P4 รักอันตรายของคุณชายสายเถื่อน

ตอนที่ 8 : ตอน ผู้ชายคนนั้นเผด็จการ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 113
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    28 มี.ค. 62




[Hannah's Part ]

กริ๊งงงงง กริ๊งงงงง

เสียงรัวของนาฬิกาปลุกรุ่นตั้งโต๊ะเรือนเก่าอันหนึ่งดังสนั่นจนลั่นห้อง  ร่างที่ขลุกอยู่ในผ้าห่มเริ่มขยับมากขึ้น ก่อนจะหยีตาชำเลืองมองไปที่หน้าปัด  อ่า....ตีห้าครึ่งแล้วนี้หน่า

 

ป๊าบบบบบบ! กึก!!

          “ หาววววววว....ฉันเอื้อมมือไปปิดมันอย่างรำคาญ ก่อนจะลุกขยี้ขี้ตาทั้งสองข้างแล้วเดินไปที่ห้องน้ำตามปกติ  จัดการล้างหน้าล้างตาด้วยน้ำเปล่า แปรงฟันแบบคนทั่วๆไป  สองมือเอื้อมถกเสื้อลำลองที่เพิ่งใส่นอนเมื่อคืนก่อน ก่อนจะนึกเรื่องสำคัญบางอย่างขึ้นมาได้

 

          ฉันหันไปมองที่ราวแขวนเสื้อในห้องน้ำ  อะห๊ะ..บ้าบอจริงๆ  ลืมหยิบผ้าเช็ดตัวเข้ามาได้ไงให้ตายสิพับผ่า  ฉันเดินออกไปนอกห้องน้ำก่อนจะกลับมาพร้อมผ้าเช็คตัวผืนโปรดลายหัวกระโหลก แหมผ้าเช็คตัวผืนนี้ออกจะคูลนี้หน่า 


แล้วก็จัดการธุระของตัวเองให้เสร็จ  เดินออกมาพร้อมกับเช็คผมที่เพิ่งสระให้แห้งหมาดอย่างลวกๆ  ทรุดตัวลงนั่งบนเตียงนอนเดี่ยวเหลือบมองนาฬิกาอีกครั้ง โอ้ว ทำเวลาได้ดี  นี้เพิ่ง 6.15 น. เท่านั้น  ฉันเอื้อมเปิดพัดลมหวังว่ามันจะช่วยให้ผมมันแห้งเร็วขึ้น  เมื่อผมเริ่มแห้งก็เอื้อมไปหยิบชุดยูนิฟอร์มที่ทำการรีดเอาไว้ขึ้นมาสวมใส่ให้เรียบร้อยพร้อมแบกเป้ไปที่ตึกเรียนเหมือนอย่างเคยๆ


ฉันพลิกข้อมือเพื่อดูนาฬิกา  อ่าห๊า....6.30น.เป๊ะ  เดินลงจากหอพักบลูอีเกลแวะไปทำธุระบางอย่างที่ใต้ตึกก่อนไปเรียน  มีศาลาประจำที่ฉันชอบมาทำธุระลับๆที่นี้ เมื่อเดินมาถึงก็ชะโงกซ้ายและขวาโอเคทางสะดวก  ฉันใช้มือรวบกระโปรงยาวเข้าเข่าก่อนจะนั่งย่องๆแล้วหยิบชามเล็กๆใบเก่าแล้วจัดการเทปลากระป๋องลงไป

เหมียวๆๆ....พี่เอาข้าวมาให้แล้วนะ

 

เหมียวๆ  โอเลี้ยง โอเลี้ยง ฉันพยายามเรียกมันจากข้างใต้ด้วยเสียงที่ไม่ดังนัก ก่อนที่สัญญาณตอบกลับจะขานกลับมา


เหมียว....อ่า  ยังอยู่  มันเดินลุดๆมาที่ชามอย่างว่าง่าย ก่อนจะก้มหน้าก้มตากินอย่างเอร็ดอร่อยไม่เหลือหลอ  ฉันใช้มือลูบลำตัวมันไปด้วยหวังวามันจะรู้สึกอบอุ่นขึ้น  แน่นอนโอเลี้ยงเป็นแมวจรจัด  และยังไม่มีเจ้าของ ฉันเองก็ไม่รู้ว่าเข้ามาที่นี้ได้ยังไง แต่แม่มันหายไปทั้งๆที่ตัวมันเองก็ยังไม่หย่านมด้วยซ้ำ  ส่วนไอ้ชื่อนั่นน่ะก็คงไม่ต้องตอบหอกนะว่าทำไมถึงได้ชื่อว่าโอเลี้ยง  ก็ดูตัวมันสิดำปิ๊ดปี๋ขนาดนี้ชื่อโอเลี้ยงนั่นแหละเหมาะแล้ว

