FORGET ME NOT จะรักหรือจะลืม เลือกเอาซักอย่าง (YAOI,BL)

ตอนที่ 4 : CHAPTER 02 : เราซื้อน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋มาฝาก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 314
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    5 ก.ค. 60

-CHAPTER 02-

เราซื้อน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋มาฝาก


“เหวอออ“


“ชู่ววว“ ผมทำมือบอกให้คนในชุดเชฟเบาเสียงลง ทั้งที่ตัวเองเป็นฝ่ายทะเล่อทะล่าเข้ามาในครัวของร้านเขาแท้ๆ ยังมีหน้ามาสั่งเจ้าของร้านเขาอีก


“หนีอะไรมาครับ?“ คุณภางค์กระซิบกระซาบถามเมื่อเห็นผมแอบส่องกระจกตรงประตูห้องครัวเพื่อดูความเคลื่อนไหวด้านนอก และพบว่า ต้นเหตุ ของอาการฝันหนีดีฟ่อจนต้องวิ่งหางจุกตูดเข้ามาหลบภัยในนี้เดินเข้ามาในร้านแล้ว


“อ่าคุณกุญแจฟานี่นา“


ผมไม่แปลกใจหรอกที่คุณภางค์รู้จักสาวสวยในชุดกระโปรงสีชมพูที่กำลังปะฉะดะกับยัยเด็กไม้กระดานโต้คลื่น กุญแจฟาเป็นดาราวัยรุ่นที่กำลังมีชื่อเสียงอยู่ในปัจจุบัน อีกทั้งเธอยังเป็นนางเอกเอ็มวีในเพลงล่าสุดของผมด้วย ประเด็นสำคัญคือผมเข้ากูเกิลและพบว่าตัวเองเคยเป็นข่าวกุ๊กกิ๊กกับเจ้าหล่อน เชื่อไหมครับว่าผมโทร.หาคุณขลุ่ยและเพื่อนสนิททุกคนกลางดึกคืนนั้นเพื่อขอคำยืนยันว่าเธอไม่ใช่เจ้าของแหวนหรือคนรักตัวย่อ ‘F’ ของผม!


คำตอบที่ได้ทำให้ผมโล่งอกพอสมควรเมื่อทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าข่าวนั้นเป็นการพีอาร์ (PR : Public Relations) อย่างหนึ่ง หรือที่เรารู้จักกันในชื่อเรียก รักโปรโมท นั่นแหละ คุณขลุ่ยเสริมมาว่ามันเป็นเรื่องธุรกิจ ต่างฝ่ายต่างได้ผลประโยชน์ร่วมกัน


“น้องเขาน่าจะมาเยี่ยมคุณนักร้องนำนะครับ“ คุณภางค์ทำหน้างงๆ เหมือนไม่เข้าใจว่าผมจะแอบทำไม


“โถ่ คุณเจ้าของร้าน ถึงผมจะจำอะไรไม่ได้แต่ก็ไม่คิดสั้นขนาดเอาผู้หญิงแอ๊บแบ๊วอย่างนั้นมาเป็นแฟนตามข่าวหรอกนะครับ“


“เธอคงเป็นห่วงคุณถึงมาหา น่าจะออกไปเจอเธอซักหน่อยนะครับ“ โถ พ่อพระ


“ห่วงผมหรืออยากเป็นข่าวกับผมกันแน่ ข้างนอกนั่นมีนักข่าวรออยู่เต็มไปหมด เชื่อสิว่าถ้าผมออกไปจะต้องโดนถ่ายรูปไปทำข่าวซุบซิบ คราวนี้พอมีหลักฐานว่าผมอยู่กับเจ้าหล่อนแถมยังเป็นคอนโดฯ ของผมด้วย โอยบรรลัยไงไอ้เพลิงกาฬ!


ผมเอามือกุมขมับ ปวดหัวจี๊ดๆ ขึ้นมาทันที


“อย่าทุบแบบนั้นสิครับ“ มือขาวขนาดเล็กกว่าผมเล็กน้อยแต่เรียวสวยกว่าจับมือของผมที่กำลังทุบขมับตัวเองเพื่อบรรเทาอาการปวดแบบโง่ๆ ก่อนจะค่อยๆ นวดลงไป ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าอาการปวดหัวฉับพลันเมื่อครู่หายวับไปเลย เดี๋ยวต้องขอให้สอนเทคนิคหน่อยแล้ว


“ดีขึ้นไหมครับ?”


