God's child and the guardian (Yaoi,BL)

ตอนที่ 13 : เรื่องเล่าบทที่12: กุหลาบดำดอกสุดท้ายของเทพฮาเดส+โฆษณาไหดองเรื่องใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,084
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,652 ครั้ง
    20 มิ.ย. 62

สวัสดีครับทุกคน เห็นชื่อตอนคราวนี้ไม่มีใครเข้าใจผิดแน่นอนครับ! ไม่ได้มาแจ้งข่าว(รีไรท์)แต่อย่างใด#ฮา
เมื่อเดือนที่แล้วตันๆ เลยแอบไปงอกไหดองเรื่องใหม่มาครับ #หยิบเกราะกันกระสุนขึ้นมา 
แต่อัพคนละไอดีกับที่ใช้อยู่ตอนนี้  เนื่องจากเกรงใจไหดองไหอื่น แต่ขี้เกียจสลับแอคเคาท์ไปๆ มาๆ เลยย้ายกลับมาอัพในไอดีหลัก เป็นนิยายแนวตลกเบาสมองบันเทิงปัญญา(?) อยากลองแต่งแนวระบบ(?)ดูบ้าง

คอนเซ็ปเรื่องตามชื่อเลยครับ!

#ความรักทำให้โลกแตก
คอนเซ็ปเรื่องสั้นง่ายตรงตัว /// แค่กๆ


สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารนิยายเรื่องอื่นๆ ได้ทาง
>>> Facebook <<<
>>> Twitter <<<
____________________________________________________________________________________________

คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย
แต่หากมีเอลิออล เคียร์ จะกี่คนก็รอด!

ฟีลอส คารอน(ผู้พิทักษ์อันดับ3 แห่งแพนโดร่า)


เจอแล้ว...’ เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นข้างหูทว่าสะท้านไปถึงจิตวิญญาณ


วิญญาณปริศนาตนนั้นไม่พูดเปล่าแต่สิ่งที่คล้ายมือนั่นก็ลูบไล้ขึ้นลงไปตามลำตัวผมไม่หยุด ไล้ตั้งแต่ใบหน้า ข้างแก้ม ริมฝีปากไปจนถึงแผ่นอก เอว และบั้นท้ายด้านหลัง สัมผัสเย็นเยียบชวนขนลุก อยากสะบัดทิ้งทว่าร่างกายกลับไม่สามารถขยับได้ดั่งใจ!


ไม่ใช่สิ! เกิดมาเพิ่งเคยเจอวิญญาณที่มีพลังแข็งแกร่งขนาดนี้! แม้ว่าตอนนี้ผมจะใช้พลังได้แค่ 1 ใน 10 ส่วน แต่คลื่นพลังที่สัมผัสได้จากผีปริศนาตนนี้ก็ไม่ด้อยไปกว่า 72 ปีศาจแห่งโซโลมอนเลยสักนิด


น่ากลัวว่าหากอีกฝ่ายต้องการปลิดชีพคงทำได้ไม่ยากลำบากนัก


ใครจะฆ่าเจ้าได้ลงคอ...’ สิ้นคำแรงกอดรัดไม่ทราบที่มาก็คล้ายจะรุนแรงขึ้นอีกระดับ ผมเพ่งตามองโลงศพสีขาวเบื้องหน้าด้วยสายตาเคร่งเครียด ยิ่งมองคริสตัลสีแดงเหล่านั้นยิ่งทอประกายเรืองรองเข้มขึ้น อยากทำลายให้สิ้นซากแต่ก็กลัวว่าจะเป็นการปลดผนึกให้เร็วขึ้นแทน จึงเลื่อนสายตาไปมองคริสตัลสีชมพูอ่อนเพียงเม็ดเดียวบนโลงแทน


“แกเป็นใคร” พร้อมเอ่ยประโยคคำถามเดิมออกมา


เจ้าคงจำข้าไม่ได้เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังขึ้นข้างหูพร้อมสัมผัสเปียกชื้นบางอย่างที่ข้างแก้ม คล้ายถูกสุนัขเลีย


“ลวนลามเด็กอายุต่ำกว่า18ปี ติดคุก ผมกล่าวเสียงเข้ม สีหน้าเคร่งขรึมจริงจังยิ่งยามเอ่ยประโยคนี้ออกไป ทว่าสิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงเสียงหัวเราะแผ่วเบาพร้อมผนังห้องเบื้องหน้าของผมที่กลายเป็นกระจกบานใหญ่สะท้อนภาพร่างของใครบางคนในความทรงจำออกมา


ภาพของชายหนุ่มผิวขาวซีดร่างสูงโปร่งเจ้าของเรือนผมสีดำยาวจรดกลางหลัง นัยน์ตาสีฟ้าคราม ใบหน้าเคร่งขรึม คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อนเมื่อ 50ปีที่แล้วก่อนจะโดนเพื่อนส่งไปนอนเล่นในโลงศพ


