God's child and the guardian (Yaoi,BL)

ตอนที่ 12 : เรื่องเล่าบทที่11: โลงศพสีขาวในมิติทับซ้อนชั้นที่ 44

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,775
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,852 ครั้ง
    20 มิ.ย. 62


เห็นชื่อตอนแล้วอย่าเพิ่งตกใจกันนะครับไม่ได้มาประกาศรีไรท์นิยายหรือว่าหายตัวแต่อย่างใด 555555
แต่จะมาประชาสัมพันธ์เพจกับทวิตเตอร์ที่เอาไว้ใช้ในการแจ้งข่าวสารนิยายครับ
เพจนั้นมีมานานแล้วแต่ว่าเพิ่งหัดเล่นทวิตเตอร์เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาครับ

เพจนมนานเก่าเก็บมากครับ แต่ก่อนเอาไว้เก็บแฟนอาร์ต(ไว้จะเอามารีโพสอีกรอบนะครับ)
 สปอยนิยาย แจ้งข่าวสารต่างๆ


>> Twitter <<
อันนี้เพิ่งหัดเล่นครับ เอาไว้แจ้งข่าวนิยาย สปอยนิยาย ใบ้พระเอก #แค่ก
อนาคตเอาไว้เก็บแฟนอาร์ต ส่อง #ผู้พิทักษ์ฉบับพกพา 
ใครสนใจอยากฟอลก็ตามมาได้นะครับ  ヾ(>▽<)o
// มีความโฆษณา 

____________________________________________________________________________________________

เรื่องเล่าบทที่11: ผมคือผู้พิทักษ์อันดับ1ที่ เป็นที่รักใคร่ของวิญญาณ(อาฆาต)

แม้แต่ความตายก็ไม่อาจแยกจาก

???????????

 

“แล้วเราจะเอาไงต่อดี?” เอวาเอ่ยถามเพื่อนร่วมทีมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด


หลังจากส่งข่าวการหายตัวไปของเอลิออล เคียร์ให้กับแพนโดร่าแล้ว พวกเขาสองคนก็รีบรุดหน้ามายังเมืองบลีฟตามภารกิจเดิม ทว่าก้าวเข้าประตูเมืองมาได้ไม่กี่กิโลก็พบกับเขตแดนประหลาดขวางกั้นทางเข้าสู่ตัวเมืองชั้นในเอาไว้ แถมยังแผ่คลื่นพลังน่าสะอิดสะเอียนชวนขนลุกออกมาจนพวกเขาไม่กล้าเข้าใกล้สุ่มสี่สุ่มห้า


“ล่าสุดที่ฉันมาเมื่อ3เดือนที่แล้ว มันไม่มีเขตแดนผุดขึ้นมาในเมืองชัดแบบนี้นะ” คามิลเพ่งสายตามองกำแพงโปร่งใสเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกไม่ชอบมาพากล


“ตั้งแต่ทะเลหมอก บุตรแห่งเคออส” ยิ่งพูดสีหน้าของคามิลก็ยิ่งเคร่งเครียด “แล้วยังเขตแดนในเมืองบลีฟ” ว่าแล้วก็หันไปสบตากับเอวา


“คล้ายว่ามีคนต้องการขัดขวางไม่ให้พวกเราไปช่วยฟีลอส”


“ประเด็นคือพวกมันต้องการวิญญาณของฟีลอสไปทำไมต่างหาก” สิ้นคำเอวาก็ชักดาบออกมาจากฝัก หมุนตัวฟาดฟันออกไปเบื้องหลังจากรวดเร็ว เช่นเดียวกับคามิลที่ดีดตัวหลบพลังงานปริศนาบางอย่างที่พุ่งลงมาจากเบื้องบน


ตูม!


เส้นแสงดำนับสิบพวยพุ่งลงมาจากท้องฟ้าก่อนจะปรากฏร่างปริศนาในชุดคลุมสีดำทะมึนนับสิบโอบล้อมพวกเอวาเอาไว้


“ฉันบอกแล้วว่าให้รอกำลังเสริมมาก่อน” เอวากัดฟันกรอด กระชับดาบในมือแน่นก่อนหันหลังชนกับคามิล


“ตอนแรกก็ว่าจะมาดูลาดเลา” คามิลยิ้มเครียด “ใครจะคิดว่าพวกมันจะเล่นใหญ่ ส่งบุตรแห่งเคออสเป็น10มารุมผู้พิทักษ์อ่อนแอ2คน”


ยามที่ร่างปริศนาเหล่านั้นเงยหน้าขึ้นมา พวกเขาจึงพบว่าใบหน้าของคนเหล่านั้นถูกปิดบังด้วยหน้ากากหัวกะโหลกสีขาว ที่มีเอฟเฟ็กต์เป็นลูกตาเรืองแสงสีเขียว และเคียวสีดำขนาดยักษ์ร่วม3เมตรในมือ


“หรือพวกมันมาแก้แค้นให้เจ้าเด็กโคลว์...” คามิลกวาดตามองร่างในชุดคลุมสีดำรอบกายอย่างพินิจ ยิ่งนึกถึงเหตุการณ์ ตายเปล่าของบุตรแห่งเคออสคนก่อนหน้าก็ไม่ทราบว่าควรหัวเราะสมน้ำหน้าหรือร้องไห้ด้วยความเวทนาดี


จะลากเอลิออลไปตามด้วยกัน แต่กลายเป็นว่าเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือแทน!


