FORGET ME NOT จะรักหรือจะลืม เลือกเอาซักอย่าง (YAOI,BL)

ตอนที่ 5 : CHAPTER 03 : แง่มๆ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 287
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    14 ก.ค. 60

-CHAPTER 03-

แง่มๆ


สวัสดีวันจันทร์


สติ๊กเกอร์ไลน์รูปดอกไม้สีเหลืองอ๋อยธรรมดาๆ ที่ผมไม่รู้ว่ามันคือดอกอะไรแต่ไม่รู้ทำไมผมรู้สึกถึงพลังความกวนตีนลึกลับในนั้น ถูกส่งเข้ามาในกรุ๊ปไลน์ที่มีผมกับเพื่อนๆ เป็นสมาชิกด้วยฝีมือของแทฮยอง จากนั้นคนอื่นๆ ก็กระหน่ำสติ๊กเกอร์ใส่กัน สมาร์ทโฟนเครื่องใหม่เนื่องจากเครื่องเก่าโดนฆาตกรรมไปพร้อมกับความทรงจำของผมสั่นครืดๆ ไม่หยุด บนหน้าจอนี่ยังกับสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ทั้งหมี ทั้งแมวน้ำ ทั้งแพนด้า กดส่งมาสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย ต้องจริงจังขนาดนี้ไหม??


“วางโทรศัพท์แล้วทานข้าวได้แล้วครับ”


ชะอุ้ย!


สะดุ้งขึ้นมากับเสียงเย็นเยียบของคนฝั่งตรงข้าม ผมเงยหน้าจากจอขึ้นไปยิ้มแห้งๆ ให้คนหน้านิ่ง วางโทรศัพท์ในมือลงแล้วหยิบช้อนตักโจ๊กหมูเข้าปากโดยไม่ต้องให้คุณขลุ่ยพูดซ้ำเลย จะโหดไปไหนว้า


นอกจากตำแหน่งผู้จัดการวงแล้ว คุณขลุ่ยยังมีตำแหน่งผู้จัดการส่วนตัวของผมด้วย เขาจะเข้ามาที่ห้องทุกวันจันทร์กับวันเสาร์ นอกจากมาตรวจความเรียบร้อยของห้องและกำชับไม่ให้ผมออกนอกลู่นอกทางก่อนความทรงจำจะกลับมาแล้ว แต่ละครั้งที่มาเขาจะต้องหอบหิ้วอาหารสดและแห้งมายัดจนเต็มตู้เย็นให้เสมอ ความจริงตอนแรกก็ปากเปียกปากแฉะบอกให้ผมไปซื้อที่ซุปเปอร์ฯ ข้างล่างอยู่หรอก แต่ผมก็เดินเลยไปร้านคุณภางค์ทุกที คุณขลุ่ยเลยคร้านจะพูด ซื้อมาให้เองซะเลย


ถ้าถามเรื่องสกิลการทำอาหารของผมนั้นอะไรที่ยัดใส่ไมโครเวฟแล้วกินได้นั่นแหละเลเวลสูงสุดของผมแล้ว สลัดฟักมาก!


แต่ที่ตู้เย็นมันพร่องลงเรื่อยๆ จนคุณขลุ่ยต้องซื้อมาเติมทุกอาทิตย์ก็เพราะเพื่อนตัวเตี้ยชอบแวะเวียนมาเยี่ยมและทำอาหารให้กินบ่อยๆ ถ้าช่วงไหนฟรังก์หายไปอย่างไร้ร่องรอยและไม่ติดต่อมาก็สันนิษฐานไว้เลยว่าคงไปทำงานต่างประเทศ จะเรียกว่าทำงานก็ไม่ถูกซะทีเดียว คือธุรกิจบ้านฟรังก์ทำทัวร์น่ะครับ ทำงานก็เหมือนได้ไปเที่ยว ป่านนี้ไปมารอบโลกแล้วมั้ง โคตรน่าอิจเลย


“เมื่อวานนอนกี่โมงครับ?” นั่งกินเพลินๆ ความซวยก็ตกใส่หัวซะงั้น


ชะอุ้ยรอบสอง!


