เปลวรักแสงระวี

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,063 Views

  • 0 Comments

  • 27 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    8

    Overall
    2,063

ตอนที่ 8 : ๔.๑ ใช้หัวใจเสียบ้างนะ แล้วจะเข้าใจผู้หญิงมากขึ้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 195
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    27 ธ.ค. 60





๔.๑



เปลวสุริยันเดินออกมาจากห้องลับของสถานบันเทิงในโรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งจะมีแต่สมาชิกเท่านั้นเข้ามาได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งห้องที่เขาเพิ่งออกมา ก็ยิ่งมีแต่คนที่รู้กันเท่านั้น มันเป็นห้องที่ไม่เพียงพูดคุยเรื่องธุรกิจ แต่ยังเป็นห้องที่ใช้เล่นการพนันเดิมพันสูง ในคืนนี้เขาทำตัวให้โชคไม่ดี เลยขอตัวออกมาได้ง่ายอย่างมีเหตุผลที่ทุกคนไม่ติดใจ ไม่ชักชวนให้อยู่ต่อ

เขาเดินไปที่ลิฟต์กดขึ้นไปยังชั้นที่มีไนท์คลับ ที่บริการลูกค้าสมาชิกที่เรียกได้ว่าไฮคลาสจริงๆ เหมือนกัน เขามาไม่บ่อยนัก เว้นแต่ช่วงหลังๆ ที่รับงานกับสารวัตรก้องภพเลยต้องมาถี่ขึ้น ความจริงแล้วเขาไม่คิดที่จะต้องได้มาทำงานเป็นสายให้ตำรวจ แม้ว่าเขาจะมีสายเลือดของอดีตนายตำรวจใหญ่ แต่มันก็เป็นเรื่องที่ไม่มีใครนับญาติกับเขา เรื่องของเรื่องก็เพราะแม่ของเขาเป็นลูกเมียน้อย หนำซ้ำยังหนีตามผู้ชายที่คุณตาเรียกว่าไอ้คนขี้คุกอีกต่างหาก

เขาพอจะจำได้ในตอนเด็ก แม่เคยพาเขากลับไปหาคุณตา แต่ท่านไม่ยอมยกโทษให้และไม่สนใจเขา หลังจากที่พ่อของเขาเสียชีวิตแม่ก็กลับไปอีก แต่ก็ไม่ได้รับการต้อนรับเหมือนเดิม ครั้งสุดท้ายที่เขากับแม่ไปหาคุณตาก็เป็นตอนที่แม่ตัดสินใจไปอยู่อเมริกากับสามีคนใหม่ดังนั้นในช่วงวัยรุ่นเขาจึงไม่ได้เติบโตที่เมืองไทยและไม่ค่อยจะรู้จักใครนักด้วย

แต่เมื่อเขากลับมาเมืองไทยอีกครั้งหลังจากที่แม่เสียชีวิต คุณตาก็เหมือนจะอ่อนลงเมื่อเขานำข่าวมาบอกและเขาก็เริ่มสนิทกับท่านมากขึ้นกว่าที่เคย แต่ตอนที่เขาแต่งงานกับเพ็ญนภา ท่านก็ไม่ได้ไปด้วยเหตุผลที่ท่านไม่ชอบ เพราะหล่อนเป็นลูกสาวของเพื่อนพ่อของเขา ที่รับซื้อกิจการทั้งหมดเอาไว้ ในตอนที่แม่และเขาไปอยู่ต่างประเทศ

ตอนที่เกิดปัญหาโกดังของเขาถูกจับเหล้าเถื่อน แม้เขาจะแก้ปัญหาได้เอง แต่คุณตาก็เข้ามาช่วยเหลือ นั่นทำให้เขาสนิทกับคุณตามากขึ้นไปอีก มากรุงเทพฯ ทีไรก็จะไปค้างกับท่านวันหรือสองวัน มันเป็นชีวิตส่วนตัวของเขาที่แทบไม่มีใครรู้ แต่สารวัตรก้องภพรู้ และรู้แม้กระทั่งคำพูดของคุณตาที่ว่า

