[FIC INUYASHA] Destiny พิชิตชะตา สัญญารัก

ตอนที่ 16 : ♣ Destiny ♣ Chapter 15

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 165
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    2 ก.ค. 63

 Destiny  Chapter 15

แสงแดดจ้าของดวงอาทิตย์ฤดูร้อน ไม่ได้ทำให้เหล่าหนุ่มๆไฟแรงที่มาเข้าค่ายของโรงเรียนหวาดกลัวว่าผิวของพวกเขาจะแผดไหม้แต่อย่างใด หนำซ้ำความร้อนของแดดยังไม่อาจสู้ความร้อนระอุแห่งการอยากเอาชนะของพวกเขาได้เลย ร่างสูงผมดำในชุดเสื้อกล้ามสีครีมกับกางเกงขาสั้นสีส้ม บนศีรษะสวมที่คาดหัวเป็นเอกลักษณ์ หางม้าที่รวบไว้พลิ้วไหวกับสายลมตามความว่องไวในการต่อกรกับลูกบอลที่ถูกส่งมาจากอีกฟาก ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังคู่แข่งศัตรูตลอดกาลของเขา ที่อยู่อีกฟากไม่วางตา


“เอาไปกินซะ อินุยาฉะ!” โคงะกระโดดง้างมือตบลูกบอลเต็มแรงตรงไปทาง เจ้าของเรือนผมสีดำสลวยที่ถูกรวบขึ้นในชุดเสื้อยืดสีแดงเข้าคู่กับกางเกงยีนขาสั้น เรียกเสียงกรี๊ดจากสาวๆและเสียงเชียร์จากหนุ่มเพื่อนนักเรียนที่มาชมศึกกันอย่างลุ้นระทึก อินุยาฉะงัดลูกบอลขึ้นจากพื้น ก่อนเพื่อนร่วมทีมจะส่งลูกกลับไปอีกฟาก เจ้าลูกสมุนตัวดีของโคงะรับเอาไว้ได้อย่างสวยงาม ก่อนจะเกิดการปะทะไปมาอย่างดุเดือด


“เฮ้ย!” และเมื่อลูกถูกส่งขึ้นไปยังจังหวะที่เหมาะ อินุยาฉะก็กระโดดตบลงไปเต็มแรง อัดลงที่พื้นตรงหน้าของโคงะและได้คะแนนไปอย่างสวยงาม


“อ้ากก เจ้าบ้าอินุยาฉะ บังอาจนักนะแก” โคงะร้องโวยขึ้น เมื่อเกมจบลงในลูกตัดสินเมื่อครู่  อินุยาฉะมองดูโคงะที่มองมาทางเขาด้วยสายตาเจ็บใจ ก็แสยะยิ้มให้ก่อนเอ่ยขึ้น “หึ ครั้งนี้ฉันชนะ”


“ไอ้บ้านี่ อ้ากกก แกนะแก อินุยาฉะ”


“พี่โคงะ ใจเย็นๆพี่” ลูกสมุนทั้งสองเข้าไปคว้าตัวลูกพี่ไว้ ก่อนที่จะเกิดศึกปะทะร้ายแรง  เมื่อเห็นอินุยาฉะเดินไปนั่งที่ใต้ร่มชายหาด พวกเขาก็ปล่อยลูกพี่ออกแล้วกลับเข้าสู่เกมอีกครั้ง โดยครั้งนี้เหล่าผู้ท้าชิงที่จะมาเล่นกับพวกเขาคงดวงซวยน่าดู ที่ต้องปะทะกับโคงะที่กำลังไฟลุกพรึ่บตบลูกเป็นกระสุนแน่ๆ

...หวังว่าจะไม่มีใครบาดเจ็บล่ะนะ....ฮ่ะๆ

 


“เฮ้ อินุยาฉะ เอ้าน้ำ” อินุยาฉะหันไปตามเสียงเรียกหลังจากนั่งพักมองการโคงะรังแกคู่ต่อสู้อยู่ ก่อนรับเครื่องดื่มเย็นเฉียบที่อีกฝ่ายโยนมาให้ได้พอดิบพอดี เขามองดูเจ้าเพื่อนตัวดีที่ยิ้มแฉ่งอย่างมีความสุขหลังจากหายตัวไปตั้งแต่เขาเริ่มแข่ง ก่อนเอ่ยขึ้น “ขอบใจ”


“นี่อินุยาฉะ นายไม่ไปดู สาวๆว่ายน้ำเหรอ” มิโรคุนั่งลงข้างๆเขา


“ฉันไม่ใช่นาย” อินุยาฉะเอ่ย ก่อนยกเครื่องดื่มที่เห็นว่าเป็นน้ำสับปะรดกระป๋องขึ้นดื่มดับกระหาย


“แหมมมม ทั้งที่คาโงเมะจังแต่งตัวชุดว่ายน้ำทูพีซน่ารักกำลังว่ายน้ำอยู่นู่นเชียวนะ ไม่อยากเห็นเหรอ”


