Attack Your Mind | วายร้าย สายรัก [Yaoi]

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3 : แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 128
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    28 ก.ค. 60

 

ตอนที่ 3 : แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์?


            โชคดีที่ผมลาฝึกงานยาวอาทิตย์หนึ่งจึงทำให้สามารถกลับมาลั้นลาที่กรุงเทพฯได้ทั้งๆ ที่ตัวเองฝึกงานในบริษัทที่เขาใหญ่! ลืมบอกไปเลยครับว่าบริษัทที่ผมฝึกงานนี่ก็เป็นหนึ่งในธุรกิจของครอบครัวเหมือนกัน แต่ที่ต้องระเห็จไปไกลถึงที่นั่นก็เพราะเฮียยูโรกับเจ้ฟรังก์ที่อยากจะดัดนิสัยเพลย์บอยของผมก็เลยร่วมกันออกความคิดให้ผมไปฝึกงานที่นั่นยังไงล่ะ


            เฮียกับเจ้ให้เหตุผลว่าในอนาคตบริษัทที่เขาใหญ่นี้ผมจะต้องเป็นคนไปบริหาร เพราะพ่อกับแม่ได้สร้างฐานอันมั่นคงแข็งแรงไว้ให้พวกเราทุกคนสานต่อเรียบร้อยแล้ว พวกเราสี่คนพี่น้องมีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นของตัวเอง และเมื่อถึงเวลาอันสมควรเรานี่แหละจะต้องดูแลธุรกิจในชื่อของตัวเองต่อจากพ่อกับแม่ เฮียยูโรสุดหล่อที่อายุห่างจากผม 5 ปี (เขาอายุ 26) มีโรงแรมหรูติดทะเลที่ภูเก็ต “Euro Beach Hotel” ซึ่งเจ้าตัวเข้าไปบริหารอย่างเต็มรูปแบบแล้ว เช่นเดียวกับเจ้ฟรังก์ที่มีรีสอร์ทเลียบชายหาดหัวหิน “Franc Resort & Spa” แม้แต่ยัยดอลลาร์น้องสาวคนสุดท้องที่แม้ว่าจะอยู่แค่ปีหนึ่งก็ยังเป็นว่าที่นักธุรกิจสาวเจ้าของ “Dollar Condominium” ใจกลางกรุง ส่วนผมที่ร่อนเร่ไปอยู่เขาใหญ่นั้นเพราะมีบ้านจัดสรรโครงการใหญ่ “Pound Property” ให้ไปบริหารอยู่นั่นเอง ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาอยู่ภายใต้การบริหารของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในที่ชื่อ The Curren ที่ย่อมาจากคำว่า Currency หมายถึง สกุลเงิน ซึ่งเป็นชื่อของทายาทแต่ละคนนั่นไงล่ะครับ


            พูดแล้วมันเศร้า... ความใฝ่ฝันที่ผมจะได้ฝึกงานที่บริษัทแม่อย่าง “The Curren” เป็นอันต้องแตกสลาย แม้ผมจะเป็นทายาทของบริษัทนี้แต่ก็ต้องน้อมรับคำบัญชาของทานผู้บริหารคนใหม่อย่างเฮียยูโร มันโคตรไม่แฟร์เลยเพราะขนาดบริษัทนี้ไม่รับนักศึกษาฝึกงานแต่พอหมาไวท์มาสมัครที่นี่เฮียแกรีบตกลงรับมันทันที! เออ! เห็นเมียดีกว่าน้องไงจะอะไรอีกล่ะ!

 


            “มึงไปอาบน้ำเหอะ เดี๋ยวค่ำๆ ลงไปกินข้าวกับพ่อแม่กู” ผมเคยเข้ามาในห้องเวฟหลายครั้งแล้วจึงค่อนข้างชินกับที่นี่ ดังนั้นการที่เจ้าของห้องเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วโยนผ้าขนหนูมาให้ผมก็ไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นอะไรเท่าไหร่นัก แต่ผมยังไม่เดินเข้าห้องน้ำไปทำให้เจ้าของห้องที่กำลังนั่งเช็คโทรศัพท์อยู่บนเตียงหันมามองด้วยความสงสัย


            “ให้กูไปกินข้าวกับพ่อมึง?” ผมเคยเจอพ่อมันแล้วครับ เขาเป็นคนขรึมๆ ซึ่งในนิยามของผมก็คือดุนั่นแหละ!


