เปลวรักแสงระวี

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,060 Views

  • 0 Comments

  • 27 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    5

    Overall
    2,060

ตอนที่ 3 : ๑.๒ ฉันพร้อมแล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 372
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    25 เม.ย. 60




๑.๒

แสงระวีลอยตัวในน้ำแหงนหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้า ความจริงตอนเช้าๆ เธอชอบที่จะได้วิ่งมากกว่า แต่เพราะเช้านี้ฝนตก เธอเลยนอนเล่นอยู่ในห้อง ก่อนจะลงมาที่สระว่ายน้ำของรีสอร์ต มันก็ไม่ได้ใหญ่โตกว้างขวางมากนัก แต่ก็สะดวกสบายและร่มรื่น

เมื่อคืนเธอหลับไปด้วยความโกรธ แม้จะได้ตบหน้าเปลวสุริยันแล้วก็ตาม เขาไม่ได้ตามมาเอาคืนเธอหรอก แต่ความเงียบของเขา...มันอาจจะหมายถึงอุปสรรคอันใหม่ของเธอต่างหาก เธอไม่น่าใจร้อนตบหน้าเขา แต่ก็นั่นแหละเมื่อตบไปแล้ว เธอก็ไม่คิดที่จะโทษตัวเอง เขาสมควรได้รับ...แต่เธอจะทำยังไง ถ้าเขาขัดขวางการมาอยู่ที่นี่ของเธอ เขาต้องทำแน่

ทำไมโลกมันถึงได้กลมอย่างนี้...เขาไม่ควรแกล้งเธอ แม้ว่าเมื่อสามสี่ปีก่อนเธอจะไปทลายคลังเหล้าเถื่อนของเขา แต่เขาก็มีลูกน้องที่ออกหน้ารับผิดแทนไปแล้ว  เรื่องทุกอย่างก็เงียบไปแล้ว  เธอได้รับทำคดีใหม่ เธอทำคดีโสเภณีข้ามชาติ  เธอสืบเรื่องการลักลอบค้าวัตถุโบราณ และเธอแทบจะไม่สนใจเรื่องอื่น นอกจากเรื่องของเดือนประดับน้องสาวที่หายไปกับผู้ชายคนหนึ่ง พอเธอจะมีเบาะแสเข้าถึงผู้ชายคนนั้นว่าจะมาพร้อมกับกองถ่ายนี้  แล้วจู่ๆ  เปลวสุริยันก็โผล่เข้ามา

ถ้าไม่เห็นเขาที่โรงพัก ถ้าไม่ได้ยินกับหูว่าสารวัตร   ก้องภพเป็นคนรับรองเขา เธออาจจะคิดว่า ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เขาอาจมีส่วนร่วมในกิจการนี้แน่ๆ เพราะสถานที่ที่จะใช้ในการถ่ายทำก็อยู่บนเกาะนี้ เกาะที่เรียกได้ว่าเขาเป็นเจ้าพ่อ เสียยิ่งกว่าเป็นกำนัน

อุ๊บ

แสงระวีอุทานทะลึ่งพรวดยืนขึ้น เมื่อจู่ๆ น้ำก็กระเพื่อมใส่หน้าจนเข้าจมูก เธอลูบหน้าตัวเอง  และยังตั้งหลักไม่ได้ แต่แล้วก็มีมือหนึ่งคว้าตัวเธอเข้าไปกอด แรงปะทะของผิวกายเปลือยเปล่าท่อนบนทำให้เธอเงยหน้า เธอยังไม่เห็นชัดว่าใคร ใบหน้าหนึ่งก็ก้มลงมาแนบริมฝีปากลงที่ปากของเธอเสียแล้ว   

ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วและจาบจ้วง เธอเบี่ยงหน้าหนีแต่เหมือนจะยิ่งถูกบดขยี้หนัก มือที่ตรึงท้ายทอยเอาไว้ก็มั่นคงนัก ราวกับรู้ดีว่าจะจัดการกับร่างกายของเธอได้ตรงไหนบ้าง แสงระวีเปลี่ยนวิธีเป็นโอนอ่อนผ่อนตาม เมื่อตระหนักแล้วว่า เธอเล่นอยู่กับใคร...ใครเล่าจะกล้าทำอย่างนี้กับเธอ

