P4 รักอันตรายของคุณชายสายเถื่อน

ตอนที่ 13 : ตอน ผู้ชายคนนั้นกับพลาสเตอร์ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 55
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    20 มิ.ย. 61





ห้องดนตรี D-12

 

            นัยน์ตาคู่โตเบิกกว้างเมื่อเห็นตัวอักษรด้านหน้าของห้องเรียนภายในอาคาร  อักษร D นำหน้าเป็นตัวย่อของการฝึกซ้อมทางดนตรีชนิดหนึ่งในตึกแห่งเสียงเพลง Dancing?  นี้มันห้องซ้อมเต้นรำนี่หว่า!!  ว่าแล้วริมฝีปากบางได้รูปยังไม่ทันได้ทักท้วงร่างสูงที่กึ่งลากกึ่งจูงก็ทอดกายเข้ามายังตัวด้านใน  พร้อมกับปล่อยแขนที่เหนี่ยวรั้งมาตั้งนานเนิ่น  แรงมหาศาลที่เหวี่ยงมือทำเอาคนตัวที่เล็กกว่าเซเล็กน้อยพร้อมกับจับข้อมือองตนเองที่เห่อแดงขึ้นเนื่องจากแรงพยศก่อนหน้านี้  ร่าแกร่งล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเรียกหาเพื่อนชายเพื่อเอาของสำคัญบางอย่างมาให้

 

                ฮโหล....อ่อ  อยู่ห้อง D-12 เอาแฟลชไดท์มาให้หน่อย ......  เสียงทุ้มต่ำที่กำลังจดจ้องอยู่กับคู่สนทนาทางปลายสาย  ทำให้นัยน์ตาคู่โตเบิกกว้าง...ระยะห่างแค่ออกแรงวิ่งไม่กี่ก้าวก็พ้นประตู  ถ้าใช้จังหวะนี้หนีลัดเลาะกับเข้าไปยังหอได้ล่ะก็  ว่าแล้วปลายเท้าก็ค่อยๆขยับไปหาเป้าทีละนิดในขณะที่ดวงตายังคงชำเลืองอีกฝ่ายที่กำลังหันหลังให้  ฝีเท้าเตรียมจิกปลายรองเท้าเพื่ออกแรงวิ่งพร้อมกับกั้นเสียงเอาไว้ไม่ให้อีกฝ่ายได้รู้ตัว

 

                อ่าหะ โอเค….เอาเครื่องเล่นมาด้วย ใช่ๆ ขณะที่คนตรงหน้าเหมือนจะเผลอเปิดช่องโหว่ไม่ทันได้ระวัง   แรงคืบคลานทีละนิดก็ค่อยๆเข้าใกล้อิสรภาพไปเต็มประดาแล้ว

 

            ตอนนี้แหละ.......!!!!  ร่างอรชรตัดสินใจหันหลังให้อีกฝ่ายอย่าเต็มรูปแบบ  เพียงแค่เอื้อมมือไปคว้าบานประตูได้อิสระตรงหน้าก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็น!!!  ลาขาดล่ะนายP4หน้าโง่เอ๊ยยยย!!!!

 

 

 

ตึก ตึก ตึก ตึก

 

 

            หืม....เสียงเดิน?   ร่างสูงชะงักเมื่อรับรู้ถึงแรงสะเทือนเล็กน้อยที่กระทบบนพื้นไม้เรียบเคลือบเงาแว็กซ์อย่างดีทำให้คนประสาทสัมผัสไวไหวตัวทัน  หันมาเห็นร่างบางกำลังวิ่งลุดๆไปยังประตูบานใหญ่เพื่อหลีกหนี  โว่...เผลอละสายตาไปแปปเดียวก็พร้อมจะหนีอีกแล้ว  ให้ตายซิใครเขาจะปล่อยให้ไปง่ายๆกันเหล่า ด้วยสรีระที่แตกต่างทำให้ร่างสูงก้าวเพียงสามฉับก็คว้าเอวบางของสาวแว่นจอมพยศได้เท่าทัน  ก่อนจะใช้วงแขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อโอบรัดหญิงสาวให้อยู่ในวงแขนได้อย่างง่ายดาย  ทั้งแรงดิ้นพล่านที่ขัดขืนเต็มที่  ไหนจะแรงที่กำลังกระหน่ำตี

 

 

 

หมับบบบบบ!!?