“แหะๆ” ยิ้มแห้งรอบสองด้วยเอ้า!


“คุณเพลิง” อูย เสียงโคตรข่มเลย กลัวล้าววว


“ผมกำลังแต่งเพลงใหม่น่ะครับ เพลินไปหน่อยแต่ไม่เกินตีสองแน่นอน” เนื่องจากอาการกระทบกระเทือนทางสมองทำให้ผมต้องดูแลตัวเองมากกว่าคนปกติ คุณหมอกำชับมาหนักหนาว่าควรปฏิบัติตัวยังไงบ้าง โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินและการพักผ่อน สิ่งงดเว้นเด็ดขาดคือบุหรี่ แอลกอฮอล์ และการนอนดึก!


“คุณเป็นคนป่วยนะครับ” คนอายุมากกว่าไม่กี่ปีถอนหายใจอย่างปลงๆ ถึงคุณขลุ่ยจะชอบโหดแต่ก็ใจดีมากครับ ตอนอยู่ที่โรงพยาบาลเขามาเฝ้าผมทุกวันเลยทั้งที่ตัวเองก็เหนื่อยมากแท้ๆ


“ผมแข็งแรงดีครับ แค่ความทรงจำหลงทางไปไหนก็ไม่รู้” ผมบอกติดตลก แต่คนฟังไม่ขำแถมยังส่ายหน้าเอือมระอามาให้ด้วย อ้าว


“โตๆ กันแล้ว อย่าต้องให้ผมใช้ไม้เรียวนะครับ” ถึงขนาดต้องไม้เรียว??


“นี่เด็กยี่สิบห้าขวบนะครับ ไม่ใช่ห้าขวบ” ผมเชื่อว่าคุณขลุ่ยพูดจริงทำจริง แต่ผมไม่อยากโดนจริงอ่ะ ไม้เรียวกับผู้ชายตัวเท่าควายอายุสี่สิบห้าเนี่ยนะ รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น โดยเฉพาะไอ้เพื่อนทั้งห้าเนี่ยพร้อมจะซ้ำผมเลยเหอะ!


หลังจากทานมื้อเช้าจนอิ่มหมีพลีหมัน ผมก็ทำตาปริบๆ ขอให้คุณขลุ่ยทำอะไรให้เคี้ยวเล่นต่อ คนหน้านิ่งที่ผมไม่ยักรู้ว่ามีอารมณ์ขันเป็นกับเขาด้วยก็สวนกลับมานิ่มๆ ว่า


“ฟันกำลังขึ้นหรือครับ?” หมายถึงลูกหมาที่ต้องงับกระดูกขัดฟันเล่นงี้??


ผมเดินเข้าไปหาคนตัวสูงน้อยกว่านิดหน่อยที่กำลังเปิดตู้เย็นหาอะไรมาทำของว่างให้ มองช่วงไหล่บางๆ แล้วจากนั้นก็


“แง่ม!” งับแม่ม!


“คุณเพลิง!” คนโดนหมากัดสะดุ้ง หันมาทำหน้ายักษ์ใส่ทันทีเลย


“เป็นหมาก็ต้องกัดไงครับ” ผมยักคิ้วกวนตีน คนโดนหมากัดหน้าแดง ไม่แน่ใจว่าเขินหรือโกรธ แต่ถ้าให้เดาอย่างหลังชัวร์!!


หมับ!


หือ??


เดี๋ยวนะ! อะไรคือคุณผู้จัดการเอื้อมมือไปคว้ามีดปลายแหลมเฟี้ยวมาถือไว้แล้วทำหน้าเหมือนอยากฆ่าหมา ต้องโกยสุดชีวิตไหม??