แต่การโอนอ่อนกลับทำให้ร้ายหนักเข้าไปกว่าที่คิด เมื่อความรุนแรงของเขาเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลเร่าร้อน จนเธอวูบวาบไปจนถึงท้องน้อย แล้วพลันเขาก็เงยหน้าขึ้น

ผมถือว่าหายกันกับที่คุณตบหน้าผมเมื่อคืน จะอยู่อีกกี่วัน ผมจะเลี้ยงเหล้า

แสงระวีมองหน้าเขา ทั้งคำพูดทั้งคำถามที่เหมือนจะมีสติดีอยู่กับตัว ต่างกับเธอแทบจะหลอมละลาย และตอนนี้เธอก็ยังเป็นฝ่ายเกาะบ่าของเขาเอาไว้ด้วยซ้ำ เธอสูดลมหายใจพยายามเก็บอารมณ์เป็นอย่างมาก เมื่อตอบเหมือนไม่มีอะไรเช่นกันว่า

ฉันยังอยู่อีกคืน  แต่ไม่ไปผับเดิมแล้วนะ

รอยยิ้มนิดๆ ผุดที่ใบหน้าของเปลวสุริยัน สายตาของเขาจ้องไปยังริมฝีปากของเธอ ก่อนจะสบสายตาของเธอแล้วยิ้มนิดๆ

ผมมีที่ดีกว่านั้นและเป็นส่วนตัว แล้วคุณจะชอบ จะไปรับคุณตอนหกโมงนะ แต่งตัวตามสบาย

เขาพูดเพียงแค่นั้นก็พุ่งตัวลงน้ำ ว่ายห่างออกไปอีกด้านหนึ่งของสระ

แสงระวีมองตาม...สระไม่ได้เล็กแคบ แต่เธอเหมือนจะไม่รู้ว่าจะเอาตัวเองไปไว้ตรงไหน เธอไม่คิดจะขึ้นจากสระในตอนนี้ แต่ก็ไม่อยากจะอยู่ว่ายน้ำในขณะที่เขายังอยู่ที่นี่ แต่แล้วร่างของสตรีนางหนึ่งก็เดินไปที่สปริงบอร์ด หล่อนกระโดดน้ำในท่าที่สวยงาม ก่อนจะว่ายตรงไปหาเปลวสุริยัน โอบกอดเขาจากทางด้านหลัง  เธอสะบัดหน้าเบะปากไม่รู้ตัวเมื่อเห็นทั้งคู่จูบทักทายกัน 

เธอลอยตัวไปที่บันไดแล้วก็ขึ้นไปหยิบเอาผ้าเช็ดตัวเดินจากสระเงียบๆ  ด้วยแววตาขุ่น...เปลวสุริยันจะแน่สักแค่ไหน ก็แค่คนบ้าเซ็กซ์เท่านั้น เธอต้องเอาชนะเขาให้ได้ ไม่มีทางที่เขาจะได้จูบเธอฟรีๆ ต่อให้เป็นการหายกันกับที่เธอตบหน้าเขาอย่างที่เขาอ้างก็เถอะ!

เปลวสุริยันโผล่ขึ้นจากน้ำสายตามองไปยังร่างของแสงระวีที่เดินจากไป เขาจงใจทำให้เธอเห็น ให้เธอได้ข้อสรุปอย่างที่เธอคิดกับเขา แต่เขาก็ไม่อยากเชื่อเลยว่า เธอจะควบคุมตัวเองได้...เธอนิ่งมาก แถมยังตอบรับคำเชิญของเขาเสียด้วย...อะไรมันจะสนุกและท้าทายเขาได้เท่ากับจะให้      บทเรียนกับผู้หญิงอวดดีคนหนึ่งล่ะ!