 

 

ปล่อยยยยยยยยย!!!!! ”

 

นายน้อย...มีอะไรรึเปล่าครับ?’ เสียงโหวกเหวกที่เล็ดลอดผ่านมายังโทรศัพท์ทำให้ชาลที่สนทนาอยู่ปลายสายพลันชะงัก

 

ไม่ปล่อยใช่มั้ย........งับ!!!!!” ความหงุดหงิดผสมความโมโหทำให้สาวเจ้าชักจะไม่ทน  จรดไรฟันขบกัดไปยังท่อนแขนได้รูปที่เอาแต่รัดร่างอย่างเต็มแรง!!!

 

อั่กซ์........คาร์ดอสเหยเกเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึงว่าพี่สาวจะมีแรงพยศได้มากขนาดนี้ ริมฝีปากหนาขบเม้มเมื่อรับรู้ถึงความเจ็บปวดทีได้รับ แต่ทว่าก็ไม่ยอมคลายอ้อมแขนแต่อย่างใด...และแล้วรอยกัดจากฟันคู่สวยก็ทำให้ท่อนแขนแกร่งมีเลือดไหลซิก  ของเหลวสีแดงเถือกพร้อมกับรอยถลอกบนวงแขนกว้างก็ทำให้เจ้าตัวรู้สึกผิดขึ้นมาอย่างเอ่อล้น  แรงกัดค่อยๆผ่อนลงตามลำดับพร้อมกับผละออกเผยให้เห็นรอยฟันได้รูปที่ประทับ

 

ชาล   รีบมาหน่อยก็ดีเหมือนกัน....  ทว่าสีหน้าของคนถูกทำร้ายกับคลี่ยิ้มอ่อนไม่สะทกสะท้านพร้อมหันมาฉีกยิ้ม  คาร์ดอสยอมปล่อยร่างอรชรได้รูปออกจากอ้อมแขนก่อนจะยืนกังขาเฝ้าอยู่ด้านหน้าของประตูเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเล่นตุกติกอีก

 

อย่างลืมสิว่า เข็มรุ่นของพี่  อยู่ที่ผม... สิ้นเสียงสาวเจ้าถึงตาใส่ก่อนจะส่งเสียงฮึดฮัดด้วยความขัดใจ  รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แสยะออกอย่างผู้ชนะก่อนที่ดวงตาคู่สวยทอดมองคนหน้าคม  ไม่นานประตูบานหนาก็ถูกเปิดออกเผยให้เห็นชายรูปร่างสันทัดคนใหม่พร้อมกับเพื่อนสาวที่กำลังก้าวเข้ามาพร้อมกับลำโพงบลูทูธ 

 

นาเดีย...นาเดีย!!!” ร่างบางรีบโผเข้าหาเพื่อนสาวคนสนิทด้วยความดีใจ สาวสวยได้รูปจับมือเพื่อนสาวจอมแก่นด้วยความปลอบประโลมก่อนจะหันมาพยักหน้าให้ชายหนุ่มทั้งสอง   แม้ร่างแกร่งเรือนผมบลอนต์จะยังงุนงงกับการมาของสาวเจ้าแต่ทว่าก็ไม่ได้เอ่ยอะไรทักท้วง

 

นาเดียฉันอยากกลับหอ....!” เสียงเร้าของเพื่อนทำให้สาวลูกครึ่งรู้สึกหนักอก  แต่ทว่าพอเจ้าตัวหันไปเห็นรอยซิกบนท่อนแขนของชายผู้เป็น P4ก็ยิ่งคิ้วขมวด  การทำร้ายร่างกายคนมีฐานะทางสังคมแถมยังมีอิทธิพลในโณงเรียนยิ่งทำให้พื้นที่ของเพื่อนเหลือน้อยเต็มทน  ร่างน้อยจึงตวาดดุเพื่อนคนสนิทด้วยความหวังดีโดยที่ไม่รู้ตัว

 

ฮันน่า...ทำไมถึงไปทำร้าย P4 อีกแล้ว!    คนที่กิริยาเรียบร้อยมาโดยตลอดถึงกับออกปากทำให้สาวเจ้าพลันชะงัก 

 

