[FIC INUYASHA] Destiny พิชิตชะตา สัญญารัก

ตอนที่ 15 : ♣ Destiny ♣ Chapter 14

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 129
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    26 พ.ค. 63

 Destiny  Chapter 14

 

เมื่อเห็นใบหน้าอิดโรยของอินุยาฉะที่เข้ามาในห้องเรียนเมื่อเช้ามิโรคุก็พอจะรู้ว่าคงเกิดอะไรขึ้นอีกแล้วแน่ๆ ยิ่งได้ยินเรื่องจากคาโงเมะว่าย่าชิมาดะเข้าโรงพยาบาลเมื่อวานอีกก็ไม่ต้องสงสัยเลย วันนี้เจ้าเพื่อนตัวดีก็เอาแต่เหม่อทั้งวันด้วยความเป็นห่วง เขา คาโงเมะแล้วก็ซังโกะเลยตามมาเยี่ยมย่าชิมาดะด้วยกัน อีกอย่างวันนี้ก็วันทำงานพิเศษวันแรก อย่างน้อยๆก็ต้องให้หมอนั่นรู้จักพึ่งพาเพื่อนอย่างพวกเขาบ้าง


“คุณหนู ทำงานพิเศษเหรอคะ” ย่าชิมาดะเอ่ยขึ้นด้วยแววตาชื่นชมเมื่อได้ยินว่าอินุยาฉะไปสมัครงานพิเศษ ถึงในใจเธอจะแอบเป็นห่วงอยู่บ้างที่คุณหนูของเธอตัดสินใจทำแบบนี้ก็คงเพราะไม่อยากรับเงินจากตระกูลอินุไทโชก็ตาม แต่นี่ก็ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ๆให้กับคุณหนูของเธอได้เรียนรู้ล่ะนะ


“ไม่ต้องห่วงนะคะ ดิฉันอยู่ได้ คุณหนูไปเถอะค่ะ” ชิมาดะระบายยิ้มอ่อนโยนให้เด็กหนุ่มที่แสดงสีหน้าลำบากใจ เพราะคงไม่สามารถตัดสินใจปล่อยเธอไว้ได้


“ทำหน้าอะไรของนาย เชื่อใจพวกฉันหน่อยสิ”คาโงเมะเอ่ยหน้ามุ่ยเป็นทีหยอกล้อ


“นั่นสิๆ นายจะว่าพวกฉันดูแลย่านายไม่ได้หรือไง” มิโรคุเขย่าเจ้าเพื่อนตัวดี พร้อมยิ้มร่า


“จะสายแล้ว ไปได้แล้ว”ซังโกะเอ่ยเสริม


ไม่รู้ว่าทำไมคำพูดของทั้งสามคนทำให้เขาเบาใจขึ้นมา หลังจากที่วันนี้เขาเอาแต่ครุ่นคิดเรื่องมากมายมาทั้งวัน ถ้าเขายังทำหน้าเศร้าแบบนี้อยู่คนรอบตัวก็คงมีแต่จะเศร้าใจไปด้วยสินะ ในเมื่อย่าชิมาดะก็ยืนยันแบบนั้นเขาเองก็คงได้แต่ตอบรับ แล้วพยายามล่ะนะ


“อืม..งั้นไว้เจอกันนะครับ” อินุยาฉะระบายยิ้มเอ่ยบอก ย่าชิมาดะยิ้มตอบ ก่อนคุณหนูของเธอจะเดินออกจากห้องไป เหลือเพื่อนสามคนไว้ในห้อง คาโงเมะ ซังโกะ และมิโรคุนั่งลงที่ข้างเตียง โดยคาโงเมะนั่งอยู่ฝั่งขวา และมิโรคุกับซังโกะนั่งทางฝั่งซ้ายของเตียง ซังโกะหยิบผลไม้สำหรับเอามาเยี่ยมที่ล้างเสร็จนั่งลงปลอกอยู่ข้างๆ อย่างพิถีพิถัน


“ต้องขอบคุณพวกคุณหนูมากนะคะ ที่ช่วยดูแลคุณหนูอินุยาฉะมาตลอด”ย่าชิมาดะเอ่ยขึ้นกับทั้งสามคน ทำเอาสามคนอดรู้สึกแปลกๆไม่ได้ เพราะพวกเขาก็ไม่คุ้นชินกับการถูกเรียกว่าคุณหนู หรือชินกับการได้ยินย่าชิมาดะเรียกอินุยาฉะว่าคุ้นหนูเลยสักที