ยิ่งมองชุดผู้พิทักษ์สีขาวของแพนโดร่าบนร่างยิ่งคุ้นตา พอผมทดลองเลิกคิ้วซ้าย คิ้วซ้ายของชายหนุ่มบนกระจกก็คล้ายจะขยับตา พอทดลองกรอกตามองบน ลูกตาของชายหนุ่มคนนั้นก็คล้ายจะกรอกตามไปด้วย


น่าเสียดาย คนที่ข้าลวนลามไม่ใช่เด็กน้อย’ สัมผัสเย็นเยือกคลอเคลียไปตามใบหน้า ผมเพ่งตามมองกลุ่มหมอกควันสีขาวรูปร่างคล้ายมนุษย์เพศชายที่สะท้อนจากกระจกเบื้องหน้าอย่างตกตะลึง กลุ่มหมอกควันสีขาวนั่นกำลังเลื้อยพลันไปรอบๆ ร่างของผมคล้ายงูรัดเหยื่อเพื่อกลืนกิน


ร่างของชายหนุ่มผมดำเบื้องหน้าดูยังไงก็ไม่ทางต่ำกว่า 20ปี กฎหมายคุ้มครองผู้เยาว์คงเอามาใช้ไม่ได้แล้ว...


ไม่ใช่สิ! ทำไมร่างของผมถึงกลายเป็นร่างเก่าเมื่อ 50ปีก่อนกัน!?


“แกต้องการอะไรกันแน่” ผมพยายามสงบใจเอ่ยถามกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง


ทว่าสิ่งที่อีกฝ่ายตอบกลับมายิ่งทำให้เส้นเลือดบนขมับของผมเต้นตุบคล้ายไมเกรนขึ้น


...เจ้า’ ไม่ว่าเปล่า บริเวณมุมปากก็สัมผัสได้ถึงสัมผัสเปียกชื้นปริศนาเย็นเยียบและชื้นแฉะพาลให้นึกถึงตอนไปเล่นกับเจ้า เซบาสเตียนโกเด้นรีทีฟเวอร์สุนัขตัวโปรดของเอวาขึ้นมาฉับพลัน


เสมือนว่าโดนสุนัขเลียปาก


ในใจพร่ำด่าตนเองที่ไปทำลายอักขระกักวิญญาณของผีร้ายตนนี้เป็นหมื่นครั้ง หากรู้ว่าเป็นอักขระขังมารเช่นนั้นผมคงยอมใช้หลุมดำส่งตัวเองออกไปที่ไหนก็ได้ยังจะดีกว่า


...เพียงเจ้าเท่านั้น’ สัมผัสเปียกชื้นลามเลียไปเรื่อยๆ จนกระทั่งหยุดลงที่มุมปาก


ฉับพลันจู่ๆ บริเวณหลังคอก็เกิดความรู้สึกร้อนวาบคล้ายโดนเหล็กเผาไฟแนบลงมา ความรู้สึกนั้นเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว


เปรี๊ยะ!


คล้ายมีพลังงานสายหนึ่งเข้ามาแทรกแซง จู่ๆ คริสตัลสีชมพูบนโลงศพก็พลันเกิดกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านทำให้แรงกอดรัดสลายไป


ข้าไม่ให้ ก่อนเสียงปริศนาอีกสายหนึ่งจะดังขึ้นมา ไม่ใช่เสียงของวิญญาณร้ายที่โดนผนึก หากแต่เสียงนี้กลับฟังแล้วคุ้นเคยอย่างประหลาด


สิ้นคำ พันธะนาการที่โอบล้อมร่างของผมเอาไว้ก็สลายไปจนหมดอย่างรวดเร็ว คล้ายวิญญาณปริศนานั่นจะชะงักไป ผมย่อมไม่ปล่อยให้โอกาสงามผ่านไปอย่างเสียเปล่า รีบเรียกปราการแสงศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงขึ้นมาคลุมร่างทันทีพร้อมอัญเชิญร่างแยกโลหิตมารออกมาอีกครั้ง


“อัญเชิญ...” ทว่าคราวนี้ไม่ได้อัญเชิญมาเพื่อโจมตีอีกฝ่าย


“โลหิตมาร!” แต่อัญเชิญมาเพื่อสร้างอักขระคุมขังชุดใหม่!


สิ้นคำหยาดโลหิตสีดำดุจหมึกก็แตกกระจายออกไปนับพันนับหมื่น แปรเปลี่ยนรูปร่างเป็นอักขระสีดำเรืองรองหมุนวนรอบโลงศพสีขาว


“กักขังวิญญาณร้าย” ก่อนอักขระสีดำเหล่านั้นจะค่อยๆ แตกตัวเพิ่มจากพันเป็นหมื่น หมื่นเป็นแสน กลายเป็นกำแพงอักขระทรงกลมคล้ายลูกบอลหลายสิบชั้นโอบล้อมโลงศพบริเวณกึ่งกลางห้องเอาไว้


“น่าจะถ่วงเวลาได้สักพัก...”  ผมปาดเหงื่อเย็นเยียบที่ผุดขึ้นบนขมับ กวาดตามองรอบห้องเพื่อหาทางหนีอย่างเร่งด่วน