ไปนะเดี๋ยวจะแวะมาใหม่

 

เหมียว....เจ้าแมวร้องพร้อมกับก้าวเดินตามหญิงสาวไปสองสามก้าว  แต่ลางสังหรณ์บางอย่างก็ทำให้เธอเหลียวไปมองด้านหลังเข้าสะก่อน

 

แอ๊ะ! ไม่ได้ ไม่ได้นะ  เดี๋ยวฉันมา หื้มโอเค๊ อยู่ในนี้ห้ามไปไหนนะ ”  เหลียวหลังหันไปดุเจ้าแมวดื้อเสร็จก็อุ้มมันกลับไปใต้ตึกพร้อมกับกำชับ  กฎของโรงเรียนคือห้ามนักเรียนนำสัตว์เลี้ยงเข้ามา  เด็กทุนอย่างฉันไม่อยากจะมีปัญหา  อีกอย่างนี้ก็จวนจะจบอยู่แล้วสะด้วย


อยู่-ใน-นี้   โอเค๊  ไม่ต้องมาทำตาแป๋วเลย ฉันพูดพลางถอนหายใจที่ทำตาโตเป็นประกายคล้ายกับกำลังจะอ้อนขอตามไปด้วย  ก่อนจะเอื้อมมือไปขยี้หัวมันสองสามทีแล้วจากมา


พลิกนาฬิกาขึ้นมาดู  ป๊าดดดดด จะ 7.00น.อยู่แล้ว ไม่ได้ๆต้องรีบเดิน!  ฉันเร่งฝีเท้าไปที่ตึกของตนเอง   โดยที่สายตาก็หันไปที่สนามเพราะได้ยินเสียงเอะอะของเด็กหอแบล็ควูฟที่บ่นกันให้เจี๊ยวจ๊าวเพราะออกมาฟิตร่างกายกันแต่เช้าในทุกๆวัน  เด็กหอบลูอีเกลเกรดสิบสองเริ่มออกันให้แน่น  แน่นอนทีนี้มีแต่เด็กหัวกะทิและแข่งขันทางวิชาการกันจนแทบจะทุกแขนงด้วยซ้ำ  มีแต่คนแหกขี้ตาตื่นแต่เช้าเพื่อจะมาใช้บริการห้องสมุดกับห้องแล็ปกันให้อื้อ  กว่าจะแหวกฝูงชนเด็กเรียนทั้งหลายไปยังตู้ล็อคเกอร์ของตนเองได้ก็แทบจะแย่  หมุนรหัสประจำตัวเสร็จก็เปิดบานพับล็อคเกอร์ออกก่อนที่จะปลดเป้ที่หลังออกมาแล้วเงยหน้าขึ้น


เห้ยยยยยย!!!! ใครมาทำอะไรล็อคเกอร์ฉันวะเนี้ย!!!? ” เสียงอุทานอย่างคนหัวเสียดังขึ้น ฉันขยับแว่นสายตามองมันอีกครั้ง  มีถุงหิ้วพร้อมกับอะไรก็ไม่รู้ถูกห่อด้วยกระดาษห่อของขวัญที่สภาพยับยู้ยี้ราวกับกระดาษเช็คตูด!! ฉันเอื้อมไปหยิบมันออกมาก่อนจะเห็นโน้ตที่แนบมากับของปริศนานี้!

 

วันอาทิตย์  16.00น. เจอกันที่โรงยิมนะครับ :)จากเด็กหลงทาง

 

คุณคงคิดว่าฉันจะต้องอุทานอย่างตกใจว่า ใครเป็นคนส่งจดหมายนี้มากันนะ? ทำหน้าตาขมวดคิ้วพร้อมกับกระพริบตาวิ้งๆก่อนจะวิ่งไปบนทุ่งลาเวนเดอร์แบบนางเอกในนิยายใช่รึเปล่า  เสียใจด้วยนะจ้ะ  ที่นิยายเรื่องนี้ไม่ได้โลกสวยขนาดนั้น

