ตอนที่ 8 : Day 37 : ความอดทนนั้นมีขีดจำกัด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1870
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 96 ครั้ง
    11 ส.ค. 61


ความเดิมตอนที่แล้ว : ปังต้องปวดหัวเมื่อนายดาวอังคารมายื่นข้อเสนอถอนอาคมคู่รักให้ไม่พอ ยังต้องรู้สึกผิดต่อพี่แป้งเมื่อความสนิทสนมเปลี่ยนไป แล้วไหนจะพี่ขุนสมุทรที่มานอนกอดแบบนั้นอีก ช่วยรับผิดชอบความรู้สึกที่เกิดขึ้นด้วยก็แล้วกัน!




Chapter 8

/Day 37/ ความอดทนนั้นมีขีดจำกัด

ผมสะดุ้งเฮือกขึ้นมากลางดึกเมื่อคนที่นอนอยู่ข้างๆ ร้องลั่น เมื่อลืมตาขึ้นภาพที่เห็นคือแผ่นหลังของพี่ขุนที่ลุกพรวดขึ้นมานั่งหายใจหอบ


“เฮ้ยพี่โอเคป่าว” ผมถาม มือยื่นออกไปสัมผัสแผ่นหลังอีกฝ่ายและพบว่ามันชื้นเหงื่อทั้งที่แอร์เย็นเฉียบ พี่ขุนที่เงียบไปพักหนึ่งส่ายหน้าพร้อมตอบว่าไม่เป็นอะไรทั้งที่สภาพเหมือนวิ่งหนีผีปอบรอบสนามบอลมา

  

…หรือว่าจะเจอ..ผะ..ผี...


เอาแล้วสิครับ คิดได้แค่นี้ผมก็รีบชักตีนกลับเข้ามาในผ้าห่มทันที เก็บทุกส่วนของร่างกายเข้าผ้าห่มได้แปลว่าปลอดภัย ผมโผล่แต่ลูกตามาดูคนที่ยั่งนั่งอยู่ “มีผีหรอ?” แน่นอนว่าคำถามเบาในระดับ 0.02 เดซิเบล เดี๋ยวผีได้ยินกูจะโดนหลอกไปด้วยอีก


“ไม่มีอะไร นอนเถอะ” คำตอบมาพร้อมมืออุ่นจัดที่ลูบลงบนหัวสองสามที พี่ขุนเอนกายลงข้างๆ เหมือนเดิม ในความมืดนั้นอีกฝ่ายเบียดตัวเข้ามาชิดกว่าเดิม


“ช่วยให้ฝันดีที” เสียงกระซิบเบาๆ บอกแค่นั้นแล้วทั้งตัวก็ถูกดึงไปกอดเอาไว้ สัมผัสร้อนจัดจากคนข้างๆ แผ่ซ่านเข้ามาแม้ตัวผมจะซุกอยู่ในผ้าห่ม ให้ตาย...นี่ขนาดแค่นอนกอดเท่านั้นเอง


*****


***


**


น่าแปลกที่หลังจากที่พี่ขุนทำสะดุ้งตื่นตอนกลางดึกผมก็หลับสนิทตลอดคืนอย่างกับใส่ลอริเอะ ช่วงนี้อยู่ห้องตัวเองนอนไม่ค่อยหลับแต่ดันมาหลับปุ๋ยห้องคนอื่นซะงั้น แต่พอหันไปมองคนที่่ยังหลับพริ้มอยู่ข้างๆ ก็เริ่มเข้าใจ อาคมที่ผูกจิตพวกเราเอาไว้ไม่ได้แค่ทำให้ผมอยากอยู่ใกล้กับพี่ขุนเท่านั้น มันเล่นตลกกับความรู้สึกจนทำให้ทั้งรู้สึกอบอุ่นและสบายใจเมื่อได้เห็นหน้าอีกฝ่าย หลอกล่อให้รู้สึกสับสนเมื่อได้สัมผัสกันและกัน 


จะว่าไปเมื่อคืนพี่ขุนละเมออะไรออกมาวะ เหมือนไม่ใช่ภาษาไทยแต่พูดว่าอะไรผมก็ฟังไม่ออก แตะนิ้วลงบนขนตาคนหลับเบาๆ แล้วก็นึกสงสัยว่าถ้าผ่านเก้าสิบวันนี้ไปความรู้สึกที่ผมมีให้พี่ขุนจะกลายเป็นแบบไหน จะอายที่เคยรู้สึกชอบพี่ขุนไหม หรือพี่ขุนจะเกลียดผมไปเลยรึเปล่า


ครู่เดียวอีกฝ่ายก็ลืมตาขึ้นเบลอๆ เหมือนคนเมาขึ้ตา ริมฝีปากหนาอ้าหาวหวอด ทุกครั้งที่เห็นอะไรแบบนี้ก็ยังรู้สึกตลก คนอย่างพี่ขุนมันเท่ตรงไหนวะ


แต่สารภาพก็ได้ว่าดูน่ารักอยู่เหมือนกัน


“หิวยัง” ตื่นมาก็ชวนกินก่อนเลย “มีไส้กรอกอุ่นๆ อยู่ใต้ผ้าห่มนะ”


“เชี่ย…” ผมสบถดังพอที่จะทำให้พี่ขุนหัวเราะ เกลียดความสัปดนของไอ้คุณชายขุนสมุทรจริงๆ ผมชูนิ้วกลางแทนสัญลักษณ์ไส้กรอกพร้อมกับอมยิ้มกวนประสาทคืนให้พี่ขุนก่อนที่จะต่างคนต่างลุกไปอาบน้ำเตรียมของ แอร์เย็นจนเผลอหลับยาว หันไปดูนาฬิกาอีกทีเกือบเที่ยงแล้ว


“กลับบ้านแล้วจะไปไหนป่ะ” พี่ขุนถามขณะที่มือหนึ่งคว้าขวดน้ำหอม CK ขึ้นมาฉีดใส่เสื้อยืดสีขาวที่สวมอยู่ 


“หึ” ผมส่งเสียงตอบแล้วก้มมองตัวเองที่ใส่เสื้อยืดสีขาวของพี่ขุนแบบเดียวกันเป๊ะ...นี่มันเหมือนใส่เสื้อคู่รึเปล่าวะ?