ก็เจ้านั้นทำยุ่มย่ามก่อนทำไมล่ะ....สมน้ำหน้า นัยน์ตาคู่สวยทอดมองผลงานของตนเองก็นิ่งเงียบไม่คิดจะเอ่ยคำขอโทษใดๆถ้าเจ้าหมอนี้จะเอาข้อนี้ไปฟ้องห้องฝ่ายปกครองก็ตามสบาย!!   ดูจากแววตาแข็งกร้าวและดื้อรั้นของเพื่อนสนิท...และแล้วคนที่ต้องลอบถอนหายใจก็ดูเหมือนจะกลายเป็นสาวลูกครึ่งที่เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด  เมมเบอร์หนุ่มที่ขันอาสาไปลากเธอมาจากห้องแล็บต์พร้อมกับอธิบายทำให้เธอเข้าใจเหตุผลทั้งหมดที่นายคาร์ดอส เทอร์เนอร์ตามราวีเพื่อนเธอไม่รู้จักหยุดหย่อน 


               1. เป็นเพราะฮันน่าไปราดน้ำถูกพื้นใส่หัวประธานหอแบล็ควูฟต่อหน้าคนเกือบยี่สิบ

 

               2. เขาจับได้ว่าเป็นฮันน่า  เพราะทำเข็มรุ่นตกไว้ในที่เกิดเหตุชุลมุนทั้งหมด

 

               3. เงื่อนไขที่จะไม่เอาเรื่องโดยการเป็นคู่เต้นรำในวันงานกีฬาสี

 

               4. เขาจับได้อีกว่าฮันน่าลักลอบเลี้ยงแมวภายในหอ  ซึ่งข้อนี้ทำให้นาเดียประหลาดใจที่สุด


และ 5. ทำร้ายร่างกาย P4 โทษลงทัณฑ์บนด้วยการลงประวัติของตัวเองในใบจบการศึกษาได้อีกต่างหาก  แค่สี่ข้อนี้ก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออกพอตัวแถมยังสามารถหลุดจากการเป็นนักเรียนทุนได้ง่ายๆอยู่แล้ว  เจ้าตัวยังจะสร้างเงื่อนไขข้อที่ 5 ขึ้นมาสดๆร้อนๆอีกต่างหาก 

 

 

ต้องขอโทษแทนฮันน่าด้วยนะคะ  ปกติเธอเป็นคนหัวดีและเข้าใจอะไรง่าย...แต่ด้วยทิฐิจึงทำอะไรไปโดยไม่คิด  อย่าเอาเรื่องนี้ไปฟ้องกับอาจารย์ฝ่ายปกครองเลยนะคะ  คำพูดที่อ่อนนุ่มของสาวลูกครึ่งทำให้คาร์ดอสตะลึงงัน  ก่อนจะหันไปมองคนสนิทของตนเองที่เขาเองก็คาดไม่ถึงว่าชาลไปลากมา  พอชาลก้มหน้าไม่ตอบแต่ลอบยิ้มเจ้าตัวก็ถึงกับเข้าใจความคิดความอ่านทันที ถึงจะพอปะติดปะต่อได้ว่าชาลทำอะไรไปและเพื่ออะไร  รอยยิ้มที่มุมปากก็ยิ่งยิ้มยกหน่อยๆก่อนจะตัดสินใจขานตอบ

 

เรื่องนั้นกับเรื่องนี้มันคนละเรื่องกัน  เป็นไปตามคาดปฎิกิริยาชะงักของสาวลูกครึ่งนั้นตอบรับได้เป็นอย่างดีก่อนจะจับพี่สาวไปคุยด้วยสีหน้าจริงจัง 

 


หึๆ....ชาลนี้ช่างรอบคอบ  นอกจากจะให้เธอคนนี้มาช่วยกล่อมพี่สาวยังไม่พอ  การมีคนอื่นมาอยู่ตลอดที่เราซ้อมกันจะยิ่งช่วยลบคำลือที่จะแพร่ออกไปได้โดยง่ายอีกด้วย....เป็นคนสนิทที่ใช้ได้จริงๆ  และนั้นก็ได้ผลรุ่นพี่เกรดสิบสองเพื่อนสนิทชื่อนาเดียอะไรนั้นกล่อมจนเจ้าตัวยอมอ่อนข้อจนได้

 

ก็ได้ๆๆ  เสร็จงานนี้แล้วเลิกแล้วต่อกัน โอเค!!  เสียงรับปากแบบส่งๆดังขึ้นอย่างคนถูกขัดใจ  แถมยังชักสีหน้าไม่สบอารมณ์อีกต่างหาก

 

งั้นซ้อมเสร็จเรียกด้วยนะ...   

