(จบแล้ว) 90 วัน รัก ไสย ไสย (Yaoi)

ตอนที่ 7 : Day 28 : ผู้กล้าไม่หวั่นไหว แต่เราไม่ใช่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,939
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 144 ครั้ง
    11 ส.ค. 61

Chapter 7

/Day 28/ ผู้กล้าไม่หวั่นไหว แต่เราไม่ใช่




ช่วงนี้ที่บ้านพี่ขุนน่าจะมีปัญหาบางอย่าง ระหว่างที่ขับรถกลับบ้านด้วยกันพี่จ้าวโทรเข้ามาบ่อยมากแถมพี่ขุนก็ดูจะหัวเสียอยู่พอตัว ผมนั่งฟังบทสนทนาที่ได้ยินจากปากพี่ขุนฝ่ายเดียว เดาเอาว่ามีเรื่องต้องส่งพี่ขุนไปทำอีกแล้ว


“ไล่ผีอีกแล้วหรอ” ผมถามหลังจากอีกฝ่ายวางสาย พี่ขุนส่ายหน้าปฏิเสธแล้วหันมาส่งยิ้มฝืดๆ


“ไม่มีอะไรที่เราต้องกังวลหรอก” แบบนี้เป็นคำตอบอย่างสุภาพ ที่แปลว่าไม่ต้องเสือกก็ได้ 


อย่างน้อยวันนี้ก็รถไม่ติด ชั่วโมงเดียวก็ถึงหน้าตลาดแจ่มฟ้า พี่ขุนไม่ได้อยู่กินข้าวด้วยเพราะมีธุระวันนี้เลยได้แค่เจอกันเฉยๆ อย่างน้อยก็พูดคุยกันให้อาคมมันไม่คลุ้มคลั่งไปมากกว่าที่เป็น ซึ่งก็ถือว่าประจวบเหมาะพอดีกับเวลาที่ไอ้เวรดาวอังคารมันนัดเจอผม 


“ปัง” พี่ขุนจอดรถเข้าข้างทางก่อนที่จะถึงบ้านผม “ช่วงนี้ไม่มีอะไรแปลกๆ ใช่รึเปล่า?”  


เอ้า งงสิครับ “ก็ปกติดีอ่ะ พี่เป็นไรป่าว” หรืออาคมมันสร้างปัญหาอะไรอีก พี่ขุนหันมามองผม...อืม...ทำไมพี่ขุนแมร่งตาสวยจังวะ ขนตาก็ยาวอีกต่างหาก ริมฝีปากได้รูปกำลังขยับไปมาอยู่ตรงหน้าผม


“ปัง” พี่ขุนเรียกผมอีกที “ได้ยินที่พี่พูดหรือเปล่า” 


“หะ..หา…”


เมื่อกี้พี่ขุนพูดอะไรด้วยหรอ คนถามส่ายหน้ายิ้มๆ แล้วจับหัวผมโยกเบาๆ โอ้โห...ฉิบหายแล้วกู หัวใจฟูฟ่องเหมือนลูกโป่งอัดแก๊ซ ผมผงะถอยหลังไปจนชิดประตูรถ เอามือกำอกเสื้อตัวเองที่ไม่รู้ว่าสีหน้ากำลังเป็นยังไง พี่ขุนมองผมแล้วยิ้มกว้างกว่าเดิม


“พี่บอกว่าดูแลตัวเองด้วย ช่วงนี้มีเรื่องยุ่งๆ อาจจะไม่ค่อยได้อยู่ด้วยเท่าไหร่” ผมพยักหน้า แต่ปกติผมก็ดูแลตัวเองอยู่แล้วนี่หว่า ครู่เดียวพี่ขุนก็มาจอดส่งผมถึงหน้าประตูบ้าน ก่อนกลับยังแอบมาจับมือผมเบาๆ ฉวยโอกาสอีกแล้วไอ้หมอผี


“ขุนมาส่งหรอ หมงไปไหนล่ะ?” เสียงพี่เขียงทำเอาผมสะดุ้ง มายืนอยู่หน้าแผงหมูตั้งแต่เมื่อไหร่ 


“ก็ไปเล่นเกมส์อะไรของมันไปเรื่อย” ผมตอบส่งๆ “เดี๋ยววันนี้ปังไปกินข้าวร้านเฮียโต้งนะ นัดคนไว้” พี่เขียงพยักหน้ารับแบบไม่ค่อยสนใจ ผมกลับขึ้นห้องไปเก็บของแล้วหยิบปืนไฟแช็คของไอ้อังคารเตรียมใส่กระเป๋า พลิกดูไปมาอยู่ครู่หนึ่งก็เห็นด้วยกับที่มันบอกว่าราคาแพง เหมือนของจริงชะมัด งานโคตรเนี้ยบ


ถึงเวลานัดผมก็มาที่ร้านข้าวขาหมูหลังตลาด ทักทายกับเฮียโต้งเจ้าของร้านตามประสาแล้วก็ต้องโดนแซวเรื่องทรงผมใหม่ที่แกเพิ่งเห็น ผมสั่งคากิของโปรดเสร็จก็เข้ามาในร้านแต่แล้วก็สบตาเข้ากับคนที่มารออยู่ก่อนแล้ว ผมตรงเข้าไปนั่งฝั่งตรงข้าม


“สั่งอะไรไปล่ะ?” อีกฝ่ายถามสบายๆ เหมือนเพื่อนเพิ่งเจอกัน


“คากิ” ผมตอบเสียงห้วน เพราะมึงไม่ใช่เพื่อนกู 


อังคารกระตุกยิ้มแต่ตาแมร่งไม่ได้ยิ้มด้วยเลย ไม่ทันได้คุยกันอาเจ็กก็เอาคากิสองจานมาเสิร์ฟพร้อมน้ำชา


