P4 รักอันตรายของคุณชายสายเถื่อน

ตอนที่ 7 : ตอน ผู้ชายคนนั้นเผยผ่านสายตาและการกระทำ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 126
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    22 ธ.ค. 61

WRITTER: สวัสดีคนอ่านทุกท่านนะค่ะ อาจจะมาอัพช้าหน่อย เพราะไรต์เองก็มีเรียนด้วย วอนอย่าเพิ่งหายไปไหนกันเน้ออออ อยากติชมตรงไหนรบกวนคอมเม้นต์เพื่อเป็นกำลังให้ไรต์ได้แต่งต่อไปด้วยนะค่ะ :) ขอบคุณค่ะ




แคว๊กกกก ก๊อกแก๊ก พรึบพรั่บ...กุกกักๆ



          เสียงที่ดังมาจากด้านหลังตรงมุมโต๊ะทำงานของนายน้อย เสียงประหลาดนั้นดังมาได้สักพักใหญ่ๆแล้ว เขาเองก็ยังไม่รู้ว่าทำไมนายน้อยถึงต้องสั่งให้เขาซื้อลิสรายการแปลกๆมาให้ ทั้งอาทินมผงสำหรับเด็ก ผ้าขนาดกลาง ปลากระป๋อง อาหารเม็ดสำหรับเอ่อ..สัตว์? แถมยั่งสั่งให้เขานั่งหันหลังอ่านสรุปรายชื่อและรายละเอียดต่างๆอยู่แบบนี้ได้เกือบชั่วโมงแล้วก็ไม่ทราบ


“ นายน้อยครับ พรุ่งนี้มีประชุมกับหอบลูอีเกลนะครับ ”



กุกกักๆ แคว๊กกกก กึกๆๆ


               “ เออๆรู้แล้ว…” รู้จริงรึเปล่าเนี้ย ชาลคิดพลางขีดไฮไลท์จุดสำคัญด้วยปากกาเรืองแสง  แม้จะสงสัยแต่ก็ไม่คิดจะก้าวก่ายอยู่ดี


               “ เอ้าเสร็จแล้ว หันมาได้!” สิ้นเสียงชาลก็พลิกตัวหันหลังกลับ ร่างสูงผงะอย่างตกใจกับสิ่งที่อยู่บนโต๊ะ  ข้าวของที่นายน้อยสั่งให้ซื้อมาถูก..เอ่อ...ห่อ นั้นใช่การห่อรึเปล่าระ? สภาพกระดาษสีเงางามที่ซื้อมาต่างยับยู้ยี้พร้อมกับพันม้วนๆด้วยริบบิ้นจนหลุดลุ่ยไปหมด


               “ เป็นไงมั้ง...น่ารักม่ะ ” สายตาที่ประดายไปด้วยแสงระยิบระยับนั้นทำให้เจ้าตัวถึงกับกลืนน้ำลายที่หนืดอยู่ที่คอหอยทันที  เอ่อ...พูดยากแหะแบบนี้


               “ มันก็….เอ่อ…” คำพูดที่กระอุกกระอักของชายตรงหน้า ทำให้ร่างสูงชักรู้สึกใจคอไม่ดี พอมองและรอฟังคำตอบก็ได้แต่อ้ำๆอึ้งๆเอ่อๆอ่าๆอยู่นั้น จนเขาชักจะหงุดหงิดเต็มที


               “ เห้ย!! เป็นไงก็ว่ามา..พูดตรงๆมาเล้ยยยย!!”


              ห่วยแตกครับ….” สามพยางค์เน้นที่สวนขึ้นมาทันทีที่ได้ยินคำอนุญาตออกมาจากปากนายน้อย 


          อะ...เฮือกกกก  คำพูดที่ออกมาจากปากเจ้าชาลนั้นคมประหนึ่งกับว่ามีดาบ มีด หอก แทงทะลุร่างผมไปเรียบร้อย หะ..ห่วยแตกหรอ?


หมับบบ!!


          ผมกลับมาพิจารณาใหม่อีกครั้ง!  เอ่อ...มันยับแค่นิดเดียวเองนะ

               เอ๋...หรือว่าต้องม้วนโบว์ใหม่กันนะ? เอ๊ะรึว่าห่วยจริงๆหว่า...


               โอ๊ยยยยละจะเอาไปให้พี่สาวได้ยังไงเล่า!!