“หายแล้ว ขอบคุณครับ” คุณภางค์ชักมือกลับไป ยิ้มอ่อนโยนมาให้


“นั่งรอแป๊บหนึ่งนะครับ เดี๋ยวผมทำมื้อเที่ยงให้“ ตอนนี้เที่ยงกว่าแล้ว และคุณเจ้าของร้านรู้ว่าถ้าผมไม่โทร.มาสั่งอาหารก็จะลงมาทานด้วยตัวเอง


“ไม่ต้องรีบนะครับแต่หิวมาก” ไม่ได้เร่งเลย จริงจริ๊ง!!


คุณเจ้าของร้านยิ้มขำ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเป็นประกายวิบวับ ผมรู้ได้ทันทีว่าเขากำลังคิดแกล้งผมอยู่ในใจ


“ถึงจะเปิดการ์ดน่าสงสารแต่ก็ต้องตามคิวครับ” นั่นไงล่ะ!


“หิวมากเลย ท้องร้องโครกคราก มันงอแงเพราะอยากกินอาหารฝีมือคุณเจ้าของร้าน” ผมเอามือลูบท้อง ทำหน้าตาให้น่าสงสารเข้าไว้ คุณภางค์หลุดขำพรืด


“ยอมครับ” ไอ้เพลิงกาฬชนะ เย้!


คุณภางค์เดินกลับไปประจำหน้าเตาเช่นเดียวกับพ่อครัวอีกสองคน ผมลังเลว่าจะออกไปนั่งในส่วนของลูกค้าด้านนอกหรือโต๊ะทานอาหารของพนักงานซึ่งตั้งหลบมุมอยู่ดี คิดไปคิดมาก็เลือกตัวเลือกอย่างหลัง ระหว่างนั่งว่างๆ ก็เดินไปหยิบใบจดเมนูไปส่งให้คุณกุ๊กที่กำลังวุ่นวายอยู่หน้าเตา ด้วยความที่ชีวิตหลังประสบอุบัติเหตุวนเวียนอยู่ไม่กี่ที่จึงทำให้ผมค่อนข้างสนิทสนมกับพนักงานในร้านเป็นอย่างดี พวกเขาก็ปฏิบัติกับผมอย่างเป็นกันเอง บางครั้งก็หลุดเรื่องเก่าๆ ที่ผมจำไม่ได้ออกมา ยิ่งเสริมน้ำหนักเรื่องผมเป็นลูกค้าประจำของร้านนี้เข้าไปอีก


ผมมองคนที่กำลังตั้งใจทำอาหารให้ผม แล้วก็นึกไปถึงวันแรกที่ผมได้มีโอกาสทานอาหารของร้านนี้ ตอนนั้นเป็นช่วงที่ผมออกจากโรงพยาบาลมาได้เดือนกว่าๆ จำได้ว่าโทร.มาด้วยสภาพใกล้หมดแรงเนื่องจากถูกนักข่าวดักอยู่ด้านหน้าคอนโดฯ ทำให้ขยับตัวไปไหนไม่ได้และเบื่ออาหารสำเร็จรูปเต็มทน ผมจำได้อีกว่าวันนั้นคุณภางค์เป็นคนรับสาย ผมไม่รู้จะสั่งอะไรเพราะมันเบื่อๆ ไปหมด ก็เลยสั่งเมนู อะไรก็ได้ ออกไป คุณภางค์ทำอะไรก็ได้แต่อร่อยน้ำตาไหลสุดๆ ตั้งแต่นั้นมาผมก็ไม่เคยสั่งว่าวันนี้จะกินเมนูอะไร คนเป็นเชฟเขาทำอะไรให้ก็กินอันนั้นแหละครับ อร่อยทุกเมนู


“ทานในนี้ได้ไหมครับ?“ คุณภางค์วางจานอาหารกับแก้วน้ำลงบนโต๊ะ น้ำเสียงไม่สู้ดีกับการให้ลูกค้าทานอาหารในครัว


“ทานได้ครับ คุณเจ้าของร้านทานข้าวหรือยัง?“


“เดี๋ยวทานพร้อมคนอื่นๆ ครับ“ แล้วก็ยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกสดชื่นได้ไม่ยาก


“พอดีเลย ทานพร้อมกันเลยสิครับ“


“ผมว่า


ผ่าง!!!


