P4 รักอันตรายของคุณชายสายเถื่อน

ตอนที่ 10 : ตอน ผู้ชายคนนั้นช่วยเอาไว้ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 88
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    28 มี.ค. 62



คาร์ดอส กับ โอเลี้ยง



                ร่างโปร่งปล่อยมือที่ฉุดกระชากสาวเจ้าเรือนเล็กออกพร้อมกับล้วงมือข้างถนัดลงไปในกระเป๋ากางเกง  คนตัวเล็กกว่าเซถลาอยู่สองสามก้าวก่อนจะหันมามองตาขวาง  เธอทัดเส้นผมยาวสลวยที่ไม่เป็นทรงเข้าข้างหูก่อนจะใช้นิ้วเรียวดันแว่นสายตาเข้าใบหน้า

มีธุระอะไรกับฉันอีกล่ะ  ว่ามาเร็วๆ! ” ร่างแกร่งแสยะยิ้มรับ  เสียงห้วนกึ่งกับไม่อยากอยู่สนทนากับเขานั้นแม้จะฟังดูเจ็บปวดแต่นั้นก็ถือเป็นจุดหมายที่ดี


        ทุกเย็นวันศุกร์ทำตัวให้ว่าง  ถ้าพี่ไม่เบี้ยวนัดผมจะไม่ตามราวีให้วุ่นวาย

 

       “ ห๊า!! ไหนบอกว่าให้ฉันเป็นแค่คู่เต้นรำวันงานไง  วันอาทิตย์ก็นัดแล้ว...จะนัดวันศุกร์เพิ่มจากเดิมเพื่ออะไร!?” ร่างบางพลันชะงัก  ดันหลุดปากไปสะได้! กะจะเบี้ยวเจ้าหมอนี้สะหน่อย! เธอครุ่นคิด  ในขณะที่ฝ่ายที่เป็นคนถือไพ่เหนือกว่ากลับลอบยิ้มอย่างผู้ชนะ

 

         หึๆ ผมอดไม่ได้ที่จะหัวเราะในลำคอ ดูสีหน้าที่ดูหงุดหงิดนั้นสิ  น่ารักชะมัด  ตามระเบียบพอพี่สาวได้ยินผมขบขันก็มองตาขวางก่อนจะกัดริมฝีปากฮึดฮัดแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

 

          ศุกร์นี้ยังไม่ต้อง....แล้วเจอกันอีกทีวันอาทิตย์ครับ ผมพูดก่อนจะเดินผ่านไปและโบกมือลาโดยที่ไม่หันไปมองแบบในซีรีย์ที่พระเอกดังๆชอบทำกัน

 

ไม่-ไป-หรอก-ยะ  ขณะที่สาวเจ้ากัดกรามแน่นพร้อมกับพูดปฏิเสธโดยไม่ได้เปล่งเสียงออกมาสักคำ  แต่จู่ๆคนตรงหน้าก็หันขวับกลับมาราวกับรู้เท่าทันความคิดของเธอ จนเจ้าตัวเผลอตกใจสะดุ้งโหยง!

 

                “ ถ้าเบี้ยวนัดไม่มาล่ะก็.....เสียงทุ้มลากยาวจนกระทั่งเหลือเพียงความเงียบเข้ามาแทนที่ประโยคที่ขาดหาย ก่อนที่สายตาสีน้ำตาลอ่อนจะกลับมาฉายแววทะเล้นเจ้าเล่ห์อย่างคนเอาแต่ใจ

 

                “………….”

 

                “ ฝ่ายปกครองจะได้รู้ความจริงของพี่สาวพร้อมกันถึง....สองเรื่อง  ร่างแกร่งพูดพลางเหยียดยิ้มกว้าง ก่อนจะส่งซิกให้พรรคพวกของตนเองกลับ

 

                พูดอะไรของนาย คนตัวเล็กพูดเฉไฉทำเป็นไม่รู้เรื่อง  ก็กะแล้วล่ะว่าจะต้องเล่นไม้นี้  ผมนึกก่อนจะโน้มหน้าลงไปใกล้ๆหูพี่เขาพร้อมกับอุทานเสียงเบาๆว่า....