 

 

ปัง.....

 


เสียงประตูถูกปิดผนึกลงเมื่อ พวกเขาทั้งคู่อาสาจะรออยู่ด้านนอกเพื่อให้ผมและพี่สาวได้ซ้อมกันตามลำพัง  ฝ่ามือหนาเปิดลำโพงบลูทูธก่อนจะสาวเท้าเข้ามาใกล้จนคนเรือนเล็กจำต้องขยับออกห่างอย่างระแวงระวัง  เสียงดนตรีแปลกหูดังขึ้นคลอรับบรรยากาศที่เริ่มพลบค่ำเต็มที  เจ้าตัวเบะปากไม่รับรู้พลางมองตาขวางทันทีที่เห็นผมสาวเท้าเข้าไปใกล้อีกครั้ง

 

เสียงเปียโนเปล่าขับกล่อมตามท่วงทำนองเป็นท่อนเปิด....เสียงเปียโนเร้าเบาๆเป็นจังหวะที่อ่อนโยนทำให้ผมจำต้องค่อยๆปรับอารมณ์ให้พร้อมพลางพร่ำปากสอนบทเรียนขั้นพ้นฐานให้สาวตรงหน้าที่ดูเหมือนจะเก่งแต่ตำราด้วยความใจเย็น

 


ขั้นแรกทำความเคารพคู่เต้นรำ  ผู้ชายค้อมตัว  ผู้หญิงให้ถอนสายบัวช้าๆ....ผมค้อมตัวช้าๆเพื่อเป็นการสาธิตการให้เกียรติคู่เต้น  แต่สิ่งที่ได้คือพี่แกกลับทำสีหน้างงๆก่อนที่สาวเท้าหนีไปเฉยเลย 


 

แล้วพี่สาวเขาจะถอยหนีผมไปทำไมต้องไกลล่ะนั้น...ให้ถอนสายบัว ไม่ได้ให้ถอยหนีสักหน่อย

 


ขั้นที่สอนตั้งท่าเตรียมให้อ่อนช้อยและดูสง่า...อย่ารน! ดูผมดีๆ  ผู้หญิงวางมือแบบนี้...ไม่ๆแบบนี้   ผมจึงจำต้องสาวเท้ายาวๆเข้าไปหาก่อนจะถือวิสาสะคว้าแขนข้างหนึ่งของพี่เขาขึ้นมาอยู่ในท่าเตรียม

 

นี้!!! มันจะมากไปแล้วนะ!!! ” ร่างเล็กสะดุ้งเอกเมื่อสัมผัสได้ว่าฝ่ามือผมอีกข้างกำลังโอบอยู่แถวๆช่วงเอวจรดไปจนถึงแผ่นหลังเล็กน้อย

 


มันจะง่ายขึ้นถ้าพี่เลิกดื้อดึงแล้วทำตามที่ผมบอก....!!” ผมจำต้องกำชับฝ่ามือที่สัมผัสอยู่ในเกร็งเพื่อไม่ให้หญิงตรงหน้าถอยหนีออกไปอีก  นี้ก็ปาไปเกือบจะหนึ่งทุ่มแล้ว...ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากอยู่กับพี่เขานะ  แต่ถ้าวันนี้ยังสอนไม่คืบคลานพี่เขาจะต้องกลับหอมืดไปน่ะสิ ...นี้แหละที่เป็นห่วง

 

 

กรอดดดดด....

 

                สาวตรงหน้าทำอะไรไม่ได้  แต่ใจนั้นอยากให้จบการซ้อมงี่เง่าเร็วๆก็เลยจำต้องเป็นจำเลยชั่วคราวเพื่อจะจบเรื่องแล้วได้อิสรภาพคืนสักที!

