ตอนที่ 6 : ๓.๑ เฟเบียน เจ้าพ่อหนังโป๊

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 208
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    11 ธ.ค. 60







บทที่ ๓.๑

 

ทันทีที่เปลวสุริยันจอดรถ ร่างในชุดพนักงานของโรงแรมก็รีบตรงเข้ามาหา เขายื่นกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ให้

เอาไปเก็บ

คุณแสงระวีเธอมาที่เกาะตั้งแต่เมื่อวาน

ฉันรู้แล้ว

นายเศรษฐกิจ กับเฟเบียนมารออยู่แล้ว

เศรษฐกิจ ที่เคยทำงานกับฉันนะเหรอ

ครับ

เขาอาจจะจำนายได้

ไม่หรอก เพราะผมเคยเจอเขาห่างๆ ตอนไปกับทำงานกับ...พนักงานหนุ่มชะงัก แล้วก็พูดว่า ผมจะเอารถไปเก็บ

เปลวสุริยันพยักหน้าเหมือนไม่สนใจที่อีกฝ่ายหยุดพูดไปดื้อๆ เพราะคนนี้ไม่ใช่ลูกน้องของเขา แต่เป็นคนที่สารวัตรก้องภพส่งมา งานนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายสืบสองสามคนมาแฝงกายรออยู่แล้ว

เขาเดินเข้าไปข้างใน ที่ลอบบีมีแขกนั่งอยู่สี่ห้าคน แต่เมื่อมองผ่านเข้าไปส่วนกระจกที่กั้นเป็นร้านอาหารกึ่งผับอยู่อีกด้านหนึ่ง มีชายสองคนนั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์บาร์ หนึ่งในนั้นคือ เฟเบียน ดรามิโก เขารู้จัก เพราะเฟเบียนเป็นเจ้าของบาร์เบียร์หลายแห่งที่ภาคใต้ เรียกได้ว่าเป็นมาเฟียแถบนั้นก็ได้และเครื่องดื่มนั้นก็มาจากเขาแทบทั้งสิ้น แต่เฟเบียนก็ขายกิจการทั้งหมดและกลับไปที่ประเทศตัวเองได้สองสามปีแล้ว

ส่วนอีกคนเขาก็จำได้ดี เศรษฐกิจเป็นลูกน้องเก่าของเขา เคยเป็นผู้จัดการสาขาดูแลเรื่องการกระจายสินค้า แต่คลังเหล้าที่เศรษฐกิจรับผิดชอบอยู่นั้น ถูกค้นพบว่ามีเหล้าเถื่อนโดยแสงระวี

เหตุการณ์ครั้งนั้นเขาไม่ได้ผูกใจเจ็บอะไรแสงระวี มันเป็นหน้าที่ของเธอ และเขาเองก็ไม่รู้ด้วยว่า คนของเขาจะลอบทำแบบนี้ เขาไม่ได้ดูแลเอง เพราะคนที่รับผิดชอบโดยตรงก็คือพรรณระตี แม้หล่อนจะเป็นเพียงน้องสาวของเพ็ญนภาภรรยาของเขา แต่เขาก็ให้อิสระในการทำงานกับหล่อน จะว่าไปแล้วคลังเหล้าที่นั่นก็เป็นกิจการของครอบครัวของหล่อน ก่อนที่เพ็ญนภาจะมาแต่งงานกับเขา และมันก็ตกมาเป็นของเขาหลังจากเพ็ญนภาเสียชีวิต ซึ่งเขาก็ให้พรรณระตีดูแลบริหารต่อ

แต่หลังจากที่เกิดเรื่อง เขาก็ให้พรรณระตีออกมา ไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจพวกนั้นอีก ให้หล่อนมาอยู่กับเขาเสียที่นี่ ช่วยดูแลพวกกิจการโรงแรมของเขาสองสามแห่งที่ตัวจังหวัด แต่ที่เกาะเขาจะเป็นคนจัดการเอง แต่ก็มีบ้างเหมือนกันที่หล่อนเข้ามาก้าวก่ายในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาเองก็พออนุโลมให้ เพราะพรรณระตีเก่งในการบริหารและเขาก็ไว้ใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะให้หล่อนมาวุ่นวายกับเรื่องส่วนตัวของเขา แม้จะมีเสียงซุบซิบเป็นเชิงว่าพรรณระตีหวงเขา แต่จริงๆ แล้วหล่อนก็ไม่เคยมายุ่มย่ามหรือแสดงท่าทีอะไรให้เห็นแบบนั้นต่อหน้าเขา