 

 แสงระวียืนหันซ้ายขวามองชุดที่เธอเลือกใส่ เธอเพิ่งจะซื้อมันเมื่อตอนกลางวันนี้เอง เธอไม่รู้หรอกว่าเปลวสุริยันจะพาเธอไปดินเนอร์ที่ไหน แต่เธอวางแผนเอาไว้ในใจแล้วว่าจะทำอะไรในคืนนี้ ดังนั้นเธอจึงจงใจสวมชุดนี้ ไม่ว่าเขาจะคิดอะไรก็ตาม...เธอหวังเพียงว่ามันจะทำให้เขาร้อนขึ้นมาได้เท่านั้น

เธอเปิดประตูออกไประเบียงด้านหน้า ดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าแสงสีทองบนท้องฟ้าสะท้อนลงในผืนน้ำ มีคนเดินอยู่ที่ชายหาดไม่มากนัก ถ้าไม่ใกล้เวลานัดเธอก็อาจจะไปเดินเล่น มานี่เธอยังไม่ได้สัมผัสน้ำทะเลเลย และถือว่าเป็นการมาทะเลในรอบสองปีของเธอก็ว่าได้ ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนเธอกับน้องสาวจะมาบ่อย เพราะเดือนประดับชอบทะเลเป็นชีวิตจิตใจ

ถ้ามีเงิน แล้วเราไปซื้อบ้านอยู่เกาะกันไหม

ไปอยู่อย่างนั้นนาน เดี๋ยวก็เบื่อ

พี่แสงนะสิเบื่อ แต่เดือนไม่เบื่อหรอก

เดือนประดับไม่เบื่อเพราะชอบทะเลในทุกฤดูกาล และขอมาทำงานใกล้ทะเล เธอยอมให้น้องมา โดยบอกให้โทรหาเธอบ่อยๆ  แรกๆ เดือนประดับโทรทุกสัปดาห์  แต่ช่วงหลังๆ ก็ห่างไปโดยบอกว่า สบายดีแต่งานยุ่งเจ้าของร้านเปิดสาขาใหม่ที่ทางใต้ จะไปช่วยดูทางโน้น ไม่ต้องเป็นห่วง

เธอไม่ห่วงเดือนประดับเพราะงานเธอเองก็ยุ่ง จนเมื่อขาดการติดต่อกันนานเป็นสามสี่เดือนนั่นแหละ เธอถึงได้ไปตามและสิ่งที่ได้ยินก็ไม่ใช่สิ่งที่เธอคาดคิด

หล่อนลาออกไปตั้งแต่เดือนแรกที่เข้ามาแล้ว ดูเหมือนจะได้งานเป็นบาร์เทนเดอร์ที่ผับโน่น

เธอตามไปที่ผับ สิ่งที่รับรู้ยิ่งทำให้เธอตกใจ 

มันหนีไปเล่นหนังโป๊กับฝรั่งแล้ว

แต่ฉันว่ามันถูกหลอก ไปขายตัวที่นั่นมากกว่า

มันจะถูกหลอกได้ไง ในเมื่ออ้าขาให้เขาแทงจนพรุนขนาดนั้นแล้ว มันอยากไปกับเขาเองนั่นแหละ

คำพูดที่คนทำงานอยู่นั่น ทำให้เธอใจหายวาบ เธอไม่คิดว่าน้องสาวที่แสนจะบริสุทธิ์ของเธอเป็นอย่างนั้น และไม่เชื่อว่าจะไปไหนโดยไม่บอกเธอ  ต่อให้โกหกเดือนประดับจะต้องติดต่อเธอมา ยกเว้นเสียแต่ว่าไม่สามารถติดต่อเธอได้..ซ้ำร้าย ผู้ชายที่ใครต่างพูดว่า น้องสาวเธอหายตัวไปกับเขานั้น ไม่มีใครรู้ว่าเป็นใครอย่างชัดเจน นอกจากรู้ว่าเป็นช่างภาพ เป็นแมวมองหาผู้หญิงถ่ายหนังโป๊ทำนองนั้น และมันเป็นเรื่องตลกที่เธอขำไม่ออกตรงที่ ไม่มีใครมีรูปผู้ชายคนนั้นแม้แต่คนเดียว นอกจากชื่อที่เรียกกันว่า ฟิล

สิ่งที่พอจะช่วยเธอได้ก็คือ ภาพวาดที่เธอให้คนช่วยไปวาดตามลักษณะที่บอก แต่ก็เป็นการทำอย่างเงียบๆ ไม่เอิกเกริก เพราะเธอไม่รู้แน่นอนว่า เดือนประดับเต็มใจไปหรือถูกล่อลวงไป...แต่เธอคิดว่า ผู้ชายคนนี้ต้องระวังตัวอยู่บ้างเหมือนกัน จึงไม่มีใครมีรูปถ่ายเขาสักคน สิ่งนี้จึงทำให้เธอเป็นห่วงน้องสาวมากยิ่งขึ้น...