“เดี๋ยวฉันล่อพวกมันไปอีกทาง ส่วนนายรีบหนีไปแจ้งข่าวกับท่านเซเรน่า...” คามิลเอื้อมมือหมายใช้พลังส่งอีกฝ่ายให้หนีไป ทว่ากลับโดนเอวาคว้าข้อมือไว้เสียก่อน


“นายตายแน่...” เอวาจ้องอีกฝ่ายด้วยสายตาดุดัน “ถึงฉันใช้พลังเทพไม่ได้แต่ก็ไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นหรอกนะ”


ก่อนจะเป็นฝ่ายก้าวเดินออกไปประจันหน้ากับเหล่าคนในชุดดำที่ยังคงยืนนิ่งไม่ขยับ


“พวกแกต้องการอะไร” พร้อมกล่าวเปิดบทสนทนา “มาขวางทางพวกเราทำไมกัน”


นัยน์ตาของเหล่าคนในชุดดำคล้ายทอประกายสีเขียวเรืองรอง ลุกโชนขึ้นกว่าเดิมก่อนใบหน้าที่เป็นเพียงหัวกะโหลกสีขาวนั่นจะค่อยๆ แย้มยิ้มออกมาอย่างน่าหวาดผวา


เอวาขนลุกชันก่อนจะรีบดีดตัวออกห่าง


“พวกเจ้าทุกคนต้องตาย” สิ้นคำเงาสีดำบนพื้นก็กลายเป็นหอกแหลมคมพุ่งขึ้นมาหมายทิ่มแทงพวกเขาสองคนให้ดับสิ้น!


“หนี!” ตะโกนสั้นง่ายได้ใจความ แต่ถึงไม่บอกคามิลก็กระโดดแยกกับเอวาไปไกลลิบแล้ว


เมื่อทิ่มแทงพวกเขาไม่สำเร็จ เงาสีดำบนพื้นก็ยืดตัวออกเป็นเส้นสายสีดำคล้ายเชือก พุ่งขึ้นจากพื้นหมายพันธนาการพวกเขาแทน!


“พวกเจ้าทั้งหมดต้องตาย” เอวากัดฟันกรอด แบ่งสมาธิกระโดดหลบเงาบนพื้นไปพลางส่วนมือก็ตวัดดาบปัดคมเคียวของอีกฝ่ายอย่างยากลำบาก


“เช่นเดียวกับเพื่อนหน้าโง่ของพวกเจ้าที่บังอาจฝ่าเขตแดนนี้เข้าไป”


“อั่ก!”


คำว่า เพื่อนหน้าโง่ของอีกฝ่ายทำให้เอวาชะงักไปจนโดนเคียวคมกริบนั่นปาดเข้าที่แขนซ้ายจนได้เลือด ความรู้สึกหนาวสะท้านราวร่างกายถูกผลักลงไปในธารน้ำแข็งทำให้การเคลื่อนไหวของเขาเชื่องช้าลงกว่าเดิม


คล้ายว่าจะถูกคำสาปเล่นงานเข้าเสียแล้ว


“เอวา!” คามิละโกนเรียกอีกฝ่ายอย่างร้อนรน อยากเข้าไปช่วยใจจะขาดทว่าไม่สามารถปลีกตัวเข้าไปได้ เนื่องจากเอวารับมือคนชุดดำแค่คนเดียว แต่เขาต้องรับมือถึง 9 คน! ราวกับพวกมันล่วงรู้ว่าเอวาใช้พลังเทพไม่ได้...


“เพื่อนของฉันอยู่ในนั้นแล้วงั้นเหรอ” เอวาหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน แขนซ้ายชาจนแทบขยับไม่ได้


“อีกไม่นานก็ได้เจอ” เงาสีดำบนพื้นตรึงร่างของเขาเอาไว้ได้ในที่สุด “หลังจากพวกเจ้าตาย” ก่อนร่างในชุดคลุมสีดำร่างหนึ่งจะเดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเขาแล้วเงื้อมเคียวยักษ์สีดำขึ้นสูง ยามแสงจันทร์ตกลงมากระทบก็ยิ่งคล้ายภาพมัจจุราช


 “จงดีใจที่ได้เป็น เครื่องสังเวยให้กับราชาของพวกเราเสียเถอะ สิ้นคำเคียวเบื้องหน้าก็ตวัดลงมาหมายบั่นคอปลิดชีพของเอวา ทว่า...