พินิจดูข้อความอีกครั้ง โค้ดเนมนี้โคตรกากเลย เด็กหลงทาง? ข้อความปัญญาอ่อนนี้โคตรงี่เง่า  เลยว่าไหม คิดว่าตัวเองอายุเท่าไหร่กันแล้ว  นี้มัธยมกันแล้วนะคุณ  มันหลงทงหลงทางอะไร เห่ยชะมัด อ่านดูก็รู้ว่าใครเป็นคนเขียนพร้อมกับส่งของแปลกๆมาให้ฉันในล็อคเกอร์  ช่วงนี้จะมีมารตัวไหนเข้ามาทำตารางประจำวันฉันรวนไปหมดได้บ้างล่ะ  นอกจากเจ้า P4หน้าใหม่นั้นก็ไม่มีใครเข้ามายุ่มย่ามกับฉันแล้วล่ะนะ  เหอะคงไปหรอกไอ้เด็กบ้าถ้าไม่ติดว่าเป็น P4 ล่ะก็แม่จะข่วนหน้าหงายแล้วชิงเอาเข็มรุ่นคืนมาแล้วให้ตายเถอะ  ฉันฉีกดูของข้างในว่าไอ้ที่ห่อมาสภาพดูไม่จืดนี้คืออะไร  คงไม่ใช่กับระเบิดหรืออะไรที่มันอุบาทว์ๆหรอกนะ

 

แคว๊กกกกกกก


ทันทีที่กระดาษห่อของขวัญถูกฉีกออก  ของข้างในก็ปรากฎออกมาจนลูกตาแทบจะกระเด็นไปติดเลนส์แว่นสายตา!!!  อะไรนะ!? กล่องนมแพะสองแพ็คกับอาหารแมว!!!?


ไอ้หมอนี่......ของที่อยู่ในถุงบ้านี้คือของดีสำหรับลูกแมวชัดๆ  ไอ้หมอนี้รู้ได้ยังไงว่าฉันแอบเลี้ยงแมวอยู่ลับๆ  มันไปรู้ตอนไหน! เมื่อไหร่!! โถ่เว้ยคิดจะส่งของพวกนี้มาขู่ฉันอีกทางยังงั้นเหรอ ฉันยัดทุกอย่างกลับไปที่ล็อคเกอร์ก่อนจะหยิบไอ้โน๊ตโง่ๆนี้ขึ้นมามองอย่างแค้นใจ  ในข้อความนี้มีอีโมทำหน้ายิ้มสะด้วย โอ๊ยยยยยยเจ็บใจนัก!!! ทำไมชีวิตฉันต้องมาเจอเรื่องไร้สาระแบนี้ด้วยนะ  วันอาทิตย์งั้นหรอ  วันอาทิตย์...อาทิตย์นี้ยังงั้นหรอ และแล้วรอยยิ้มเหยียดๆของฉันก็ผุดขึ้นมา  ลืมไปเลยว่าอีริกสั่งให้ทำงานอะไรในวันอาทิตย์นี้  โอเคต้องเล่นไม้นี้  หาข้ออ้างเบี้ยวเจ้าหมอนี้ได้ล่ะ


โอ้ว  ฉันมีธุระยะเสียใจด้วยนะ นายเทอร์เนอร์ :) 



ฟิสิกส์ วิชาอนุภาค101 


เหล่านักเรียนเกรดสิบสองคลาสนี้เป็นที่รวมเหล่านักเรียนระดับท็อปๆของโรงเรียนเอาไว้ ชายหญิงมากหน้าต่างนั่งกันเรียงรายตามไลฟ์สไตล์ของตนเอง  ที่นั่งหน้าจนถึงกลางห้องส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียนสายหนอนหนังสือ ส่วนเด็กหออื่นก็กระจัดกระจายไปตามกลุ่มก้อนของตนเอง  แน่นอนว่าห้องฉันก็มีประธานสองหอที่ดันถูกจับมาอยู่คลาสเดียวกันในชั้นปีสุดท้าย     เสือสองตัวอยู่ในถ้ำเดียวกันก็คิดสภาพเอาเถอะ 