 

                “ …..เมี๊ยว

 

                “ ......!!!? ” ร่างบางนิ่งอึ้ง  ไอ้หมอนี้รู้จริงๆด้วย...ว่าเธอแอบเลี้ยงลูกแมวเอาไว้!!!  หน็อยยยยยย ไอ้เด็กบ้า!!! ฝ่ามือเล็กกำเข้าหากันจนกลายเป็นหมัดนูนปูด  ชายแกร่งกลั๊วหัวเราะก่อนจะผละกายออกมาทิ้งระยะ  พลางโบกมือโบกไม้ยียวนกวนอารมณ์คนหน้านิ่งภายใต้แว่นหนาที่เอาแต่กัดฟันไปมาจนหน้าตาดูไม่ได้

 


สวบบบบบ!!!

 

                “ โห่ย  เอาเรื่องว่ะเห้ยยยยยย รุ่นพี่ชมรมคาราเต้คนหนึ่งพูดพลางกอดคอประธานหอรุ่นน้องพร้อมกับหยีกำปั้นลงบนหัวด้วยความหมั่นไส้  มีเสียงเจี๊ยวจ๊าวดังขึ้นฟังไม่เป็นศัพท์พร้อมกับเสียงหัวเราะ


เชี้ยกูล่ะโคตรอึ้ง // สาวๆสวยๆมาอ่อยถึงทีไม่ยักเหลียวแล  กลับชอบยัยฮันน่าเด็กทุนแสนขี้เหร่นั้นน่ะนะ?//  มีดีอะไรวะ ใช่มั้ยไอ้ชาล รุ่นพี่ร่างใหญ่เอ่ยพร้อมกับครุ่นคิดถึงใบหน้าสาวเจ้า  กระโปรงยาวคลุมเข่า  เนื้อตัวผอมแห้ง ใบมีแต่สิว ฝ้ากระ แถมยังใส่แว่นจนหนาเต๊อะอีก  ยิ่งนึกก็ไม่ชวนให้คิดไปในทางชู้สาวได้เลย  ว่าแล้วพวกเขาก็พลันส่ายหัวไม่ขอยุ่งเกี่ยว


เรื่องนี้ให้เจ้าตัวตอบดีกว่าครับ ชาลเอ่ยพร้อมกับหัวเราะรวนไปพร้อมกับเหล่ารุ่นพี่   เสียงคำถามกูกันเข้ามาแต่ผมไม่ยี่หระทำได้แค่ยักไหล่ไม่ยอมตอบคำถาม


         เอาเถอะ...แต่กูขอพูดอะไรไว้สักหน่อยในฐานะรุ่นพี่

 

สวบบบบบบบบบบ!!!


อั่ก....!!” รุ่นพี่ร่างบึกล็อคคอผมด้วยวงแขนสุดแกร่ง จนผมหายใจไม่ออกรัวตีท่อนแขนกล้ามปูของพี่แก  จนกระทั่งเขายอมคลายวงแขนออกพร้อมสีหน้านิ่ว


จีบอีท่าไหนให้ผู้หญิงเขาปั้นหน้ายักษ์ยังงั้นว่ะห๊ะ // มึงนี่ห่วยชะมัด....ชอบเขาจริงรึเปล่าวะมึงเนี้ยเสียงด่าแกมแซวดังขึ้นภายในวงใน  ผมแสยะยิ้มรับพร้อมกับแววตาทะเล้น 


          หึๆ....: )”  ผมไม่อธิบายให้พวกรู้มากเข้าใจ  แบบนั้นน่ะแหละดีแล้วครับคุณผู้ชม...เกลียดอะไรมักได้ยังงั้น  ฉะนั้นก็เหม็นขี้หน้าผมเยอะๆ  จะได้คิดแต่เรื่องของผมจนสมองระเบิดทั้งวันไปเลยยิ่งดี



