ออกไป!’ เสียงตะโกนเกรี้ยวกราดไม่ทราบที่มาดังขึ้นก่อนสัมผัสเย็นเยือกที่กอดรัดร่างเมื่อครู่จะค่อยๆ คลายออกอย่างอ้อยอิ่ง นัยน์ตาสีทองวาววับของจอมมารจับจ้องมาที่ผมอย่างคลุ้มคลั่ง


‘เขาเป็นของข้า’ จอมมารกล่าว น้ำเสียงที่เอ่ยออกมายามนี้ทั้งเย็นเยือกและน่าขนลุก


จอมมารจ้องเขม็งมายังร่างของผมด้วยนัยน์ตาสีทองวาววับคล้ายอสรพิษ


‘ข้าไม่ให้!’ ก่อนจะโดนเสียงปริศนาไม่ทราบที่มาตอกกลับไปด้วยประโยคเดิม


‘ไม่ให้แล้วอย่างไร!’ จอมมารเย้ยหยัน ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา


สิ้นคำ เวลารอบด้านก็กลับมาเดินอีกครั้ง


“เกิดอะไรขึ้น!?” ฟีลอสจ้องมองร่างของจอมมารที่ลอยอยู่นอกเขตแดนอย่างสับสนมึนงง เมื่อจู่ๆ อีกฝ่ายก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา


‘ไม่ว่าท่านจะแอบซ่อนเขาไว้ที่ใดข้าก็จะตามหาเขาจนเจอ!’ จอมมารประกาศกร้าว นัยน์ตาสีทองวาววับจับจ้องมายังร่างของผมตาไม่กระพริบราวสลักลึกลงไปถึงจิตวิญญาณ


ผิดกับผมที่เหงื่อแตกพลั่กเต็มหลัง ยังมีคดีเก่าเรื่องช่วยปลดผนึกจอมมารเป็นชนักติดหลังอยู่ จอมมารตรงหน้ายังยัดเยียดข้อหาผู้สมรู้ร่วมคิดใส่มือผมหน้าตาเฉย!


“สาบานด้วยเกียรติของผู้พิทักษ์เลยว่าฉันไม่รู้จักเจ้านั่นจริงๆ!” ผมแทบยกมือสาบานขึ้นฟ้าเมื่อฟีลอสมองมาที่ผมด้วยสีหน้าคืบแคลงสงสัยหนักกว่าเดิม


‘ครั้งนี้ก็เช่นกัน’ จอมมารคล้ายไม่ได้ยินคำบอกปฏิเสธของผม ยังคงกล่าวคำว่า ‘ข้าหาเจ้าเจอแล้ว’ ซ้ำไปมาคล้ายคนเสียสติ


“พูดประโยคเดิมอยู่ได้ เป็นโรบอทหรือไง?” ผมขมวดคิ้วต่อว่าด้วย้ำเสียงไม่สบอารมณ์


แต่แล้วประโยคต่อมาของวิญญาณเบื้องหน้าก็ทำให้ผมชะงักค้าง


‘ข้าเจอเจ้าแล้ว’ นัยน์ตาสีทองภายใต้กลุ่มหมอกควันจับจ้องมาที่ผมด้วยสายตาวาววับราวนักล่า


‘ไม่จำเป็นต้องอยู่ในที่แห่งนี้อีกต่อไป...’


สิ้นคำรอยแยกบนท้องฟ้าก็ขยายวงกว้างขึ้นกว่าเดิม แรงกดดันไม่ทราบที่มาแผ่ปกคลุมไปทั่ว ก่อนจะปรากฏเป็นลูกตาสีแดงฉานลูกหนึ่งขึ้นเหนือท้องฟ้า


‘เมื่อผนึกชิ้นสุดท้ายถูกปลด’ เสียงทุ้มต่ำของมันดังอ้อยอิ่งอยู่ข้างใบหูอีกครั้ง


จู่ๆ หลังคอของผมก็เกิดความรู้สึกร้อนวาบขึ้นมา


“ประตูมิติ!?” ฟีลอสอุทาน มองลูกตาสีเลือดบนท้องฟ้าอย่างตื่นตระหนก


ผมยืนแข็งทื่อ มือเท้าเย็นเยียบ เสียงของฟีลอสไม่เข้าหูผมแม้แต่น้อยผิดกับเสียงของจอมมารเด่นชัดอยู่ในโสตประสาท


‘จะไม่มีสิ่งใดขัดขวางเราอีกต่อไป’ มันกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำเย็นเยือก


