[FIC INUYASHA] Destiny พิชิตชะตา สัญญารัก

ตอนที่ 11 : ♣ Destiny ♣ Chapter 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 127
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    16 พ.ค. 63

 Destiny  Chapter 10


เด็กหนุ่มร่างสูงในชุดยูนิฟอร์มม.ปลายสีดำยืนล้วงกระเป๋าพิงอยู่ที่ข้างต้นไม้ เสียงเพลงที่คลอผ่านหูฟัง ทำให้รู้สึกเบาสบายในเวลาแบบนี้ ดวงตาสีอำพันของเขาทอดมองไปรอบๆอย่างเลื่อนลอย ต้นไม้ใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์ของที่แห่งนี้ ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการดูแลอย่างดีจากเธอคนนั้น ศาลเจ้าที่คุ้นเคยที่หญิงสาวในความทรงจำอาศัยอยู่ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะยังคงผูกพันกับที่แห่งนี้มากขนาดนี้  

ตั้งแต่วันนั้นมันก็ผ่านมาปีกว่าแล้วจริงๆสินะ.......

ตั้งแต่วันที่เธอจากไป......

และตั้งแต่ที่ฉันเริ่มหวั่นไหวกับ.......


         “รอนานมั้ย!” เสียงตะโกนทักของหญิงสาวและแรงมือที่ตบลงที่ไหล่ขวาของเด็กหนุ่มผมสีดำที่กำลังฟังเพลงและครุ่นคิดกับตัวเองอยู่นั้นดังพอที่จะทำให้เขาสะดุ้งและหันไปผลักอีกฝ่ายออกอย่างตกใจ ทำเอาหญิงสาวที่เอ่ยทักถึงกับล้มลงไปนั่งกับพื้น


         “นายผลักกันแรงไปหน่อยหรือเปล่าเนี่ย! อินุยาฉะ” หญิงสาวเอ่ยพลางเอามือลูบขาตัวเองปอยๆ เด็กหนุ่มมองดูเธออย่างงุนงง ก่อนพบว่าเธอเป็นคนที่เขากำลังรออยู่ หญิงสาวอยู่ในชุดนักเรียน พร้อมสะพายกระเป้าเป้สีแดงเด่นสะดุดตาไว้ที่หลัง


         ใช่แล้ว....ที่แห่งนี้ได้เปลี่ยนคนดูแลแล้ว


         ไม่รู้ว่าเป็นโชคชะตา หรืออะไรกันแน่นะ....


         “ใครใช้ให้เธอเล่นแบบนั้นกันล่ะฮะ คาโงเมะ”ชายหนุ่มยื่นมือไปให้เธอก่อนจะดึงให้ลุกขึ้นยืน หญิงสาวเบ้ปากใส่เขาอย่างงอนๆ


         “นายเองตังหากที่ขวัญอ่อนเกินไป ช่างเถอะๆ งั้นเราไปกันเลยมั้ย?” หญิงสาวงอนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะปรับสีหน้า เธอยิ้มแล้วเอ่ยขึ้น พร้อมถลาเข้าไปเกาะแขนของอีกฝ่าย เพื่อตรงไปโรงเรียน


         “เธอนี่มันจริงๆเลย” อินุยาฉะบ่น แต่ก็ไม่ได้สะบัดแขนของเธอออกแต่อย่างใด


         อินุยาฉะเหม่อมองหญิงสาวที่ชวนคุยโน่นนี่ขณะที่เดิน พลันครุ่นคิดถึงเรื่องราวระหว่างเขาและเธอ

.........