อินุยาฉะสำลักน้ำสับปะรดกระป๋อง ก่อนเขม่นตาใส่เจ้าเพื่อนตัวดีที่ทำตาหวานหยาดเยิ้ม


“ฉันไม่ได้โรคจิตเหมือนนายนะเฟ้ย” อินุยาฉะยกมือโบกเข้าให้ที่หัวเพื่อนตัวดี จนอีกฝ่ายยิ้มแห้งๆ


“แหม มาทะเลทั้งทีก็ต้องดูสาวๆว่ายน้ำสิ นายนี่น้า” มิโรคุเอ่ยแซวพลางยกมือกุมขมับส่ายหัวราวกับเสียดายความหนุ่มแน่นของเจ้าเพื่อนของเขา


มิโรคุเหลือบมองเพื่อนที่หันไปสนใจการแข่งพลางยิ้มไปหัวเราะไป แล้วก็อดระบายยิ้มตามไม่ได้ ดีแค่ไหนที่เจ้าเพื่อนของเขาจะแสดงสีหน้าและท่าทางร่าเริงได้แบบนี้ หลังจากผ่านเรื่องแย่ๆตอนย่าชิมาดะป่วยมาได้ ถึงแม้ตอนนี้ผ่านมาหลายเดือนคุณย่าจะกลับไปพักที่บ้านได้แล้วก็เถอะนะ แต่เพราะอาการป่วยเลยยังต้องไปตรวจร่างกาย เพื่อติดตามอาการอยู่ตลอดก็เถอะ.....


 “เจ้าบ้านั่นคิดจะฆ่าคนด้วยลูกบอลนั่นหรือไงเนี่ย” อินุยาฉะเอ่ยขึ้นอย่างนึกขำ มิโรคุหันมองร่างสูงที่ฉายประกายโดดเด่นท่ามกลางผู้คนที่รายล้อมก็อดรู้สึกแปลกไม่ได้ ตั้งแต่ที่อินุยาฉะทำงานพิเศษทั้งคู่ก็ดูจะสนิทกันมากขึ้นเยอะจนน่าประหลาดใจ คงเป็นเพราะต่างฝ่ายต่างเข้าใจในบางสิ่งที่มีแต่คู่ปรับกันเท่านั้นถึงจะเข้าใจล่ะมั้ง.....


“นายคิดว่าไง? มิโรคุ? เฮ้ มิโรคุ?” อินุยาฉะหันมาถามเพื่อนตัวดีที่เงียบไป ก่อนสะกิดอีกฝ่ายจนเรียกสติกลับมาทำหน้าเหลอหลาเหมือนคนพึ่งตื่น


“อะไรของนาย มองสาวๆอยู่สิท่า เดี๋ยวฉันจะฟ้องยัยซังโกะนะเว้ย”อินุยาฉะเอ่ยแซวคืน


“อย่าเชียวนะ ฉันไม่อยากถูกถ่วงน้ำกลายเป็นอาหารฉลาม ฮ่าๆ” มิโรคุเอ่ยล้อพร้อมทำท่าทางหวาดกลัว เรียกเสียงหัวเราะจากเจ้าเพื่อนตัวดีของเขาไปด้วย

อย่างน้อยๆ ตอนนี้ก็ไม่ได้เกิดเรื่องไม่ดีอะไรกับอินุยาฉะล่ะนะ....

 

.................................................

 

“ว้าวววว น่ากินจังเลย” เสียงของเพื่อนนักเรียนหญิงร้องขึ้น หลังจากอาจารย์พูดสรุปกิจกรรมของวัน พร้อมกับเสียงเพื่อนนักเรียนชายที่กู่ร้องดีใจลงมือจัดการกับอาหารเย็นที่โรงแรมจัดเตรียมเอาไว้บนโต๊ะตัวยาวสีดำที่นั่งกันอยู่ทันที

มิโรคุกับอินุยาฉะนั่งข้างกันอยู่ปลายอีกด้านของโต๊ะตัวยาว โดยมีคาโงเมะกับซังโกะนั่งอยู่ตรงข้ามของโต๊ะ


“วันนี้สนุกไปเลยนะ” คาโงเมะเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มมีความสุข ซังโกะพยักหน้าเห็นด้วยขณะคีบเนื้อปลาเข้าปาก


“นั่นสินะ วันนี้ฉันก็มีความสุขเหมือนกัน” มิโรคุเอ่ยยิ้มหวาน


“แน่สิ นายมองสาวทั้งหาดเลยนี่นะ” อินุยาฉะเอ่ยแซว ก่อนเจ้าเพื่อนตัวดีจะถูกซังโกะใช้เท้ากระแทกจากใต้โต๊ะ


“อินุยาฉะ! นายนี่มัน” มิโรคุร้องครวญฝุบลงกับโต๊ะ “ใช่สิ ใครจะเหมือนนายล่ะเนาะ คาโงเมะจัง หมอนี่น่ะ... อื้อ!