พลบค่ำ

     

               เห้อออออ  เรื่องในวันนี้เยอะแยะชะมัด  ถึงรุ่นพี่ที่ชมรมคาราเต้จะรู้ความลับที่เก็บงำมานาน  แต่ดูแล้วก็คงไม่ปากโป้งหรอก  แต่ถึงเรื่องแดงขึ้นมาผมก็ไม่แคร์อยู่ดี  ดีสะอีกจะได้ไม่มีใครมาแย่งจีบพี่สาวของผมยังไงล่ะ  เรียนเสร็จตกเย็นก็เข้าโรงยิมเหมือนกับทุกๆวัน  ทิ้งเรื่องรกสมองเอาไว้ข้างหลังและสนุกกับการออกกำลัง....การฟิตร่างกายให้พร้อมนี่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย  รู้สึกล้าตามตัวเล็กน้อยแต่พออาบน้ำเสร็จมันก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาแทนที่  


               อ่า...ชอบชะมัด  กีฬาเนี้ย  ผมนึกก่อนจะทอดน่องไปยังจุดนัดที่กรีเซลเคยบอก


กลิ่นโคโลญประจำกายโชยมาตามลมพร้อมกับร่างของชายสูงโปร่งที่กำลังขยี้เส้นผมด้วยผ้าคุณหนูสีขาวสะอาด  นุ่งกางเกงวอร์มสีดำเนื้อผ้าหนาอย่างดีมาพร้อมกับทรงตัวลงนั่งบนเก้าอี้โซฟาเดี่ยวตัวใหญ่ภายในห้องประชุมส่วนกลางของหอแบล็ควูฟ  ที่มีเลขาสาวกับเหล่าเมมเบอร์และเฮดคนอื่นๆนั่งกางเอกสารประชุมได้สักพักแล้ว


คาร์ดอสนายสายนะ เสียงเรียบของพี่เกรลเลขาสาวเอ่ย  แต่คาร์ดอสไม่ได้กล่าวอะไรกลับ  พลางหยีหัวที่เปียกชุ่มให้แห้งไปเรื่อยๆ  สาวเจ้าถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะกลับไปสนทนาเรื่องสำคัญของการประชุมต่อ 


เอาล่ะจากการวิเคราะห์ของฉันนะ  ปีนี้ฉันว่า.......เกรล ชาโตคริฟเลขาสาวเริ่มเปิดประเด็น  เจ้าชาลส่งเอกสารชุดหนึ่งมาให้ผมมอง  ข้างในมีข้อมูล แผนภาพจำลองที่ใช้แบ่งโซนฝึกซ้อมและตารางฝึกของแต่ละคนที่ต้องรับผิดชอบตามหน้าที่  ผมปรายตามองรายชื่อนักกีฬาแบบผ่านๆก่อนจะไปสะดุดชื่อของอีริก  อลาโน่ที่แนบมาพร้อมใบสมัครเข้าร่วมการแข่งขันด้วยตาที่เบิกกว้าง!!!?


เห้ย!!! ทำไมไอ้หมอนี้ถึงได้....! ” เสียงของผมดังลั่นทำให้การประชุมภายในหยุดชะงักลง  ไดน่าลอบมองหน้าเอกสารที่ผมเปิดค้างก่อนจะอธิบายสั้นๆ


ช่วยไม่ได้นี้หน่า  นายมาช้า ที่ประชุมเลยลงมติกันไปเรียบร้อยแล้ว คำตอบนั้นเหมือนกับสายฟ้าฟาดมาที่กลางใจผม  ให้ตายเถอะ!! จะลงแข่งน่ะก็ไม่ปริปากบ่นอะไร แต่ทำไมต้องเป็นบาสด้วยพับผ่าสิ!!!!  นึกสภาพเจ้าแว่นนั้นวิ่งไปเลี้ยงลูกไป แถมทักษะการเล่นอยู่ระดับพื้นฐานหรือไฮท์คลาสก็ไม่ทราบอีก  มีดีแค่สูงเองนะจะเสี่ยงจริงๆงั้นเรอะ!?