หากหาไม่เจอจริงๆ หนทางสุดท้ายคงได้แต่ทำลายมิติทับซ้อนนี้แล้วหนีออกไป


ไม่ให้แล้วอย่างไร...’ ท่ามกลางความตึงเครียด เสียงทุ้มต่ำปริศนาของวิญญาณร้ายก็ดังขึ้นอีกครั้งพร้อมแค่นหัวเราะหยัน


“เหมือนคริสตัลสีชมพูเม็ดนี้จะมีปัญหานะ” ผมยิ้มเมินคำพูดของอีกฝ่าย ขณะลูบไล้คริสตัลสีชมพูในมือตนเองไปมา ยิ่งลูบก็คล้ายว่ากำแพงอักขระเบื้องหน้าจะยิ่งสั่นเพื่อมอย่างรุนแรงจากเคลื่อนพลังที่ปล่อยออกมา


เมื่อครู่ฉวยโอกาสที่อีกฝ่ายชะงักไปแอบขโมยออกมาจากโลงศพ ดูเหมือนคริสตัลเม็ดนี้จะมีอะไรพิเศษที่ทำให้อีกฝ่ายร้อนรนได้อย่างประหลาด


ไม่ทราบว่าอีกฝ่ายชะงักไปเพราะคริสตัลเม็ดนี้หรือเจ้าของเสียงปริศนาเมื่อครู่แต่หยิบมาก่อนก็ไม่เสียหายกระมัง


ขณะกำลังคิดจะใช้คริสตัลในมือมาเป็นเครื่องต่อรอง จู่ๆ ในอุ้งมือก็สัมผัสได้ถึงความอุ่นร้อนเฉียบพลัน


เพียงพริบตาร่างของผมก็คล้ายสัมผัสได้ถึงแรงฉุดกระชากรุนแรงบางอย่าง


เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอกสิ่งสุดท้ายที่ได้ยินคือเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าน่าขนลุกที่สั่นสะท้านไปถึงจิตวิญญาณ และนัยน์ตาสีทองเรืองรองภายในกำแพงอักขระที่จับจ้องมายังร่างของผม


นัยน์ตาที่ฉายแววอาฆาตแค้น คลุ้มคลั่ง และโหยหา ราวมังกรโดนแย่งสมบัติล้ำค่าไป


และดูเหมือนสมบัติที่ว่าจะไม่ใช่คริสตัลในมือของผม...


เรื่องเล่าบทที่12: ผมคือผู้พิทักษ์อันดับ1 ที่มีเพื่อนเป็นวิญญาณ


คล้ายโดนพลังงานบางอย่างฉุดกระชากร่างฝ่ามิติทับซ้อนออกมาอย่างรุนแรงและรวดเร็ว เพียงพริบตารอบด้านก็แปรเปลี่ยนจากห้องสีเหลี่ยมที่มีแต่กำแพงหินทึบกลายเป็นผืนดินแห้งแล้ง ร้อนอบอ้าว


ร่างของผมยังคงเป็นร่างชายหนุ่มผมดำตัวสูงโปร่งคนเดิมก่อนจะลงไปนอนเล่นในสุสาน ชุดที่ใส่ก็ยังคงเป็นชุดผู้พิทักษ์สีขาวสะอาดตาของแพนโดร่าชุดเดิม


“ออกมาได้แล้วงั้นเหรอ?” ผมพึมพำกับตนเอง ใช้สายตาจับจ้องไปเบื้องหน้าที่เป็นประตูทางเข้าหมู่บ้านไม้เก่าแก่ พอก้มหน้าลงมอง ข้างเท้าของผมยังคงเป็นศีรษะของมนุษย์เพศชายหน้าเดิม เพิ่มเติมคือนัยน์ตากำลังเปล่งสีแดงฉานเรืองรองออกมา


มองอย่างพิจารณาเสียหนึ่งรอบ ยิ่งมองนัยน์ตาสีแดงเรืองรองก็ยิ่งไม่ไว้ใจ คลับคล้ายคลับคลาว่าจะนึกอะไรบางอย่างออก คิ้วขวาก็คล้ายจะกระตุกยิก


“ไม่ใช่ว่ามิติทับซ้อนแห่งนั้นซ่อนอยู่ในหัวมนุษย์นี่หรอกนะ” ว่าแล้วก็รีบเสกลูกไฟศักดิ์สิทธิ์สีขาวดวงน้อยเผาทำลายสิ่งของต้องสงสัยทันที


ทว่าเผาทำลายศีรษะจนหมดไหม้ ทั้งกะโหลกและเลือดเนื้อสลายกลายเป็นเถ้าฝุ่นไปแล้วนัยน์ตาสีแดงฉายกลับยังคงอยู่เช่นเดิม จะปล่อยทิ้งไว้ก็กลัวว่าหากตนเองเดินก้าวข้ามลูกตาสีแดงคู่นี้ไปจะถูกส่งไปยังมิติทับซ้อนที่ไหนสักแห่งอีกเป็นแน่


ขณะที่กำลังคิดหาเวทย์ทำลายของอาถรรพ์ข้างเท้าตนเองอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงครืดคราดดังขึ้นจากด้านหลัง