 มิโรคุมองเพื่อนสนิทของตัวเองที่กำลังเหม่อมองหญิงสาวคนหนึ่งในชุดคิวโดกิ ผมสีดำยาวที่ถูกรวบเอาไว้ข้างหลังอย่างเรียบร้อย ดวงตาสีดำที่เพ่งสมาธิไปยังเป้ายิงที่อยู่อีกฟากฝั่งของสนาม ท่วงท่าจับคันธนูที่สง่างามและมั่นคง ดวงตาสีอำพันของอินุยาฉะวูบไหวเมื่อลูกธนูของหญิงสาวถูกปล่อยออกไปพุ่งเข้าที่ใจกลางของเป้ายิง รอยยิ้มแห่งความดีใจที่ถูกระบายบนใบหน้าของเธอชวนให้เขาหวนนึกถึงใครคนนั้นในความทรงจำ

“คาโงเมะจ๊างงงง” เสียงเริงร่ายียวนกวนระบบประสาทของมิโรคุที่ดังขึ้นข้างตัว เรียกสติให้อินุยาฉะกลับสู่ความเป็นจริง เขามองเห็นคาโงเมะโบกมือมาทางพวกเขาเป็นการให้รู้ว่าเธอเห็นพวกเขาแล้ว

“เจ้าบ้ามิโรคุ” อินุยาฉะเอ่ยบนอีกคนที่ทำให้เป็นจุดสนใจจนคนอื่นๆในชมรมก็หันมาทางพวกเขา

“แหมๆ แล้วทีคนแถวนี้เล่นจ้องซะจะกลืนกินคาโงเมะจังเขาขนาดนั้นล่ะ” มิโรคุเอ่ยพร้อมวิ่งไล่ไปเดินตีคู่ข้างๆเพื่อนรัก ที่หูแดงระเรื่อเสียจนเขาอดแกล้งไม่ได้

“เอ้าๆ นายจะไปไหนเล่าอินุยาฉะ เรามาพาคาโงเมะจังกลับด้วยกันนะ มาเร็ว ทางนี้ๆ”มิโรคุเอ่ยพร้อมคล้องแขนอีกฝ่ายลากกลับไปทางชมรมคิวโด

“นายก็ไปคนเดียวไม่ได้หรือไงเล่า” อินุยาฉะโวยแต่ก็ไม่ทัน เมื่อเขาถูกลากมาที่หน้าประตูชมรมที่มีคาโงเมะยืนยิ้มรอพวกเขาอยู่

“ทั้งสองคนไม่เห็นต้องลำบากมาถึงนี่เลย เราเจอกันข้างหน้าโรงเรียนก็ได้นี่”คาโงเมะเอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจ แต่เธอก็อดดีใจไม่ได้ที่เห็นพวกเขา

อินุยาฉะยืนมองอีกฝ่ายในชุดคิวโดกิแล้วก็ได้แต่หันหน้าหนี ยิ่งมองดูใกล้ๆอีกฝ่ายก็ยิ่งเหมือนคนๆนั้นในความทรงจำของเขา

“เธอ...ยิงธนูเป็นด้วยเหรอคาโงเมะ” ตั้งแต่รู้จักกันมาเขาไม่เคยรู้เลยว่าอีกฝ่ายยิงธนูเป็นด้วย..

“ออ เอ่อ เคยเรียนมาน่ะ” คาโงเมะเอ่ยยิ้มเขินๆ

“แต่ก็ไม่ได้ยิงมานานแล้วล่ะ ฉันน่ะ” แววตาของคาโงเมะเศร้าลงเล็กน้อย

“จริงเหรอ แต่ฉันว่ายิงได้สุดยอดสุดๆไปเลยนะ” มิโรคุเอ่ยขึ้น “เนาะ อินุยาฉะ นายก็คิดแบบนั้นใช่มั้ย” ก่อนจะหันไปกระทุ้งแขนสะกิดเจ้าเพื่อนตัวดี

อินุยาฉะยกมือเกาคอตัวเองอย่างไม่รู้จะเอาไปวางไว้ที่ไหน ก่อนจะเสตามองไปทางอื่น ความรู้สึกใจเต้นตอนได้เห็นหญิงสาวยิงธนูออกไป มันยังหลงเหลืออยู่จนเขาเองก็ไม่รู้จะอธิบายมันยังไง

“ก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่ล่ะนะ”