“กินไปเงียบๆเถอะนายน่ะ” อินุยาฉะคีบปลาชิ้นหนึ่งยัดเข้าไปในปากมิโรคุทันที เพื่อไม่ให้เจ้าเพื่อนตัวดีใส่ร้ายอะไรเขาได้


“พวกนายนี่น้า” คาโงเมะยิ้มขำกับท่าทีเด็กๆของทั้งคู่


“จริงสิ ได้ยินว่าวันนี้จะมีทดสอบความกล้าเหรอซังโกะจัง?” คาโงเมะหันมาถามเมื่อนึกถึงสิ่งที่อาจารย์เคยแจ้งขึ้นมาได้


“อืม เห็นว่าจะเริ่มหลังกินข้าวเย็นนี่เสร็จนะ”ซังโกะเอ่ยตอบ


“ทดสอบความกล้างั้นเหรอ?” อินุยาฉะเอ่ยทวน


“ทำไมนายกลัวหรือไงเจ้าลูกหมา?” น้ำเสียงยียวนกวนประสาทดังมาจากอีกฟากของโต๊ะ เมื่อเจ้าของเสียงเดินมาหยุดอยู่ข้างหลังคาโงเมะและเอ่ยทักขึ้นด้วยสีหน้าเหนือกว่า


“โคงะคุง?” คาโงเมะสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อร่างสูงโผล่มาทางด้านหลัง อินุยาฉะเขม่นตาใส่อีกคน “นายจะไปไหนก็ไป นายทำข้าวฉันเสียรสชาติหมด”


“ว่าไงนะ เจ้านี่!” โคงะเอ่ยอย่างหัวเสีย เรียกสายตาจากเพื่อนนักเรียนคนอื่นให้หันมาสนใจว่าจะเกิดศึกขึ้นอีกแล้วหรือไม่


“ลูกพี๊” ลูกสมุนทั้งสองวิ่งปรี่เข้ามาห้ามทัพทันที  


“ใจเย็นๆนะทั้งสองคน”คาโงเมะเอ่ย เมื่อเห็นดวงตาของทั้งคู่จ้องกันราวกับมีกระแสไฟฟ้าดังเปรี๊ยะๆระหว่างกัน


“พวกนายใจเย็นๆ” มิโรคุยกมือพร้อมเอ่ยขึ้นห้ามทัพเช่นกัน ก่อนโคงะจะหึใส่ “ไว้ฉันจะรอดูนายกรีดร้องนะเจ้าลูกหมา”


“ใครกันแน่” อินุยาฉะเอ่ยตอกกลับ โคงะเขม่นตาใส่อีกคน แล้วสะบัดหน้าเดินหนีไป


ทุกคนในที่นั้นถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนหันไปสนใจเรื่องของตัวเองกันต่อ มิโรคุมองเพื่อนรักที่นั่งกินข้าวพลางขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด  นี่เขาชักไม่แน่ใจแล้วสิ ว่าการที่เขาคิดว่าทั้งสองสนิทกันขึ้น เขาคิดไปเองหรือเปล่า เฮ้อ..... 


 

  ...........................................................................

 

 เหล่านักเรียนต่างมาออกันที่ทางเข้าป่าลึกแห่งหนึ่ง ใกล้ๆกับโรงแรม โดยมีรุ่นพี่ปีสามยืนถือไฟฉายและเอ่ยกติกาให้แก่พวกเขาฟัง อินุยาฉะ มิโรคุ ซังโกะและคาโงเมะยืนจับกลุ่มกันอยู่ด้วยกัน ก่อนพวกรุ่นพี่จะเดินเอาเชือกคล้องแขนที่มีสัญลักษณ์ต่างกันเพื่อใช้สลับจับคู่ โดยถ้าสัญลักษณ์เหมือนกันก็จะเป็นคู่ทดสอบความกล้าในครั้งนี้ และก่อนที่จะไปถึงจุดหมาย ห้ามให้เชือกนี้ขาดเด็ดขาด


“ต่อไปให้ทุกคนหาคู่ของตัวเองแล้วเราจะปล่อยพวกเธอไปตามลำดับ”


“พวกนายได้อะไรกันน่ะ” คาโงเมะเอ่ยถามขึ้น  พร้อมยกเชือกที่มีรูปแมวของเธอขึ้นให้พวกเขาดู


“เห....ของคาโงเมะจังเป็นแมวเหรอ เหมือนของหมอนี่เลย” มิโรคุเอ่ยเสียงร่าพร้อมชูมือของอินุยาฉะให้เธอดู ก่อนอินุยาฉะจะรู้ว่ามันเป็นรูปแมวจริงๆ.....