            “ทำไมวะ กลัว?


            “ก็... กูเกรงใจ” เออ... ถ้าบอกว่ากลัวจะเสียหน้ามั้ย ยิ่งไม่นานมานี้เพิ่งไปย่ำยีลูกชายเขามาอีก T^T งานนี้ถ้าพ่อไอ้เวฟรู้นะผมศพไม่สวยแน่ๆ


            “มึงจะกลัวอะไร พ่อกูไม่ได้ดุขนาดนั้นนะ ดูไอ้ไวท์ดิมันยังไม่กลัวเลย”


            “โห ก็ไวท์มันน่ารักนี่หว่า ใครๆ ก็เอ็นดูมันอะ แล้วหล่อๆ หน้าแบดบอยอย่างกู พ่อมึงจะมองว่าเป็นเด็กดี น่ารัก หัวอ่อนอย่างนี้เหรอ” สุดท้ายในสายตาของทุกๆ คนผมมันก็เป็นแบบนั้นมาตลอดอะ ก็คนเรามักจะมองกันที่ภายนอกก่อนนี่... ซึ่งแม้ว่าภายในผมจะไม่ต่างจากภายนอกเท่าไหร่ก็เถอะ  - -*


            “มึงนี่คิดฟุ้งซ่านอย่างกับแฟนพามาเจอพ่อแม่ครั้งแรกอะไรอย่างนั้นอะ” มันพูดให้ผมฉุกคิด... เออว่ะ ผมรู้สึกโอเวอร์ไปหน่อยมั้ยทั้งๆ ที่ผมก็มาในฐานะเพื่อนมันเท่านั้นเอง


            “ไปอาบน้ำไป กูจะอาบต่อด้วย” เวฟโบกมือไล่ให้ผมเข้าห้องน้ำ ส่วนมันนอนเอนลงไปบนเตียงทั้งที่ขาห้อยลงมาและเท้ายังอยู่ติดกับพื้นห้อง


            “มึงยังอาบไม่ได้ ยังไม่หายไข้เลย” ผมโวยทันทีที่มันบอกแบบนั้น


            “กูดีขึ้นแล้ว เนี่ยตัวก็ไม่ร้อน” มันนอนเอามือจับหน้าผากตัวเองเพื่อเช็คอุณหภูมิร่างกาย แล้วใครบอกว่าถ้าเอามือจับหน้าผากตัวเองแล้วจะรู้ว่าตัวร้อนไม่ร้อนวะ ก็ร่างกายเราเองอะ ผมเลยเดินไปนั่งข้างๆ มันแล้ววาดแขนไปคร่อมร่างกายมันก่อนจะโน้มหน้าเข้าไปใกล้ๆ


            “ทำเชี่ยไรของมึงเนี่ย...” มันมองผมอย่างระแวง ส่วนผมก็ยิ้มมุมปากแทนคำตอบ ก่อนจะโน้มหน้าของตัวเองเข้าไปใกล้มันจนหน้าผากเราสัมผัสกัน ไอ้เวฟกลั้นหายใจและตัวแข็งทื่อจนผมเกือบหลุดขำ


            “ตัวก็ยังร้อนอยู่ เช็ดตัวก็พอน่า” ผมแกล้งพูดให้ริมฝีปากเราเฉียดกันเบาๆ และเป็นไปตามคาด... คือร่างของผมล้มกองไปอยู่ที่พื้นข้างเตียงด้วยฝ่าเท้าอรหันต์ของมัน เห็นทีผมต้องไปหาหมอเพื่อดูว่าตัวเองช้ำในหรือเปล่าด้วยแหละเพราะตีนแม่งหนักฉิบหายเลย!