“ไม่ได้กินคากิมาตั้งกี่ปีแล้วนะ...” นายดาวอังคารขมวดคิ้วเหมือนกำลังคิด “นึกไม่ออกเลย”


“ที่บ้านห้ามกินหมูหรอ” ผมถามจริงจังแต่กลับได้คำตอบเป็นหน้าเหวอๆ ก่อนที่อีกฝ่ายจะหัวเราะออกมา อะไรของมันวะ อังคารส่ายหน้าแล้วเริ่มตักข้าวเข้าปาก 


“แถวที่อยู่ไม่มีน่ะ” กำลังจะถามต่อว่าอยู่ที่ไหน แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าผมไม่จำเป็นต้องสนใจนี่หว่า “อร่อยดี”


“ถามจริง รู้จักผมหรอ” เห็นไอ้หมอนี่ดูไม่มีพิษภัยผมก็เริ่มพูดดีๆ “คราวที่แล้วถึงเข้ามาช่วย แล้วก็รู้ชื่อด้วย” อังคารค่อยๆ บรรจงตักกระเทียมวางลงบนหนังหมู ตักคะน้ามาวางเคียง แต้มด้วยน้ำจิ้มราดด้านบนแล้วยกช้อนเข้าปาก มันหลับตาพริ้มไปสองวิ


“อืม…อร่อย” นี่มึงฟังกูอยู่มั้ยเนี่ย!? ผมถอนหายใจ แมร่งพูดว่าอร่อยอยู่นั่นจนผมแทบจะยกของตัวเองให้มันกินด้วยเลย 

สุดท้ายก็เลยตัดสินใจกินก่อนคุยทีหลังแล้วกัน ซึ่งผลลัพธ์ก็กลายเป็นว่าพอข้าวหมดจานมันก็สั่งไอติมมะพร้าวอ่อนที่ขายอยู่หน้าร้านมาตบเป็นของหวานอีก นี่มันสบายใจประหนึ่งอยู่บ้านตัวเองเลยหรอวะ


“มีบ้านเป็นตลาดนี่ดีนะ มีแต่ของอร่อย”


“เออ รู้อีกว่าตลาดบ้านกู” ผมเลิกสุภาพ ตอนนี้ก็ชัดเจนแล้วว่ามันรู้จักผมแน่ๆ “มึงจะคุยกับกูดีๆ ได้หรือยัง จะได้เอาไฟแช็คมึงคืนไป” คนฟังวางช้อนไอติมที่เพิ่งหมดคำสุดท้ายพอดี มันยกน้ำชาจิบแล้วสูดลมหายใจ


“โอเค ปรวัตร ติณสุขเจริญ คราวที่แล้วฉันไม่ได้ตั้งใจจะเข้าไปช่วยนาย แต่ก็ตั้งใจมาหา” อังคารพูดเสียงเรียบแต่แววตากลับจริงจัง “ไฟแช็คก็ไม่่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เพราะจะกลับมาคุยกับนายอีก” 


“ฉันแก้ไขสิ่งที่นายเป็นอยู่ได้” อังคารยกยิ้ม มันทำให้ผมนึกถึงรอยยิ้มของพี่จ้าวนารา ยิ้มที่เป็นเพียงสิ่งเคลือบฉาบซ่อนบางสิ่งบางอย่างเอาไว้


“มึงพูดเรื่องอะไร” อังคารยื่นหน้าข้ามโต๊ะมาจนใบหน้าห่างกันแค่คืบเดียว นัยน์ตาสีอ่อนหรี่ลงขณะพูดกระซิบ


“ก็เรื่อง...อาคมคู่รัก”


“มึง!” ผมสะดุ้งพรวดลุกจากเก้าอี้เสียงดังจนคนอื่นในร้านหันมามอง อังคารใช้นิ้วชี้แนบปากเป็นสัญลักษณ์ให้ผมเงียบแล้วพยักหน้าให้นั่งลง เส้นเลือดข้างขมับเต้นตุบเมื่อคิดว่ามันรู้เรื่องได้ยังไง ในเมื่อมีแค่พี่ขุน พี่จ้าว แล้วก็ทิวเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้


“ค่อยๆ คุยกันก่อน เราเป็นพวกเดียวกันน่า” มันพูดเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่


“มึงรู้เรื่องนี้ได้ยังไง” 


“ที่สำคัญคือฉันถอนอาคมนี้ได้ต่างหากเล่า” มันรินน้ำชาเติมใส่แก้ว “จะเรียกว่าทำได้คล้ายๆ ขุนสมุทรก็ได้หรอก แต่อันที่จริงก็ต่างกันมาก” ริมฝีปากนั้นไม่แสดงรอยยิ้มอีกต่อไป สีหน้าของอังคารเปลี่ยนฉับพลันอย่างน่าขนลุก


“พวกคนใช้อาคมน่ะมีความลับเยอะ เอาตัวเองออกไปจากเรื่องนี้น่าจะดีกว่า” 


“ต้องการอะไร” ผมถาม


“คิดเสียว่าเป็นคนหวังดีมาช่วยสิ” 


“โกหก คิดว่าพูดแบบนี้จะมีใครเชื่อมึงหรอ” ผมลุกขึ้นเป็นการจบบทสนทนา “เอาของมึงคืนไป แล้วก็ไม่ต้องติดต่อมาอีก” ผมพูดจริงจัง ใครจะไปเชื่อคนที่ไม่ยอมเปิดเผยเรื่องของตัวเองแม้แต่นิดเดียว อังคารเลิกคิ้วเหมือนไม่เชื่อว่าผมจะไม่สนใจข้อเสนอ


“ยอมติดอยู่ในอาคมคู่รักงั้นหรอ อย่างนี้นี่เอง” มันเริ่มยิ้มเยาะทำท่าเหมือนรู้ทันอะไรบางอย่าง และท่าทางแบบนั้นทำให้ผมเดือดขึ้นมาทันที มือข้างหนึ่งพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้ออีกฝ่าย


“ไม่ต้องมาเสือกเรื่องของกู!”