ถ้าแกจะแต่งงานใหม่ ต้องเป็นผู้หญิงคนนี้

รอยยิ้มผุดขึ้นที่ริมฝีปากของเขา เมื่อนึกถึงคำพูดนี้ คุณตาอยากให้แม่เป็นตำรวจเหมือนท่าน และอยากจะได้สะใภ้ที่เป็นตำรวจเหมือนกัน...ท่านเห็นแสงระวีและท่านก็พอใจ

แต่ชีวิตของเขามันไม่เคยเฉียดใกล้กับเทพนิยายแม้แต่น้อย เขาไม่มีนางฟ้าแม่ทูนหัวมาช่วยอะไร เพราะถ้าต้องการอะไร ต้องลงมือทำด้วยตัวเองทั้งนั้น และสิ่งที่เขาคิดอยากลงมือทำ ก็ไม่ใช่การแต่งงานอีกครั้งแม้แต่น้อย เขาพอใจที่จะเป็นเขาในตอนนั้นมากกว่า

จนกระทั่งได้รู้ว่าคู่หมั้นของแสงระวีคือ เมธัส นี่ล่ะ...มันทำให้เขาอดจะคิดไม่ได้ว่า...ให้ตายสิ ถ้าโลกมันกลมอย่างนี้ ทำไมไม่เป็นเขาที่เป็นฝ่ายได้เธอมาเสียก่อนล่ะ...แต่แม้จะคิดขำๆ ในตอนนั้น เมื่อมาถึงตอนนี้ เขาก็บอกไม่ถูกหรอกว่า รู้สึกยังไงกันแน่ รู้แต่ว่าถ้าเธอไม่ถอย เขาก็ไม่จำเป็นต้องถอย ก็แค่นั้น

เขาเดินออกจากลิฟต์ ตรงไปที่ไนท์คลับ ข้างในสลัวเล็กน้อยแต่ตรงฟลอร์นั้นสว่าง แล้วสายตาของเขาก็ชะงักงันเมื่อมองเห็นร่างหนึ่งบนฟลอร์เต้นรำ ร่างสาวเซ็กซี่ในชุดสีแดงกำลังเต้นรำ...เต้นรำคนเดียวรอบๆ ผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนแข็งทื่อ เขาอยากจะหัวเราะกับภาพที่เห็น แต่ก็หัวเราะไม่ออกแถมรู้สึกหงุดหงิดเสียด้วยซ้ำ แสงระวีมาอยู่กับไอ้ทึ่มอัคคีทำไม ไอ้บ้านั่นกำลังจะทำอะไร เขาอุตส่าห์ต่อยเพื่อกระตุ้นให้ไปรับผิดชอบต่อแสงจันทร์แล้วดันมาอยู่กับแสงระวีทำไม

เปลวสุริยันยืนจ้องอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเขาก็เห็นแสงระวีพูดอะไรบางอย่างกับอัคคี ชั่วแว่บหนึ่งก็เหมือนกระแสจิตตรงกัน เมื่อเธอหันมาทางเขา แม้จะอยู่ระยะไกล เขาก็คิดว่าเธอเห็นเขา เพราะเธอผละเดินตรงเข้ามาหาสายตาจ้องมายังเขา...ผู้หญิงคนนี้ ไม่คิดที่จะหลบเลี่ยงเขาเลย เธอชนดะจริงๆ

