FORGET ME NOT จะรักหรือจะลืม เลือกเอาซักอย่าง (YAOI,BL)

ตอนที่ 6 : CHAPTER 04 : มันคือความหึงหวง (เหรอวะ?)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 183
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 พ.ย. 60

-CHAPTER 04-

มันคือความหึงหวง (เหรอวะ?)


วันนี้ผมตั้งใจว่าจะถามความค้างคาใจกับคุณขลุ่ยให้จงใจ!!

ถ้าถามว่าเรื่องอะไรนั้น

คนไม่มีความทรงจำอย่างผมก็มีเพียงเรื่องเดียวที่ยังรบกวนจิตใจอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

บางทีก็เคยคิดนะครับว่าช่างมัน ไม่อยากได้คืนแล้วความทรงจำเพราะชีวิตตอนนี้ก็มีความสุขดี แต่พอโลหะวงแหวนหนึ่งคู่ที่ร้อยกับสร้อยคอใส่ติดตัวไว้ตลอดสัมผัสกับผิว ความรู้สึกผิดอันหนักอึ้งก็ประเดประดังเข้ามา

ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขานอกจากชื่ออักษรย่อตัวเอฟ แต่ไม่รู้ทำไมผมถึงรู้สึกว่าเขากำลังรอผมอยู่

ผมคนเดิมที่มีความรักให้เขา

การยอมแพ้และทิ้งความทรงจำไปจึงไม่ต่างจากการทิ้งความรักของเขาไปด้วย บางทีอาจเป็นเพราะเหตุผลนี้ก็ได้ที่ทำให้เขาไม่ยอมมาปรากฏตัวต่อหน้าผมซักที!!

ถ้าถามว่าทำไมถึงเจาะจงเป็นคุณขลุ่ย งั้นผมคงต้องเท้าความตั้งแต่ความระแคะระคายประการแรกในเรื่องของกุญแจสำรองคอนโดฯ ส่วนตัวของผมที่เขาครอบครองอยู่ แถมยังสามารถไขเข้ามาตอนไหนก็ได้ราวกับเขาคุ้นชินการเข้านอกออกในห้องของผมประหนึ่งเป็นห้องของตัวเอง ประการที่สองคือความเอาใจใส่เกินหน้าที่ผู้จัดการ แรกๆ ผมก็คิดในแง่ในแง่ดีว่าเพราะตัวเองประสบอุบัติเหตุคนรอบข้างจึงเอาใจใส่เป็นพิเศษ แต่พอนานไปผมก็เริ่มเอะใจ โดยเฉพาะตอนที่คุณขลุ่ยมองอาหารในจานของผมแล้วส่ายหน้าระอา พึมพำมาว่าเมื่อก่อนหรือตอนนี้ก็ยังเกลียดแครอทเหมือนเดิม

อันที่จริงผมมองข้ามผู้ต้องสงสัยคนนี้ไปแล้วด้วยซ้ำ แต่มีอยู่วันหนึ่งที่ไอ้เจเจเอาเครื่องดนตรีชิ้นหนึ่งมาเล่น มันคือเครื่องเป่าที่มีชื่อว่า ฟรุต ผมเฉลียวใจได้ตอนนั้นเองว่า ขลุ่ยเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า ‘Flute’ บางทีเจ้าของตัวย่อเอฟบนแหวนคู่อาจจะเป็นเขาก็ได้

พอมาลองคิดๆ ดู ผมก็เพิ่งนึกบางเรื่องขึ้นมาได้ ทั้งมันยังผลักดันให้ความสงสัยของผมพุ่งทะลุดาวอังคาร

คือการที่คุณขลุ่ยพร่ำย้ำกับผมตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลว่าห้ามออกนอกลู่นอกทางหรือมีเรื่องชู้สาวเด็ดขาด!!

แม้ว่าเหตุผลของข้อห้ามที่เขาใช้อ้างกับผมคือการปกป้องความลับเรื่องที่ผมสูญเสียความทรงจำจะฟังขึ้น แต่ความจริงที่ซ่อนอยู่นั้นก็คงหนีไม่พ้น

ความหึงหวง!!! (เหรอวะ?)