“เฮ้ยๆๆ อะไรกันวะอาปัง” เฮียโต้งตะโกนมาจากหน้าร้านเมื่อเห็นท่าไม่ดี ผมผละมือและนึกเกลียดรอยยิ้มของไอ้ดาวอังคารนัก โบกมือให้เฮียเป็นเชิงว่าไม่มีอะไรก่อนจะชี้หน้ามันอีกครั้ง ผมวางปืนไฟแช็คไว้บนโต๊ะพร้อมแบ๊งค์ร้อยหนึ่งใบแล้วเดินออกจากร้าน ชี้บอกเฮียโต้งให้เก็บตังค์กลับมันแล้วก็เดินกลับบ้าน 


ผมพุ่งขึ้นห้องตัวเองแล้วปิดประตูล็อคทันที


มึงเป็นใครกันแน่ ไอ้อังคาร! ผมโทรหาพี่ขุนทันทีแต่ไม่มีคนรับ สองสามครั้งสัญญานก็ตัดหายไป บ้าฉิบ! มาติดต่อไม่ได้อะไรตอนนี้ ผมเคาะนิ้วกับโต๊ะเป็นจังหวะแล้วตัดสินใจโทรหาพี่จ้าวแทนแต่กลายเป็นว่าติดต่อไม่ได้เช่นกัน เส้นเลือดข้างขมับเต้นตุบ ขืนปล่อยเรื่องคาใจแบบนี้หัวผมระเบิดแน่ๆ 


ผมวิ่งลงบันได คว้ากุญแจมอเตอร์ไซค์คันเก่าของคุณนายแจ่มฟ้าแล้วขี่ตรงไปทางไปบ้านพี่ขุน แต่ไปได้ไม่ถึงครึ่งทางไอ้แก่ก็เริ่มกระตุกๆ ผมรีบหักหลบเข้าข้างทางก่อนที่รถจะดับ 


“เวรเอ๊ย!” สบถไปงั้นแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ น้ำมันก็ไม่หมด หัวเทียนก็ไม่บอด พาไอ้แก่คู่ใจคุณนายแจ่มฟ้ามาตายในหน้าที่กลางทางแบบนี้สงสัยกลับไปจะโดนบ่นอีก ผมยืนเกาหัวมองข้างทางก่อนจะจูงมอเตอร์ไซค์ไปฝากไว้หน้าเซเว่นกะว่าพรุ่งนี้ค่อยให้คนมาเอากลับ 


ผมยืนรอโบกแท็กซี่จะไปบ้านพี่ขุน แต่กลับมีรถสีดำคันหนึ่งปาดเข้ามาจอดเทียบตรงหน้า คนขับลดกระจกลงแล้วชะโงกหน้ามาเรียกผม


“ขึ้นมาสิ จะไปส่ง”


“มึงไปไกลๆ ตีนกูเลย” ผมตอบห้วน ไม่คิดจะผูกมิตรอะไรกับมัน อังคารยิ้มเหมือนไม่ใส่ใจแล้วเรียกซ้ำ สองข้างทางมีแต่รถวิ่งผ่านไปด้วยความเร็ว ไม่ใช่ที่ที่จะเรียกแท็กซี่ได้ง่ายๆ เลย ผมถอนหายใจแล้วเปิดประตูเข้าไปนั่งข้างคนขับ


“ไปส่งกูแถวตลาดก็พอ”


“ไม่ได้จะไปที่อื่นอยู่หรือไง ไปส่งได้นะ” ผมส่ายหน้า ยิ่งมันรู้เรื่องอาคมผมยิ่งไม่อยากให้ไปเจอพี่ขุน อย่างน้อยถ้าไอ้อังคารนี่เป็นตัวอันตรายก็มีแค่ผมที่ได้เจอกับมันก็พอ พอผมปฏิเสธซ้ำมันก็เลิกเซ้าซี้แล้วเลี้ยวรถยูเทิร์นกลับทางไปตลาดแจ่มฟ้า ในรถไม่ได้เปิดเพลงอะไร มีเพียงแอร์เย็นฉ่ำกับกลิ่นน้ำหอมสปอร์ต


“ฉันไม่ได้มีเจตนาร้ายหรอกนะ ไม่ต้องห่วง” อังคารพูดขึ้นในความเงียบ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเหลือบมองผมแวบหนึ่ง “กลุ่มคนที่ทำธุรกิจไสยศาสตร์ไม่ได้กว้าง ที่ไม่มีใครเข้ามายุ่มย่ามก็คงเพราะเป็นเรื่องของบ้านตติยะฤกษ์”


“เรื่องของบ้านตติยะฤกษ์แล้วมึงมายุ่งทำไม” อีกฝ่ายฟังแล้วก็แค่นหัวเราะ


“เรื่องของฉันแล้วนายมายุ่งทำไม”


“ห๊ะ?” ผมขมวดคิ้วทันที ไอ้เวรนี่ยอกย้อนเก่งซะด้วย


อังคารอมยิ้มเหมือนที่พูดเมื่อกี้เป็นเรื่องตลก “ขุนสมุทรคงไม่รับข้อเสนอ ก็เลยมาหานายแทน”


“พี่ขุนไม่รับก็แปลว่ามันต้องมีอะไรไม่ดี”


“หมอนั่นก็แค่อีโก้ ตัวเองถอนอาคมนี้ไม่ได้ ใช่ว่าคนอื่นจะทำไม่ได้เหมือนกันซะเมื่อไหร่” เสียงของอังคารเรียบเรื่อยแต่ทำเอาผมชะงัก พี่ขุนเคยบอกว่านอกจากจะรอให้ครบ 90 วัน อีกวิธีเดียวที่ทำได้ก็คือ