 


ผมแอบอมยิ้มอยู่คนเดียวก่อนจะขยับเท้าเข้าไปหา  ฝ่ามือหนารวบคนมือเล็กขึ้นมายังท่าเริ่มต้นอีกครั้ง  คนตัวเล็กเงยหน้ามอง  ผมคลี่ยิ้มอ่อนก่อนจะสอดมือดันแผ่นหลังของพี่เขาให้เข้ามาใกล้ตัว  และแล้วผลตอบรับที่ได้คือพี่เขาเบิกตาโตพร้อมกับสะดุ้งโหยงอย่างตกใจ!

 

นี้นาย...!! ” เสียงหวานกลายเป็นเสียงแข็งกร้าว พร้อมกับจิกสายตามองมาที่ผมอย่างโมโห  พี่เขาไม่ตวาดเปล่ากลับดิ้นไปมาราวกับกำลังบอกให้ผมปล่อยเธอออกไป  แหมก็ดูสภาพเราสองคนในตอนนี้สิ  ผมจับมือพี่เขาข้างหนึ่งตั้งท่าเต้นรำ  ส่วนมืออีกข้างสัมผัสที่แผ่นหลังไม่ให้พี่เขาก้าวถอยหนี   เหมือนกับว่าพี่เขากำลังถูกผมสวมกอดจากด้านหน้าเลยว่าไหมละ 

 

ชู่วววว์.... ”   ทันทีที่เสียงเปียโนเปล่าบรรเลงจบ  เสียงแซกโซโฟนนุ่มๆก็บรรเลงสวนขึ้นมาเป็นทำนองนุ่มสบาย  อ่อนโยน  แถมยังไพเราะจับใจเสียจนคนที่ไม่เคยฟังดนตรีทางนี้ถึงกับชะงัก  ร่างสูงเห็นดังนั้นจึงค่อยๆสาวเท้าขยับตามจังหวะที่นุ่มนวล

 


ทีนี้....ขยับตามผมนะ  ก้าวเท้าขวา  ครับใช่....  ต่อไปขยับไปทางซ้าย...ไม่ๆ เท้าซ้าย ใช่ถูกครับ   ท่ามกลางเสียงดนตรีที่ขับกล่อมอยู่  ดูเหมือนเสียงดนตรีที่กำลังบรรเลงกำลังทำให้คนดื้อด้านผ่อนอารมณ์ตาม....แล้วค่อยๆเข้าสู่ห้วงทำนองต้องมนต์อย่างช้าๆ  เสียงเปียโนบรรเลงสลับเคล้าโดยให้เสียงแซกโซโฟนที่กำลังบรรเลงอยู่เด่นขึ้นเป็นทวีคูณ  ใบหน้าบึ้งตรึงของคนตรงหน้ามลายหายไปพร้อมกับตั้งใจขยับกายตามคำสอนของอีกคนมากขึ้น

 

ค่อยๆหมุนครับ....ไม่ๆ หมุนออกครับ....นั้นแหละ  ช้าๆ ช้าๆ!! นั้นแหละ...ตามเสียงเพลงครับ....ที่นี้ค่อยๆม้วนตัวกลับ  ” 


หญิงสาวที่ค่อยๆสงบลงกลับรู้สึกกำลังมีความสุขกับสิ่งที่ทำอย่างน่าประหลาด....เสียงดนตรีมันกำลังชักนำให้เธอผ่อนคลายแล้วล่องลอย  โดยมีเสียงทุ้มต่ำของคนตรงหน้าคอยเอ่ยอย่างนุ่มนวลชวนฟังชอบกล....ถ้อยคำอ่อนโยนคล้ายเสียงแซกโซโฟนที่กำลังบรรเลงอยู่กลับทำให้เธอฟังอย่างว่าง่าย  เสียงดนตรีที่ประสานคนสองขั้วให้ค่อยๆเข้าหากันอย่างช้าๆโดยที่ไม่มีใครได้รู้ตัว....ร่างอรชรที่คอยขยับเท้าผิดจังหวะจนต้องเริ่มใหม่บ้าง  เหยียบเท้าบ้าง  ก้าวผิดจังหวะบ้างนั้นเกิดขึ้นไม่รู้กี่ครั้ง  แต่กลับมีแต่เสียงหัวเราะอย่างเป็นสุขของคนทั้งคู่

 