ในตอนนั้นเธอบอกไว้ว่า ถ้าใครเห็นผู้ชายคนนี้ให้ติดต่อไปหาเธอหรือทิพยาด่วน ตลอดเวลาสองปีกว่าก็เงียบ มันเลยทำให้เธอมั่นใจว่า น้องสาวของเธออาจจะถูกหลอกเสียมากกว่า...เพราะไม่อย่างนั้น เดือนประดับต้องติดต่อมาแน่

แต่แล้วเมื่อสองสามสัปดาห์ก่อน พี่ทิพยาซึ่งเป็นภรรยาของสารวัตรก้องภพ และเป็นพี่สาวต่างมารดาของเธอ ก็มาบอกว่า

พี่ได้รับโทรศัพท์เรื่องเดือน เขาบอกว่า ผู้ชายคนนั้นจะมาพร้อมกับกองถ่ายหนังเซ็กซ์ จากที่พี่ให้เพื่อนๆ สืบ ดูเหมือนว่า มิสนอรีคนที่แสงจับตาดูอยู่เป็นคนขออนุญาตให้กองถ่ายด้วยนะ

เธอเชื่อในข่าวของทิพยา ที่เป็นอดีตสายสืบมือหนึ่งมาก่อน แต่หลังจากที่แต่งงานกับสารวัตรก้องภพได้สองปีก็ลาออกมา แต่เส้นสายของทิพยาก็ยังมีอยู่ จึงเชื่อถือได้แน่

ก็ยังไม่รู้ตัวว่าจะเป็นคนไหนแน่ที่ชื่อ ฟิล และอาจจะไม่ใช่ชื่อนี้ก็ได้ แสงใจเย็นๆ อย่าเพิ่งทำอะไร เดี๋ยวจะเสียงานทางโน้นไปด้วย

เธอใจเย็นแน่นอน เพราะเธอเฝ้าติดตามมิสนอรีซึ่งเชื่อว่าจะเป็นนายหน้าค้าวัตถุโบราณที่ผิดกฏหมายมานาน และนึกดีใจเพราะคิดว่าจะได้ทำทั้งสองเรื่องเสียพร้อมๆ กัน 

แต่เธอไม่คิดจะเปิดเผยตัวตนไปจัดการกับผู้ชายที่ชื่อฟีลในทันที  เพราะเธอก็ไม่รู้แน่ว่า เดือนประดับพูดคุยเรื่องของเธอให้ผู้ชายคนนั้นฟังหรือเปล่า สิ่งที่ต้องทำก็คือ หาตัวให้พบ แล้วก็ถามเป็นส่วนตัว เธอต้องการรู้แต่เพียงว่าเดือนประดับอยู่ไหน เป็นตายร้ายดีอย่างไร ให้รู้แน่ชัดเสียก่อนว่าอะไรเป็นอะไร แล้วเธอจะจัดการให้เด็ดขาดไปเลย...ดังนั้นเธอจะให้เปลวสุริยันมาขัดขวางการเข้าไปในกองถ่ายของเธอไม่ได้...

แต่ในเมื่อเขาวางเงื่อนไขเอาไว้อย่างนี้ เธอก็จะทำให้เขาเชื่อว่า เธอยอมให้เขาในคืนนี้...และเธอจะไม่ยอมให้เขาบิดพริ้วเป็นอันขาด 

แสงระวีถอนใจเบาๆ ฟ้าเริ่มมืด แต่เธอก็ยังมองทะเลนิ่ง  มันนานแค่ไหนแล้วที่เธอไม่มีโอกาสยืนดูทะเลเฉยๆ อย่างนี้ มันนานแค่ไหนที่เธอไม่ได้ผ่อนคลาย ในชีวิตที่มีแต่งาน  แค่งานมันยังไม่เท่าไหร่ แต่ความรู้สึกหน่วงในใจที่เธอไม่สามารถดูแลน้องสาวคนเดียวได้นี่สิ มันทำให้เธอกังวลที่สุด...เรื่องอื่นเธอยังจัดการได้ แต่เรื่องน้องสาวของเธอเองแล้ว ถ้าเธอจัดการไม่ได้ เธอไม่ให้อภัยตัวเองแน่