“พวกเรายินดีอยู่แล้วครับ”มิโรคุยิ้มกว้างแล้วเอ่ยขึ้น เช่นเดียวกับซังโกะและคาโงเมะที่ยิ้มแล้วบอกยินดีเหมือนกัน ย่าชิมาดะยิ้มให้พวกเขาก่อนจะเอ่ยขึ้นต่อ


“ขอบคุณคุณหนูคาโงเมะด้วยนะเจ้าคะ ที่ช่วยดิฉันไว้เมื่อวาน”


“อย่าพูดแบบนั้นเลยค่ะ”คาโงเมะเอ่ยอย่างเขินๆ แต่แล้วเมื่อนึกถึงเรื่องราวเมื่อวาน เธอก็ทำสีหน้าจริงจังขึ้นมาเพราะมีบางอย่างคาใจของเธอมาตั้งแต่เมื่อวาน และเป็นเรื่องที่เธอไม่ได้บอกกับอินุยาฉะ


“เอ่อ ย่าชิมาดะคะ”คาโงเมะเอ่ยอย่างระมัดระวัง  “หนูมีเรื่องหนึ่งที่อยากจะถามค่ะ ได้มั้ยคะ”


“ได้สิเจ้าคะ”


“ คือ เมื่อวานที่คุณย่า...คนพวกนั้นคือใครเหรอคะ” มิโรคุกับซังโกะมองคาโงเมะอย่างตั้งใจ เมื่อพวกเขาสัมผัสได้ถึงบรรยากาศและน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของเธอ ย่าชิมาดะยิ้มเศร้าลง ก่อนมองทั้งสามคนแล้วตัดสินใจเอ่ยตอบ


“ย่าก็ไม่แน่ใจนักหรอกค่ะ แต่คนพวกนั้นจับตาดูคุณหนูอยู่”


“จับตาดูเหรอคะ...”คาโงเมะมีสีหน้าหวาดหวั่น จนมิโรคุอดไม่ได้ที่จะแทรกถามขึ้น


“ขอโทษนะครับคุณย่า คาโงเมะจังมันหมายความว่ายังไงเหรอที่ว่าคนพวกนั้น”


“มีคนทำร้ายคุณย่างั้นเหรอ”ซังโกะวางแอปเปิ้ลกับมีดลงที่จาน ถามขึ้นด้วยสีหน้าและน้ำเสียงจริงจัง เมื่อคิดว่าคาโงเมะกับย่าชิมาดะไปพัวพันกับคนอันตรายที่ไหนเข้า


คาโงเมะมองทั้งสองคน จริงๆแล้วเรื่องราวที่เธอเล่าให้อินยาฉะฟังเมื่อวานมันก็แค่บางส่วน เธอคิดว่าถ้าหากบอกอินุยาฉะอาจทำให้อีกฝ่ายเศร้ากว่าเดิมเลยตัดสินใจเก็บเอาไว้ แต่ถ้าเป็นสองคนนี้รู้ด้วยก็คงจะพอช่วยอะไรเธอได้บ้าง ถึงทั้งวันเธอเองก็ไม่กล้าบอกอะไรกับพวกเขาก็ตาม


“เมื่อวานตอนฉันไปซื้อของแถวๆบ้านของอินุยาฉะฉันเห็นผู้ชายตัวผอมสูงสองคนในชุดสีดำท่าทางแปลกๆวิ่งสวนทางกับฉันที่เดินอยู่ แล้วพอฉันเดินไปที่หัวมุมก็เจอคุณย่าสลบแล้วตัวเปื้อนไปด้วยเลือด แถวนั้นไม่มีใครเลย ฉันเลยคิดว่าเป็นฝีมือของสองคนนั้นน่ะ”


“ไม่ใช่แบบนั้นหรอกค่ะ” ชิมาดะเอ่ยขัดขึ้น ทั้งสามหันไปหาหญิงชราเพื่อรอฟังสิ่งที่เธอจะบอก


“เป็นตัวดิฉันเอง ร่างกายของดิฉันอ่อนแอลงทุกวัน” ย่าชิมาดะเอ่ยด้วยรอยยิ้มเศร้าๆ ทั้งสามคนมีสีหน้าประหลาดใจ