เสียงแซกโซโฟนที่บรรเลงช่างเพราะจนคิ้วได้รูปเลิกขึ้นพลางหลับตาพริ้มรับรู้ถึงความอ่อนโยนของคนเป่า  โดยที่สายตาคมยังจับจ้องคนเรือนหน้าได้รูปอยู่อย่างหลงใหล  แม้นจะมีสิว กระ ฝ้า ค่อยลดความลงตัวของพี่สาวลง...แม้จะยังไม่เคยมีชายใดพิชิตใจได้  แต่ทว่าทีท่าธรรมชาติ  ไม่มีจริตมารยา  กลับทำให้เขาหยุดไม่ให้มองไม่ได้จริงๆ  กลิ่นแชมพูอ่อนๆจากโคนผมที่โชยมาตามสายลม  ไอร้อนๆจากลมหายใจรดอยู่ตรงแผงอก  ทำให้ผม...รู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาสะเฉยๆ////  ทันทีที่ท้วงทำนองบรรเลงมาจนถึงตอนจบคนเรือนเล็กขยับตัวออกพร้อมกับเว้นระยะห่าง

 


โทษที.... ” พี่เขาพูดพร้อมกับก้มใบหน้าไปที่พื้นเมื่อรู้ว่าบทเพลงเพิ่งบรรเลงจนถึงท่อนสุดท้าย  ผมแอบอมยิ้มอยู่คนเดียวก่อนจะคลายมือทั้งหมดออกพร้อมผละถอย แม้จะรู้สึกเสียดาย  แต่ทว่าการซ้อมเต้นรำในวันแรกก็คงต้องจบลงเท่านี้ 

 

เท่านี้ก็ถือว่าเก่งมากแล้วครับ  สำหรับคนที่เพิ่งเคยเต้นรำสากล....    เราซ้อมได้แค่ท่อนแรกของเพลงเท่านั้น  ยังเหลืออีกสามในสี่ที่ยังต้องเอาไว้ว่ากันใหม่ในภายหลัง  การที่ต้องปูพื้นฐานใหม่และคอยกับจังหวะก้าวให้กับคนที่มีพื้นไม่ค่อยดีนั้นยากอยู่พอสมควร  ฉะนั้นแล้ววันนี้คงต้องจบแค่นี้สินะ...ผมเดินไปเก็บลำโพงบลูทูธขึ้นมาพร้อมกับเตรียมจะไปด้านนอก  และแล้วจู่ๆชายเสื้อก็ถูกกระตุกจากด้านหลัง

 

เอาไปซิ.....ปากกับแขนเป็นแผลไม่ใช่? เสียงหวานเอ่ยขึ้นพร้อมกับฝ่ามือเล็กๆหยิบยื่นบางอย่างให้สองชิ้นก่อนที่เจ้าตัวจะรีบสาวเท้าออกไปหาเพื่อนสาวคนสนิทโดยทิ้งผมที่ยังยืนอึ้งตะลึงงันไว้ด้านหลัง  ผมเหม่อมองก่อนจะรับมาด้วยความงงงวยเล็กน้อย  พอหยิบขึ้นมามองใกล้ๆก็พบว่าซองนั้นคือพลาสเตอร์แปะแผลสองชิ้นลวดลายเป็นสัตว์โลกผู้น่ารักสีสันพาสเทล

 

ไม่คิดว่าจะได้ของชิ้นแรกจากพี่เขาเลยนะนั้น....บ้าเอ๊ย /////

 

ชาลเรียกผมให้รีบตามมาเพื่อจะได้ไปส่งหญิงสาวสองคนให้ถึงหอพักของตนอย่างปลอดภัย  ฝ่ามือจึงจำต้องเก็บงำของสำคัญลงไปในกระเป๋ากางเกงพร้อมรอยยิ้มที่ผุดขึ้นมาอย่างฉุดไม่อยู่ 

 

ไม่อยากใช้  อยากเก็บเอาไว้  เพราะถ้าใช้มันก็ต้องทิ้ง....ฉะนั้นผมจะเก็บเอาไว้ไม่ยอมใช้เด็ดขาด  นัยน์ตาทอแสงอ่อนอย่างอ่อนโยน ดวงใจที่เต้นตึกตักอยู่ตอนนี้ได้ทะลุออกจากอกไปเรียบร้อยแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น