ลิขิตรัก..บัลลังก์ทราย

ตอนที่ 5 : ราชบัลลังก์ที่สั่นคลอน - 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 51
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    2 ก.ค. 60

บทที่ ๒

ราชบัลลังก์ที่สั่นคลอน

 

 

 

 

 

ยินดีด้วยนะพระเจ้าค่ะ ต่อไปนี้พระองค์จะทรงมีน้องสาวเป็นเพื่อนเล่น ไซยเอ็ดร่วมแสดงความยินดีกับองค์หญิงโมซ่า และรู้สึกราวกับว่าเจ้าหญิงน้อยองค์ใหม่ที่เพิ่งมีพระประสูติกาลเป็นดั่งหนึ่งน้องสาวของเขาด้วยเช่นกัน

ทำไม เจ้าเบื่อที่จะเป็นเพื่อนเล่นของเราแล้วหรือไง? น้ำเสียงถามกระเง้ากระงอดถาม

มิได้พระเจ้าค่ะ กระหม่อมดีใจที่องค์หญิงจะมีเพื่อนเล่นเพิ่มขึ้น

ชิ กว่าน้องเราจะถือดาบได้ก็คงอีกหลายปี ทรงตรัสด้วยพระพักตร์บึ้งตึง เพราะวันนี้ในวังต่างโกลาหลไปกับการต้อนรับเจ้าเมืองจากแคว้นต่างๆ ที่มาร่วมยินดีในงานเฉลิมฉลองที่กำลังจะมีการจัดขึ้น จนใครๆ พากันทอดทิ้งพระองค์ให้ต้องเล่นอยู่กับไซยเอ็ดเพียงลำพัง

เล่นตุ๊กตา เล่นหม้อข้าวหม้อแกง คงไม่ต้องรอนานนักหรอก ไซยเอ็ดแอบบ่นพึมพำเบาๆ  แต่ถึงกระนั้นก็ยังแว่วเข้าพระกรรณน้อยๆ

เราไม่ชอบเล่นตุ๊กตา ไม่ชอบเล่นหม้อข้าวหม้อแกง เราชอบฟันดาบขี่ม้า

นั่นมันกีฬาผู้ชายต่างหาก

อย่าลืมสิว่า เราเคยฟันดาบชนะเจ้ามาแล้ว และถ้าไม่หยุดพูดมากล่ะก็ เราจะตีคิ้วซ้ายเจ้าให้เป็นแผลอีกข้างให้เหมือนกันไปเลยดัชนีเรียวเล็กชี้หน้าคาดโทษเขาด้วยดวงเนตรคมดุดันให้รู้ว่าเอาจริง

ไซยเอ็ดรู้ฤทธิ์ของเจ้าหญิงองค์น้อยดีจึงรีบถอยหลังกรูดเมื่อได้ยินทรงตรัสอย่างนั้น มิใช่ว่าเขากลัวเกรงแต่อย่างใด แต่เพราะเขาไม่มีสิทธิ์ตอบโต้กลับไปต่างหากเล่า ด้วยบิดาสั่งกำชับว่านักหนาให้เขายอมอ่อนข้อให้องค์หญิงโมซ่าทุกอย่าง ทั้งๆ ที่ใจจริงแล้วนั้น เวลาเจอท่าทางแก่นแก้วของอีกฝ่ายครั้งใด เขาก็นึกอยากจะจับเธอฟาดก้นเสียให้เข็ด เด็กผู้หญิงอะไรทั้งดื้อรั้น ทั้งแก่นแก้ว ชอบข่มเหงผู้ชายเป็นลูกไล่ พ่อเองก็กระไรที่สั่งให้เขาต้องตามใจเธอไปทุกเรื่อง จนจะกลายเป็นเด็กผู้หญิงนิสัยเสียเข้าไปทุกวันแล้ว

