P4 รักอันตรายของคุณชายสายเถื่อน

ตอนที่ 9 : ตอน ผู้ชายคนนั้นชิดใกล้ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 105
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    22 ธ.ค. 61




ตุบบบบบ


หื้ม?  ผมดึงเฮดโฟนออกจากหูข้างหนึ่งหลังจากได้ยินเสียงของหนักบางอย่างวางไว้บนโต๊ะ  พบว่ามันคือเอกสารขนาดเอสี่หนาตั้งเป็นกองขนาดย่อม  ชายรูปร่างคุ้นตาที่สูงเกือบร้อยเก้าสิบเซน  เส้นผมสีดำเข้มเป็นเอกลักษณ์ นัยน์ตาสีดำคมมองมาทางผมพร้อมกับถอดถอนลมหายใจ 


โถ่เอ๊ยนึกว่าใครสะอีก....นี้อะไร ”  ผมพูดพลางเอนกายลงพิงม้านั่งมุมหนึ่งของศาลากลางแถบหอแบล็ควูฟ  ชาลหงายฝ่ามือจับหัวไหล่แล้วหมุนเล็กน้อยเพื่อคลายความเมื่อยล้า  สายตาสีดำขลับเบนให้ผมทอดมองเอกสารปึกดังกล่าวพร้อมกับเอ่ย


ปึกบนคือรายชื่อนักกีฬาหอเราที่จะส่งลงแข่ง.....


หมับ!


        ผมเอี้ยวตัวดึงเอกสารสำคัญที่ต้องส่งตามกำหนดของโรงเรียนขึ้นมาอ่านแบบผ่านๆ 
อื้อ....ตั้งแต่โคลด์ วอกเกอร์ขึ้นเป็น
P4 เหมือนจะมีปัญหาภายในหลายๆอย่างแหะ นักกีฬาฝีมือดีที่อยู่เกรดสิบถึงเกรดสิบสองส่วนใหญ่จะถูกย้าย ไม่ก็ได้รับบาดเจ็บจนต้องถอนตัวจากหอไปเยอะเหมือนกัน  หอเรดฟอกซ์กับกรีนเสน็คอาจจะไม่ได้เด่นเรื่องกีฬามากนัก   แต่ที่เอาเรื่องด้านกีฬาก็มีเช่นกันนี้สิปัญหา


  ปีนี้เหลือนักกีฬาที่ฝีมือเข้าตา....แค่นี้เองหรือเนี้ย? ” ผมวางเอกสารลงพร้อมกับมองชาล  เจ้านั่นพยักหน้ารับก่อนจะยื่นรายชื่อของเด็กหอบลูอีเกลให้ผมลองเช็คความเรียบร้อยดู


ปีนี้นำร่องเรื่องเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างหอ  เรื่องกีฬาประเภทแข่งเดี่ยวทางเราไม่มีปัญหาครับนายน้อย  แต่ติดตรงที่.....เสียงเจ้าชาลกำลังวรรคไปราวกับลำบากใจที่จะพูดออกมา  ผมถอนหายใจก่อนจะพลิกรายชื่อพร้อมกับดูรูปถ่ายของเด็กหอที่เจ้าอีริกแนบมาในใบเอกสารสำหรับลงสมัคร


อ่า....ติดตรงประเภทที่ใช้แข่งเป็นคู่กับแข่งเป็นทีมนี้น่ะสิ  งานช้างของเราเลยล่ะผมพยักหน้าเชิงใช้ความคิด  ถ้าดูจากรายละเอียดและรูปถ่ายล่ะก็  คงคัดและจับยัดลงแข่งได้แค่จากข้อมูลพื้นฐาน 


จะให้เรียกตัวเด็กบลูอีเกลมาร่วมซ้อมเลยรึเปล่าครับ ”  ชาลถามพร้อมกับรวบเอกสารทั้งหมดลงเป็นปึกให้เรียบร้อยอีกครั้ง


“ นั้นน่ะซิ  เอาไงดี.... ” ขณะที่ผมกำลังครุ่นคิดว่าจะเอายังไงดี  จู่ๆก็มีเสียงตะโกนเรียกดังมาจากอีกฟากของสนามหญ้าที่อยู่ใกล้ๆ

      