“อา...” พอเอี้ยวตัวหันกลับไปมองก็พบร่างของซากศพที่ถูกกองทิ้งไว้มากมายตารายทางค่อยๆ ขยับตัวอย่างเชื่องช้า หงายหลังทำท่าสะพานโค้งและคลานสี่ขามาทางผมอย่างรวดเร็ว


ราวกับกำลังแข่งยิมนาสติกทีมชาติเวอร์ชั่นสยองขวัญ


ผมขอยืนยันคำเดิมว่าโชคดีแล้วที่คามิลไม่มา ขนาดผมชอบดูหนังผียังแอบขนลุกนิดๆ เลยครับ


กร๊าซซซซซ


ยิ่งได้ยินเสียงขู่คำรามพร้อมภาพอ้าปากน้ำลายยืดของกองทัพภูตผีเบื้องหลังก็ยิ่งใจไม่ดีจนต้องรีบเรียกกำแพงไฟออกมาสกัดกั้นเอาไว้


เผาไปได้สิบตัวก็โผล่มาอีกร้อย เผาไปร้อยก็โผล่มาอีกพันคล้ายจะไม่สิ้นสุด หากยังคงยั้งมือไว้ไมตรีต่อไปคลาดว่าไม่นานคนที่จะทำท่าสะพานโค้งคนต่อไปอาจจะกลายเป็นผมแทน


“เมเทโอ” คิดได้ดังนั้นจึงรีบร่ายมหาเวทย์ฝนดาวตกลงมา


ตูม!!!


อุกกาบาตพร้อมเปลวไฟสีน้ำเงินนับพันปรากฏขึ้นเหนือน่านฟ้าสีแดงฉานก่อนจะถล่มลงมาเบื้องล่างจนเกิดเสียงระเบิดดังกึ่งก้อง ฝุ่นควันตลบอบอาวรณ์อบด้านที่ผมยืนอยู่ เพียงพริบตากองทัพภูตผีเหล่านั้นก็สลายหายไปราวกับไม่เคยมีมาก่อน เช่นเดียวกับลูกตาสีแดงฉานข้างเท้าผมที่อับแสงลงกลายเป็นลูกตาธรรมดา


ทว่าพื้นดินรอบๆ กลับไม่ได้กลายเป็นหลุมเป็นบ่อดั่งที่คิด ยังคงเป็นผืนดินแห้งแล้งราบเรียบดุจเดิม


รอบด้านเงียบสงัด ความรู้สึกไม่ชอบมาพากลบางอย่างผุดขึ้นในใจ หากยังยืนอยู่ตรงนี้ก็ยิ่งรู้สึกไม่ปลอดภัย ขณะที่กำลังชั่งใจว่าจะย่างท้าวเข้าไปยังประตูหมู่บ้านดีหรือไม่


 “เอลิออล!?” จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงเรียกชื่อจากใครบางคน เสียงนั้นฟังแล้วคุ้นหูยิ่งกว่าเจ้าของประโยค ข้าไม่ให้เมื่อสักครู่เสียอีก ยิ่งพอเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงก็ยิ่งคุ้น


ภาพของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งเจ้าของเรือนผมสีดำนัยน์ตาสีแดงเลือด หน้าตาหล่อเหลาคมคายคล้ายเคยเห็นบนปกนิตยาสารผู้พิทักษ์หนุ่มรูปงามประจำปี 20XX


ผมจับจ้องอีกฝ่ายอย่างตกตะลึง และชายหนุ่มที่เคยเห็นบนปกนิตยาสารที่ว่าก็กำลังจ้องผมตอบกลับมาอย่างตกตะลึงเช่นกัน ก่อนผมจะเอื้อนเอ่ยชื่ออีกฝ่ายออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า


บทจะเจอก็เจอง่ายๆ จนน่าใจหาย


“ฟีลอส?”


คล้ายฉากซาบซึ้งตรึงใจในหนังรักโรแมนติก หลังจากผู้กล้าฝ่าฟันกองทัพอสูรมารร้ายและจอมมารมาอย่างยากลำบาก ในที่สุดก็ได้พบกับเจ้าหญิง(?)เสียที ขณะที่เตรียมวิ่งไปกอดเป้าหมายภารกิจก็ถูกเบรกหัวทิ่มด้วยประโยคต่อมาของฟีลอส


“ทำไมวิญญาณของนายถึงมาอยู่ที่นี่!?” นอกจากพูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดแล้วยังโยนห่วงเชือกในมือมารัดร่างของผมไว้อีกต่างหาก!