 


            “ฝึกงานโอเคใช่มั้ย”


            “ก็ดีนะป๊า เจอแต่คนเก่งๆ อะต้องพัฒนาตัวเองอีกเยอะ”


            “บอกให้มาฝึกที่บ้านเราก็ไม่เชื่อ”


            “ก็ขอมีประสบการณ์ข้างนอกบ้างไงป๊า”


            “แกมันก็รั้นเสมอเลยนะ”


            “ไม่ได้เรียกรั้น เรียกมีความคิดเป็นของตัวเอง” ในขณะรับประทานอาหารผมก็ไม่แน่ใจว่าสองพ่อลูกเขาคุยกันปกติหรือทะเลาะกันอยู่ เพราะแต่ละถ้อยคำก็ห้วนๆ สั้นๆ พ่อของเวฟเป็นคนตัวสูงใหญ่ใบหน้าเคร่งขรึมน่าเกรงขาม บวกกับวิธีการพูดที่ค่อนข้างจะห้วนและนิ่งๆ ทำให้ท่านดูเป็นคนน่ากลัวคนหนึ่งเลย T^T


            “ปอนด์ทานเยอะๆ นะลูก” ถ้าไม่มีคุณแม่คนสวยหน้าตาใจดีของเวฟมาคอยตักนู่นตักนี่ให้มีหวังผมได้เกร็งตายก่อนแน่ๆ


            “ขอบคุณครับแม่”


            “ปอนด์ล่ะ เห็นเวฟบอกว่าไปฝึกงานที่เขาใหญ่เลยเหรอ” ผมสะดุ้งเมื่อพ่อหันมาทางผม


            “เอ่อ ใช่ครับ”


            “โชคดีนะที่บ้านมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ไม่ต้องเสียเวลาหางานให้เหนื่อย”


            “ครับ” เพิ่งรู้นะว่าเวฟมันเล่าเรื่องของผมให้พ่อมันฟังด้วย ดูท่านจะรู้อะไรเกี่ยวกับตัวผมเยอะเลยแหละ แอบดีใจเล็กๆ ที่เวฟมันก็มีมุมนี้เหมือนกันนะ แสดงว่าอยากให้ที่บ้านมันรู้จักผม


            “พูดถึงฝึกงาน เห็นว่าเอเอไปไกลถึงญี่ปุ่นเลยนี่ ม้าก็อยากไปเที่ยวที่นั่นบ้าง” คุณแม่เวฟหันไปพูดกับสามีอย่างอารมณ์ดี


            “ต้องรอเคลียร์งานก่อน” พ่อเวฟตอบสั้นๆ


            โอเคครับ... อุตส่าห์ดีใจว่าเวฟมันเล่าเรื่องของผมให้พอกับแม่กัน สรุปคือมันก็เล่าเรื่องเพื่อนทุกคนให้ครอบครัวมันฟังนั่นแหละ ฮ่าๆๆๆ นี่กูหวังอะไรอยู่วะ!

 


            หลังจากทานอาหารเสร็จเราก็กลับขึ้นมาบนห้องอีกครั้ง เวฟกลับมานั่งอ่านหนังสือ ส่วนผมก็ได้แต่นั่งคุยกับสาวๆ หลายในแอพพลิเคชันไลน์ไปเรื่อยๆ แต่ก็รู้สึกเบื่อจนต้องหันไปชวนคนข้างๆ คุย


             “ลืมไปเลยว่ามึงใส่คอนแทคเลนส์” ตอนนี้มันสวมแว่นตาก็เลยแปลกไปสักหน่อยเพราะไม่ค่อยเคยเห็นบ่อยนัก


            “จริงๆ ก็ขี้เกียจใส่แหละ แต่มันดีกว่าแว่นตาตรงที่ไม่น่ารำคาญ” มันพูดพลางดันแว่นตาที่ตกลงมาตรงช่วงสันจมูกขึ้น


            “มันใส่ยากป้าววะ” ผมเริ่มขยับเข้าไปเพื่อจ้องหน้ามันใกล้ๆ เห็นลุยๆ อย่างนี้เวฟมันเป็นคนหน้าใสมากๆ เลยนะ เพราะมันมีเชื้อสายจีนด้วยนั่นเลยทำให้ความขาวของมันเป็นระดับฟูลเอชดี ยิ่งได้มองใกล้ๆ ก็ยิ่งเคลิ้ม เฮ้ออออ... ทำไมผมเพิ่งมารู้สึกแบบนี้ตอนนี้วะเนี่ย


            “แรกๆ ก็ใส่ยาก อึดอัดตาด้วย แต่พอได้ใส่ไปเรื่อยๆ กูก็รู้สึกว่ามันดี” มันพูดพลางวางโทรศัพท์ลงแล้วหันไปหยิบหนังสือเล่มหนึ่งบนหัวเตียงมาเปิดอ่าน