เสือตัวแรกก็คือประธานหอที่เป็นชายสายนิ่ง ถ้าไม่สนิทเป็นการส่วนตั๊วส่วนตัวก็จะหยิ่งโคตรๆ แต่ถ้ารู้ถึงเนื้อแท้จริงๆหมอนี้น่ะกวนตีนหน้านิ่งมากๆจะขอบอกไว้ก่อนเลย พูดมาขนาดนี้ก็จะเป็นใครที่ไหนล่ะ นอกจากอีริก อลาโน่เจ้าเก่ารายเดิมเพิ่มเติมคือคนที่ฉันต้องเป็นเบ๊ยิ่งกว่าละครนางทาสสะอีก และเหมือนหมอนั่นจะเป็นเด็กเรียนคนเดียวที่ชอบนั่งท้ายห้อง ไอ้หมอนั่นมันนอกคอกปล่อยมันเถอะ เข้าใจยากเบอร์นั้นขี้เกียจอธิบาย  =''=)


เอาล่ะทุกคนเปิดไปหน้า 5 วันนี้เราจะมาเริ่มที่บทพื้นฐานกันก่อนเลยนะ  ของที่เราเห็นในชีวิตประจำวันเนี้ย  มันมีขนาดที่ต่างกันรูปร่างต่างใช่มั้ย อ่า....แท้จริงแล้วมันมีอนุภาคที่เรียงรายกันอยู่ ดูภาพประกอบ 1.1อาจารย์เจ้าของวิชาเริ่มร่ายบทสอนพลางเดินไปมาเพื่อสำรวจผู้เรียนให้ทั่วถึง


เมื่อกี้ถึงไหนนะ อ่อ ใช่  เสือตัวที่สองก็ประธานหอกรีนเสน็ค ชื่อ กิบส์ ควอตัน ชายที่เอ่อ....มีอารมณ์ศิลปินอัดแน่นจนฉันก็ไม่รู้ว่าทางศัพท์ของนักเรียนหัวศิลป์เขาเรียกว่าอะไรหรอกนะ  แต่หมอนี้มักทำอะไรที่ฉันไม่เข้าใจ  ส่วนใหญ่ก็จะมีดินสอหรือพวกเครื่องเขียนประจำตัวอยู่ตลอด แล้วก็เอาแต่วาดรูปไม่ก็ฟุบหลับ  นั้นไงพูดไม่ทันขาดคำหมอนี้ก็หลับไปกลางอากาศในคาบวิชาอนุภาคของอาจารย์โทมัสสุดเฮี้ยบสะแล้ว


อนุภาคมันจะร้อนขึ้นก็ต่อเมื่อ.....อลาโน่ตอบ และแล้วคำถามสุ่มก็เริ่มจนได้  คนแรกที่โดนก็เป็นอีริกเลยรึเนี้ย  ชายหนุ่มขยับแว่นเข้าหาตนเองพร้อมกับเอนหลังพิงพำนักเก้าอี้ แล้วตอบคำถามเสียงเรียบ


เมื่อสั่นสะเทือน ”  อู้ว  ขนาดอีริกแทบจะไม่ได้สนกิจกรรมในคลาส  เอาแต่มองนั้นมองนี้ยังตอบได้เลยแหะ


เยี่ยม....! สสารที่เห็นแข็งๆนิ่งๆ แท้จริงมันอัดแน่นไปด้วยอนุภาคแบบไหน  แอนนา มัวว์ ตอบ.... ” 


อ่า  คราวนี้เป็นเด็กหอเรดฟอกซ์รึเนี้ย  คุณหนูร่างเล็กหยิบหนังสือเล่มใหญ่ขึ้นพร้อมกับตอบกลับด้วยน้ำเสียงเซ็งๆ


เมื่อห่างกันมั้งค่ะ


ผิด!! ต้องเรียงชิดติดกันต่างหากล่ะคุณมัวว์  เอาล่ะต่อไป.....ขณะที่อาจารย์กำลังจะข้ามไปยังบทถัดไปสายตาเจ้ากรรมก็เหลือบไปเห็นของดีเข้าสะก่อน


คร่อกกกก.....ฟี้ zZ ” อาจารย์ปั้นหน้ายักษ์พร้อมกับคิ้วที่กำลังกระตุกขึ้นเล็กน้อย  สภาพของนักเรียนตัวท็อปของโรงเรียนที่ขึ้ชื่อว่าเป็นผู้นำของหอพักนักเรียนมัธยมปลายกลับสลบคาตำราด้วสภาพที่ดูไม่จืด  อาจารย์แกเดินไปที่กระดานก่อนจะปาปากกาเมจิกกลับมา!! เสียงโป๊กดังสนั่นทั่วห้องเข้ากลางกระหม่อมเต็มๆ


