[SINNER] LUST │ หลงบาป [RE-PRINT]

ตอนที่ 46 : {LUST} หลงบาป │ 31-2 │100% [แจ้ง Re-print]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 724
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    20 ส.ค. 62


สำหรับคนที่ยังไม่มีหลงบาปแบบรูปเล่มนะคะ
ตอนนี้มีกำหนดการรีปรินต์วันที่ 24 มิ.ย.-20 ส.ค. 62 นี้ค่ะ ><
ใครที่รอแบบรูปเล่มเตรียมกดได้ที่เว็บนี้เลยนะคะ



โดยปกติแล้วผู้หญิงที่กำลังจะมีอะไรกับคนรักเป็นครั้งแรกเขาต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง เม่ยเม่ยแทบจะเป็นบ้าตายเพราะเธอไม่มีคำตอบนั้นในหัวเลยสักนิด จะหันไปพึ่งใครก็เห็นจะมีแต่ปลื้มที่เป็นเพื่อนคนเดียวของตน ซึ่งแน่นอนว่าเธอไม่กล้าที่จะไปถามเพื่อน (ผู้ชาย) เกี่ยวกับเรื่องอย่างว่า แล้วถ้าเป็นแบบนั้นเธอควรจะทำยังไงดีล่ะ!!

ด้วยความสติแตกขั้นสุดเม่ยเม่ยใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงที่ตกลงกับชายหนุ่มเอาไว้ว่าจะไปเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมนั่งลงหน้าคอมพิวเตอร์ส่วนตัวแล้วบรรจงค้นหาข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะมีเวลา ดูเหมือนว่ากูเกิลจะเป็นที่พึ่งสุดท้ายที่หญิงสาวพอจะนึกออก  

“สิบข้อแนะนำสำหรับครั้งแรกของคุณ...” เม่ยเม่ยเบิกตากว้างกวาดสายตาอ่านรายละเอียดทั้งหมดอย่างรวดเร็ว

คำแนะนำหลายอย่างที่จำเป็นทั้งเรื่องการเตรียมถุงยาง สถานที่ การอุ่นเครื่องด้วยการอาบน้ำ ความเจ็บสำหรับการร่วมรักกันครั้งแรก และท่าที่เหมาะสำหรับการมีอะไรกัน พระเจ้า!! เธอไม่เคยรู้เรื่องอะไรพวกนี้เลยสักนิด และไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารสนิยมของเธียรในการมีเซ็กส์เป็นอย่างไร

เธอควรจะวางตัวเองยังไงดีล่ะ ควรจะไปอาบน้ำก่อนหรือว่ารออาบน้ำพร้อมกับเขา หรือว่าควรจะรีบวิ่งลงไปด้านล่างเพื่อซื้อถุงยางและยาคุมกำเนิดมาเตรียมไว้เยอะๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวเลือกข้อไหน เข็มนาฬิกาก็เริ่มเคลื่อนไปเรื่อยๆ จวนใกล้จะถึงเวลานัด!!

เม่ยเม่ยดึงยางรัดผมออกจากหัวอย่างเร่งรีบ เธอสาวเท้ากึ่งวิ่งเพื่อไปที่ตู้เสื้อผ้าแล้วขุดเอาชุดนอนที่คิดว่าสวยที่สุดออกมาเตรียม มือข้างที่ว่างก็คีบเส้นผมขึ้นมาดมเพื่อเช็คดูว่ามีกลิ่นรึเปล่า เธอเพิ่งสระผมเมื่อเช้านี้ แต่รู้สึกไม่มั่นใจเอาเสียเลย!

“โอ๊ย เทียน เทียนไงล่ะ!!