และแทนที่จะได้ไปเล่นทโมนซุกซนกับเพื่อนวัยเดียวกัน เขากลับต้องกลายมาเป็นลูกไล่ให้เด็กผู้หญิงที่ทั้งวัยและขนาดร่างกายแตกต่างกันกว่าครึ่ง

ราชองค์รักษ์ชื่อเรียกขานที่ฟังดูโก้หรู แท้ที่จริงก็แค่ลูกกระจ๊อกของเด็กผู้หญิงเจ้าอารมณ์เอาแต่ใจก็เท่านั้น ไม่เข้าใจจริงๆ ว่า ทำไมองค์หญิงโมซ่าถึงมิโปรดปรานการละเล่นแบบเด็กผู้หญิงและไปเล่นกับลูกนางกำนัลคนอื่นๆ  หรือไม่ก็ไลลาลูกสาวท่านราฟี กลับมาพิสมัยการสู้รบแบบเด็กผู้ชาย นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าพระองค์เป็นพระธิดาองค์โตที่ใครต่อใครต่างก็คาดหวังหมายมั่นปั้นมือให้เป็นผู้นำและสืบทอดบัลลังก์แห่งเชดัสย่าห์ ประเทศที่สตรียังเป็นได้แค่เพียงพลเมืองชั้นสอง และมิมีสิทธิ์ขึ้นทรงครองราชย์ได้ และเด็กผู้ชายเพียงคนเดียวที่องค์เอเมียร์ไว้วางใจให้เป็นเพื่อนเล่นกับเจ้าหญิงก็มีเพียงเขา ลูกชายของราชองครักษ์คนสนิทซึ่งพระองค์ทรงถือเป็นพระสหาย

เป็นเพราะเจ้านั่นแหละไซยเอ็ด ที่ตามใจลูกสาวเราจนเสียคน ทรงดำริห์ว่าเสียอย่างนี้คราที่ไปเยี่ยมบาดแผลของเขา หลังจากเป็นไข้อยู่หลายวันเพราะฤทธิ์ดาบขององค์หญิงโมซ่า แล้วจะให้เขาทูลตอบกลับไปว่ากระไรได้

ในเมื่อเจ้าทำให้โมซ่าเป็นเช่นนี้ ก็เป็นหน้าที่ของเจ้านั่นแหละที่ต้องกำราบลูกเราด้วยตัวเจ้าเองทรงยกให้เป็นหน้าที่องครักษ์ของเขาเสียอย่างนั้น....ถึงจะอ้อมแอ้มรับปากกับพระองค์...แต่แล้วใครจะกล้าเล่า....ในเมื่อนั่นคือพระธิดาในองค์เอเมียร์ ถึงจะขึ้นชื่อว่าราชองครักษ์แต่เขาก็เป็นแค่ข้าพระบาท ทั้งบิดายังให้ท้ายองค์หญิงด้วยรักใคร่เอ็นดูขนาดหนัก...

องค์หญิงดื้อรั้นตรงหน้านี้....มีอะไรให้น่าเอ็นดูกัน ไซยเอ็ดคิดอย่างขุ่นเคือง

อย่างมิทันได้ระวังตัว พระแสงดาบไม้ในหัตถ์เล็กก็ฟาดฟันลงมา ชนิดที่ไซยเอ็ดแทบตั้งรับไม่ทัน ถอยหลังกรูดหนีอยู่ท่าเดียว ไม่รู้ทรงกริ้วเรื่องใดมา ถึงต้องมาลงกับเขาอย่างนี้อีกแล้ว แผลที่หัวคิ้วเนื้อกำลังปิดสนิทดี หากมิระวังตัวดีๆ  อาจจะได้อีกแผลที่คิ้วซ้ายเป็นของแถมดังคำขู่

อย่าเอาแต่ถอยหนีสิเจ้าคนขี้ขลาดเสียงแจ๋วๆ ของคนเอาแต่ใจร้องท้าทาย

ไซยเอ็ดล้มลงไปจากการก้าวถอยหนีอย่างรวดเร็วหากก็ยังยกดาบขึ้นกำบังตัวเองไว้ด้วยสัญชาตญาณ

