FORGET ME NOT จะรักหรือจะลืม เลือกเอาซักอย่าง (YAOI,BL)

ตอนที่ 3 : CHAPTER 01 : อยากกินโดนัทอ่ะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 442
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    28 มิ.ย. 60

-CHAPTER 01-

อยากกินโดนัทอ่ะ


แม้ว่าบาดแผลภายนอกจะหายสนิทแล้ว ทว่าความทรงจำของผมก็ยังไม่กลับมาแม้เศษเสี้ยว ด้วยเหตุนั้นผมจึงต้องไปโรงพยาบาลตามคำสั่งแพทย์อย่างสม่ำเสมอ


ผมถูกสั่งห้ามขับรถเด็ดขาดจนกว่าความทรงจำจะกลับมา สารถีพาไปหาหมอวันนี้ตกเป็นคิวของไอ้คุณชายเป็นหนึ่ง เพื่อนสนิทตั้งแต่เรียนมัธยมฯ ที่ผมเพิ่งรู้ไม่นานมานี้ว่ามันเป็นลูกชายเจ้าของค่ายเพลงที่ผมสังกัดอยู่ มันเรียกอาการสูญเสียความทรงจำของผมว่า โรคพระเอกละครหลังข่าว ความจริงไอ้เพื่อนคนนี้มันก็มีหน้าที่การงานใหญ่โตในบริษัท แต่มันก็หาเรื่องอู้งานโดยเอาผมมาบังหน้า เพื่อนผมเป็นคนรักเพื่อนครับ เหอะ!


“อ้าว ไปไหนวะ?“ เรากลับมาถึงคอนโดฯ อีกครั้งตอนบ่ายแก่ๆ ไอ้เป็นหนึ่งทำหน้างงๆ ง่วงๆ ตอนที่เห็นผมกดลิฟต์ชั้นล่างสุด


“อยากกินกาแฟ“ ผมตอบกลับไปแค่นั้นเพื่อนก็ไม่ได้ถามอะไรออกมาอีก


ผมผลักประตูกระจกร้านขายอาหารใต้คอนโดฯ ซึ่งเป็นเสมือนอู่ข้าวอู่น้ำของตัวเองตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาล เนื่องจากอุบัติเหตุรถคว่ำทำให้ผู้จัดการวงซึ่งควบตำแหน่งผู้จัดการส่วนตัวของผมยึดกุญแจรถทุกคันและสั่งห้ามผมขับรถจนกว่าความทรงจำจะกลับมา อันที่จริงต่อให้ไม่ห้ามก็ไม่รู้จะไปไหนอยู่ดี นอกจากเรื่องดนตรีแล้วผมก็จำอะไรไม่ได้ซักอย่าง โชคดีที่สมองส่วนควบคุมการเคลื่อนไหวไม่ได้รับการกระทบกระเทือนรุนแรง ไม่อย่างนั้นผมคงต้องเริ่มฝึกตั้งแต่การแปรงฟัน มันคงดูอนาถเกินกว่าสามัญสึกนึกของผมจะทนรับไหวกับการให้เด็กอายุ 25 ขวบมาเริ่มต้นเรียนรู้การใช้แปรงสีฟันอีกรอบ เหอๆ


“เอาไรไหมวะ?“ ผมหันไปถามคนที่ตามมานั่งบนเก้าอี้ทรงสูงข้างๆ ไอ้เป็นหนึ่งไล่มองรายการเครื่องดื่มบนผนังด้านหลังเคาท์เตอร์ก่อนจะหันมาตอบสั้นๆ


“เหมือนมึงก็ได้“ แล้วจะลีลาทำเพื่อ?