หญิงสาวที่หอบเสื้อผ้าเข้าไปด้านในห้องน้ำร้องออกมาอย่างลนลานเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเธอลืมสร้างบรรยากาศในห้องนอนให้โรแมนติกสมกับที่มันจะเป็นความทรงจำครั้งแรกระหว่างเธอกับชายหนุ่ม

จะหาว่าเธอเป็นสาวน้อยช่างฝันหรืออะไรก็ช่าง เพราะถึงยังไงนี่มันก็เป็นครั้งแรกของเธอในวัย 20! เทียบกับคนที่น่าจะผ่านประสบการณ์ทางด้านอิสตรีมาอย่างโชกโชนแบบพี่เธียร ยังไงๆ เธอก็คงเทียบกับผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เคยผ่านมือมาแล้วไม่ได้

ดังนั้นอย่างน้อยที่สุด...ก็ให้บรรยากาศมันพาไป ไม่ทำให้เขาเบื่อเธอไปเสียก่อนก็แล้วกัน!!

ร่างเล็กรีบเปิดประตูห้องนอนออกไปอย่างเร่งรีบ โดยลืมไปเสียสนิทว่าทั้งร่างของเธอมีเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเล็กเท่านั้นที่ปกคลุมทั้งร่างไว้อยู่ หญิงสาววิ่งตาลีตาเหลือก พุ่งกระโจนไปยังเคาน์เตอร์ในครัวที่ปิดไฟมืดสนิทและเริ่มลงมือค้นหาเทียนที่ควรจะเก็บอยู่ในลิ้นชักสักแห่งอย่างเร่งรีบ

ในขณะที่เม่ยเม่ยกำลังยุ่งอยู่กับการหาเทียน เธอก็เพิ่งจะมารู้สึกตัวเดี๋ยวนี้เองว่าบรรยากาศภายนอกห้องนั้นมันไม่ได้มืดอย่างที่ควรจะเป็น ไฟบนเพดานไม่ได้ถูกเปิด แล้วแสงสีส้มสลัวๆ นั่นมาจากที่ไหนกันล่ะ

หมับ!

ร่างเล็กของเม่ยเม่ยถูกรวบเอาไว้ด้วยแขนแกร่งของตัวเองสูง เธอถูกสวมกอดด้วยร่างใหญ่โตของคนแก่กว่าจนมิด ไออุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากลำตัวอีกฝ่ายกำลังหลอมละลายหัวใจของเธอ เฉกเช่นเดียวกับกลิ่นสบู่จางๆ จากผิวกายที่ชื้นด้วยหยดน้ำ

นัยน์ตาสีอ่อนที่ไม่สามารถขยับมองไปทางอื่นได้นอกจากข้างหน้ามองตรงไปยังบริเวณห้องนั่งเล่นที่ถูกตกแต่งใหม่จนแทบจำไม่ได้ โซฟาตัวยาวราคาแพงที่เคยตั้งไว้กลางห้องถูกขยับเลื่อนออกมาจนเป็นโซฟาเบดขนาดใหญ่พอสำหรับคนสองคน และผ้าปูผืนหนาที่คลุมจากโซฟาลากยาวมาถึงพื้นก็มีแก้วที่ใส่เทียนหอมตั้งอยู่รอบๆ

หลอดไฟ led ที่ถูกร้อยเรียงเป็นเส้นวางประดับตกแต่งอยู่บนเฟอร์นิเจอร์ในห้องราวกับเป็นดวงดาวเล็กๆ ที่กำลังส่องประกายแสงเพื่อพวกเขาสองคน

อ้อมแขนของเธียรกระชับแน่นขึ้นจนเม่ยเม่ยขยับตัวได้ลำบาก แต่ความลำบากนั้นกลับทำให้เธอเปี่ยมไปด้วยความสุขที่ถูกรักและหวงแหนราวกับแก้วเปราะบางที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตของชายหนุ่ม เธอสัมผัสและรับรู้ความรู้สึกมากมายของเขาผ่านอ้อมกอดนี้ โดยไม่จำเป็นที่จะต้องมีคำพูดใดๆ มาพร่ำพรรณนาเอ่ยเป็นคำหวาน

