P4 รักอันตรายของคุณชายสายเถื่อน

ตอนที่ 19 : ตอน ผู้ชายคนนั้นตอแย (1) 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    29 มี.ค. 62




 

ตุบ  ตุบ เอี๊ยด เอี๊ยด

 

            เสียงเลี้ยงบาสดังขึ้นสลับตัดไปมากับพื้นรองเท้าสำหรับเล่นบาสที่สีไปกับพื้นเคลือบของโรงยิมใหญ่  ทันใดนั้นเสียงของราฟที่กำลังตั้งการ์ดสกัดลูกบาสอยู่นั้นก็ทำให้เพื่อนชายคนอื่น ๆ ในทีมแบล็ควูฟที่เริ่มอุ่นเครื่องรอหยุดวอร์มอัพร่างกายแล้วหันมามองเป็นตาเดียว

 

            เห้ย  พยาบาลสาวของเรามาแล้วเว้ย! ” ราฟพูดโดยใช้คำแสลงที่เรียกดัดเสียงเล็กน้อยก็จะเปลี่ยนความหมายไปเป็นอีกคำ (จาก เนิร์ด = เด็กเรียน เป็น เนิร์ส = นางพยาบาล แทน) เด็กบลูอีเกลที่เราคัดมาคือพวกหน่วยก้านดี ๆ จากเกรดสิบเอ็ดเป็นสะส่วนใหญ่เพราะค่อนข้างติดทางสูงเยอะกว่าเกรดอื่น ๆ ที่สูงโดดกว่าใครเพื่อนเห็นทีจะมีแต่ อีริก อลาโน่ ที่อยู่เกรดสิบสองตามที่เพื่อนร่วมทีมและรุ่นพี่เกรลคัดมากับมือตอนผมไปประชุมสาย  โอ๊ย หงุดหงิดโว๊ย! ฝ่ายบลูอีเกลเริ่มวางเป้ไว้ก่อนรวมกันเฉพาะฝั่งของตนเอง  ก่อนจะเดินเก้ ๆ กัง ๆ มายังข้างสนามเหมือนกับไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มจากตรงไหนก่อน

 

            เฮ้ย! มีรองเท้าบาสกันรึเปล่า? รุ่นพี่ที่อาสามาช่วยซ้อมของแบล็ควูฟเอ่ยถามไปโดยลืมไปสะสนิทว่าตนเองเป็นคนพูดเสียงดังติดกระโชกโฮกฮากจนเป็นนิสัยอยู่แล้ว  ฝั่งนั้นเลยมีเผลอสะดุ้งกันนิดหน่อยด้วยความตกใจและยังไม่คุ้นชิน

 

            ไม่มีหรอก  มีเต็มที่ก็แค่รองเท้ารันเนอร์ธรรมดา...อีริกหนุ่มแว่นเพียงคนเดียวที่อยู่เกรดเดียวกันอาสาตอบคำถามไปตามตรง

 

            งั้นเหรอ  เออ ๆ งั้นบอกไซส์ตีนมาก็แล้วกัน เดี๋ยวจะถาม ๆ เพื่อน ๆ กับน้อง ๆให้ ดอกแรกมาถึงก็โดนคำหยาบพ่นใส่หน้าทั้งที่ไม่ได้สนิทกันเข้าให้ไปหนึ่งดอก  อีริกถึงกับปั้นหน้าไปไม่ถูกเกิดมาเพิ่งจะมีคนใช้คำหยาบเสวนากับเขาราวกันเป็นเรื่องที่คนปกติเขาทำกัน!?