พรรณระตีจะเก็บตัวไม่ค่อยออกสังคมนัก มีนิสัยต่างจากเพ็ญนภา ที่ชอบเข้าสังคมแต่งตัวหรู หว่านเสน่ห์ เมียของเขาเป็นอย่างนั้นเขารู้ และดูเหมือนจะไม่ค่อยสนใจคนในครอบครัวด้วย การแต่งงานระหว่างเขากับหล่อนมันก็เป็นเหมือนธุรกิจ การเสียชีวิตของหล่อนจึงไม่ได้ทำให้เขาเสียอกเสียใจอะไรมากมาย...พรรณระตีก็ไม่ได้สลดใจอะไรกับการที่เพ็ญนภาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุขับรถตกไหล่เขา...แต่หล่อนก็เป็นแม่งานจัดงานศพให้อย่างเรียบร้อยและก็ยังเป็นคนเก็บตัว อยู่เบื้องหลังเช่นเดิม

แต่เขาเชื่ออยู่ลึกๆ ว่า ระหว่างสองพี่น้อง คงมีบางอย่างที่ไม่กินเส้นกันอยู่ แต่มันจะลึกไปมากแค่ไหนเขาก็ไม่รู้ เพราะทุกวันนี้พรรณระตีก็ยังทำตัวไม่ต่างไปจากเดิมเท่าไหร่ คือ เย็นชาแต่เปลือกนอกแต่ข้างในนั้นหล่อนไม่เบาเชียวล่ะ และอะไรก็ตามที่เป็นของเพ็ญนภา จะค่อยๆ ถูกพรรณระตีจัดการทำลายไปทีละน้อย

เหมือนอย่างโรงแรมแห่งนี้ เขาจำได้ว่า มันเคยมีภาพหนึ่งที่เพ็ญนภาชอบมาก และหล่อนก็เลือกซื้อมาประดับที่โรงแรม...แต่ตอนนี้มันหายไป ด้วยคำสั่งของพรรณระตี แต่ก็ดีเพราะเขาเองก็ชอบสะสมรูปภาพ จึงหามาติดไว้เสียเอง...โดยเฉพาะภาพชายที่ยืนหันหลังมองออกไปยังทะเลที่กำลังบ้าคลั่ง

มีเรื่องที่เขาแปลกใจในพรรณระตีอยู่บ้างก็คือ หล่อนไม่โวยวายประชดประชันเขาทางอ้อม เมื่อรู้ว่าเขาให้เช่ารีสอร์ตเพื่อถ่ายทำหนังโป๊ เพราะโดยปกติหล่อนเป็นคนเกลียดผู้หญิงที่จ้องแต่จะขายตัวเพื่อเงิน หรือผู้หญิงที่แย่งชิงผู้ชายกัน หรือพวกผู้หญิงค้าประเวณีต่างๆ

แต่เมื่อเห็นนายเศรษฐกิจที่นี่ มันก็พอจะทำให้เขาเข้าใจได้ เพราะสองคนนี้ก็นับว่าสนิทสนมกันมาก ซึ่งเขาคิดว่าทั้งคู่ก็คงติดต่อกันอยู่บ้าง แต่ก็ไม่รู้ว่าพรรณระตีจะรู้อะไรมากแค่ไหน หรือจะรู้ไหมว่าคนกลุ่มนี้กำลังเป็นที่จับตามองว่าเป็นพวกลักลอบค้าวัตถุโบราณ หรือไม่ก็โสเภณีข้ามชาติ ส่วนเศรษฐกิจนั้นเขาพอรู้ว่าไปทำงานกับเฟเบียน แต่ก็ไม่คิดว่าหลังจากที่เฟเบียนเลิกกิจการไปแล้ว จะยังติดต่อกับเศรษฐกิจอยู่อีก ก็พอๆ กับที่เขาเพิ่งรู้ไม่นานเหมือนกันว่า เฟเบียนมาเป็นนายทุนในธุรกิจแบบนี้แล้ว