“แต่เมื่อกี้คุณย่าบอกว่าคนพวกนั้นจับตาดูอินุยาฉะนี่ครับ”


“เรื่องนั้นก็ใช่เจ้าค่ะ พวกเขาจับตาดูพวกเรามาตลอด”


“ถ้าจะให้เล่าล่ะก็....ดิฉันกลัวว่าพวกคุณหนูจะมีอันตรายนะเจ้าคะ” ชิมาดะเอ่ยอย่างเป็นกังวล ทำให้ทั้งสามคนยิ่งสงสัยเข้าไปอีก ว่าเบื้องหลังของอินุยาฉะมีอะไรซ่อนอยู่ ขนาดมิโรคุที่รู้จักกับเขามานาน ก็ไม่ได้รู้ความลับมากมายของอินุยาฉะเหมือนกัน


คาโงเมะคว้ามือของย่าชิมาดะมากุมไว้แล้วบีบเบาๆ “บอกเราเถอะนะคะ” มิโรคุกับซังโกะพยักหน้า แววตาของพวกเขาทำให้ชิมาดะยิ้มอย่างปลื้มใจ คุณหนูของเธอไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วสินะ


“งั้นได้เจ้าค่ะ”


ชิมาดะครุ่นคิดถึงเรื่องที่เธอพอรู้มาตลอดระยะเวลาหลายปี และเลือกเรื่องราวบางสิ่งที่พอจะแบ่งปันให้กับเพื่อนๆทั้งสามของคนหนูของเธอได้

“ตั้งแต่เด็กคุณหนูมักจะถูกตามปองร้ายค่ะ แต่พวกเขายังไม่เคยลงมือสำเร็จสักครั้ง และคุณหนูเองก็ไม่ทราบเรื่องพวกนี้ด้วยเจ้าค่ะ”หญิงชราเอ่ยแววตาของเธอเศร้าลงเมื่อนึกถึงเรื่องต่างๆ  


“ทำไมพวกเขาต้องคิดร้ายกับอินุยาฉะด้วยเหรอคะ” คาโงเมะเอ่ยด้วยสีหน้าเป็นกังวล


“เพราะคุณหนูมีบางอย่างที่พวกเขาต้องการเจ้าค่ะ” น้ำเสียงที่เอ่ยนั้นสั่นเครือจนทั้งสามรู้สึกได้


บางอย่าง....


“แต่ดิฉันเองก็ไม่ทราบว่าคืออะไร เมื่อไม่นานนี้คนที่ฉันได้พบ....”ชิมาดะชะงักไปเมื่อจะพูดบางอย่าง ก่อนเอ่ยขึ้นต่อ “คนนั้นๆบอกกับดิฉันว่าให้ระวังคุณหนูให้ดีๆ เพราะไม่นานหลังจากนี้คนเหล่านั้นจะต้องคิดลงมือแน่ๆ”


ในใจของเด็กทั้งสามเต้นระรัวอย่างหวาดหวั่น อินุยาฉะเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงได้ถูกจ้องทำร้าย


“เพราะไม่แบบนั้นแล้ว....เหตุการณ์อาจเหมือนเมื่อตอนนั้น” ภายในห้องเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาของหญิงชรารื้นไปด้วยน้ำตาเมื่อนึกถึงคำพูดของคนนั้นๆที่มาพบเธอ และเหตุการณ์ที่น่าเศร้าที่ผ่านมา


“จะต้องเกิดการสูญเสียที่น่าเศร้าขึ้นอีก....” มิโรคุและซังโกะใจวูบไหว เมื่อนึกถึงสิ่งที่พวกเขาพอรู้เรื่องที่อินุยาฉะสูญเสียพ่อแม่และหญิงสาวคนสำคัญของเขาไป ถึงแม้พวกเขาจะไม่รู้เบื้องหลังลึกลงไปกว่านั้นก็ตาม


“จากเหตุการณ์เมื่อวาน ก็ยิ่งทำให้ดิฉันรู้ตัว ว่าจริงๆแล้วเวลาของดิฉันก็เหลืออยู่ไม่มากแล้ว” ทั้งสามรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งมาจุกอยู่ที่อก เมื่อคิดว่าหญิงชราตรงหน้าจะต้องจากไป


“แต่ดิฉันยังมีสัญญาที่ต้องรักษา.....”หญิงชราบีบมือของคาโงเมะเบาๆ จ้องมองเข้าไปยังดวงตาของเธอ หากนี่เป็นโชคชะตาที่ฟ้านำเธอคนนี้ที่หน้าตาเหมือนคิเคียวมาพบคุณหนูอีกครั้ง เพื่อปกป้องคุณหนูของเธอร่วมกับเพื่อนๆเหล่านี้ และหากเป็นเช่นนั้น...