4แต้ม!” คามิลปาลูกเต๋ามาขวางกั้นระหว่างเอวากับร่างในชุดดำ ก่อนหน้าลูกเต๋าจะหยุดลงที่4แต้ม


ตูม!!!


จู่ๆ ก็เกิดเสียงระเบิดดังกึ่งก้องพร้อมแสงสีขาวสว่างจ้าจนแสบตา เงาดำที่พันธนาการเอวาไว้เมื่อคู่สลายหายไปในพริบตาเช่นเดียวกับร่างในชุดดำที่หยุดชะงักการเคลื่อนไหวไป


เอวาไม่รอช้ากระโจนไปหาคามิลทันที


“เอลิออลอยู่ในนั้น!” กล่าวจบก็เอื้อมมือไปกระชากแขนของคามิลในตามตนเองไป ระเบิดแสงเมื่อครู่นอกจากทำให้เงาดำบนพื้นสลายหายไปแล้ว ยังทำให้เหล่าคนในชุดดำหยุดชะงักการเคลื่อนไหวไปตามๆ กัน


“ไป!” สับขาวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต ทว่าทิศทางที่พวกเขามุ่งไปกลับไม่ใช่ประตูทางออกแต่เป็น...


“รนหาที่ตาย!” คล้ายได้ยินเสียงก่นด่าและคลื่นพลังที่ซัดไล่หลังมาจากเหล่าคนชุดดำ อีกเพียงไม่กี่เซนติเมตร เคียวนั่นก็จะฝังลงบนร่างของพวกเขาไปแล้ว


คามิลสบตากับเอวา คล้ายเข้าใจอะไรบางอย่างก่อนจะใช้พลังเฮือกสุดท้ายดีดตัวเองเข้าไปในเขตแดนปริศนาที่เต็มไปด้วยคลื่นพลังน่าสะอิดสะเอียนชวนขนลุก...



เรื่องเล่าบทที่11: ผมคือผู้พิทักษ์อันดับ1ที่ เป็นที่รักใคร่ของวิญญาณ(อาฆาต)


ภาพสุดท้ายคือใบหน้าตื่นตะหนกของบาเอลและสัมผัสเรียบลื่นของโลหิตมารที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มก่อนสติจะดับวูบลงและแทนที่ด้วยความมืดมิด แม้แต่เสียงร้องตะโกนของบาเอลก็คล้ายจะถูกความมืดนี้กลืนกินไปด้วย


เป็นความมืดมิดที่ร้อนระอุ อบอ้าว และชื้นแฉะ ยามที่ผมย่ำเท้าไปรอบๆ ก็คล้ายกับกำลังย่ำอยู่บนอะไรบางอย่างที่เหนียวเหนอะหนะและส่งกลิ่นเหม็นชวนคลื่นเหี้ยน


คาดว่าสิ่งที่อยู่ใต้เท้าผมตอนนี้คงไม่ใช่สิ่งน่าภิรมย์นัก สอดส่ายนัยน์ตาไปท่ามกลางความมืดอย่างระแวดระวัง แต่แล้วก็ต้องขนลุกชันเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่พัดผ่านมาจากด้านหลัง


‘!?’ ผมรีบหมุนตัวกลับไปข้างหลังก่อนจะรีบใช้เวทย์แสงออกมา สาดส่องไปทั่วบริเวณด้วยสีหน้าเคร่งเครียด


ความรู้สึกชวนให้ขนทั่วสรรพางค์กายลุกชันเมื่อครู่คล้ายถูกอะไรบางอย่างจับจ้องมา แถมยังรุนแรงจนผมที่หันหลังอยู่รู้สึกราวกับว่ากำลังจะโดนกลืนกิน


ที่นี่ที่ไหน?จะว่าเป็นความฝันก็ไม่ใช่ เพราะเมื่อลองใช้เวทย์เรียกแสงขึ้นมาก็ใช้ได้ปกติ


และไม่นานแสงสว่างก็ขยายวงกว้าง ปัดเป่าความมืดมิดเมื่อครู่ออกไปจนหมด เผยให้เห็นสภาพรอบๆ ที่ผมยืนอยู่


ซึ่งภาพดังกล่าวเองก็ไม่ค่อยน่าดูชมเท่าไหร่นัก


“ถ้าคามิลอยู่คงขวัญกระเจิง” ผมว่าขณะใช้สายตาจับจองภาพเบื้องหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า