ไม่คิดจะเจอคุณที่นี่แสงระวียิ้มทักเขาขึ้นก่อน

ผมกำลังจะกลับพอดี ออกไปด้วยกันไหม

เธอขมวดคิ้วเพียงเล็กน้อย แต่แล้วก็พยักหน้า

เอาสิ ฉันก็กำลังจะกลับพอดี

เปลวสุริยันไม่พูดอะไร เมื่อเป็นฝ่ายเดินนำไปก่อน แสงระวีเดินตามเขาไปด้วยสีหน้าครุ่นคิด เธอไม่พูดอะไรพอๆ กับเปลวสุริยันที่เงียบแม้จะอยู่ในลิฟต์เพียงสองคน เธอมาที่นี่เพราะรู้ว่าอัคคีมาที่นี่ เธอต้องการสอนอัคคีเต้นรำ เพื่อแลกเปลี่ยนกับการไปทำงานที่ผับมนตร์จันทรา มันไม่ยากที่จะเธอสืบเรื่องราวของอัคคี และคิดว่าถ้าอัคคีไม่ตกลง เธอก็จะทำอะไรสักอย่าง แม้แต่จะเป็นการกลั่นแกล้งให้อัคคียอมรับให้ได้ เมื่อเธอต้องการเธอต้องได้

เพียงแต่เธอก็ไม่คิดว่าจะเจอเปลวสุริยันที่นี่ ก็ใช่ว่าเธอไม่รู้ว่า ที่นี่มีคลับที่มีการเล่นการพนัน แต่เพราะมันไม่ได้เปิดอย่างโจ๋งครึ่ม และคนที่จะเข้าไปเล่นได้ ก็มีแต่มือหนักๆ ชนิดที่กลั่นกรองมาเป็นอย่างดี รู้จักกันเป็นอย่างดี มันเป็นห้องที่พูดคุยธุรกิจและเล่นพนันกันไปด้วย แสดงว่าเส้นสายของเปลวสุริยันไม่ใช่ธรรมดาจริงๆ มิน่าสารวัตรก้องภพถึงให้เขาเป็นสายให้

ประตูลิฟต์เปิด แสงระวีก้าวออกไปแล้วยืนงง เพราะมันไม่ได้ลงไปที่ชั้นล่างที่จอดรถ เธอมองหน้าเขาแล้วเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

ยังไม่ดึก ไปดื่มอะไรที่ห้องผมก่อนไหม

ในเมื่อออกมาแล้ว ในเมื่อเห็นเขามองด้วยสายตายิ้มๆ มีหรือแสงระวีจะถอย เธอจะยอมให้เขาคิดว่าเธอกลัวได้ยังไงในเมื่อเธอไม่กลัว

เธอพยักหน้าแล้วเดินตามเขาไปทางปีกอีกด้านหนึ่ง ของตึก มีประตูกระจกคั่นแต่เขาก็ใช้คีย์การ์ดเปิดพาเธอเข้าไป เดินตรงไปตามทางพรมสีแดงเลี้ยวซ้าย ผ่านห้องพักอื่นๆ ไปราวสี่ห้าห้องเธอก็พูดขึ้นว่า

ฉันคิดว่าคุณจะมีบ้านอยู่ที่กรุงเทพฯ เสียอีก

ก็มี แต่มาธุระเลยค้างเสียที่นี่เลย ถ้าอยากไปบ้านผม ไว้วันหลังจะพาไป

ฉันแค่ชวนคุย ไม่ได้คิดจะไป

แสงระวีพูดน้ำเสียงระอานิดๆ แต่เปลวสุริยันก็ยิ้มขณะใช้คีย์การ์ดเปิดประตูห้องเข้าไป ห้องพักของเขาแม้จะไม่ใช่ห้องสูทหรูหรา แต่ก็กว้างขวาง แบ่งสัดส่วนเป็นที่นั่งเล่น บาร์เครื่องดื่ม ด้านในสุดคือเตียงขนาดใหญ่

คุณมาทำอะไรที่นี่แสงระวีถาม เมื่อเดินไปนั่งที่โซฟา เอากระเป๋าวางข้างตัว

ผมน่าจะถามคุณมากกว่าว่า ไปทำอะไรกับไอ้ทึ่มนั่นน่ะ...ผมหมายถึงนายอัคคี

เขาอธิบายขณะเดินไปที่บาร์เปิดตู้เย็นเห็นขวดไวน์แช่อยู่จึงเอาออกมาเปิด ถือแก้วสองใบไปวางที่โต๊ะกลาง แล้วนั่งลงข้างๆ เธอ ก่อนรินไวน์ยื่นให้

ฉันพยายามสอนเขาเต้นรำ

หือเปลวสุริยันครางในลำคอ ก่อนจะหัวเราะออกมาถามว่า ทำไม?”