เปลวสุริยันเดินเข้าไปหาทั้งคู่ แล้วก็เป็นเศรษฐกิจที่หันมาเห็นเขาก่อน

สวัสดีครับพี่เปลว ผมกำลังจะกลับพอดีเลยครับ

เศรษฐกิจยกมือไหว้เขา ทักทายอย่างนอบน้อม ราวกับว่ายังเป็นลูกน้องของเขาอยู่ ราวกับว่าไม่ได้โกรธเคืองแต่อย่างใดที่ถูกเขาไล่ออกในครั้งนั้น แต่เขาก็ตอบรับคำทักทายนั้นแค่รอยยิ้มและการพยักหน้าให้เท่านั้น ซึ่งอีกฝ่ายก็ยิ้มให้หันไปบอกลากับเฟเบียน แล้วเดินลิ่วออกไป

เปลวสุริยันหันไปทางเฟเบียนยิ้มให้พร้อมกับยื่นมือไปจับทักทาย

ดีใจที่ได้กลับมาเจอกันอีก ขอบใจที่มาใช้บริการบนเกาะของฉัน

เฟเบียนยิ้ม เป็นพวกทีมงานตัดสินใจ ไม่ใช่ฉันคนเดียว

ฉันแปลกใจ ไม่คิดว่าจะเป็นนายที่เป็นนายทุนให้กับกองถ่ายนี้

รอยยิ้มเหยียดๆ หยันๆ ผุดขึ้นที่ใบหน้าของเฟเบียน

มันเป็นเรื่องของอุบัติเหตุน่ะ แต่ช่างเถอะ ฉันอยากพบนายเพราะมีเรื่องอยากให้ช่วย

ถ้าเรื่องรีสอร์ตพวกนั้นไม่มีปัญหา ฉันจะเตรียมทุกอย่างที่ต้องการให้พร้อม

ไม่ใช่เรื่องนั้น ฉันต้องการคุยเป็นส่วนตัว

น้ำเสียงของเฟเบียนทำให้เปลวสุริยันขมวดคิ้ว แต่แล้วก็พยักหน้า

ถ้าอย่างงั้น ตามมา

เปลวสุริยันเดินไปด้านข้างเคาน์เตอร์บาร์ มีประตูเปิดเข้าไปมันเป็นห้องรับรองที่เรียบง่ายและเป็นสัดส่วน ในห้องมีตู้เย็นอยู่ข้างบาร์เหล้าเล็กๆ มีโต๊ะขนาดสี่คนนั่งและโซฟารับแขกเท่านั้นที่เป็นเฟอร์นิเจอร์หลัก

เปลวสุริยันเดินไปเปิดตู้เย็น พอเห็นกระป๋องเบียร์ในนั้น แวบหนึ่งก็อดคิดถึงแสงระวีไม่ได้ แต่แล้วเขาก็รีบสลัดความคิดนั้นออกไป เมื่อหยิบออกมาสองกระป๋อง เดินไปโยนให้เฟเบียนที่ไปนั่งเหยียดยาวที่โซฟาก่อนกระป๋องหนึ่ง พูดว่า

ว่ามา มีเรื่องอะไร

ฉันอยากให้ช่วยตามหาผู้หญิงคนหนึ่ง

ใครเขาถาม แล้วก็เห็นสีหน้าอึดอัดของอีกฝ่าย

ฉันรู้เพียงว่า หล่อนชื่อดวงแก้ว

มีรูปไหม

เฟเบียนหยิบรูปภาพออกจากกระเป๋ากางเกงยื่นให้ เปลวสุริยันรับมามองแล้วขมวดคิ้ว มันเป็นรูปภาพที่ถ่ายจากภาพวาด เพราะดูได้จากเส้นสาย และใบหน้านั้นก็เหมือนจะถูกขีดฆ่าเสียด้วย ต้องเพ่งมองใกล้จึงพอจะเห็นใบหน้าได้ แต่จากที่เขาลองมองเส้นต่างๆ ในภาพ เขาคิดว่าก่อนหน้าภาพนี่ต้องเป็นสาวเปลือย เพียงแต่ถูกสีแต้มทับเอาไว้เท่านั้น

นี่เป็นภาพวาด ใบหน้าไม่ชัดเจน

ฉันมีให้แค่นี้ และ...เฟเบียนลังเลเล็กน้อยก่อนจะพูดว่า ฉันไม่อยากให้ใครรู้หรือเอาภาพนี้ไปเผยแพร่ ฉันให้แกเห็นคนเดียว