อั๊ย.....เจ็บสัส ชายผมสีเทาเด่นหลาเอ่ยด้วยเสียงสบถนั้นดังเล็กน้อยพร้อมกับเงยหน้าขึ้น  ใบหน้าคมผงะเมื่อพบกับสายตาสุดโหดของอาจารย์เจ้าของคาบเรียนมองมาอย่างทิ่มแทง


แหม  นายควอตันท่าทางจะเข้าใจในบทเรียนนี้แล้วล่ะสินะ...ไหนลองตอบมาซิสสารที่เห็นแข็งๆ  นิ่งๆ แท้จริงแล้วมันกำลังเป็นยังไงด้วยอัตราคงที่สายตาพิฆาตรมองอย่างเฉือดเชือน  ฉันลูบใบหน้าตัวเอง  เห้อออออ  เอาอีกแล้วคำถามสังหารหมู่  ถ้าควอตันตอบไม่ได้ก็จะต้องโดนสั่งรายงานเล่มหนายกคลาสอีก  ให้ตายเถอะพระเจ้า!


ฮันน่า ช่วยเขาหน่อยน่า!! // ฉัน-ไม่-อยาก-ทำ-ราย-งาน!!’ โอเว่นกับนาเดียพูดใส่ฉันโดยที่ไม่มีเสียงเลยสักแอะ และให้ฉันสะกดคำผ่านท่าทางเอาเอง


เอ่อ.....


แล้วทำไมต้อง ฉัน เหล่า! ’ ฉันตอบกลับไปยังเพื่อนสาวทั้งสองโดยที่ไม่ใช้เสียงเช่นกัน


ก็แกนั่งโต๊ะเยื้องหมอนั้นที่สุดไง ทำอะไรสักอย่าง!!! ’ นาเดียกล่าว


ช่วยสามีฉันหน่อยเร็วเข้า ประโยคต่อมาเป็นของนังโอเว่นสาวสองกล่าว


          ชิ ก็ได้วะ ก็ไม่อยากซวยด้วยการทำรายงานเหมือนกัน! ฉันหยิบปากกาใกล้ตัวแล้วละเลงคำตอบลงสมุดของตนเองด้วยอักษรตัวใหญ่ๆ


พรึ่บ!!


          “………!? ” ฉันชูคำตอบเล็กน้อย พร้อมกับส่งซิกให้ไอ้หมอนั้นชำเลืองมาทางนี้ 
ได้ผล
!! หนุ่มผมเทาเห็นจนได้


            “ เอ้า  ว่ายังไงนายควอตัน!!”


            “ มันกำลัง เอ่อ....สะ  สั่นด้วยอัตราคงที่ครับ...! ”


            “ โอ้ววววว แล้วจะเป็นยังไงถ้าต้องการให้มันลุกไหม้เป็นไฟ!? ” บ้าเอ๊ย อาจารย์ก็ถามสะพรวดพราดขนาดนี้!! ฉันก้มหน้าก้มตาเขียนคำตอบด้วยความเร็วแสง ก่อนจะชูคำตอบให้หมอนั้นเห็นแบบเนียนๆอีกครั้ง

 

พรึ่บ!!


            “ ก็ต้อง...ก็ต้อง...เอ่อ...เร่งการสั่นในอนุภาคให้เร็วขึ้นครับ! ”

 

อ๊อดดดดดดดดดดด

 

            “ ยอดเยี่ยมมากทุกคน  เลิก- คลาส ได้


โอ๊ยเสียงออดช่วยชีวิต  ฉันถอนหายใจอย่างโล่งอก  อาจารย์โทมัสยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีก่อนจะสั่งเลิกคลาสในเวลาต่อมา นึกว่าจะต้องโดนทำรายงานกันยกห้องสะแล้ว  ทุกวันนี้แค่วิจัยเพื่อจบการศึกษาคนละหนึ่งเล่มก็หืดขึ้นคอจะแย่  ถ้าได้รายงานอีกคนละเล่มคงประสาทกินก่อนจบพอดี 


ต่อไปพวกแกเรียนอะไรยะ ฉันคณิตฯพื้นฐานโอเว่นเปิดประเด็นถาม  ขณะที่ฉันหอบตำราเพื่อจะเปลี่ยนห้องไปยังรายวิชาต่อไปที่ลงเรียนเอาไว้ 