“เอ๊ะ” คาโงเมะหน้าระเรื่อขึ้น เมื่อคิดว่าเธอต้องจับคู่กับอินุยาฉะ


“ดีใจล่ะสิ อินุยาฉะ” มิโรคุเอ่ยกวนเพื่อนตัวดีที่ทำตัวไม่ถูก เขาไม่คิดว่าตัวเองจะถูกจับคู่กับคาโงเมะเลยแท้ๆ


“บังเอิญจังเลยนะ”ซังโกะเอ่ยเบาๆพร้อมรอยยิ้ม


“งั้นหรือว่าซังโกะจังก็ได้เหมือนฉันหรือเปล่าน้า” มิโรคุเอ่ยขึ้น ก่อนดูเชือกของซังโกะและพบว่ามันไม่เหมือนกัน


“หวา แย่จัง ไม่เหมือนกันอ่ะ ซังโกะจังงง”มิโรคุเอ่ยเสียงทะเล้นพร้อมทำน้ำตาคลอ ก่อนยกหลังมือของซังโกะขึ้นไปถูกับแก้มแล้วถูกอีกฝ่ายผลักออก


“เจ้าบ้านี่ ฉันไปหาคู่ฉันก่อนล่ะ คาโงเมะจัง เอาไว้เจอกันนะ” ซังโกะยิ้มให้คาโงเมะ ก่อนคาโงเมะจะทำท่าเขินๆ


“งั้นฉันก็ไปบ้างดีกว่า” มิโรคุเอ่ย ก่อนจะผละตัวจากไป ปล่อยทั้งสองคนเอาไว้ตรงนั้น

 

 

.................................................

            บรรยากาศมืดสลัวกับเสียงลมที่พัดผ่านต้นไม้ให้เกิดเสียงโหยหวยชวนให้ขนแขนลุกซู่ อินุยาฉะและคาโงเมะเดินตามทางที่รุ่นพี่บอกมาเรื่อยๆ เพื่อตามหารูปปั้นจิ้งจอกประจำเมืองนี้ ที่ถ้าผ่านป่าไผ่ไป ก็จะเจออยู่ที่หน้าแท่นบูชาเก่าๆที่อยู่ลึกเข้าไปไม่ไกลจากที่นั่น

            อินุยาฉะกับคาโงเมะ พวกเขาเดินกันมาโดยคาโงเมะคล้องแขนของอินุยาฉเอาไว้หลวมๆ สายตาของอินุยาฉะทอดยาวตามแสงของไฟฉายบนพื้นเรื่อยๆขณะที่ก้าวเดิน ทั้งคู่ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา  ได้ยินเพียงเสียงหัวใจที่เต้นระรัวในอก ไม่รู้ว่าเพราะความกลัวหรือเพราะความประหม่าที่นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาอยู่กันสองต่อสองในที่มืดๆตอนดึกๆแบบนี้


            “นี่ อินุยาฉะ” คาโงเมะเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบเพราะทนกับความเงียบอันน่าอึดอัดต่อไปอีกไม่ไหว เสียงของเธอทำเอาอินุยาฉะแอบสะดุ้งเบาๆ


            “อะ อะไร” 


“จะว่าไปมันก็ไม่น่ากลัวเท่าไหร่เนาะ” คาโงเมะเอ่ยต่อ ทั้งที่มือของเธอยังสั่นอยู่


“หึ เธอกลัวอยู่เห็นๆนี่” อินุยาฉะเอ่ยแซว


“ไม่ใช่ซะหน่อยนะยะ”คาโงเมะเอ่ยตอบพลางใช้มือทุบแขนอีกฝ่าย


“นั่นสินะ เธอเป็นถึงมิโกะของศาลเจ้า กับแค่ภูตผีคงไม่กลัวหรอกใช่ไหม”


“ แน่ แน่นอนอยู่แล้วสิยะ”


 

พรึ่บ !

“แว๊ก / กรี๊ดด” ทั้งสองร้องเสียงหลงด้วยความตกใจที่เห็นเงาบางอย่างผ่านหน้าพวกเขา จนเผลอหลับตาหันไปกอดกันแน่น เสียงหัวใจในอกกว้างเต้นไม่เป็นจังหวะ หญิงสาวหน้าระเรื่อเมื่อสัมผัสถึงไออุ่นจากอีกคน อินุยาฉะค่อยๆลืมตาขึ้น


“ทะ โทษที”อินุยาฉะผละตัวออก ก่อนหันหน้าไปทางอื่น “เมื่อกี้ มันอะไรน่ะ” อินุยาฉะส่องไฟฉายไปรอบๆ ก่อนจะพบกับต้นเหตุ แล้วเขาก็พบเข้ากับเจ้าต้นเหตุที่ทำให้พวกเขาตกใจเมื่อครู่ ดวงตากลมโตสีทองวาววับนั้นจ้องมาทางพวกเขา


“เมี๊ยว” ก่อนจะร้องเหมือนเยาะเย้ยกับความขี้ขลาดของเด็กหนุ่มแล้ววิ่งหายเข้าโพร่งหญ้าไป


คาโงเมะมองดูแล้วก็อดขำออกมาไม่ได้ ที่พวกเขาตกใจกับแค่แมวดำตัวเดียว


“ยัยบ้า หัวเราะอยู่ได้”


“ก็มันตลกจะตายนี่ หมาแบบนายกลัวกับแค่แมวเนี่ยนะ”


“เธอพูดดีไปนะ เธอก็ร้องเสียงหลงเหมือนกันแหละน่า”อินุยาฉะเถียงกลับ กับแค่เขาชื่ออินุไม่ได้หมายความว่าเขาจะตกใจแมวไม่ได้ซะหน่อย เขาก็คนนะเว้ย!