          ทีท่าที่กุมขมับและเหมือนจะเอาแต่งึมงำๆกับตนเองทำให้ชาลลุกพรวดขึ้นมา อีแบบนี้นี่ของขวัญให้สาวชัวท์ป๊าบ  แต่มีอย่างที่ไหนเอาของแปลกพิสดารแบบนี้ให้สาวที่ตัวเองชอบกันละนั้น กรูรู้ผู้รอบรู้แสร้งทำเสียงฮึมฮัมก่อนจะเสนอไอเดียดีๆขึ้นมาลอยๆ


               “ เอ่อ...ผมว่าถ้าห่อด้วยใจละก็  ถ้ามีการ์ดบอกอะไรสักหน่อย ความรู้สึกน่าจะถึงคนรับนะเนี้ย~”


          และแล้วเสียงวิ๊งในหัวผมก็ยังเกิดทันใด! ผมคว้ากระดาษแข็งใต้ลิ้นชักขึ้นมาพับแล้วเขียนข้อความบางอย่าง และแนบชื่อแฝงไปด้วย


          เอ๋.....เขียนยังงี้ดีกว่า อ่าทิ้งท้ายด้วยประโยคนี้พี่เขาน่าจะรู้ว่าเป็นผมนะ :)



            ชาลที่แอบชำเลืองมองแต่ก็ไม่ทันได้เห็นข้อความสำคัญที่นายน้อยเขียนลงไปพร้อมกับจัดการเอาของขวัญที่ห่อแล้วลงถุงหิ้วทันที ก่อนจะฮัมเพลงไปมาราวกับชายแรกรุ่นที่กำลังมีความรัก แหม...ช่างร่าเริงดีจริงๆเลยน๊า ใกล้จะถึงงานกีฬาสีอยู่แล้วเชียว


ผงะ!!?


               “ เอ้า..นายน้อยจะไปไหนครับ!!” ชาลที่เพิ่งนึกเรื่องสำคัญออกก็รีบเบรกนายน้อยทันควันทันที!! เอกสารและลิสต่างๆบึกใหญ่ที่ต้องทำการบ้านเพื่อไปวางแผนกับP4ที่สมองสุดฉมังค์ในวันพรุ่งนี้ นายน้อยยังไม่ได้อ่านเลยด้วยซ้ำ!?


               “ เดี๋ยวมา…”


               “ แต่นายน้อยยังไม่ได้…”


               ห้ามตามมาเด็ดขาดเข้าใจ๊!?



ปังงงง!!


               ว่าเสร็จร่างสูงก็ปิดประตูใส่โดยไม่ได้ฟังคำทักท้วงหรือตอบตกลง  แค่คิดถึงสีหน้าของพี่สาวก็ใจเต้นตุบๆเลยแหะ  :) หึๆๆๆ...โอ๊ยยยยตื่นเต้นแหะ อ่า….อยากให้ถึงวันพรุ่งนี้เร็วๆจังเล๊ยยย



9.00A.M. ณ ศาลาหน้าตึก11


          ร่างสูงเอาแต่ฮัมเพลงในลำคอไปมาพร้อทกับรอยยื้มที่เปื้อนอยู่บนใบหน้าตลอดเว  สร้างภาพลักษณ์ที่แปลกตาให้บรรดาสาวๆจนส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดจนแก้วหูแทบดับ แน่ละใครๆก็รู้ว่าว่าประธานหอแบล็ควูฟนั้นตายด้านเรื่องผู้หญิงขนาดไหน ของขวัญก็ไม่รับ คำสารภาพรักก็ปฎิเสธหมด อย่ามาแต่สายตาหรือคำทักทายที่จะได้เวลาสาวๆส่งสายตาหวานเยิ้มมาให้ไม่มีทาง นอกจากศิลปะการต่อสู้และกีฬาก็ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่สนใจอะไรเลย  แต่วันนี้ผิดถนัด! ประธานเอ่ยทักทายสาวๆที่ทักทายมา พร้อมกับรอยยิ้มพิมพ์ใจนั้นอีกต่างหาก สร้างความตื่นตะลึงให้เมมเบอร์และเลขาประจำหอเป็นที่สุด!!


หมับ!!!?


          “......??!!” ชายโปร่งตะลึงที่จู่ๆคอเสื้อก็ถูกรั้งไปด้านหลังจนหายใจไม่ออก!