 

            “ เอ้า ๆ นอกจากเจ้าหมอนี้...อยู่เกรดไหนกันบ้างวะเนี้ย // สะ  สิบเอ็ดครับ

 

            “ เออ  เดี๋ยวยืดเส้นกันเสร็จแล้วไปวิ่งรอบโรงยิมคนละสามรอบก่อนเลย!  ห้ามโกงนะเว้ย!!! เอ้า ก้มหัวแล้วเอามือแตะพื้นกันได้แล้ว! // คะ  ครับ  ครับผม แม้จะอีกฝ่ายจะมีจุดที่เขาไม่ชอบไปบ้าง  แต่ว่าพอเห็นจุดประสงค์ของอีกฝ่ายที่สละเวลามาเพื่อซักซ้อมให้ก็ทำให้อีริก อลาโน่ ประธานหอบลูอีเกลไม่ได้ปริปากบ่นอะไรทั้งสิ้น  กลับส่งซิกทางสายตาให้สมาชิกที่ลงเรือลำเดียวกันนั้นก้มหน้าก้มตาปฏิบัติตามคำแนะนำของโค้ชจำเป็นไปก่อน 

 

            แน่นอนว่าการกระทำที่ดูไม่ได้เรื่องมากอะไรของบลูอีเกลก็นับว่าเป็นเรื่องดี  แต่ที่ผมผิดคาดก็คือชายที่หัวรั้นตั้งแต่ครั้งแรก ๆ ที่ได้มีโอกาสปะทะคารมณ์ด้วยอย่าง อีริก อลาโน่ เด็กอัจฉริยะของโรงเรียนกลับไม่ได้โชว์เก๋าเชิงทฤษีหรือยุทธ์วิธีการเล่นอะไรกับพวกรุ่นพี่หรือผมที่มีประสบการณ์การเล่นกีฬามากกว่าให้เห็นด้วยซ้ำ  ในทางกลับกันเจ้าตัวกลับคอยเก็บเกี่ยวและซักไซร้เรื่องบาสในรายละเอียดต่าง ๆ ไปจากพวกเรามากกว่า  ทั้งกติกาการเล่นในบางข้อ  การเก็บคะแนน เงื่อนไขและเวลาในการเล่น หรือแม้แต่ตำแหน่งในทีมที่ควรรู้  ซึ่งนั่นทำให้ทิฐิของผมลดลงไปเล็กน้อยที่เห็นหมอนั่นเป็นฝ่ายซักถามด้วยความอยากรู้เองกับตัว  โดยไม่ได้สนเลยว่าเราเคยมีปัญหาอะไรกันมาก่อน  ก็นับว่าโปรพอสมควรที่แยกแยะเรื่องส่วนตัวได้น่ะนะ  ผมไม่ได้ชมมันนะพวกคุณหยุด  หยุดเลย! ผมแค่โอเคกับการวางตัวของหมอนั่นเฉย ๆ เท่านั้น  !

 

ป๊าบบบบ!!!

 

            “ คาร์  มึงต้องฝึกชูส 3 แต้มไอ้สัส! อย่าวอกแวก! ” กรีเซลแม่งเห็นผมเผลอแว๊บเดียวก็โบกสะกบาลนี้สั่นเลย  ผมหยีหัวตรงจุดที่มันดีพลางโวยวายนิดหน่อยเพราะเผลอคิดอะไรไปชั่ววูบ

 

            ตบหาพ่อมึงเหรอห๊ะ! เออ กูรู้แล้ว!  // เออ สมาธิ!! มึงคือ S ของทีมจำไว้ด้วย!! ” มันพูดกรอกหูผมพลางชูสองนิ้วเข้าหาตาทั้งสองข้างตัวเองก่อนจะเบนสองนิ้วนั้นหันมาหาผม  คล้าย ๆกับบอกเป็นนัย ๆ ว่าให้ผมโฟกัสตรงนี้และตั้งใจสักทีนึงแหม  ไอ้x  กูฝึกชูสกับมึงจนกล้ามเนื้อแขนท่อนบนจะเป็นตะคริวแล้วครับไอ้เวร

 