“เอาเถอะ ฉันไม่เถียงกับนายแล้ว เรารีบเดินต่อไปให้ถึง แล้วรีบกลับออกไปกันเถอะ ไม่รู้ปานนี้คนอื่นๆจะไปถึงกันหรือยัง”

 

“อย่าหนี!” เสียงตะโกนดังขึ้นท่ามกลางความมืด ก่อนจะมีเงาดำๆวิ่งออกมาจากความมืดของป่าอย่างรวดเร็วพร้อมชนเข้ากับพวกเขาทั้งคู่ที่หันไปสนใจ


“กรี๊ด” คาโงเมะร้องกรี๊ด เมื่อเธอถูกใครบางคนชนเข้าอย่างแรง ด้วยความตกใจเลยปล่อยแขนที่คล้องอินุยาฉะเอาไว้ออกจนเซลงไปนั่งกับพื้น


“คาโงเมะ!” อินุยาฉะร้องขึ้น ก่อนส่องไฟฉายไปทางเงาคนที่ผ่านไปนั่น แต่น่าเสียดายที่คนนั้นวิ่งเร็วมากจึงเห็นเพียงหลังของอีกฝ่าย แต่ไม่ทันที่เขาจะตัดสินใจวิ่งตามไป เขาก็สัมผัสได้ถึงเสียงฝีเท้าจากทางข้างหลังที่ตรงมาทางพวกเขา เขาสังหรณ์ใจว่าอาจเป็นพรรคพวกของเจ้าคนนั้น เลยรีบหันไปสาดไฟฉายใส่ทางนั้นทันที  


“เฮ้ย” ก่อนจะพบกับร่างสูงที่ร้องขึ้นด้วยความตกใจพร้อมยกแขนขึ้นปิดใบหน้าที่ถูกแสงส่องเข้าตรงๆในความมืดทำให้ตาเขาพร่าไปชั่วขณะ อินุยาฉะรีบใช้มือข้างที่ไม่ได้ถือไฟฉายคว้าแขนของร่างที่สูงกว่านั้นเอาไว้


“แกเป็นใคร” อินุยาฉะตวาด ก่อนอีกฝ่ายเหมือนจะปรับสายตาได้ ยกมือออกจากหน้า พร้อมสบถใส่อีกคน


“แกนั่นแหละ มาขวางทำไม...หะ ดูสิมัน...” น้ำเสียงที่หัวเสีย เมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงที่เบาลงและดูราวกับแปลกใจกับภาพที่ได้เห็น


อินุยาฉะจับจ้องใบหน้าของอีกคน หน้าตาหล่อเหลากับดวงตาสีม่วงที่ลุ่มลึกราวกับเก็บซ่อนปริศนาเอาไว้ภายใน ดวงตาสีม่วงที่มองมาทางเขาของชายหนุ่มร่างสูงเรือนผมสีดำในชุดเสื้อเชิ๊ตสีเทามีท่าทีประหลาดใจขณะที่มองตรงมาทางเขาและเบนสายตาไปที่คาโงเมะที่อยู่ข้างๆ


 “อินุยาฉะ นายไม่เป็นไรนะ” คาโงเมะที่ได้สติลุกขึ้น มองเงาทั้งสองที่กำลังประจันหน้ากันอยู่


“นายเป็นใครกันหะ” อินุยาฉะเอ่ยอย่างหัวเสียใส่อีกคน คนตรงหน้าคิดจะทำอะไรกันแน่ แล้วเจ้าคนเมื่อกี้ที่ชนพวกเขาเป็นพวกเดียวกับคนตรงหน้าหรือเปล่า  แต่ไม่ทันได้เกิดเรื่องอะไรต่อ เสียงฝีเท้ากลุ่มหนึ่งตรงเข้ามาทางพวกเขา พร้อมเสียงหนึ่งดังขึ้น


“พวกนายไม่เป็นอะไรนะ” มิโรคุเอ่ยขึ้นด้วยเสียงร้อนรน พร้อมกับร่างสูงอีกคนที่ดูท่าทางหัวเสียไม่น้อย


“มิโรคุคุง โคงะคุง”คาโงเมะเอ่ยขึ้นด้วยความดีใจ ก่อนแสงไฟจากดวงไฟรอบๆจะสว่างขึ้น “ไฟสว่างแล้ว”


“พวกรุ่นพี่น่าจะเป็นคนเปิดน่ะ”มิโรคุเอ่ย


“แกเป็นพวกเดียวกับเจ้าคนเมื่อกี้สินะ” โคงะเอ่ยอย่างหัวเสีย เมื่อมองไปที่ร่างสูงที่ถูกอินุยาฉะจับเอาไว้ ร่างสูงในเสื้อเชิ๊ตสีเทา กางเกงสีดำกับรองเท้าหนังที่เปื้อนดิน ดูๆแล้วไม่เหมือนกับชายในเสื้อฮู้ดสีดำที่พวกเขาเจอ แต่ก็ไม่แน่ว่าจะไม่ใช่พวกเดียวกัน