“เอาเหมือนเดิมสองที่ครับ“ ผมขยับหมวกปิดหน้าอีกนิดเมื่อลูกค้าในร้านเริ่มหันมามองและซุบซิบกัน


“ค่ะ เครื่องดื่มสูตรคุณเพลิงสองที่นะคะ“


บาริสต้าสาวซึ่งคุ้นเคยและเข้าใจสถานการณ์ของผมระดับหนึ่งกระซิบทวนรายการ พนักงานที่นี่ทราบแค่ว่าผมประสบอุบัติเหตุและอยู่ในช่วงพักงานยาวไม่มีกำหนด แต่ไม่ทราบเรื่องที่ผมสูญเสียความทรงจำ ทว่าทุกคนก็ให้เกียรติและไม่ก้าวล้ำความเป็นส่วนตัวตั้งแต่แรก ผมไม่ได้ถามแต่เดาเอาว่าตัวเองคงเป็นลูกค้าประจำของที่นี่ ตั้งแต่นั้นร้านนี้จึงกลายเป็นที่ฝากท้องประจำของผมเป็นต้นมา


“อื้อหือ ขนาดมีเครื่องดื่มสูตรมึงเองเลยหรือวะ?“ ไอ้เป็นหนึ่งทำหน้าอึ้งแบบกวนตีนๆ


“คนมันวีไอพีว่ะ“ ผมก็เลยยักคิ้วกวนตีนกลับไป ก่อนจะหันรีหันขวางมองหาใครบางคนไปรอบร้าน


“น้องฝันไปซื้อของกับคุณภางค์ค่ะ“ คุณส้มเอ่ยยิ้มๆ เมื่อเห็นท่าทางของผม ผมยิ้มกลับไปเมื่อถูกจับได้ว่าเนียนมาแกล้งเด็ก ก่อนจะหันมาป้ะกับสายตาจับผิดของไอ้เพื่อนสนิท


“น้องฝัน?“


“เด็กไม้กระดานโต้คลื่นไง“


“อ่อ เด็กที่มึงชอบแกล้งให้น้องมันแยกเขี้ยวใส่อ่ะนะ“


“อ่าฮะ“


ฝันดีหรือยัยเด็กไม้กระดานโต้คลื่นเป็นน้องสาวลูกพี่ลูกน้องกับเจ้าของร้านอาหารไรซ์คาเฟ่แห่งนี้ เจ้าหล่อนจะมาช่วยงานที่ร้านทุกวันเสาร์กับอาทิตย์ เจอกันครั้งแรกก็แยกเขี้ยวใส่ผมเลย ไอ้ผมก็จำไม่ได้เลยถามไปว่าเด็กผู้ชายคนนี้เป็นใคร แม่คุณนี่วิ่งไปฟ้องพี่ชายทั้งยังใส่ไฟว่าผมแกล้งยกใหญ่ อ้าว ก็หน้าอกแบนขนานกับแผ่นหลังขนาดนั้นแถมยังตัดผมสั้นก็นึกว่าผู้ชาย เดี๋ยวนี้เด็กผู้ชายน่ารักๆ เยอะจะตายไป ไอ้หน้าม่อข้างๆ ยังบอกว่าเวลาเจอผู้หญิงสวยๆ ให้ฟันธงว่าเป็นกะเทยเลย แล้วผมผิดตรงไหน??


กรุ๊งกริ๊ง!


“กลับมาแล้วค่า ซื้อคริสปี้ครีมมาฝากด้วยล่ะ“ พูดถึงเดวิล เดวิลก็ผลักประตูเข้ามา เด็กสาวในชุดเอี๊ยมยีนส์ยาวถึงตาตุ่ม สวมรองเท้าผ้าใบคอนเวิร์สและหมวกเบสบอลถือถุงใส่กล่องโดนัทมาวางบนเคาน์เตอร์


“กินมั่งดิ“ ผมส่งเสียงออกไปเมื่อเหยื่อที่กำลังรอแกล้งยังไม่รับรู้การมีตัวตนของผม


“ได้เลยเฮ้ย! ไอ้พี่เพลิงหัวงู!“ มือเล็กๆ ที่กำลังยื่นกล่องโดนัทหน้าตาหวานเลี่ยนมาให้ชะงัก ก่อนจะดึงกลับไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับแยกเขี้ยวมาใส่