“ไปเจเจป่ะ ว่าจะไปดูยีนส์เก่า”


“เล่นกางเกงด้วยหรอ” ผมเสียงสูง อันนี้สงสัยจริง ลุคคุณชายอย่างพี่ขุนนี่ดูไม่ออกเลย


“ไม่ขนาดนั้น เอาแค่ที่ชอบ บางตัวรุ่นเก่าๆ ผ้าดีกว่าของใหม่อีก” ผมพยักหน้าเออออตาม พอคิดว่ากลับบ้านไปก็คงนอนเปื่อยอยู่ดีเลยตกลงไปด้วย พวกเราลงมากินข้าวร้านข้างล่างคอนโด กว่าจะมาถึงเจเจก็บ่ายสองกว่า โชคดีที่ถึงอากาศจะอบอ้าวแต่แดดไม่แรงนัก พี่ขุนทักทายกับเจ้าของร้านของมือสองดูสนิทสนมกัน ในร้านมีทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า พี่ขุนเลือกแต่กางเกงส่วนผมหยิบนู่นนี่ดูไปเรื่อยไม่ได้ตั้งใจจะซื้ออะไร 


“จะว่าไปของเก่าแบบนี้ เจ้าของเก่าเขาไม่หวงหรอ” ผมกระซิบถามตอนเห็นพี่ขุนหยิบกางเกงยีนส์ขึ้นมาตัวหนึ่ง นี่อยากรู้จริงๆ ไม่ได้กวนตีน เพราะไอ้เรื่องผีจากของมือสองเนี่ยบอกเลยว่าแมสมาก มีโอกาสแบบนี้ก็ต้องถามหมอผีเสียหน่อย


พี่ขุนหันมาหรี่ตาเหมือนคิดว่าจะตอบอะไร “นานๆ ถึงจะเจอทีนะ”


“แปลว่าเคยเจอดิ!” ผมตาโต


“รองเท้าผ้าใบสีแดง เฮี้ยนจนเอามาคืนร้านก็ไม่รับ”


“เชี่ย…” ผมขนลุกซู่ วางรองเท้าผ้าใบสีแดงคู่ที่ถือคามือไว้ที่เดิมทันที


“ฮ่าๆๆ ล้อเล่น นี่ฟังมาจากเดอะช็อคอีกที” พี่ขุนหัวเราะร่า “ถ้ามีพี่ก็ต้องเห็นก่อนเราอยู่แล้ว สบายใจได้” อ้าว! เชี่ยพี่ขุน จะมาเล่นมุกทำไมวะ คนกลัวจริงนะเว้ย ผมเอาศอกกระทุ้งหน้าอกพี่ขุนไปหนึ่งทีแต่อีกฝ่ายกลับยิ่งขำ 


“ลองนี่ป่ะ?”  อยู่ๆ พี่ขุนก็ส่งกางเกงมาให้ผมตัวหนึ่ง เมื่อเห็นว่าหมอผีแสกนให้แล้วผมรับมาลองแบบงงๆ แต่เฮ้ยทำไมใส่แล้วหล่อ หรือเพราะคนใส่มันหล่อ


“กะแล้วว่าน่าจะพอดี” พี่ขุนพยักหน้าให้ผ่าน “ขอซื้อให้ได้ป่ะ”


“รวยมากไง ไม่ต้องเลย” ผมพูดติดตลก แต่พอเปิดกระเป๋าสตางค์ตัวเองก็ต้องยิ้มแห้งๆ กางเกงเก่านี่แพงกว่าของใหม่อีก “หารครึ่งมั้ยล่ะ” ได้ยินแค่นั้นพี่ขุนก็หัวเราะ สรุปวันนี้ผมได้กางเกงยีนส์หนึ่งตัว พี่ขุนได้ไปสองพร้อมรองเท้าผ้าใบอีกหนึ่งคู่ ซื้อของเสร็จก็เตรียมตัวกลับเพราะขี้เกียจเดิน ผมซื้อน้ำแข็งไสราดน้ำแดงดับร้อน


“ป้อนคำ” พี่ขุนพูดสั้นๆ แล้วก็ยื่นหน้าอ้าปากเข้ามาใกล้ 


“แดกเองดิ” ผมยื่นทั้งถ้วยให้เลย


“อ้า…” 


“….”


“เร็ว เริ่มอายแล้ว อ้า…” อ้าก็อ้าเว้ย! ปัญญาอ่อนฉิบหายเลย ผมตักน้ำแข็งไสใส่ปากพี่ขุนที่แววตาระยับเหมือนพอใจมาก ถึงจะนึกด่าแต่ก็อย่างที่รู้ว่าเราผูกจิตด้วยอาคมเดียวกัน


ผมเองก็รู้สึกดีไม่ต่างกัน



…ติ๊ง…ติ๊ง…ติ๊ง…


เสียงโทรศัพท์ของพี่ขุนดังขึ้น อีกฝ่ายกดรับทันทีพร้อมกับเดินห่างเลี่ยงคนออกไป ผมเดินตาม ยืนกินน้ำแข็งไสทิ้งระยะห่างกับพี่ขุนนิดหน่อยแต่ครู่เดียวก็สังเกตเห็นอะไรแปลกๆ พี่ขุนหันไปมาพร้อมท่าทางพูดที่ดูใส่อารมณ์ ผมเดินขยับเข้าไปใกล้ขึ้น