พวกมือใหม่ถูกสั่งให้วอร์มร่างกายอุ่นเครื่องก่อนจะรับเสื้อเพื่อฝึกซ้อมภาคปฏิบัติ  โดยคละสมาชิกทั้งแบล็ควูฟและบลูอีเกลปะปนกันไปเพื่อเรียนรู้และซึมซับวิธีการเล่นเสมือนจริงกันไปได้แค่เกมส์สองเกมส์  ต่างฝ่ายต่างก็เริ่มเข้าใจถึงตำแหน่งสำคัญภายในบาสว่า ตนเองเหมาะและถนัดที่จะเล่นตำแหน่งไหนและจากนั้นเราจะมาให้คนในทีมร่วมกันพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้งหลังจากการฝึกครั้งนี้เสร็จสมบูรณ์   สำหรับคนที่ไม่ได้เล่นกีฬาอาจจะค่อนข้างสับสนการวางตำแหน่งผู้เล่นนะครับ  เอายังงี้ผมจะสรุปง่าย ๆ ให้ฟังแบบรวบรัดเลยแล้วกันว่าการเล่นบาสนั้นจะมีตำแหน่งและบทบาทที่สำคัญสั้น ๆ ดังนี้ครับ


1. Point Guard   มีความสามารถในการส่งบอลที่แม่นยำ อีกทั้งการควบคุมเกม ถือว่าเป็นตำแหน่งที่เล่นยากที่สุด


2. Shooting Guard    เรียกได้ว่าเป็นเอสของทีมเป็นตำแหน่งที่มีความสามารถรอบด้าน ถ้ามีโอกาสก็ทะลวงเข้าไปทำแต้มภายในได้ด้วยโดยสามารถชู้ตได้ไม่ว่าจะอยู่ตำแหน่งไหนก็ตาม Shooting Guard (SG) ควรฝึกสกิลชู้ต 3แต้ม  Running และ Steal เป็นหลัก


3. Small Forward  ผู้เล่นตำแหน่งนี้ จะคอยใช้ความรวดเร็วในการเคลื่อนไหว ทำหน้าที่เคลื่อนไหวไปมาตามช่องว่างที่สามารถเปิดโอกาสในการชู้ตหรือส่งบอลได้ และยึดครองพื้นที่ในจุดที่คาดว่าจะทำ Rebound ไปพร้อมกัน


4. Power Forward  เป็นตำแหน่งที่มีค่า Jump สูงที่สุด ทำให้ความสามารถส่วนใหญ่จะเน้นไปทางทำแต้มจากใต้แป้น


5. Center  เป็นตำแหน่งที่มีความสามารถทั้งในด้านการรุกและการตั้งรับ โดยเฉพาะการเล่นบอลใต้แป้นหรือบริเวณหัวกระโหลก จะเต็มไปด้วยประสิทธิภาพในการเล่น ตำแหน่งนี้จะมีความได้เปรียบตำแหน่งอื่น ๆ ทางด้านส่วนสูงและความแข็งแกร่งของร่างกาย ทำให้ตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งที่ทุกทีมควรจะมีไว้ร่วมทีม

 

และนี้คือเกมส์สุดท้ายหลังจากเราได้ตกลงเรื่องความเหมาะสมของสรีระร่างกาย  ความเร็วและอื่น ๆกันเรียบร้อย  สรุปคือ ผมได้ตำแหน่ง S หรือ Shooting Guard ตามที่ตกลงไว้ โดยต้องฝึกสกิลการชูสแต้ม 3 คะแนนให้แม่นยำขึ้นทุกมุมของสนามให้ได้  ส่วนคนอื่น ๆคละกันไป  ส่วนใหญ่เด็กบลูอีเกลจะถูกจัดอยู่ในตำแหน่ง Small Forward   คือคอยเลี้ยงหาช่องและส่งบอลให้แบล็ควูฟที่อยู่ในทีมเพราะพวกเขายังทำเกมส์รุกยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่  ยังเว้น...เจ้าอีริก อลาโน่ที่ส่วนสูงและสกิลการสกัดบอลนั้นถือว่าดีมาก  พี่ ๆ เกรดสิบสองที่สละเวลามาเป็นโค้ชให้เลยลงความเห็นว่าเจ้าหมอนี้ควรจัดอยู่ในตำแหน่ง Center ให้ตายซิ  ถึงผมจะขัดใจกับสีหน้าขี้เก๊กของเจ้านั่นไปสักหน่อยหน่อย  แต่พออยู่ทีมเดียวกันผมก็ต้องยอมรับว่าหมอนี้เป็นผู้เล่นที่เป็นได้ทั้งตัวตั้งและตัวรับได้ดี