เอาจริง....?ผมทวนคำถามก่อนที่จะได้ความเงียบเป็นคำตอบปลอบใจแทน  ทุกคนกล่าวประชุมเรื่องอื่นๆต่อโดยที่ผมไม่มีกระจิตกระใจจะฟังต่อ  เสียงพ่นลมร้อนๆอย่างหนักอกของตนเองดังขึ้นพร้อมกับเอนหลังพิงโซฟานุ่มด้วยความเหนื่อยหน่าย


งานนี้ท่าจะสนุกนะครับนายน้อย ชาลพูดพลางขันเล็กน้อยที่เห็นสีหน้าของผมที่ดูไม่สบอารมณ์


หึ  เจ้านั่นถนัดภาคทฤษฎี ส่วนฉันถนัดภาคปฏิบัติคงได้ตีกันตายไปข้าง ผมพึมพำก่อนจะแค่นหัวเราะ  P4ที่ได้รับฉายาว่าอัจฉริยะสมองกลของโรงเรียน  ไหนดูสิฝีมือในสนามจะมีดีสักแค่ไหนกันเชียว  ว่าแล้วก็มาถึงจุดจบของการประชุมภายในจนได้  ทุกคนเริ่มเก็บเอกสารสำคัญของตนเองแล้วย้ายก้นกลับไปพักผ่อนพร้อมกับเสียงของเลขาสาวที่ดังไล่หลัง



เจอกันตอนตีห้านะทุกคน....ไปๆแยกย้าย



          เทอร์เนอร์....เสียงเรียกของรุ่นพี่เกรลทำให้ผมหยุดชะงัก พร้อมกับชาลที่ก็ต้องหยุดยืนรอ  รุ่นพี่ไม่พูดเปล่าพลางเอี้ยวตัวไปยื่นเอกสารบางอย่างที่ปิดผนึกอยู่ในซองสีน้ำตาลขนาดA4 ก่อนจะยื่นให้ผมรับไป

 

          นี้...อะไร?ผมเอ่ยถามก่อนจะกรอกตาไปมองรอบๆ ดวงตาเบิกกว้างเล็กน้อยพร้อมกับพบว่าชื่อที่อยู่บนซองคือชื่อของใคร  ‘อีริก อลาโน่ เด่นหลาอยู่บนซองใหญ่

 

          เอกสารยังไม่ครบ...ไปตามให้หน่อย ว่าเสร็จพี่แกก็บอกเหตุและผลจนเสร็จสับเพื่อไม่ให้ผมได้ทันปฏิเสธคำขอ  

ตอนนี้...?ผมเอ่ยถามพร้อมกับชูเอกสารนั้นขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด  พี่เกรลคลียิ้มบางๆก่อนจะพยักหน้าแทนคำตอบ  ผมแค่นหัวเราะในลำคออราวกับโลกจะแตก แค่ได้ร่วมงานก็อึดอัดจะแย่ แล้วนี้ยังต้องถ่อไปหาถึงถิ่นเจ้านั้นอีกงั้นเรอะ

 

ใช่ พรุ่งนี้ก่อนแปดโมงเช้าฉันต้องเอาไปส่ง เรื่องของเวลาดันมาเสริมเหตุและผลที่ผมต้องจำยอมเสียอีก โอ๊ยยยยยยย  แล้วคนที่ต้องไปตามน่ะตัวบิ๊กนะครับคุณพี่ คนที่จะไปเคลียร์ได้ก็มีตัวเลือกอยู่น้อยคนสะด้วยสิ!!!