“พวกนายเจอหมอนั่นแล้ว?”ร่างสูงเอ่ยถาม


“จัดการไปแล้ว”โคงะเอ่ยพลางยักไหล่เพื่อบอกว่าเจ้าคนพรรค์นั้นไม่ใช่คู่มือของเขาแม้แต่น้อย


“เจ้าหมอนั่นดวงไม่ดีเท่าไหร่ เจอโคงะน็อคสลบไปแล้วล่ะ พวกรุ่นพี่กำลังตามครูมาจัดการอยู่ พวกฉันได้ยินเสียงร้องเลยตามมาดู กลัวว่าจะเกิดเรื่องน่ะ”มิโรคุเอ่ยอธิบาย หลังจากที่พวกเขาจัดการเสร็จก็รีบติดต่อรุ่นพี่แล้วตรงมาเลย กลัวว่าจะเกิดเรื่องกับเจ้าเพื่อนรักของเขา


“หึ งั้นฉันก็ไม่มีเรื่องจะต้องอยู่นี่แล้ว ไปละ”


 “นายคิดว่านายจะไปไหนกันหะ” อินุยาฉะจับอีกฝ่ายไว้แน่น เมื่อร่างสูงสะบัดแขนทำท่าจะหนี


“เด็กน้อย ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับเจ้าบ้านั่น ถ้าฉันเป็นคนร้ายนายจับฉันไม่อยู่หรอกนะจะบอกให้” ชายหนุ่มร่ายยาวพลางแสยะยิ้ม ทำเอาอินุยาฉะอดหมั่นไส้ไม่ได้


“นี่นาย!” อินุยาฉะตวาดเสียง ก่อนอีกฝ่ายจะหันมาเปลี่ยนเป็นคนจับอินุยาฉะเอาไว้แทน


“อินุยาฉะ!” คาโงเมะร้องขึ้น เมื่ออินุยาฉะถูกจับไขว่แขนไว้ข้างหลัง ไม่ว่าจะพยายามออกแรงดิ้นยังไงก็ดูเหมือนจะสู้แรงของร่างสูงไม่ได้


“พวกนายก็แค่เด็กมาทดสอบความกล้าล่ะสิ ฉันไม่มีเวลามาเล่นด้วยหรอกนะ” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นข้างหูของอินุยาฉะ โคงะเห็นแบบนั้นก็รีบเข้าไปกะจะคว้าอีกคนกลับมา


“ทุกคนใจเย็นๆนะ” มิโรคุเข้าไปกั้นกลางทันที ก่อนที่จะเกิดเป็นเรื่องใหญ่โตไปกว่านี้ เพราะขนาดอินุยาฉะยังขัดขืนไม่ได้ คนๆนี้ต้องไม่ธรรมดา ถ้าเกิดอีกฝ่ายเป็นคนร้ายจริงๆ พวกเขาอาจจะสู้ไม่ไหว อินุยาฉะอาจจะบาดเจ็บอีกด้วยก็ได้


“ถ้าคุณไม่ได้เป็นอะไรกับคนก่อนหน้านี้ งั้นขอให้คุณปล่อยเพื่อนเราแล้วไปกับเราได้ไหมครับ”มิโรคุเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม


“มิโรคุ เจ้าบ้า แกจะพูดดีกับเจ้าบ้านี่ทำไมหะ”อินุยาฉะเอ่ยโวยพลางดิ้นไปมาด้วยความโมโหที่ตัวเองขัดขืนแรงเจ้าบ้าคนนี้ไม่ไหว ทั้งที่ปกติไม่มีใครสู้เขาได้แท้ๆ


 “ถ้าสาวน้อยคนนี้ขอให้ฉันอยู่ ฉันจะอยู่ก็ได้นะ” ชายหนุ่มหันไปทางคาโงเมะด้วยรอยยิ้ม หญิงสาวมองมาทางพวกเขาด้วยสีหน้าเป็นกังวล


“ปล่อยฉันนะเว้ย เจ้าบ้านี่”อินุยาฉะขัดขืนแต่แล้วก็ถูกอีกฝ่ายรั้งแขนไว้จนนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ ทั้งที่อีกฝ่ายไม่ได้ตัวใหญ่เท่าไหร่แต่ทำไมถึงได้แรงเยอะขนาดนี้ คิดได้แบบนั้นอินุยาฉะก็ได้แต่เจ็บใจ


“แกนี่มัน”โคงะกัดฟันกรอด แต่ก็ไม่กล้าทำอะไร เพราะอินุยาฉะอยู่ในมืออีกฝ่ายและดูจากการเคลื่อนไหวแล้วคงไม่ใช่ใครที่เขาจะสู้ด้วยได้ง่ายๆเหมือนกัน


“คุณช่วยปล่อยอินุยาฉะได้ไหมคะ”คาโงเมะเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นว่าสถานการณ์อาจจะแย่มากขึ้น


“งั้นแลกกับเบอร์เธอได้หรือเปล่า” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงด้วยยิ้มทะเล้น ทำเอาทุกคนหน้าเหวอ ก่อนอินุยาฉะจะหันมาโวยใส่อีกคน


“นี่แก! 