ในใจพลันสับสนวุ่นวาย ผมรู้สึกราวกับว่ามีอะไรบางอย่างไม่ถูกต้อง


กร๊าซซซซซซ


จนกระทั่งกองทัพภูตผีรอบๆ ส่งเสียงขู่คำรามแล้วเข้ามาโจมตีปราการอย่างคลุ้มคลั่ง! ผมเงยหน้าขึ้นมองกองทัพภูตผีอย่างตื่นตระหนก ขณะที่จอมมารยังคงลอยอ้อยอิ้งอยู่รอบๆ ตัวผม


‘ข้าจะกลับมาอย่างแน่นอน...’ มันกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจังกว่าครั้งไหน


สิ้นคำดวงตาสีแดงฉานเบื้องบนก็ทอประกายสีแดงเรืองรองออกมา ปรากฏวงเวทย์สีดำทะมึนทับซ้อนกัน 9ชั้น


          วงเวทย์อัญเชิญอสูรระดับตำนาน!


พอเห็นวงเวทย์อัญเชิญอสูรระดับตำนานผมก็สูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บ ในใจร่ำร้องว่าแย่แล้ว!

จอมมารกำลังจะฝ่ามิติทับซ้อนออกไป!


“แย่แล้ว! มันกำลังจะหนี!” ผมเรียกดาบทิวากาลขึ้นมาแล้วรีบปาเข้าใส่ประตูมิติเบื้องบนอย่างรวดเร็ว ใบหน้าตื่นตระหนกถึงขีดสุด


โดนมันหลอกจนได้!


“ท่านเอลิออล! เขตแดนจะต้านไว้ไม่ไหวแล้ว!” ขณะที่กำลังก้าวขาเตรียมพุ่งเข้าไปสกัดจอมมาร เสียงกรีดร้องของไซเรนก็ดังขึ้น เมื่อหันไปจึงพบว่าปราการสวรรค์ 9ชั้นฟ้าโดนทำลายจนเหลือไม่ถึงครึ่งแล้ว!


“ทะเลเพลิง!” ผมเรียกปราการเพิ่มขึ้นมาอีก 18ชั้นก่อนจะอัญเชิญมหาเวทย์ทะเลเพลิงออกมาล้อมรอบหมู่บ้านไว้อีกชั้น


“ฟีลอสฝากทางนี้ด้วย!” ผมตะโกน


ไม่รอให้อีกฝ่ายตอบรับผมก็รีบพุ่งตัวออกไปนอกปราการทันที


เป้าหมายคือประตูมิตินัยน์ตาเลือด!


“เมเทโอ!” นาทีนี้คิดมหาเวทย์บทไหนออกก็รีบร่ายออกมา สาดพลังใส่ประตูมิติเบื้องบนอย่างรวดเร็ว!


ตูม!!!


พริบตา อุกาบาตขนาดยักษ์ก็ตกลงมาจากเบื้องบนราวห่าฝน


จะให้อัญเชิญอสูรระดับตำนานออกมาไม่ได้เด็ดขาด! หากจอมมารตนนี้หลบหนีออกไปได้โลกเบื้องบนได้วินาศเป็นแน่!


แต่ไม่ว่าจะใช้เวทย์บทไหน ประตูมิติเบื้องบนก็ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน!


“ชิบหาย...” ผมอุทานหน้าเสีย ยามที่เวทบทสุดท้ายถูกร่ายออกไป วงเวทสีดำเบื้องบนก็ทอประกายสีดำเรืองรองน่าขนลุกเข้มข้นออกมา แรงกดดันเข้มข้นแผ่กระจายไปทั่ว กองทัพภูตผีที่โจมตีรอบปราการหยุดชะงักก่อนจะค่อยๆ ทรุดร่างหมอบลงกับพื้น


วงแหวนเวทย์หมุนวนอย่างรวดเร็วก่อนจะบังเกิดเป็นไอหมอกสีดำคละคลุ้ง


ใจผมเต้นรัว ยามจับจ้องไปยังเส้นสายสีดำเหนียวหนืดค่อยๆ ผุดขึ้นเหนือวงเวทย์


ทว่าเมื่อพิจารณาดีๆ กลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด


ระหว่างที่กำลังตกตะลึงกับเจ้าก้อนสีดำเหนียวหนืดเบื้องบน


เสียงของจอมมารก็ดังขึ้นข้างใบหูอีครั้ง ‘เราจะได้พบกันอีกครั้งเร็วๆ นี้’


สิ้นคำ จู่ๆ ริมฝีปากของผมก็สัมผัสได้ถึงความเย็นเยือกแผ่วเบาที่ประทับลงมา


แผ่วเบาราวแมลงปอต้องผิวน้ำ


ทันทีทีสัมผัสเย็นเยือกนั่นประทับลงมา เส้นสายสีดำเหนียวหนืดที่ค่อยๆ ผุดออกมาจากวงเวทย์เมื่อครู่ก็โผล่พรวดออกมาทั้งตัวอย่างรวดเร็วก่อนจะตกลงเบื้องหน้าผมดังแหมะ…