ครั้งล่าสุดที่เห็น เธออยู่ไหน

ฉันคิดว่า เธอคงมาเมืองไทยเฟเบียนตอบไม่ตรงคำถามนัก

ทำไมถึงคิดอย่างนั้น

เพราะฉันเชื่อว่าคนที่จะพาเธอมา ทำงานในกองถ่ายของฉัน

เปลวสุริยันขมวดคิ้ว รู้อย่างนี้ ทำไมไม่ถามเอาเลย

ก็เพราะว่า...เฟเบียนนิ่ง ดวงตามีรอยหม่นก่อนจะ แข็งกร้าวขึ้น ฉันไม่ต้องการให้ใครรู้ว่า ฉันตามผู้หญิงคนนี้อยู่ อย่าถามเหตุผลว่าทำไม

กำนันหนุ่มถอนใจยาว หยิบภาพขึ้นมามองดูอีกครั้ง ก่อนจะวางลงถามว่า

แล้วใครที่ฉันจะต้องไปเค้นคอถามให้

ชื่ออัลเฟรด...ถือว่าฉันติดค้างนายในเรื่องนี้

คำพูดที่สรุปตัดบทเลย ทำให้เปลวสุริยันไม่คิดจะซักถามต่อ เพราะเขาเองก็มีเรื่องที่จะต้องให้เฟเบียนร่วมมือเหมือนกัน แม้จะยังไม่มั่นใจนักว่า เฟเบียนจะเป็นคนที่เขาต้องจับตามองด้วยหรือเปล่า

อย่าถือว่าติดค้างเลย เพราะฉันก็มีเรื่องที่จะขอความร่วมมือเหมือนกัน รีสอร์ตที่ให้เช่าน่ะ ฉันไม่ต้องการให้ข่าวอะไรออกไปประเจิดประเจ้อนัก เป็นไปได้ไหมที่คนเข้าออกต้องกวดขันหน่อย...

นั่นเป็นสิ่งที่ฉันคิดเอาไว้อยู่แล้ว อยากให้นายดูแลเรื่องความปลอดภัยอื่นๆ ด้วย นอกจากคนในกองถ่าย และคนที่ฉันเชิญมาแล้ว ฉันไม่อยากให้ใครแปลกปลอมเข้าไป

เปลวสุริยันขมวดคิ้ว ยังจะมีคนนอกที่เชิญมาด้วยหรือ

เฟเบียนยิ้ม นายคิดว่าฉันทำธุรกิจนี้อย่างหัวเดียวกระเทียมลีบหรือไง ถ้าอยากจะลงทุนกับฉันก็เตรียมตัดสินใจได้เลย...เพราะไม่อย่างนั้น หุ้นส่วนของฉันอาจจะเลือกคนอื่นไปก่อน

ฉันนึกว่านายคือผู้ถือหุ้นใหญ่

ก็ใช่ แต่ฉันอยากขายมันให้เร็วที่สุดด้วย ไม่อยากจะมีปัญหากับมันอีก

ปัญหาอะไรที่คนอย่างเฟเบียน จะจัดการไม่ได้

เฟเบียนแค่นเสียงหึ พยักหน้าไปที่ภาพ แค่นเสียงว่า

ผู้หญิงโง่และก็อวดฉลาดนี่ไง

เปลวสุริยันยิ้ม ยกเบียร์ขึ้นจิบ...ใช่ผู้หญิงโง่และอวดฉลาดจัดการยาก แต่ที่ยากยิ่งกว่า ก็เห็นจะเป็นผู้หญิงที่ฉลาดและรู้จักใช้ความฉลาดของตัวเองนี่ล่ะ จะทำให้เขาตกหลุมเอาง่ายๆ

เอาเป็นว่าเรื่องนี้ฉันจะจัดการให้นาย เดี๋ยวฉันจะไปที่รีสอร์ต อยากไปด้วยกันไหม เผื่ออยากจะให้เปลี่ยนหรือเตรียมอะไรสำหรับกองถ่าย

เฟเบียนสั่นหน้า ไม่ ปล่อยให้คนพวกนั้นเขาทำกันเองเถอะ

ถ้าอย่างนั้น ไว้เจอกัน

เปลวสุริยันพูดแล้วเดินออกมา อดสงสัยในท่าทางของเฟเบียน ที่ดูไม่สนอกสนใจอะไรเกี่ยวกับกองถ่าย และไว้ใจให้คนของตัวเองจัดการแทน จริงๆ แล้วเฟเบียนจะรู้เบื้องลึกเบื้องหลังอะไรไหมว่า กองถ่ายกำลังถูกจับตามองจากทางการไทย แต่ดูเหมือนว่าความสนใจเกี่ยวกับผู้หญิงที่ให้หานั้นต่างหาก ที่เขาเห็นแววกระตือรือร้นในดวงตาของเฟเบียน