 

ให้ผมไปแทนดีไหมครับ...ชาลเสนอตัวโดยที่ผมไม่ต้องเอ่ยปากไหว้วานงานให้เจ้านั้นเลยสักนิด  เลขาสาวคนสวยของหอแบล็ควูฟก็หูไวตาไวเสียเหลือเกิน เธอหันหลังกลับมาพร้อมกับกำชับเสียงเด็ดขาดอีกครั้ง!


อย่าทำผิดกฎคาร์ดอส....สิทธิ์เข้าออกหอพักอื่นได้  มีแค่นาย!! สิ้นเสียงก็ทำเอาผมถึงกับเซ็งเป็ด เอี้ยวคอส่งซิกให้ชาลกลับไปพักผ่อน  ส่วนตัวก็จำต้องเดินดิ่วๆไปตามเอกสารที่ยังไม่ครบถ้วนของเจ้าของเอกสารใบสมัครแข่งขัน....อีริก อลาโน่ นายไม่น่าจะพลาดรายละเอียดเล็กๆน้อยๆให้คนอื่นเขาลำบากเลยนะ  พระเจ้า!

 



ห้องแล็บพิเศษของนักเรียนหัวกะทิ 

 

          “ ฮันน่า...!!” เสียงทุ้มเอ็ดขึ้นพร้อมกับปรายตามองด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง


(สะดุ้ง)


          “ ....ว่าไง ” เสียงหวานเอ่ยแผ่วๆก่อนจะรวบเอกสารเข้าหาตัวพร้อมกับมองสีหน้าร่างสูงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามของโต๊ะแล็บสีขาวสะอาด


          “ เหม่ออะไร เก็บของ....” เสียงทุ้มของอีริกกล่าวขณะที่ก้มหน้าลงมองนาฬิกาข้อมือ ก่อนจะส่งซิกให้สาวเจ้าไปทำหน้าที่เก็บกวาด มือข้างถนัดก็จับปากกาด้ามแพงขึ้นมาพลางจดผลลัพธ์การทดลองไปด้วย ร่างบางหน้ามุ่ยแต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรโต้แย้ง ถ้ารู้ว่าสนิทกันแล้วจะพูดมากแถมเจ้ากี้เจ้าการสั่งนู้นสั่งนี้  แม่จะไม่มาสนิทด้วยเลยสักนิดเดียว  เธอได้แต่บ่นอยู่ในใจก่อนที่มือน้อยทั้งสองข้างจะเริ่มเก็บอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ทีละส่วนไปไว้ยังที่เดิมเมื่อทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยแล้ว  เด็กเกรดสิบสองที่มาใช้ห้องแล็บจนมืดค่ำต่างเริ่มทยอยจนเกือบจะหมดแล้ว  เสียงปิดประตูแบบเลื่อนซ้ายขวาถูกปิดผนึกลงช้าๆ พร้อมกับร่างสูงที่ถือเพียงสมุดแลคเชอร์ขนาดA4


          สีหน้าอีริกดูไม่ดีเอาสะเลย แม้จะไม่ได้บึ้งถึงขนาดกับถลึงจนตาขวาง  แต่ทว่าคิ้วที่ขมวดขึ้นเล็กน้อยและสีหน้าเรียบนิ่ง แถมยังไม่เดินฉับๆไม่รีรอแบบนี้  รึว่าผลวิจัยจะออกมาไม่เป็นอย่างที่ตั้งใจเอาไว้?