เพราะเขาคือเจ้าของผับมนตร์จันทรา

เปลวสุริยันขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มพูดอย่างรู้ทันว่า

คิดจะไปทำงานที่นั่น แล้วหาทางเข้าไปในกองถ่ายเองเหรอ อย่าพยายามเลย ผมไม่ให้คุณเข้าไป และมันต้องเป็นอย่างนั้นเขาเน้นในตอนท้าย

แสงระวีจิบไวน์ น้ำเสียงในตอนท้ายของเขาทำให้เธอฉุนวูบ แต่เมื่อคิดว่าเขาจะพูดอะไรก็ช่างเขา ในที่สุดเธอก็จะได้อย่างที่เธอต้องการนี่ต่างหากมันสำคัญกว่า ถ้าจะเล่นกับเขาเธอต้องใจเย็น ต้องไม่ให้คำพูดของเขามากระตุ้นอารมณ์ของเธอ ปกติเธอน่ะมันเจ้าแม่น้ำแข็งมาก่อน ทำไมจะเอาผู้ชายอย่างนี้ไม่อยู่

ความจริงแล้ว ฉันก็แปลกใจนะว่าทำไมคุณถึงได้ ต่อต้านฉันนักเธอพูดแล้วจิบไวน์มองเขา

ผมไม่ได้ต่อต้าน แต่ผมมีเงื่อนไขเท่านั้น ตัวคุณเองก็น่าจะรู้ดีว่า คุณไม่เหมาะ อย่าคิดเอาชนะผมเลย

ฉันไม่ได้ต้องการเอาชนะใคร ฉันแค่ต้องการทำงานของฉัน คุณมีปัญหาอะไรถึงได้ขัดขวางฉันนักเธอจ้องเขาด้วยสายตาจริงจัง

ผมไม่ได้ขัดขวาง แต่ผมต้องการคนร่วมงานอย่างนั้นจริงๆ หรือคุณคิดว่า คุณยอมได้เพื่องาน

แสงระวีสั่นหน้า ถ้าต้องยอมอย่างที่คุณตั้งเงื่อนไขนั่น ฉันไม่ทำหรอก ฉันไม่อยากให้เมธัส...คู่หมั้นของฉันไม่สบายใจ และตอนนี้ฉันก็เปลี่ยนใจแล้วว่า ฉันจะเป็นฝ่ายสนับสนุนอยู่ข้างนอก ไม่เข้าไปในกองถ่าย เชิญคุณหาผู้หญิงที่ตรงสเป็กของคุณเข้าไปเองเถอะ

พูดจริง?”

ฉันไม่ใช่คนไร้เหตุผล ที่มากับคุณก็เพื่อจะบอกเรื่องนี้ คุณจะได้เลิกวุ่นวายกับฉันเสียที

ไม่ใช่ ผมหมายถึงที่คุณพูด...กลัวคู่หมั้นไม่สบายใจน่ะ

ทำไม คุณไม่เชื่อเธอเลิกคิ้วมองเขายิ้มๆ

ไม่รู้สิ ผมไม่ค่อยแน่ใจว่าคุณจะแคร์คนอื่นเป็นด้วย ชักสงสัยแล้วสิว่านายนั่นมีอะไรดีนะ คุณถึงกับยอมถอย ทั้งๆ ที่ตอนแรกเหมือนจะยอมทุกอย่าง เพื่อให้ได้เข้าไปในกองถ่ายนั่นเลย