ฉันเคมีเพิ่มเติม ฮันน่าล่ะ นาเดียเอ่ยถาม ฉันที่กำลังลุกออกมาจากเก้าอี้เลยตอบไป


ชีวะเพิ่มเติมน่ะ  ว่าจะไปพร้อมอีริกเนี้ย  


งั้นหรอหมอนั้นก็ลงชีวะหรอ  เออๆงั้นเจอกันที่โรงอาหารที่เดิมละกัน   กลุ่มฉันแยกย้าย  ฉันหยุดรออีริกที่กำลังเดินมาที่ประตู  แต่แล้วก็มีแขนใครบางคนดึงไว้สะก่อน

 

หมับ


            .....!? ”


            “ ........... อ๊ะ กิบส์ ควอตัน?  หมอนั้นดึงแขนเสื้อของฉันพร้อมกับยื่นอะไรสักอย่างโดยที่ไม่พูดอะไรสักคำ


ลูก....กวาด ลูกกวาดหรอ?


ให้ฉัน? เอ่อ....ขอบใจ ฉันเดาจากสถานการณ์  พอรับลูกกวาดหลากสีที่แทนคำขอบคุณของหมอนั้นมาเจ้านั้นก็เดินผละออกไปไม่ได้พูดอะไรสักคำ  เหอะๆเด็กหอกรีนเสน็คนี้เข้าใจยากจริงๆ


ทำไมเธอถึงช่วยหมอนั่น อีริกถามพร้อมกับปลายตาไปทางชายผมเทาที่เพิ่งเดินจากไปเมื่อครู่ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย


อาจารย์โทมัสเป็นยังไงล่ะเวลามีเด็กในคลาสเขาตอบคำถามเขาไม่ได้  ก็ตามนั่นแหละ  ฉันแค่....ทำเพื่อตัวเอง ฉันพูดพลางมองเจ้าลูกกวาดที่เพิ่งได้มาก่อนจะยัดใส่กระเป๋าเสื้อนักเรียน  อีริกพยักหน้ารับราวกับเข้าใจในสิ่งที่ฉันหมายถึงโดยที่ไม่ต้องอธิบายอะไรให้มากความ


ไปกันเถอะ อีริกเรียกพร้อมกับเดินนำไปก่อน


อืม ฉันขานตอบโดยที่ไม่ได้คิดอะไรให้ปวดหัว  อะไรที่มีประโยชน์กับตัวเองก็จะคว้าเอาไว้ดั่งอินทรีย์ที่เด็ดเดี่ยว  โฉบเฉี่ยวทุกสิ่งที่อยู่ในสายตาเท่านั้น  โลกความเป็นจริงมันไม่ได้สวยหรูขนาดนั้นหรอก ไม่มีใครมาเสียเวลาทำในสิ่งที่ไร้จุดหมาย หรือมานั่งเสียสละในสิ่งที่เสียเปล่าประโยชน์  เรื่องง่ายๆแค่นี้เด็กอนุบาลก็เข้าใจใช่มั้ยล่ะ  นี้แหละ....แก่นแท้ของบลูอีเกล 

 

ฉันนั่งเลคเชอร์จนมือแทบหงิก  อาจารย์ประจำวิชาชีวะเพิ่มเติมเริ่มบทเรียนด้วยเรื่อง อนาโตมี ซึ่งก็ไม่รู้ว่าพี่แกจะรีบสรรยายไปไหน  สัดส่วน โครงสร้างของมนุษย์มันยิบย่อยจะตายชัก  ใครจะไปจดรายละเอียดได้ครบกัน จะเอามือถือขึ้นมาถ่ายรูปหรืออัดเสียงบันทึกก็ไม่ได้อีกเพราะอาจารย์ไม่อนุญาต  ทำอะไรไม่ได้นอกจากก้มหน้าก้มตาจด จด จดแล้วก็จดอย่างเดียว  อีริกดูเหมือนจะชิลล์ๆแถมยังจดแค่เล็กน้อยเท่านั้น 


เห้อออ ดูไอ้ท่าเรียนสบายใจเฉิบนั้นสิ!   ฉันเองก็อยากจะเรียนเก่ง มีมันสมองฉลาดเป็นกรด แถมหน้าตาดี เกิดในชาติตระกูลมั่งคั่งกับคนอื่นเขาบ้างเหมือนกันนี้นะ   