ก่อนจะก้มลงมองของเหลวสีแดงข้นคลั่กเหนียวหนืดใต้ฝ่าเท้าตนเอง


ภาพพื้นดินแห้งกรังถูกชโลมไปด้วยเลือด อาบย้อมต้นไม้และธรณีจนกลายเป็นสีแดงเข้ม ตามรายทางไม่มีพื้นที่ใดว่างเว้นจากการถูกชโลมด้วยของเหลวสีแดงข้น ซากศพมนุษย์ถูกกองทิ้งทับถมกันเป็นภูเขา เช่นเดียวกับศีรษะมนุษย์มากมายถูกตัดทิ้งไว้ตามรายทางทอดยาวออกไป


“มนุษย์?” มองซากศพรอบๆ อย่างพินิจ ดูยังไงก็ไม่คล้ายว่าจะเป็นวิญญาณที่ถูกกักขังอยู่ในโลกกลับด้านแห่งนี้ บางร่างเก่าจนแห้งกรัง บางร่างกำลังเน่าเปื่อยจนกลิ่นเหม็นเน่า บางร่างคล้ายเพิ่งถูกสังหารได้ไม่นานเลือดยังคงเป็นสีแดงสดใหม่ แถมเสื้อผ้าบนศพเหล่านั้นก็มีความหลากหลายเป็นอย่างมาก


จำนวนศพบนพื้นที่นี้น่ากลัวว่าจะไม่ต่ำกว่าหมื่น มีความเป็นไปได้สูงที่พวกเขาจะถูกอะไรบางอย่างลักพาตัวมายังที่แห่งนี้ แต่ที่น่ากลัวกว่าคือพวกเขาถูกสังหารไปมากมายขนาดนี้เพื่ออะไร


ผมย่ำเท้าไปตามพื้นที่ถูกชโลมด้วยเลือด นัยน์ตาจับจ้องไปยังศีรษะมนุษย์ที่ถูกนำมาตั้งเรียงราย


คล้ายลูกศรบอกทางที่ถูกสร้างจากศีรษะของมนุษย์


“อยากให้ฉันไปทางนั้นงั้นเหรอ?” เผลอแค่นเสียงหัวเราะหยันออกมาก่อนจะก้าวเดินไปตามทางที่ศีรษะเหล่านี้ถูกทิ้งไว้ แม้รู้ว่าทางข้างหน้าอาจเป็นกับดักก็ตาม ยิ่งเดินไปลึกเท่าไหร่ก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายน่าสะอิดสะเอียนชวนคลื่นเหี้ยนมากเท่านั้น ยิ่งก้าวไปลึกเท่าไหร่พื้นธรณียิ่งถูกเลือดแดงข้นเหนียวหนืดอาบย้อมจนกลายเป็นสีดำข้นขลั่ก


แม้แต่ท้องฟ้าก็ยังเป็นสีแดงฉาน คล้ายท้องฟ้ายามเย็นเองก็ถูกกลิ่นอายความตายของที่แห่งนี้อาบย้อมไปด้วย ไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตอื่น ไร้ซึ่งเสียงกรีดร้องโหยหวนของผู้ตาย มีเพียงความเงียบงันจนน่าขนลุกเท่านั้น


บรรยากาศรอบด้านร้อนระอุ หากแต่ร่างกายผมกลับเย็นเยียบ ยิ่งย่างเท้าเข้าไปไกลมากเท่าไหร่กลิ่นคาวเลือดก็ยิ่งเข้มข้น จนกระทั่งปลายทางปรากฏขึ้น


หมู่บ้าน?’ ใจของผมเต้นระรัว


มองภาพประตูทางเข้าหมู่บ้านขนาดเล็กเบื้องหน้าอย่างยินดี หมู่บ้านที่ทำจากไม้สีน้ำตาลเก่าแก่ยิ่งดูก็ยิ่งคล้าย


ภาพความทรงจำสุดท้ายของฟีลอสที่ตนเองได้พบก่อนออกเดินทาง ผมชะลอฝีเท้าลงเมื่อพบว่าหัวมนุษย์อันสุดท้ายหยุดลงเบื้องหน้าประตูทางเข้าหมู่บ้านไม้เก่าแก่ ห่างออกไปประมาณ 500เมตร เรียกต้นกระบองเพชรออกมาจากมิติก่อนจะขว้างออกไป กระบองเพชรลอยละลิ่วทะลุประตูเข้าไปยังหมู่บ้าน จับจ้องสายตาอย่างพิจารณา


“ไม่ใช่เวทมายามั้ง” ผมพึมพำ เมื่อพบว่าไม่มีปัญหาอะไรจึงก้าวเดินต่อ


ทว่าทันทีที่ย่างเท้าก้าวผ่านลูกศรหัวมนุษย์สุดท้ายนั่นไป...


เจอแล้ว...’


 “!?” ร่างกายของผมก็คล้ายถูกอะไรบางอย่างฉุดกระชากอย่างรุนแรง!


