ลิขิตรัก..บัลลังก์ทราย

ตอนที่ 4 : ราชบัลลังก์ที่สั่นคลอน - 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 38
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    1 ก.ค. 60

บทที่ ๒

ราชบัลลังก์ที่สั่นคลอน

 

 

 

 

 

 

 

 

พระชายาปลอดภัยเพคะ ทรงได้รับขวัญพระธิดา ยินดีด้วยเพคะ

คำรายงานจากหมอตำแยที่ออกมาจากในห้องประสูติหลังจากที่พระชายาเงียบหายเข้าไปในนั้นกว่าชั่วยามทำให้ทรงยืนนิ่งจนแทบลืมหายใจ

แต่สุขภาพของพระชายาไม่สู้ดีนัก เกรงว่าจะมิอาจทรงพระครรภ์ได้อีก นางหมอกระซิบด้วยน้ำเสียงกริ่งเกรงในโทษทัณฑ์ที่ต้องออกมาแจ้งข่าวดีพร้อมกับข่าวร้าย

ทรงหันพระพักตร์ไปจ้องหน้านางหมออาวุโสอย่างตื่นตะลึง เจ้าว่ายังไงนะ?

เอ่อ...ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดเพคะ แต่สุขภาพของพระชายาไม่เหมาะที่จะทรงพระครรภ์อีก เพราะจะเป็นอันตรายแก่ตัวพระองค์เอง

พระวรกายสูงสง่าสะท้านด้วยความผิดหวัง แววพระเนตรระริกสั่น ก่อนจะหลับตาลงช้าๆ พยักหน้ายอมรับ แล้วออกคำสั่งให้นางกลับเข้าไปดูแลชายาคู่พระทัย แทบจะทรุดองค์ลงเสียตรงหน้าประตู หากอาเหม็ดไม่รีบเข้าประคองเอาไว แต่พระองค์เองยกพระหัตถ์ห้าม เขาจึงปล่อยข้อพระกร ทรงข่มความรู้สึกผิดหวังก่อนจะหันพระพักตร์มายังราชองครักษ์คู่บัลลังก์

ลูกสาวอีกแล้วนะอาเหม็ด เราได้ลูกสาวน้ำเสียงพร่ำเหมือนไม่เชื่อในโชคชะตา รู้สึกท้อแท้สิ้นหวังกับความพยายามของพระองค์และพระชายาในการจะให้ประสูติรัชทายาทแห่งราชบัลลังก์เชดัสย่าห์ หากเรื่องนี้ไปถึงหูของวุฒิสมาชิกในสภาสูง หรือมุขมนตรีอาวุโสแล้วล่ะก็ ต้องกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต และเป็นข้ออ้างที่พวกเขาจะนำบีบบังคับให้พระองค์ต้องทรงเลือกทางอื่นๆ  เช่นการมีพระสนม ซึ่งนั่นคงจะทำให้พระชายาคู่พระทัยต้องทุกข์ระทมใจ และทั้งเคยให้สัญญากับนางไว้แล้วว่า จะทรงอภิเษกสมรสเพียงครั้งเดียว และมีพระชายาเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น

แต่เรื่องรัชทายาทเป็นเรื่องใหญ่ที่หมายถึงความมั่นคงแห่งราชบัลลังก์ และยังจะมีผลไปถึงการยอมรับจากชีคแคว้นต่างๆ ที่รวมกันขึ้นเป็นสหพันธรัฐเชดัสย่าห์อีกด้วย หากพวกเขารู้ว่าพระองค์มิสามารถมีพระโอรส นี่อาจจะนำมาเป็นเหตุให้แคว้นเหล่านั้นหาเรื่องขึ้นมาแข็งข้อเพื่อลดทอนความสำคัญของแคว้นชิริอาห์ที่ทรงปกครองอยู่ หรือก่อการใดๆ ก็ตามอันจะนำความเสียหายยิ่งใหญ่มาสู่เชดัสย่าห์ได้

เป็นข่าวอันน่ายินดีพระเจ้าค่ะ หม่อมฉันดีใจด้วยเอ่ยปลอบพระทัย แม้จะเข้าใจความรู้สึกของเจ้าเหนือหัวในเวลานี้ดี

เราต้องรอคอยอีกนานเท่าไหร่นะอาเหม็ด สำหรับสายเลือดสืบราชบัลลังก์เชดัสย่าห์

หากไม่ทรงละทิ้งความหวัง โอกาสนั้นคต้องมาถึงแน่ๆพระเจ้ค่ะเขาทูลปลอบพระทัยเจ้าเหนือหัวที่ให้ความไว้วางใจเขาเป็นสหายคนสนิท

ทำไมมันถึงได้ยากเย็นนักนะ สุขภาพของมายาก็ไม่แข็งแรง หมอตำแยบอกว่านางจะมีลูกอีกไม่ได้ แต่ถึงกระนั้นเราก็ไม่ปรารถนาที่จะมีนางสนมอื่นใด ทั้งๆ ที่แต่งงานมาได้ตั้งเจ็ดปีแต่เราเพิ่งมีลูกสาวแค่สองคน เจ้าก็รู้ดีว่าสตรีไม่มีวันเป็นใหญ่และปกครองดินแดนทะเลทรายได้ ถ้อยพระดำริห์เต็มไปด้วยความกังวลพระทัย