อีริกเหลือบมองกลับมายังเพื่อนสนิทที่ก้มหน้าก้มตาเลคเชอร์ตามจุดต่างๆอย่างแข็งขัน  สายตาคมลอดมองผ่านแว่น  ก่อนจะหวนนึกถึงวันวาน  ตั้งแต่รู้จักฮันน่ามา...นี่ก็เกือบจะหกปีที่เข้าเรียนที่นี่  ยัยนี้ก็ตั้งอกตั้งใจเรียนแบบนี้มาตลอด  ขยันกว่าคนอื่นเป็นเท่าตัว  พูดน้อยทำเยอะยิ่งกว่าใคร  ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงจะไม่มีใครได้ยินคำบ่นออกจากปากผู้หญิงคนนี่แน่นอน  นั่นคือข้อดีอีกอย่างหนึ่งของเธอ


จบแล้วจะไปต่อสายไหนฮันน่า....เสียงทุ้มเอ่ยในขณะที่ตายังคงมองไปยังหุ่นจำลองที่อาจารย์กำลังพร่ำสอนอยู่  มือข้างถนัดหมุนควงปากกาลูกลื่นไปด้วยราวกลับกำลังขบคิดอะไรบางอย่าง


อืม  ไม่รู้สิ ยังไม่ได้คิดไกลขนาดนั้น เสียงหวานขานกลับพร้อมกับถอดถอนหายใจ


หึ  อย่างเธอเนี้ยนะไม่คิดไกล....เสียงกลั๊วหัวเราะดังขึ้นในลำคอที่ได้ยินคำตอบที่ไม่น่าเชื่อจากสาวที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทของเขา  โดยที่ตัวเขาเองก็มีคนสนิทที่แทบจะนับจำนวนได้ 


งั้นนายก็ลดงานที่สั่งให้ฉันจัดการลงสักหน่อยเซ่  เผื่อจะได้มีเวลามานั่งคิดไงล่ะว่าจะต่อมหาลัยเลยหรือค้นหาตัวเองให้เจอก่อน.....ฉันตอบพลางใช้น้ำเสียงกระแทกกระทั้นเล็กน้อยไม่ได้จริงจังมาก  หูก็แยกประสาทรับฟัง ตาก็คอยมองกระดาน มือก็จดเลคเชอร์ สมองก็คอยประมวล  เกิดเป็นฮันน่า เกรย์ นักเรียนทุนนี้ลำบากลำบนจริง

 

“  นี้เธอกะไม่เรียนต่องั้นเหรอ....?” ฉันไม่ได้หันไปมองว่าตอนนี้อีริกทำหน้าตาแบบไหนอยู่ แต่ฟังจากน้ำเสียงแล้วเขาดูเหมือนจะช็อกเอามากๆ  แต่โชคยังดีที่อาจารย์ประจำวิชาให้เวลาเบรกไปเข้าห้องน้ำ-ดื่มน้ำตามอัธยาศัย 5 นาที 

 

พรั่บ....ขวับ


อีริกฉันเป็นนักเรียนทุนมัธยมนะ  แค่รักษาระดับให้ครบจนจบก็จะแย่แล้ว  ขือต้องเป็นนักเรียนทุนในระดับมหาลัยอีก.....ฉันก็คง....แย่เหมือนกันโอเค๊  ฉันพูดพลางยักไหล่  กฏเกณฑ์ของการเป็นนักเรียนทุนของแต่ละที่นั้นแตกต่างกัน  ความยากง่ายก็แตกต่างกันไป  แต่สำหรับที่นี่ถ้าหลุดทุนกลางครันก่อนจบการศึกษา จะต้องชดใช้ทุนให้กับสถานศึกษาถึงห้าเท่าตัว  ซึ่งแน่นอนน้ำหน้าอย่างฉันไม่มีจ่ายหรอก


“  งั้นหรอ.....


ว่าแต่นายเถอะอีริก  จะไปต่อมหาลัยอะไร


ฉันยังไม่ได้คิดเหมือนกัน......”  ห๊า  คนสมองกลอย่างหมอนี้เนี้ยนะไม่มีมหาลัยในดวงใจ?  ไม่ใช่ว่ามีคนจองตัวให้พรึบพรับแล้วอุบอิบไม่ยอมบอกยังงั้นเหรอ?  แต่เอาเถอะ  ถึงจะเป็นยังงั้นหรือไม่ก็ไม่ใช่หน้าที่ของเราอยู่ดี  อีริกนั่งนิ่งอยู่พักใหญ่ก่อนที่จะไม่พูดอะไรต่อ  