เห็นแบบนั้นชายหนุ่มก็หัวเราะออกมา ก่อนคลายมือออก แล้วผลักอินุยาฉะเสไปหาหญิงสาว


“ฮ่าๆ ล้อเล่นน่า”


“เห็นนายท่าทางมั่นอกมั่นใจ เลยอดเล่นด้วยไม่ได้น่ะ” ร่างสูงเอ่ย รอยยิ้มของอีกฝ่ายทำให้เส้นเลือดของอินุยาฉะเดือดปุดๆ


 “ไอ้เจ้าบ้านี่!” อินุยาฉะหันไปโถมตัวจะเข้าไปหาร่างสูง แต่ถูกมิโรคุคว้าตัวไว้ซะก่อน


“ใจเย็นก่อน อินุยาฉะ”มิโรคุเอ่ยปราม ดูท่าแล้วอีกฝ่ายคงไม่ได้คิดจะทำร้ายอินุยาฉะ หรือทำร้ายพวกเขา


 “อินุยาฉะ นายอยู่เฉยๆเถอะ”คาโงเมะเอ่ยกับอีกคน อินุยาฉะเหลือบมองร่างสูง ก่อนเบือนหน้าหนีไปอีกทาง


“ทุกคน พวกนายไม่เป็นไรนะ” เสียงคุ้นหูของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นเรียกให้พวกเขาหันไปสนใจ


“ซังโกะจัง”คาโงเมะทักขึ้น เมื่อเพื่อนสาวคนสนิทวิ่งมาหาพวกเธอพร้อมกับลูกสมุนคนสนิทของโคงะอีกสองคน


“คาโงเมะจังไม่เป็นอะไรนะ” เธอเอ่ยถามพลางสำรวจดูตามร่างกายของเพื่อน คาโงเมะส่ายหน้า ก่อนซังโกะจะสำรวจไปรอบๆ อินุยาฉะที่ท่าทางหัวเสีย มิโรคุที่ยิ้มแห้งๆมาทางเธอ และโคงะที่เอาแต่จ้องร่างสูงอีกคนด้วยแววตาขุ่นเคือง คนแปลกหน้าที่มีผมสีดำยาว ดวงตาสีม่วง ผิวขาวซีดในเสื้อเชิ้ตสีเทากับกางเกงสีดำ รองเท้าผ้าใบสีดำ ท่าทางสูงสง่าดูแล้วคงไม่ใช่นักเรียนแน่ๆ


“นั่นใครน่ะ”ซังโกะเอ่ยถามขึ้น


 “คนร้าย” อินุยาฉะตอบขึ้น


“อะไรนะ?” ซังโกะร้องอย่างตกใจ


“ฉันมาเที่ยวพักผ่อนน่ะ แล้วบังเอิญถูกเจ้าคนที่พวกเธอจับได้ขโมยของไปเลยวิ่งตามมาเจอเพื่อนพวกเธอเข้าน่ะ”ร่างสูงอธิบายอย่างใจเย็น ทำเอาอินุยาฉะที่ฟังไม่ชอบใจนัก


“โกหกชัดๆ”อินุยาฉะเอ่ยขึ้น ก่อนถูกคาโงเมะตีเข้าที่แขนเบาๆ เพื่อปรามให้อีกฝ่ายระวังคำพูด


“น่าจะเข้าใจผิดกันน่ะซังโกะจัง” มิโรคุเอ่ยอธิบาย พร้อมส่งสายตาให้ซังโกะว่าพวกเขาควรจะเคลียร์สถานการณ์ตึงเครียดนี่เสียที


“อย่างนี้นี่เอง งั้นตามพวกเรามาเถอะค่ะ” ซังโกะเอ่ยขึ้นโดยไม่ถามอะไรต่อ ส่งสายตาให้มิโรคุ ก่อนเธอจะเดินนำพวกเขาไป โดยมีร่างสูง คาโงเมะและพวกโคงะตามหลังไป


“เจ้าบ้านั่น มันโกหกชัดๆเลยไม่ใช่หรือไง”อินุยาฉะเอ่ยอย่างหัวเสีย


“เอาน่าๆ เราไม่รู้หรอกว่าโกหกหรือเปล่า พวกนายไม่บาดเจ็บก็ดีเท่าไหร่แล้ว”มิโรคุเอ่ยต่อพลางจับไหล่แล้วคล้องคอเจ้าเพื่อนตัวดีให้ตามไป

 

.................................................