ตึก  ตึก ตึก ตึก  ตึ่ก


เฮ้!!!!  คาร์ดอส!!!” เสียงเรียกจากเมมเบอร์หนุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนดังขึ้น  ทำให้เจ้าของชื่ออย่างผมเหลียวหลังหันไปมอง  ราฟาเอลวิ่งกระหืดกระหอบพร้อบกับเกาะม้านั่งตรงศาลาด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อน

มีอะไร....ผมถาม


เด็กหอเราอยากรู้ว่ามึงจะลง...เห้ออออ.....แข่งอะไร  เขาจะได้....จะได้ ท่าทางที่พูดติดๆขัดๆพร้อมกับหายใจเฮือกใหญ่ด้วยใบหน้าแดงกร่ำทำให้ผมชักจะปวดใจ


ทีหลังก็โทรศัพท์มาบอกก็ได้มั้งไอ้ราฟ  มันจำเป็นต้องวิ่งลัดสนามมาให้เหนื่อยทำไม๊ ผมแซวพร้อมกับหัวเราะในลำคอเบาๆ  ราฟเป็นผู้ชายหน่วยก้านดีอีกคน  ติดตรงมันหล่อแบบแขกหน่อยๆ  ผิวสีเข้มตัดกับผมสีน้ำตาลอ่อนของแม่งทำให้มันหล่อดิบชิบหาย


โอ๊ยเหนื่อย.....เออน่า!!!  มึงตอบมาเหอะ...เห้ออออ....เขาจะได้เริ่มตั้งทีมฝึกและแบ่งโซนซ้อมของใครของมันกันสักทีเจ้าราฟ หรือ ราฟาเอลพูดพลางเท้าเอวมองด้วยนิ่งๆปนหอบเล็กน้อย  ดูท่าทางแล้วคงต้องการคำตอบแบบ ณ บัดนาวสินะ  นั้นสิ  รีบๆตัดสินใจดีกว่า  จวนจะถึงวันกีฬาสีแล้วด้วยจะได้มีเวลาทำอะไรอีกหลายๆอย่าง 


กูลงแข่งดาบสากล  ส่วนบาสเก็ตบอลจะมีมึง  กู  ไอ้กรีเซล   และชาล....นาย-ต้อง-ลง-ด้วย ผมหันไปบอกด้วยประโยคคำสั่ง  แหงล่ะ  บาสเล่นเป็นทีม ฉะนั้นต้องยึดพวกตัวสูงๆกับฝีมือที่เข้าขากันง่ายไว้ก่อน


ได้ครับ....ไม่มีปัญหาอะไรไอ้ชาลมันสุภาพแบบนี้แค่กับผมคนเดียวเสมอ  ทำเอาทุกคนไม่ค่อยกล้าขึ้น ขึ้นกูใส่มันสักเท่าไหร่  นึกว่ามันเป็นพวกหมาป่าที่แสนสุภาพชนในแบล็ควูฟ


แล้วบาสฯฝั่งพันธมิตรล่ะต้องผสมโรงลงสนามด้วยนี้....จะเอาใคร?” เออนั้นสิ  เด็กบลูอีเกลมีใครแววสูงยาวเข่าดีมั้งนะ?  ขณะที่ผมกำลังคิดจู่ๆหน้าของประธานหอบลูอีเกล  เจ้าอีริกผมน้ำตาลเข้มสวมแว่นขี้เก๊กนั้นก็ลอยเข้าหัวมาสะได้!!


สูงยาวเข่าดีหอนั้นก็มีแต่  รุ่นพี่อีริก นะกูว่า ผมหันไปมองไอ้ราฟตาขวางก่อนจะส่ายหัวโบกมือปฏิเสธ 


โน โน โน แล้วก็ โน โว๊ย  เรื่องนั้นมึงไปหาแววเด็กที่เข้าท่ามาให้ได้ก่อนเหอะค่อยมากัน...!”   ใช่ๆ เรื่องที่ต้องส่งเด็กหอพันธมิตรลงกึ่งหรือครึ่งหนึ่งของสนามค่อยไว้ว่ากันทีหลัง ผมนึก

 

ได้ๆ! OK จะได้ไปบอกคนอื่นๆ  กูไปล่ะ  ผมมองไอ้ราฟที่ค่อยๆกึ่งวิ่งจ๊อกกิ้งจากไป  ในขณะที่ไอ้ชาลที่รู้จักนิสัยผมดีที่สุดจะเอ่ยอะไรบางอย่างที่ไม่เข้าหูออกมา


นายกลัวเสียฟอร์มเท่ ๆในสนามเพราะต้องเล่นคู่กับศัตรูที่อาจจะเป็นมารหัวใจ  หรือกลัวเสียใจที่ต้องเห็นพี่ฮันน่าเขายืนเชียร์รุ่นพี่อีริกล่ะครับ?