ชีคอาเหม็ดกล้ำกลืนคำปลอบพระทัยลงไปเสียหมด ด้วยรู้สึกสะเทือนใจไปกับความปรารถนาที่ยังไม่เป็นจริงของพระองค์ เขาได้แต่หวังว่าสักวัน สิ่งที่ปวงชนชาวเชดัสย่าห์มุ่งหวังและรอคอยจะเป็นจริงขึ้นมา

ทรงล้วงพระหัตถ์เข้าไปยังฉลองพระองค์ หยิบเอาสร้อยคอห้อยแผ่นโลหะสลักตราสัญลักษณ์ส่วนพระองค์อันเป็นเครื่องหมายเจ้าผู้ปกครองสูงสุดแห่งเชดัสย่าห์ขึ้นมาพิศมองอย่างใคร่ครวญ

หากเป็นเช่นนี้ เห็นทีเราคงต้องหมั้นหมายเจ้าชายมารักห์ให้กับโมซ่า เพื่อความมั่นคงของราชบัลลังก์

ชีคอาเหม็ดตาโต กำลังจะเอ่ยคำคัดค้าน แต่ทรงยกพระหัตถ์ขึ้นห้ามอย่างเข้าใจและยอมรับ

เรารู้ว่าเจ้ากำลังจะพูดอะไร เราเคยให้สัญญากับมายาว่าจะรักและมีนางเพียงคนเดียวเท่านั้น และเราก็คงมิมีจิตเสน่หาหญิงใดได้อีกแล้ว พระเนตรเศร้าหมองทอดมองผ่านพระบัญชรออกไปยังท้องฟ้าขมุกขมัวเบื้องหน้าที่กำลังจะใกล้เวลาเช้าตรู่เต็มที

เจ้าคงจะเข้าใจดี หลังจากที่นาย่าเมียเจ้าตายไป เจ้าเองก็มิได้มีใจจะมองหาหญิงใดมาเป็นแม่ใหม่ให้ไซยเอ็ดเช่นกัน ทรงตรัสถึงเรื่องของเขา อาเหม็ดจำต้องนั่งก้มหน้านิ่งฟังต่อไป เพราะมันเป็นความจริง เขามิอาจจะลืม และรักใครไปมากกว่ามารดาของลูกชายคนเดียว แม้นางจะจากไปสู่อ้อมกอดของอัลเลาะห์หลายปีแล้วก็ตาม

ทางเดียวที่เราจะรักษาราชบัลลังก์ไว้ให้ลูกเราได้ ก็คือต้องหมั้นหมายโมซ่ากับเจ้าชายมารักห์ เพื่อความมั่นคงแห่งราชบัลลังก์

เจ้าชายมารักห์ มีศักดิ์เป็นพระภาติยะ[1] จากพระประยูรญาติสายอัลบูจาร์ บุตรชายของเจ้าชายสุไลมาน มาซา อัลบูจาร์ แห่งแคว้นมิซซายฺ หัวเมืองท่าทางตอนเหนือที่ถือครองทะเลทรายดามัสไว้เกินกึ่งหนึ่ง ถือว่าเป็นแคว้นใหญ่และรุ่งเรืองรองมาจากเมืองหลวงของเชดัสย่าห์ อย่างแคว้นชิริอาห์

พระองค์ก็ทรงทราบดีว่า เจ้าชายสุไลมานคงมิหมายมาดพอใจเพียงแค่ให้ลูกชายเป็นคู่หมั้นคู่หมายกับพระธิดาโมซ่าเท่านั้น หากทรงทราบว่าพระองค์จะมิทรงมีทายาทได้อีกแล้ว กระหม่อมได้ข่าวมาว่ามีการเกณฑ์พวกเบดูอินเร่ร่อนจากเผ่าต่างๆ เข้าฝึกทหารอย่างลับๆ เป็นกองทัพทะเลทรายเข้าร่วมกับกองทัพของมิซซายฺอีกสามกองพัน เท่ากับว่ากองกำลังของมิซซายฺมีกำลังพลเกินกว่ากึ่งหนึ่งของกองกำลังชิริอาห์ตามข้อกำหนดสนธิสัญญาที่ได้ตกลงกันไว้ และถ้าหากว่าทางเจ้าชายสุไลมานนเกิดคิดจะแข็งขืนกระทำการใดขึ้นมา กระหม่อมเกรงว่า....

ทรงยกพระหัตถ์ขึ้นห้ามปราม

เราถึงต้องผูกศัตรูให้เป็นมิตร เมื่อเจ้าเมืองอื่นๆ ก็ยังภักดีต่อชิริอาห์ แต่นั่นเราก็ต้องทำให้พวกเขายอมรับทั้งตัวเรา และความยิ่งใหญ่เกรียงไกรของกองทัพชิริอาห์ที่มีท่านเป็นผู้ดูแล พระเนตรที่ทอดไปยังแสงสว่างเรืองรองที่ปลายขอบฟ้ายามอรุณรุ่งกำลังจะมาเยือนขบคิดอย่างหนัก

เชิญเจ้าเมืองทุกแคว้นมาร่วมงานเลี้ยงฉลองการประสูติของเมริสา และแสดงแสนยานุภาพของกองทัพชิริอาห์ให้พวกเขาได้รับรู้ ในงานนี้เราจะประกาศการหมั้นหมายระหว่างโมซ่ากับเจ้าชายมารักห์อย่างเป็นทางการเพื่อให้ทุกคนร่วมเป็นสักขีพยาน รับสั่งแล้วหลับพระเนตรลงเหน็ดเหนื่อยพระทัย



[1] พระภาติยะ  คือ หลาน (ลูกของพี่ชาย,น้องชาย)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น