            ผมเคยบอกไปในตอนแรกแล้วใช่มั้ยครับว่าเวฟมันเป็นคนที่เรียนเก่ง และผมก็ไม่แปลกใจเลยที่มันจะเก่งเพราะมันชอบใช้เวลาว่างไปกับการอ่านหนังสือ แม้แต่ที่แสงน้อยๆ มันก็ยังอ่านได้จึงไม่แปลกอีกนั่นแหละถ้ามันจะสายตาสั้น เวลามันจดจ่อกับอะไรบางอย่างนี่ถือว่าเป็นภาพที่น่ามองไม่น้อยเลย ดวงตาเรียวๆ บ่งบอกเชื้อสายนั่นไล่กวาดตัวหนังสือไปอย่างตั้งใจ ผมเห็นภาพแบบนี้จนชินตาแต่วันนี้ได้มองแล้วใจกระตุกหน่อยๆ ว่ะ


            “มองเชี่ยไรวะ” นั่นไง... กระตุกเพราะแม่งนี่แหละ


            “เปล่า กูแค่อยากรู้ว่าอ่านอะไร”


            “ก็มองหนังสือสิไม่ใช่มองหน้ากู” รู้อีก...


            “เออๆๆๆ อ่านไรวะ...” หยิบหนังสือมาพลิกดูสองสามทีก่อนจะคืนมัน เห็นลางๆ ว่าเป็นหนังสือฮาวทูพัฒนาตัวเองอะไรซักอย่างนี่แหละ


            “ปอนด์... ที่มึงจดๆ จ้องๆ กูนี่คือจะดูว่ากูโกรธมึงมั้ยใช่ปะ” เวฟวางหนังสือแล้วหันมาจ้องหน้าผมตรงๆ


            “กูเปล่า...”


            “ก็มึงมองหน้ากูบ่อยไปอะ กำลังจะอ่านใจกูเหรอว่ากูคิดอะไร บอกเลยว่ากูไม่ได้โกรธมึง... เลิกคิดมากได้แล้ว”


            “กูอ่านง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ”


            “ฮะ?


            “หมายถึงหน้ากูอะ บ่งบอกว่ากังวลหรือกลัวมึงจะโกรธเหรอ” ผมเป็นคนที่ปากตรงกับใจ ทำอะไรตรงกับความรู้สึก ก็เลยอยากรู้ว่าที่มันคิดแบบนั้นเป็นเพราะหน้าผมมันฟ้องหรือว่าอะไร


            “ไม่ใช่แค่หน้า แต่เป็นการกระทำ”


            “...”


            “มึงดูรู้สึกผิดที่ทำให้กูเป็นแบบนี้ ก็เลยมาดูแลเอาใจใส่ คงจะกลัวกูโกรธแต่จริงๆ คือไม่เลย”


            “...”


            “มึงลืมๆ มันไป กูไม่ซีเรียส”


            “...”


            “กูอ่านมึงถูกหมดเลยใช่มั้ยล่ะ” ไม่อะ... ไม่หมด ที่ผมมาดูแลเอาใจใส่มันไม่ใช่เพราะว่าผมแค่รู้สึกผิด หรือแค่กลัวว่ามันจะโกรธ แต่เป็นเพราะว่าผมรู้สึกอยากดูแลมันจริงๆ ซึ่งผมเองก็ไม่เข้าใจว่าความรู้สึกนี้คืออะไรกันแน่ แล้วมันเกิดขึ้นตอนไหน? หลังจากคืนนั้นของเราเหรอ?

 


             “มึงไม่เบื่อเหรอวะ” ผมถามขึ้นอีกครั้งหลังจากบอกลาสาวๆ ในไลน์ไปเป็นสิบคนแต่ก็ยังเห็นเวฟมันนั่งอ่านหนังสือเล่มเดิมจนเกือบจะจบ


            “เบื่อไรวะ” มันตอบโดยที่ตายังจ้องหนังสือ


            “ก็อ่านหนังสือนี่ไง ขนาดกูคุยกับสาวๆ ไปหลายคนยังเบื่อเลย”


            “ก็มึงไม่ได้รู้สึกชอบใครสักคนจริงๆ นี่หว่า”


            “...”