พูดมากไปแหละ...หุบปากไปเลย ผมหันไปตวาดก่อนจะกอดอกอย่างหัวเสีย  แม่งพูดจี้ใจดำชิบหาย! โว๊ยจะอะไรยังไงก็ช่าง  แต่ที่ไอ้ชาลพูดน่ะมันก็น่าคิด....พี่สาวคงจะถือป้ายไฟมาเชียร์ผมที่เพิ่งรู้จักได้ไม่นานอยู่หรอก! โอ๊ยยยย  ยังไงก็ไม่เอาโว๊ย  ผมจะต้องโชว์ออฟในสนามให้หล่อบาดกระชากใจจนพี่แกจนต้องหวีดร้องออกมาให้ได้เลย!!!  คอยดู๊!!!


คาบคณิต


            ผมอ้าปากกว้างสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่พร้อมกับใช้มือข้างถนัดเท้าคางที่โต๊ะ  อาการงัวเงียเริ่มกำเริบเนื่องจากต้องเรียนรายวิชานรกนี้เกือบทุกวัน  โอ๊ยน่าเบื่อชะมัด  ผมปรายตามองอย่างเหม่อลอยไปยังหน้าปัดนาฬิกาตัวใหญ่ที่ติดผนังอยู่บนกระดานไวท์บอร์ดของห้องสี่เหลี่ยมสุดกว้างขวาง  อาจารย์ประจำวิชายังคงโหดเหี้ยมแต่งตัวเนี๊ยบเหมือนเคยๆ จะฟุบลงไปนอนให้มันรู้แล้วรู้รอด  ก็คงไม่วายได้โดนเทศน์หลังเลิกคลาสอีกแน่ๆ  สายตาผมที่กำลังซุกซนมองนู้นนี้โน่นก็พลันหันไปเห็นชายอีกคนที่จดตามอย่างเงียบๆ  ไอ้ชาล ที่นั่งข้างๆดูตั้งใจเรียนกว่าผมจมเลยแหะ 


นั่งดีๆครับ - นายน้อย มันหันส่งซิกให้ผมโดยที่ไม่ได้พูดออกเสียงออกมา ผมเลยพ่นลมหายใจออกจมูกอย่างเซ็งๆ เมื่อไหร่จะหมดคาบสักที  เบื่อจะตายห่าอยู่แล้วไม่รู้ว่าจะมีใครเป็นแบบนี้เหมือนผมบ้างไหมเวลาเจอรายวิชาที่มีอะไรก็ไม่รู้   เอาว่ะ ฟังผ่านๆส่วนเรื่องนี้ค่อยให้ไอ้ชาลไปสอนนอกรอบ 

 

ออดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

            “ การบ้านส่งพรุ่งนี้นะ....เลิกคลาสได้  และแล้วรายวิชาสุดท้ายของวันก็จบลงสักที  ผมลุกพรวดจากเก้าอี้ทันทีที่อาจารย์สั่งเลิกคลาสพร้อมกับการบ้าน  หมดไปอีกวิชา...สงสัยเย็นวันนี้ก็ต้องไปวอร์มร่างกายให้พร้อมสำหรับงานกีฬาที่กำลังคืบคลานเข้ามาทุกทีสะแล้ว  

 

เห้ย คาร์อย่าลืมประชุมภายใน  วันนี้นะเว้ย!! ” เสียงของไอ้กรีเซลดังไล่หลังมา


เออ ผมตอบแบบลวกๆก่อนจะคว้าเป้ของตัวเอง  พลางเอียงคอส่งซิกให้ชาลเดินตามหลังมาพร้อมกับบิดตัวไปซ้ายและขวาเพื่อยืดเส้นยืดสาย  ผมล้วงหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงออกมาพร้อมกับเสียงเฮดโฟนเพื่อฟังเพลงของศิลปินคนโปรดอย่าง Charlie Puth 