คำพูดของอินุยาฉะ ทำเอามิโรคุฉีกยิ้มกว้าง เจ้าเพื่อนตัวดีของเขาชอบปากไม่ตรงกับใจอยู่เรื่อยเลยน้า

“งั้นเหรอ ยังไงก็ขอบใจนะทั้งสองคน”คาโงเมะที่ก้มหน้าเอ่ยขึ้นเบาๆ พร้อมซ่อนใบหน้าแดงระเรื่อพร้อมรอยยิ้มของตัวเองเอาไว้  ไม่รุ้ว่าทำไมคำพูดของอินุยาฉะทำให้ใจของเธอพองโตอย่างบอกไม่ถูก


 .........


มันก็แปลกตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาพบกับคาโงเมะ มันยังเหมือนกับความฝันที่บนโลกใบนี้ยังมีคนที่หน้าตาเหมือนกับคิเคียวมากขนาดนั้นอยู่ แต่หลังจากเวลาผ่านไปความรู้สึกที่เขามีต่อเธอก็ค่อยๆเปลี่ยนไป

ถึงแม้หน้าตาจะเหมือนกัน แต่นิสัยของพวกเธอกลับมีบางสิ่งที่ต่างกันอยู่ เขายอมรับว่าบางสิ่งของคาโงเมะทำให้เขาเริ่มสนใจในตัวตนของเธอ ความรู้สึกโดดเดี่ยว และหนาวเหน็บภายในใจเหมือนได้รับการเยียวยา เขามีชีวิตชีวาขึ้นได้ส่วนหนึ่งก็เพราะเธอ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่มีความกล้ามากพอที่จะบอกความรู้สึกของตัวเองกับเธออยู่ดี

ไม่อยากเสียใครไปอีกแล้ว.....

 

“กว่าจะมากันได้นะพวกนาย” มิโรคุ เพื่อนหนุ่มคนสนิทของเขาเอ่ยขึ้น เมื่ออินุยาฉะและคาโงเมะเดินเข้ามาในห้องเรียน


“ขอโทษนะจ้ะ พอดีฉันหาของอยู่เลยมาช้า” คาโงเมะเอ่ยขอโทษเสียงหวาน เมื่อเห็นว่าพวกเขาเป็นสองคนสุดท้ายที่มาถึง ก่อนเดินไปนั่งลงตรงที่นั่งข้างๆซังโกะ


“ยังจะไปว่าคนอื่นอีกนะมิโรคุ  นายเองก็ถึงก่อนสองคนนี้ไม่นานหรอกน่า” ซังโกะหันไปเอ่ยขึ้นกับมิโรคุที่นั่งอยู่ที่นั่งข้างหลังเธอ อินุยาฉะเดินเข้าไปนั่งลงที่นั่งฝั่งติดหน้าต่างข้างๆกับมิโรคุ


“ฉันก็แค่แซวเฉยๆเอง” มิโรคุหน้ามุ่ยขณะเอาขาหลบให้อินุยาฉะเดินเข้าไปนั่ง แต่แล้วเขาก็หันไปสนใจอินุยาฉะที่ยังคงใส่หูฟังอยู่ในโลกของตัวเอง โดยไม่ทักทายเขา เจ้าเพื่อนคนนี้เป็นอะไรอีกแล้วเนี่ย


“นี่ อินุยาฉะ” มิโรคุสะกิดแขนอีกฝ่ายเบาๆ อินุยาฉะหันมาทางเขา แล้วถอดหูฟังออก


“หือ?”มิโรคุมองหน้าเพื่อนที่มองหน้าตัวเองด้วยสีหน้าใสซื่อ นี่เพื่อนเขามันจะเฉื่อยอะไรขนาดนี้กันเนี่ย


“ยังจะมาหือเหออีก อุสาต์จะได้ไปเข้าค่ายกันทั้งที นายจะดี๊ด๊าให้มากกว่านี้ไม่ได้หรือไงเนี่ย” มิโรคุเอ่ย เพื่อนเขานี่ไม่มีอาการดีใจแบบคนอื่นๆเขาเอาซะเลย