ฉันรู้จักหยุดตัวเองเหมือนกันกำนานเธอลากเสียงคำว่ากำนันอย่างขำๆ ฉันไม่ใช่คนดันทุรังให้คนอื่นเขาเป็นห่วง

คู่หมั้นของคุณเป็นคนยังไง ในความคิดของคุณ

คำถามของเขาทำให้แสงระวีขมวดคิ้วเล็กน้อยนิ่งไปชั่ววินาทีก่อนจะตอบว่า

เขาเป็นคนอ่อนโยน เข้าใจฉัน และไว้ใจฉัน

ไม่คิดเลยนะว่า คุณจะชอบผู้ชายที่คุณควบคุมได้

แปลก...คุณแปลคำว่าอ่อนโยน เข้าใจ ไว้ใจ เป็นควบคุมไปได้ยังไงเธอย้อนยิ้มๆ

เพราะผมไม่เชื่อว่า จะมีผู้ชายคนไหนพอใจที่จะให้ คู่หมั้นของตัวเองทำงานอย่างที่คุณทำนะสิ

เขาพูดแล้วโน้มตัวไปหยิบขวดไวน์มารินใส่แก้วตัวเอง เมื่อมองไปที่แก้วที่พร่องของแสงระวีก็ยื่นไปเติมให้เธอด้วย

อาจจะเป็นเพราะ เขารู้ว่าฉันกำลังจะทำงานกับคุณก็ได้

หมายความว่าไง

คุณคิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่า เมธัสเป็นญาติของคุณ

เปลวสุริยันหน้าบึ้ง คุณจะเอาเรื่องงานของผมไปบอกคู่หมั้นคุณหรือ บ้าหรือไง นี่มันเป็นความลับ

ใจเย็นเปลวสุริยัน ฉันไม่ได้บอกอะไรเขาเลย ถ้าจะบอก ฉันก็จะบอกว่า ฉันไปทำงานที่เกาะซึ่งคุณเป็นเจ้าพ่ออยู่ ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยต่างหาก

ก็แล้วไป จะให้ดีไม่ต้องบอกอะไรทั้งนั้น ไม่ต้องเอ่ยชื่อผมให้พวกเขาได้ยิน

แสงระวียิ้มน้อยๆ ถามว่า คุณไม่ลงรอยกับญาติของคุณหรือ

ถ้าอยากรู้เรื่องของผม ก็ไปที่เตียง นอนคุยกันทั้งคืนแบบไม่ต้องหลับต้องนอนเลยก็ได้

คำพูดของเขาไม่ได้ทำให้แสงระวีโกรธ เธอยิ้มเสียด้วยซ้ำ เมื่อวางแก้วไวน์ลง

แสดงว่าฉันเจอจุดอ่อนของคุณเข้าแล้วสิ ถึงได้พูดอย่างนี้ ไว้ไปอยู่ที่เกาะ ฉันจะทำให้คุณเล่าให้ฟังก็แล้วกัน

รับรองว่า ผมจะเล่ากล่อมให้คุณหลับ โดยไม่ต้องใช้ยานอนหลับเลยล่ะ

แสงระวีเม้มปากน้อยๆ เมื่อเขาพูดเป็นนัยถึงความหลัง แต่แล้วเธอก็คว้ากระเป๋ายืนขึ้น แต่เปลวสุริยันพูดต่อว่า

เมธัสนั่นมันเจ้าชู้ลูกแหง่จะตาย ผมไม่เชื่อหรอกว่าคุณจะรักผู้ชายแบบนั้น

ไม่เชื่อว่าฉันจะรักผู้ชายอ่อนโยนอย่างนั้นนะหรือ เอาอะไรคิดคุณกำนัน...ใช้หัวใจเสียบ้างนะ แล้วจะเข้าใจผู้หญิงมากขึ้น