เสียงรถมอเตอร์ไซค์ดังขึ้นเธอเบนสายตาไปมอง แล้วก็เม้มปากน้อยๆ เมื่อคนขับมาหยุดไม่ห่างจากบ้านพักของเธอ แล้วเปลวสุริยันก็ลงจากรถมอเตอร์ไซค์ เขาอยู่ในชุดสบายๆ กางเกงยีนและเสื้อเชิ้ตสีขาว...นี่เหรอรถที่เขาเอามารับเธอ มันก็ดูดีในประเภทของมัน แต่เธอไม่ใช่คนชอบซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ และเธอขับไม่เป็นด้วย...เธอก้มมองชุดที่ตัวเองใส่  ก็จริงอยู่เขาบอกเอาไว้แล้วว่า ให้สวมชุดตามสบาย แต่เธอจะใส่ของเธออย่างนี้ ใครจะทำไม!

เปลวสุริยันมองไปยังระเบียงหน้าบ้านพัก แล้วยิ้มนิดๆ แสงระวีอยู่ในเดรสสีแดงรัดรูป เปลือยไหล่ปักเลื่อมที่คอเป็นรูปสามเหลี่ยมมาบรรจบที่เนินทรวง แล้วก็แนบลำตัวเน้นสะโพกผายจนถึงปลายที่บานนิดๆ

ชุดสวยจัง

เขาพูดเมื่อเดินขึ้นบันได แล้วไปยืนใกล้ๆ เธอ ลมทะเลพัดโชยเอากลิ่นอ่อนๆ จากตัวเธอที่ทำให้เขารู้สึกตื่นตัว เขาไม่แน่ใจหรอกว่า แสงระวีแต่งตัวอย่างนี้เพื่อจงใจจะยั่วอะไรเขาหรือเปล่า แต่เขาก็ยอมรับละว่า เธอมีเสน่ห์และเซ็กซี่ แต่พลังในการเชิญชวนของเธอนั้น มันจะออกในแนวที่ว่า  ถ้ารับลูกตบฉันได้ ก็เชิญ

ฉันเข้าไปหยิบกระเป๋าแป๊บ

ผมให้เวลาคุณมากกว่าสิบนาที

เปลวสุริยันพูดมองตามเธอ แล้วก็ยิ้มกว้างไปอีก เมื่อเห็นแผ่นหลังเปล่าเปลือย เขาไม่คิดว่าเธอจะแต่งตัวอย่างนี้ เขามองไปยังรถของตัวเองแล้วส่ายหน้าน้อยๆ ทำไงได้ล่ะ เขาก็บอกแล้วนี่ว่า แต่งตัวตามสบาย  ไม่แน่ เธออาจจะเข้าไปเปลี่ยนชุดก็ได้ 

แต่แสงระวีก็ออกมาเพียงแป๊บเดียวอย่างที่พูด ในมือของเธอถือกระเป๋าใบเล็กๆ ด้วย

ฉันพร้อมแล้ว

เปลวสุริยันทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เมื่อถามว่า

หิวแล้วยัง

หิวยังไง ฉันก็ต้องรอคุณ

เธอตอบอย่างสุภาพ ไม่มีวี่แววขึ้งโกรธหรือตำหนิแม้แต่น้อย กับการที่เขาเอารถมอเตอร์ไซค์มารับเธอ และเธอก็เดินตามเขาไปเงียบๆ เหมือนไม่มีอะไร 

 เปลวสุริยันหยิบหมวกกันน็อกจะยื่นให้เธอแต่แล้วก็เปลี่ยนใจเป็นสวมให้แทน

แปลกจัง คุณดูดีในหมวกกันน็อกนะเขาพูดยิ้มๆ ก่อนจะนั่งคร่อมหยิบหมวกอีกใบมาสวม หันมาบอกว่า

ถ้าผมเมา จะอนุญาตให้คุณเป็นคนขับกลับ

แสงระวียิ้มนิดๆ เมื่อถลกกระโปรงขึ้นสูง นั่งคร่อมซ้อนท้าย  เก็บชายกระโปรงเป็นอย่างดี เหมือนเธอคุ้นเคย  เหมือน เธอไม่คิดอะไร แม้ในใจนั้นจะโมโหจี๊ด เพราะเธอมั่นใจเลย   ล่ะว่า เปลวสุริยันแกล้งเธอ แต่จะให้เธอยอมรับว่าเขายั่วเธอขึ้นนะเหรอ ไม่มีทาง