…SEX…


“หัวโบราณอย่างหมอนั่นไม่รู้บอกอะไรนายไปบ้าง แต่แน่นอนว่าไม่ใช่วิธีที่คิดอยู่แน่” มันมองหน้าผมที่ตอนนี้แก้มร้อนขึ้นมา เวรเอ๊ย! พอนึกถึงเรื่องอย่างว่าไอ้อาคมบ้ามันก็พาลให้คิดถึงหน้าพี่ขุนไปด้วย “ก็เป็นการทำพิธีถอนอาคมนั่นแหละ แค่คนละแบบกับที่ขุนสมุทรทำ”


“แล้วมันยังไง” ถึงเมื่อก่อนจะไม่เชื่อเรื่องอย่างนี้แต่พอโดนกับตัวเองผมก็รู้แล้วว่าบนโลกนี้มีอะไรมากกว่าที่ผมรับรู้ได้ ซึ่งบางอย่างก็อันตรายและน่ากลัว


“เอาไว้ถ้านายตกลงค่อยมาคุยกัน” เมื่อรถจอดผมถึงรู้ตัวว่ามาถึงหน้าตลาดแล้ว “แล้วก็คงต้องบอกไว้ก่อนว่าขุนสมุทรต้องไม่ชอบใจแน่ถ้ารู้ว่านายคิดจะถอนอาคมกับฉัน แต่นายคงไม่อยากมีอาการแบบนี้อยู่ไปอีกสองเดือนหรอกมั้ง” หมอนั่นยืนมือเข้ามาแตะที่กลางหน้าอกผมอย่างไม่ทันตั้งตัว ผมปัดมือมันออกอย่างแรง  


“เงียบเอาไว้ล่ะ” อังคารยกนิ้วชี้ขึ้นจรดริมฝีปากแล้วยกมุมปากขึ้นซึ่งนั่นคงใกล้เคียงกับคำว่ายิ้ม แต่บรรยากาศหนาวยะเยือกที่วูบผ่านน่าขนลุกจนรู้สึกได้ว่าไม่ใช่สิ่งที่ดีแน่ ผมรีบปลดล็อคเข็มขัดนิรภัยแล้วลงจากรถ และเมื่อก้าวเท้าเข้าบ้านก็ได้ยินเสียงข้อความเข้ามือถือ เป็นเบอร์ของอังคาร


/You’ve got my number, call back./


ใครมันจะไปโทรกลับ ไม่มีทาง


*****


***


**


วันนี้มีเรียนบ่ายแต่ผมมีเวรเฝ้าแผงหมูก็เลยตื่นตั้งแต่เช้ามืดทั้งที่เมื่อคืนก็นอนไม่ค่อยหลับ พี่มะลิไล่ผมกลับไปขึ้นไปนอนตอนหกโมงกว่า ผมถอดผ้ากันเปื้อนเลอะเทอะไว้หน้าร้านแล้วกลับเข้ามาอาบน้ำ รู้สึกงัวเงียเสียจนนึกอยากโดดเรียนทั้งวัน


อาทิตย์ที่ผ่านมาผมนอนไม่ค่อยหลับ มักจะสะดุ้้งตื่นกลางดึก ฝันแปลกๆ แต่ตื่นมาก็จำไม่ได้ อาจจะเพราะไม่สบายใจจากเรื่องไอ้ดาวอังคาร แต่จากวันนั้นหมอนั่นก็ไม่โผล่หน้ามาอีก สุดท้ายผ่านมาเป็นสัปดาห์ผมก็ไม่ได้เล่าเรื่องอังคารให้พี่ขุนฟัง ไม่ใช่เพราะเชื่อที่อังคารบอก แต่เพราะลางสังหรณ์บางอย่างบอกว่าผมไม่ควรให้อังคารเจอกับพี่ขุน 


ซึ่งถ้าจะยอมรับแบบซื่อๆ ก็คือผมเป็นห่วงพี่ขุน และก็ต้องบอกตัวเองย้ำอีกทีว่าที่ผมเป็นห่วงพี่ขุนแบบนี้ก็เพราะจิตของเราถูกผูกติดกันเอาไว้


“กินข้าวด้วยกันดิ” พี่เขียงที่นั่งกินข้าวเช้าอยู่ในครัวเรียกเมื่อเห็นผมเดินใส่กางเกงบอลกับเสื้อคอห่านย้วยๆ เตรียมกลับไปนอน ส่วนเฮียแกใส่ชุดหล่อเซ็ทผมฉีดน้ำหอมฟุ้งพร้อมออกไปธนาคารแล้ว ผมโบกมือเป็นคำตอบ เหนื่อยจนขี้เกียจจะพูด พอหัวถึงหมอนก็ฟุบหลับทันที แต่แล้วก็ต้องตื่นขึ้นมาเป็นพักๆ เหมือนคนหลับไม่สนิท


สุดท้ายผมก็มาเรียนตอนบ่ายด้วยสภาพซอมบี้


“เป็นอะไรวะ xจนน้ำหมดตัวหรือไง” นั่นปากหรือว่าคอห่านวะถึงได้พ่นแต่ของเสียๆ ผมชูนิ้วกลางใส่ไอ้หมงเหมือนเคย “เออเมื่อกี้เจอพี่แป้ง ถามถึงมึงด้วย”


ผมสะดุ้ง จะว่าไปตั้งแต่คราวก่อนที่ติดรถพี่ขุนไปด้วยกันผมก็ไม่ได้คุยกับเธอเลย “พี่แป้งว่าไง”


“เรื่องผู้หญิงนี่หางกระดิกเชียวนะ” ไอ้หมงดูดน้ำปั่นจนหมดแก้วดังซู้ด “ก็ไม่ว่าไง บอกว่าไม่เจอมึงเลย มึงฟันเขาแล้วทิ้งป่ะเน่ีย”