“มาตามหานายยังไงเล่า!” ผมตะโกนตอบกลับ จับเชือกที่รัดตัวเองไว้แบบงงๆ ก่อนจะตะโกนตอบไปว่า


“ใกล้แค่นี้ฉันไม่เดินหลงทางหรอกน่า!” สิ้นคำฟีลอสก็รีบกระตุกเชือกจนร่างของผมลอยละลิ่วมาหยุดอยู่หลังบานประตูทางเข้าหมู่บ้านเสียแล้ว


ฟีลอสจัดการปิดประตูทางเข้าหมู่บ้านดังปังพร้อมลงกลอนติดแผ่นยันต์ต่างๆ อย่างหนาแน่นก่อนจะหมุนตัวกลับมาจ้องมองผม ขณะม้วนเชือกเก็บอย่างเร่งรีบ


“ถ้าไม่มีเชือกเมื่อกี้นายก็เข้ามาหมู่บ้านนี้ไม่ได้หรอกนะ” กล่าวจบอีกฝ่ายก็เอื้อมมือมาคว้าแขนผมแล้วฉุดกระชากไปที่ไหนสักแห่งด้วยอาการรีบร้อน จนผมที่อ้าแขนรออีกฝ่ายกอดตอบต้องรีบหุบแขนอย่างแก้เก้อ


อาการรีบร้อนของอีกฝ่ายคล้ายกำลังหนีอะไรบางอย่าง


“นายไม่ควรมาที่นี่เลยจริงๆ” ยิ่งพูดสีหน้าฟีลอสยิ่งย่ำแย่ลงเรื่อยๆ ราวกับว่าที่ผมลงมาที่โลกกลับด้านแห่งนี้เป็นความผิดร้ายแรงมหันต์


พวกเราเดินผ่านบ้านไม้เก่าแก่โบราณทั้งหลังเล็กหลังใหญ่มากมายจนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่บ้านสีน้ำตาลทึบหลังคาสามเหลี่ยมคล้ายศาลเจ้าบริเวณกลางหมู่บ้าน


ฟีลอสโบกมือเบาๆ หน้าประตูก่อนจะเกิดระลอกคลื่นเบาบางออกมาคล้ายม่านพลัง


“เข้าไป” ไม่พูดพร่ำทำเพลงฟีลอสก็ฉุดผมเดินทะลุประตูเข้าไป


“เขตอาคมอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว”


“คงยื้อได้อีกแค่2วัน”


“จะทำยังไงดี” พอทะลุประตูเข้าไปจึงพบกับผู้คนมากมายที่กำลังพูดคุยอย่างตึงเครียด หม่นหมองคล้ายสิ้นหวัง


“ท่านเอลิออล!?” ทว่าทันทีที่ผมย่างเท้าเข้าไปเสียงพูดคุยเซ็งแซ่ก็เงียบลงกลายเป็นเสียงร้องเรียกชื่อของผมแทนอย่างพร้อมเพียง ร่างของหนุ่มสาวมากมายนับสิบคนในชุดผู้พิทักษ์สีขาวและสีดำของแพนโดร่าปรากฏอยู่เบื้องหน้าผม แต่ละคนก็คุ้นหน้าคุ้นตาคล้ายผู้พิทักษ์ระดับA ที่เป็นรุ่นน้องตัวเองเสียด้วย


ผู้พิทักษ์แต่ละคนล้วนมองมายังผมด้วยสีหน้าตกตะลึง ผมเองก็มองพวกเขากลับไปอย่างตกตะลึงเช่นกัน ไม่นึกเลยว่าจะมีคนเหลือรอดเยอะกว่าที่คาดเอาไว้


ที่แท้พวกเขาก็ยังมีชีวิตอยู่


ที่แท้หมู่บ้านแห่งนี้ก็มีไว้เพื่อปกป้องดวงวิญญาณของพวกเขา


“ทำไมพวกนายถึงมาอยู่ที่นี่?” ประโยคเดิมที่ถูกฟีลอสเอ่ยถามเมื่อครู่ถูกผมนำกลับมาใช้อีกครั้ง


“โดนลักพาตัวมาน่ะสิ” ฟีลอสกล่าว ก่อนประโยคต่อมาจะทำให้ผมชะงักไป


“เพื่อสังเวยแก่จอมมาร” คำตอบสั้นง่ายได้ใจความ


สิ้นคำ ภาพโลงศพสีขาวในห้องทึบนั่นก็ลอยขึ้นมาในหัวทันที คริสตัลสีแดงเลือดทั้ง 7เม็ดนั่น น่ากลัวว่าจะใช้ชีวิตของผู้คนสังเวยไปไม่น้อย


ในที่สุดสิ่งที่ผมกลัวที่สุดก็คล้ายว่าจะกลายเป็นจริง มีใครบางคนต้องการปลดผนึกที่คุมขังแห่งนั้นเพื่อปลดปล่อยสิ่งที่อยู่ในโลงออกมา และหนึ่งในนั้นก็คือ...


“ชั่วช้ายิ่งนัก!” ผมเองครับ


ผมแสร้งคลี่พัดสีขาวในมือโบกไปมาบริเวณใบหน้าเพื่อคลายความร้อน ยิ่งนึกถึงตอนเรียกโลหิตมารมาร่วมด้วยช่วยทำลายอักขระคุมขังก็อับอายจนหน้าร้อนหัวร้อนไปหมด


“ใครกันที่กล้าทำเรื่องชั่วช้าเช่นนี้! ไม่รู้หรืออย่างไรว่าจอมมารที่ถูกขังไว้ในโลกกลับด้านระดับสูงแบบนี้มันอันตรายกว่าปีศาจแห่งโซโลมอน72เท่า!” ผมแสร้งโวยวาย


ถามว่าใครกล้าทำเรื่องชั่วช้าแบบนี้?