            “ถ้ามึงชอบมึงจะไม่เบื่อ... หนังสือนี่กูชอบ อ่านไปยังไงก็ไม่เบื่อหรอก”


            “ทั้งๆ ที่มันมีแต่ตัวหนังสือเนี่ยนะ”


            “ก็แต่ละตัวหนังสือมันร้อยเรียงเป็นเรื่องราวที่น่าติดตาม ในเมื่อกูสนใจสิ่งที่อยู่ในนั้น... กูไม่มีทางเบื่อหรอก”


            “...”


            “แต่มึงอะยังไม่ได้รู้สึกชอบหรือสนใจใครเป็นพิเศษไง... มึงเลยเบื่อเอาง่ายๆ แบบนี้น่ะ” ผมมองหน้าพลางฟังมัดพูดด้วยความรู้สึกเพลิดเพลิน เวลาที่มันพูดอะไรที่เป็นสาระแล้วมันดูน่ามองและดึงดูดมาก... มากเสียจนผมเอื้อมมือไปคว้าแว่นตาของมันออกช้าๆ ให้เห็นเพียงตาเรียวๆ ที่โตขึ้นนิดๆ จากอาการตกใจ


            “มึงได้ฟังกูมั้ยเนี่ยปอนด์ แค่กๆๆ คุยกับมึงแล้วเสียเวลาฉิบหาย เจ็บคอเปล่าๆ อีก”


            “กูฟัง...”


            “แล้วมาถอดแว่นกูทำเชี่ยอะไร”


            “อยากมองหน้ามึงชัดๆ”


            “เพื่อ?


            “ไม่รู้ว่ะ”


            “กูว่ามึงเริ่มพูดไม่รู้เรื่องนะ อาจจะติดไข้กูไปแล้วก็ได้” ผมไม่ได้สนใจฟังแต่เลือกที่จะพับแว่นเก็บแล้วนำไปวางไว้บนโต๊ะข้างเตียง


            “แล้วเอาแว่นกูไปทำไมกูจะอ่านหนังสือ”


            “กูชอบตอนมึงไม่ใส่แว่นมากกว่า”


            “แต่ตอนนี้กูต้องใส่อ่านหนังสือไง” เวฟพยายามเอี้ยวตัวข้ามผมไปเพื่อหยิบแว่นที่อยู่ตรงโต๊ะฝั่งผม แต่ผมก็ดันตัวมันถอยออกไปก่อน


            “ใส่คอนแทคดิ”


            “อย่ากวนตีน จะนอนแล้วใครใส่คอนแทคกัน”


            “มึงไง”


            “ปอนด์” มันเริ่มมีน้ำโหแล้วครับ แต่ผมยังคงใจทำใจดีสู้เวฟอยู่ ตลกดีเหมือนกันว่าตอนนี้ตัวเองทำอะไรอยู่ กวนตีนมันเพื่ออะไร


            “ให้กูใส่คอนแทคให้มึงก็ได้นะ”


            “มึงต้องการอะไรวะปอนด์”


            “เฮ้ยมึงไม่ต้องทำหน้าเครียดขนาดนั้นดิ กูแค่อยากถามอะไรมึงเฉยๆ” เพราะเห็นว่าหน้ามันพร้อมจะมีเรื่องแล้วผมเลยต้องรีบเบรกไว้ บางทีกวนตีนใครมากๆ เข้าก็อาจจะโดนตีนคนๆ นั้นได้ง่ายๆ อะนะ


            “ถามอะไร ถ้ากวนตีนอีกกูไล่กลับบ้านเลยนะ”


            “คร้าบบบ” ผมถอยหลังไปนั่งพิงหัวเตียงดีๆ เพื่อเตรียมตัวถาม จริงๆ แล้วผมก็คิดๆ อยู่ว่าจะหาอะไรมาคุยกับมันดี แล้วนึกไม่ออกก็เลยแย่งแว่นมันมาเพื่อให้มันโฟกัสที่ผมนี่แหละ


            “ว่ามาดิ”


            “ทำไม... มึงถึงเลิกใส่แว่นวะ” ผมหันไปมองหน้ามันด้วยความอยากรู้จริงๆ เจ้าตัวที่ขมวดคิ้วนิดๆ จึงต้องจำใจตอบ


            “ก็มันเกะกะไง กูทำหายบ่อยด้วยเลยเลิกใส่”


            “แล้ว... แว่นกับคอนแทคเลนส์มึงชอบอะไรมากกว่ากัน”


            “บอกไม่ได้ว่ะ มันมีดีกันคนละแบบ”


            “แว่นตาก็จะสะดวกเวลาใส่แต่จะเกะกะเวลาอยู่กับกูนานๆ แต่คอนแทคอะตรงข้ามเลย คือมันจะลำบากเวลาใส่แต่จะสบายเวลาอยู่ด้วยนานๆ”


            “แล้วมึงชอบคนที่เป็นแบบแว่นตา... หรือเป็นแบบคอนแทคเลนส์มากกว่ากันอะ”


            “...”