ความหล่ออันมากล้นของผมคงทำให้เขากลุ้มใจมาก โถ ไอ้เพลิงกาฬคนบาปหนา จะทำให้หล่อน้อยลงก็ไม่ได้ด้วยสิ กลุ้มจังครับ

แก็ก!

พอได้ยินเสียงเปิดประตูผมก็หลับตาลงแล้วแอ๊บเป็นศพขึ้นอืดอยู่บนเตียงตามเดิม เพิ่มเติมคือไม่ห่มผ้า แถมยังใส่แค่บ็อกเซอร์ตัวเดียวเท่านั้น!!!

หึ! อ่อยขนาดนี้ไม่สารภาพก็ให้มันรู้ไป!!!

“คุณเพลิงตื่นได้แล้วครับ” เสียงเรียกนำมาก่อน ตามด้วยเสียงฝีเท้าเบาๆ ที่หยุดลงตรงข้างเตียงพอดี  

“คุณเพลิง ตื่นครับ” คราวนี้มีออพชั่นเสริมคือการเขย่าไหล่ ก็เลยต้องทำเสียงหืออือออกไปซักหน่อย เดี๋ยวนิ่งเกินมันจะเหมือนศพขึ้นอืด มันไม่เนียน

“ฮื่อ

“คุณเพลิงเหวอออ”

ตุบ!

ในจังหวะที่ผู้จัดการสุดเฮี้ยบจะเขย่าเรียกผมซ้ำ ผมก็ทำเป็นละเมอ ออกแรงดึงเขาลงมาทับตัว พอลองโอบไว้แบบนี้แล้วก็ทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายตัวบางและเบากว่าที่เห็นภายนอกเยอะเลย คุณขลุ่ยร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ ดิ้นขลุกขลักจนมือไม้ปัดป่ายกระทุ้งท้องของผมดังอุกเมื่อผมยกขาเกี่ยวเขาไว้เหมือนงูเหลือมกำลังรัดเหยื่อ ไม่ปล่อยให้หนีหรอกน่า ยังไงวันนี้เป็นตายผมก็ต้องเค้นความจริงออกมจากปากของเขาให้จงได้!!

“ที่รักจ๋า” ผมแกล้งละเมออีกรอบ

“เล่นอะไรครับ ผมไม่ขำด้วยหรอกนะ กรุณาปล่อยครับ” คนตัวเบาทำเสียงเหี้ยม ผมเริ่มเหงื่อแตก ถูกจับได้แล้วเหรอวะ ไม่ม้าง ตายังหลับอยู่เลย โคตรตีบทแตก งั้นเล่นต่อ แอคชั่น!

“งือ ที่รักหายไปไหนมา

“ที่รักคิดถึงเค้าไหม?” มีอ้อยเทอ้อย มีมะม่วงเทมะม่วง ยื่นโอกาสให้ขนาดนี้ รีบรับไปแล้วบอกความจริงมาซักทีเถอะ ไอ้เพลิงกาฬกลัดกลุ้มจะตายแล้วครับ

“เค้าคิดถึงที่รักมากเลยนะ มาจุ๊บกัน จ๊วบบบ

ปึก!

หือ??

พลั่ก! ตุบ! โครม!!!

คนอะไรโดนถีบตกเตียงคนชื่อเพลิงกาฬไง ผ่าม!!

“โอ้ย! อะไรวะ!!” ผมร้องลั่นประหนึ่งว่ากูตกใจจริงๆ นะ แล้วทำเป็นทะลึ่งพรวดประหนึ่งเมื่อกี้ละเมอแล้วก็เพิ่งตื่นตอนที่ถูกยันโครมตกเตียงเมื่อกี้หมาดๆ เลย จริงจริ๊ง!!

“อ้าว คุณขลุ่ยมาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ?” ก่อนจะหันไปทำหน้างงใส่คนที่ลุกไปยืนข้างเตียงอีกฝั่ง คุณขลุ่ยหรี่ตามองผมนิ่งๆ ผมลอบกลืนน้ำลาย ภาพที่เขาวิ่งเอามีดไล่จ้วงแทงสว่างวาบขึ้นในหัว หาเรื่องชะตาขาดรุ่งริ่งแล้วไหมไอ้เพลิงกาฬ!!