“ขอโทษคร้าบ ไอ้เพลิงกาฬผิดไปแล้ววว” วิ่งหนีไปก็แหกปากขออภัยโทษไปด้วย


“โทษตายยังน้อยไป!” คนโกรธจนหน้ามืดถือมีดวิ่งตามมา โอ้โนววว


“ไอ้เพลิงกาฬผิดไปแล้ววว จะไม่ทำอีกแล้วคร้าบบบ”


“ของแบบนี้มันต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม!


อย่ามาสำบัดสำนวนตอนหน้าสิ่วหน้าขวานได้ไหมครับ ไอ้เพลิงกาฬไม่รู้ความหมายเว้ยครับ แต่สังหรณ์บอกว่าแมร่งไม่เป็นผลดีต่อชีวิตแน่ๆ เพราะงั้นโกยต่อไป!!


“แฮ่กๆ / แฮ่กๆ” วิ่งไล่กันรอบห้องไปมากระทั่งเหนื่อยเป็นหมาหอบแดดทั้งคู่นั่นแหละถึงกลับสู่โหมดปกติ


ผมนอนแผ่หลาไปกับโซฟาตัวใหญ่ที่ไอ้ไทกะชอบพับลงเป็นเตียงนอน โดยมีคุณขลุ่ยทิ้งตัวนอนหอบอยู่ข้างๆ มีดในมือวางอยู่บนโต๊ะครับ ระยะปลอดภัย


“สนุกว่ะ” ผมพึมพำกับตัวเอง


“อืม” ก็ไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะตอบกลับมา แถมเป็นการตอบในเชิงเห็นด้วยอีกต่างหาก ขอถอนคำพูด


สนุกโคตรๆ เลยเหอะ!


ผมหลับตาลง นึกไปถึงตอนที่ตื่นขึ้นมาในโรงพยาบาลแล้วจำอะไรไม่ได้ มันเป็นความรู้สึกที่โคตรหดหู่เหมือนตัวเองอยู่คนเดียวบนโลกที่ไม่รู้จัก จำได้ว่าผมไม่พูดกับใครเป็นเดือนๆ พยาบาลที่มาดูแลคนหนึ่งเคยบอกกับผมว่าเวลาที่เราเจอเรื่องโชคร้ายสุดๆ นั้น พระเจ้าจะสงสารแล้วประทานความโชคดีสุดๆ มาปลอบโยน ไม่ถึงเดือนหลังจากนั้นผมก็เพิ่งรู้สึกตัวว่าความโชคดีอยู่ใกล้ตัวขนาดไหน ทั้งเพื่อน ทั้งคนข้างๆ ไหนจะคุณภางค์ ยัยเด็กไม้กระดานแล้วก็พนักงานในร้านไรซ์คาเฟ่ ผมเพิ่งรู้ว่าพวกเขาฝากของเยี่ยมมาให้ผมที่โรงพยาบาลด้วย แต่เพราะทางต้นสังกัดเอาการ์ดมาคุมทำให้เข้าเยี่ยมไม่ได้


ถ้าผมเป็นคนป่วย ก็คงเป็นคนป่วยที่มีความสุขที่สุดในโลกอ่ะครับ


คนหน้านิ่งไล่ผมให้ไปอาบน้ำอาบท่า ส่วนตัวเองก็เดินเอามีดไปเก็บในครัว ผมทำตามอย่างว่าง่าย ใช้เวลาอาบน้ำไม่นานก็เดินเช็คผมออกมานั่งดูดีวีดีบันทึกเทปคอนเสิร์ตเก่าๆ ของวง คุณขลุ่ยเดินออกมาจากครัว ส่งชามของกินหอมฉุยมาให้ ก่อนจะนั่งลงด้านข้าง


“วันเสาร์นี้ผมมีธุระ คงไม่ได้เข้ามานะครับ” กำลังนั่งเคี้ยวเกี๊ยวปลาทอดเพลินๆ คนใจดีทำของว่างให้ก็บอกออกมา


