Heartbeat : A Retelling of Beauty and the Beast

ตอนที่ 16 : Heartbeat...15

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,665
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 72 ครั้ง
    30 ก.ค. 60










15









โจชัวร์เฝ้ามองท้องฟ้าค่อยๆเปลี่ยนสี ค่ำคืนกำลังคืบคลานเข้ามาทุกขณะ ตัวเขายังคงถูกขังอยู่แต่ในห้อง ไม่ว่าจะส่งเสียงตะโกน ทุบประตูอย่างบ้าคลั่งกลับเป็นการทำให้ตัวเองเจ็บตัวโดยเปล่าประโยชน์ จนเขาเริ่มหมดหวัง กำลังใจเดียวที่มีคือภาพที่ฉายอยู่ในกระจกวิเศษ ทว่าสภาพของเจ้าอสูรที่เอาแต่นั่งเหม่อ ดวงตาหงอยเหงาทอดมองออกไปแสนไกลก็ทำให้เขาน้ำตาเอ่อ สงสารทั้งตัวเองและคนในกระจกที่ทำได้แค่คิดถึงกัน






“เจ้าเอาแต่นั่งจ้องจนข้าเริ่มจะเขินนิดๆแล้วนะ”






โจชัวร์ยิ้มรับคำแซว จริงอยู่ที่เขาเอาแต่นั่งจ้องกระจกมาหลายชั่วโมง แต่สิ่งที่เขามองไม่ใช่ตัวกระจกสักหน่อย ถือเป็นโชคดีที่เจ้าอสูรให้เขาเอากระจกวิเศษติดตัวมาด้วย อย่างน้อยในเวลาอย่างนี้ก็ได้มีเพื่อนคุยแก้เหงา






“ไม่อยากเห็นอย่างอื่นบ้างหรือ ข้าเองก็ต้องทนดูนายท่านทำหน้าโศกจนชักจะเอียน”






“ถ้าเขาได้ยิน เจ้าคงได้แตกเป็นเสี่ยงๆจริงๆแน่” เขาอ้างคำขู่ที่เคยได้ยินเจ้าอสูรพูดติดปากแต่ก็ไม่เคยลงมือทำสักครั้ง






“กระจกอย่างข้าไม่โกหก ถ้าเขาจะโมโหก็เพราะไม่อาจยอมรับความจริง จะมาโทษข้ามิได้”






โจชัวร์ฟังแล้วก็คล้อยตาม ไม่ต้องคิดถึงใครที่ไหนไกล หลายครั้งที่พี่สาวทั้งสองรับสภาพตัวเองไม่ได้จนเผลอตัวทำลายภาพที่เห็น เขานี่แหละเป็นคนต้องคอยเก็บกวาดและเปลี่ยนกระจกใหม่ให้ตั้งไม่รู้กี่บาน ส่วนที่คฤหาสน์ เขายังไม่เคยได้ยินใครบ่นเรื่องกระจกแตก แต่นั่นเป็นกรณีของกระจกเงาทั่วไปซึ่งไม่น่าได้สนใจ กระจกในมือเขานี่สิที่ไม่ธรรมดา สามารถส่องให้เห็นทุกสิ่งที่ต้องการ ว่าแต่... ตัวเจ้าของกระจกเองจะอยากเห็นอะไรบ้างนะ?






“ถ้าอย่างนั้น เจ้าอสูรชอบดูอะไรล่ะ เจ้าฉายภาพพวกนั้นให้ข้าเห็นบ้างได้มั้ย”






บานกระจกปรากฏฝ้ามัวก่อนจะกลับมาส่องใบหน้าที่ฉายแววตื่นเต้นของเขา ส่วนน้ำเสียงของกระจกก็ฟังดูสดชื่นขึ้นเหมือนคนที่กำลังบิดนิ้วดังกร๊อบเพื่อเตรียมทำเรื่องสนุกๆ






“โดยปกติแล้วนายท่านจะตรวจตราความเรียบร้อยของเมืองหรือความเป็นไปของโลกภายนอกทั่วๆไป ไม่ได้เจาะจงขอดูอะไรเป็นพิเศษ แต่ถ้าถามถึงความชอบก็คงจะเป็นภาพของคนๆหนึ่งที่ได้ปรากฏแก่สายตาของนายท่านในทุกๆวัน วันละหลายๆครั้ง”






“ใครกันเหรอ เป็นคนที่ข้ารู้จักมั้ย ขอดูหน่อยสิ”