เปลวสุริยันชำเลืองมาเพียงแว่บแล้วก็สตาร์ทเครื่อง เขาไม่ได้คิดจะแกล้งแสงระวี แต่มันเป็นความชอบของเขาเอง  อีกอย่างที่ๆ เขาจะพาเธอไป มอเตอร์ไซค์มันคล่องตัวกว่า...แต่เขาก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่า แสงระวีดูเซ็กซี่ในชุดนี้ เขาไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไร แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไร เขาพร้อมที่จะสู้เสมอ...เมื่อมีการเสนอ ก็ย่อมมีการสนองอยู่แล้ว จะมาหาว่าเขาฉวยโอกาสไม่ได้...เธอควรจะได้รับบทเรียนสักอย่าง ที่ออกจะมั่นใจตัวเองเกินไป อวดดีเกินไป และทำให้เขาหัวใจของเขากระตุกบ่อยเกินไปด้วย

ลมแรงปะทะร่างแม้จะอยู่ในหมวกกันน็อก  แสงระวี แนบใบหน้าลงที่แผ่นหลังของเขา เธอไม่รู้หรอกว่าเขาจะพาไปไหน  เธอสังเกตเส้นทางที่ตอนแรกเขาขับเลียบชายทะเล แต่แล้วมันก็ไต่ขึ้นทางแคบๆ ไปบนเนินถนนที่ด้านหนึ่งติดภูเขาแต่อีกด้านคือเหว  เขาขับด้วยความเร็วและชำนาญ แต่เธอก็เม้มปากแน่นทุกครั้ง เมื่อมีรถสักคันสวนมา แล้วก็ย้ำกับตัวเองว่า เธอเกลียดการนั่งมอเตอร์ไซค์ ไม่ใช่กลัว!

แม้จะบอกตัวเองอย่างนั้น แต่เมื่อเปลวสุริยันเอียงรถเลี้ยวขับลงจากเนินไปทางชายหาดที่อยู่ต่ำกว่าโดยไม่ลดความเร็วแม้แต่น้อย แสงระวีก็กอดเขาแน่น นึกโมโหเขาในใจ แต่จะไม่ยอมให้เขารู้ว่าเธอกลัวแน่

ถึงแล้ว

แสงระวีถอนใจออกมาอย่างลืมตัว เธอลงจากรถ ถอดหมวกกันน็อกมองบ้านทรงสี่เหลี่ยม ที่ผนังและหน้าต่างเป็น กระจกเสียส่วนมาก เงาสะท้อนจากต้นไม้ใหญ่รอบๆ ที่ถูกลมพัด ทำให้ดูเหมือนจอภาพเคลื่อนไหว มันคงจะดูทมึนน่ากลัวกว่านี้ ถ้าด้านหน้าจะไม่มีสวนปลูกต้นไม้เตี้ยๆ และสนามหญ้าที่มีหินปูเป็นทางเดินเข้าไป บ้านเลยเด่นอยู่ที่โล่ง มีแมกไม้ในกระจกเป็นม่านแทนไปเลย

 “คุณควรจะขอบคุณผม ที่พามาที่นี่ บ้านหลังนี้อยู่ใกล้รีสอร์ตที่กองถ่ายขอเช่า ผมเรียกมันว่าบ้านกระจก” 

แสงระวีไม่พูดอะไร เมื่อยื่นหมวกกันน็อกให้เขา แล้วมองไปรอบๆ  อีกครั้ง บ้านยังอยู่บนเนิน เพราะมีทางลาดลงไปอีกจึงจะถึงชายหาด 