ยัยเด็กไม้กระดานเรียกผมว่า พี่เพลิงหัวงูครับ พอผมถามว่าตัวเองเจ้าชู้เหรอ น้องกลับส่ายหน้าหวือ บอกต่อว่ามันฟังดูเลวดีก็เลยเอามาต่อท้ายเป็นเกียรติแก่ชื่ออันไพเราะเสนาะหูของผม เหอๆ


“อยากกินโดนัทอ่ะ“ ผมแหย่เด็กต่อ


“ไม่ให้ แบร่!“ มีการแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ด้วยครับ ถ้าไม่เคยเห็นเจ้าหล่อนใส่ชุดมอปลาย ผมคงคิดว่าอยู่มอต้น เด็กน้อยชะมัด


“เด็กขี้ตืด!


“พี่เพลิงชอบแย่ง!


“ซื้อมาตั้งเยอะ แบ่งกันซักชิ้นก็ไม่ให้ งกเนอะคุณส้ม“ ผมหันไปหาแนวร่วมพร้อมกับรับแก้วกาแฟสูตรพิเศษมาทั้งสองแก้ว ส่งแก้วหนึ่งให้เพื่อน


“เรื่องนี้พี่จะไม่ยุ่งค่ะ“ คุณส้มหัวเราะขำ คนทั้งร้านเข้าใจตรงกันว่ากิจกรรมแก้เซ็งอีกอย่างของผมคือการแกล้งเด็กไม้กระดาน ก็จำไม่ได้ด้วยสิว่าเมื่อก่อนชอบแกล้งน้องแบบนี้ไหม แต่ปัจจุบันโคตรสนุกเลยเหอะ


“เห็นปะ ขี้เหนียวจนไม่มีใครเขาอยากยุ่งด้วยเลย“ แกล้งต่อสิครับรออะไร


ฝันดีเบะปากเมื่อสู้ไม่ได้ และสเต็ปต่อมาก็คือ


“พี่ภางค์ พี่เพลิงแกล้งหนูววว“ วิ่งโร่ไปฟ้องพี่ชายที่ผลักประตูตามเข้ามา สงสัยแวะส่งน้องสาวก่อนค่อยเอารถขึ้นไปจอด


“ขอโทษด้วยนะครับที่ทำเสียงดัง“ เจ้าของร้านอาหารควบตำแหน่งเชฟใหญ่ทำมือชู่วว์ๆ ตามด้วยหันไปเอ่ยกับลูกค้าภายในร้าน พวกผมก็ลืมตัวเล่นกันสนุกจึงรีบหันไปค้อมศีรษะเล็กๆ เป็นการขอโทษด้วย


“สวัสดีครับคุณเจ้าของร้าน“ ผมทักทายผู้คิดค้นสูตรกาแฟให้ผม คุณภางค์ยิ้มน้อยๆ ที่มุมปากตามแบบฉบับผู้ชายอ่อนโยน


“สวัสดีครับคุณนักร้องนำ“


ที่มาของสรรพนามยาวเฟื้อยคืออาการสูญเสียความทรงจำซึ่งทำให้ผมลืมชื่อทุกคนบนโลกแม้แต้ชื่อของตัวเอง พอเรียกไปเรียกมาก็เลยติดปากแม้จะแนะนำตัวกันอีกรอบแล้วก็ตาม


อ่อ นอกจากคนรอบตัวผมแล้วก็ยังมีคุณเจ้าของร้านที่รู้เรื่องอาการบาดเจ็บทางสมองของผม พวกเราไม่ได้บอกแต่โดนจับได้เอง ดูท่าแล้วผมน่าจะรู้จักมักคุ้นกับเขาในระดับหนึ่ง ไม่อย่างนั้นน้องสาวของเขาคงไม่แยกเขี้ยวใส่ผมตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้ากันหรอก