ฮะ...ฮ่า...เจ้าแพ้เราอีกแล้วนะไซยเอ็ด ทรงฟาดดาบไม้เข้าใส่จนดาบของไซยเอ็ดกระเด็นหลุดออกจากมือ

ช่างเป็นคู่ต่อสู้ที่ไม่สมศักดิ์ศรีเอาซะเลย เป็นผู้ชายเสียเปล่า ทำไมถึงปล่อยให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ มารังแกได้เล่าสหาย  เสียงถามอย่างเยาะหยันของเด็กชายวัยเดียวกัน ทำให้ไซยเอ็ดและเจ้าหญิงโมซ่าหันไปมอง

เด็กชายผู้นั้นตัวโตกว่าไซยเอ็ดเล็กน้อย รูปร่างหนามิได้ปราดเปรียวอย่างราชองครักษ์ของเจ้าหญิงน้อย ก้มลงหยิบดาบไม้ของไซยเอ็ดขึ้นมา

เจ้าเป็นใคร?

เด็กชายยิ้มกว้างแสนยั่วยวนโทสะ ตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้

เป็นคนที่จะมาปราบหญิงดื้อรั้นอย่างเจ้าน่ะสิ ถ้อยคำเยาะหยามทำให้คนขี้โมโหเลือดขึ้นหน้า

งั้นก็เชิญสิถ้าคิดว่าเก่งกล้าพอ เราจะฝากแผลกลับไปให้เจ้าไม่มีวันลืมเราได้เลย วาจาถือดีท้าทาย เรียกรอยยิ้มอย่างพอใจบนใบหน้าเด็กชายปริศนา

องค์หญิงโมซ่าเดินหน้าเข้าไปหาและลงดาบฟาดฟันไปอย่างไม่กลัวเกรง ไซยเอ็ดรีบลุกขึ้น ยืนมองการต่อสู้ของทั้งคู่ที่ดูยังไงองค์หญิงของเขาก็เสียเปรียบวันยังค่ำ ทั้งขนาดของรูปร่าง และความเป็นหญิงที่เจ้าตัวถือดีเย่อหยิ่งอยู่ได้ นั่นเป็นเพราะเขายอมอ่อนข้อให้ต่างหาก หาใช่ด้วยปรีชาสามารถที่แท้จริง

องค์หญิงน้อยฟาดดาบลงไป เด็กชายถอยหนี ก่อนจะเอี้ยวตัวหลบจนคนตัวเล็กกว่าหน้าคะมำถลำตัวไป และทีนี้ก็เป็นทีของเด็กชายที่จะฟาดดาบไม้นั้นคืนใส่เธอบ้าง

ผู้กลับมาเป็นฝ่ายตั้งรับถึงกับหน้าเสีย เพราะแรงดาบที่ฟาดมานั่นทั้งหนักหน่วงและรวดเร็วเหมือนได้รับการฝึกฝนและเชี่ยวชาญการต่อสู้ เพราะมิทรงเคยเป็นรองผู้ใด แม้ตั้งดาบรับได้ทันแต่ก็ทำเอามือน้อยๆ นั่นชาไปกับแรงที่ฟาดฟันต่อสู้กลับมา ดูท่าเจ้าคนนี้จัดเจนทางดาบมิใช่เล่น และมิยินยอมอ่อนข้อให้กับพระองค์เหมือนไซยเอ็ด จากมือเดียวต้องใช้ถึงสองมือถือดาบเพื่อต้านทานแรงของอีกฝ่าย