ก็ผมอย่างไรเล่า!


นาทีที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึก ผู้พิทักษ์รูปงาม น้ำใจงามช่วยจอมมารแก่ๆ ปลดผนึก


“แล้วนายรู้ได้ไง?” ฟีลอสมองผมด้วยสายตาคลืบแคลง


“อย่าบอกนะว่านายเจอเจ้านั่นแล้ว!?” สิ้นคำก็คล้ายโดนสายตาของทุกคนในห้องทิ่มแทงมามากกว่าเดิม


เพื่อไม่ให้ภาพลักษณ์ที่เหลือน้อยของตนเองเสียหายไปมากกว่านี้ผมจึงตอบพวกเขากลับไปอย่างนุ่มนวลว่า


“ใช่แล้ว ก่อนที่จะตามหาหมู่บ้านแห่งนี้เจอ” กล่าวพลางคลี่พัดปิดใบหน้าช่วงล่างไปด้วย “บังเอิญไปเจอจอมมารในมิติทับซ้อนเข้า”


เห็นสีหน้าคาดหวังของบรรดาผู้คนในห้องแล้วก็ได้แต่กล้ำกลืนความจริงลงท้องไป


“เหมือนผนึกใกล้จะสลายแล้ว ก็เลยช่วยลงผนึกไปอีกชั้น” กล่าวจบ เหล่าผู้พิทักษ์ระดับ A ก็ล้วนมองผมด้วยสายตาเลื่อมใส


ไม่ได้โกหกแต่อย่างใด แค่พูดความจริงไม่หมดเท่านั้นเอง!


“แม้ตายกลายเป็นวิญญาณแต่ท่านเอลิออลก็ยังคงเป็นท่านเอลิออล!” ไซเรนมองผมพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงชื่นชม


“แต่ผนึกคงอยู่ได้อีกไม่นานหรอก ทางที่ดีเราควรหาทางออกจากที่นี่ก่อนดีกว่าก่อนจะเสียหายไปมากกว่านี้” ผมไม่ได้ถ่อมตัว เพราะผนึกชั่วคราวที่ใช้ร่างแยกของโลหิตมารสร้างขึ้นมาเมื่อครู่อาจอยู่ได้ไม่นานจริงๆ ซ้ำร้ายคืออาจโดนจอมมารตนนั้นดูดกลืนไปเป็นพลังตนเอง ของที่สามารถใช้ผนึกจอมมารได้จริงๆ คือโลหิตเทพที่ผมทำลายไปแล้วและไม่มีของไปใช้คืน!


“ใช่ค่ะ ตอนแรกพวกเรามีกันเกือบร้อย” ไซเรน สาวน้อยผมบลอนด์เอ่ยเสริมขึ้นมาด้วยสีหน้าคับแค้น “แต่ก็ค่อยๆ หายไปทีละคนจนเหลือแค่นี้”


ผมกวาดสายตามองร่างของผู้พิทักษ์ที่เหลือเพียง 11 คน ตอนแรกคิดว่าจะเหลือเพียงแค่ฟีลอสด้วยซ้ำ เอาชีวิตรอดมาได้หลายปีโดยไม่ถูกกลืนกินก็นับว่าปาฏิหาริย์แล้ว


“หากไม่ได้พลังของท่านเทพฮาเดสเข้ามาช่วยเหลือล่ะก็...” ว่าแล้วทุกคนก็ไล้สายตาไปยังดอกกุหลาบสีดำในครอบแก้วที่เหลือเพียงกลีบสีดำเพียงกลีบเดียว แถมใกล้จะหลุดแหล่ไม่หลุดแหล่ สัมผัสได้ถึงพลังแห่งความตายที่ริบหรี่ น่ากลัวว่าไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้คงร่วงหล่นเป็นแน่


ไม่แน่ว่าหากผมมาช้ากว่านี้สักวันสองวันก็อาจไม่มีใครรอให้มาช่วยแล้วก็เป็นได้


“นายไม่ควรมาที่นี่เลยจริงๆ” ฟีลอสมองผมแล้วพูดประโยคเดิมซ้ำอีกครั้ง “ตายไปเกือบ 50ปีแล้วแท้ๆ ทำไมถึงเพิ่งโผล่มาป่านนี้” ฟังคำพูดตัดพ้อของฟีลอสแล้วก็ไม่แน่ใจว่าเขาดีใจที่ได้เจอผมอีกครั้งหรือไม่อยากเจอผมอีกครั้งกันแน่


“ถึงแม้วิญญาณของพวกฉันจะต้องโดนกลืนกินจริงๆ อย่างมากก็ช่วยคลายผนึกได้แค่ชั้นสองชั้นเท่านั้น”


สิ่งหนึ่งที่รู้ตอนนี้คือ การที่ผมมาอยู่ในโลกกลับด้านแห่งนี้คล้ายจะเป็นเรื่องร้ายแรงสำหรับเขา


“แต่ถ้าหากมันได้วิญญาณของนายไปละก็ ผนึกทั้งหมดคงถูกปลดทันที”


“แล้วใครจะอยู่เฉยๆ ให้โดนกินเล่า!” ผมว่ากวาดตามองทุกคนในห้องด้วยสีหน้าจริงจัง


“ฉันมาที่นี่ก็เพื่อพาพวกนายทั้งหมดกลับไปยังแพนโดร่า” กล่าวคำรับรองออกมาด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่จริงจังหนักแน่นกว่าครั้งไหน เหล่าผู้พิทักษ์ระดับ A ล้วนมองผมน้ำตาคลอ ผิดกับฟีลอสที่มองหน้าผมอย่างตกตะลึงคล้ายเห็นผี


“ถึงตัวตายกลายเป็นผี ก็จะเป็นผีของทวีปเคียร์!”