แต่ให้ตายรูปแค่นั้นใครจะหาเจอ นึกว่าเขาเก่งมากหรือยังไง แต่ยังดีที่มีเบาะแสให้ถาม...อัลเฟรดชื่อนี้สินะที่เขาจะต้องจับตาเพื่อทำงานส่วนตัวให้เฟเบียน

ชายหนุ่มออกมาถึงหน้าโรงแรม รถมอเตอร์ไซค์ของเขาก็เหมือนจะมาจอดรอพร้อม พนักงานคนเดิมมายื่นกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ให้พร้อมกับบอกว่า

คนที่ท่าเรือบอกว่า หมวดแสงกลับไปแล้ว

เขาพยักหน้า ไม่พูดอะไรเมื่อขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซค์แล้วขับออกมาด้วยความเร็ว เขาก็ไม่รู้ว่าแสงระวีจะมีแผนการอะไรอีก ใจหนึ่งก็อยากให้เธอหยุดซะ เพราะเขาไม่อยากยุ่งกับเธอ แต่อีกใจลึกๆ ก็หวังไม่อยากให้เธอหยุด เขาอยากให้เธอทำอย่างที่เธอคิด เขาอยากให้เธอมาที่เกาะ อยากให้เธอเข้ามาพัวพันกับเขาอีก แต่คราวนี้เขาจะไม่เห็นแก่หน้าใครทั้งนั้น แสงระวีไม่ใช่เด็กๆ เธอเก่งและแกร่งพอที่จะรู้ว่าตัวเองทำอะไร ดังนั้นเมื่อเกิดอะไรขึ้น มันก็เพราะความเต็มใจทั้งสองฝ่ายเอง เขาไม่ต้องไปคิดอะไรมากในเรื่องนี้...ความต้องการครั้งนี้ มันก็ขึ้นอยู่กับเธอ มันขึ้นอยู่กับเธอจริงๆ

ชายหนุ่มชลอความเร็วเมื่อเข้าสู่ถนนสายหลัก ที่เรียกได้ว่าเป็นถนนสายธุรกิจของเกาะ และเมื่อมองเห็นบางอย่างตรงข้างหน้า เขาก็เอามอเตอร์ไซค์ไปจอดที่หน้าร้านขายของที่ระลึก ลงจากรถตรงไปหาผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังก้มตัวเพื่อจะเปิดประตูเหล็กม้วน ก็ใช่ว่าเขาจะเป็นคนมีความจำดีเป็นพิเศษหรอกนะ แต่เขาคิดว่าไม่เคยเห็นผู้หญิงคนนี้มาก่อนบนเกาะ โดยเฉพาะผู้หญิงท้องที่กำลังจะเปิดร้าน ซึ่งเขาจำได้ว่าเป็นร้านของซ่อนกลิ่นซึ่งเป็นเพื่อนของแสงจันทร์

ฉันช่วยเอง ประตูม้วนถ้าฝืดแล้วจะหนัก กำลังท้องอย่างนี้อันตราย

หล่อนหันมามองเขาแล้วก็ยิ้ม

ขอบคุณค่ะกำนัน

เปลวสุริยันไม่แปลกใจหรอกว่า ทำไมหล่อนถึงรู้ว่าเขาเป็นใคร คนที่ไม่รู้ว่าเขาคือใครต่างหากที่จะแปลก แต่เมื่อช่วยเปิดประตูให้แล้วเขาก็ถามว่า

ทำไมฉันไม่เคยเห็นหน้าเธอมาก่อน

ฉันเพิ่งมาอยู่ที่นี่ได้อาทิตย์กว่าๆ คุณซ่อนกลิ่นให้ฉันมาดูแลร้านให้เธอ

แล้วอยู่นี่รู้จักกับใครบ้างแล้วยัง สามีของเธอล่ะเขาถามกวาดสายตามองท้องของหล่อน

คุณแสงจันทร์เพื่อนคุณซ่อนกลิ่นให้เบอร์โทรของเธอเอาไว้ ติดต่อเธอได้ตลอดค่ะ

เปลวสุริยันพยักหน้า เขาไม่ลืมหรอกว่าหล่อนไม่ได้ตอบว่าสามีอยู่ไหน และดูท่าทีแล้วหล่อนก็คงไม่ตอบ แต่เมื่อหล่อนมาทำงานที่ร้านของซ่อนกลิ่นและแสงจันทร์รู้จัก ก็ไม่น่าจะมีพิษภัยอะไร แต่แล้วเขาก็เอากระเป๋าสตางค์ขึ้นมา เปิดเอานามบัตรออกมาถามว่า