“ฉันไม่ใช่นายสักหน่อย” อินุยาฉะเอ่ยอย่างรู้ทัน ทำเอามิโรคุถึงกับเบ้ปากใส่


“หึ ใช่สิ๊ นายมันไม่สนใจใคร นอกจากคาโงเมะแล้วนี่นะ” มิโรคุเอ่ยแซว ทำเอาอินุยาฉะถึงกับหน้าแดงยกมือปิดปากอีกฝ่ายแทบไม่ทัน พร้อมใช้เสียงดังโวยวายกลบเกลื่อน แต่ก็เรียกความสนใจจากคนอื่นๆในห้องให้เกิดอยากรู้อยากเห็นไปด้วยไม่ได้ แต่ก็ถือว่าโชคดีที่อาจารย์ดึงความสนใจกลับไปโดยการบรรยายถึงตารางกำหนดการที่พวกเขาจะต้องทำตอนสุดสัปดาห์นี้ขึ้นเสียก่อน อินุยาฉะเลยหันไปเหลือบมองอีกคนที่ถูกปิดปากเอาไว้แล้วยังมีหน้ายักคิ้วกวนประสาทเขาอยู่


“ฝากไว้ก่อนเถอะ” อินุยาฉะเอ่ยก่อนปล่อยมือออกแล้วหันไปสนใจวิวนอกหน้าต่างแทน

 

 

..........................................

 

“กลับมาแล้วเหรอคะคุณหนู” หญิงชราผู้มีรอยยิ้มอ่อนโยนเอ่ยทักขึ้น เมื่อคุณหนูของเธอกำลังเปิดประตูเข้ามาในบ้าน


“ครับ”เด็กหนุ่มยิ้มบางตอบ


“วันนี้เป็นยังไงบ้างค่ะ ที่โรงเรียนสนุกหรือเปล่าคะ”


“ก็มีเรื่องน่าตกใจนิดๆหน่อยๆ แต่ก็ไม่แย่เท่าไหร่.....”เด็กหนุ่มที่เปลี่ยนรองเท้าเสร็จ ลุกขึ้นเต็มความสูง กำลังจะเดินเข้าไปในบ้านขณะที่ปากยิ้มๆเมื่อครู่ก็หายวับไป เมื่อเจ้าตัวหันไปเห็นซองจดหมายสีน้ำตาลที่วางอยู่บนชั้นข้างประตู

“นี่....” อินุยาฉะหยิบมันขึ้นมา


“คุณหนูเจ้าคะ คือว่านั่น....” ย่าชิมาดะลนลาน แต่เธอก็ไม่กล้าที่จะแย่งมันออกจากมือของเด็กหนุ่ม

            จดหมายซองสีน้ำตาลมีความหนาไม่มาก แต่น่าแปลกที่จดหมายซองนี้ไม่มีชื่อผู้ส่ง เขาจึงฉีกซองออกเพื่อเช็คดู ในใจของเขาไหววูบ ลางสังหรณ์บางอย่างบอกให้เขาเปิดดู ข้างในมีกระดาษสีขาวใบหนึ่งถูกพับอยู่ เขาหยิบมันออกมาก่อนจะเปิดออกช้าๆ ข้างในเป็นใบเสร็จค่าใช้จ่ายของโรงเรียนที่ถูกชำระเรียบร้อยแล้ว


            “นี่จากใครครับ” อินุยาฉะบีบกระดาษนั้นจนเกิดรอยยับ เขามองดูชื่อของผู้ที่ชำระ ที่เขียนเพียง อินุไทโช ในอกก็รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมา


            “......”ชิมาดะได้แต่มองคุณหนูของเธอนิ่ง ดวงตาของเธอคลอไปด้วยน้ำตา เมื่อเธอพยายามปกปิดไม่ให้เด็กหนุ่มรู้เรื่องนี้มาโดยตลอด


            “ตลอดมาคนที่ให้เงินเราใช้จ่ายที่แท้เป็นตระกูลอินุไทโช....”อินุยาฉะฟาดจดหมายและกระดาษในมือเต็มแรง ก่อนจะเดินผ่านย่าชิมาดะไป  คำตอบของคำถามที่เขาเคยสงสัยมาตลอด ทั้งๆที่ย่าเคยบอกว่าเป็นตระกูลของแม่คอยดูแลเขา แต่ที่ไหนได้....ที่ไหนได้กลับเป็น 'อินุไทโช' !