เพียงพริบตาภาพหมู่บ้านเบื้องหน้าก็กลับกลายเป็นห้องโถงมืดสลัว ทันทีที่ร่างของผมแตะลงบนพื้น คบไฟรอบๆ ก็พลันลุกโชนขึ้นมา ส่องสว่างให้เห็นทัศนีย์ภาพรอบๆ ที่มีเพียงกำแพงที่ทำจากหินและพื้นดินที่เต็มไปด้วยอักขระสีแดงทอดยาวเป็นวงกลมคลอบคลุมทุกตารางนิ้วบนพื้นห้อง...


ทันทีที่ผมขยับขาอักขระโลหิตบนพื้นก็พลันเรืองแสงสีแดงเรืองรอง และค่อยๆ ลอยขึ้นมาเหนือพื้นดิน!


คล้ายได้ยินสัญญาณเตือนภัยในหัวตนเองดังลั่น บรรยากาศไม่ชอบมาพากลรอบๆ คล้ายห้องโถงใต้วิหารทิวากาลที่ผมลืมตาตื่นขึ้นมาครั้งแรกแล้วเจอกำแพงอักขระโอบล้อมเอาไว้


ทว่ากำแพงอักขระนั่นมีไว้สำหรับปกป้องร่างของเอลิออล เคียร์ จากปีศาจภายนอก


คิดได้ดังนั้นจึงไล่สายตาไปเรื่อยๆ สุดปลายของอักขระ ก่อนจะหยุดลงตรงกลางห้องที่มีโลงศพสีขาวทอประกายสะดุดตาตั้งอยู่บนแท่นบูชา เพียงแค่มองก็คล้ายสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่รุนแรงที่ชวนให้จิตวิญญาณปั่นป่วน


“อย่าบอกนะว่า..” ผมมองโลงศพเบื้องหน้าอย่างตื่นตะหนก


โลกกลับด้านระดับสูงแห่งนี้กักขังสิ่งใดไว้กัน คำถามเมื่อครั้งก่อนคล้ายได้รับคำเฉลยแล้ว!


อักขระรอบด้านลอยสูงขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่ตัวอักขระเองก็ยังทอประกายสีแดงเข้มขึ้น หากผมไม่ทำอะไรสักอย่างคาดว่าคงได้เป็นเพื่อนเฝ้าโลงในอีกไม่ช้า


“อัญเชิญ...” มองอักขระสีแดงเรืองรองที่โอบล้อมเข้ามาเรื่อยๆ ก็ไม่เสียเวลาพูดพร่ำทำเพลงอีกต่อไป


“โลหิตมาร” สิ้นคำหยาดโลหิตสีดำขนาดเท่าลูกเทนนิสก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือผมก่อนจะแตกกระจายเป็นเม็ดเล็กๆ เข้าไปคลุมอักขระแต่ละตัวรอบๆ


ฉ่า...


ทันทีที่โลหิตมารปะทะกับอักขระเลือดก็เกิดเสียงคล้ายหยดน้ำลงบนกะทะ


ไม่นานอักขระเลือดเหล่านั้นก็มลายหายไป เช่นเดียวกับโลหิตมาร


ผมมองโลหิตมารที่ระเหยไปอย่างตกตะลึง


“อัญเชิญร่างจริงออกมาไม่ได้งั้นเหรอ” คล้ายตะหนักได้ถึงความอันตรายของสถานที่แห่งนี้เป็นครั้งแรก


ถ้าจำไม่ผิดผมอัญเชิญโลหิตมาเข้ามาในโลกกลับด้านได้สำเร็จแล้ว แต่ทำไมถึงเรียกใช้ได้แค่ร่างแยก...


หรือว่าห้องที่ผมอยู่ตอนนี้จะเป็นมิติทับซ้อน!?


ยิ่งคิดก็ยิ่งเครียด ไม่รู้ว่าตอนนี้ข้างนอกเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว ตอนแรกคิดว่าเป็นโลกกลับด้านระดับสูงก็ยังสามารถถูๆ ไถๆ ไปช่วยฟีลอสได้ แต่ในโลกกลับด้านดันมีมิติซับซ้อนเข้ามาอีก!


แถมยังโดน ‘พลังงานลึกลับ’ ฉุดวิญญาณออกจากร่าง แยกมาอยู่คนเดียว! อย่าว่าแต่ตามหาฟีลอสเลย นอกจากพังมิติแห่งนี้แล้วหนีออกไปผมก็ไม่รู้ว่าจะหาทางออกอื่นได้ยังไงแล้ว...