มีสาวๆที่เดินออกมาตามระเบียงทางเดินแหวกทางให้  บ้างก็ส่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ บ้างก็โบกไม้โบกมือ  ผมปรายตามองอย่างผ่านเลย  ไม่มีผู้หญิงคนไหนทำให้ผมสนใจได้สักคน  พวกเธอได้แต่มองผมตาละห้อยที่การอ่อยในครั้งนี้ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผลอีกครา

 

            ร่างโปร่งอีกคนที่เดินตามหลังมาพลันหันไปเห็นแผ่นหลังเล็กคุ้นตาของใครบางคน  ทำให้เขายิ้มกรุ้มกริ่มก่อนจะตะโกนเรียกชายตรงหน้าที่เดินลิ่วไม่สนสิ่งรอบข้างให้หยุดฝีเท้าลง

 

นายน้อย....9 นาฬิกาครับ!!! 9 นาฬิกา เสียงทุ้มกึ่งตะโกนที่ดังลอดผ่านเฮดโฟนยี่ห้อดังเข้ามา ทำให้ผมหยุดฝีเท้าก่อนจะดึงสายออกจากหูข้างหนึ่ง  คิ้วโก่งขมวดเข้าหากันอย่างงุนงงไล่สายตาไปตามทิศที่คนสนิทเอ่ย

 

อะไรวะ....อ๊ะ!?”  


ทันใดนั้นสายตาผมเบิกกว้างคล้ายกับใจถูกกระตุกไปที่เท้า เมื่อพบว่าผู้หญิงที่ยืนอยู่ที่ปลายทางเชื่อมระหว่างอาคารนั้นคือใคร!?  เส้นผมสีดำสนิทที่ยาวไปถึงกลางหลังกำลังรวบตำราเข้าหาอกพร้อมกับเดินออกมาจากห้องเรียนชีวะ  ทันใดนั้นสมองส่วนความจำของผมก็ลิสต์ลงไปบนรอยหยัก  เมมเอาไว้เป็นไฟล์ใหญ่ๆเลยว่าเทอมนี้ทุกวันพฤ.หลังจากเรียนคณิตสุดโหด  พี่สาวจะเรียนวิชาชีวะอยู่อีกฟากของตึก!!


เชี้ยยยยยยย ต่อไปนี้กูจะเดินมาทางนี้เพื่อเจอพี่สาวเขาทุกวันเล๊ย!!!  


ผมหันไปตบบ่าไอ้ชาลที่ทำหน้าที่ของตนเองได้เป็นอย่างดีเยี่ยมพร้อมกับรอยยิ้มที่ผุดขึ้นมาอย่างเก็บเอาไว้ไม่อยู่  เอาล่ะเว้ยยยยยย  ตามสิครับรออะไร ไม่รงไม่รอพรหมอินทร์หน้าไหนให้มาสร้างด้ายแดงแห่งรัก หรือก่อบุพเพสันนิวาสเพื่อจะได้จ๊ะเอ๋แสนบังเอิ๊ญบังเอิญแบบในละครหลังข่าวเสียก่อนจะได้เข้าไปทักทายทำความสนิทชิดเชื้อทั้งนั้น  ผมจะลิขิตชะตานี้ด้วยตัวผมเอง  คุณน่าจะเคยได้ยินสำนวนที่ว่า ถ้าไม่ทักแล้วรักจะเกิดได้ไง และนั้นแหละคือสิ่งที่ผมยึดมั่นถือมั่นมาโดยตลอด


เดี๋ยว!! พี่สาว!!! ” ไม่เป็นผล เหมือนเธอจะไม่รู้ว่าผมตะโกนปาวๆนั้นหมายถึงเจ้าหล่อน  ผู้คนที่เดินตามทางระเบียงของตึกวิทย์ต่างไล่สายตามองมาทางผมเป็นตาเดียวกัน!


รุ่นพี่!! พี่ฮันน่า!!!! ”ผมจ้ำอ้าวเดินตามลิ่วๆ บ้าเอ๊ย พี่เขาเดินกดลิฟต์ลงไปด้านล่างสะแล้ว


 ชิบ!!  ผมรัวปุ่มหวังให้มันขึ้นมารับเร็วๆ แต่แม่งไม่ทันใจเอาสะเลย ผมสบถเสียงในลำคออย่างหงุดหงิด! ก่อนจะวิ่งลงบันไดไล่ตามพี่สาวไปหมายจะไปให้ทันลิตฟ์ตัวใหญ่


 

ตึก ตึก ตึก ตึก!!!