“ได้ตามที่ประสงค์ขอรับ”






โจชัวร์ยกกระจกขึ้นส่องก็ยังเห็นแต่ใบหน้าตัวเอง พอลองเขย่าแรงๆ กลุ่มฝ้าขาวก็คลุ้งขึ้น เมื่อทุกอย่างชัดเจนกลับกลายเป็นภาพคุ้นตา สวนดอกไม้ที่ถูกจัดแต่งเป็นพุ่มเหลี่ยมล้อมรอบอ่างน้ำพุทรงสูง มีร่างหนึ่งกำลังโก้งโค้งอยู่ในมุมที่ค่อนข้างลับตา






“นี่มัน... ข้า... งั้นเหรอ?!






เขาร้องด้วยความตกใจที่เห็นตัวเองในอดีต เป็นช่วงหลังจากที่แม่จากไปแล้ว ตัวเขาจึงเหมือนหัวเดียวกระเทียมลีบ ถูกแมรี่กับเบตตี้ใช้งานไม่ต่างจากคนใช้ หากแข็งข้อขึ้นมาก็จะถูกลงโทษจนต้องหนีมาซ่อนตัวอยู่ในสวน รอจนพ่อกลับมาบ้านจึงจะค่อยออกมาได้






“ถูกต้องแล้ว คงเป็นความบังเอิญเมื่อหลายปีมาแล้วที่ข้าได้ทำให้นายท่านได้เห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่ง เขาถูกตี มีรอยไม้เป็นทางยาวตามแขนขา และกำลังนั่งซุกตัวอยู่หลังกอกุหลาบกับขนมปังก้อนหนึ่งในมือ เขาค่อยๆแทะเล็มขนมปังด้วยความหิว สักพักมีแมวตัวหนึ่งวิ่งผ่านมา มันหยุดและมองดูเขาด้วยความสนใจ จู่ๆทั้งแมวและเด็กก็สะดุ้งด้วยความตกใจ เขาขดตัวให้ยิ่งเล็กส่วนเจ้าแมวก็เผ่นพรวดเข้าไปซุกจนดูคล้ายเป็นก้อนเดียวกัน เวลาผ่านไปอีกครู่หนึ่ง เขาคลายตัวออก ท่าทางโล่งอกแล้วหันมาสนใจเจ้าขนฟูที่ปีนเข้ามาอยู่ในอ้อมแขน แล้วทั้งคู่ก็แบ่งขนมปังก้อนนั้นกินกันอย่างเอร็ดอร่อย รอยยิ้มของเด็กหนุ่มสะท้อนรับกับแสงแดดยามนั้นช่างดูแจ่มใส ทั้งสายตาก็อ่อนโยนจนกลบความเจ็บปวดจากบาดแผลทางร่างกาย แม้จะไม่ได้ยินแต่ก็ทำให้สัมผัสได้ถึงเสียงหัวเราะที่คลอไปกับเสียงร้องของเจ้าแมวตัวน้อย”






โจชัวร์หัวเราะเบาๆกับเสียงพากย์ที่สอดรับกับภาพเคลื่อนไหว ทุกอย่างถูกต้องตามความทรงจำ เจ้าแมวตัวนั้นเป็นแมวจรที่เข้ามาขโมยของกินในครัว มันคงถูกจับได้แต่เผ่นหนีออกมาทัน เบตตี้แผดเสียงลั่นทำให้ทั้งเขาและมันตกใจจนต้องรีบแอบกันตัวสั่น รอจนเสียงอาละวาดเงียบลง เขากับมันก็แบ่งของกินและเล่นกันจนกระทั่งเย็น จากนั้นมันก็แวะมาเป็นประจำและตอบแทนด้วยการช่วยจับหนู น่าเสียดายที่มันหายไปตอนย้ายบ้าน เขาเที่ยวเรียกหาแต่ไม่เจอ ได้แต่หวังว่ามันจะได้เจอคนใจดีเมตตารับเลี้ยง






“จากวันนั้นข้าก็ถูกสั่งให้แสดงภาพของเด็กหนุ่มผู้นั้นอยู่เสมอ ในทุกๆวันที่เขาดีใจ เสียใจ หัวเราะ หรือร้องไห้  ทั้งตอนที่เขาอาศัยอยู่ในคฤหาสน์ใหญ่โตจนถึงบ้านหลังเล็กๆในชนบท เวลาที่เขายังยิ้มทั้งที่ต้องทำงานหนัก กระทั่งยามเหนื่อยจนหลับไปทั้งคราบน้ำตา”