“เม่ยชอบมั้ยคะ” เสียงทุ้มเอ่ยถามพร้อมกับเลื่อนใบหน้าโน้มต่ำลงมาจนแทบชิดกับไหล่เล็ก


คนสวยพยักหน้าเบาๆ ภายใต้บรรยากาศสลัวนั้น และพยายามเก็บเสียงร้องไห้สะอื้นเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายได้ยิน เธอแค่ไม่อยากทำให้เขาต้องตื่นตระหนกที่เห็นเธอร้องไห้ แม้ว่ามันจะเป็นน้ำตาที่มาจากความซาบซึ้งก็ตาม

“พี่เธียรทำทั้งหมดนี่ให้เม่ยเหรอคะ”

แม้ว่าจะพยายามอย่างดีที่สุดที่จะเก็บเสียงสั่นเครือเอาไว้ แต่เธียรก็สัมผัสได้อยู่ดีว่าคนในวงแขนนั้นกำลังร้องไห้ คนตัวสูงค่อยๆ คลายอ้อมแขนออกจากร่างเล็ก ใช้มือจับประคองไหล่บางให้หมุนตัวกลับมาหาตน เขามองเธอภายใต้บรรยากาศเป็นใจเต็มๆ ตา หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นจนแทบกระเด็นหลุดจากอก ใบหน้าหล่อเหลานั้นร้อนผ่าวและแทบจะควบคุมสติตัวเองไม่ไหวเมื่อได้เห็นภาพอันสวยงามที่สุดจากผู้หญิงที่เขารักมากที่สุด

“พี่อยากให้มันเป็นความทรงจำดีๆ ของเราสองคนค่ะ”

น้ำเสียงอ่อนโยนว่าพร้อมกับนิ้วหัวแม่มือที่เลื่อนขึ้นไปปาดหยาดน้ำตาบนใบหน้าสวยออก เม่ยเม่ยสูดสะอื้นกลับเข้าไป พยายามควบคุมตัวเองไม่ให้หลั่งน้ำตาออกมาราวกับเด็กน้อยขี้แย แต่ว่าสิ่งต่างๆ ที่ผู้ชายคนนี้มอบให้กับเธอ มันมีค่ามากมายเหลือเกิน

“ถ้าเม่ยยังไม่พร้อม...พี่รอได้นะคะ”

ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงมองคนตัวเล็กพร้อมกับประคองใบหน้านั้นเอาไว้ เสียงร้องชู่วว์ที่พยายามปลอบโยนไม่ให้อีกฝ่ายต้องสั่นหรือหวาดกลัวยืนยันความคิดในใจของตนอีกครั้ง ถึงแม้ว่าเธียรอยากจะครอบครองเธอแทบขาดใจ แต่เขาก็รักเธอมากเหลือเกิน รักจนไม่อาจบังคับฝืนใจ รักจนอยากที่จะดูแลและทะนุถนอมตราบนานเท่านาน

“ไม่ใช่นะคะ” เสียงหวานร้องออกมาอย่างร้อนรน มือเล็กที่เคยจับชายผ้าขนหนูของตัวเองเปลี่ยนมาจับชายเสื้อยืดของอีกฝ่ายเอาไว้แน่น ใบหน้าหวานก้มลงเล็กน้อยเพราะรู้สึกเขินจนตัวและหัวใจแทบระเบิดไปพร้อมๆ กัน

เธอไม่อยากให้เขาเข้าใจผิดว่าเธอเกิดอยากเปลี่ยนใจขึ้นมากะทันหัน เพราะทุกความรู้สึกนี้มันชัดเจน ชัดเจนมากพออยู่แล้วว่าเธอยินดี และจะมีความสุขมากถ้าหากเธอกับเขาได้เป็นหนึ่งเดียวกัน