ผมเดินวนไปรอบๆ แท่นบูชาพลางโบกพัดในมือถี่รัวคล้ายจะอยู่ไม่สุข ยิ่งมองโลงศพสีขาวที่ทอประกายแสนขัดตาเบื้องหน้าอย่างพิจารณามากเท่าไหร่สีหน้าของผมก็ยิ่งเคร่งเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ


จะพังมิติทิ้งก็ไม่ได้ เจ้าสิ่งที่อยู่ในโลงนั่นดูยังไงก็ไม่น่าไว้ใจ ถึงขั้นเอามาซ่อนไว้ในมิติซ้อนของโลกกลับด้านย่อมไม่ใช่ของอันตรายระดับพื้นๆ อย่างราชาปีศาจแห่งโซโลมอนแน่ ว่าแล้วก็ขยับเข้าไปสำรวจอีกรอบ


“ศิลานักปราชญ์?” รอบๆ แท่นบูชาถูกฝังด้วยอัญมณี 13 เม็ดขนาดเท่ากำปั้น 5 เม็ดยังคงเป็นคริสตรัลใสทอประกายสีเงินนวลตา ทว่าอีก 7 เม็ดกลับทอประกายสีแดงฉานดั่งโลหิต ส่วนอีกเม็ดยังคงเป็นสีชมพูอ่อนจาง ทว่าคงจะแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงในไม่ช้า


ไม่อยากคิดอะไรน่ากลัวอย่าง ‘หากอัญมณีทุกเม็ดแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานจอมมารจากอดีตกาลจะฟื้นคืนชีพ’ แบบในพล็อตนิยายแฟนตาซีผจญภัยเรื่องผู้กล้าใช้พลังสามัคคีปราบจอมมารหรอกนะ


แต่มันอดไม่ได้จริงๆ !


เจอแล้ว…’ ทว่าก่อนจะได้ลงมือใช้กำลังทุบทำลายสิ่งอัปมงคลเบื้องหน้า สัมผัสน่าขนลุกจากด้านหลังก็ทำให้ผมดีดตัวออกห่างจากแท่นบูชาอย่างรวดเร็ว


“ใคร!?” ผมตวาดกร้าว แม้จะถอยห่างออกมาแล้วทว่าสัมผัสเย็นเยือกกลับไม่หายไป!


 หาเจอแล้ว...

‘!?’

จู่ๆ ร่างกายของผมก็พลันแข็งทื่อ เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจนั่นเพียงเอ่ยออกมาแค่ประโยคเดียวก็ทำให้ผู้ฟังรู้สึกสั่นสะท้านไปถึงจิตวิญญาณ


ดูเหมือนว่าอักขระสีแดงที่ผมเพิ่งทำลายไปจะไม่ได้เอาไว้สำหรับกันผู้บุกรุกอย่างเดียว


 หาเจอแล้ว’ คล้ายกลัวว่าผมไม่ได้ยิน เสียงทุ้มต่ำนั่นจึงได้เอ่ยออกมาอีกครั้ง ผมหุบพัดในมือฉับพลันพลางกวาดสายตาไปรอบด้านอย่างระแวดระวัง


 “นายเป็นใคร?” ก่อนจะเริ่มบทสนทนาด้วยการถามออกไป ทว่าความรู้สึกเย็นเยือกที่พัดผ่านไปตามใบหน้าและลำคอชวนให้ขนลุกชันกลับยิ่งทว่าความรุนแรงมากกว่าเดิม


ข้าหาเจ้าเจอแล้ว ทว่าสิ่งที่ได้กลับมาดันเป็นประโยคเดิมพาลให้คนถามยิ่งหงุดหงิดใจกว่าเดิม


 “ฉันถามว่านายเป็นใคร” ผมถามอีกรอบ


ทว่าสิ่งที่ได้กลับมาคราวนี้กลับเป็นเสียงหัวเราะบ้าคลั่ง


ข้าหาเจ้าเจอแล้ว!ข้าหาเจ้าเจอแล้ว!ข้าหาเจ้าเจอแล้ว!ข้าหาเจ้าเจอแล้ว!ข้าหาเจ้าเจอแล้ว!ข้าหาเจ้าเจอแล้ว!ข้าหาเจ้าเจอแล้ว!ข้าหาเจ้าเจอแล้ว!ข้าหาเจ้าเจอแล้ว!ข้าหาเจ้าเจอแล้ว!ข้าหาเจ้าเจอแล้ว!ข้าหาเจ้าเจอแล้ว!ข้าหาเจ้าเจอแล้ว!ข้าหาเจ้าเจอแล้ว!ข้าหาเจ้าเจอแล้ว!ข้าหาเจ้าเจอแล้ว!ข้าหาเจ้าเจอแล้ว!ข้าหาเจ้าเจอแล้ว!ข้าหาเจ้าเจอแล้ว!ข้าหาเจ้าเจอแล้ว!ข้าหาเจ้าเจอแล้ว!ข้าหาเจ้าเจอแล้ว!ข้าหาเจ้าเจอแล้ว!ข้าหาเจ้าเจอแล้ว!ข้าหาเจ้าเจอแล้ว!ข้าหาเจ้าเจอแล้ว!ข้าหาเจ้าเจอแล้ว!ข้าหาเจ้าเจอแล้ว!ข้าหาเจ้าเจอแล้ว!ข้าหาเจ้าเจอแล้ว!ข้าหาเจ้าเจอแล้ว!ข้าหาเจ้าเจอแล้ว!ข้าหาเจ้าเจอแล้ว! ข้าหาท่านเจอแล้ว!’