“จะไปเที่ยวกับแฟนเหรอครับ?” ผมหลุดปากออกไป คุณขลุ่ยชะงักไปนิด แค่นิดเดียวจริงๆ


“เรื่องงานครับ”


“อ่อ” ผมอยากถามมากกว่านี้ อยากถามสิ่งที่มันคาใจตั้งแต่แรกแต่ก็ดันป๊อดไง


สุดท้ายก็ทำได้แค่โบกมือหยอยๆ ส่งเขาที่หน้าประตูแล้วก็เดินเหี่ยวเฉากลับมานอนตายหน้าทีวีตามเดิม ไอ้อ่อนเอ้ย!!


…………………


เมื่อคืนผมลืมปิดเสียงโทรศัพท์ เช้านี้จึงตื่นขึ้นมาด้วยเสียงสงครามสติ๊กเกอร์จากเพื่อนๆ ไม่อยากจะสาธยายว่าพวกมันจริงจังขนาดหนัก ผู้ริเริ่มประกาศสงครามอวดสติ๊กเกอร์คนแรกคือไอ้ลูกครึ่งเกาหลี ผมเคยขอดูโทรศัพท์มันด้วย ไม่เข้าใจว่ามันจะขนซื้อสติ๊กเกอร์ไปเพื่อ พอถาม มันก็ทำหน้ากวนตีนสไตล์ตอบมาว่า


#เป็นผู้ชายจะมีสติ๊กเกอร์ไลน์กี่อันก็ได้


อย่างงี้ก็ได้เหรอ??


ผมเข้าไปอาบน้ำแล้วเดินเข้าไปในครัว เมื่อวานฟรังก์มานั่งคุยเล่นอยู่ครึ่งค่อนวัน เพื่อนตัวเตี้ยเล่าเรื่องไปเที่ยวประเทศต่างๆ ให้ฟัง บ้างก็หลุดความหลังเก่าๆ ที่ผมจำไม่ได้ออกมา ผมได้รู้เพิ่มมาอีกอย่างว่าพวกเราทั้งหกคนชอบท่องเที่ยวอยู่พอตัว ตอนที่ยังเป็นนักศึกษาก็ขับรถท่องเหนือล่องใต้กันทุกปิดเทอม โดยเฉพาะผมกับไอ้เป็นหนึ่ง ห้าวที่สุดในแก๊งค์ถึงขนาดแบ็คแพ็คข้ามประเทศกันสองคนก็ไปมาแล้ว


ก่อนจะกลับฟรังก์ใจดีทำอาหารแพ็คใส่กล่องแช่ตู้เย็นไว้ให้ด้วย เขาบอกว่าหิวตอนไหนก็เอามาแบ่งแล้วเวฟทานได้เลย แหมะ เกิดเป็นไอ้เพลิงกาฬนี่สุขสบายดีแท้


แกร็กๆ!


เสียงไขประตูหน้าทำผมคิ้วกระตุก ไอ้เป็นหนึ่งแมร่งขโมยกุญแจห้องผมไปไง นอกจากคุณขลุ่ยที่มีกุญแจสำรองอย่างถูกต้องก็มีไอ้เพื่อนเวรนี่แหละที่ชอบบุกรุกเข้ามาโดยมาบอกกล่าวล่วงหน้า


“แดกข้าวกันโว้ยไอ้เพลิง!” เปิดประตูเข้ามาได้มันก็แหกปากทันทีครับ ทำมารยาทตกไว้ในลิฟต์งี้??


ปึง!


ผมยืนพิงไหล่กับวงกบประตูห้องครัว มองไอ้เป็นหนึ่งผลักประตูห้องนอนเข้าไปโดยไม่เคาะเหมือนทุกที ในมือข้างหนึ่งของมันหอบหิ้วถุงของกินเต็มไปหมด เออวุ้ย รอบตัวผมมีแต่สายชวนแดกทั้งนั้นเลยนี่หว่า


“อ้าว หายไปไหนวะ ไอ้เพลิง ไอ้เพลิงโว้ย!!” พอไม่เห็นผมเกลือกกลิ้งอยู่บนเตียงมันก็เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า


คือกูไม่ใช่เด็กห้าขวบป่ะ จะเข้าไปทำอะไรในตู้เสื้อผ้าวะ??