มีเส้นทางเข้าออกอื่นอีกไหมเธอถาม 

ก็มีและถ้าคุณอยากเห็น ผมจะพาเดินเล่นทีหลัง ไปกันเถอะ

คำสุดท้ายเขาพูดพร้อมกับจับที่ข้อศอกเธอ เหมือนจะประคอง แสงระวีปล่อยให้เขาทำ เพราะรู้ดีว่ามันคงจะดีกว่า หากเธอจะไม่ฝืนทำเก่ง ในเมื่อคืนนี้เธอมีเป้าหมายอยู่แล้ว การจะเปลืองตัวนิดๆ หน่อยๆ อย่างนี้ใช่ว่าเธอจะไม่เคย เธอเคยทำงานอย่างนี้มาก่อน...แต่ที่มันเหมือนจะไม่ใช่ ก็เพราะกลิ่นกายจากเขานี่ล่ะ ให้ตายสิ เธอไม่เคยถูกกระตุ้นด้วยกลิ่นมาก่อน แต่ทำไมกลิ่นน้ำหอมของเขารบกวนเธอนัก มันทำให้เธอรู้สึกวูบวาบชอบกล...ตอนอยู่บนรถมอเตอร์ไซค์ใกล้ชิดเขามากกว่านี้ ทำไมเธอไม่รู้สึกอย่างนี่นะ

เมื่อเดินไปถึงประตูบ้านที่เป็นกระจกหนา ไฟก็สว่างวาบขึ้น บอกให้รู้ว่าไฟตรงนี้ใช้ระบบเซนเซอร์ เปลวสุริยันใช้คีย์การ์ดเปิดประตูให้เธอเดินเข้าไปก่อน สิ่งแรกที่เธอเห็นก็คือ สระว่ายน้ำขนาดห้าคูณสิบเมตรอยู่ตรงหน้า ด้านข้างคือพื้นยกระดับเป็นระเบียงกว้าง มีบาร์เครื่องดื่ม  โต๊ะเก้าอี้  โซฟารับแขกชุดใหญ่ และมีบันไดขึ้นไปที่ชั้นลอยด้วย

ความจริงบ้านหลังนี้มีกฎว่า ถ้าอยู่ตรงนี้ ต้องเปลือยหรือใส่ชุดว่ายน้ำเท่านั้น

เขาพูดยิ้มๆ ก่อนจะเดินนำขึ้นบันไดสองสามขั้น เขาเดินผ่านบาร์เครื่องดื่มที่อยู่ชิดด้านใน แล้วไปยืนรอที่หน้าประตูห้องหนึ่ง พอเธอเดินไปใกล้ก็เปิดประตูแล้วพยักหน้าให้

เข้าไปดูห้องไหม

แสงระวีเดินเข้าไปแล้วชะงัก  เตียงนอนอันใหญ่ในห้องที่โล่งไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น และมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่โซ่ แส้ และกุญแจมือหลายขนาดที่แขวนเอาไว้ที่ผนังต่างหาก ทำให้เธอต้องหันมองหน้าเขา

สำหรับห้องนี้ แต่งตัวยังไงเข้ามาก็ได้ แต่ถ้าจะอยู่ต้องถอดออกหมด

ไม่อยากเชื่อว่า คุณก็มีรสนิยมอย่างนี้

ก็ถ้ารู้จักผมให้ลึกซึ้ง คุณจะรู้ว่า ผมยิ่งกว่านี้อีก ว่าแต่คุณพร้อมที่จะรู้จักไหมล่ะ

แสงระวีเม้มปากน้อยๆ ก่อนจะยิ้ม นัยน์ตาพราวขึ้น เมื่อเดินไปนั่งที่ปลายเตียง หันไปสบสายตาเขา

ฉันรู้ว่าการรู้จักกันครั้งแรกของเราไม่ดีนัก คุณอาจจะมีอคติกับฉัน  เป็นฉันต้องถามคุณมากกว่าว่า ยินดีที่จะรู้จักฉันอย่างลึกซึ้งไหม

ด้วยความยินดีเลยล่ะ ว่าแต่ เราจะเริ่มกันเดี๋ยวนี้เลยไหม

ฉัน...เมื่อไหร่ก็ได้เธอสวนปับ

เปลวสุริยันยิ้ม เขาไม่ได้ประเมินแสงระวีต่ำไปเลย เธอไม่ถอย เธอพร้อมชน...และการที่เธอแต่งตัวอย่างนี้มากับเขา มันทำให้เขามั่นใจว่า เธอจะต้องมีแผนอะไรสักอย่าง