            “คุณหนูเจ้าคะ!” ย่าชิมาดะคว้าแขนคุณหนูของเธอเอาไว้ ตัวของเด็กหนุ่มสั่นเทา จนเธอหวั่นใจ


            “จากนี้ผมจะไม่รับเงินจากพวกเขาอีก และผมอยากให้ย่ารู้ไว้ด้วย” เด็กหนุ่มเอ่ยโดยไม่แม้จะหันหน้ามามองเธอ น้ำเสียงที่พยายามข่มเอาไว้ให้เรียบนิ่ง แผ่นหลังที่สั่นเทา มือแกร่งที่กำแน่นเพื่อระงับอารมณ์ที่คุกกรุ่น


 “ผมกับที่นั่นไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกันอีกแล้ว!” เด็กหนุ่มสะบัดแขนเธอออก ก่อนจะเดินตรงเข้าห้องของตัวเองแล้วปิดประตูทันที


            “คุณหนูเจ้าคะ...”

 ....


            อินุยาฉะนั่งกอดเข่าแน่นอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง ดวงตาทอดมองอย่างเลื่อนลอยภายในห้องที่มืดสนิท คำถามมากมายวนเวียนอยู่ในหัว เขาไม่เข้าใจว่าตระกูลอินุไทโชต้องการอะไรจากเขาอีก...

ตั้งแต่วันนั้น...วันที่สูญเสียท่านพ่อท่านแม่.....

เสียงและสายตาของผู้คนที่เหยียดหยามท่านแม่และตัวเขายังคงชัดเจนในความทรงจำ...

ในช่วงเวลานั้น....

ไม่มีใครต้องการเขา...

มีเพียงคนๆนั้น.....

สัมผัสอบอุ่นจากมือคู่นั้นที่สัมผัสเขา อ้อมกอดที่หลงเหลือเลือนรางในความทรงจำ....

....

ตั้งแต่ครั้งนั้นที่คนนั้นๆ พาเราออกจากคฤหาสต์แห่งนั้น

เราก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับที่นั่นอีก....

..

สิ่งเดียวที่ยังเหลืออยู่...

คือ คำสัญญา

.

คำสัญญาที่ไม่มีทางเป็นจริง....

 

“โกหกทั้งเพ....”




TBC.

-----------------------------------------------------------------------------------------------

มาต่อแล้วจ้าาาา ให้รอเสียนาน จะมีใครเฟี้ยงกะละมังใส่ไรท์มั้ยเนี่ย แหะๆ

ขอบคุณรีดทุกคนที่ยังติดตามเรื่องราวของสองพี่น้องนะคะ //โค้งงามๆ

เดี๋ยวตอนใหม่จะตามมาอดใจไม่นานเกินรอนะทุกคนนน <3


SNAP
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

61 ความคิดเห็น

  1. #53 บิลเลียส (@Ororite) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 09:59
    แง้น้อง อยากลูบหัวปลอบ
    #53
    0
  2. วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 18:57
    กลับมาห้องทีเถอะค่า แงงง ไรท์ใส่หมวดนิยายอื่นๆเป็นหมวด แฟนฟิคการ์ตูนเกมส์ ดีกว่าไหมคะน่าจะเข้ามากกว่าน่ะค่ะ สู้ๆนะคะ ชอบมาก หาคนแต่งคู่นี้ไม่มีแล้วยุคนี้TT
    #47
    1