พร้อมกล่าวคำพูดประโยคเดิมซ้ำไปมาคล้ายคนเสียสติ แต่เสียงทุ้มต่ำนั่นคล้ายฝังลึกเข้าไปในจิตวิญญาณ ผมขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์ แน่ใจแล้วว่า ‘ผี’ ที่กำลังพูดกับตนเองตอนนี้คือสิ่งที่นอนอยู่ในโลง!


ส่วนอักขระนั่นไม่ได้เอาไว้กันผู้บุกรุกอย่างเดียว แต่มีไว้เพื่อจองจำไม่ให้สิ่งที่อยู่ในโลงหลุดออกมา!


ตอนนี้รู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นพยานในนาทีประวัติศาสตร์เลยครับ


แล้วยังเป็นประวัติศาสตร์เรื่องผู้พิทักษ์อันดับ1 ช่วยคลายผนึกจอมมารอีกด้วย...


ถ้าผู้บัญชาการสาวคนงามแห่งแพนโดร่ารู้เข้าคงอกแตกตาย อดใจไม่ฆ่าผมไม่ได้แล้ว!


“เรือหาย...” ผมเหงื่อแตกพลั่กทั้งๆ ที่อากาศรอบด้านเย็นเยือก จะเข้าไปทุบคริสตัลทิ้งสุ่มสี่สุ่มห้าก็ไม่แน่ใจว่าช่วยทำให้ผนึกคลายเร็วขึ้นหรือไม่ สิ่งที่อยู่ในโลงก็ยิ่งไม่รู้จัก


ผมกวาดสายตาไปรอบๆ หมายจะหาทางออกไปจากที่แห่งนี้ ทว่าดันไม่มีประตูอยู่เลย!


อยู่ในโลกกลับด้านย่อมไม่กล้าใช้หลุมดำทำลายสุ่มสี่สุ่มห้า หนทางสุดท้ายคงหนีไม่พ้น...


“บาเอ...” เตรียมอ้าปากเสี่ยงชีวิตอัญเชิญปีศาจรับใช้เพื่อนยามยากออกมา อัญเชิญโลหิตมารออกมาไม่ได้แต่น่าจะอัญเชิญสัญญาทาสออกมาได้!


ทว่าไม่ทันได้กล่าวออกมาจนจบ จู่ๆ ร่างของผมก็แข็งทื่อไม่สามารถเอื้อนเอ่ยคำพูดใดๆ ออกมาได้


สัมผัสเย็นเยือกรุนแรงเมื่อครู่พลันแปรเปลี่ยนเป็นสายลมอ่อนจางพัดผ่านไปตามใบหน้าและเส้นผมของผมแผ่วเบาราวสัมผัสจากแมลงปอยามแตะผิวน้ำ


ข้าหาเจ้าเจอแล้ว…’ ก่อนเสียงทุ้มต่ำนั้นจะดังขึ้นประชิดใบหู กล่าวย้ำประโยคเดิมซ้ำไปมา


นัยน์ตาสีทองพลันวาวโรจน์ รีดเค้นพลังเพื่อสะบัดพันธนาการออก ตวัดพัดไปยังแหล่งที่มาของเสียงก่อนจะรีบสร้างปราการแสงมาป้องกันร่างของตนเองไว้ น่ากลัวว่าหากอีกฝ่ายคิดจะฆ่าผมเมื่อครู่คงได้ตายแบบไม่รู้ตัวเป็นแน่


เจอแล้ว...’

‘!?’

จู่ๆ ร่างของผมก็แข็งทื่อจนขยับไม่ได้ มีอะไรบางอย่างนาบลงกับแผ่นหลัง คล้ายถูกพลังงานปริศนาดึงเข้าไปโอบกอด แว่วได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วเบาข้างใบหู ทว่าคราวนี้สัมผัสแผ่วเบาที่ใบหน้าและเส้นผมกลับกลายเป็นสัมผัสเย็นเยียบและจาบจ้วงคล้ายสัมผัสจากมือของมนุษย์ ที่ตะโบมลูบไล้ไปตามร่างกายของผมอย่างหยาบคาย


 เกิดมาเพิ่งเคยโดนผีลวนลาม...



____________________________________________________________________________________________

ปุจฉา: ข้าหาเจ้าเจอแล้ว เจ้าของประโยคคือใครระหว่าง...