“แล้วปล่อยให้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง ตอนนี้ของที่เหลืออยู่ที่ไหน” พี่ขุนเสียงขุ่น ผมเดาว่าปลายสายคือพี่จ้าวนารา คุยกันทีไรไม่เห็นจะเคยพูดกันดีๆ 


“วันนี้ ?” พี่ขุนหันมาสบตาผมแวบหนึ่ง “ได้ บอกคนของเราให้เตรียมตัวไว้ด้วย แต่งานนี้ผมคิดแพงแน่” พี่ขุนวางสาย


“พี่โอเคป่าว” ไม่ได้อยากจะบอกว่าแอบฟังหรอกนะ มันบังเอิญได้ยิน “พี่จ้าวหรอ?” พี่ขุนถอนหายใจก่อนพยักหน้า


“เดี๋ยวพี่ไปส่งเราที่บ้านเลยก็แล้วกัน มีธุระน่ะ” ช่วงนี้บ้านพี่ขุนท่าทางจะมีปัญหาเยอะจริงๆ “พี่จะไปชลบุรี น่าจะสองวัน”


“สองวัน! แค่ก!” ผมโพล่งออกมาแล้วก็สำลักน้ำแข็งไสที่เพิ่งกินเข้าไปจนอีกฝ่ายต้องมาช่วยลูบหลัง “บ้าหรอสองวัน นี่แค่ไปเรียนก็คิดถึงพี่จะตายห่าอยู่แล้ว” ทนไม่ไหวแน่ๆ แค่นึกถึงคืนที่ฝืนมันจนนอนไม่หลับก็แย่เกินพอ พี่ขุนชะงัก ใบหน้าที่เมื่อกี้ยังเครียดขรึมเปลี่ยนอารมณ์โดยฉับพลัน


“จะตายห่า...นี่เป็นเพราะอาคมหรือเราคิดอะไรกับพี่จริงๆ” ริมฝีปากหนายกยิ้มจนลักยิ้มบุ๋มผุดขึ้นมา ดวงตาเป็นประกายจนน่าหมั่นไส้ น่าปล่อยให้ไปทำงานโดนผีหลอกคนเดียวชะมัด “แต่ก็ดี เคยบอกแล้วนี่ว่าเวลาเราอยู่ใกล้ๆ สัมผัสทางวิญญาณมันชัดเจนขึ้น”


“ไม่ต้องพูดเลย ขอโทรหาคุณนายแปป” ผมแยกเขี้ยว ยังเกลียดความเซอเรียลของไอ้พี่ขุนอยู่ดี กดโทรศัพท์หาคุณนายแจ่มฟ้าด้วยใจตุ้บๆ ต่อมๆ ต้องขาดเรียนวันจันทร์หนึ่งวันโชคดีที่วิชาก็ไม่มีเช็คชื่อแค่ต้องฝากไอ้หมงส่งงาน แปลว่าต้องบอกมันอีกแล้วใช่มั้ยเนี่ยว่าจะไปไหนกับพี่ขุน 


พอบอกคุณนายว่ามีเพื่อนคนอื่นไปด้วยก็ได้รับอนุญาตพร้อมคำบ่นนิดหน่อยตามประสา แต่ไม่ใช่คุณนายบ่นนะ พี่เขียงต่างหาก


“พี่ชายหวงน่าดู” พี่ขุนว่า


“ก็น้องมันหน้าตาดีขนาดนี้” ผมตอบกลับทันที แต่จะบอกว่าพี่เขียงหวงก็น่าขนลุกไปหน่อย อีกฝ่ายน่าจะกลัวผมไปทำคนอื่นลำบากมากกว่า ผมให้พี่ขุนไปส่งบ้านเพื่อเก็บของส่วนตัวใส่กระเป๋าเป้อย่างรวดเร็ว ส่วนตัวพี่ขุนนั่งคุยกับคุณนายแจ่มฟ้าหว่านล้อมปากหวานไปตามประสา โชคดีที่เขียงออกไปข้างนอกแล้วไม่งั้นมีหวังโดนจับผิดอีกแหงๆ


“เดินทางดีๆ ลูก” คุณนายแจ่มฟ้ารับไหว้พี่ขุนแล้วชี้หน้าผม ทำปากขมุบขมิบจับใจความได้ว่า ‘อย่าก่อเรื่องล่ะ!’


แบ่งแย่งชนชั้นปฏิบัติชัดๆเลย!


*****


***


**



ระหว่างทางพี่ขุนเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังคร่าวๆ ผมเลยได้รู้ว่าสินค้าของบ้านพี่ขุนมีโกดังอยู่ที่ชลบุรี ใช้เส้นทางขนส่งทางเรือ ผมเคยได้ยินแล้วว่าพ่อกับแม่พี่ขุนอยู่ที่จีนและที่นั่นเป็นตลาดหลักของกิจการบ้านตติยะฤกษ์ ส่วนเรื่องที่กำลังวุ่นวายจนทำให้ผมต้องติดสอยหอยตามพี่ขุนมาที่นี่อย่างกระทันหันก็คือสินค้าที่โกดังถูกยักยอก


“แล้วนี่แจ้งตำรวจยังอ่ะ” ผมถาม หยิบขนมถุงมาเปิดกินเป็นห่อที่สอง


“แจ้งแล้ว แต่ที่ต้องไปเพราะมันซับซ้อน” พี่ขุนอ้าปากค้างไว้เป็นการบอกให้ผมป้อน ใช่ครับ แมร่งทำแบบนี้กันมาตลอดทางนี่แหละ หมดอารมณ์จะเขินอายละ “มันไม่ใช่แค่โจรแต่เป็นกลุ่มคนที่ใช้ไสยเวทเหมือนกัน คนงานที่โกดังโดนเล่นงานไปสามคน ตอนนี้มีคนหนึ่งยังไม่ฟื้น”