“ซึ่งดิฉันอาจจำเป็นให้พวกคุณหนูช่วยเจ้าค่ะ” น้ำเสียงที่หนักแน่น สายตาที่เชื่อมั่นนั้นเพื่อส่งต่อสิ่งสำคัญให้แก่พวกเขาทั้งสาม


“ถ้าหากเป็นพวกคุณ คงจะช่วยดูแลคุณหนูแทนดิฉันได้” หญิงชรายิ้มบางๆ ถ้าเป็นพวกเขาต้องไม่ทำให้คุณหนูของเธอไม่รู้สึกโดดเดี่ยวได้แน่ และสามารถดูแลคุณหนูจนกว่าเขาคนนั้นจะกลับมาตามสัญญาที่ให้ไว้ได้แน่


ทั้งสามสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาจากหญิงชรา พวกเขาไม่รู้ว่าอินุยาฉะแท้จริงแล้วเป็นใครกันแน่ พวกเขาไม่รู้เบื้องหลังของอินุยาฉะเลยด้วยซ้ำ แต่อย่างน้อยพวกเขาก็เข้าใจว่าอินุยาฉะจะต้องเคยสูญเสียสิ่งสำคัญมากๆในอดีต จนเขาต้องพยายามแข็งแกร่งและปกปิดความอ่อนแอเอาไว้


“พวกเราสัญญาค่ะ”คาโงเมะเอ่ยขึ้น มิโรคุและซังโกะพยักหน้ารับเช่นกัน ถ้าเทียบกับอีกสองคนเรียกได้ว่าเธอยังไม่ได้รู้จักเรื่องราวของอินุยาฉะมากนัก แต่เธอเองก็อยากรู้จักอีกฝ่ายให้มากขึ้นเท่าที่จะทำได้เช่นกัน


“ขอบคุณจริงๆนะเจ้าคะ”  หญิงชรายิ้มออกมาอย่างอบอุ่น


“เพราะแบบนั้นคุณย่าเองก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีๆนะคะ”คาโงเมะจึงเอ่ยขึ้นเพื่อให้บรรยากาศผ่อนคลายขึ้น แม้จะมีคำถามที่พวกเธออยากจะถามอีก แต่สิ่งที่หญิงชราผู้อ่อนโยนคนนี้เล่าให้พวกเธอฟังก็คงมากพอแล้วสำหรับในตอนนี้


 “มาค่ะ เดี๋ยวหนูปอกแอปเปิ้ลให้ทานนะคะ”ซังโกะเอ่ยแล้วหันไปจัดการปอกแอปเปิ้ลต่อ


“เดี๋ยวผมเอาน้ำให้นะครับ”มิโรคุเอ่ยด้วยรอยยิ้มแล้วลุกขึ้นไปเทน้ำ แววตาของเขาเปลี่ยนไปจริงจัง เมื่อนึกถึงเรื่องราวต่างๆ หลังจากนี้เขาจะต้องไปหาคำตอบเกี่ยวกับเรื่องราวเบื้องหลังที่เกิดขึ้นรอบๆตัวของอินุยาฉะให้ได้


อินุยาฉะ.......

 

..................................................

 

“เฮ้ เด็กใหม่ นายมาช้า.....”เสียงของผู้มาใหม่ดังขึ้น ก่อนฝีเท้าจะหยุดลงทันทีเมื่อเดินเข้ามาในห้องหลังร้าน ทันทีที่อินุยาฉะหันไป ทั้งคู่ก็ถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ ดวงตาสีอำพันสบเข้ากับดวงตาสีฟ้า พร้อมจับจ้องร่างสูงในชุดยูนิฟอร์มที่สวมผ้ากันเปื้อนสีดำของร้านตรงหน้า ผมยาวสีดำรวบสูง บนศีรษะสวมผ้าคาดหัวที่เป็นเอกลักษณ์เอาไว้


เจ้าบ้าโคงะ ?