“ไปอาบน้ำได้แล้วครับ” อูยยย มีใครให้เหี้ยมกว่านี้ไหมครับ??

“ครับผม” รีบตอบอย่างว่องไวเลย ไม่มีพิรุธสัสๆ

พออาบน้ำเสร็จผมก็เดินเจี๋ยมเจี้ยมออกมาจากห้องนอนเพราะมีชนักติดหลังอันเบ้อเร่อ มุ่งหน้าไปที่ส่วนครัวขณะที่สมองกำลังทำงานอย่างหนัก ผมมั่นใจว่าหุ่นตัวเองแซ่บเฟร่อ มีรางวัลการันตีมากมาย ไม่ได้มโนไปเองแต่อย่างใด แล้วทำไมอ่อยขนาดนั้นแล้วคุณขลุ่ยถึงยังเฉยไม่ซี๊ดซ้าดซักนิดเลยวะครับ เอ๊ะ หรือความจริงแล้วผมจะเข้าใจผิดไปเอง บางทีคุณขลุ่ยอาจจะไม่ใช่เจ้าของอักษรย่อตัวเอฟก็ได้

ฉิบหายแล้ว! พอคิดมาถึงตรงนี้ความหนาวเหมือนวาร์ปไปขั้วโลกก็แล่นวาบตั้งแต่หนังศีรษะจรดปลายเล็บขบ ขาที่กำลังก้าวเข้าไปในครัวหยุดชะงักทันทีทันใด โฮก ทำไมไอ้เพลิงกาฬไม่คิดได้ให้เร็วกว่านี้วะครับ ป่านนี้คุณขลุ่ยลับมีดที่จะเจื๋อนผมทิ้งจนคมกริบแล้วมั้ง อะโฮก ความเป็นชายของไอ้เพลิงกาฬกำลังจะป่นปี้แล้วชิมิ

“เข้ามาสิครับ”

อะเฮือก!

ถึงกับสะดุ้งสุดตัวเมื่อคนที่คิดว่าง่วนอยู่กับการลับมีดส่งเสียงมาเรียก

“คะ ครับ” ผมขานรับ น้ำตาตกในหยดติ๋งๆ ขณะย่างเท้าเข้าไปในลานประหาร ถ้าลงไปคุกเข่ากอดขาคุณผู้จัดการจะสามารถลดโทษได้ไหมอ่ะครับ ไอ้เพลิงกาฬยังอยากเป็นชายทั้งแท่งอยู่

“คะ คุณขลุ่ยครับ” วันก่อนผมดูหนังมา ถ้าสารภาพก่อนจะได้ลดโทษลงกึ่งหนึ่งครับ เอาวะ!

“นั่งสิครับ จะได้ทานข้าวกัน” ยังไม่ทันสารภาพบาป คุณผู้จัดการพูดแทรกขึ้นมา พลางพยักพเยิดไปที่โต๊ะทานข้าว ก่อนจะหมุนตัวไปที่ส่วนประกอบอาหาร กลิ่นมื้อเช้าหอมฉุยไม่สามารถเรียกอาการอยากอาหารของผมได้อย่างทุกที อะโฮก นี่สินะที่เขาเรียกกันว่าอาหารมื้อสุดท้าย

ผมเดินไปนั่งที่โต๊ะทานข้าวขนาดกะทัดรัดสี่คนนั่งในครัว มองคนร่างโปร่งบางเดินถือจานอาหารสองจานมาวางบนโต๊ะ รอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าดูดีนั้นทำให้ผมเหงื่อแตกพลั่กๆ ทั้งที่ห้องเย็นฉ่ำ

“ขอบคุณครับ” ผมรับจานอาหารมาด้วยมืออันสั่นเทา และพอเห็นสิ่งที่อยู่ในจานผมก็ต้องเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง

“ทานให้หมดนะครับ” คนที่ทิ้งตัวนั่งฝั่งตรงข้ามบอกสั้นๆ ก่อนจะก้มลงทานอาหารในจานตัวเองอย่างอารมณ์ดี ประกาศิตมาแบบนี้แล้วผมจะทำอะไรได้นอกจากก้มหน้ากลั้นใจตักข้าวผัดไอ้ผักสีส้มที่แสนเกลียดเข้าปากด้วยสีหน้าที่เหมือนถูกบังคับให้กินข้าวคลุกยาพิษ

เรื่องนี้สอนให้ไอ้เพลิงกาฬรู้ว่าอย่าริแหยมกับผู้จัดการเป็นอันขาด!!!