“เม่ย...” แม้จะอยากพูดทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในใจออกไป แต่เมื่อมาอยู่ในสถานการณ์จริง หญิงสาวกลับรู้สึกเขินจนยากที่จะอธิบายทุกสิ่งให้เขาเข้าใจ

เธียรที่ถูกขยำชายเสื้อจนยับยู่ยี่เฝ้ามองอาการของคนตรงหน้าด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เขามองหญิงสาวที่แสนน่ารักด้วยแววตาเอ็นดู แล้วเริ่มขยับฝีเท้ารุกเข้าหาอีกฝ่ายช้าๆ อย่างเข้าใจ

“พี่รักหนูนะคะ”

ประโยคนั้นเอ่ยขึ้นพร้อมกับแผ่นหลังบางที่ถูกไล่ต้อนจนชิดอยู่กับเคาน์เตอร์ที่สูงเหนือเอว ใบหน้าสวยถูกช้อนคางขึ้นมามองสบตากับเขาด้วยแววตาลึกซึ้ง หัวใจดวงน้อยๆ ของเม่ยเม่ยกำลังเต้นระรัวราวกับจะกู่ร้องบอกให้คนทั้งโลกรู้ว่าเธอเองก็รู้สึกแบบเดียวกันกับเขา...

ริมฝีปากขยับเล็กน้อยเพื่อที่จะพูดความในใจให้อีกฝ่ายได้ยิน แต่ร่างสูงของเธียรกลับขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นแล้วช้อนจับเอวบางของเม่ยเม่ยเอาไว้ หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย มือทั้งสองข้างเกาะที่ไหล่กว้างของอีกฝ่ายแน่นตอนที่ถูกยกขึ้นมานั่งบนเคาน์เตอร์ครัว

เสียงของข้าวของที่ถูกมือหนากวาดออกไปดังโครมคราม แต่ทว่าสายตาของเธอกลับไม่ผละออกไปจากนัยน์ตาคม เธอถูกกักเอาไว้ด้วยสองแขนแกร่งของชายหนุ่ม ใบหน้าหล่อเหลาที่มีเสน่ห์เหลือร้ายมองสบตากับอีกฝ่ายในขณะที่โน้มหน้าลงมาเพื่อซึมซับความหวานจากริมฝีปากเล็ก

แผ่นหลังของเม่ยเม่ยเอนไปด้านหลังตามแรงรุกของเธียร ในวินาทีที่เธอถูกดันจนแทบจะตกขอบโต๊ะ ชายหนุ่มก็จัดการรวบตัวเธอเอาไว้ด้วยแขนทั้งสองข้าง จัดการอุ้มเธอตัวลอยแล้วพลิกกลับมายังประตูตู้เย็นที่อยู่อีกฝั่ง

ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามบดเบียดแนบชิดกับร่างเล็กที่ถูกกักไว้อยู่ตรงตู้เย็น มือเล็กที่จับประคองรอบไหล่ของเธียรค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาขยุ้มเรือนผมของอีกฝ่ายเมื่อแรงบดจูบเริ่มเร่งเร้ามากขึ้น



-----cut-----

ขออนุญาต cut NC นะคะ 

เพราะเกรงว่าอาจจะโดนแบนอีกก็เป็นได้ ;-;

ใครที่อยากอ่านอย่าลืมมาพรีหนังสือรอบรีปรินท์กันน้า

รอบนี้รีปรินท์ให้รอบสุดท้ายแล้วจริงๆ งับ


“ต้องทานจริงๆ เหรอคะ” เสียงทุ้มเอ่ยถามเมื่อยื่นแก้วน้ำพร้อมกับยาคุมแบบฉุกเฉินให้คนตัวเล็ก เม่ยเม่ยช้อนสายตามองคนตัวสูงที่ทรุดตัวลงนั่งโดยการเอาแขนทั้งสองข้างวางทับกันบนโซฟา ใบหน้าหล่อเหลากำลังเอียงคอมองหญิงสาวเหมือนเด็กน้อยที่กำลังมองดูของรักของหวง