“เพลิงโว้ย เด็กดี โมะๆๆ ออกมามาพ่อเร๊ว” ย้ายจากตู้เสื้อผ้าไปใต้โต๊ะทำงานที่อยู่ในห้องนอนและรกได้ที่เนื่องจากช่วงนี้ผมกำลังหมกมุ่นอยู่กับการเขียนเพลงใหม่ และมันไม่ได้ดั่งใจเอาซะเลย


แต่เดี๋ยวนะ! โมะๆ คือเชี่ยอะไรครับ!!


“โมะพ่อง!” ผมส่งเสียงออกไป ก่อนจะหมุนตัวกลับไปที่ครัวเมื่อได้ยินเสียงติ๊งของไมโครเวฟ ไอ้เป็นหนึ่งเดินหัวเราะชอบใจตามมา


“อ้าว ใครทำมาให้วะ?” มันวางถุงของกินลงกลางโต๊ะทานข้าว ปากถามขณะหมุนตัวไปหยิบแก้ว จาน ชาม ช้อน อย่างคล่องแคล้วประหนึ่งเป็นห้องของตัวเอง


“เมื่อวานฟรังก์มา เขาทำไว้ให้”


ผมสวมถุงมือกันความร้อนเพื่อใช้หยิบจานสปาเก็ตตี้ออกมาจากไมโครเวฟ ก่อนจะรีบถอดมันออกอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่ว่ามันร้อนมากอะไร แต่เพราะถุงมืออันนี้ไทกะซื้อมาฝากจากบ้านเกิดแดนซากุระ ก็นะสีชมพูลายดอกไม้กระจุ๋มกระจิ๊มมีระบายฟรุ้งฟริ้งชิหาย ผมเข้าใจแล้วทำไมเหล่าแฟนคลับถึงเรียกคนพูดน้อยหน้าตายอย่างมันว่าผู้ชายมุ้งมิ้ง ผมผิดเองที่ตัดสินคนจากภายนอก


“ฝีมือฟรังก์เหรอ เออ งั้นเวฟเผื่อกูด้วย”


ไอ้เป็นหนึ่งตาลุกวาว มือที่กำลังแกะของกินใส่จานเปลี่ยนเป็นปิดฝากล่องอย่างว่องไว จากนั้นก็ยัดส่วนที่เป็นของคาวเข้าตู้เย็น เหลือเอาไว้แค่น้ำเต้าหู้คนละถุงกับขนมปังนึ่งใส่สังขยามันม่วงคนละชิ้น ช่วงนี้เขากำลังฮิตมันม่วงกันครับ วันก่อนลงไปซื้อกาแฟร้านคุณภางค์ก็เห็นเมนูมันม่วงนมสดเป็นเมนูแนะนำด้วย ได้ยินมาว่ายัยเด็กไม้กระดานโต้คลื่นเป็นคนคิดสูตรเอง สงสารกระเพาะครับเลยไม่ขอทดลอง ฮ่าๆ   