          “ ชาล...มาด้วยกันสักเดี๋ยว ” เกรล ขาโตคริฟลากคอเสื้อชายที่ดำรงตำแหน่งรองประธานออกมาทันที โดยปล่อยให้คนอารมณ์ดีพลิ้วปากชมนกชมไม้ต่อไป


          “ นี้เกิดบ้าอะไรกับประธานเราห้ะชาล! รึว่าโดนสวดจากห้องฝ่ายปกครองจนสมองกลับไปแล้วรึไง?!” เกรลเลขาสาวเอ่ยถามอย่างคาดคั้นในคำตอบ


          “ ฮัมเพลงเอย ส่งยิ้มเอย” กรีเซล ชายผิวเข้มหนึ่งในเมมเบอร์เอ่ยแจง


          “ เอ่อ….คือ” ชาลได้แต่เอ่ยอย่างติดๆขัดๆ แหมก็เล่นผิดหูผิดตาขนาดนี้ -_-^) จะจับสังเกตได้มันก็ไม่แปลก


         “ เอ่ยตอบสาว ๆที่ทักทาย แถมยังมานั่งรอก่อนเวลานัดตั้งหนึ่งชั่วโมงอีก!! นี้มันผิดปกติชัดๆ!” คราวนี้ราฟาเอลเองก็เสริมทัพด้วย


          “ มีพิรุธทั้งคู่นะเนี้ย..มีลับลมคมในอะไรเล่ามาเลยรองประธานฯ!!” คราวนี้ไดน่าเองก็เอากับคนในทีมด้วย


          “ โถ่เอ้ย ผมคนกลางนะเนี้ย ถ้าอยากรู้ถามเจ้าตัวเองเหอะ” คำพูดบอกปัดของชาลทำให้ทุกคนได้แต่ส่งเสียงจิปากเบาๆ ขือไปถามเองก็โดนสวนไปด้วยเพลงหมัดเพลงมวยหรือไม่ก็ปั้นตาดุใส่เอาน่ะเซ่ ก่อนที่สายตาทุกคู่จะกลับมาคอยจับตามองชายตรงหน้าเพื่อหาข้อข้องใจกันด้วยตนเอง


          และแล้วประธานหอบลูอีเกลก็มาพร้อมกับเลขาและเมมเบอร์ก่อนเวลานัดหมายครึ่งชั่วโมง สายตาคมของร่างสูงมาดเนียบมองชายผมสีบลอนต์สะดุดตาที่มาก่อนเขาผ่านเลนต์แว่นสายตาก่อนแสยะยิ้มอย่างประหลาดใจ


               “ อรุณสวัสดิ์ ….น่าประทับใจนะเนี้ยที่หอแบล็ควูฟมาถึงที่นัดก่อนฝั่งผม ”


              “ แหม...ทุกอย่างย่อมมีครั้งแรกเสมอนี้น่า”  ร่างสูงผมบลอนต์เสยผมพลางลุกขึ้นยืนและโค้งตัวทักทายสมาชิกที่เหลือ ทั้งสองกล่าวทักทายไปมาตามมารยาทและเริ่มแนะนำชื่อของแต่ละคนในที่สุด เมื่อวนจนครบสมาชิกของทั้งสองฝ่าย ผู้นำสองคนก็เริ่มเปิดประเด็นที่จะหารือกันในวันนี้ทันที



พรึ่บ…


          จากการแลกเปลี่ยนแผนการดำเนินมาถึงจุดคลายแมกซ์ เมื่อทั้งสองหอลิสรายชื่อนักกีฬาที่ต้องร่วมกันผสมโรงคนละครึ่งตามกฎกติกาใหม่ในกีฬาสีครั้งนี้


               “ ก็อย่างที่บอกฝั่งฉันต้องพึ่งนายมากโขก็จริงในการเทรนมือสมัครเล่นให้พอถูๆไถๆด้านทักษะ ” ร่างสูงเอ่ยพร้อมดันแว่นสายตาของตนเองเข้าหาใบหน้าด้วยทีท่ามาดขรึม


               “  มันไม่ได้อยู่ที่ความสามารถหรือทักษะพิเศษอย่างเดียวคุณอลาโน่....