“เชี่ย…” ผมสบถ นึกถึงตอนที่ไปดูพี่ขุนสำแดงอิทธิฤทธิ์ไล่ผีขึ้นมา นี่ผมต้องเจออะไรแบบนั้นอีกแล้วใช่มั้ย 


“ไม่อนุญาตให้เปลี่ยนใจหนีกลับหรอกนะ บอกไว้ก่อน” พี่ขุนย้ิ้มเหมือนรู้ทันแล้วอ้าปากพร้อมพยักหน้ามาทางถุงขนม ผมเลยยัดไปใส่ไปเต็มมือด้วยความหมั่นไส้ 


กว่าเราจะมาถึงโกดังก็เกือบทุ่ม อาคารเก็บของขนาดใหญ่อยู่ห่างจากท่าเรือเกือบยี่สิบกิโล มีรั้วปูนล้อมรอบเป็นสัดส่วน พี่ขุนเข้าไปคุยกับคนงานสองสามคนที่วิ่งออกมาตั้งแต่รถเข้ามาจอด ผมยืนพิงประตูรถมองไปรอบๆ ไม่คิดว่าสินค้าไสยศาสตร์จะสามารถหาได้ง่ายจนถึงขนาดเก็บได้เป็นโกดัง บางทีผมคงประเมินธุรกิจของบ้านตติยะฤกษ์ต่ำไป


“หิวเปล่า อยากกินอะไรรองท้องก่อนมั้ย เดี๋ยวพี่ให้คนงานไปซื้อ” พี่ขุนเดินผละจากคนงานมาถามผมที่ยืนรออยู่ ผมส่ายหน้า ยังอิ่มขนมอยู่เลย “งั้นเดี๋ยวไปกินทีเดียวตอนดึกหน่อยนะ” ผมพยักหน้ารับ กวาดตามองไปรอบๆ ก็เห็นว่ามีคนงานเฝ้าโกดังอยู่เกือบสิบคนตามจุดต่างๆ 


ครู่เดียวพี่ขุนก็พาผมเดินเข้าไปในอาคารเล็กที่อยู่ไม่ห่างจากตัวโกดัง ภายในเป็นห้องแอร์เล็กๆ มีโต๊ะอยู่ไม่กี่ตัว มีเก้าอี้นอนเอนหลัง กระติกน้ำแข็งและของใช้กองๆ อยู่ ผมเดาว่าน่าจะเป็นอาคารพักของคนงาน นั่งกดโทรศัพท์เล่นเกมส์นู่นนี่ระหว่างรอพี่ขุนคุยกับหัวหน้าคนงานอยู่ชั่วโมงกว่า ไม่ได้ตั้งใจฟังอะไรเท่าไหร่เพราะไม่ใช่เรื่องของผมแต่ก็พอจับใจความได้ว่าคนที่ลอบเข้ามาน่าจะมีหลายคน และในกลุ่มนั้นก็มีคนที่ใช้อาคมได้


“ไสยดำ” พี่ขุนพูดเสียงเครียด ผมเงยหน้าจากโทรศัพท์มองคนที่นั่งอยู่ห่างออกไป อีกฝ่ายไม่เหลือเค้าโครงคนขี้เล่นเลยเมื่อเป็นเรื่องพวกนี้


“ไอ้พงศ์อ้วกไม่หยุดเลยเมื่อคืน นี่หมอยังไม่ให้มันออกจากโรงพยาบาลเลยคุณขุน” คนงานบอก “ส่วนไอ้ตุ่นร้องคลุ้มคลั่งไม่หยุดจนมันเป็นลม ตื่นมาก็ประสาทหลอนไปเลยไม่รู้เจออะไรมา ผมพูดแล้วก็ขนลุก” พี่คนงานเอามือลูบแขนตัวเองยืนยันว่าขนลุกจริงๆ ผมเอามือลูบแขนตัวเองตาม เออ…แค่ฟังยังขนลุกเลยกู


“ก่อนหน้านี้มีใครเห็นอะไรผิดปกติบ้างไหม” พี่ขุนซักถามคนงานต่อแต่ก็เหมือนจะไม่ค่อยได้ความอะไร ก่อนที่ผมจะได้ยินมูลค่าของทั้งหมดที่สูญหายไปแล้วก็ต้องอุทานในใจอีกรอบ สินค้าอาคมมูลค่าเกือบห้าล้านเนี่ยนะ! แถมไอ้ที่หายไปจริงๆ แล้วแค่ไม่กี่ชิ้น นึกไม่ออกเลยว่าของทั้งโกดังนี่มีมูลค่าเท่าไหร่ 


นั่งคุยกันจนสามทุ่มกว่าพี่ขุนก็ตัดจบก่อนบอกหัวหน้าคนงานว่าพรุ่งนี้จะเข้าไปสำรวจด้านในโกดังกับเช็คกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม เพราะเท่าที่เช็คก่อนหน้านี้...ไม่เห็นแม้แต่เงาคนร้าย


“คุณขุนจะไปดูไอ้ตุ่นที่โรงพยาบาลมั้ยครับ มันไม่ยอมคุยกับใครเลย” เมื่อพี่คนงานถามพี่ขุนก็นิ่งคิดไปพักหนึ่ง


“ไม่คุยกับใครเลยหรอ?”