ในกระจกยังคงเป็นตอนที่เขาเล่นกับแมว แต่เขาก็นึกภาพตามเสียงของกระจกได้อย่างชัดเจน






“หมายความว่าเจ้าอสูรรู้จักข้ามาก่อนอย่างนั้นเหรอ”






“หามิได้ นายท่านไม่เคยได้รู้อะไรมากไปกว่าสิ่งที่เห็น ชีวิตของเด็กหนุ่มกลายเป็นเครื่องประโลมจิตใจ แต่ในขณะเดียวกันก็ยิ่งทำให้เขาทุรนทุรายเพราะอยากจะได้พบเด็กคนนั้นจริงๆสักครั้ง”






โจชัวร์คิดตามแล้วรู้สึกสังหรณ์ถึงความบังเอิญที่เกิดขึ้นกับชีวิตของตน






“เพราะอย่างนี้ เขาถึงได้จับตัวพ่อแล้วสั่งให้ข้าไปที่คฤหาสน์!






“ประเดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งเข้าใจผิดไป เท่าที่ข้ารู้ พ่อของเจ้าพลัดหลงไปที่คฤหาสน์เอง นายท่านให้ทั้งอาหารและที่พักและยังจัดการให้เขาได้เดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัยโดยไม่เรียกร้องสิ่งใดตอบแทน แต่เป็นพ่อของเจ้าที่รนหาที่ กระทำผิดคำพูดของตัวเองต่างหาก ส่วนนายท่านก็แค่อาศัยโอกาสเล็กๆน้อยๆให้เกิดประโยชน์เท่านั้น ที่สำคัญ เจ้าพูดเองว่านายท่านดีกับเจ้าทุกอย่าง เขาไม่ได้ลงโทษหรือทำร้ายเจ้าสักนิดเลยไม่ใช่เหรอ”






อารมณ์วูบเล็กๆดับลงเหมือนแสงที่ปลายไม้ขีดไฟ ตัวเขาเองยังนึกขำว่าจะโกรธเจ้าอสูรได้อีกเช่นไร เป็นไปได้ว่าความรู้สึกที่ไม่มั่นคงอาจเกิดจากความลับที่ยังรอการเฉลย






“จริงสิ ลิเดียเคยบอกข้าว่าเจ้าอสูรโดนคำสาปถึงได้มีรูปร่างเช่นนั้น เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า”






เขาลองถามแต่กระจกช่างจ้อกลับเงียบผิดปกติ ชวนให้ยิ่งอยากรู้จึงต้องวางเหยื่อล่อให้หนักขึ้น






“ข้าเคยเจอนิทานเรื่องหนึ่งในห้องหนังสือ ที่เล่าว่ามีเจ้าชายรูปงามที่เย่อหยิ่งและดูแคลนหญิงชราที่มาขอความช่วยเหลือ เขาเลยถูกสาปให้กลายเป็นอสูรจนกว่าจะเจอคนที่มีความรักแท้จริง คนที่มองผ่านความอัปลักษณ์เข้าไปถึงตัวตนข้างใน พออ่านแล้วก็รู้สึกว่าช่างคล้ายกับเรื่องของเจ้าอสูรมากทีเดียว”






บานกระจกกลับคืนมาเป็นภาพสะท้อนของตัวเขา เห็นชัดว่าดวงตากำลังเป็นประกายด้วยความอยากรู้






“แล้วนิทานเรื่องนั้นว่าอย่างไรต่อล่ะ ในที่สุดเจ้าชายได้พบรักแท้หรือไม่”






“ไม่รู้สิ นิทานยังไม่จบ เนื้อเรื่องส่วนที่เหลือหายไปเลยไม่รู้ว่าตอนจบจะลงเอยอย่างไร”






“น่าสนใจ น่าสนใจ” กระจกเปลี่ยนเป็นภาพของเจ้าอสูรที่ยังคงนั่งเหม่ออยู่ลำพัง แต่แปลกตรงที่ค่อยๆจางลงเหมือนภาพเก่าสีซีด “แล้วถ้าเจ้าชายองค์นั้นคือนายท่าน เจ้าคิดว่านิทานจะดำเนินต่อไปแล้วจบลงในแบบไหนล่ะ พบรักแท้ที่ล้างคำสาปทั้งหมดหรือทุกอย่างสูญสลายไปตลอดกาลลลล”






ท้ายเสียงลากยาว น้ำเสียงวังเวงชวนให้รู้สึกใจเสีย






“เจ้าว่ายังไงนะ!? อะไรคือสูญสลายไปตลอดกาล เจ้าอสูรจะต้องเป็นอะไรไปอย่างนั้นเหรอ?!”    