“กับกูไม่ว่าแต่จะพูดอะไรมึงให้เกียรติผู้หญิงเขาด้วย” มือนี่แทบอยากจับหัวมันโขกกับต้นไม้ข้างม้าหินอ่อน ไอ้หมงเหมือนรู้ตัวที่สนุกปากเกินไปเลยยอมขอโทษผมแต่โดยดี 


“เออๆ เห็นเดี๋ยวนี้มึงไม่กระดี๊กระด๊าเวลาเจอพี่แป้งเท่าไหร่ แต่เป็นอีกคนแทน” มันยิ้ม “แล้ววันนี้ขวัญใจมึงไปไหนวะ กูยังไม่เห็นเลย”


“ถ้ามึงหมายถึงพี่ขุนล่ะก็วันนี้ไม่มีเรียน เสียใจด้วย” ในเมื่อมันอยากเล่นผมก็จะเล่นด้วย


“รู้ตารางเรียนกันไปหมดอย่างนี้จะให้กูพูดอะไรได้วะ”


“ก็ไม่ต้องพูด เก็บปากไว้แดกข้าวเหอะ” ผมเก็บของเตรียมเดินขึ้นชั้นเรียนแต่ก็ต้องชะงักเมื่อสบสายตาเข้ากับคนที่ยืนอยู่ทางขึ้นอาคาร พี่แป้งเดินตรงเข้ามา รองเท้าส้นสูงสีชมพูอ่อนกระทบบันไดหินเกิดเสียงแกร๊กๆ ดังเป็นจังหวะในหัวผม


“กูขึ้นห้องก่อนนะ” ไอ้หมงพูดจบก็เดินผละออกไปเลย เหลือแต่ผมที่ยืนสบตากับพี่แป้ง ใบหน้าสวยหวานแต่งแต้มเครื่องสำอางบางๆ แต่สีหน้ากลับไม่สดชื่นเหมือนเคย


“หายไปเลยนะ” พี่แป้งพูดขึ้นก่อน “ช่วงนี้ยุ่งหรอ”


“นิดหน่อยอ่ะ พี่แป้งก็รู้ว่าจารย์หยูสั่งงานเยอะจะตาย” ผมกลบเกลื่อน ไม่รู้ทำไมถึงต้องหลบสายตาเธอด้วย “ว่าแต่พี่แป้งกินอะไรมารึยัง?”


“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลย ทำไมปังไม่ตอบไลน์ล่ะ” ผมเงียบ ตั้งแต่ที่เจอกันครั้งสุดท้ายคืนนั้นพี่แป้งไลน์มาสองสามประโยคต่อด้วยสติ๊กเกอร์ ผมทันเห็นแค่พรีวิวสติ๊กเกอร์ที่หน้าจอแต่กลับไม่ได้กดเข้าไปอ่าน แล้วหลังจากนั้นก็ลืมไปเลย


“อ่า…ไม่ได้เช็คไลน์เลย สงสัยต้องโทรคุยกันแล้วล่ะ ถ้าเป็นเรื่องคุยนี่ผมเก่งกว่าแชทเยอะ” ผมยิ้มๆ พยายามพูดคุยเหมือนเคยแต่ความรู้สึกกลับไม่ได้ครึ่งเดียวของที่เคยรู้สึก ไม่ตื่นเต้น ไม่ดีใจ ไม่กระวนกระวาย ผมแทบจะไม่รู้สึกอะไรกับพี่แป้งด้วยซ้ำ และนั่นก็มากพอที่จะทำให้รู้สึกผิดจนอยากหลบหน้าเธอ


“กลัวปังจะไม่อยากคุยเหมือนเมื่อก่อนน่ะสิ แต่ถ้าไม่ได้มีอะไรก็ค่อยสบายใจหน่อย”


“ใครจะไปหลบหน้าพี่แป้งล่ะ ให้ลอกงานบ่อยขนาดนี้”


“นี่คิดแต่เรื่องชีทเรียนจริงอ่ะ เสียใจนะเนี่ย” ผมหัวเราะ เธอเองก็ยิ้มแต่ดูเหมือนจะไม่ได้รู้สึกดีนัก พี่แป้งอาจรู้สึกอย่างที่เธอพูดจริงๆ “วันเสาร์นี้ไปกินข้าวกันมั้ย มีคาเฟ่เปิดใหม่อยากชวนไปด้วยน่ะ” เสียงหวานเอ่ยถาม ถึงจะรู้ว่าไม่ควรไปแต่ผมจะปฏิเสธได้ยังไง


…~พี่อย่าเป็นเหมือนเช่นนกแก้ว พี่ไม่เป็นเหมือนเช่นนกแก้ว พูดเจื้อยแจ้วเรื่อยไป~…


เสียงเพลงดังจนผมแทบสะดุ้ง ใครมันเปิดเพลงวะ แต่เดี๋ยวทำไมโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงผมสั่น


…~ออกจากปากพี่ไป ขอให้ออกจากใจ พี่ปากกับใจตรงกัน~


ไอ้เวรหมง! นี่มันเปลี่ยนเสียงเรียกเข้าผมอีกแล้วหรอ แล้วมึงก็ใช้ iTunes กูซื้ออีกแล้วใช่มั้ยเนี่ย!!