          “ ผล....เป็นไง” ฉันคุร่นคิดอยู่นานกว่าจะตัดสินใจถามออกไป  เสียงลิตฟ์ที่กดเรียกดังติ๊งขึ้น อีริกยังไม่พูด เขาก้าวเข้าไปยังตัวลิฟต์ที่เปิดประตูออกก่อนจะรัวนิ้วกดปุ่มไปยังชั้น 1 


          “ ยังไม่เวิร์ค....” เสียงทุ้มผสมน้ำเสียงหงุดหงิดจนฟังออกดังขึ้น ทำให้ฉันรู้สึกหดหู่ลงเบาๆ

แหงล่ะ...อารมณ์บูดขนาดนี้ ไม่น่าถามเลยแหะ  


               นี้ก็ผ่านมาหลายสัปดาห์แล้วด้วย  แม้ตัวเล่มวิจัยสำหรับจบการศึกษาที่ทำคู่กันจะไม่ใช่ส่วนที่ยากเย็นอะไรนัก  แต่ทว่าผลลัพธ์ที่กำลังวิจัยกันอยู่ยังให้ผลลัพธ์ที่ไม่ดีแบบนี้...ก็สร้างความกดดันให้ฉันและเขาที่ทำวิจัยร่วมกันอยู่ไม่น้อยเลย  อีริกน่าจะเครียดหนักเหมือนกัน เพราะหากไม่เสร็จตามกำหนด  พวกเราทั้งคู่....จะไม่จบการศึกษา

 

          ติ๊ง.....!


          ลิฟต์เคลื่อนที่มายังชั้นเป้าหมายจนได้  ตอนนี้เราทั้งคู่เดินออกมาจากตึกวิทยาศาสตร์และกำลังมุ่งหน้ากลับหอพักเพื่อไม่ให้เลยเวลาตามที่สถานศึกษากำหนดเส้นตาย  ไม่มีบทสนทนาอะไรนอกจากความเงียบและสายลมเย็นๆยามค่ำคืนที่พัดผ่านไปช้าๆ  ภาพตรงหน้าตอนนี้มืดสนิทจนเห็นดวงจันทร์เสี้ยวที่ลอยเด่น


อ่าชอบจัง.... ฉันได้แต่คิดแล้วปล่อยเรื่องหนักอกออกไปจากหัว  ก่อนจะสูดลมหายใจหอบเอาออกซิเจนเข้าปอด  โหยยยยย...สดชื่น  ป่านนี้โอเลี้ยงจะเป็นยังไงนะ?  พอคิดถึงเจ้าขนปุยสีดำที่หลบอยู่ใต้ตึกตัวคนเดียวก็พลันเป็นห่วงขึ้นมา  ก่อนที่ความคิดสองจิตสองใจก็ผุดขึ้นมาอีกครั้ง  แผ่นหลังกว้างของอีริกยังคงไหวไปมาตามแรงก้าวเท้าที่แสนยาวเยียด  จะบอกเรื่องลูกแมวน้อยกับอีริกดีไหมนะ?  P4น่าจะทำอะไรสักอย่างกับมันได้โดยที่ไม่ผิดกฎด้วย


แต่พอฉันกำลังจะเอ่ยถาม  เมื่อเห็นสีหน้ายุ่งๆของเจ้าตัวก็เลยคิดว่า.....ไม่บอกดีกว่า  เราลัดเลาะข้างสนามหญ้าขนาดใหญ่ของโรงเรียนมาเรื่อย ๆจวบจนถึงประตูบานใหญ่  ซึ่งประตูของหอพักจะปิดลงตอนสี่ทุ่ม  รปภ.ที่เฝ้าอยู่เลื่อนประตูอัตโนมัติให้ผ่านเข้าไปเมื่อเห็นหน้าที่แสนคุ้นเคยของนักเรียนบลูอีเกล  อาคารที่ฉาบสีฟ้าอร่ามอาคารกลางตั้งเด่นอยู่เป็นของP4 เลขาและเหล่าเมมเบอร์ ส่วนอีกสองตึกที่แยกขนาบทั้งสองฟากเป็นของนักเรียนมอปลายธรรมดาชายและหญิงอย่างชัดเจน ฉันตัดสินใจชะงักฝีเท้าพลางลอบถอนหายใจกรุ่นออกมา อีริกหยุดเดินเมื่อได้ยินจังหวะก้าวของคนที่อยู่ข้างหลังเงียบไป  ใบหน้าคมได้รูปหันมามองอย่างสงสัย ก่อนที่ฉันจะตัดบทเป็นฝ่ายพูด