“ฟังไว้ให้ดีเถิดเด็กน้อย ชายหนุ่มรูปงามที่แสนเย็นชาและเย่อหยิ่ง ได้เมินเฉยต่อคำร้องขออันน่าเวทนาเพียงเพราะรังเกียจในความอัปลักษณ์ จึงถูกสาปให้ตกอยู่ในสภาพอันแสนน่าเกลียดจนกว่าจะพบใครสักคนที่มองผ่านรูปกายภายนอกและสัมผัสได้ถึงหัวใจข้างใน ความรักแท้จริงที่เกิดขึ้นเท่านั้นจึงจะสามารถล้างคำสาป แต่หากปล่อยให้เวลาเนิ่นนานจนกลีบสุดท้ายของดอกกุหลาบวิเศษร่วงโรย ชีวิตก็จะดับสูญไปอย่างโดดเดี่ยวอ้างว้างในสภาพเดียวกับที่เจ้าตัวดูแคลน”






ภาพของเจ้าอสูรซีดจางลงทุกทีทำให้โจชัวร์ยิ่งนั่งไม่ติด ไม่คิดว่าเรื่องเล่าให้ความบันเทิงจะกลายมาเป็นเรื่องจริงอันแสนเจ็บปวด และอาจจะจบลงด้วยโศกนาฏกรรม






“อะไรนะ?! ที่เจ้าเล่ามาเป็นความจริง...?!






“อย่าสงสัยในสิ่งที่สะท้อนจากตัวข้า ความจริงมักเจ็บปวดเสมอ และตัวข้าแท้จริงก็ไม่ต่างจากเครื่องมือทรมานชั้นเลิศ การเผยโลกภายนอกให้กับคนที่ถูกความอัปลักษณ์จำกัดให้อยู่แต่ในคฤหาสน์ได้เห็นไม่ยิ่งเป็นการสร้างความเจ็บปวดหรอกหรือ ได้เห็นแต่ไม่ได้สัมผัส ได้รับรู้แต่ไม่อาจไขว่คว้ามาครอบครอง อาาาา ช่างเป็นความทรมานอันแสนหวาน”






ภาพของอสูรหายไปแล้ว ตอนนี้เขาเห็นใบหน้าของคนที่กำลังเจ็บปวดจนแทบพูดไม่ออก






“เจ้า... ใจร้ายที่สุด! เขาทำผิดอะไรนักหนา ทำไมต้องทำร้ายกันถึงขนาดนี้”






“ด่าว่าข้าไปก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาหรอกนะ”






“ข้าจะช่วยเขา ข้าจะช่วยเจ้าอสูรล้างคำสาปให้ได้”






“เจ้าคงยังไม่ลืมใช่มั้ยว่าคำสาปจะสลายไปก็ต่อเมื่อ...”






ดวงตาของคนในกระจกแข็งกร้าว ความมุ่งมั่นฉายชัดออกจากหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก






“ข้ารักเขา ข้าไม่สนว่าเขาจะเป็นเจ้าชายหรือว่าอสูรร้าย และข้าก็ไม่ได้รักเพียงเพื่อจะช่วยล้างคำสาป ต่อให้เขาจะต้องกลายเป็นอสูรตลอดไปข้าก็ยังจะรัก ข้าจะทำให้เขามีความสุขและจะไม่ยอมให้เจ้าหรือว่าใครทำร้ายเขาได้อีก”






“แหมๆ ช่างเป็นคำสารภาพรักที่จับใจเสียจริง แต่ข้าขอเตือนว่าเจ้าเหลือเวลาไม่มากแล้ว พรุ่งนี้ก็จะถึงกำหนดสามวันแล้วนี่”






“สามวันแล้วทำไม?”






“เจ้าคงจำสัญญาที่ให้ไว้ได้ใช่มั้ย นายท่านเดิมพันทุกอย่างเพื่อให้เจ้าได้กลับมาเยี่ยมพ่อและจะกลับไปเพื่ออยู่ด้วยกันตลอดไป ดอกกุหลาบรับทราบพันธะนั้นแล้วและหากเจ้าทำไม่ได้ตามที่สัญญา ทุกอย่างก็จบเกม”






“อะไรนะ! อะไรคือจบเกม?!