 

ปี๊ดดดดดดดดดดดดดดด  พอ ๆ วันนี้พอแค่นี้ก่อน

 

            แฮ่ก  แฮ่ก...แค่ควอเตอร์เดียวก็เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว // นะ  นั่นสิ เสียงโอดครวญของเหล่าเด็กเนิร์ดเอ่ยขึ้นพลางทรุดตัวลงนั่งกลางโรงยิมที่เริ่มจะชุ่มไปด้วยเหงื่อตามลายพื้น

 

            เอ้า พวกมึงรีบ ๆ ลุกดิเห้ย...ป้าแม่บ้านเขาจะเข้ามาทำความสะอาดและปิดโรงยิมแล้วเว้ย! ” ราฟเอ่ยพลางปรบมือไล่รัว ๆ ใส่พวกเด็กหอสีน้ำเงินที่ยังนั่งอุดอู้บ่นอะไรกันไม่รู้อยู่ได้ตั้งนานสองนาน

 

            แฮ่ก  แฮ่ก  นายน้อย...น้ำครับ // ขอบใจ กำลังหิวเลย ชาลยื่นขวดน้ำเกลือแร่ขวดใหญ่ที่ฝากสมาชิกคนอื่นไปซื้อมาให้ผมได้ดับกระหาย  ผมรับมาแล้วซัดดังอึก ๆ แบบไม่แคร์สื่อ  ก็มันหิวนี้หว่า...ถึงจะเป็นการซ้อมแต่ก็ทำลงเต็มเวลาให้ร่างกายชินกับความเหนื่อยล้าเอาไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

 

            เสียงโหวกเหวกโวยวายของแบล็ควูฟเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อชาลและผมแบกเป้ประจำตัวของตนเองและเดินออกมาจากโรงยิม  แม้วันนี้จะรู้จักสมาชิกในทีมจากหอบลูอีเกลกันแบบคร่าว ๆแล้วก็ตาม  แต่การเล่นบาสกันแบบเป็นทีมกันในวันนี้นั้นจะเป็นวิธีที่เวิร์คพอสมควร  ระหว่างที่เท้าของผมก้าวเดินตามกลุ่มเพื่อนชายอย่างทิ้งระยะก็สังเกตเห็นสายสัมพันธ์บางอย่างที่เพิ่งจะเริ่มก่อตัวขึ้น  ดูเมือนว่าระยะห่างและช่องว่างจากการเดินและการพูดคุยระหว่างหอพักที่แตกต่างกันสุดขั้วนั้นจะค่อย ๆสลายไปรึเปล่านะ?

 

            ผม...ผมไม่ได้ตดสักหน่อย  ไอ้...ไอ้พวก ไอ้พวกนิสัยไม่ดี! ” ไม่รู้ว่าไอ้พวกบ้านั่นแกล้งอะไรเด็กในสังกัดของอีริก  แต่ดูเหมือนว่าผมเองก็ชักจะกลั่นหัวเราะเอาไว้ไม่ไหวสะแล้ว

 


อุ๊บส์...ไม่เจ็บแหะ 555555+


 