“ถ้าเม่ยท้องขึ้นมาจะทำยังไงคะ” คนสวยว่าแขวะหลังจากที่ทานยาเข้าไปแล้ว

นี่ถ้าหากว่าคนตรงหน้าเธอไม่ได้หื่นมากเกินไป อย่างน้อยๆ เขาก็คงจะคว้าถุงยางมาใส่ได้ทัน หรือไม่...บางทีพี่เธียรอาจจะไม่ได้มีโครงการทำแบบนั้นตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

“ไม่เห็นจะต้องทำอะไรเลยนี่คะ” เธียรรับแก้วน้ำจากมือเล็กมาวางไว้ที่โต๊ะกระจกซึ่งถูกย้ายตำแหน่งมาวางตรงด้านข้างโซฟา จากนั้นก็ยกมือขึ้นมาเท้าคางแล้วเผยอยิ้ม พูดด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความสุข

“ถ้าเม่ยท้องเราก็เลี้ยง พี่อยากเห็นเม่ยเม่ยตัวน้อยเร็วๆ”

เม่ยเม่ยเคยได้ยินแต่พวกผู้ชายที่ไม่อยากมีลูกมีครอบครัวเร็วเกินไปเพราะหวงชีวิตโสด แต่นี่อะไรกัน ดูเหมือนว่าผู้ชายวัย 30 คนนี้จะเตรียมพร้อมสำหรับการสร้างครอบครัวเต็มที่แล้ว แต่น่าเสียดายเหลือเกิน ที่เขาดันได้ว่าที่ภรรยาที่อ่อนกว่าตัวเองถึงสิบปี!

“ถ้าพี่เธียรไม่ได้แกล้งความจำเสื่อม เม่ยเพิ่งจะยี่สิบเองนะคะ” ว่าแล้วก็เอนตัวลงนอนบนโซฟาโดยที่ตำแหน่งหน้าอยู่ตรงกันกับคนที่กำลังเอาคางเกยกับเบาะนุ่มๆ “อย่างน้อยๆ ก็ต้องรอให้เม่ยเรียนจบก่อน” ปลายนิ้วแตะที่จมูกโด่งของอีกฝ่ายอย่างหยอกเย้า เจ้าของสายตาคมเข้มเลยจัดการอ้าปากงับนิ้วนั่นเข้าให้

“จบแล้วแต่งนะ”

หญิงสาวกะพริบตาอย่างแปลกใจที่ถูกพูดมัดมือชกหน้าตาย แถมคนที่พูดขอยังคาบนิ้วเธอไว้ในปากอีกด้วย

มันไม่ใช่อย่างที่เธอใฝ่ฝันเหมือนตอนสมัยเด็กๆ มันไม่ได้หวานหรือว่ามีคำพูดสวยหรูอะไร แต่กลับดีกับใจและเธอก็สัมผัสได้ว่าทุกคำพูดของเธียรนั้นเป็นความจริง

“ไม่รู้ด้วยหรอกค่ะ” เม่ยเม่ยเลือกที่จะกลบเกลื่อนความเขินนั้นด้วยการพลิกตัวหันเข้าไปหาพนักโซฟา

แต่มีหรือที่คนเจ้าเล่ห์อย่างเธียรจะยอมให้ลูกแกะน้อยที่แสนรักแสนหลงหลุดรอดไปได้ง่ายๆ เขารีบขยับตัวปีนขึ้นไปตรงที่ว่างบนโซฟา แล้วขยับตัวเข้าสวมกอดร่างเล็กนั้นจากด้านหลัง

“ถ้าเม่ยคิดว่ารอดเงื้อมือพี่ได้ก็ลองดูค่ะ”

ใบหน้าหล่อเหลาฝังลงบนเรือนผมของอีกฝ่าย เม่ยเม่ยหันมาค้อนเขาเล็กน้อยอย่างหมั่นไส้ แต่กลับถูกขโมยจูบที่แก้มอีกครั้ง 