“สวัสดีครับคุณภางค์“ ไอ้เป็นหนึ่งทำเสียงหวาน ยิ้มโปรยเสน่ห์ใส่เจ้าของชื่อ คนโดนม่อเพียงยิ้มเหมือนรับมุกตลกซักมุก


“สวัสดีครับคุณเป็นหนึ่ง มาเที่ยวหรือครับ?“


“วันนี้พาไอ้คุณเพลิงไปหาหมอมาครับ เพิ่งกลับมาถึงหมาดๆ เลย“


ตอนแรกผมไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมไอ้เพื่อนสนิทมันถึงทำเจ้าชู้ไก่แจ้ใส่เขาไปทั่วไม่เว้นแม้แต่ผู้ชายด้วยกัน มาถึงบางอ้อก็ตอนที่มันเข้ากูเกิลแล้วพิมพ์คำว่า วาย พร้อมกับสั่งให้ผมเรียนรู้การอยู่รอดใส่ยุคที่ผู้หญิงล้นโลก และไม่สนเรื่องการแต่งงาน ในขณะที่ผู้ชายหันมากินกันเอง เอิ่ม


ผมปล่อยให้เพื่อนคุยกับเจ้าของร้าน ส่วนตัวเองก็หันกลับมาแกล้งเด็กไม้กระดานโต้คลื่นที่กำลังมุ่งมั่นกับการยัดขนมหน้าน้ำตาลเคลือบเข้าปากทั้งชิ้น คือมันก็ไม่ใช่ชิ้นเล็กๆ ป่ะ


“เด็กตะกละ เดี๋ยวก็ติดคอตาย“


“อิ๋วอี้“ คิดว่าน่าจะแปลว่า หิวนี่อือ เอาที่สบายใจเลย


“แล้วเมื่อกี้ไปไหนกันมา?“ ได้ยินไอ้เป็นหนึ่งถามคุณภางค์เรื่องโรงเรียนสอนทำอาหารที่เขาเป็นหุ้นส่วนอยู่ มันทอแลว่าอยากเรียนทำอาหารทั้งที่ผมไม่เคยเห็นมันทอดไข่กินซักครั้ง


“ไปซื้อของมาจัดสังฆทานไปวัดพรุ่งนี้“


“พรุ่งนี้?“


“ค่า พรุ่งนี้วันพระ ก็อยากจะชวนไปทำบุญด้วยกันอยู่หรอกแต่หนูรู้ว่าพี่เพลิงเข้าวัดแล้วร้อน ฮี่ๆ“ ยัยเด็กตัวแสบ!


ผมแจกมะเหงกเด็กแสบไปหนึ่งทีกลางหัว ไม่ได้ใส่แรงซักนิด ทว่าคนอายุน้อยกว่าเกือบสิบปีแหกปากร้องโอ้ย รีบวิ่งเข้าไปฟ้องพี่ชายตามสเต็ปเดิม


“โอ้ย! พี่เพลิงแกล้งหนูอีกแล้ว พี่ภางค์จัดการเลย!


จัดการของยัยเด็กไม้กระดานคือการลงโทษผมด้วยการให้พ่อครัวคนอื่นทำอาหาร เนื่องจากผมติดรสมือคุณเจ้าของร้านไปแล้ว ขนาดที่ว่าถ้าไม่ใช่ฝีจวักเขาผมก็รับรู้ได้ตั้งแต่คำแรก!