มันอยู่ที่ความเข้ากันของผู้เล่นทั้งทีมด้วย ” ตอนนี้มีเพียงเสียงที่ถกเถียงของประธานหอทั้งสองคนเท่านั้นที่ทำท่าจะเอาแต่ขัดกันมาตั้งแต่ต้น


พรึบ ขวับ


          สายตาเจ้ากรรมหันไปเห็นอีกแล้ว ฝ่ามือเล็กๆของร่างบางที่แตะท่อนแขนของอีริกและส่งสายตาเป็นนัยให้ใจเย็นแทนคำพูดนั่น...ทำให้ชายที่แอบมองนั้นถึงกับเริ่มรู้สึกปุดขึ้นมาเล็กๆ



                งั้นคนละครึ่งทาง นายเป็นแขนขา ฉันจะเป็นมันสมอง ” ว่าเสร็จจู่ๆร่างสูงมาดขรึมก็เริ่มถึงขีดจำกัดในการสนทนาที่ไม่ลงล็อคกันเสียที นิ้วเรียวกรีดลงรายชื่อนักกีฬาทั้งหมดและดันให้ไปอยู่ด้านหน้าของร่างสูงผมบลอนต์


          ห๊ะ…!!? ผมอุทานในใจดังลั่น เห่ยๆนี้มันงานช้างเลยนะนั้น เพราะการควบคุมดูแลนักกีฬาทั้งแบบเดี่ยว คู่และทีมน่ะมันใช่น้อยๆสะที่ไหน แล้วยังกะต้องเทรนให้พวกมือสมัครเล่นอย่างหอบลูอีเกลที่ทักษะทุกอย่างคือ 0 อีกต่างหาก!! สีหน้าที่เริ่มแสดงความไม่พอใจของชายผมบลอนต์ทำให้ชายมาดขรึมเองก็ต้องข่มอารมณ์ให้สุขุมเช่นกัน



               “ ฉันขอค้าน..!” เกรล เลขาสาวยกมือขึ้นมื่อรับฟังข้อเสนอดังกล่าวพร้อมกับสีหน้าที่ไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่



               “ หยุดก่อนคุณชาโตคริฟ ผมยังพูดในส่วนนี้ไม่จบ…” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นทำให้เลขาสาวหอแบล็ควูฟต้องลดมือลงต่ำและฟังข้อเสนอต่ออีกครั้ง



               “ ฝั่งนายน่ะแค่ดูแลนักกีฬาก็เต็มกลืนแล้ว ฉะนั้นฝั่งฉันจะจัดการทุกอย่างที่เหลือที่เป็นงายยิบย่อย จุกจิกเอง พวกดรัมเมเยอร์ ขบวนพาเหรด การแสดงหอ แสตนด์เชียร์ กองปฐมพยายาล เสบียงต่างๆ ให้เป็นหน้าที่หอเราทั้งหมด ตกลงไหม” พอสิ้นสุดข้อเสนอนั้นทำให้ความคิดเมื่อครู่ที่ขุ่นมัวของผมเปลี่ยนไปแสยะยิ้ม



หึ แบกภาระคนละส่วนสินะ ถือว่าข้อเสนอนี้ก็ยุติธรรมดี 



          ทันทีที่เห็นสีหน้าของเมมเบอร์ทั้งหลายพยักหน้ารับกับข้อเสนอที่ว่า ผมโน้มตัวพร้อมยื่นมือเช็คเเฮนด์รับข้อเสรอที่ถึงข้อยุติความไม่ลงตัวเสียที



               “ ก็แฟร์ดี….ตกลง 



                    “ เช่นกัน...ยินดีที่ได้ร่วมงาน ” ว่าแล้วชายที่เลือดเย็นก็จับมือรับกับชายเลือดร้อนจนได้ แววตาที่มุ่งมั่นกับแววตาที่ดุดันกลับฉายเด่นถึงสิ่งร่วมกันของหนุ่มทั้งคู่...คือแชมป์ปีนี้พวกเขาจะต้องคว้ามาให้ได้!!!



          เมื่อการเจรจาและกำหนดหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบเสร็จเป็นที่เรียบร้อย ผมก็ไม่ทันได้เอ่ยทักทายหรือมีโอกาสได้ก่อกวนพี่สาวเลยสักนิด และดูจากสีหน้าเจ้าตัวที่เวลาผมอุตส่าห์ฝึกรอยยิ้มพิมพ์ใจหน้ากระจกได้ตั้งนานสองนาน ก็ไม่เห็นท่าทีขวยเขินหรือยิ้มตอบจากพี่สาวเลยสักแดง 