A: พระเอก

B: ตัวร้าย

C: ถูกทุกข้อ


ปล. ตอนแจ้งข่าวสัปดาห์ที่แล้ว จริงๆ แอบคิดว่าอยากรีไรท์นิดนึงครับ 555555 ไม่แน่ใจว่าหลังๆ แต่งนิยายดรอปลงหรือเปล่า รู้สึกคนอ่านน้อยลง เนื้อเรื่องยืดไปยังไม่ไปช่วยฟีลอสสักที--- #แค่ก ถ้ามีอะไรอยากให้ปรับปรุงหรือข้อเสนอแนะเพิ่มเติมบอกได้เลยนะครับ TvT


อัพตอนพิเศษ: อั่งเปา ไอเซนxเอลิออล ไว้บนเพจนะครับ ไม่ได้ลงในบทความหลัก

#ผู้พิทักษ์ฉบับพกพา

ขอบคุณที่ติดตามครับ

ฉบับยังไม่ตรวจทาน

08/02/2019


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.852K ครั้ง

3,345 ความคิดเห็น

  1. #3338 bllam1880 (@bllam1880) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 15:33
    อยากให้เป็นทั้งพระเอกทั้งตัวร้าย....จะได้กดน้องอย่างไม่อา- // สัญญาณขาดหาย
    #3338
    0
  2. #3303 Choco'l Pis (@nekoy) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 18:37
    คุณพระเอ๊กกกกก
    #3303
    0
  3. #3233 ♣hotchoc♣ (@wanirahot) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 13:49
    พระเอกกกห
    #3233
    0
  4. #3189 Mihr (@y_pps) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 20:25
    ข้อ C

    ในที่สุดก็มาแล้วววววววววว
    #3189
    0
  5. #3178 Beam-_- (@Beam-_-) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 15:18

    C แน่นนอน +D ผีโรคจิต แค่กๆ

    #3178
    0
  6. #2968 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 14:10
    Cจ้าอิอิ^^
    #2968
    0
  7. #2950 sunanthayanghun (@sunanthayanghun) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 08:40
    C ถูกทุกข้า
    #2950
    1
  8. #2949 Drizzleinwinter (@Drizzleinwinter) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 18:19
    ไม้พายพร้อมเว่อ
    #2949
    0
  9. #2944 pearrysis (@pEArry1230) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 19:45
    หนูรอเตรียมพายเรือให้น้องนานแล้ววววววววว กรี้ดตื่นเต้นอ่าาา
    #2944
    0
  10. #2699 arainaka (@babyll) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 23:39
    พระเอกเหรอ!? พระเอกเป็นจอมมารรึ
    #2699
    0
  11. #2681 KuppaKP (@KuppaKP) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 05:01
    พระเอกเป็นจอมมารรรร
    #2681
    0
  12. #2637 GOT-MarkBam (@Angle-2358) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 11:47
    กรี๊ดดดด น้องโดนลวนลาม!!! อิบ้า!! อย่าเขินสิ!!
    #2637
    0
  13. #2463 PCYB614 (@PCYB614) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 22:06
    พระเอกเป็นตัวร้ายยย!!
    #2463
    0
  14. #2428 09fg (@09fg) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 20:23
    ต้องเออยู่แล้ว
    #2428
    0
  15. #2157 neooooo (@inspirit-yeol) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 00:33
    ถูกทุกข้อไว้ก่อนงานนี้555555
    #2157
    0
  16. วันที่ 8 เมษายน 2562 / 21:03
    พระเอกของเรื่องที่คือตัวร้ายระดับss++ค่ะ!!
    #2090
    1
  17. #2030 peace_in_apple (@peace_in_apple) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 20:54
    ถูกทุกข้อ
    #2030
    0
  18. #2008 ChompunutEksuk (@ChompunutEksuk) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 20:15
    มีถูกทุกข้อก็เลือกถูกทุกข้อCแน่นอน
    #2008
    0
  19. #1933 โคมวิเศษ (@nali-rabanos) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 20:31
    พระเอกที่เป็นตัวร้ายค่ะ!!
    #1933
    1
    • #1933-1 kiriyu_kura (@kiriyu25) (จากตอนที่ 12)
      3 เมษายน 2562 / 20:44
      ชอบพระร้ายเหมือนกันเลยครั—- แค่กๆ
      #1933-1
  20. #1805 minggg- (@minggg-) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 02:51

    นี่คือพระเอก (? ) และควบตัวร้ายของเรืองใช่ไหมเนี่ยยย

    กรี๊ดดด

    #1805
    0
  21. #1578 คนที่เงียบๆ (@bell8888) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 23:37
    เรือหาย เน็ตไม่ดี
    #1578
    0
  22. #1577 คนที่เงียบๆ (@bell8888) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 23:36
    กด c รัวๆค่ะ
    #1577
    0
  23. #1576 คนที่เงียบๆ (@bell8888) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 23:36
    กด c รัวๆ
    ค่ะ
    #1576
    0
  24. #1575 คนที่เงียบๆ (@bell8888) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 23:36
    กด c รัวๆค่ะ
    #1575
    0
  25. #1567 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 09:42
    เอา c

    ไปท่านจ้าวแน่นอน
    #1567
    0