.


พอคุณผู้จัดการกลับไปแล้วผมก็พุ่งตัวลงมาที่ร้านคุณภางค์ด้วยความเร็วประหนึ่งพายุเฮอริเคนฟิวชั่นกับลมบ้าหมู ผลักประตูร้านเข้าไปได้ก็พุ่งไปที่เคาน์เตอร์ พอเห็นว่าใครยืนประจำอยู่ก็ร้องหาของที่ต้องการออกไปทันที

“คุณเจ้าของร้านครับ! ชงกาแฟให้ผมที!

“ไปกินอะไรมาครับ ทำไมหน้าตาเหมือนคนพะอืดพะอมแบบนั้น” คุณเจ้าของร้านทำหน้าตื่นกับสภาพของผม ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยจนไอ้เพลิงกาฬซาบซึ้ง แต่ก็ทำได้แค่ยิ้มแห้งๆ ออกไปให้เขาสบายใจลงหน่อย ไม่ไหวจริงๆ ครับ ไอ้เพลิงกาฬไม่สามารถต่อกรกับปีศาจแครอทได้จริงๆ เจ้าผักสีส้มนั้นแข็งแกร่งเกินไป!

เห็นอย่างนั้นคุณภางค์ก็รีบผละไปชงเครื่องดื่มที่ผมร้องหา ในขณะที่ผมนั่งพะงาบๆ ค้ำคางกับเคาน์เตอร์ยาวๆ มองดูเขาวุ่นวายอยู่หน้าเครื่องชงกาแฟ

“อ่ะ นี่ครับ” ไม่กี่อึดใจเครื่องดื่มสูตรพิเศษที่คนตรงหน้าคิดค้นมาเพื่อผมโดยเฉพาะก็ถูกยื่นมาตรงหน้า

ผมรีบยื่นมือออกไปรับประหนึ่งมันคือน้ำอมฤตที่จะทำให้ผมเป็นอมตะ จังหวะนั้นมือของตัวเองก็แตะกับมือของอีกฝ่ายโดยบังเอิญ ตอนที่มือของเราสัมผัสกันครั้งแรกผมก็สงสัยนะว่ามือผู้ชายนิ่มได้ขนาดนี้เลยหรือ เคยขอจับมือพวกไอ้เป็นหนึ่งเหมือนกันแต่ไม่ได้มีความเนียนนุ่มเหมือนมือคุณภางค์ซักนิด ตอนนั้นฟรังก์หัวเราะใหญ่ ท้วงมาว่ามือผู้ชายที่ไหนเนียนนุ่มบ้าง ผมนี่อยากจะเถียงใจจะขาดว่ามือคุณภางค์ไงแต่ก็เงียบไว้เพราะฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าบางทีความมือนุ่มอาจจะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคนเป็นเชฟ แบบว่าในแต่ละวันพวกเขาต้องสัมผัสกับวัตถุดิบมากมาย หนึ่งในนั้นอาจจะมีสารเพิ่มความมือนุ่มงี้ไง

“ขอบคุณครับ” ผมบอกขอบคุณแล้วรีบดูดกาแฟสูตรพิเศษอึกๆ เพื่อล้างพิษ (?) แครอทที่กำลังกัดกินพลังงานชีวิตของตัวเองอยู่

“ดีขึ้นไหมครับ?” คุณเจ้าของร้านถามด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล คราวนี้ผมยิ้มกว้างให้เขาจนดวงตากลมสวยที่มองมาฉายแววโล่งใจออกมา

“รู้สึกเหมือนฟื้นคืนชีพเลยครับผม”

“ค่อยยังชั่ว ทีหน้าทีหลังก็อย่าไปกินอะไรแปลกๆ มาอีกนะครับ” คุณภางค์ยิ้มออกมาในที่สุด แต่ก็ไม่วายทำหน้าจริงจังพูดเตือนเหมือนตอนที่ดุยัยเด็กไม้กระดานไม่มีผิด

เออเนอะ แทนที่ผมจะสลด กลับมองว่าท่าทางแบบนั้นมันน่ามองจนคำหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวน่ารัก ทั้งที่คำว่า น่ารัก ไม่เหมาะจะเอาไว้ชมผู้ชายซักนิด

“ว่าแต่คุณนักร้องนำยังไม่ได้บอกเลยนะครับว่าไปกินอะไรมา?”