            เสียงรัวฝีเท้าที่ลดหลั่นลงไปตามขั้นบันไดเหมือนจะดังก้องค่อยๆห่างไกลตามความชันของชั้นอาคารเรียน  เสียงกระหืดกระหอบของชายที่ไล่หลังมาติดๆดังขึ้นเมื่อเห็นนายน้อยวิ่งติดสปีดลงไปโดยไม่บอกกล่าว  จะชะโงกหัวเรียกให้คอยกันบ้างก็ดูท่าจะไม่ทันสะแล้ว


                    โถ่เอ๊ย นายน้อย.....ร่างสูงที่บ่นพรึมพรำอยู่ตรงขั้นบันไดกล่าวก่อนจะส่ายหัวน้อยๆ ชายคนสนิทรู้เท่าทันความคิดของชายที่ตนเคารพเป็นอย่างดี  คนที่เพิ่งจะมีรักแรกกำลังเบิ่งบานมักวิ่งเข้าใส่เป้าหมายท่าเดียวแบบนั้น  นั้นเดาได้ไม่ยากว่าคิดจะทำการณ์ใดต่อเพื่อพิชิตใจสาวเจ้า  แต่แล้วเสียงทุ้มแข็งกร้าวก็ดังขึ้นจากมาจากด้านข้าง

 

          เฮ้ย ชาลจะไปพักเรอะ.....แล้วประธานไปไหน? เสียงเรียกถามอย่างสงสัยดังมาจากกลุ่มชายที่สวมชุดคาราเต้สีขาวผ้าคาดเอวสีดำทมิฬพร้อมกับสภาพที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยเหงื่อ ทำให้ชาลมีไอเดียที่สุดแสนบรรเจิด

 

               รุ่นพี่มากับผมหน่อยได้ไหมครับ : ) ”

 

               “ ??? ”

 

[ กลับมาที่ชั้นล่างสุดของตึกวิทย์ ]

 

            โหย....เหนื่อยบรม  ผมสบถในใจ

               ถึงไม่เหนื่อยขนาดอ่อนเปี้ยเสียขา แต่ทว่าวิ่งจากชั้น 7 ลงมาชั้น 1นี้ก็เหนื่อยใช่ย่อยอยู่หรอกนะ แลซ้ายแลขวาก็เห็นแต่ผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาเพื่อพักผ่อนตามอัธยาศัยในช่วงพักเที่ยงของวัน  อยู่ไหนนะ  เดินไปไหนแล้วไวชะมัด  ขณะนั้นเองผมก็เห็นแผ่นหลังไวๆของสาวเจ้าที่ตามหากำลังเดินเลียบอาคารหลบแสงแดดจ้าที่สาดส่องลงมา  เพื่อมุ่งหน้าไปที่โรงอาหารส่วนกลางของโรงเรียน  เอ๊ะ  โน๊ตกับของที่แอบไปไว้ในล็อคเกอร์ ป่านนี้พี่แกจะเห็นรึยังวะ  นี้ก็ผ่านมาหลายต่อหลายวันทำไมดูไม่ทุกข์ไม่ร้อน?  ไปเสวนาให้รู้เรื่องรู้ราวเลยดีกว่า  เอาล่ะเว้ยตามครับตาม!! วันนี้ต้องเข้าไปมีส่วนในชีวิตพี่เขาให้ได้สักสองสามประโยคก็ยังดี!