ฉันจะเอางานไปให้นาเดียก่อน  ขึ้นไปก่อนเลยอีริกพยักหน้ารับสองสามทีก่อนจะเดินขึ้นไป


โหยยยยโล่งอก ดีแค่ไหนที่อีริกไม่ได้สงสัยอะไร  ฉันรีบปลดสายเป้ที่แบกอยู่มาข้างลำตัวก่อนจะควานหาของกินง่ายๆเตรียมไว้  สองขาทำหน้าที่เดินไปยังศาลาตัวเก่า  มีนักเรียนหญิงสองสามคนเดินประปรายคล้ายกับลงมาทำธุระส่วนตัว  ฉันแสร้งทำเป็นหยิบชีสงานขึ้นมากางอ่านเพื่อฆ่าเวลารอจนกว่าจะไม่มีคนผ่านมาแถวนี้  และคำอธิษฐานของฉันก็สำเร็จ  ฉันควานหาของที่เจ้าประธานจอมจุ้นนั้นถือวิสาสะเอามาใส่ในล็อกเกอร์  มีอาหารเปียกกับอาหารเม็ดสำเร็จรูปสำหรับแมวขนาดเล็กสองสามถุง และนมแพะสองแพ็ค ถึงจะไม่รู้ว่าเจ้านั้นรู้เรื่องนี้ได้ยังไงก็เถอะ แต่เอาว่ะอย่างน้อยไอ้หมอนี้ก็ไม่ได้ปากเปราะเอาเรื่องนี้ไปฟ้องที่ฝ่ายปกครอง แถมยังให้เสบียงอีกต่างหากเป็นการลดค่าใช้จ่ายของฉันไปได้โขอยู่เหมือนกัน


โอเลี้ยง.....โอเลี้ยง ฉันพยายามมุดหัวลงไปใต้อาคารเพื่อส่งเสียงเรียกมันเบาๆ เป็นไปตามคาด แมวน้อยตัวกลมพุงป่องรีบวิ่งแจ้นมาหาฉันพร้อมกับร้องหง่าวเสียงเบาๆ  รอยยิ้มฉีกกว้างผุดขึ้นบนใบหน้าสาวเจ้า  ก่อนที่ฝ่ามอเล็กจะลูบไล้ตามไรขนของเจ้าตัวน้อยเพื่อมอบความรักความอบอุ่นให้มัน  จัดวางลังที่อยู่ลึกด้านในให้เข้าทรงพร้อมกับพับเสื้อตัวเก่าที่ไม่ได้ใช้ให้เข้าที่  แกะกล่องนมแพะรินใส่ชามเก่า ก่อนจะฉีกอาหารให้มันซองหนึ่งเผื่อเจ้าจอมยุ่งมันหิว


ลูกแมวน้อยก้มหน้าก้มตาเลียนมแพะเข้าปากจนขนข้างแก้มเลอะเทอะไปหมด  ฉันพยายามสอดส่องหวังว่าจะไม่มีใครเห็น ก่อนจะจำอำลาเจ้าจอมยุ่งเพื่อกลับไปห้องพักตนเอง  แต่ทว่าเรื่องมันกลับไม่ง่ายอย่างที่เคยคิด  เมื่อเจ้าขนปุยดันวิ่งแจ้นออกมาจากใต้ตึกต้อยๆสะนี้!