“ครับ มันบอกว่ารอคุณขุนคุณจ้าว แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่ามันจะออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่” พี่ขุนเหลือบมองผมเหมือนจะหาคำตอบ แต่ผมจะไปช่วยอะไรได้วะ สุดท้ายพี่แกก็ตกปากรับคำทั้งที่สีหน้าไม่ดีนัก ผมว่าจะถามแต่พอขึ้นรถมาอีกฝ่ายก็หันมายิ้มให้เสียก่อน


“หิวแย่แล้วสิเรา” พี่ขุนถามเป็นคำแรกเมื่อเรากลับขึ้นมาบนรถ 


“รีเควสอาหารได้ป่ะ ค่าแรงที่มาเป็นเพื่อน”  คนฟังสีหน้าผ่อนคลายลงทันที รู้สึกดีเหมือนกันที่ถึงจะช่วยอะไรเรื่องงานไม่ได้แต่ก็ทำให้พี่ขุนสบายใจขึ้นมาบ้าง  


“ซีฟู้ดเซ็ตใหญ่ กุ้ง หอย ปู ปลา” ผมพูดต่อ


“ที่จริงตั้งใจมากินอาหารทะเลใช่มั้ยเนี่ย?” พี่ขุนพูดปลายเสียงติดหัวเราะเมื่อเห็นผมทำท่าลูบท้องน่าสงสาร คุณชายหมอผีขับรถมาแถวหน้าหาด ผมมองแสงไฟจากร้านรวงต่างๆ ที่เปิดทอดยาวไปจนสุดถนน เราจอดรถริมทางเท้าฝัั่งหาดก่อนจะข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม พี่ขุนพาผมมายังร้านอาหารทะเลที่เจ้าตัวคอนเฟิร์มว่าสดใหม่แน่นอน 


“อากาศกำลังดีเลย” พี่ขุนพึมพำ พวกเรานั่งกันบนชั้นสอง ตัวร้านเปิดโล่งรับลมทะเล มองไปฝั่งหาดเห็นกลุ่มคนเช่าเสื่อนั่งเล่นกีตาร์ดื่มเหล้า “ลมเย็นดีเนาะ”


“เหนียวตัวเหอะ ลมทะเลเนี่ย” 


“โคตรทำลายบรรยากาศ” พี่ขุนว่า 


“บรรยากาศอะไร อย่ามาสร้างมู้ด” คนฟังส่ายหน้าเอือมๆ แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มจนเห็นลักยิ้มที่แก้มซ้ายนั่น ผมว่าผมเข้าใจความรู้สึกของคุณนายแจ่มฟ้าแล้วว่าทำไมถึงได้ชอบไอ้หมอผีนี่นัก ครู่เดียวพนักงานก็มารับรายการอาหาร ผมสั่งต้มยำรวมมิตรทะเล ลาบหมูทอด ผัดผัก จำได้ว่าพี่ขุนไม่กินผักเลยสั่งทอดมันกุ้งไปอีกจาน แล้วก็เบียร์สองขวด ระหว่างรออาหารผมถามถึงเรื่องที่โกดังเพราะพรุ่งนี้ต้องกลับมาดูงานใหม่ พี่ขุนสันนิษฐานว่าเป็นพวกใช้คุณไสยดำ กลุ่มคนใช้คาถาอาคมในทางชั่วร้ายเพื่อแลกกับเงิน


“เราไม่ต้องเชื่อที่พี่เล่าทั้งหมดก็ได้ แค่รู้ว่ามันมีอยู่ก็พอ” พี่ขุนพูดเสียงเรียบเมื่อเห็นผมสีหน้ากระอักกระอ่วน อธิบายไม่ถูกเลยว่าตอนนี้กำลังรู้สึกยังไง


“เอาจริงถ้าไม่เจอด้วยตัวเองก็ไม่เชื่อหรอก” ผมตอบ “ตอนนี้ก็รู้แล้วว่าเรื่องพวกนี้มันมีอยู่ แต่พวกไสยดำที่พี่พูดนี่หมายถึงยังไง เล่นของเสกตะปูเข้าท้องหรอ” ผมพูดตามที่เข้าใจ


“มีทุกรูปแบบนั่นแหละ ทั้งที่เหมือนในหนังที่เราเคยดูแล้วก็ไม่เหมือน” อีกฝ่ายตอบเสียงเรียบ “พูดง่ายๆ คือพวกนี้ใช้อาคมทำร้ายคนอื่น อันที่จริงแล้วสิ่งที่เรากำลังเป็นกันอยู่ อาคมคู่รัก...” พี่ขุนเงียบเสียงลง


“มันก็คือไสยดำ” ผมพูดแทนและพี่ขุนก็พยักหน้าให้กับคำตอบนั้น ระหว่างเรามีเพียงความเงียบ ผมนึกถึงหน้าทิวขึ้นมา นึกถึงตอนที่มันเล่าไปเสียงสั่นไปกับสิ่งที่มันเป็น ความรู้สึกทั้งรักทั้งชังที่ทำให้คนคนหนึ่งทรมานเจียนคลั่ง สิ่งที่ผมได้รับต่อจากทิวมามันคือสิ่งเดียวกันเพียงแต่คนที่มาร่วมชะตาด้วยกันไม่ได้ทำให้ผมขยะแขยงแบบนั้น


พี่ขุนเลื่อนมือมาแตะมือผมเบาๆ ผม


“แต่เราจะไม่เป็นไร ปังรู้ใช่มั้ย” เสียงนั้นอ่อนลงจนสัมผัสได้ถึงความห่วงใย ความรู้สึกอุ่นแผ่ซ่านในอก ผมพยักหน้า ไม่ได้กังวลกับเรื่องอาคมมากมายอีกแล้ว สิ่งที่ผมกังวลอยู่คือหลังจากนี้ต่างหาก



…หลังจากเก้าสิบวันนี้...ระหว่างเราจะเป็นยังไง...