ฮะ...ฮ่า เป็นไงล่ะสาวน้อย ถึงจะเก่งแค่ไหน เจ้าก็เป็นแค่สตรีที่มิมีวันได้เป็นใหญ่ในแผ่นดินเชดัสย่าห์ ถ้อยคำปรามาสถึงเกียรติยศทำให้พระพักตร์เล็กนวลผ่องนั่นแปรเปลี่ยนเป็นแดงก่ำขึ้นมา ใช้ชั้นเชิงเบี่ยงตัวหลบเมื่อรู้ว่าสู้มิได้ จนคู่ต่อสู้ถลำตัวหน้าคะมำ แล้วจึงฟาดดาบไม้ลงไปบนแผ่นหลังใหญ่ของเขาเต็มแรงอย่างได้ใจ

โอ้ย ร่างที่ใหญ่กว่าทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ก่อนจะหันขวับมามองเด็กหญิงร่างเล็กด้วยดวงตาลุกวาว

รู้หรือเปล่าว่าเจ้าพูดอยู่กับใคร? รอยแย้มพระโอษฐ์ผุดพราย เอ่ยถามเยาะขึ้นมา

ก็แค่เด็กผู้หญิงอวดดีถ้อยคำโต้ตอบไม่กลัวเกรง

สามหาวเกินไปแล้วนะเจ้า เสียงแหลมเล็กที่ตวาดนั่นกลับทำให้ยิ้มปรากฏบนใบหน้าของอีกฝ่าย ก่อนจะลุกขึ้นยืนเผชิญหน้าอีกฝ่ายด้วยท่าทางข่มกว่า

เจ้านะสิสามหาวกับว่าที่พระคู่หมั้น คงเป็นเพราะไม่มีใครสั่งสอน และเราจะเป็นคนปราบเจ้าเอง

คำพูดนั่นทำให้ร่างเล็กชะงักงันไป เมื่อรู้ตัวอีกครั้ง ร่างใหญ่นั่นก็ยืนตระหง่านตรงหน้า

เราจะเป็นคนสั่งสอนเจ้าเอง ว่าเป็นสตรีควรทำตัวเช่นไร

ดาบนั้นฟาดลงมา ในขณะที่องค์หญิงมิทันได้ตั้งตัว ไซยเอ็ดรีบผวาเข้าคว้ามือน้อยที่ถือดาบนั่นตั้งรับ มิเช่นนั้นคงโดนฟาดมากลางแสกหน้าแล้วแน่ๆ  เขาคอยเป็นปราการหลังจับมือน้อยๆ นั่นฟันดาบโต้ตอบกลับไปบ้างอย่างมีชั้นเชิงชนิดที่ตัวเจ้าหญิงโมซ่าเองก็ยังตื่นตะลึงกับเพลงดาบที่แพรวพราวรุกไล่อย่างเหนือชั้นกว่าของราชองครักษ์ในเวลานี้ ผิดกับเวลาที่ต่อสู้กับพระองค์ลิบลับ ไม่น่าเชื่อว่าไซยเอ็ดจะได้รับการฝึกฝนการต่อสู้ด้วยดาบมาอย่างคล่องแคล่วและหนักหน่วง ฝ่ามือใหญ่กว่าเกือบเท่าที่กำมือเล็กๆ  ฟาดฟันดาบกลับไปทำให้อุ่นพระทัยและฮึกเหิมขึ้นมา

แน่จริงก็ตัวต่อตัวสิ เด็กชายฝ่ายตรงข้ามท้าทายกลับมา

รังแกสตรีตัวเล็กๆ ท่านเองก็มิแน่จริงเช่นกัน

สตรีตัวเล็กคนนี้มาดูหมิ่นข้าก่อน

มิว่าเช่นไร สุภาพบุรุษต้องพึงให้เกียรติสุภาพสตรีก่อนเสมอมิใช่หรือ?