เหมียว....’  เสียงใสที่ร้องอยู่ทำให้ฉันเฉลียวใจหันหลับไปมอง! ตายๆๆๆๆๆ โอเลี้ยงหนูตามมาทำไมล่ะลูก!!!!  ดีนะที่แสงไฟแถวศาลามีไม่มากเท่าจุดอื่นๆ ฉันรีบวิ่งลุดไปอุ้มเจ้าตัวน้อยขึ้นมาพลางกูรีกูจอไปยังจุดที่มันจากมา  แต่ทว่าเสียงของอาจารย์หญิงประจำหอพักสุดเนี๊ยบก็ดังขึ้นสะก่อน

 

คุณเกรย์....ฉันชะงักฝีเท้าทันทีที่ได้ยินเสียงโหดที่ดังไล่อยู่ข้างหลัง  ใจเต้นราวกับกลองทัด  ภาวนาให้โอเลี้ยงอย่าเพิ่งส่งเสียงร้องในจังหวะหน้าสิวหน้าขวานแบบนี้

 

ดึกดื่นแล้วทำไมยังไม่ขึ้นห้อง...เสียงเดินของท่านอาจารย์ค่อยๆดังเข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับการเต้นของหัวใจที่กำลังสูบฉีดมือข้างหนึ่งหอบแฟ้มงาน อีกข้างอุ้มลูกแมว แถมอาหารเลี้ยงก็อยู่ในเป้ ถ้าถูกจับได้ขึ้นมาล่ะก็...

 

เอ่อ...พอดีหนูเพิ่งกลับมาจากแล็ปพร้อมประธานฯค่ะอาจารย์

 

หื้ม...ทำวิจัยจบการศึกษายังงั้นเหรอ ไหนขอดูรายงานหน่อยซิ งานงอก....แบบนี้ก็ต้องหันหลังไปหาอาจารย์ทั้งๆยังงี้น่ะซิ?!! หลักฐานคามือ แถมของกลางก็เต็มอื้อคากระเป๋า!  ปัญหาที่จะตามมานั้นฉายวาบขึ้นมาในหัวราวกับละครเวที

 

ถูกเรียกเข้าห้องฝ่ายปกครอง ถูกไล่ออก เรียนไม่จบ ชดใช้ทุนห้าเท่า ชีวิตฉันจะมีอะไรอนาจมากไปกว่านี้ไหมเนี้ย!!!  ตอนนี้หัวฉันหมุนราวกับมีระเบิดนับร้อยลูกถูกจุดฉนวน เอาว่ะเอาก็เอา!!!


อาจารย์ครับ...ประธานหอแบล็ควูฟมาขอพบประธานหอบลูอีเกลเป็นการส่วนตัวครับ” ทันใดนั้นก็มีเสียงทุ้มต่ำของรปภ.ดังขึ้นพร้อมกับวิ่งจ็อกกิ้งเข้ามา  ทำให้อาจารย์ประจำหอพักต้องจ้ำอ้าวไปดำเนินเรื่องตามกฏของหอพักเป็นการด่วน


ได้ค่ะ  ส่วนคุณเกรย์ขึ้นห้องพักสะ....อาจารย์เอ่ยเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะผละตามรปภ.ไป

 

ทราบแล้วค่ะท่านอาจารย์ ฉันขานรับพลางแสร้งทำเป็นปลดเป้จากด้านข้างมาใส่เอกสารที่ถืออยู่  โดยที่ฉันยังไม่ทันได้หันหลังกลับไปพร้อมหลักฐานชิ้นโบว์แดง 

 

คาร์ดอส เทอร์เนอร์....นายอีกแล้วเหรอเนี้ย เสียงพ่นลมหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นพร้อมภูเขาลูกโตที่ถูกยกออกจากอก ฉันจำต้องเอาโอเลี้ยงเข้าไปในเป้ใหญ่โดนไม่มีทางเลือก นี้เป็นอีกครั้งที่เจ้าหมอนี้เข้ามามีส่วนได้ส่วนเสียกับฉันอีกครั้ง

 

เหมียว....’  โอเลี้ยงส่งเสียงครางพร้อมกับฝนเล็บอยู่ภายในเป้ เมื่อพบว่าตนเองถูกเข้ามาอยู่ในที่ที่แคบและแปลกตา

 

ชู่วววว์....โอเลี้ยงเงียบๆก่อนนะ...อดทนหน่อย

 




     

     























ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น