ผมมองสบตาพี่ขุน เดือนกว่าๆ ที่ต้องเจอกันทุกวันทำให้ผมพอเข้าใจได้ว่าทำไมพี่ขุนถึงไม่มีเพื่อนสนิท ความลับของครอบครัว ความสัมพันธ์ที่ไม่ลงรอยกับพี่สาว สัมผัสแปลกประหาดที่เจ้าตัวมี ภายใต้บุคลิกที่ดูผิวเผินราวกับสมบูรณ์แบบนั้นเต็มไปด้วยร่องรอยที่ไม่มีใครมองเห็น


บทสนทนาเคร่งเครียดจบลงแค่นั้นเมื่ออาหารมาเสิร์ฟ เราคุยกันต่อเรื่องสัพเพเหระ เรื่องที่มหาลัยบ้าง นินทาไอ้หมงบ้าง คุยกันเรื่องโจ๊กเกอร์หมาที่บ้าน ผมเลยได้รู้ว่าพี่ขุนก็มีความคิดอยากเลี้ยงหมาอยู่เหมือนกัน ถ้าไม่ติดว่ายังระแวงเรื่องหมากัดอยู่


“โดนกัดก็เจ็บ เป็นแผล แล้วไงวะพี่เดี๋ยวก็หาย” ยิ่งเบียร์ในแก้วพร่องลงเท่าไหร่ ทุกสิ่งทุกอย่างก็ยิ่งพูดออกไปได้ง่ายเท่านั้น “เนี่ยดูดิ ตอนเด็กแมร่งโคตรน่ารัก โตมาเป็นหมูเฉยเลย” ผมเปิดรูปไอ้โจ๊กเกอร์จากโทรศัพท์มือถือให้พี่ขุนดู อีกฝ่ายหัวเราะขำ พี่ขุนไม่ดื่มเพราะต้องขับรถต่อเลยมีแต่ผมที่เหมาสองขวดคนเดียว


“เดี๋ยวไว้ถ้าจะเลี้ยงหมาเมื่อไหร่จะปรึกษาแล้วกัน อยากเลี้ยงหมาตัวใหญ่ๆ”


“เอาไอ้โจ๊กเกอร์ไปเลย ตัวใหญ่เหมือนกัน”


“ทำเป็นพูดดี เอาไปจริงๆ จะมีคนร้องไห้คิดถึงหมา” ผมหัวเราะแล้วพยักหน้ารับ กว่าจะรู้ตัวอีกทีเบียร์ก็เกือบหมดสองขวด พี่ขุนเรียกเช็คบิล ผมว่าผมยังเดินตรงนะแค่อารมณ์ดีกว่าปกติแล้วก็ในหัวมันหนักๆ นิดหน่อย เสียดายแทนพี่ขุนที่มาทะเลทั้งที่แต่ไม่ได้กินเหล้าเลย


“ไอ้ขี้เมาเอ๊ย” ได้ยินเสียงว่าอย่างนั้นก่อนจะสตาร์ทรถ เจ้าของรถพาผมไปยังคอนโดไม่ไกลจากโกดังที่เก็บของ มันใหญ่กว่าห้องที่กรุงเทพฯ แต่ในห้องกลับปล่อยโล่งๆ แทบไม่ตกแต่ง มีเพียงเครื่องใช้ไฟฟ้าครบกับเฟอร์นิเจอร์อีกนิดหน่อย ผมทิ้งตัวลงบนโซฟา ตอนนี้แอลกอฮอล์ที่คิดว่าไม่น่าเมาเท่าไหร่มันซึมเข้าไปในกระแสเลือดเรียบร้อยแล้ว 


“ไปอาบน้ำก่อนดิ” พี่ขุนไล่ผม แต่ไม่ไหวว่ะ ผมส่ายหน้าทันที


“เดี๋ยวนอนโซฟาก็ได้”


“แล้วแต่เรานะ” พี่ขุนพูดจบก็ปล่อยผมให้นอนอยู่ตรงนั้น ได้ยินเสียงน้ำในห้องน้ำไหลสักพักพี่ขุนก็เดินออกมาในสภาพมีแค่ผ้าเช็ดตัวพันท่อนล่างไว้ 


“หุ่นดีว่ะ” ผมยิ้มหวาน รู้สึกอารมณ์ดีอย่างบอกไม่ถูก เห็นอีกฝ่ายส่ายหน้าเดินออกไปสักพักก็เดินกลับมาใหม่ในชุดนอนเสื้อยืดกางเกงขายาว อ้าว…แต่งตัวแล้วหรอ ยังอยากเห็นแบบไม่ใส่เสื้อผ้าอยู่เลย


“มานี่ ไอ้ขี้เมา” พี่ขุนเบียดตัวลงมาบนโซฟา ไม่ได้มาตัวเปล่าแต่มาพร้อมผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดๆ ที่ไล่เช็ดไปตามใบหน้าผม สัมผัสเย็นวาบปะทะลงบนผิวที่ร้อนเพราะแอลกอฮอล์ทำเอารู้สึกดีจนอยากหลับ แอร์ในห้องก็เย็นสบาย ผมหลับตานิ่งปล่อยให้พี่ขุนเช็ดเรื่อยลงไปยังลำคอและใต้กระดุมเสื้อที่ถูกปลดออกทีละเม็ด


“อือ” นอกจากผ้าเย็นๆ ที่ถูไปมา ผมรู้สึกว่ายังมีสัมผัสจากมือที่ลูบไปตามผิว ตรงไหนที่ถูกมือลูบผ่านก็ร้อนผ่าวแต่ก็กลับกลายเป็นเย็นเฉียบเมื่อผ้าชุบน้ำลูบตาม ความรู้สึกบางอย่างทำให้หัวใจเต้นแรงกว่าเดิม ผมหายใจแรง เมื่อลืมตาขึ้นมองก็เห็นหน้าพี่ขุนอยู่ใกล้จนรับรู้ถึงลมหายใจอีกฝ่าย 