“พี่เพลิงขอโทษคร้าบ“ เจอไม้ตายนี้เข้าไปผมยอมศิโรราบทุกที


“เล่นกับใครให้มันรู้ซะบ้าง ฮี่ๆ“ ซื้อต่อได้ไหมวะเสียงหัวเราะนี้ ฟังแล้วเจ็บจี๊ดไปถึงกระดองใจ


“ฝันดีครับ คำพูดไม่น่ารักเลย“ พี่ชายดุ (?) น้องสาว เสียงอ่อนโยนชวนฝันแบบนั้นใครจะกลัววะครับ


“ขอโทษก็ได้ค่ะ“


“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมไม่ถือ“ ผมยักคิ้วยียวนเด็กไม้กระดาน ใบหน้าน่ารักตามสไตล์เด็กเจเนอเรชั่นนี้บูดบึ้ง และสุดท้ายวันนั้นผมก็ต้องยัดโดนัทหวานเจี๊ยบทั้งสองชิ้นลงท้องเมื่อไอ้เป็นหนึ่งดันชิ่งหนีกลับบ้านไปก่อน


เออ เอาให้เบาหวานแวะมาทักทายกันไปข้างเอ้า!


…………………


แกร็ก!


เสียงอะไรซักอย่างดังเข้ามาถึงในห้องนอน ผมสะลืมสะลือแต่ยังไม่อยากตื่น จึงมุดลงไปใต้ผ้านวมผืนหนาอีกรอบ


“ตื่นได้แล้วครับคุณเพลิง“ เสียงคุ้นๆ ว่ะ


“ห้านาที” ผมต่อเวลา


ติ๊กต๊อกๆ !


เวลาผ่านไปจนกระทั่ง


“ครบห้านาทีแล้วครับ“ มันคือการบอกทางอ้อมว่ากูยังไม่อยากตื่นป่ะ ไม่ได้ขอนอนต่ออีกห้านาทีจริงๆ ซักหน่อย


“สิบนาที


พรึบ!


“ฮื่อ!“ ผมโอดครวญเมื่อผ้าห่มอุ่นสบายถูกกระชากออก ตามติดด้วยผ้าม่านสีเข้มซึ่งทำให้ผมหลงคิดว่าโลกภายนอกยังคงอยู่ในช่วงเวลากลางคืนเสมอ


“ลุกขึ้นแล้วไปอาบน้ำครับ อีกเดี๋ยวสมาชิกวงคนอื่นๆ ก็จะทยอยมากันแล้ว“


ผมลุกขึ้นมานั่งงัวเงียบนเตียง พยายามถ่างตาและพบว่าคนใจร้ายที่ปลุกผมขึ้นมาจากความฝันคือผู้จัดการแสนเย็นชายิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก


วันนี้ผมกับเพื่อนๆ ในวงนัดซ้อมกัน แม้ว่าทางต้นสังกัดจะให้พวกเราพักงานชั่วคราวแบบไม่มีกำหนดแต่คำแนะนำของคุณหมอเรื่องการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคยในอดีตอาจจะช่วยฟื้นฟูความทรงจำได้ ไอ้เป็นหนึ่งจึงเสนอให้พวกเรามารวมตัวกันอาทิตย์ละครั้ง ซึ่งการได้เล่นดนตรีเป็นอะไรที่ทำให้ผมรู้สึกสนุกสุดเหวี่ยงอย่างบอกไม่ถูก


ผมหาววอด คุณขลุ่ยจ้องกดดันเมื่อผมยังนั่งเฉย


“เดี๋ยวนี้ครับ“ ประกาศิตสัสๆ


“ครับผม“ คุณขลุ่ยโคตรโหดเลยเถอะไม่งั้นจะคุมพวกผมทั้งวงได้ยังไง ถึงจะจำอะไรไม่ได้แต่ประสบการณ์หกเดือนที่ผ่านมาก็แจ่มแจ้งแล้วว่าวงของผมนั้นเด็กนรกรวมตัวกันดีๆ นี่เอง!!!