          (-_-) อะไรว่ะ โลกนี้ไม่ยุติธรรม ทำไมพี่เขาเอาแต่ยิ้มให้คนรอบข้างด้วยท่าทีเป็นมิตร แต่พอกับผมต้องบึ้งใส่ด้วย ผมไปทำอะไรพี่แกนักหนานะ ของขวัญก็ให้แล้วหรือว่าโค้ดเนมของผมแกจะไม่รู้ว่าคือใคร เอ๊ะหรือยังไม่ได้ของที่ว่า หรือว่ายังเคืองเรื่องเข็มรุ่นนั่นอยู่? หึ่ยยยยย อะไรวะอะไรรรรรร!! ทำไมพี่สาวไม่เห็นมองผมเลยล่ะ!!! ชำเลืองสักนิดก็ไม่มี ! แล้วไอ้ท่าทีที่สนิทสนมกับเจ้าอีริกถึงขนาดนั้นมันคืออะไร!! ทำไมมันน่าหงุดหงิดใจจังเว่ย!!!



                    “ ฉันว่าจริงๆแล้วประธานคงไม่ปลื้มกับข้อตกลงนั้นเท่าไหร่นะ ” กรีเซลเอ่ยเมื่อเห็นสายตาหงุดหงิดที่เห็นได้ชัดจากชายผมบลอนต์ที่ยังนั่งอยู่



                    “ แหม ก็แหงล่ะ รับภาระเต็มๆเลยนี้”  เหล่าเมมเบอร์ที่เห็นประธานหอตัวเองได้แค่จ้องกลุ่มบลูอีเกลที่เดินกลับไปด้วยสายตาโมโหก็คาดเดาว่าน่าจะไม่สบอารมณ์กับข้อเสนอสุดโหดนั่นเท่าไหร่ ในขณะที่คนที่รู้ถึงการแปรปรวนทางอารมณ์ที่ดีสุดขั้วจนดิ่งเป็นอารมณ์เสียสุดขีดแบบนี้...น่าจะเรื่องเดียวแหละ คุณเลขาหอบลูอีเกลแน่ๆ ชาลได้แต่คิดแล้วก็อมยิ้มเล็กๆ เขาจะคอยดูดอกผลความรักที่นายน้อยเปลี่ยนจากการเฝ้ารอเป็นทำแต้มอยู่ห่างๆ



          ขณะที่ร่างสูงได้แต่แสดงทีท่าหงุดหงิดอย่างน่าประหลาดใจ สายตาของสาวช่างสังเกตที่คอยได้แค่แอบมองเขาอยู่ในมุมอับก็จับพิรุธได้ เพราะได้แต่กลัวว่าหากเขารู้ว่าเธอคิดอย่างไรคงขับไล่ไม่ก็เฉยชาใส่เช่นเดียวกับสาวๆที่เข้ามาเป็นแน่….แต่เพราะมองจากด้านหลังมาโดยตลอดจึงเห็นบางอย่าง คาร์ดอสแอบมองยัยแว่นหน้าสิวนั้นเป็นระยะๆ แถมยังมองและอมยิ้มเล็กๆที่มุมปากทุกครั้งด้วย  และอาการหงุดหงิดใจน่าจะเป็นเพราะประธานอีริกนั่งอยู่ชิดยัยแว่นหนานั้นและคอยพูดคุยเป็นการส่วนตัวอยู่ตลอดมากกว่า...ไม่จริงน่า คาร์ชอบผู้หญิงแบบนั้นงั้นเหรอ?!  สาวผมบ็อบได้แต่ครุ่นคิดและซ่อนงำความริษยาเอาไว้ในใจ คอยดูต่อไปอีกสักหน่อยดีกว่า….



ช่วงเย็นของวัน  ณ   โรงยิม 


ผัวะ!!!

หงุดหงิดนึกถึงความลำเอียงของโลกก็ยิ่งหงุดหงิด!!

 

ผัวะ ผั๊วะ โผ๊ะ!!!

ไอ้ที่ว่ารอยยิ้มคืออันดับ 1 ที่กระชากใจสาวๆบนเว็บออนไลน์ที่มันหลอกลวงกันชัดๆ!!

 

ผั๊วววววว?! !   โครมมมมม!!