“แครอทน่ะครับ บึ้ยส์” ผมทำหน้าพะอืดพะอมตอนที่นึกไปถึงข้าวผัดสีส้มสยองขวัญเมื่อเช้า ผมมั่นใจว่าคุณขลุ่ยต้องตั้งใจเอาคืนผมแน่ๆ ตอนที่เดินออกจากห้องไปนี่หน้าของเขาสะใจมาก ผมจะไม่ลองดีกับคุณผู้จัดการอีกแล้ว สัญญาเลย!

“จะว่าไปคุณนักร้องนำไม่ชอบแครอทนี่เนอะ” คนรูปร่างเท่าๆ กับคุณขลุ่ย ที่กำลังอยู่ในชุดผ้ากันเปื้อนบาริสต้าพูดออกมาขณะผละไปชงกาแฟตามออร์เดอร์

ผมชะงัก เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกสับสนที่กำลังจู่โจมอย่างรวดเร็ว ทำไมคุณเจ้าของร้านถึงรู้ว่าผมไม่ชอบเจ้าผักสีส้มนั่น ก็ผมไม่เคยบอกใครว่าเกลียดแครอท แล้วทำไมบ้า! ฟุ้งซ่านใหญ่แล้วไอ้เพลิงกาฬ! คุณภางค์ไม่มีตัวเอฟอยู่ในชื่อซักหน่อย อีกอย่างเรื่องนี้คุณขลุ่ยยังรู้ แล้วนับประสาอะไรกับเชฟร้านอาหารประจำที่ผมมาฝากท้องจนกลายเป็นลูกค้าวีไอพีไปแล้ว ผมคงเคยบอกเขาก่อนจะประสบอุบัติเหตุแล้วความจำเสื่อม หรือไม่เขาก็คงสังเกตจากจานอาหารของผม คนเป็นพ่อครัวน่ะมักจะคอยสังเกตสิ่งที่ลูกค้าชอบไม่ชอบเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว

เลิกมโนได้แล้วไอ้เพลิงกาฬ!!



------------------------

เพลิงกาฬ : ผมคิดว่ามันคือความหึงหวง

ยัยแนน : เหรอออออออออออออออออออ

ค่อยกระดืบๆ ค่ะ จากการดองที่ผ่านมาทำให้รู้ว่าถ้าเรื่องไหนเล่นใหญ่ไม่บอกตัวคู่พระนายก็จะเขียนเอื่อยเฉื่อยเช่นนี้ อะฮือออ T^T คือตอนที่เขาสวีตกันมีคู่แล้วไปเร็วนะ แต่ก่อนหน้านั้นอ่ะอืดมาก ตอนนี้กลับมารื้อพล็อตค่ะ น่าจะอยู่ที่ 20 ตอน ไม่เกิน 25

ยังยืนยันคำเดิมว่าเรื่องยัยแนนเรียบๆ ง่ายๆ เนอะ ทิ้งความสงสัยพอเป็นพิธี แฮร่ๆ

เห็นหลายคนเดาเรื่องแล้วแบบแอบแฮกคอมเค้าหรือเปล่า ทำไมเป๊ะขนาดนั้นนนน ฮา ขอบคุณนะคะ ^^

มันเกินกว่ารักไปมากจริงๆ

<3

UP : 10.11.17

21 ความคิดเห็น

  1. #21 Okoy up (@puyrattikan) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 15:02
    ช่างสลักผิดป่าว จาก p เป็น f ไรงี้ 555
    #21
    0
  2. #20 CB_0461 (@CB_0461) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 14:20
    ไรท์กลับมาแล้ว สู้ๆนะเป็นกำลังใจให้ ว่าแต่สรุปขลุ่ยนี่ใช่ไหมอะ เริ่มสับสนละ
    #20
    0