“พี่ไม่มีวันปล่อยเม่ยไปเด็ดขาด”

และเธอเองก็ไม่เคยต้องการให้เขาปล่อยมือไปเช่นกัน

เม่ยเม่ยเลื่อนมือลงมาจับท่อนแขนที่พาดทับเอวบางของตัวเองออก จากนั้นก็พลิกตัวกลับมาหาร่างสูงแล้วสวมกอดเขาเอาไว้จนกระทั่งผล็อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย 


บ้านใหญ่อัฏฐกร

“ยกเลิกแล้ว?” เสียงถามอย่างแปลกใจนั้นดังมาจากเจ้าของร่างท้วมแต่ทว่ายังคงความสง่างามตามช่วงวัยที่โรยรา คุณหญิง พรสรวงมีสีหน้าแปลกใจไม่น้อยที่ได้ยินเรื่องข่าวงานแต่งงานของหลานชายเพียงคนเดียวที่ถูกยกเลิกไป

คุณมลผู้เป็นใหญ่ในบ้านอัฏฐกรถอดถอนหายใจแล้วรินน้ำชาที่ได้มาจากเมืองจีนใส่แก้วเคลือบดินเผาให้คนเป็นแม่ จากนั้นก็เล่าเรื่องทั้งหมดที่ว่าที่ลูกสะใภ้ที่เธอไม่ได้พึงใจต้อนรับเข้ามาในบ้านเท่าไหร่นักให้มารดาฟัง

“ชิชะ โชคดีของแม่มลแล้ว ไม่อย่างนั้นสักวันหนึ่งคงได้โดนลูกสะใภ้บีบคอตาย เป็นบุญของตาเธียรแล้วที่ยกเลิกงานแต่งไปเสียได้”

“โธ่ คุณแม่คะ...ก็ใครมันจะไปรู้กันล่ะคะว่าภัทธิราเขาจะเป็นคนแบบนั้น มลก็แค่อยากให้เธียรลองคบผู้หญิงคนอื่นดูบ้าง ไม่ได้จะเร่งรัดเรื่องแต่งงานอะไรขนาดนั้นเสียหน่อย”

คำสารภาพคำโตหลุดออกจากปากผู้เป็นลูกสาว คุณหญิงพรสรวงยกน้ำชาขึ้นจิบแล้วลากสายตามองราวกับจับความรู้สึกในน้ำเสียงนั้นได้

“กลัวว่าตาเธียรมันจะกินน้องล่ะซี่”

จะมีอะไรหลุดรอดพ้นสายตาคมกริบของหญิงชรากันได้เล่า

คุณมลสะดุ้งเฮือกเพราะถูกพูดจี้ได้ถูกจุด เธอคิดว่าแม่ผู้บังเกิดเกล้าอาจจะตวาดเสียงลั่นหากได้รู้ความจริงเรื่องนี้ โดยเฉพาะเรื่องผิดผีที่หญิงชาววังได้รับการอบรมมาอย่างเคร่งครัด

“มลหนักใจจริงๆ ค่ะคุณแม่ ไม่กล้าแม้แต่จะบอกสามี”

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

1,089 ความคิดเห็น

  1. #1089 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 19:32
    ไม่ทันแล้วค่ะ 555
    #1089
    1
    • #1089-1 YBSoulmate (@black_devil_zaa) (จากตอนที่ 46)
      24 สิงหาคม 2562 / 19:12
      มีรอบสต็อกอยู่น้าาา โรงพิมพ์เขาพิมพ์มาเกินนนน ;-;
      #1089-1
  2. #1088 0873513289 (@0873513289) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 21:01
    หยักอ่านเล่มเเย้ววววววว
    #1088
    0
  3. #1087 kat_6W (@kat_6W) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 14:28
    กรี๊ดดดดดดดด เขิน
    #1087
    0