“ไอ้ลูกหมา” โคงะยืนอึ้งเมื่อไม่เคยคิดว่าเด็กใหม่ที่รุ่นพี่บังคตซึไหว้วานให้ดูแลวันนี้จะเป็นอีกฝ่าย


“แกก็ทำงานที่นี่?”อินุยาฉะเอ่ยขึ้น คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน ใครจะไปเชื่อว่าเจ้าหนุ่มเลือดร้อนโชว์ออฟเก่งอย่างหมอนี่จะทำงานพิเศษกับเขาเป็นด้วย


“อืม แปลกหรือไง”โคงะเหมือนอ่านสีหน้าอีกคนออก ทำเอาหงุดหงิดไม่น้อย อีกฝ่ายเห็นเขาเป็นคนแบบไหนกันแน่เนี่ย พวกบ้าพลังที่ชอบเป็นอันธพาลรังควานตัวเองงั้นเหรอ? อืม...ก็คงจะจริงแหละ ปกติก็ไม่ค่อยได้คุยอะไรกันดีๆสักหน่อย ใครใช้ให้อีกฝ่ายมันเก่งล่ะ


“แล้วบังคตซึ..ซัง?” อินุยาฉะถามขึ้น เมื่อเห็นอีกฝ่ายเอาแต่จ้องเขาแปลกๆพร้อมขมวดคิ้วครุ่นคิดอะไรอยู่คนเดียว  นั่นทำให้โคงะเหมือนได้สติกลับมา


“วันนี้ไม่เข้าร้าน แต่บอกให้ฉันช่วยดูแลเด็กใหม่ให้ด้วย ใครจะไปคิดว่าเป็นแกวะ”โคงะบ่นพร้อมทำท่าเบื่อหน่ายอย่างทุกทีที่ทำ ก่อนเดินไปหยิบบางอย่างในล็อกเกอร์ของตัวเอง


“หือ” อินุยาฉะมองบัตรป้ายชื่อพนักงานในมือของคนที่ยื่นมาตรงหน้า เขียนชื่อพร้อมติดรูปเขาเสร็จสรรพ ไม่รู้หรอกนะว่าเจ้ารุ่นพี่นั่นไปได้รูปเขามาเมื่อไหร่ แต่คงเป็นเจ้ามิโรคุเพื่อนตัวดีของเขาแน่ๆ ทว่ามันก็น่าสงสัยที่มีรูปเขาขนาดนี้แต่โคงะกลับไม่รู้ว่าวันนี้คนที่จะเข้ามาทำงานด้วยจะเป็นเขา


โคงะมองอีกคนที่รับบัตรไป แล้วก็แอบต่อว่าตัวเองในใจ ถ้าตอนที่ได้บัตรมาสังเกตดูสักนิด ไม่โยนเข้าตู้ไปเลย คงจะรู้ได้ทันทีอยู่แล้วว่าเป็นหมอนี่ แกนี่น้าโคงะ ให้ตายสิ !


“เอาเถอะ”โคงะถอนหายใจ จะยังไงก็เถอะจากนี้ก็คงต้องทำงานด้วยกันล่ะนะ “เอ้า ยูนิฟอร์มวางอยู่ตรงนั้น ใส่แล้วรีบตามออกมาล่ะ”โคงะเอ่ยบอกพร้อมชี้นิ้วไปที่ห่อพลาสติกที่วางอยู่ที่เก้าอี้นั่งตัวยาวสีดำตรงผนังห้องที่ข้างในมีชุดยูนิฟอร์มตัวใหม่ของร้านบรรจุอยู่


อินุยาฉะมองตามไป ก่อนมองดูท่าทางเก๊กๆของอีกคนก็อดไม่ได้ที่จะบ่นอุบอิบ“ทำเป็นสั่ง” ก่อนเหลือบมองอีกคนแล้วเดินไป


“คุยด้วยดีๆนะเว้ย” โคงะตอบกลับทันควัน


“เออๆ” อินุยาฉะบอกปัด โคงะมองตามอีกคน พร้อมข่มใจไว้แล้วเปิดประตูออกจากห้อง ก่อนลอบถอนหายใจยาว “จะทำงานดีๆกับหมอนั่นได้มั้ยเนี่ยเรา”


....................................