พูดแล้วแสงระวีก็ยักไหล่น้อยๆ เดินไปที่ประตู แต่เปลวสุริยันก็ลุกเดินตาม พูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า

ไม่ว่าคุณจะไปทำอะไรที่เกาะนั่น ก็เงื่อนไขเดิม นอนกับผม และก็ถอนหมั้นซะ

หญิงสาวหันขวับ แต่ยังไม่ทันพูดอะไร เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าของเธอก็ดังขึ้น เธอส่งสายตาดุๆ ให้เขาก่อนจะเดินออกจากห้อง พอพ้นประตูเธอก็เอาโทรศัพท์ออกมา แล้วยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นชื่อที่โชว์ เมธัส เสียงเขาดังขึ้นก่อนเลยว่า

คุณอยู่ไหน

แล้วคุณละ อยู่ไหนเธอย้อนถามพลางเดินย้อนไปทางเดิมเพื่อจะไปลงลิฟต์

ผมก็นอนคิดถึงคุณอยู่ในห้องนะสิครับ นี่กำลังดูแบบชุดแต่งงานให้คุณ

จะห้าหกทุ่มนี่เหรอ น่ารักจังเลย

ก็ผมนอนไม่หลับ คิดถึงคุณ คุณอยู่กรุงเทพฯ หรือเปล่า

แสงระวีนิ่งไปชั่ววินาทีเมื่อหันกลับไป ก็เห็นเปลวสุริยันเดินตามมา เธอถลึงตาใส่เขา แต่ก็ตอบโทรศัพท์ว่า

ฉันเพิ่งกลับมาถึงค่ะ

อย่าลืมเรื่องงานวันเกิดคุณตานะ ท่านอยากพบคุณ

ไม่ลืมค่ะ ลางานล่วงหน้าไว้เลยดีไหม

ทำไมคุณน่ารักอย่างนี้

แสงระวียิ้มยื่นมือไปกดลิฟต์ ก่อนจะตอบไปว่า ก็เพราะฉันรักคุณนะสิคะ แค่นี้ก่อนนะ ฉันกำลังขับรถ

เธอปิดโทรศัพท์หันไปจ้องเปลวสุริยัน

ตามมาทำไม

ก็เพราะผมรักคุณนะสิครับเปลวสุริยันเลียนคำพูดของเธออย่างขำๆ น่าเชื่อเสียจริงๆ ...ไม่ต้องมาหน้าบึ้งใส่ผมไม่ได้คิดจะตามคุณ ผมจะกลับขึ้นไปข้างบน จะเลือกใครก็ได้ผู้หญิงใจถึงเพียบ

คำพูดของเขาทำให้แสงระวีเบะปากน้อยๆ ไม่พูดอะไร เมื่อเข้าไปในลิฟต์เธอก็กดลงไปที่ชั้นข้างล่าง ขณะที่เปลวสุริยันถอยไปยืนด้านหลังจนชิด ส่งสายตามองเธอเฉยๆ และไม่พูดอะไรเช่นกัน จนกระทั่งลิฟต์ถึงชั้นจอดรถ

เมื่อแสงระวีออกไปเขาก็ยืนมองจนเห็นเธอเข้าไปในรถที่จอดห่างออกไปร่วมยี่สิบเมตร เมื่อเห็นเธอเข้าไปในรถแล้ว เขาจึงกดปุ่มให้ลิฟต์ขึ้นไป ลิฟต์ยังไม่ถึงชั้นบนสุด ก็ถูกเรียกและเปิดออก ชายหญิงคู่หนึ่งก้าวเข้ามาด้วยท่าทางมึนเมาและนัวเนียจูบกันอย่างไม่อับอาย เปลวสุริยันมองนิ่งๆ จนกระทั่งถึงชั้นที่เขาต้องการ ลิฟต์หยุดและเหมือนฝ่ายชายเงยหน้าขึ้นมาเห็นเขา