            ฮ่ะฮะฮ่า ฮะฮ่ะ โอ๊ย กูปวดท้อง...ไอ้เชี่ย   มึงด่าได้หยาบสุดแค่นี้เองหรอวะ // โอ๊ย กู กู ฮะฮ่า ฮ่ะฮะฮ่า โอ๊ย น้ำตากูไหลหมดแล้ว เหล่าเดอะแก็งค์ของผมนั้นกำลังหัวเราะกันจนตัวโก่งงอเมื่อเห็นเด็กเนิร์ดที่เล่นไปไม่กี่เกมส์ในวันนี้ด่าสวนกลับมาด้วยคำหยาบที่แสนสุภาพ


 

            “ พะ  พะ  พวกนาย...ขำอะไรกัน!!! // 55555555555555 ” ทีนี้มีแต่เสียงระเบิดหัวเราะกันดังระงมไปทั่วทุกอณู  ผมเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาจากการหัวเราะเมื่อครู่อย่างลวก ๆ ก่อนที่จู่ ๆ ช่วงไหล่ข้างขวาของผมจะถูกใครบางคนจับและกำชับไว้แน่นจนผมต้องเหลียวหลังกลับไปมอง


 

หมับ!

 

อีริก...อลาโน่?

 

            นายเทอร์เนอร์...ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย อีกฝ่ายเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำก่อนจะลอบมองผมผ่านกรอบแว่นด้วยสายตาเป็นจริงเป็นจังจนผมรู้สึกถึงสายลมอ่อน ๆที่พัดผ่านร่างที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของเราทั้งคู่  ทั้งสีหน้า  แววตา และคำพูดคำจานั่นทำให้ในหัวของผมนั้นเต็มไปด้วยคำถามนับล้านที่ผุดขึ้นมาในหัวมากมายนับไม่ถ้วน  เท่าที่จำได้หมอนี้เดินนำออกมาก่อนใครเลยนี้หน่า...รึว่าอีกฝ่ายนั้นชะลอฝีเท้าของตนเองที่เดินนำหน้าผมออกมาตั้งนานและหยุดรออยู่ตรงไหล่ทางก่อนจะรอจังหวะเพื่อรอที่จะคุยงั้นเหรอ

 

            อ่าหะ  ผมฟังอยู่ ร่างสูงผมบลอนต์เอ่ยตอบก่อนจะปล่อยให้พรรคพวกของตนเองเดินลิ่วออกไปจนเสียงที่โหวกเหวกโวยวายเหล่านั้นเริ่มเบาลงมากพอ  ที่จะพูดคุยกับอีกฝ่ายได้ตามลำพัง


 

            ฉันขอถามนายตรง ๆ ไม่อ้อมค้อมเลยก็แล้วกันนะ....



ถามตรง ๆงั้นเหรอ?

 

คิดจะถามอะไรกันแน่?


 

            ร่างสูงขมวดคิ้วโก่งได้รูปของตนเองจนม้วนกันเป็นปมบนใบหน้าเมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังใช้เรียวนิ้วดันกรอบแว่นของตนเองเข้าใบหน้าพลางปรายตามองลงมาพร้อมกับคำถามที่คาดไม่ถึง

 


            ที่นายคอยมาตามตอแยจนเกิดเรื่องแย่ ๆกับฮันน่า...นายน่ะแท้จริงแล้วมีจุดประสงค์อะไร


 

ที่แท้ก็เรื่องนี้เองรึเนี้ย...


           

            หึ  ไม่เอาหน่า...ผมว่าผมเองก็ชัดเจนไปตั้งนานแล้วนี้หน่า เจ้าเด็กเกรดสิบที่ดำรงตำแหน่ง P4 เหมือนกันกลับหัวเราะรวนก่อนจะเอาใบหน้าทาบกับฝ่ามือข้างนึงของตนเองพลางเสยผมที่ปรกอยู่ไปด้านหลังก่อนจะเหยียดยิ้มให้

 


            “ ………. ” ชัดเจนงั้นเหรอ?  รึว่าเจ้านี้จะหมายถึงเรื่องโจ่งครึ่มที่ทำกับเพื่อนของเขากลางโรงอาหาร!?