“เชี่ยหมง! มึง…” กดรับสายไม่ทันได้ด่าก็ได้ยินเสียงมันหัวเราะลั่นมาก่อนเลย 


‘ฮ่าๆๆ อาจารย์จะเช็คชื่อแล้ว มึงรีบขึ้นมาเลย’


“ฮะ? กูสายครั้งที่ 3 แล้วเนี่ย เออๆ เดี๋ยวรีบไป” ผมตัดสาย ยังโมโหแมร่งอยู่แต่เดี๋ยวค่อยขึ้นไปจัดการ อยากรู้จริงๆ ว่าคนอย่างไอ้หมงมีชีวิตรอดส้นตีนมาได้ยังไงจนถงอายุปูนนี้ ผมกวาดของบนโต๊ะลงกระเป๋าแล้วมองพี่แป้งที่พยักหน้ารับรู้ว่าผมกำลังรีบ


“ไว้คุยกันนะพี่แป้ง”


“อื้ม” 


ผมหันหลังวิ่งขึ้นลิฟต์ โดยไม่ได้หันไปมองพี่แป้งอีกเลย


*****


***


**


หลังเลิกเรียนผมอยู่ทำงานกลุ่มต่อที่คณะกว่าจะเสร็จก็เกือบค่ำ พี่ขุนไลน์มาว่าจะมารับไปกินข้าวเย็น โชคดีที่ไอ้หมงกลับไปก่อนตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้วไม่อย่างนั้นคงต้องทนฟังมันแซวน่ารำคาญ ช่วงนี้ผมกับพี่ขุนได้เจอกันตอนค่ำๆ ตลอด พี่ขุนไม่ค่อยว่าง ถึงจะไม่อยากยุ่มย่ามงานของครอบครัวพี่ขุน แต่พอเห็นว่าพักหลังๆ อีกฝ่ายดูเหมือนคิดอะไรอยู่ตลอดในใจก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ผมสัมผัสได้เวลาพี่ขุนไม่สบายใจและก็แบ่งปันความรู้สึกแบบนั้นมาด้วยครึ่งหนึ่ง


“รอนานมั้ย หิวยัง?” คนที่เพิ่งขับรถมาถึงยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่ผมอยากเห็น แบบที่ทำให้รู้สึกดีไปด้วย 


“หิวจนจะกินช้างได้ทั้งตัวแล้ว” พอกระโจนไปนั่งข้างคนขับได้ผมก็เอนหลังแล้วสูดแอร์เย็นๆ  พี่ขุนยื่นมือมาจับหัวผมโยกเบาๆ พอหันไปมองก็ทันได้เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์พอดี


“มันมีช้างอยู่ตัวหนึ่งแถวนี้ ปังอยากจะกินไปก่อนมั้ย”


“ทะลึ่งละๆ” พอเห็นสีหน้าเอาเรื่องของผมพี่ขุนก็หัวเราะจนเห็นลักยิ้มบุ๋ม เรื่องลามกจกเปรตนี่เอาจริงๆ คือไม่แพ้ไอ้หมงเลยนะ แต่พอดีหน้าหล่อไง แถมมีความขี้เก๊กแต่วางตัวดีเลยเป็นส่วนผสมของคนหน้าหมั่นไส้ที่ใครๆ มักมองเห็นแต่เปลือก


สรุปวันนี้เลยไปกินก๋วยเตี๋ยวร้านใกล้ๆ เบิ้ลคนละสองชาม พ่วงด้วยหมูสะเต๊ะชุดใหญ่ แต่พอกินเสร็จแทนที่จะไปส่งผมที่บ้านเหมือนเดิมพี่ขุนกลับชวนผมไปคอนโด ผมหรี่ตาทำหน้าตาจับผิดอีกฝ่ายเต็มที่


“จะกลัวอะไรคราวนี้ไม่หลอกอาบน้ำด้วยหรอก ก็ไหนใครบอกว่าอยากเล่น VR ” พี่ขุนหัวเราะ มันน่าไว้ใจมั้ยเนี่ย 


“ยอมรับละดิว่าคราวที่แล้วหลอกขออาบน้ำด้วย” คนฟังยิ้มกรุ้มกริ่ม เห็นแบบนี้ผมจะไปเถียงอะไรได้วะ พี่ขุนแมร่งโคตรเจ้าเล่ห์เลย แต่ผมจะทำเป็นลืมๆ ไปก็ได้เพราะอีกฝ่ายมี VR Box กว่าจะมาถึงห้องพี่ขุนก็ปาไปเกือบสี่ทุ่ม ผมกำลังจะโทรบอกคุณนายแจ่มฟ้าว่ากลับดึก


“บอกไปเลยว่ากลับเช้า” พี่ขุนพูดขณะเอนหลังบนโซฟา 


“เอ้า ไม่ไปส่งหรอ รับผิดชอบหน่อยดิ” 


“ไปส่งเช้าไง นี่ดึกแล้ว พรุ่งนี้วันเสาร์แม่ไม่ว่าหรอกบอกอยู่กับพี่” นี่คือมั่นใจมากว่าคุณนายแจ่มฟ้าชอบตัวเองสินะ ผมเบะปากแต่ก็เห็นด้วย อันที่จริงก็สงสารพี่ขุนที่ต้องขับรถไปมาหลายรอบแถมไหนๆ ก็จะได้เล่น VR แล้วผมคงไม่เลิกง่ายๆ สุดท้ายพอโทรไปคุณนายก็ไม่ว่าอะไรตามที่คาด นอกจากบอกว่าอย่าไปกวนพี่ขุนสมุทรคนดีมาก แม่นะแม่


“แล้วนี่จะเอาเสื้อผ้าจากไหนใส่” ผมหันไปถามหาความรับผิดชอบกับคนชวนค้าง พี่ขุนชี้นิ้วไปทางห้องนอน


“ชุดเลือกเอาเลยในตู้ ส่วนกางเกงในมีตัวใหม่อยู่ในแพ็คลิ้นชักล่าง” 


“พร้อมขนาดนี้ปกติพาใครมานอนบ่อยป่ะ” ถึงจะแกล้งถามแต่ในใจดันลุ้นขึ้นมา ถ้าตอบว่าใช่ขึ้นมาผมควรจะรู้สึกยังไงวะ พี่ขุนหันมามองแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มยังไม่ตอบทันที 


“แล้วปังคิดว่าไง?”