นัยน์ตาคู่นั้นมองผมเหมือนลังเล เหมืือนคนทำผิดที่ถูกจับได้ และเป็นผมที่ตัดสินใจลงโทษคนผิดก่อน


ผมขยับหน้าเข้าไปจนริมฝีปากของเราแนบชิด สัมผัสของพี่ขุนเย็นฉ่ำ มันเหมือนเชอร์รี่บนถ้วยไอศกรีม ความนิ่มละมุนนั้นแนบอยู่นานจนได้กลิ่นสบู่จากผิวกายอีกฝ่าย และเมื่อผละตัวออกเพียงนิดสัมผัสนั้นก็แนบลงมาซ้ำราวกับมีแรงดึงดูด 


“ผมเมา” ผมพึมพำเมื่อความอ่อนนุ่มนั้นถอยออกไป สายตาของพี่ขุนต่างไปจากเมื่อครู่ลิบลับ

“แต่พี่ไม่เมา”


…มันไม่ลังเลอีกต่อไป...


*****


***


**



ถ้านี่คือสี่แยก ผมก็คือตำรวจจราจรที่เผลอเปิดไฟเขียวผิดจนรถสปอร์ตป้ายทะเบียน ขสม 6969 พุ่งมาด้วยความเร็วระดับ fast and furious แต่นอกจากจะฝ่าไฟแดงแล้วคนขับแมร่งก็ยังไม่มีสติจนจะพุ่งชนป้อมตำรวจ โชคดีที่ผลบุญของการไม่ตั้งด่านรีดเงินตามสี่แยกทำให้จราจรชั้นผู้น้อยพุ่งตัวออกจากป้อมได้ทันแล้วหมดสติไปเลยคาสี่แยก


ตื่นมาเลยได้เจอไอ้คนขับรถสปอร์ตนอนมองหน้าอยู่ จำได้ว่าเมื่อคืนพี่ขุนมันใส่ชุดนอนแล้วนี่หว่า แต่ทำไมตอนนี้ไม่ใส่เสื้อวะ ผมกลืนน้ำลายเอื้อก ความงัวเงียหายวับไปในทันที ผมมองพี่ขุนทีมองตัวเองที


“ทำ…ทำไปแล้วหรอ” อ้าปากถามแล้วก็ใจหายวาบไปอยู่ตาตุ่ม จริงหรอวะ เกิดขึ้นแล้วจริงหรอวะ


“ทำ”


“เชี่ยเอ๊ย” ผมหลับตาปี๋ ไม่อยากมองหน้าพี่ขุนขึ้นมาทันที


“ทำบ้าอะไรล่ะ สภาพเป็นผักเน่าขนาดนั้น” ผมกระพริบตาปริบๆ สีหน้าจริงจังของพี่ขุนผ่อนคลายลง “มีคนอ้วกแตกแล้วสลบไปเลยอยู่ข้างโซฟา เลยจับถอดผ้าแล้วลากเข้ามาในนี้ ทำเสื้อนอนคนอื่นเขาเปื้อนไปด้วยอีกต่างหาก”


“…จริงดิ” ถามเพื่อความแน่ใจสิครับ พี่ขุนพยักหน้าแล้วหัวเราะหน่อยๆ


“เอาจริงก็เกือบคุมตัวเองไม่อยู่เหมือนกัน” ผมได้ยินก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ถ้าแมร่งเผลอมี SEX กันไปจริงๆ จะทำยังไงวะเนี่ย แค่เดือนกว่าๆ ก็จะทนอาคมคู่รักไม่ได้แล้ว อยู่ๆ พี่ขุนก็เอามือมาขยี้หัวผมแรงจนต้องร้องโวยวาย


“ไม่ต้องคิดมาก มันไม่ใช่ความผิดของเรา” พูดเหมือนรู้ว่าผมคิดอะไรอยู่ อย่าบอกนะว่าไอ้หมอผีนี่มีสัมผัสอ่านใจด้วย 


“พี่ไม่คิดอะไรเลยงั้นดิ ชิลๆ งี้หรอ ตื่นมาเหลือแต่บ็อกเซอร์ แถมเมื่อคืนยังดูดปาก...” ผมกลืนคำพูดที่เหลือลงคอแทบไม่ทันเมื่อนึกขึ้นว่าทำอะไรลงไปบ้าง จากตรงโซฟา ลงมาที่พื้น แล้วก็...


“พี่ตื่นมาคิดมากก่อนเรานานละ จนเลิกคิดแล้วเนี่ย ไม่เคยปล้ำกับผู้ชายเหมือนกัน ตัวก็ไม่ใช่เล็กๆ” หืม…มันจะบอกว่าผมล่ำหรือผมอ้วนวะ “พี่มีเรื่องจะคุยกับปัง แต่เอาไว้หลังเสร็จงานวันนี้ก่อนแล้วกัน” 


“เรื่องอะไร?” พอผมถามอีกฝ่ายก็ลุกขึ้นหันหลังให้แล้วบิดขี้เกียจโชว์กล้ามเนื้อปีกน่าหมั่นไส้ พี่ขุนคว้าผ้าเช็ดตัวแล้วเดินตรงดิ่งเข้าห้องน้ำไป


“เอ้า! มีอะไรก็พูดมาดิ” ผมตะโกนตามหลังแต่กลับได้คำตอบเป็นการปิดประตูใส่ ไอ้พี่ขุน! จะมาทำให้ค้างคาทำไมเนี่ย ผมทิ้งตัวลงกระแทกกับหมอนอีกครั้ง แมร่งเอ๊ย…เรื่องมันเลยเถิดมาขนาดนี้ได้ยังไงวะ ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนซ้อนเข้ามาในความคิด ตอนที่ฝ่ามือของพี่ขุนลูบไปตามลำตัวผม ตอนที่ผมยกตัวขึ้นแนบริมฝีปากจูบอีกฝ่ายก่อน