อ้าว พี่เปลว มากรุงเทพฯ เหรอครับ

เปลวสุริยันพยักหน้าเฉยๆ แต่อีกฝ่ายยิ้ม

ผมกำลังจะกลับนึกว่าลิฟต์ลงเสียอีก อ้อ...อย่าลืมไปงานวันเกิดคุณตานะครับ ผมจะแนะนำว่าที่ภรรยาของผมให้รู้จัก

เปลวสุริยันไม่พูดอะไร เมื่อเดินออกจากลิฟต์ เขาเดินไปตามเสียงเพลงที่แว่วมาจากไนท์คลับ รอยยิ้มผุดที่ริมฝีปาก น้อยๆ เมื่อคิดไปถึงแสงระวี

ก็เพราะฉันรักคุณนะสิคะคำพูดนี้เขาไม่เชื่อเลยแม้แต่น้อย พลางวาดภาพในใจถ้าเธอมาเห็นเมธัสในสภาพนัวเนีย ผู้หญิงไม่เลิกอย่างนี้ เธอจะทำอย่างไร คงไม่กระทืบมันคาเท้าเสียหรอกน่ะ...แต่ถ้าใช่ เขาคงสะใจพิลึกเลยละ

* * * * * * *

ชุดทะเลลายดอก พิมพ์เล่ม
1 ไฟรักเพลิงแสงจันทร์ ราคา 199 บาท
2. เปลวรักแสงระวี  319 บาท 
ฟรีค่าส่งพัสดุไปรษณีย์ธรรมดาสอบถาม tantrawee@gmail.com

*  *  * * * *  *

เปลวรักแสงระวี อีบุ๊กราคา 279 บาท





เปลวรักแสงระวี
สปันงา
www.mebmarket.com
“กำนันเปลวหรอกหรือนึกว่าใคร หวังว่าคงไม่ใช่เพราะผูกใจเจ็บ ที่ฉันไปทลายคลังเหล้าเถื่อนของกำนันหรอกนะ”“ผมไม่สนใจเรื่องนั้น แต่ผมไม่อยากทำงานกับคุณ เพราะคุณไม่มีคุณสมบัติ อย่างที่ผมต้องการ”“ฉันขาดคุณสมบัติอะไร ไม่ทราบ!”“ข้อแรก เพราะคุณเป็นผู้หญิงที่...”“อ่า คุณกำนันขา ฉันคิดว่าด้วยคุณสมบัติข้อนี้ของฉันต่างหาก ที่ทำให้ฉันเหมาะกับการทำงานนี้อย่างที่สุด”“คุณเป็นโสด”“ถ้าการเป็นโสดทำให้ฉันขาดคุณสมบัติแล้วละก็ ตำรวจหญิงทั้งประเทศก็ไม่น้อยนะ”“ผมไม่ได้หมายความว่า...”“แต่ฉันมีคู่หมั้นแล้ว จะโสดไปอีกเดือนสองเดือนเท่านั้นพอจะผ่อนผันอนุโลม เข้ามาตรฐานคุณสมบัติของคุณหน่อยได้ไหมละคะ คุณกำนันเปลวสุริยัน” “ผมไม่ได้ตั้งมาตรฐานอะไรมากมาย แค่เป็นมืออาชีพก็พอ และผมคิดว่าคุณคงทำไม่ได้ ผมต้องการผู้หญิงมืออาชีพ ที่ทั้งกล้า ทั้งร้อน ทั้งเร็ว ยั่วยวน เซ็กซี่ และเมคเลิฟเก่ง ผมแตะได้ทุกที่ ทุกเวลา เพราะเรากำลังจะเข้าไปในกองถ่ายหนังเซ็กซ์  ไม่ใช่ไปงานเลี้ยงสถานฑูต”

ไฟรักเพลิงแสงจันทร์ อีบุ๊กราคา 179 บาท

เพจฟีลิปดา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น