ครืน...


สิ้นคำ พื้นดินที่พวกผมยืนอยู่ก็พลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง


จู่ๆ ก็รู้สึกร้อนวาบที่หลังคอ คิ้วขวาของผมกระตุกถี่รัว สังหรณ์ใจไม่ดีฉับพลัน


‘เจอแล้ว…’


ยามที่กุหลาบสีดำกลีบสุดท้ายร่วงโรย เขตแดนทั้งหมดก็สลายหายไปอย่างรวดเร็ว พื้นดินสั่นสะเทือนรุนแรงคล้ายแผ่นดินไหวก็จะบังเกิดเสียงกู่ร้องคำรามของสัตว์ร้ายดังขึ้น เช่นเดียวกับเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าน่าขนลุก


ผมกับฟีลอสรีบผลักประตูออกไปอย่างรวดเร็ว


“แย่แล้ว...” ฟีลอสกล่าวเสียงเครียด


ท้องฟ้าเบื้องบนของหมู่บ้านถูกโอบล้อมด้วยฝูงแมลงหัวมนุษย์ฝูงใหญ่ เลยออกไปคืออสูรกายรูปร่างคล้ายมนุษย์สูงใหญ่นับสิบเมตรหากแต่ไร้ใบหน้า และกองทัพภูตผีอีกมากมายบนพื้นดินที่ย่ำเท้ามาล้อมรอบหมู่บ้านแห่งนี้เอาไว้!


“อัญเชิญปราการสวรรค์เก้าชั้นฟ้า!” เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินผมรีบกางอาณาเขตของตนเองขึ้นมาครอบทับหมู่บ้านแห่งนี้ไว้อย่างรวดเร็ว


นัยน์ตาสีทองวาววับจับจ้องไปยังร่างของกลุ่มหมอกควันสีขาวรูปร่างคล้ายมนุษย์เบื้องบนอย่างเครียดขึง


ก่อนจะกลับไปเป็นผีบนทวีปเคียร์ ดูเหมือนผมจะต้องกำจัดผีเจ้าถิ่นก่อนเสียแล้ว!


นัยน์ตาสีทองของกลุ่มก้อนพลังงานสีขาวเฉกเช่นเดียวกับผมจ้องตอบกลับมาด้วยสายตาคลุ้มคลั่ง ก่อนเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจนั่นจะดังขึ้นอีกครั้ง 


เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก...’

 

 __________________________________________________________________________________________

Talk

เสียงปริศนา: ข้าไม่ให้!

จอมมาร: ไม่ให้แล้วอย่างไร ข้าจะเอา...


ปุจฉา: ข้าไม่ให้ ใครคือคนพูดระหว่าง...

A. พระเอก

B. ตัวประกอบ

C. พ่อตา(?)

D. อื่นๆ โปรดใส่ข้อเสนอแนะ #ฮา


ผ่านมา12 ตอนในที่สุดก็เจอฟีลอสแล้ว! Mission Completed #จุดพลุ

(。TωT)/゚・:*【祝】*:・゚\(TωT。)

ไม่ต้องเถียงกันแล้วนะครับว่าใครเป็นพระเอก จากตอนนี้ก็ชัดอยู่แล้วว่าเขาคือ...

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

เอลิอลนั่นเอง! ส่วนฟีลอสคือนายเอกที่แท้จริงของเรื่องนี้

ถ้าไม่รักกันจริง เอลิออลไม่ยอมฝ่าดงผีมาช่วยหรอ--- แค่ก! // โดนโบก

#วิ่งกลับไปช่วยแจวเรือจอมมาร ค่าตัวแพงเกินเลยมีแต่โมเสกเป็นหมอกศีลธรร-- แค่ก!