ผมหรี่ตาด่าเพื่อนในใจก่อนจะเดินกลับไปที่ตู้เย็นเพื่อเอาของกินอีกสองสามอย่างออกมาอุ่นเผื่อไอ้คนที่กำลังเทน้ำเต้าหู้ใส่แก้ว ขณะที่ปากก็เคี้ยวขนมปังหอมกรุ่นไปด้วย สาเหตุที่ไอ้เป็นหนึ่งมันตื่นเต้นตอนรู้ว่าฟรังก์เป็นคนทำอาหารก็เพราะนานๆ เพื่อนตัวเตี้ยจะเข้าครัวซักที อาทิตย์ก่อนนู้นที่เจอกันมันกับไอ้เจเจก็คะยั้นคะยอให้เขาทำอะไรให้กินอยู่นะ แต่แห้วไงก็เลยเก็บกด ความสมบูรณ์แบบไม่มีอยู่จริงครับ ไอ้พวกเล่นดนตรีได้เทพทรูอย่างพวกเราจึงไม่เป็นสับปะรดเอาซะเลยกับเรื่องเข้าครัว ในกลุ่มจึงมีแค่ฟรังก์เท่านั้นที่ทำอาหารแล้วกินได้ไม่ตาย แถมรสชาติยังสูสีกับคุณขลุ่ยเลยด้วย เพียงแต่คุณขลุ่ยจะถนัดอาหารไทย ในขณะที่ฟรังก์ถนัดอาหารทำจากเส้น แต่ถ้าจะให้จัดอันดับจริงๆ ผมยกให้คุณภางค์เป็นที่หนึ่งตลอดกาล รายนั้นขนาดทอดไข่ดาวโปะข้าวสวยให้กินยังอร่อยเหาะอ่ะ ว่าแล้วก็คิดถึงรสมือคุณเจ้าของร้านจังเลยครับ ไม่ได้กินมาสามวันแล้ว


“ทำหน้าอะไรของมึง?”


“??” คำถามของเพื่อนสนิททำให้ผมเงยหน้าขึ้นไปเลิกคิ้วให้นิดๆ เพราะกำลังม้วนเส้นสปาเก็ตตี้เข้าปากอยู่


“หน้ามึงอ่ะ เหมือนหมาแถวบ้านกูตอนรู้ว่าอาหารเม็ดหมดแล้วเจ้าของลืมซื้อมางี้” ความอุปมาอุปไมยนี้เพื่อนกูได้แต่ใดมา??


ผมควรกลุ้มกับสีหน้าตัวเองหรือกลุ้มกับการตีความการเปรียบเปรยของไอ้เพื่อนเวรดีครับ??


“กูอยากกินข้าวร้านคุณภางค์” ผมตอบตามตรง ผมติดรสมือคุณภางค์เข้าแล้วจริงๆ


“อันที่จริงที่กูมาห้องมึงบ่อยๆ ก็เพราะจะมากินข้าวร้านเขานั่นแหละ โคตรติดใจอ่ะ ใส่กัญชาลงไปเปล่าวะ”


“ตอนแรกกูก็คิดแบบมึงเลย แต่ตอนเข้าไปดูเขาทำก็ปกตินะเว้ย ขนาดขอให้ทอดไข่ดาวโปะข้าวสวยธรรมดาแมร่งยังอร่อยอ่ะมึง” แอคติ้งมาเต็มครับวินาทีนี้ อาหารฝีมือคุณภางค์อร่อยมากจริงๆ นะครับ!


“กูแค่เปรียบเปรย ต้องจริงจังขนาดนี้ไหม?”


“ก็อร่อยนี่หว่า”


“ได้ยินบ่อยละ รีบๆ แดกเลย เดี๋ยวเที่ยงไปกินข้างล่างกัน” ไอ้เป็นหนึ่งทำหน้าเหมือนปลากระดี่ได้น้ำ ผมหรี่ตาเอือมๆ


“ทำไมมึงดูดี๊ด๊าจังวะ?”


“ก็นอกจากจะได้กินอาหารอร่อยๆ แล้ว กูก็ยังจะได้เต๊าะเขาด้วยไง”


กูว่าแล้ว!!!

 


--------------------------

มาด้วยความงงๆ อีกตอนค่ะ แฮร่ๆ

ชอบเสียง แง่มๆ อ่ะ น่าย๊ากกก

ยิ้มมมม

มันเกินกว่ารักไปมากจริงๆ

<3

UP : 14.07.17

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

21 ความคิดเห็น