“ไอ้พี่เพลิงหัวงู!“ เสียงแหลมๆ ของยัยเด็กไม้กระดานดังมาพร้อมกับร่างทอมบอยที่กำลังกอดอกแบนๆ ฉับ


“ฝันดีครับ ระวังคำพูดด้วยสิ“ คุณภางค์ดุน้องสาว ยัยเด็กแสบก็เชื่อฟัง หันมาขอโทษ ตามด้วยเลื่อนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแล้วนั่งลงแรงๆ


“แฟนพี่เพลิงไม่เห็นน่ารักเหมือนในทีวีเลย!


“เขาไม่ใช่แฟนพี่“ รีบปฏิเสธอย่างไวสิครับ ต่อให้ไอ้เพลิงกาฬคนเก่าหรือคนนี้ก็ไม่เอาผู้หญิงแวดๆ แบบนั้นมาทำแฟนหรอก ฆ่าตัวตายชัดๆ


“รู้แหละ แต่หมั่นไง“


ผมเลิกคิ้ว ทั้งที่ข่าวประโคมว่าผมกับกุญแจฟาปลูกต้นรักกลางกองถ่ายมิวสิควีดีโอ ทว่ายังไม่ทันได้แก้ข่าวอะไรผมก็มาประสบอุบัติเหตุเสียก่อน แล้วแม่ดาราแอ๊บแบ๊วก็ขยันสร้างข่าวกับผมทั้งที่ผมนอนเดี้ยงอยู่โรงพยาบาล แล้วทำไมเด็กสาวตรงหน้าถึงเชื่อว่าเราไม่ได้คบหากัน??


“รู้ได้ไง“ ผมถามแล้วเลื่อนจานผัดมักกะโรนีกุ้งที่ยังไม่ได้แตะไปให้ จ้องตาเป็นมันเชียว


คุณเจ้าของร้านส่ายหน้ายิ้มๆ เมื่อน้องสาวของตัวเองคว้าช้อนตักอาหารตรงหน้าเข้าปากคำโตแบบไม่สนภาพพจน์ เขากำลังจะเดินกลับไปที่หน้าเตา คงจะไปทำอาหารจานใหม่มาให้ แต่ผมคว้าข้อมือเขาไว้ก่อน


“ครับ?“ คุณภางค์เลิกคิ้วถาม


“ทานด้วยกันนะครับ“


ผมปล่อยมือเมื่ออีกฝ่ายยอมพยักหน้าตกลง ก่อนจะหันกลับมาขอคำตอบจากเด็กที่กำลังเคี้ยวของกินจนแก้มตุ่ย


“ว่าไงเรา รู้ได้ไงว่าพี่ไม่ได้เป็นแฟนกับกุญแจฟา“


“ก็ถ้าเป็นแฟนกันจริงๆ แล้วพี่เพลิงจะวิ่งหนีทำไมล่ะ หน้าตั้งยังกับโดนกระทิงสเปนวิ่งไล่ขวิดแหนะ“ ดูความเปรียบเปรย ครีเอทอะไรเยี่ยงนี้ ประชด!