สัมผัสเย็นเยือกจางหายไปอย่างรวดเร็วก่อนจะแทนที่ด้วยสัมผัสนุ่มนิ่มของลูกบอลสีดำตัวอวบอ้วนที่กระโดดเข้ามาในอ้อมกอดของผมพร้อมยื่นตัวกลมๆ นั่นมาถูไถกับริมฝีปากของผมคล้ายกำลังขะมักเขม้นในการเช็ด


ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนและตัวผมเอง ผมมองเจ้าตัวนุ่มนิ่มในอ้อมแขนสลับกับประตูมิติสีแดงฉานเบื้องบนอย่างไม่เชื่อสายตา


ก่อนจะเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างไม่แน่ใจ


“โลหิตมาร?”



____________________________________________________________________________________________

บาเอล: เจ้าโลหิตมารทรยศ!!!

ปุจฉา: โลหิตมารทรยศจริงหรือไม่?

A: ทำถูกแล้วทำต่อไป

B: ทำถูกแล้วแต่ทำน้อยไป

C: ทำถูกแล้วเพราะบาเอลเป็นมาโซคิ--- แค่ก!


ปล. หนทางพระเอกเรื่องนี้ยังอีกยาวไกลนะครับ ขออนุญาตเปิดอีเว้นระดมทุนไปจ่ายค่าตัวพระเอก #แค่ก!

ปล2: ตอนนี้บาเอลเท่ม๊ากมาก #ซับน้ำตา

ปล3. เฉลยปุจฉาเรื่องเอลิออลหลับจะเกิดอะไรขึ้นแล้วนะครับ #ฮา

ปล4. เอลิออลโดนอะไรแตะปาก ????


ขอโทษที่มาอัพช้านะครับ เพิ่งสอบนอกตารางเสร็จเลยตันๆ #ตันอีกแล้ว TvT

รีบมาอัพฉบับสดๆ จากคอมเลยครับ ไว้พรุ่งนี้จะกลับมาตรวจทานคำผิดอีกรอบนะครับ



สามารถติดตามสปอย+ข่าวสารนิยายเรื่องต่างๆ ของผมล่วงหน้าได้ทาง

FACEBOOK
Twitter

ขอบคุณที่ติดตามครับ #ผู้พิทักษ์ฉบับพกพา

25/02/2562


 แก้ไขเนื้อหา 4หน้าสุดท้าย

28/02/2562


เพิ่มคำอธิบายบทพูดของตัวละคร

3/4/2562

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.493K ครั้ง

3,345 ความคิดเห็น

  1. #3325 jinhaana (@farlovely2545) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 18:07
    มุกิ๊ว เป็นเสียงคำรามที่น่ารักมากเลยย
    #3325
    0
  2. #3310 Radenfiallus (@Radenfiallus) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 11:10
    ....มุกิ้ว
    เสียงร้องช่าง สตั้นไป3วิ แล้วลั่นห้องเลยจ้ เพื่อนถามรับยาหน่อยไหม
    #3310
    0
  3. #3292 WatanapornLoopon (@WatanapornLoopon) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 23:09

    จอมมารคือพระเอกส่วนเสียงปริศนาคือพ่อตา(พระเจ้า....มั้งง????????????????)
    #3292
    0
  4. #3254 Silabun (@Silabun) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มกราคม 2563 / 14:08
    โลหิตเป็นพระเอกแน่เลย หวงๆ 55555
    #3254
    0
  5. วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 12:49

    เจอมมารคือพระเอกแน่นอนนนนน ต้องหล่อ เท่ และร้ายกาจ!!! แต่เสียงอีกคนนี่คือใคร อาจจะเป็นเจ้าลูกกลมๆก็ได้

    #3240
    0
  6. #3217 bophobia (@bophobia) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 14:16
    จอมมารตัวร้ายชัดๆส่วนคนปริศนาพระเอกป่าว5555
    #3217
    0
  7. #3215 9w9ifidi (@9w9ifidi) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 20:33
    พระเอกอ่ะไม่ต้องมีเรื่องนี้ฮาเรแค่กๆๆๆๆ
    #3215
    0
  8. #3180 Beam-_- (@Beam-_-) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 15:37