“อ่ะ ช่างหัวพี่ดิ” พูดจบผมก็หันหลังไปมองทางอื่นโดยอัตโนมัติ พี่ขุนหัวเราะแล้วเดินตรงเข้ามา แปปเดียวก็รู้สึกถึงลมหายใจที่รดอยู่หลังต้นคอ 


“ก็เตรียมไว้แค่สำหรับเรานั่นแหละ” เสียงทุ้มกระซิบต่ำ ไอ้อาคมเวรตะไลดันทำผมใจเต้นไปด้วย ท่าจะไม่ดีแล้ว เดี๋ยวจะมีคนเสียเนื้อเสียตัวกันได้ กวาดสายตาไปรอบๆ ก็เจอตัวช่วยพอดี ผมพุ่งเข้าไปหยิบเครื่อง VR Box พร้อมเปลี่ยนเรื่องเป็นเล่นเกมส์ พี่ขุนยิ้มๆ คุยไปตามน้ำ  


“โห อย่างแหล่ม ดีกว่าของสำเพ็งไอ้หมงมาก” ผมแทบกรี๊ดเมื่อลองสวมเครื่องเล่น น้ำหนักโคตรดี ภาพชัดแจ๋วสบายตา


“อย่ามาเทียบ นี่อันเป็นหมื่น” ไหนวะความถ่อมตัว ผมหัวเราะ แต่เอาจริงๆ เล่นเกมส์ไปแปปเดียวก็มึนเพราะไม่ชินเลยลองเอามาดูหนังแทน ส่วนพี่ขุนไปอาบน้ำแล้วบอกว่าจะอ่านหนังสือต่อ กลายเป็นต่างคนต่างอยู่ ผมนั่งดูหนังจนจบก็ไปอาบน้ำบ้าง แน่นอนว่าเอาเสื้อผ้าไปแต่งตัวในห้องน้ำอย่างมิดชิด ออกมาอีกทีนาฬิกาก็บอกเวลาตีหนึ่งกว่าแล้ว


พอเปิดประตูเลื่อนเข้าห้องนอนก็เห็นคนที่บอกว่าจะอ่านหนังสือนอนหลับไปทั้งที่นั่งสือยังวางทับบนอก ผมหยุดยืนข้างเตียง หยิบหนังสือบนตัวอีกฝ่ายมาวางบนโต๊ะ …Economic of Strategy… อ่านหนังสือแบบนี้ก็สมควรหลับล่ะ แต่ก็นับถือในความขยัน จะว่าไปพี่ขุนคงมีโปรเจ็คจบต้องทำหลายอย่าง ช่วยงานสยองๆ ของที่บ้านอีก แถมด้วยต้องมาเจอกับผมทุกวัน


แวบหนึ่งผมนึกถึงคำพูดของอังคารที่บอกว่าตัวเองช่วยถอนอาคมได้


ผมปิดไฟหัวเตียงแล้วเดินอ้อมไปนอนอีกฝั่ง ช่างหัวไอ้ดาวอังคาร ผมเตรียมใจสำหรับสองเดือนที่เหลือแล้วว่าแค่อดทนให้มันผ่านไปก็เท่านั้น แล้วความรู้สึกของผมก็จะกลับมาเป็นแบบเดิม


…ถ้าแขนอุ่นๆ ไม่พาดมากอดแบบนี้เสียก่อน


“พี่ขุน” ผมสะดุ้งแล้วนอนตัวแข็ง ไอ้บ้าพี่ขุนนอนเงียบอยู่ครู่หนึ่งจนนึกว่าอีกฝ่ายแค่บังเอิญพาดแขนมา แต่แล้วก็ได้ยินเสียงกระซิบ


“ขออยู่แบบนี้แปปนึงนะ” เสียงเบายิ่งกว่าเบาดันได้ยินชัด ผมไม่รู้่ว่าควรจะปฏิเสธหรือตอบรับ เพราะความรู้สึกดีที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นทีละน้อยทำให้หัวใจรู้สึกอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็น แผ่นหลังสัมผัสถึงอุณหภูมิจากตัวอีกคนที่ซ้อนอยู่ด้านหลัง กอดผมหลวมๆ เหมือนเป็นแค่หมอนข้างชิ้นหนึ่ง


“มันมากขึ้นทุกที พี่ไม่อยากควบคุมมันไม่ได้” ลมหายใจร้อนผ่าวแนบชิดอยู่ที่ต้นคอ ผมหลับตาปี๋ นี่คือการใกล้ชิดกันที่สุดเท่าที่เคยมี และครั้งนี้...ผมไม่อยากปฎิเสธ


“แค่นอนเฉยๆ นะ” เมื่อได้ยินคำตอบแขนที่พาดอยู่ก็กลายเป็นดึงรั้งทั้งตัวผมเข้าไปแนบจนชิด หัวผมอยู่ใต้คางพี่ขุน ทั้งตัวโดนล็อคไว้โดยคนที่มีลมหายใจร้อนกว่า ได้ยินเสียงพี่ขุนฮึมฮำในลำคอ ผมขยับท่อนล่างให้ห่างออกมาอีกหน่อยเมื่อรู้สึกว่าแนบชิดกับบางจุดที่แสนอันตราย 


“อืม แค่นอนแบบนี้” พี่ขุนพูดแค่นั้นแล้วบทสนทนาระหว่างเราก็เงียบลง


มีเพียงเสียงลมหายใจกับจังหวะในอกที่ดังสอดคล้องไปในทางเดียวกัน





@@@@@





คุณขาาาา เค้านอนกอดกันแล้วค่าาาา และแอบบอกว่าตอนหน้าใครจะรุกรานใครแค่ไหนต้องไม่พลาดเน้อ ดูท่าวงโคจรของนายดาวอังคารก็ไม่พ้นใกล้ๆ พี่ขุนสมุทรนี่แหละ คราวนี้รถไฟไม่ชนกันก็รอดไปนะปังตอเอ๊ย