 

ท่ามกลางเสียงที่เงียบสงบเพราะเป็นช่วงที่นักเรียนมอปลายเริ่มได้เวลาพักเที่ยง   บรรยากาศจึงไม่โหวกเหวกเอะอะเหมือนกับเด็กมอต้น  สาวเรือนเล็กก็เบนแว่นหนามองหาเพื่อสาวทั้งสองที่นัดแนะเอาไว้  แต่แล้วสายตาเจ้ากรรมก็หันไปเห็นสาวสองที่กำลังโบกมือด้วยทีท่าจริตจะก้านอยู่กลายๆพอดิบพอดี  คนตัวเล็กเดินไปหาพลางวางตาในมือลงบนโต๊ะกว้างก่อนจะทรุดตัวลงนั่ง


โหย  แกจะหอบอะไรมาเยอะแยะวะถามจริงนังบ้า เอ้านี้บัตรแกเร็วๆยะ...หิวจะตายชักเสียงโอเว่นเหน็บก่อนจะยื่นบัตรอิเล็คทรอนิกส์ที่ใช้แทนเงินสดภายในโรงอาหารมาให้เพื่อนสาว


ขี้บ่นจริง...เอ้าเอาไป ฮันน่ากรอกตาก่อนจะหยิบตังค์ในกระเป๋าขึ้นมาแล้ววางให้โอเว่นเป็นการแลกเปลี่ยน


ป่ะฮันน่า….” เสียงนาเดียเอ่ยอย่างอ่อนหวาน  ว่าแล้วเธอก็ควงแขนนาเดียเพื่อนสนิทหน้าหวานไปสั่งอาหารตามภาษา  ก่อนจะตามคนตามวกกลับมานั่งประจำโต๊ะที่ได้จับจองพื้นที่เอาไว้ตั้งแต่ต้น 

 

เมื่อกลับมานั่งประจำที่โต๊ะทั้งสามก็แลกเปลี่ยนหัวข้อประจำวันกันไปมาในวงสนทนา มีเสียงหัวเราะคิกคักไม่ดังจนน่าเกลียดเมื่อโอเว่นเอ่ยเล่าเรื่องตลกขบขันขึ้นมากลางวง  เสียงหัวเราะรวนดังขึ้นเป็นระรอกสร้างความประทับใจให้กับคนตัวสูงที่ยืนมองอยู่ห่างๆ  เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเผลอยิ้มที่มุมปากขึ้นมาพร้อมกับนัยน์ตาที่อ่อนโยนแค่ไหน  รู้เพียงว่ารอยยิ้มของเด็กเนิร์ดตรงหน้าที่เอาแต่ปั้นหน้านิ่งเมื่อเจอเขานั้นยิ้มกว้างได้บาดจิตเพียงไร  ก้อนเนื้อข้างซ้ายที่เต้นตึกตั่กอยู่ในนี้กำลังรัวราวกับกลองชุด  แต่แล้วโลกแห่งวิมานก็พลันหุบม่านลงเมื่อพบว่าเสียงไอกระแฮ่มในลำคอที่ดังอยู่ด้านหลังราวกลับกำลังหยอกล้อใครบางคนอยู่


โอ้โหหหหหหหหห / วะวิอิอิ๊ววววววววววววววว / มดจะขึ้นตาแล้วครับท่านประธานนนนนนน เสียงโห่ร้องอยากชอบอกชอบใจที่ได้เห็นของดีตามที่ชายที่ร้องขอให้ตามมานั้นแสนคุ้มค่า  ใครจะรู้ว่าประธานสุดสมาร์ท ดีกรีเป็นถึงลูกชายคนเดียวทายาทเจ้าของธุรกิจโรงแรมระดับสามดาวถึงห้าดาวกว่ายี่สิบสาขาทั่วโลกจะตกหลุมพรางลูกเป็ดน้ำหัวกะทิของบลูอีเกล ถ้าไม่เห็นกับตาก็คงไม่มีใครเชื่อ


ไอ้เชี้ย.....แม่งเอ๊ย พวกรุ่นพี่แม่งมาตอนไหนวะ  พอหันไปเห็นไอ้ชาลที่ยืนอยู่ด้านหลังของวงล้อมก็ถึงกับบางอ้อ 


เสียงอุทานราวกลับกำลังสบถอย่างแก้ต่าง แต่เสียงกระเซ้าเย้าแหย่ของคนวงในทำให้ชายหนุ่มแค่นหัวเราะมองคนสนิทด้วยสายตาค้อนขวางอย่างคาดโทษ  อยากจะปั้นหน้านิ่งแต่เสียงโห่แซวพร้อมกับกระแทกไหล่ไปมาราวกับคนรู้ทันของพวกรุ่นพี่ชมรมคาราเต้ก็ทำให้เขาหน้าขึ้นสี ใบหูเห่อแดงด้วยความเก้อเขิน