“นั่นสินะ“ ผมยักไหล่ ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร


ฝันดีเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัย (?) ว่าจะเป็นเจ้าของแหวนตัวจริงก่อนจะรู้อายุของเจ้าหล่อน ทว่าความรู้สึกบางอย่างบอกผมว่าเด็กคนนี้เป็นเพียงน้องสาว และผมก็เอ็นดูแกถึงขั้นต้องหาเวลามาแกล้งเล่นทุกวัน ประเด็นคือเจ้าตัวเป็นติ่ง K-Pop ครับ สายร็อคอย่างผมจึงไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องดีเพราะมันทำให้พวกเราสนิทกันด้วยเนื้อแท้จริงๆ


“นี่ รู้ป่ะว่าแฟนพี่เป็นใคร?“ ก่อนจะลองถามออกไป ก่อนหน้านี้เคยแย็บถามคนรอบตัวหลายครั้ง คำตอบไปในทิศทางเดียวกันหมดว่าผมโสดสนิทยิ่งกว่าถุงซิปล็อค เรื่องแหวนคู่ที่ผมเจอในห้องนอนจึงมียังไม่มีใครรู้ ผมกะว่าถ้าใครหลุดพิรุธก็จะได้ใช้เรื่องแหวนฟันธงไปเลย


เด็กไม้กระดานโต้คลื่นเงยหน้าขึ้นมาจากจานมักกะโรนี แก้มตุ่ยๆ ขยับไปมาตามแรงเคี้ยวลุ้นโว้ย!!


“มนุษย์ต่างดาวเหรอ?“ ปัดโถ่!


“ช่างเถอะ“


หลังจากทานอาหารพร้อมกับสองพี่น้องจนอิ่มหนำผมก็มองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าทางโล่งก็เดินตัวปลิวพร้อมกับกาแฟสูตรเฉพาะขึ้นห้อง เปิดประตูเข้าไปได้ก็ตีหน้าหงิกทันทีเลยครับ


“ขโมยกุญแจห้องกูอีกแล้วนะพวกมึง“ ผมบ่นใส่เพื่อนๆ ในวง หลังจากยืดคืนมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่สุดท้ายก็ถูกใครซักคนหยิบติดมือแล้วโผล่มาหาทั้งก๊กแบบไม่บอกกล่าวทุกที แน่นอนว่ามีไอ้เป็นหนึ่งรวมอยู่ในนั้นด้วย


“เพื่อนกูที่เป็น บก.นิตยสารซุบซิบโทร.มาบอกว่ามีคนปล่อยข่าวว่ามึงกับกุญแจฟาอยู่ด้วยกัน วันนี้นักข่าวก็เลยกรูมาที่คอนโดฯ “ ไอ้เป็นหนึ่งเปิดขึ้นมาก่อนใครเพื่อน


“พวกกูมาเตรียมแถลงข่าวมึงกับกุญแจฟาเลยนะเนี่ย“


“ห้อยพระวัดไหนวะถึงรอดมาได้?”


“พวกเวร! รู้แล้วก็ไม่คิดจะเตือนกูหรอก ดีนะที่กูจำหน้านักข่าวบางคนได้ตอนมาทำข่าวกูเข้าโรงบาล กลิ่นแมร่งทะแม่งๆ เลยวิ่งหนีสุดตีน“


ตอนลงไปกินข้าวร้านก็รู้สึกเหมือนถูกแอบมอง พอหันไปก็เห็นคนหน้าตาคุ้นๆ นั่งอยู่ในส่วนล็อบบี้ จังหวะนั้นก็สัมผัสได้ถึงยมทูตในชุดกระโปรงสีชมพูที่กำลังเยื้องย่างผ่านประตูเข้ามา สมองไม่ทันได้สั่งการ ขาผมก็ออกวิ่งทันที ไม่อยากจะจินตนาการตอนโดนถ่ายรูปเอาไปทำข่าวเลยให้ตาย


ผมเล่าด้วยความเซ็ง โดยมีเพื่อนๆ แสดงความเห็นอกเห็นใจด้วยการฮาลั่นห้อง ขนาดคนเงียบขรึมที่สุดอย่างไทกะยังยิ้มอ่ะ


โคตรรักกันเลยว่ะ ประชด!


ก๊อก ก๊อก ก็อก!


เสียงเคาะประตูดังแทรกขึ้นมากลางวงสนทนา พวกผมนั่งจ้องตากันไปมาเพื่อหาผู้เสียสละเป็นคนไปเปิด สุดท้ายก็ไอ้เพลิงกาฬเองครับที่ต้องลุก มีครั้งหนึ่งเคยโยนให้ไอ้แทไปเปิด มันตอบมาว่ากูไม่ชินกับกลอนประตูห้องมึงเหตุผลมันสลัดฟักมากครับ!!