                    อั๊กกกกกก....เสียงของคู่ซ้อมร้องเสียงหลงที่ถูกหมัดนวมฮุกเข้าที่ข้างขมับเต็มๆจนล้มพับเห็นดาวเคียงเดือน  ร่างสูงที่อารมณ์ไม่จอยเอาโคตรๆหอบเฮือกใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ช่วยระบายความอัดอั้นข้างในให้มันน้อยลง!   หัวหน้าชมรมคนใหม่ที่อาสามาเป็นกรรมการให้   เริ่มนับถอยหลังตั้งแต่ 1 ถึง 10 และแล้วรุ่นพี่เกรดสิบเอ็ดที่ดั้นด้นขอให้ประธานหนุ่มเป็นคู่ซ้อมมวยในวันนี้ก็สลบคาเวทีไปโดยปริยาย


               กรี๊ดดดดดดดดดด/// อร๊ายยยยยยยยยย เสียงกรีดร้องของนักเรียนจากหอพักอื่นที่มีงานอดิเรกเพิ่มเติมคือมายืนอออยู่นอกโรงยิมส่วนกลางก็ดังให้รึ่มอยู่เช่นเคยๆ 

 

      โอ๊ะแหกปากกันอยู่ได้ แสบแก้วหูชะมัด! ผมสบถในใจก่อนจะรับผ้าคุณหนูสีขาวผืนเย็นเจี๊ยบมาจากชาลที่ดูเหมือนจะเพิ่งซ้อมให้นักบาสเสร็จเหมือนกัน

 

               นายครับ  พรุ่งนี้ตอนเช้า....

 

               เออๆ รู้แล้วไม่ต้องเตือนทุกเรื่องก็ได้น่าชาล!! ” เสียงเหวี่ยงๆของนายน้อยทำให้ชาลนิ่งกึก  ปรอทในกายคงแทบจะระเบิดล่ะสินะ  นี้มันอาการหึงของคนที่กำลังมีความรักชัดๆ  อย่าเพิ่งหาเห่าใส่หัวตอนนี้ดีกว่าเรา  ชาลนึก


          บ้าชิบ!!  ยิ่งคิดก็ยิ่งเครียด  ไอ้ท่าทีที่เอามือไปคล้องแขน แตะตัว ยิ้มบางๆให้อีริกนั้นมันอะไรวะ ว๊ากกกกกกกกกกกก!!! หงุดหงิดหัวใจโว๊ยยยยยย!!!  หงุดหงิดโวย หงุดหงิด!!!!  ผมสบถด่าอยู่ในใจ

 

ปังงงงงง!

          เสียงเปิดประตูห้องเปลี่ยนเสื้อในโรงยิมใหญ่ดังขึ้นตามอารมณ์ของชายหนุ่ม  คนในหอรู้ทันทีเลยว่าประธานของพวกเขากำลังปรี๊ดแตก  ดูจากหมัดที่ออกบนเวทีก็รู้แล้ว  ส่วนสีหน้านี้ไม่ต้องพูดถึง  ถ้าจะให้เปรียบเทียบแบบเห็นภาพกันแบบชัด ๆระดับ HD ล่ะก็ คงเหมือนหมาป่าที่เป็นหัวหน้าจ่าฝูงโดนเหยียบเล็บขบที่ฝ่าเท้ายังไม่พอ ยังเหยียบหางซ้ำอีกนั่นแหละนะ

    

          ฉันว่าคงเป็นเรื่องที่เจรจาวันนี้ กับพี่หอเราถูกตัดคะแนนไปแน่นอน   ชัวป๊าบ!!  ล้าน% ” กรีเซลหนึ่งในเมมเบอร์เอ่ยพลางพยักหน้า  ทำให้เหล่าเมมเบอร์ที่เหลือที่กำลังซ้อมเทรนนิ่งให้นักกีฬาของหอก็คอยชำเลืองมองแผ่นหลังของประธานตามพลางพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย  ยกเว้นไดน่าคนเดียวที่ยังเก็บข้อสงสัยนั่นไว้กับตัว