“เฮ้ นายเคยทำมาก่อนมั้ยเจ้าลูกหมา” โคงะเอ่ยขึ้นเมื่อเดินมาเห็นอินุยาฉะง่วนกับการจิ้มปุ่มเครื่องคิดเงิน แล้วท่าทางเงอะงะนั่นก็ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซว


เลิกหาเรื่องได้มั้ยฮะ ไอ้หมาป่าปัญญาอ่อน อินุยาฉะส่งโทรจิตพร้อมสายตาอาฆาตใส่อีกคน


“ครั้งแรก” เขายอมรับตรงๆ ทำเอาโคงะประหลาดใจเล็กน้อย หมอนี่ว่าง่ายเป็นกับเขาด้วยสินะ


“งั้นมาฉันสอนให้” โคงะบ่น แต่ก็เริ่มสอนงานให้อินุยาฉะอย่างตั้งใจ ไม่นานอินุยาฉะก็พอทำได้ แต่มันคงเร็วไปถ้าจะให้รับมือที่แคชเชียร์ ขืนหมอนั่นทำพลาดเขาเองก็คงโดนหักเงินได้วยแน่ๆ เขาเลยให้อินุยาฉะไปจัดการวางสินค้าในร้านหรือทำอย่างอื่นไปก่อนแทน


...................


เจ้าบ้านี่ช่วงนี้เห็นหลับในห้องเรียนบ่อยๆ คงเพราะทำงานพิเศษสินะ...


ถึงว่าช่วงนี้ไม่ค่อยมาตอแยคาโงเมะ หรือหาเรื่องต่อยตีกับเขาเท่าไหร่....


 “สักครู่นะครับ”


“ขนลุกวะ”อินุยาฉะพูดออกมาเบาๆ เมื่อเห็นโคงะโปรยยิ้มเจ้าเสน่ห์ให้ลูกค้าสาว แล้วเหมือนอีกฝ่ายได้ยินเลยแอบส่งสายตาอาฆาตมาทางเข้าแว่บนึง อินุยาฉะเลยหันมาสนใจเวฟสินค้าให้ลูกค้าต่อ


ทำอย่างอื่นนอกจากหาเรื่องต่อยตีชาวบ้านเป็นเหมือนกันสินะเจ้านี่....


.........................


“เสร็จซะที...” อินุยาฉะถอนหายใจหลังจากจัดการเก็บกวาดร้านจนเสร็จ แล้วเก็บของเตรียมตัวกลับบ้าน


“ทำไมถึงมาทำงานพิเศษล่ะ” โคงะชะงักเมื่อถูกถามขึ้นด้วยคำถามที่เขาก็อยากถามอีกฝ่ายเหมือนกัน โคงะยักไหล่ก่อนเอ่ยตอบ


“อะไรได้เงินฉันก็ทำหมดแหละ” เขาพูดขณะเปิดกระป๋องโค้กยกขึ้นดื่ม ก่อนยกออกแล้วพูดต่อด้วยแววตาเศร้าลงเล็กน้อย


“ฉันไม่มีคนเลี้ยงแบบนายหรอกนะ” หัวใจของอินุยาฉะไหววูบ เขาชะงักหยุดยืนนิ่งมองแผ่นหลังของอีกคน  ในใจก็รู้สึกอยากต่อยเจ้าคนที่ยืนตรงหน้านี่ให้คว่ำขึ้นมาเสียเฉยๆ แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงความเศร้าบางอย่างที่แฝงอยู่ในคำพูดนั้น


“อีกอย่างยืนด้วยตัวเอง มันก็เท่กว่าเป็นไหนๆเลย”โคงะฉีกยิ้มกว้างเอ่ยขึ้น แล้วเดินเอากระป๋องไปทิ้งลงถัง ทำเอาอินุยาฉะอดประหลาดใจไม่ได้


ทุกคนก็คงมีเรื่องราวที่ไม่อยากจะพูดถึงสินะ....