“หวัดดีเพลิง เป็นไงมั่ง?“ ผู้ชายผิวขาวโอโม่ สูงน้อยที่สุดในหมู่พวกเราตรงหน้าประตูคือเพื่อนสนิทอีกคนในแก๊งค์มหาลัย ฟรังก์เป็นคนร่าเริง มนุษย์สัมพันธ์ดีเวอร์ ไอ้เป็นหนึ่งบอกมาว่าถ้าไม่ติดว่าเขาต้องกลับไปรับช่วงกิจการของที่บ้านก็คงได้เป็นผู้จัดการวงไปแล้ว


“ก็เหมือนเดิม นายล่ะ คราวนี้ไปเที่ยวไหนมา?“ ฟรังก์เป็นคนเดียวในกลุ่มที่ไม่มีใครกล้าขึ้นมึงกูด้วย เขาเป็นคนสุภาพจนพวกผมหยาบใส่ไม่ลงอ่ะครับ


“ตามป๊าไปประชุมที่ดูไบอ่ะ เราซื้อน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋มาฝาก“


“ร้านโกเปาป่ะ?” ผมรับของฝากมาถือไว้ โกเปาคือเจ้าของรถเข็นขายน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ที่อร่อยที่สุดในย่านนี้ คนแย่งกันซื้อจนต้องแจกบัตรคิวอ่ะครับคิดดู!  


“เดี๋ยวๆ ไปถึงดูไบแต่อะไรคือของฝากร้านโกเปา“ ลูกครึ่งเกาหลีหนึ่งเดียวในห้องเรียกร้องความเป็นธรรม ทุกคนที่เหลือพยักหน้าหงึกหงัก งานงกก็มาครับ


“นายไม่ต้องกินก็ได้นะแท เรากินในส่วนของนายไหวอยู่“ ฟรังก์หันไปเชือดไอ้ตัวขี้บ่นนิ่มๆ ลืมบอกว่าถึงจะสุภาพแต่เรื่องกวนตีนไว้ใจพวกเราเหอะ!


“แอนนี่“ ไอ้แทลากเสียงยาวๆ ตอนได้ยินครั้งแรกผมงงเป็นไก่ตาแตก ไอ้เจเจซึ่งเพื่อนๆ ชอบเรียกว่าจตุจักรจึงกระซิบอธิบายมาว่า แอนนี่ เป็นชื่อเล่น (?) ของ แอนนิมอล มีความหมายตามพจนานุกรมฉบับแทฮยองว่า(ไอ้) สัตว์ นั่นเอง!


สุภาพแอนนี่ๆ เลยเพื่อนคุณกูววว



--------------------------

สโนวไวท์ปริศนาในอินโทรครบแล้วเนอะ เอ๊ะ แต่เค้าไม่ได้บอกนะว่าตัวจริงอยู่ในพวกเขา อุบส์ แฮร่ๆ

มันต้องมีซักคนแหละน่า เนอะ

ยิ้มมมม

มันเกินกว่ารักไปมากจริงๆ

<3

UP : 05.07.17

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

21 ความคิดเห็น

  1. #17 Glass Heart (@nutttja) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 18:32
    คุณภางค์สิ!!
    #17
    0
  2. #16 6002thecey (@pikipinocchio) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 17:10
    หรือจะเป็นคุณภางค์?
    #16
    0
  3. #14 Kwonki (@chinkichki) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 11:51
    ไปดูไบแต่ซื้อน้ำเต้าหู้มาฝาก ว้อท! 555555555555
    #14
    0
  4. #13 Bell_Kwan (@Bell_Kwan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 06:22
    เราว่านะสโนวไวท์คือคุณภางค์
    P=ภางค์ F=fire=เพลิงกาฬ
    ใช่มะ??? ใช่สิ แอบปลื้มคุณภางค์ส่วนตัวไง เชียร์ซะเลย
    #13
    0
  5. วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 06:14
    ทำไมเราชอบฟรังก์555 ลุ้นต่อไป
    #12
    0