ไอ้ปังตอเอ๊ย! สมควรเอาชื่อมาฟันหัวตัวเองซะจริงๆ



@@@ To be continued @@@



แกจะฟันหัวตัวเองหนีตอนนี้ไม่ได้ว้อยยย เพราะกระต่ายดำอยู่ #ทีมพี่ขุน  
ดูท่าช่วงนี้เรื่องจะวุ่นขึ้นอีกนิด (ปังตอ: แค่ความซวยของการติดในอาคมคู่รักมันไม่พอสินะ! )

ช่วงนี้หายไปหลายวัน สารภาพผิดแต่โดยดี กระต่ายดำติดซีรีย์ค่า (T_T)

//Blackbunny

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 96 ครั้ง

351 ความคิดเห็น

  1. #302 saisaisaisai14 (@saisaisaisai14) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 00:06
    อังขโมยแน่ๆ
    #302
    0
  2. วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 09:51

    ไได้กันไปเลย ฮ่าาาา

    ชอบค.พระเอก เป็นหมอผี ดูเท่ไม่ซ้ำใครดี

    แต่อยากเห็นฉากปราลบวิญญาณเท่ๆไรงี้

    อังคารแน่ๆ เป็นคนทำ

    นิดนึงนะ เราว่านักเขียยเขียนออกมาได้ดี

    แต่ขอแนะนำอะไรหน่อย ในบางส่วนอยากให้ใส่รายละเอียดมากกว่านี้ เช่นตอนที่โทรไปขอแม่อ่ะ คือมันตัดจบมากเลย อยากรู้ว่าพูดยังไง ขอยังไง ถึงได้ไปด้วยกัน

    แล้วเรื่องมันได้เน้นไปที่ผีรึเปล่าอ่ะ

    เพราะเราคิดว่าจะเน้นเรื่องเหนือธรรชาติมากกว่านนี่ อันนี้ออกแนวเรื่องค.รักที่มีหมอผีเป็นพระเอก มันยังดูธรรมดา ไม่มีอะไรให้ตื่นเต้นเท่าไหร่ แต่เรื่องดีค่ะ น่าสนใจเป็นกำลังใจให้ค่ะ

    #282
    0
  3. #231 Prawpak (@prawpak) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 20:17
    ชอบความเปรียบเทียบกับสี่แยก 555

    นักเขียนเขียนเก่งมากกก
    #231
    0
  4. #208 NJChokdee (@NJChokdee) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 03:00
    อังคารนี้ไสยดำสินะ
    #208
    0
  5. #184 emmykorapin (@emmykorapin) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 13:53
    โอ๋เอ๋นะปัง
    #184
    0
  6. #109 alf_yakusa (@alf_yakusa) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 06:47
    เอาจริงๆสงสารทั้งสองคน คือต้องต่างคิดแหละ ว่าหลังจากนี้จะเป็นยังไง ตอนนี้คือปล่อยไปตามความรู้สึกแล้วหลังจากนี้ล่ะ ปวดใจ
    #109
    0
  7. #57 Inn1427 (@Inn1427) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 14:08
    มาลงทะเบียนทีมพี่ขุนค่ะ อิอิ
    #57
    0
  8. #56 เจ้าหญิงนีน่า (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 08:04
    พี่ขุนนี้พระเอกในฝันชัดๆ

    มีความอิจฉาปังอ่ะ
    #56
    0
  9. #54 Ms.Bean (@chelle_tmj) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2560 / 15:57
    จิ้นแทนไปไกลแล้วววว~
    #54
    0
  10. #53 BLKPeaRL (@pearllady) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 23:07
    มาแล้วววว พี่ขุนคุมสติไม่อยู่ คนอ่านก็ลุ้นจิกหมอนมากว่าจะได้กันมั้ย5555
    #53
    0
  11. #52 porpies2 (@porpies) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 11:39
    ขอบคุณค่า
    #52
    0
  12. #51 แอลซินอาร์ (@bennett13) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 08:15
    ไรท์หายนาน คิดถึงงงงงงงง
    #51
    0
  13. #50 qangzter (@sweet-smile) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 22:39
    พรี่ขุนนนนนนนนนนน งืออออ คิดถึงงงงงง ยังน่าหม่ำ---แค่กๆๆๆๆ น่ารักเหมือนเดิมเล้ยยยยย 555555555555
    #50
    1
    • #50-1 BlackBunny (@sigel) (จากตอนที่ 8)
      14 สิงหาคม 2560 / 00:28
      น่าหม่ำเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือความหื่น 55555
      #50-1
  14. #49 pd_72 (@DD_Ten) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 22:24
    แง้ คิดถึงพี่ขุนนนนนนนนน
    โถ่ว คิดว่าน้องปังจะเสร็จหมอผีละ 5555
    คนขโมยของนี่เดาว่าอังคารเป็นคนทำใช่ไหม
    รอตอนต่อนะคะ
    #49
    1
    • #49-1 BlackBunny (@sigel) (จากตอนที่ 8)
      14 สิงหาคม 2560 / 00:27
      ไม่รู้เป็นผลบุญหรือผลกรรม ปังเอ๊ย รอดตอนนี้แต่ต่อไปไม่รับประกันนะ #ทีมพี่ขุน
      #49-1
  15. #48 Kyumingming (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 21:41
    มาแล้ววว คิดถึงมากกก

    แหมมม ปังไม่น่าอ้วกก่อนเลยนะ55555
    #48
    1
    • #48-1 BlackBunny (@sigel) (จากตอนที่ 8)
      14 สิงหาคม 2560 / 00:25
      55555 เอาจริงๆ สงสารพี่ขุนนะ T_T
      #48-1