          ผมกลับหอโดยที่ไม่อยู่ซ้อมจนค่ำมืดเหมือนทุกครั้ง  ผมรู้ดีว่าตอนนี้เลือดในกายกำลังเดือดพล่านขนาดไหน และไม่อยากจะให้เด็กในหอตัวเองพลอยรับเคราะห์จากอารมณ์โมโหของผมเองด้วย  เหมือนชาลจะรู้ดีว่าตอนนี้ผมนั้นอยู่ในโหมดไหน  จึงไม่ได้เข้ามาก้าวก่ายและปล่อยให้ผมจัดการกับอารมณ์ของตัวเองตามลำพัง  ผมไม่เคยโมโหแบบนี้มาก่อน  ไม่เคยหงุดหงิดเพราะผู้หญิงหน้าไหน  ไอ้ความรู็สึกล้านแปดนี้คืออะไรผมไม่รู้หรอก แต่ไม่ชอบ! และไม่ชอบมากด้วย!!  ผมล้มตัวลงบนโซฟ้าตัวใหญ่ ปล่อยให้ความเย็นเฉียบของโซฟาซึมผ่านร่างผม และปล่อยให้ความรู้สึกทั้งหลายระเบิดออกมาในคราวเดียวและหวังว่าบรรยากาศอันเงียบเชียบนี้จะช่วยให้ผมสงบลง  ผมล้วงมือเข้าไปในเสื้อเพื่อหยิบเข็มกลัดรุ่นที่พกไว้กับตัวขึ้นมาทอดมอง  อักษรย่อ H.G. นั้นเด่นหลาสะท้อนแสงอาทิตย์ยามเย็นที่สาดเข้ามาผ่านหน้าต่างบานใหญ่  ผมหยัดกายตัวเองขึ้นหยิบผ้าสีขาวที่คาดคออยู่ขึ้นมาซับเหงื่อที่ไหลอยู่ที่ใบหน้าไปพลางๆ  พร้อมกับเท้าผมที่ก้าวไปหยุดยืนที่หน้าต่างบานใหญ่

               ความทรงจำในวันวานไหลเข้ามา  ครั้นนึกถึงช่วงเวลาที่ผมเฝ้าตามหา  จนค่อยๆต่อจิ๊กซอร์เกี่ยวกับพี่สาวได้ทีละนิดก็รู้สึกอุ่นวาบเข้ามาในหัวใจ  ตอนนั้นพี่เขาอยู่ไกลแสนไกลจนผมไม่อาจเอื้อมถึงตัว แต่ตอนนี้!  เวลานี้! พี่เขาอยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือเท่านั้น  ตำแหน่งของแต่ละหอนั้นที่มีเขตแบ่งฟากกันและกันอย่างชัดเจน  นึกภาพเป็นรูปครึ่งวงกลม  เริ่มจากเรดฟอกซ์  แบล็ควูฟ บลูอีเกล และกรีนเสน็ค  ตราบใดที่ยังมีเข็มนี้ก็ยังมีเงื่อนไขที่เข้าใกล้พี่เขาอยู่  จะหวั่นอะไรล่ะคาร์ดอส  ช่างหัวไอ้อีริกมัน   โฟกัสแค่พี่สาวก็พอ พูดไปแล้วก็นึกถึงตอนที่จิ้นว่าถ้าพี่เขาหน้าเกลี้ยงเกลาไร้สิวฝ้ากระที่ใบ้หน้า  ลบไอ้แว่นตาสุดเห่ยนั้นออกไปแล้ว......


ตู๊ม////// หัวสมองผมแทบกระจุย  อยากสบถออกมาดังๆว่า....อ่า น่ารักเชี่ยๆ -///-  


               แต่แล้วไอ้หน้าของอีริก อลาโน่ที่หันไปใจเย็นเพราะพี่สาวที่ส่งซิกยิ้มหวานก็แทรกกลางเข้ามาในกบาลอีกแล้ว!!!!! โอ๊ยยยย ปวดหัวจิตหัวใจจริงโว๊ยยยย!!! พ่ออยากจะแหกอก ควักไส้ควักพุงแม่มจริงจริงเล๊ยยยยยย!!! สี่ปีที่แกรอมาเนิ่นนานไม่ใช่เล่นๆนะโว๊ย!!!  ใครมาขวางเดี๋ยวพ่อปั๊ดทุ่มด้วยคาราเต้ ตบด้วยเทควันโด จบท้ายด้วยหมัดมวยเมืองไทยแม่งให้สิ้นซาก! ดูสิจะมีมารตัวไหนกล้ามาเป็นขวากหนามให้กับผมอีกรึเปล่า!  ผมคิดในใจพลางแสยะยิ้ม


               “ วันนี้จะปล่อยไปก่อนแล้วกัน พี่สาว :( ชิส์ ยังไงมันก็ทำอะไรไม่ได้  ถ้าเห็นไปอี๋อ่อกับหมอนั้นหรือใครอีกล่ะก้ อย่าหาว่าพ่อไม่เตือน!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น