จะรอช้าอยู่ใยละขอรับท่านจ่าฝูงเข้าเลยสิขอรับบบบบบบ / วิ้วๆๆๆๆๆ ;p ” ผู้คนเริ่มหันเหมามองราวกับกำลังสงสัยว่าเหล่าแบล็ควูฟกำลังกระเซ้าเย้าแหย่อะไรเขาที่ดำรงตำแหน่ง P4 รุ่นพี่เกรดสิบสองเอ่ยแซวก่อนจะมีลูกคู่รับอยู่ข้างหลัง รุ่นพี่ดันให้ผมเข้าไปพร้อมกับขยิบตาเจ้าเล่ห์ เชี้ยเอ๊ย เขินก็เขินอายก็อาย  ทำไมจะต้องมาความแตกให้คนในหอแม่งรู้ความในใจด้วยวะ แม่งเอ๊ยยยยย////


ผมสูดลมหายใจทำเป็นไอกระแอมให้พวกเขาเงียบเสียง  เอาว่ะรู้ก็รู้ไปใครสน  ผมคิดในใจก่อนจะปราดสายตานิ่งราวกับฝากไว้ก่อน  สิบปีล้างหนี้แค้นก็ยังไม่สายโว๊ย  พวกคุณคงไม่เข้าใจหรอกครับคุณผู้หญิงทั้งหลายว่าพวกผู้ชายอย่างเราไม่ค่อยอยากให้คนสนิทรู้หรอกว่าเราชอบใคร เพราะถ้ารู้มันจะเข้าอีหรอบนี้มันเอาความลับมางัดโจมตีเราได้ทุกเมื่อ  ผมตัดสินใจเดินนิ่วไปยังโต๊ะของเป้าหมายท่ามกลางสายตานับสิบที่มองมาในโรงอาหาร เท้ามือลงบนโต๊ะกว้างก่อนจะฉีกยิ้มบาดใจไปให้สาวแว่นตรงหน้าที่หุบรอยยิ้มกว้างลงทันทีที่เห็นว่าผมมาเยือน


ขอโทษนะครับ  ขอยืมตัวพี่ฮันน่า  เกรย์ สักครู่นะ : ) ” ผมพูดพลางส่งสายตาไปทางเพื่อนสาวของพี่เขาอีกสองคน  ที่ดูเหมือนจะมีสาวในร่างชายดูจะตกตะลึงจนเอามือปิดริมฝีปากราวกับพี่ปอมแป๋มเทยเที่ยวไทยเวลาเจอผู้ชายหล่อๆ 


หะ...เห้!!! ” เสียงหวานร้องจนเสียงหลง  ผมไม่พูดเปล่าคว้าข้อมือเล็กให้ออกมาจากโต๊ะโดยไม่สนคำอนุญาตของเจ้าตัว  แต่ดูเหมือนว่าเพื่อนสาวคนสนิทอีกคนของพี่เขา เอ่อ....ชื่ออะไรนะ อ่อนาเดียจะลุกพรวดพราดขึ้นมาด้วยทีท่าที่ไม่ยอม  แต่ว่า....อย่าลืมสิว่าผมพ่วงใครมาด้วย

 

พรึ่บ พรั่บ!

 

“ …….!!!” นาเดียเบรกตัวเองแทบไม่ทันเมื่อพบว่าชายหน้าเหี้ยมในชุดคาราเต้เข้ามาขวางพร้อมกางแขนไม่ให้ไปด้วยสีหน้าเรียบตึง  ชาลเข้ามาพร้อมกับแจงคำอธิบายพลางหันมาคลี่ยิ้มอ่อน


กฎโรงเรียน ข้อ 45 P4 มีอำนาจในการควบคุม ตัดสิน สั่งการสูงสุดในหมู่นักเรียน….  ”


“……..”


ประธานเราบอกแล้วว่าครู่เดียว  แบล็ควูฟน่ะ.....เราอยู่กันเป็นหมู่คณะ 


“……….”


ใครคิดจะมีปัญหากับประธาน....ก็เท่ากับมีปัญหากับคนทั้งหอ


“……..!?”


“ : ) ฉะนั้นอย่ามีปัญหากับประธานของเราเลยดีกว่านะครับ 








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น

  1. #15 Looknam7104 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:19
    สู้นะค่าาาจะรออยู่^^
    #15
    0