ขอบคุณสำหรับกำลังใจ คอมเม้นซะหน่อย หรือ +โหวต ซักนิดให้กันไว้ก็ได้เช่นเดิมค่า 

Blackbunny

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 144 ครั้ง

384 ความคิดเห็น

  1. #329 Rmuay Jirasatitkul (@muayyyyyy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 18:02
    อังคารเป็นใครรร
    #329
    0
  2. #301 saisaisaisai14 (@saisaisaisai14) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 23:51
    ทีมอังปังได้ไหมม
    #301
    0
  3. วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 03:30

    ออังคารต้องเป็นคนนั้นที่ทำกับทิวแน่นอนน

    เป็นแบบนี้แล้วไม่รู้เลยว่าเพราะอาคมหรือค.รู้สึก

    อยากอ่านฉากบู้ ฉากคุยกับผีไรงี้


    #281
    0
  4. #263 JKWIFEz (@Pimchanok_iii) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 11:16
    สงสารแป้งอะ
    #263
    0
  5. #250 Midories (@Midories) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:21
    น้องจะรอด 90 วันหรือไม่ โปรดติดตาม
    #250
    0
  6. #230 Prawpak (@prawpak) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 16:04
    อังคารนี่ตัวร้ายแน่นอน
    #230
    0
  7. #183 emmykorapin (@emmykorapin) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 11:52
    ละมุนมากอะ ฮือออ
    #183
    0
  8. #78 ` l ♔ ßrietta™ (@nanaya) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 23:59
    ไม่แน่ใจมาสองสามตอนละ อังคารคงไม่ใช่คนที่ทำของใส่ทิวใช่มั้ยอะ5555555
    #78
    0
  9. #47 เจ้าหญิงนีน่า (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 07:04
    ปังมีความเมินพี่แป้งล่ะ

    แต่เอาจริงๆพี่แป้งนี้ชอบขุนสมุทรใช่ไหม

    สนุก ละมุนมาก รอคะรอ
    #47
    0
  10. #46 เจ้าหญิงนีน่า (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 07:04
    ปังมีความเมินพี่แป้งล่ะ

    แต่เอาจริงๆพี่แป้งนี้ชอบขุนสมุทรใช่ไหม

    สนุก ละมุนมาก รอคะรอ
    #46
    1
    • #46-1 BlackBunny (@sigel) (จากตอนที่ 7)
      14 สิงหาคม 2560 / 00:25
      ฝากติดตามด้วยน้า
      #46-1
  11. #44 แอลซินอาร์ (@bennett13) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 10:51
    ไม่ใช่พี่ขุนแกไม่อยากถอนอาคมเองนะ มีวิธีแต่ไม่แก้ กิํวๆ
    #44
    1
    • #44-1 BlackBunny (@sigel) (จากตอนที่ 7)
      14 สิงหาคม 2560 / 00:24
      ห้ามให้จับได้นะอย่างนั้น!
      #44-1
  12. #43 BLKPeaRL (@pearllady) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 17:39
    ปังเอ้ยยย ครบสองเดือนแล้วเอาพี่ขุนมาให้ฉันก็ได้นะ ถึงที่บ้านจะมีธุรกิจสยองก็ตาม555
    #43
    1
    • #43-1 BlackBunny (@sigel) (จากตอนที่ 7)
      17 กรกฎาคม 2560 / 10:07
      รับจำนำหมอผีมือสอง สภาพดี /เดี๋ยวๆๆ
      #43-1
  13. #42 saru1234 (@saru1234) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 14:16
    โอ้ววววว ทำไมมันละมุนแบบนี้ล่ะนังปังงงงง  อิจฉาเว้ย
    #42
    1
    • #42-1 BlackBunny (@sigel) (จากตอนที่ 7)
      17 กรกฎาคม 2560 / 10:08
      แบบไหน แบบเขินๆ =///=
      #42-1
  14. #39 Thanatporn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 00:53
    สนุกมากๆ สู้ๆนะคะ
    #39
    1
    • #39-1 BlackBunny (@sigel) (จากตอนที่ 7)
      11 กรกฎาคม 2560 / 09:51
      ฝากติดตามด้วยน้า :)
      #39-1
  15. #38 Tannatos Orcus (@Ferinone) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 00:04
    มันน่าสับสนโครต
    #38
    2
    • #38-1 BlackBunny (@sigel) (จากตอนที่ 7)
      11 กรกฎาคม 2560 / 09:51
      มีหมอผีโผล่มาอีกคนซะแล้ว
      #38-1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  16. #37 qangzter (@sweet-smile) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 20:05
    ยังไงก็ไม่ไว้ใจอังคารเลยย จะไว้ใจก็ต่อเมื่อพี่ขุนเคลียร์ให้รู้เรื่องงงงงง
    อดใจไว้นะพี่เดี๋ยวน้องเตลิดอีก 5555555555 #ทีมพี่ขุน #ทาสพี่ขุน
    #37
    1
    • #37-1 BlackBunny (@sigel) (จากตอนที่ 7)
      10 กรกฎาคม 2560 / 21:01
      พี่ขุนบอกก็เด็กมันกวนนนนน(ใจ) #ทาสพี่ขุน
      #37-1
  17. #36 Kyumingming (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 20:02
    ไม่บอกให้รู้ทีหลังระวังพี่ขุนหึงโหดนะ

    สู้ๆน้า
    #36
    1
    • #36-1 BlackBunny (@sigel) (จากตอนที่ 7)
      10 กรกฎาคม 2560 / 20:59
      ระวังจะโดนโทษหนักใช่ม้ะ ฮืออออ
      #36-1
  18. #35 harukasaai (@harukasaai) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 19:10
    สนุกกกกกกกก
    #35
    1
    • #35-1 BlackBunny (@sigel) (จากตอนที่ 7)
      10 กรกฎาคม 2560 / 20:58
      <3 <3 <3
      #35-1