 

          ถ้ารุ่นพี่ตั้งใจมาถามกับผมเป็นการส่วนตัวเพราะห่วงเพื่อนของตัวเองผมก็ไม่ได้ห้าม... แต่ถ้าตั้งใจมากถามเพราะตัวเองคิดกับพี่เขามากกว่านั้นล่ะก็ผมก็จะขอบอกเอาไว้สักอย่างก็แล้วกัน ร่างสูงพูดพลางสาวเท้าสามขุมเข้ามาหาอีกฝ่ายที่มีส่วนสูงใกล้เคียงกันด้วยสายตาและแววตาจากที่เคยทะเล้นแปรเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที!

 


เป็นแค่รุ่นน้องฉัน  แต่ปากเก่งเกินวัยจังเลยนะ ร่างสูงเอ่ยสวนเพราะชักจะทนคำพูดคำจาของเด็กที่ไม่รู้จักสัมมาคาราวะไม่ไหว

 


ถ้าเป็นเรื่องเรียนรุ่นพี่อาจจะชนะขาด  แต่ถ้าเป็นเรื่องพี่ฮันน่าล่ะก็ผมน่ะทุ่มสุดตัว... ร่างสูงผมดำสนิทอย่างอีริกกำลังจะสนทนาโต้ตอบ  แต่ทว่าเสียงโหวกเหวกที่ดังไล่มาจากต้นทางทำให้พวกเขาที่ยืนอยู่รั้งท้ายจำต้องแยกย้ายกันกลับหอพักใครหอพักมันอย่างเลี่ยงไม่ได้


 

เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยย  คาร์!!!!!  หายหัวไปไหนวะ!!!!! // ไอ้หนูคาร์ดอส!! เร็ว ๆเว้ยยยย  หอพักจะปิดประตู!!!!

 


เออ!!!!...ลาล่ะครับรุ่นพี่อลาโน่  อีกฝ่ายบ่ายหน้าไปครู่นึงเพื่อตะโกนขานรับกับพรรคพวกที่เริ่มแหกปากตามตัวกันให้จ้าละหวั่น  ก่อนจะยกนิ้วชี้กับนิ้วกลางขึ้นมาชิดกันพลางแตะที่หางคิ้วเพื่ออำลาแบบลวก ๆ

 


หึ  เจ้าเด็กบ้า... อีริกชายมาดขรึมแค่นหัวเราะก่อนจะดันกรอบแว่นสายตาของตนเองให้กระชับบนใบหน้าอันคมสันของตนเองและเดินกลับหอพัก  ร่างสูงย่างก้าวไปข้างหน้าเพียงลำพังพลางเหม่อมองท้องฟ้าอันมืดมิดและลมเย็น ๆ จากน้ำค้างที่กำลังทำให้ร่างกายของเขาสดชื่นขึ้นมาทันตาเห็นด้วยความรู้สึกประหลาดใจ   นึกไม่ถึงว่าทฤษฎีที่เขาเคยตั้งข้อสมมติฐานไว้ในใจก่อนที่เพื่อนสนิทของเขาจะเกิดเรื่องอื้อฉาวนั้นจะเป็นจริง 

 


เจ้าเด็กนั่นมันชอบเพื่อนของเขาจริง ๆ งั้นเหรอ

 

หึ หึ หึ...คิดมากกว่าเพื่อนเหรอ?  อย่ามาพูดให้ขำไปหน่อยเลยหน่า 


_________________________________________________________________________________

               Writter: Sorry นะทุกคนนนนนที่หายจากการอัพเรื่องนี้ไปนานมากกกกกกกก  อ่ะไรต์เห็นใจกลับมาปั่นให้แล้วเน้อ     อย่าลืมคอมเม้นต์น่ารัก ๆ ไว้ให้กำลังใจในการอัพไรต์บ้างนะคะ  แล้วเจอกันอีกในวันพรุ่งนี้ค่าาาา บับบาย






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น