“มีอะไรกินบ้างครับ?“ เมื่ออาบน้ำเสร็จผมก็เดินเข้าไปในครัว ปากถามหาของกินเป็นอันดับแรก


“ผมจำได้ว่าผมบอกให้คุณซื้อของสดมาใส่ตู้เย็นเอาไว้บ้างนะครับคุณเพลิง“


คุณผู้จัดการทำเสียงดุเมื่อของในตู้เย็นที่พอจะทำอาหารกินได้มีแค่ไข่ไก่ หอมใหญ่สองหัวและโบโลน่าเหลือๆ จากเซเว่น เขาบ่นงุ้งงิ้งไม่เลิกเมื่อผักที่ซื้อมาใส่ตู้เย็นให้ครั้งก่อนเหี่ยวแห้งโดยที่มันยังอยู่ในถุงเหมือนเดิม ทั้งที่เขาสอนผมทำอาหารง่ายๆ ประทังชีวิตพร้อมจดสูตรและกรรมวิธีการทำอย่างละเอียดแปะตู้เย็นไว้ให้ด้วยแต่ผมก็เลือกที่จะโทร.สั่งข้าวร้านคุณภางค์ ก็ทำเองมันกินได้ที่ไหนกันล่ะ!


“ร้านคุณภางค์ก็มีจะทำเองทำไม อร่อยด้วย“ อร่อยมาก ก.ล้านตัวเลย!


“แล้วถ้าวันไหนร้านปิดจะทำยังไงครับ?“


“เซเว่นไงครับ“


คุณขลุ่ยถอนหายใจพรืดใหญ่กับการเถียงคำไม่ตกฟากของผม ก่อนจะหันกลับไปตั้งใจทำมื้อเช้าต่อ ผมเดาจากกลิ่นว่าน่าจะเป็นออมเลต และก็ใช่จริงๆ


ประมาณสิบโมงสมาชิกวงที่เหลือก็ทยอยมาจนครบ วงดนตรีของเรามีสมาชิกทั้งสิ้น 4 หน่วย คุณขลุ่ยเล่าให้ฟังว่าไอ้เป็นหนึ่งเคยเป็นหน่วยที่ 5 แต่ขอผันตัวไปทำงานนั่งโต๊ะแทนการจับกีตาร์ไปเมื่อสองปีก่อน สมาชิกในตอนนี้จึงประกอบด้วยผม ทำหน้าที่เป็นนักร้องนำและคนแต่งเพลงหลัก คนต่อมาคือไทกะ เป็นมือกลอง เจเจเป็นมือเบส และแทฮยองเป็นมือกีตาร์


พวกเราเดบิวท์ด้วยเพลงร็อคหนักหน่วงขณะกำลังเรียนมหาลัยปีสองและเรียกขานตัวเองว่า…WTH!!!


มันย่อมาจาก What The Hell แต่แฟนคลับกลับเรียกพวกเราว่า Way Too Hot!


ซึ่งแต่ละคนก็ฮอตฉ่าเกินห้ามใจจริงๆ นั่นแหละ!!!



--------------------------

คิดชื่อวงนานมาก ฮา ตอนแรกจะใช้อีกชื่อแต่พอเสิร์ชแล้วมีอยู่จริงเลยต้องคิดใหม่ จริงจังเกิ๊น แหะๆ

ขอบคุณค่ะและยินดีตอนรับค่ะ ยิ้มมมม

เรื่องนี้ไม่อ่อยเท่าพี่คีนปอปลานะคะ ฮา จะไปแนว #สายแอบอ่อย อะคึๆ

เดากันต่อว่าใครคือสโนวไวท์ของเฮียเพลิง ติ๊กต๊อกๆๆ ^^

มันเกินกว่ารักไปมากจริงๆ

<3

UP : 28.06.17 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

21 ความคิดเห็น

  1. #15 6002thecey (@pikipinocchio) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 17:03
    คิดว่าน่าจะเป็นคุณขลุ่ยม่ะ?
    #15
    0
  2. #11 Glass Heart (@nutttja) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 09:57
    รอนะครับ
    #11
    0
  3. #10 Bell_Kwan (@Bell_Kwan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 22:41
    ทำไมรู้สึกเหมือนสโนว์ไวท์จะเป็นคุณภางค์หว่า แต่คุณภางค์เกี่ยวไรกับตัวอักษร F โอ๊ยลุ้นไป๊
    #10
    0