“อย่าถามในสิ่งที่เจ้ารู้อยู่แล้วสิ ข้าไม่อยากพูดซ้ำให้มันน่าเบื่อเสียเปล่าๆ”






โจชัวร์นึกย้อนถึงตอนที่อยู่ในห้องใต้หลังคา เขาเพียงแต่มองผ่านดอกกุหลาบในครอบแก้วแต่รู้สึกได้ว่ามันกำลังโรยรา กลีบดอกที่เหลืออยู่ไม่มากทำให้ประกายแสงหม่นมัวลงจากครั้งแรกที่ได้เห็น และในขณะที่เจ้าอสูรเอ่ยอนุญาตก็เหมือนมีแสงสว่างออกมาวูบหนึ่ง นั่นอาจจะเป็นสัญญาณแห่งพันธะสัญญาที่กระจกบอก แต่ปัญหาคือเจ้าอสูรจะรู้หรือไม่ว่าชีวิตตกอยู่ในความเสี่ยง หากเขาไม่กลับหรือกลับไปไม่ได้ตามกำหนดเวลาจะไม่เท่ากับเป็นการ...






ไม่มีทาง! เขาจะไม่มีวันยอมให้เป็นเช่นนั้นอย่างเด็ดขาด!






ความลับที่ได้ล่วงรู้ทำให้โจชัวร์ยิ่งร้อนรนเพื่อหาทางกลับคฤหาสน์ และเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าพี่สาวคือนางฟ้ามาโปรด เบตตี้เข้ามาหาเขาพร้อมสำรับอาหารแต่เขารู้ว่าแมรี่ก็คงแอบหลบอยู่ไม่ไกล โชคดีที่เป็นพี่สาวคนรองซึ่งหัวอ่อนและถูกโน้มน้าวใจได้ง่ายกว่า






“กินอะไรซะบ้าง ถึงแกจะอดจนตายก็ไม่ได้ออกจากห้องอยู่ดี”






“ปล่อยข้าไปไม่ได้เหรอ ได้โปรดเถอะนะ ข้าสัญญาว่าถ้าได้กลับไปที่นั่น ข้าจะทำทุกอย่างให้พี่ได้สมหวัง ข้ารู้ว่าพี่ต้องการอะไรเบตตี้ ข้าทำให้ได้ ขอแค่ช่วยให้ข้าได้กลับไปเท่านั้น”






เบตตี้ตาโตแต่ยังมีอาการระแวดระวังแสดงว่ามีการแอบฟังการสนทนานี้อยู่จริงๆ






“เอ่อ... อะไร้! อย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อน่ะ ข้าไม่ได้ต้องการอะไรสักหน่อย ข้าแค่จะเอานี่มาให้ แกก็รีบๆกินซะ เสร็จแล้วข้าจะได้เก็บออกไป” เธอหันไปตะเบ็งเสียงพูดใส่ประตู แล้วรีบป้องปากถามถึงสิ่งที่เขาอยากให้ช่วย






“ได้ๆ ข้าจะกินก็ได้เพราะข้าก็หิวไส้จะขาดอยู่แล้ว” โจชัวร์ตะโกนบ้าง แล้วค่อยกระซิบพอได้ยินกันสองคน






“แค่ช่วยให้ข้าออกไปเจอสโนว์ได้ก็พอ”






“ไม่มีทางหรอก แกสตันให้คนเฝ้าไอ้ม้านั่นอยู่ตลอด ข้าหาม้าตัวอื่นให้ดีกว่า”






“ไม่ได้ มีแต่สโนว์ที่รู้ทางและจะพาข้ากลับไปได้ ถ้าไม่มีมันก็คงหลงอยู่ในป่าแล้วตายเพราะพายุแน่ๆ”






“งั้นก็รออีกสักสองสามวัน ให้พวกเขาวางใจว่าเจ้าจะไม่หนีค่อยหาทางอีกที”






“รอไม่ได้อีกแล้ว ข้าต้องกลับไปภายในวันพรุ่งนี้เท่านั้น!






“ทำไมล่ะ จะเกิดอะไรขึ้นหรือไง?”






“เจ้าอสูรกำลังอ่อนแอลงทุกที ถ้าข้ากลับไปไม่ทัน เขาอาจจะ...”






เขาพูดต่อไม่ออก แต่อีกฝ่ายสามารถเดาทางออกได้ทันที






“ตายงั้นเหรอ!? เจ้าบอกว่าอสูรร้ายนั่นกำลังจะตายใช่มั้ย?!