ถ้าอย่างนั้น ผมขอเป็นหลังอาหารได้ไหม

แสงระวีหัวเราะ เพราะไม่คิดว่าเปลวสุริยันจะถอยเอาง่ายๆ

ก็แล้วแต่คุณจะสะดวกแล้วกัน

ถ้าอย่างนั้นก็...เราเริ่มกันเถอะ

เขายิ้มแล้วดึงร่างของแสงระวี เข้าไปในอ้อมกอด สายตาของเขาจ้องไปยังริมฝีปากของเธอ ก่อนจะจ้องลึกไปที่ดวงตาของเธอ

ผมจะเริ่มที่การจูบคุณ...จูบจนคุณกระเจิง จูบจนคุณเป็นฝ่ายคิดไปเองว่า คุณกับผมไม่ได้สวมอะไรเลย และคุณก็เรียกร้องเอากับผม อยากให้ผม...

ฉันก็อยากรู้สึกอย่างนั้น เพราะฉันคิดแล้วว่า จะรับข้อเสนอของคุณ

แสงระวีตัดบทเขาด้วยรอยยิ้ม และเป็นฝ่ายใช้นิ้วไล้ริมฝีปากของเขาเบาๆ  แต่เปลวสุริยันจับมือเธอลง คลายอ้อมแขนที่กอดเธอ เขายิ้มเล็กน้อยพูดว่า

ผมควรจะเลี้ยงคุณให้อิ่ม ก่อนที่เราจะเล่นสนุกกันทั้งคืน

พูดแล้วเขาก็เป็นฝ่ายเดินออกจากห้องก่อน แต่เสียงหัวเราะเบาๆ ของแสงระวีทำให้เขาถึงกับขบกรามแน่น ก่อนจะยิ้มแค่นๆ ...เธอคงคิดว่าเขาไม่กล้าทำ คงคิดว่าเขาจะเกรงอกเกรงใจสารวัตรก้องภพหรือคุณทิพยา ก็ให้เธอเข้าใจอย่างนั้นไปเถอะ เธอได้รับบทเรียนแน่คืนนี้!

:+:+:+:+:+:




วันที่ 27 เมษายน - 10 พฤษภาคม ไม่อยู่นะคะ
^--^
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

อีบุ๊กราคา 279 บาท

เปลวรักแสงระวี
สปันงา
www.mebmarket.com
“กำนันเปลวหรอกหรือนึกว่าใคร หวังว่าคงไม่ใช่เพราะผูกใจเจ็บ ที่ฉันไปทลายคลังเหล้าเถื่อนของกำนันหรอกนะ”“ผมไม่สนใจเรื่องนั้น แต่ผมไม่อยากทำงานกับคุณ เพราะคุณไม่มีคุณสมบัติ อย่างที่ผมต้องการ”“ฉันขาดคุณสมบัติอะไร ไม่ทราบ!”“ข้อแรก เพราะคุณเป็นผู้หญิงที่...”“อ่า คุณกำนันขา ฉันคิดว่าด้วยคุณสมบัติข้อนี้ของฉันต่างหาก ที่ทำให้ฉันเหมาะกับการทำงานนี้อย่างที่สุด”“คุณเป็นโสด”“ถ้าการเป็นโสดทำให้ฉันขาดคุณสมบัติแล้วละก็ ตำรวจหญิงทั้งประเทศก็ไม่น้อยนะ”“ผมไม่ได้หมายความว่า...”“แต่ฉันมีคู่หมั้นแล้ว จะโสดไปอีกเดือนสองเดือนเท่านั้นพอจะผ่อนผันอนุโลม เข้ามาตรฐานคุณสมบัติของคุณหน่อยได้ไหมละคะ คุณกำนันเปลวสุริยัน” “ผมไม่ได้ตั้งมาตรฐานอะไรมากมาย แค่เป็นมืออาชีพก็พอ และผมคิดว่าคุณคงทำไม่ได้ ผมต้องการผู้หญิงมืออาชีพ ที่ทั้งกล้า ทั้งร้อน ทั้งเร็ว ยั่วยวน เซ็กซี่ และเมคเลิฟเก่ง ผมแตะได้ทุกที่ ทุกเวลา เพราะเรากำลังจะเข้าไปในกองถ่ายหนังเซ็กซ์  ไม่ใช่ไปงานเลี้ยงสถานฑูต”
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น