            “แบบที่เข้ากับมึงได้ง่ายในช่วงแรกๆ แต่ว่านานๆ เข้าก็อาจจะมีปัญหา หรือว่าแรกๆ โคตรมีปัญหาแต่พออยู่ๆ ไปแล้วโอเคอะ”


            “...”


            “มึงชอบแบบไหนวะ”


            “แสดงว่ากูต้องชอบคอนแทคเลนส์มากกว่าอะดิ” มันหันมาบอกผม


            “อ่า แสดงว่ามึงก็ต้องชอบคนอย่างหลังมากกว่าถูกมั้ยล่ะ”


            “เออๆ” มันพยักหน้ารัวๆ เหมือนเด็กน้อย ผมเลยชะโงกหน้าเข้าไปใกล้ๆ มัน


            “แล้วกูอะ... เป็นแบบแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์วะ” มันหันหน้ามาสบตาผมพอดีแล้วนิ่งไป เป็นจังหวะให้ผมยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ มันเรื่อยๆ จนปลายจมูกเราชนกัน


            “...”


            “แต่กูจะเป็นอะไรก็ได้ทั้งนั้น เพราะไม่ว่าจะเป็นอะไร... มันก็ได้อยู่ในสายตามึงอยู่ดี” ผมทนไม่ไหวเลยกดริมฝีปากไปจุ๊บมันเบาๆ แล้วก็พบว่าตัวเองถูกแรงบางอย่างทำให้ล่องลอยลงจากเตียงอย่างไม่ต้องสงสัย ฮ่าๆๆๆๆ รู้สึกว่าการได้คุยกับสาวๆ หลายคนแล้วหยอดมุกให้เธอนี่มันทำให้เรามีอะไรไว้แกล้งคนเยอะเลย และดูเหมือนว่าการแกล้งคนครั้งนี้จะทำให้ผมมีความสุขมากกว่าครั้งไหนๆ ซะด้วยนะ... หน้าเหวอๆ ของเวฟมัน... น่ารักดีว่ะ






ว้ายตายแล้วววว คุณชายปอนด์นี่ชัดเจนยังคะ ชอบเพื่อนคนนี้รึยังงงงง เขาน่ารักไม่ใช่เหรออออ >< น้องเวฟนี่รุนแรงตลอดเวลา เขินกลบเกลื่อนป่าวคะ 5555555


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

24 ความคิดเห็น

  1. #24 AnnaMTJYP (@annjrbhrn2) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 01:12

    อะหื้มมมมมม สกิลการจีบรุนแรงมาก สมแล้วที่เป็นชายปอนด์.. เวฟเขินมั้ยไม่รู้ แต่เราเขินมากกกกกกก
    #24
    0
  2. #21 meaw meaw (@meaw-007) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 16:41
    โอ๊ยยยยยย เฮียปอนด์ ขยันหยอดเหลือเกินนะคะ เวฟทนได้ไงอ่ะ หรือว่าที่เฮียปอนด์โดนถีบบ่อยๆเพราะเวฟเขิล
    #21
    0
  3. #13 กก55 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 20:41
    ปอนนนนนนนนนนนนนด์ หยอดอีกกกกกกกกกกกก
    #13
    0
  4. #12 noowiwie (@wiwie-nmk21) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 08:53
    ปอนด์รุกหนักเชียวว ><
    #12
    0
  5. #11 _babyMARK_ (@Flipple_pond) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 / 21:25
    กรี๊ดดดดดดด ชายปอนด์เริ่มรุกแล้ว เขินแทนเวฟอ่ะ แต่เวฟก็นิ่งเกิ๊นนนนน หวั่นไหวกันซักนิดมั้ย แต่มอบบาทาให้ปอนด์ตลอดเลย นี่เขินหรือโมโหคะ ><~
    #11
    0