โจชัวร์ไม่มีหนทางอื่นนอกจากส่งสายตาอ้อนวอน เขาไม่หวังให้เบตตี้เห็นแก่ความเป็นพี่น้อง แต่ขอให้เธอนึกถึงผลประโยชน์ให้มากพอที่จะกล้าหักหลังแมรี่ทีเถอะ






“อิ่มแล้วใช่มั้ย งั้นข้าไปล่ะนะ”






เบตตี้เอ่ยเต็มเสียงอีกครั้งเป็นสัญญาณว่าการเจรจาได้สิ้นสุดลง เธอไม่กล้ามองตอบดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวัง และเมื่อกลับออกจากห้องก็ยิ่งไม่กล้าสู้หน้าคนที่รออยู่ แต่ที่แปลกใจยิ่งกว่าคือมีชายหนุ่มอีกคนยืนรออยู่กับแมรี่ สีหน้าท่าทางของเขาดูไม่ปกตินัก เธอมองพี่สาวคนโตและเห็นอาการแสยะยิ้มสะใจกับแววตาดูแคลนที่มองผ่านผนัง วินาทีนั้นเธอยิ่งรู้สึกกลัวจนขาสั่น ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคนที่ถูกขังอยู่ในห้อง






“มันว่ายังไงบ้าง” แมรี่สะกดน้ำเสียงเย็นเฉียบเพื่อข่มขวัญให้น้องสาวพูดความจริงทุกคำ






“ก็... เอ่อ... ก็จะให้น้องช่วย...”






เบตตี้ตอบด้วยอาการลังเล ยังชั่งใจไม่ถูกว่าควรวางตัวอยู่จุดไหน ใจหนึ่งก็อยากช่วยเพื่อประโยชน์ของตัวเอง อีกใจก็ไม่กล้างัดข้อกับพี่สาว แล้วไหนจะชายหนุ่มที่กำลังส่งยิ้มให้เธออีกคน






“โจชัวร์จะให้เจ้าช่วยอะไรเหรอ บอกมาเถอะเบตตี้คนดี พวกเราจะได้ช่วยกันสะสางปัญหานี้ให้จบไปเสียที”






เบตตี้รู้สึกเหมือนหัวใจกำลังเต้นระรัวจนแทบระเบิด แม้แต่ในฝันเธอก็ยังไม่กล้าให้แกสตันปฏิบัติกับเธอเช่นนี้ เธอถูกใบหน้าหล่อเหลาสะกดให้พูดทุกอย่างออกไปโดยไม่รู้ตัว กระทั่งเสียงปิดประตูโครมใหญ่ทำให้เธอเพิ่งรู้ว่าหนุ่มหล่อตรงหน้าหายไปแล้ว รอยยิ้มหยันของแมรี่ยิ่งย้ำชัดว่าเธอทำพลาดอีกครั้ง และเธอคงได้แต่ติดค้างคำขอโทษ...






โธ่! โจชัวร์ที่น่าสงสาร เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอรู้สึกว่าเขาคือน้องชายแต่เธอกลับปกป้องดูแลเขาไม่ได้เลยสักนิดเดียว 






 

------------Mine--------------





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 72 ครั้ง

247 ความคิดเห็น

  1. #190 jaeboy. (@junkzda) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 00:57
    แกสตันนนนนนน โอ้ย
    #190
    0
  2. #162 Rilakkuma_00 (@small-body-) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 00:42
    ไม่มีใครช่วยโจชัวร์ได้เลยอะฮืออ
    #162
    0
  3. #138 Dia dava (@dia1908) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 16:43
    อือออออ สงสารรรรรร
    #138
    0
  4. #130 Kaning Guliko (@prinkaning) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 00:40
    กรี้ดดดดดด ม่ายยยยย ใครก็ได้ช่วยโจชัวร์ที ฮืออ
    #130
    0
  5. #48 Leucippus (@bamhunnie) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 11:17
    นังแกสตันนนนนนนน ช่วยเป็นคนดีให้ถูกเวลาหน่อยได้มั้ย ฮิอ
    #48
    0
  6. #47 เธเนเธณเธเธฑเธ (@numpun) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 21:09
    เหยยยยย แกสตัน นี่นายจะกลายเปนตัวร้ายจริงๆ เหรอ ฮือออ อุตส่าห์ลุ้นให้พลิกโผเป็นพระรองแสนดีแล้วเชียว 5555
    #47
    0