ปล่อยเรานะไซยเอ็ด เราจะสั่งสอนเจ้าคนนี้ด้วยตัวเอง เสียงเล็กๆ หงุดหงิดขึ้นมาเมื่อถูกท้าทาย

ไซยเอ็ดมิปล่อยให้การต่อสู้นี้ยืดยาว เมื่อเขายกเท้ายันอีกฝ่ายจนหงายหลังไปกองกับพื้น แล้วยื่นปลายดาบไม้ไปจ่อที่ลำคอ

อย่าคิดแตะต้องตัวองค์หญิงอีก น้ำเสียงกร้าวแววตาดุดันราวกับราชสีห์สำทับ

ร่างใหญ่ที่ล้มตึงหงายหลังไปกับพื้นชะงักงัน มองสายตาเด็ดเดี่ยวของราชองครักษ์วัยเยาว์แห่งองค์หญิงโมซ่าแล้วนึกชื่นชมอยู่ในใจ หัวเราะร่วนก่อนที่มือหนาจะปัดดาบไม้นั้นให้พ้นทาง แล้วลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว

ทำหน้าที่ของเจ้าดีนี่ราชองค์รักษ์ไซยเอ็ด

ทำไมรู้จักชื่อข้า ท่านเป็นใคร? ดวงตาคมกะพริบแพขนตายาวหนามองไปอย่างไม่ไว้วางใจ

เราคือเจ้าชายมารักห์ บิน สุไลมาน มาซา อัลบูจาร์ ในองค์ชายสุไลมานแห่งแคว้นมิซซายฺ ยินดีที่ได้รู้จักสหาย รอยยิ้มนั้นดูเป็นมิตรมากขึ้นกว่าเดิม พร้อมยื่นมือมาหา ไซยเอ็ดจึงยื่นมือไปสัมผัสด้วย

ฝีมือดาบเจ้าไม่เลวนะ รวดเร็วว่องไว

ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ

เสียงฝีเท้าของเหล่ามหาดเล็กติดตามในชุดทหารแห่งเมืองมิซซายฺวิ่งเข้ามา

องค์ชายทรงประทับอยู่นี่เอง คนที่วิ่งกระหืดกระหอบนำหน้าแตะหน้าอกอย่างโล่งใจ

ท่านชีคมีรับสั่งให้ตามหาพระองค์การิบหัวหน้ามหาดเล็กทูล

“แล้วเจอกันนะสหาย” เจ้าชายมารักห์ยิ้มทิ้งท้ายให้ แล้วเดินนำหน้าไป เหล่าบรรดาผู้ติดตามเดินตามกันเป็นโขยง เมื่อผู้มาเยือนจากไป ใบหน้าเล็กก็หันขวับมามองไซยเอ็ดด้วยใบหน้าเคืองขุ่น

เจ้านี่ยุ่งไม่เข้าเรื่อง เรากำลังจะสั่งสอนเจ้าชายอวดดีคนนั้นอยู่แล้วเชียว พูดจบก็กระชากดาบคืนจากมือไซยเอ็ด แล้วผลักอกเขาด้วยใบหน้าบึ้งตึงจนเซถอยหลังไปหลายก้าว ก่อนเดินลงพระบาทหนักๆ หนีไปเสีย

ทิ้งให้องครักษ์น้อยต้องยืนมองตามหลังไปพร้อมทอดถอนใจอย่างน้อยใจอยู่เพียงลำพัง ไลลาที่แอบดูเหตุการณ์ตื่นเต้นทั้งหมดอยู่เงียบๆ มองหน้าจ๋อยๆ ของไซยเอ็ดอย่างสงสาร เช่นเดียวกับที่ยิ่งนึกเกลียดชังองค์หญิงโมซ่ามากขึ้นเป็นทวี ดวงตาที่มองตามร่างเล็กขององค์หญิงไปจึงเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังยิ่งนัก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น

  1. #2 0847186250nang (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 20:55

    เคยอ่านเรื่องนี้มานานมาก และเป็นเรื่องแรกที่อ่านเกี่ยวกับทะเลทราย ชอบมากๆๆค่ะ
    #2
    0