“นายนี่น่าอิจฉาชะมัด”อินุยาฉะเอ่ยแผ่วเบา


“แล้วเจ้าลูกหมา  ทำไมอยู่ๆนายอยากทำงานพิเศษล่ะ?”โคงะเอ่ยถามขึ้นเมื่อหันมาเห็นอีกฝ่ายก้มหน้าลงมองพื้น


“อยากทำอะไรให้เป็นประโยชน์บ้าง...ล่ะมั้ง”อินุยาฉะเอ่ยตอบเสียงนั้นแผ่วเบาเสียจนเหมือนเขาพูดกับตัวเอง แต่โคงะก็พอจะดูออกว่าอีกฝ่ายคงมีเรื่องอะไรในใจ


ช่วงนี้เราเองก็เห็นเจ้านี่มีท่าทีแปลกๆอยู่เหมือนกันล่ะนะ..


..เหมือนเมื่อตอนนั้น.....


“งั้นเหรอ งั้นวันนี้แกก็มีประโยชน์กับฉันอยู่ล่ะนะ ฮ่าๆ”โคงะเอ่ยเสียงร่า น้ำเสียงยียวนกวนประสาทอีกคน ทำเอาเส้นเลือดที่ขมับของอินุยาฉะเดือดปุดๆ เมื่ออีกฝ่ายทำตัวว่าเหนือกว่าเขา


“แก...” โคงะมองดูอีกฝ่ายที่เขม่นตามองเขาพร้อมกัดฟันขู่เหมือนหมาถูกแหย่ก็ทำให้เขาอดยิ้มขำไม่ได้


แบบนี้ค่อยดีขึ้นหน่อย...


“ฉันไม่มีเวลามาสู้กับนายแล้วแหละ กลับบ้านอาบน้ำนอนดีกว่า”โคงะเอ่ยอย่างอารมณ์ดีที่แหย่อีกฝ่ายสำเร็จ ก่อนยกแขนประสานที่ท้ายทอยเดินหนีไปอย่างสบายอารมณ์


“หมอนั่น....”


........................


ภายในบ้านที่ปกติจะมีแสงไฟนวลอบอุ่น กลิ่นหอมของอาหารที่ถูกเตรียมไว้บนโต๊ะ เสียงเอ่ยต้อนรับและรอยยิ้มอ่อนโยนที่มักได้ยินเสมอ...

ตอนนี้กลับเงียบสงัด ความมืดปกคลุมทั่วทุกที่ภายในบ้าน  อากาศหนาวเย็นพัดผ่านทางเดินให้ใจโหว่ง เขามองดูมันอย่างไม่คุ้นชินนัก นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่รู้สึกแบบนี้ บ้านที่ว่างเปล่า ไม่มีเสียงของใครเอ่ยต้อนรับกลับบ้าน วันที่โลกของเขาไม่เหลือใคร วันที่ต้องอยู่คนเดียว....


เหมือนวัยเด็กที่ไม่เหลือใคร.....


อินุยาฉะเดินเข้าไปที่ห้องๆหนึ่ง เขาทอดตามองไปยังกรอบภาพถ่ายที่มีบุคคลอันเป็นที่รักทั้งสองของเขาตั้งอยู่ ก่อนระบายยิ้มบางออกมา น้ำใสไหลลงจากหางตาที่ปั้นหน้ายิ้มของเด็กหนุ่ม

“กลับมาแล้วครับ”



 

TBC.


...................................................

มาอัพตอนใหม่แล้ววว สรุปคนที่ปรองร้ายอินุยาฉะคือใครกันแน่นะ?

เรื่องราวจะเริ่มยุ่งเหยิงมากขึ้นแล้วล่ะนะ  ช่วงนี้หนูอินุฮาเร็มเขาเยอะ

ถ้าท่านพี่ไม่รีบกลับมามีหวัง... //เผ่นนนน

//รีบเผ่นไปปั่นให้ท่านพี่กลับมาเร็วๆก่อนนะเจ้าคะ 

พบกันตอนต่อไป ขอบคุณที่ติดตามนะคะทุกคนนน


 


TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

61 ความคิดเห็น

  1. #60 +MisChievous_Girls+ (@lemon-poppy) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 22:14

    พายคู่นี้รอไปก่อน ถถถ+
    #60
    0
  2. #56 บิลเลียส (@Ororite) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 18:03
    ปองร้าย***
    ปอก***แอปเปิ้ล
    #56
    1
    • #56-1 Sakura-RainCloundz (@bolyza) (จากตอนที่ 15)
      26 พฤษภาคม 2563 / 18:07
      ขอบคุณนะคะ //โค้งงามๆ
      #56-1