 

ทุกอย่างจบลงอย่างราบรื่น คนร้ายถูกตำรวจจับตัวไป อาจารย์เลยให้เด็กๆกลับห้องไปพักผ่อน  เหลือก็แต่อินุยาฉะที่รู้สึกไม่วางใจกับชายหนุ่มที่พวกเขาพบ เลยเดินตามอีกฝ่ายไป


“ไม่คิดจะขอโทษกันหน่อยหรือไง” อินุยาฉะเอ่ยขึ้นกับชายหนุ่มที่กำลังจะเดินออกจากประตูโรงแรม ชายหนุ่มหยุดยืนแล้วหันมาทางเขา อินุยาฉะกวาดตามองอีกคนตั้งแต่หัวจรดเท้าเป็นครั้งแรก อีกฝ่ายสูงกว่าเขาจนน่าหมั่นไส้แววตานั้นลุ่มลึกจ้องเข้าไปยังดวงตาของอินุยาฉะราวกับครุ่นคิดอะไรบางอย่างสะกดให้อินุยาฉะต้องมองตอบ


“เด็กน้อย ถ้ามีคนที่จะต้องขอโทษนั่นมันนายตังหาก”ชายหนุ่มเอ่ยอย่างเอือมๆ


“ทำไมฉันต้องขอโทษนาย?” อินุยาฉะขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ


“เฮ้อ ช่างมันเถอะ ฉันไปล่ะ”ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนหันหลังจะเดินออกไปแต่ก็ถูกอินุยาฉะเดินเข้าไปขวางเอาไว้


“อีกอย่างนายไปทำอะไรในที่มืดๆแบบนั้น”  อินุยาฉะมองอีกฝ่ายอย่างจับผิด   คนดีๆที่ไหนจะไปในที่ๆไม่มีคนแบบนั้นกัน


“มันไม่เกี่ยวกับนายนี่” ชายหนุ่มเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ


“นายเป็นพวกเดียวกับเจ้านั่นใช่มั้ยล่ะ”


“เด็กน้อย” ร่างสูงยกมือขึ้นจับไหล่สองข้างของอินุยาฉะแน่น “นายอย่ายุ่งเรื่องของผู้ใหญ่ให้มากจะดีกว่านะ”


“ไม่อย่างนั้นแล้ว......” ร่างสูงเลื่อนใบหน้าเข้าใกล้ใบหูอีกคน ก่อนกระซิบต่อ “จะถูกจับกินเอาง่ายๆนะ”


ร่างสูงเคลื่อนหน้าออกยิ้มบางๆให้ ก่อนจะเดินผ่านร่างบางไป


“พูดบ้าอะไรของนายหะ!


“เฮ้ยยย อินุยาฉะ” เสียงของเพื่อนรักดังมาแต่ไกล มิโรคุวิ่งเข้าไปคว้าตัวเพื่อนตัวดีที่เขาตามหาตัวอยู่เอาไว้แน่น เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายจะตามไปหาเรื่องร่างสูงคนนั้นอีกแล้ว


“มิโรคุ นายปล่อยฉัน!”อินุยาฉะมองดูแผ่นหลังของชายหนุ่มลับหายไปที่หัวมุมประตูทางเข้าโรงแรม มิโรคุเห็นแบบนั้นก็ปล่อยเพื่อนรักออก


“ใจเย็นๆ น่า” เขาเอ่ยปราม เพื่อนเขาคงไม่ชอบใจที่ตัวเองแพ้ให้กับร่างสูงคนนั้นในเหตุการณ์เมื่อกี้ถึงได้หัวเสียขนาดนี้ แถมยังต่อหน้าโคงะกับคาโงเมะอีก


“ชิ เจ้าบ้านั่นมันใครกัน”


“เอาน่าๆ วันนี้พักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้เราต้องกลับกันแล้วนะ ไปๆ กลับห้องกันเถอะ” มิโรคุร่ายยาวด้วยรอยยิ้มพลางดันหลังเพื่อนตัวดีที่เดือดปุดๆให้ตรงกลับห้องแล้วพักผ่อนเสียที


เขาคนนั้นคงไม่ใช่คนร้ายอะไร ท่าทางดูเป็นผู้ดีอย่างไม่น่าเชื่ออีกตังหาก....


แล้วก็ไม่น่าจะหมายตาทำร้ายอินุยาฉะ....


เพราะถ้าคนแบบนั้นหมายตาอินุยาฉะเข้า เพื่อนเขาคงถูกจับไปต้มยำทำแกงได้ง่ายๆแล้วล่ะนะ.....

 

 

 

 

TBC.

------------------------------------------------------------------

ไม่รู้ว่ามีใครรู้มั้ยนะว่าคนที่พวกอินุเจอคือใครกันแน่?

หวังว่าจะมีคนรอเจอคุณพี่ชายได้นะ 

ไม่นานเกินรอแล้ววว

ไว้พบกันใหม่ตอนหน้านะรีดเดอร์ทุกคนน ขอบคุณที่ติดตามนะคะ

//โค้งงามๆ

TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

61 ความคิดเห็น

  1. #58 บิลเลียส (@Ororite) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 12:54
    นาราคุป่ะ เรื่องนี้จะมีชิปโปโผล่มามั้ย ถ้ามีจะโผล่มาในรูปแบบเด็กอนุบาลหรือประถม555555
    #58
    0