เธอชื่ออะไร

เดือน...เดือนฉาย

เขาเขียนชื่อหล่อนที่หลังนามบัตรของเขาแล้วยื่นให้

ตอนไปที่โรงพยาบาลของฉัน เอานามบัตรนี้ให้คนที่นั่น เธอจะได้สะดวกขึ้น

ขอบคุณค่ะ กำนัน

หน้าที่ของฉัน ต้องดูแลทุกคนอยู่แล้ว ประตูเหล็กมันฝืดจะหนัก อย่าเปิดปิดเอง ให้คนข้างๆ เขาช่วยเปิด

เปลวสุริยันพูดแล้วก็เดินไปที่ร้านข้างๆ ฝากฝังให้ดูแล ก่อนจะเดินกลับไปที่รถมอเตอร์ไซค์ขับออกไป โดยไม่รู้เลยว่า สายตาของเดือนฉายที่มองตามเขามีทั้งความอ่อนโยนและแปลกใจ...นี่นะเหรอกำนันเปลวที่ใครๆ ทั้งเกาะต่างพูดว่า เขาเป็นคนเจ้าชู้ มีผู้หญิงไปทั่ว แต่ก็ช่างโอบอ้อมและละเอียดอ่อนในการดูแลคน...แต่ผู้หญิงสักคน จะเลือกใครมาเป็นคู่ชีวิต พวกหล่อนจะมองข้ามความเจ้าชู้ไปได้อย่างไร ใครบ้างจะไม่ต้องการเป็นหนึ่งเดียว และถ้าเป็นไม่ได้ ก็จะไม่ยอมเป็นอะไรอีกเลยดีกว่า!

  * * * * * * * *


ชุดทะเลลายดอก พิมพ์เล่ม
1 ไฟรักเพลิงแสงจันทร์ ราคา 199 บาท
2. เปลวรักแสงระวี  319 บาท 
ฟรีค่าส่งพัสดุไปรษณีย์ธรรมดาสอบถาม tantrawee@gmail.com

*  *  * * * *  *

เปลวรักแสงระวี อีบุ๊กราคา 279 บาท





เปลวรักแสงระวี
สปันงา
www.mebmarket.com
“กำนันเปลวหรอกหรือนึกว่าใคร หวังว่าคงไม่ใช่เพราะผูกใจเจ็บ ที่ฉันไปทลายคลังเหล้าเถื่อนของกำนันหรอกนะ”“ผมไม่สนใจเรื่องนั้น แต่ผมไม่อยากทำงานกับคุณ เพราะคุณไม่มีคุณสมบัติ อย่างที่ผมต้องการ”“ฉันขาดคุณสมบัติอะไร ไม่ทราบ!”“ข้อแรก เพราะคุณเป็นผู้หญิงที่...”“อ่า คุณกำนันขา ฉันคิดว่าด้วยคุณสมบัติข้อนี้ของฉันต่างหาก ที่ทำให้ฉันเหมาะกับการทำงานนี้อย่างที่สุด”“คุณเป็นโสด”“ถ้าการเป็นโสดทำให้ฉันขาดคุณสมบัติแล้วละก็ ตำรวจหญิงทั้งประเทศก็ไม่น้อยนะ”“ผมไม่ได้หมายความว่า...”“แต่ฉันมีคู่หมั้นแล้ว จะโสดไปอีกเดือนสองเดือนเท่านั้นพอจะผ่อนผันอนุโลม เข้ามาตรฐานคุณสมบัติของคุณหน่อยได้ไหมละคะ คุณกำนันเปลวสุริยัน” “ผมไม่ได้ตั้งมาตรฐานอะไรมากมาย แค่เป็นมืออาชีพก็พอ และผมคิดว่าคุณคงทำไม่ได้ ผมต้องการผู้หญิงมืออาชีพ ที่ทั้งกล้า ทั้งร้อน ทั้งเร็ว ยั่วยวน เซ็กซี่ และเมคเลิฟเก่ง ผมแตะได้ทุกที่ ทุกเวลา เพราะเรากำลังจะเข้าไปในกองถ่ายหนังเซ็กซ์  ไม่ใช่ไปงานเลี้ยงสถานฑูต”

ไฟรักเพลิงแสงจันทร์ อีบุ๊กราคา 179 บาท

เพจฟีลิปดา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น