ขอโทษที่อัพช้านะครับ ช่วงนี้มหาลับงานค่อนข้างเยอะเลยตันๆ แต่งนิยายไม่ค่อยลื่นไหล TvT

ปล.ตอนหน้าบาเอลเป็นพระเอก


ขอบคุณที่ติดตามครับ

#ผู้พิทักษ์ฉบับพกพา

16/02/2562




 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.652K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,364 ความคิดเห็น

  1. #3324 jinhaana (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 17:44
    โอ้ยย ขนลุกกับคำว่า เจอแล้ว
    #3,324
    0
  2. #3239 เด็กหญิง น่วมเนี่ยม (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 12:25

    พพระเอกใช่มั้ยยยยย

    #3,239
    0
  3. #3227 meoumeou (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 16:28
    D เราขอแหวกแนว เจ้าจงเป็นนายเอกเสียเถอะ ฮ่า
    #3,227
    0
  4. #3213 อันเอ๋อร์ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 16:14
    D​ หนึ่งในฮาเร็มน้อง... เเค่กๆ
    #3,213
    0
  5. #3190 Mihr (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 20:32
    D ผัวพระเอก.....
    #3,190
    0
  6. #3179 Beam-_- (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 15:26

    D พระเอกเบอร์2- แค่กๆๆ

    #3,179
    0
  7. #2700 arainaka (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 23:55
    เสียงไม่ให้คือใครรร
    #2,700
    0
  8. #2627 Eheh072 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 23:04
    เสียงไม่ให้คือใครน้าา พ่อตา?5555
    #2,627
    0
  9. #2315 tamutaminini (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 12:44
    โยนไม้พายทิ้ง กระโดดลงน้ำ ไม่รู้เว้ย!!!
    #2,315
    1
  10. #2237 overmiss2234 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 00:06
    เอเอเอ
    #2,237
    0
  11. #2009 ChompunutEksuk (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 20:26
    ไม่ให้ๆจะเอาๆอยู่นั้นถามเจ้าตัวยัง
    #2,009
    0
  12. #1935 โคมวิเศษ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 20:48
    เสียงไม่ให้นั้น พ่อตาแน่เลยค่ะ และก็น่าจะเป็นพระเจ้าด้วย..
    ตอนแรกลังเลมาก ทรงอำนาจทั้งสองคนเลย จะเชียร์ดี เห็นช้อยละโอเค เชียร์จอมมารค่ะ!

    ฟฟฟฟ
    #1,935
    1
    • #1935-1 ChompunutEksuk(จากตอนที่ 13)
      4 เมษายน 2562 / 20:26
      น่าคิดมาก5555
      #1935-1
  13. #1918 Suju (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 11:56

    Cจ้า...

    #1,918
    0
  14. #1806 minggg- (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 03:00

    กรี๊ดดด มาตามเร็วจริงทานจอมมารรรร

    #1,806
    0
  15. #1581 Tiara O. Nalass (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 12:43
    เสียงไม่ให้นี่ของพ่อตาแน่ๆ เดาว่าแต่ก่อนนายเอกก็เป็นเทพเหมือนกันแล้วรักกับพระเอกที่เป็นจอมมาร ต่อมาเกิดเรื่องเลยถูกพ่อที่เป็นเทพส่งมาเกิดในโลกมนุษย์แบบไม่มีพลัง ส่วนจอมมารโดนผนึก (เรื่องชู้สาวแน่นอน) แต่เพราะปีศาจบุกโลกพ่อเลยต้องคืนพลังให้ลูก จอมมารก็ตื่นมาทวงคนรักคืน // มโนเท่านั้นที่ครองโลก
    #1,581
    1
    • #1581-1 kiriyu_kura(จากตอนที่ 13)
      23 มีนาคม 2562 / 17:14

      พลังมโนชนะทุกอย่างจริงๆ ครับ... // เลิกลั่กหนักมาก
      รอเฉลยตอนท้ายๆ ภาค2นะครับ ขอบคุณที่ติดตามครับ! ????
      #1581-1
  16. #1568 ::Rabbit Hole:: (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 09:46
    ฟีลอส หนุ่มหล่อมาแล้วว
    #1,568
    0
  17. #1557 BLACKAlone_II (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 02:45
    AAA. พระเอกก
    #1,557
    0
  18. #1395 Parichat1009 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 19:09
    cccccccc
    #1,395
    0
  19. #1344 Laflour (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:17
    พ่อตา...
    #1,344
    1
  20. #1272 44555 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:18

    ฮฮาเร็มเถอะแบบนี้

    #1,272
    1
    • #1272-1 kiriyu_kura(จากตอนที่ 13)
      19 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:25
      ฮาเร็มไม่มีมีแต่มิตรภาพลูกผู้ชา—- แค่ก!
      ขอบคุณที่ติดตามครับ XD
      #1272-1
  21. #1271 oilcaesar (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:59
    เรือพระเอก อยู่ หนายยยยย
    #1,271
    1
  22. #1270 Spaghetti (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:30
    ใครจะให้หรือไม่ให้ก็ชั่ง เพราะเอลิออลโดนผีลวนลามนี่มันดีจริงๆ
    #1,270
    1
  23. #1268 ซาร์เนียซ่า (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:13
    อรุ่มมมมมเป็นใครกันน๊าา
    #1,268
    1
  24. #1267 yubiki (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:20

    ต้อง c อยู่แล้วพ่อตาแน่นอน
    #1,267
    1
  25. #1266 ตื่นสายใต้สะพานลอย (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:14
    พ่อตา 5555555555
    #1,266
    1
    • #1266-1 kiriyu_kura(จากตอนที่ 13)
      18 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:15
      ส่วนเจ๊เซเรน่าตือแม่ยา—-แค่ก!
      ขอบคุณที่ติดตามครับ XD
      #1266-1