    C แน่แท้ ฮิฮิ


    #3180
    0
  9. #2969 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 14:32
    พระเอกป่าวน๊า^^
    #2969
    0
  10. #2957 PhimpinTT (@Phimpin) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 20:17
    สรุปพระเอกแม่นก่? เคเรยเก้ท
    #2957
    0
  11. #2946 w'wi (@winunda878) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 20:05
    พระเอกผู้ทำได้แต่ลวนลามน้อง(แบบเบาๆ)กับบทพูดซ้ำซากไม่กี่บท ตัวไม่ออก... ค่าตัวน่าจะแพงจัด
    #2946
    0
  12. #2701 arainaka (@babyll) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 00:18
    เอ็นดูโลหิตมาร มีความเช็ดปากให้เจ้าของงง
    #2701
    0
  13. #2464 PCYB614 (@PCYB614) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 22:54
    น้องเลือดมารน้อยเช็ดปากได้น่าเอ็นดูมากกกกก ฮึ่ยน่ารักๆๆๆ
    #2464
    0
  14. #2253 kagjer (@kagjer) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 06:33
    #ลงเรือจอมมารฮะ!!!
    #2253
    1
  15. #2158 neooooo (@inspirit-yeol) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 01:08
    หรือชาติที่แล้วเอลิออลกับจอมมารรักกันแล้วโดนจับแยกกันจริงๆ ครุ่นครีสหนักมาก แต่เอ็นดูโลหิตมาร น้องงงงง เอ็นดูความเช็ดปากให้ 55555555
    #2158
    0
  16. #2141 13th blood (@shadowstar13) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 23:40
    อ้าว เรื่องนี้โลหิตมารเป็นพระเอก #ผิด /เลี้ยวเข้าเรือฮาเร็มแล้วจำอยู่ในเรือนั้นแม้จะรู้ว่ามันคือเรือไททานิก--
    #2141
    0
  17. #2130 mumuninnin (@mumuninnin) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 18:16
    จอมมารคือพระเอกหรอม ดูมาเหนือนะ
    #2130
    0
  18. #2031 peace_in_apple (@peace_in_apple) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 21:46
    ข้อ b แน่นอน
    #2031
    0
  19. #2011 ChompunutEksuk (@ChompunutEksuk) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 21:04
    งุ้ยไม่รู้ไรแตะปากน้องแต่เขินนนน พระเอกเป็นจอมมารอ่ะ??? ถ้าจริงคือพระเอกผสมตัวร้ายแน่เลน
    #2011
    1
    • #2011-1 kiriyu_kura (@kiriyu25) (จากตอนที่ 14)
      4 เมษายน 2562 / 21:30
      ลมพัดมาแตะปากน้องพอดีครับ ถถถถถถ หนทางของพระเอกเรื่องนี้ยังอีกยาวไกลครับเนื่องจากค่าตัวแพ—- แค่ก!
      #2011-1
  20. #1930 มินิส (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 19:12

    งงเหมือนกันฮะคงเพราะงงกับบทพูดแล้วยังมาสลับฝักกันอีก

    #1930
    1
    • #1930-1 kiriyu_kura (@kiriyu25) (จากตอนที่ 14)
      3 เมษายน 2562 / 19:16

      ได้ครับ เดี๋ยวผมกลับไปแก้ให้น้า ขอบคุณที่บอกนะครับ
      #1930-1
  21. #1843 ยัยคุณหนู (@angel-9999) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 10:23
    ช่วยบอกว่าใครพูดอยู่ได้ไหมอ่า มันงงมากกก
    #1843
    1
    • #1843-1 kiriyu_kura (@kiriyu25) (จากตอนที่ 14)
      3 เมษายน 2562 / 19:17
      ได้ครับ เดี๋ยวผมจะกลับไปแก้ให้น้า ขอบโทษที่ตอบช้านะครับ ผมเพิ่งเห็น QAQ // สไลด์ขอขมา
      #1843-1
  22. #1812 มินิส (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 20:13

    ปากใช่ไหมฮะ

    #1812
    0
  23. #1807 minggg- (@minggg-) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 03:11

    คือว้่าพระเอกเป็นใครไม่รู้

    รู้แต่จอมมาร (?) ถึงตัวแรงสุดดดค่า


    ขำมากที่บอกว่าทรยศ โถ

    #1807
    0
  24. #1651 PikazZA (@nooplasunisa) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 16:27

    ฮืออ ยิ่งอ่านยิ่งงงอ่ะตอนนี้ มั่วกัวหมดแล้ว เหมือนทุกอย่างรวมกันหมดล้าวววว

    #1651
    1
    • #1651-1 kiriyu_kura (@kiriyu25) (จากตอนที่ 14)
      16 มีนาคม 2562 / 16:48
      ตอนนี้มีตัดฉากสลับไปมาระหว่างมิติทับซ้อนกับโลกกลับด้าน งงตรงไหนบอกได้นะครับ จะได้นำไปปรับปรุงเพิ่มเติม TvT
      #1651-1
  25. #1544 ~PiToN~ (@nightsza) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 03:13
    จอมมารนี่ขั้นสุด
    #1544
    0