เสร็จแล้วอาจารย์ก็กลับเข้าคลาสมาพร่ำสอนต่อไปจนจบ  นักเรียนเริ่มสลายตัวไปตามหน้าที่  จนตอนนี้เหลือเพียงแค่ไม่กี่คนที่ยังนั่งอยู่ในคลาสเรียน  ฉันรวบตำราเข้าหาลำตัวพลางลุกพรวดจากเก้าอี้เตรียมตัวจะแยกย้ายไปที่โรงอาหารตามที่นัดไว้


ฮันน่า  ” เสียงอีริกเรียกขึ้น  ทำให้ฉันหยุดชะงักก่อนจะหันไปเอียงคอแทนคำถาม  เขาพ่นลมหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะขยับแว่นเข้าหาหน้า  สีหน้าอีริกวันนี้ดูเครียดๆแหะ  มีปัญหาอะไรรึเปล่านะ  รึว่าฉันคิดมากไปเอง? 


อย่าลืม...รายงานเกี่ยวกับงบทั้งหมดที่จะให้จัดเตรียมวันงานกีฬาสีให้ฉันด้วย พอได้ยินประโยคนั้นฉันก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่  อ่อที่แท้ก็ทวงรายงานที่สั่งไว้นี้เอง  ปั๊ดโถ่เอ๊ยไอ้เราก็นึกว่ามีปัญหาอะไรในชีวิตอยากจะปรึกษา หรือว่าอะไรรึเปล่า  หึ ลืมไปไอ้บ้านี้ในหัวมีแต่คำว่า งาน งาน งาน แล้วก็เรียน เรียน เรียน อย่างเดียว


เออ วันอาทิตย์จะเอาไปให้ที่แล็ป  ไปล่ะ”  ร่างบางพูดกับเดินจากไป  สายตาคมมองไล่ตามแผ่นหลังเล็กจนลับสุดสายตา 


ร่างโปร่งเดินลิ่วไปตามทางเดินของอาคารเรียน  ทีแรกเขาคิดจะถามเจ้าตัวว่ารู้จักมักคุ้น หรือโดนข่มขู่อะไรจากเทอร์เนอร์รึเปล่า แต่พอมองดูแล้วน่าจะยังไม่มีปัญหาอะไร เลยเลือกที่จะไม่ถามดีกว่า  ร่างโปร่งกลับมาทบทวนอีกครั้ง   จากการเจอครั้งแล้ว ๆมา ทั้งหน้าห้องแล็ป  การประชุมกีฬากับผอ. แล้วไหนจะตกลงเจรจาแบ่งหน้าที่ครั้งล่าสุดนี้อีก   ถ้าสังเกตดีๆเหมือนเจ้าเทอร์เนอร์นั่นมองเขาตาขวางตลอดเลยด้วยซ้ำ  เจ้านั้นเก็บเข็มรุ่นได้เลยจะหาวิธีแกล้งยังงั้นเหรอ?  จะทำไปเพื่ออะไรกัน  ถ้าทำเพื่อแก้แค้นก็น่าจะส่งฝ่ายปกครองให้หักคะแนนความประพฤติเพื่อนเขาก็สิ้นเรื่อง  แต่เจ้านั่นก็ไม่ทำ....เจ้าหมอนั่นเหมือนจะใช้ต่อรองหรือมีเหตุผลอื่นแอบแฝงมากกว่า  เพื่อนสาวคนนี้ไม่เคยมีผู้ชายหน้าไหนเข้ามาป่วนเปี้ยนแบบนี้มาก่อน  มีอะไรบางอย่างที่ทำให้รู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ ร่างแกร่งหยุดฝีเท้าที่กำลังจะก้าวเข้าไปยังแลปต์วิจัยของตัวเอง  คิดถึงหน้าของเทอร์เนอร์ กับใบหน้าของฮันน่า  แล้วจู่ๆคำตอบของเขาก็เด่นชัดขึ้น  อืม....คงไม่ใช่อย่างที่คิดหรอกมั้ง   หมาป่าสุดหล่อกับลูกเป็ดขี้เหร่  

คงไม่มีนิยายโง่ๆแบบนั้น

 

 



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น

  1. #14 Koy_Jaja (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:50
    คำผิดค่ะ รำคาญ เจี๊ยวจ๊าว ค่ะ
    #14
    0
  2. #13 Koy_Jaja (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:22
    สนุกดีค่ะ มาต่อไวๆนะ ยังมีคำผิดอยู่บ้าง อย่าลืมรีไรท์นะคะ
    #13
    0