[SINNER] LUST │ หลงบาป [RE-PRINT]

ตอนที่ 10 : {LUST} หลงบาป │ 09 │hold on 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,953
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    17 มิ.ย. 60




เม่ยเม่ยหยิบเสื้อผ้าทุกอย่างที่คว้าได้ยัดลงใส่กระเป๋าสะพายอย่างเร่งรีบ แม้ว่าเธอจะยังไม่ได้โทรไปบอกแต้วกับที่บ้าน แต่อย่างน้อยให้เธอได้ออกไปจากที่นี่โดยเร็วที่สุด ดีกว่าต้องทนเห็นหน้าเขาคนนั้นอีก!!

ผู้ชายคนนั้น ไม่ใช่พี่ชายของเธอ!!! ไม่ใช่คนในครอบครัวที่เธอเคยรู้จักอีกต่อไป!!! เขาคนนั้นร้ายกาจ เอาแต่ใจ และหักหาญน้ำใจเธอไม่เหลือชิ้นดี เธอจะไม่ทนอยู่ร่วมบ้านกับเขาอีกแล้ว!!!

ปัง!!

เสียงปิดประตูดังไล่หลังร่างเล็กที่หอบหิ้วกระเป๋าใส่เสื้อผ้าจนพะรุงพะรัง คนตัวสูงที่นั่งรออยู่ตรงส่วนที่ถูกกั้นไว้เป็นห้องนั่งเล่นรีบลุกจากโซฟาแล้วเดินมาดักหน้าน้องสาวเอาไว้ สายตาคมๆ และสีหน้านิ่งๆ ทำให้เม่ยเม่ยสับสนจนไม่อยากจะพยายามทำความเข้าใจอะไรกับเขาอีก

“บ้านแต้วอยู่ที่ไหน กลับเมื่อไหร่ ให้ไปรับกี่โมง”

“หลีกไปค่ะ!

คำถามซอกแซกนั่นได้รับคำตอบเพียงสั้นๆ เป็นเชิงไล่ แต่มีรึที่เธียรจะยอมแพ้ง่ายๆ เพียงเท่านั้น

“ถ้าไม่ตอบ พี่ไม่ให้ไปนะคะ” เขาว่าเสียงแข็งอย่างเอาจริง แล้วยกแขนขึ้นขวางทางคนตัวเล็กไม่ให้เดินหลีกไปอีกทางได้ “บ้านแต้วอยู่ที่ไหน เดี๋ยวพี่ขับรถไปส่ง”

คนตรงหน้าเธอเขาไม่รู้จริงๆ เหรอว่าเธอไม่อยากจะเห็นหน้าเขาหรือแม้แต่ใช้อากาศร่วมกันกับเขานานกว่านี้!!

ดวงตาเรียวยาวช้อนมองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ น้ำตาเอ่อคลอจนแทบล้นออกมาจากเบ้า เสียงสะอื้นถูกดูดกลืนกลับไปด้วยริมฝีปากที่ขบกันเอาไว้

“เลิกยุ่งกับเม่ยสักที”

เสียงหวานว่าสั่นเครือ หากแม้เธอคุกเข่าลงไปก้มกราบขอร้องคนตรงหน้าให้เขาหลีกทางได้ เธอก็จะทำ  

“นี่มันสี่ทุ่มแล้ว ออกไปข้างนอกคนเดียวมันอันตราย...” 


เธียรเว้นช่วงจังหวะไปเมื่อเห็นหยาดน้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม คนสวยที่น่าสงสารของเขากำลังพยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองอย่างดีที่สุด แต่มันก็ดูจะไม่เป็นผลใดๆ เพราะกำแพงอารมณ์ของเธอมันถูกทุบจนไม่เหลือชิ้นดีด้วยน้ำมือของเขา

จากทีแรกที่เธียรทำไปด้วยความต้องการส่วนตัว มีความสุขและพึงพอใจไปกับการได้สัมผัสคนที่เขารัก แต่ในตอนนี้ความต้องการอย่างเห็นแก่ตัวเหล่านั้นกลับย้อนมาทำร้ายเขาเสียแล้วเมื่อเม่ยเม่ยปล่อยเสียงสะอื้นออกมาแผ่วเบา

“ถึงเม่ยจะไม่อยากเห็นหน้าพี่ ไม่อยากอยู่ร่วมบ้านกับพี่อีกแล้วก็ไม่เป็นไร แต่อย่างน้อย...ให้พี่ขับรถไปส่งเถอะนะ พี่ไม่อยากปล่อยให้เรานั่งแท็กซี่ไปคนเดียว”

“...”

“พี่ไม่ได้ชั่วขนาดปล่อยให้ผู้หญิงนั่งแท็กซี่คนเดียวดึกๆ ดื่นๆ นะ”

“...”

“พี่สัญญาพี่จะไม่ทำอะไร แค่ขับรถไปส่ง”

แม้ว่าเธอจะไม่อยากเชื่อในลมปากของเขาอีกแล้ว แต่ถ้าหากเธอไม่ตัดสินใจสักทาง เธอก็คงจะไม่ได้ออกไปจากคอนโดฯ นี้เสียที

ใบหน้าหวานที่มีคราบน้ำตาเปรอะเปื้อนพยักหน้ารับอย่างเหนื่อยอ่อน คนตัวสูงเลยสาวเท้าเข้ามาก่อนจะดึงกระเป๋าใส่เสื้อผ้าของหญิงสาวไปถือ แล้วออกเดินนำหน้าไปยังลานจอดเพื่อขับรถพาเธอไปบ้านของเพื่อนอย่างที่ตั้งใจ

 

เธียรใช้เวลาไม่นานนักในการขับรถจากคอนโดฯ มาถึงบ้านของแต้วที่อยู่แถวถนนโชคชัย ดูจากทำเลที่ตั้งของบ้านที่พ่อแม่ซื้อไว้ให้ลูกสาวได้อยู่ในขณะที่เรียนที่นี่ บ้านของเพื่อนสนิทเม่ยเม่ยคนนี้ก็คงจะพอมีฐานะในระดับหนึ่ง และดูจากทางเข้าทางออกที่อยู่ติดกับถนนใหญ่และชุมชน คนแก่กว่าจึงวางใจได้เปราะหนึ่งว่าคงไม่มีอันตรายอะไรเกิดขึ้นกับน้องสาวเป็นแน่

“จะกลับเมื่อไหร่โทรมาบอกพี่นะคะ อย่ากลับแท็กซี่คนเดียว มันอันตราย”

เม่ยเม่ยแทบจะไม่ได้สนใจฟังเสียงของเธียร เธอสาวเท้าลงไปจากรถแล้วปิดประตูใส่เขาเสียงดัง หอบหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าแล้วไปหยุดยืนอยู่ที่หน้ารั้วบ้านซึ่งปิดไฟมืดสนิททั้งหลัง


วันนี้เป็นวันเกิดของแต้ว บางทีครอบครัวของเธออาจพากันไปกินข้าวข้างนอก...คิดได้ดังนั้นหญิงสาวก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหมายจะโทรหาเพื่อนเพื่อขออนุญาตเข้าไปรอด้านใน ปกติแล้วแต้วมักจะซ่อนกุญแจสำรองไว้ใต้กระถางต้นไม้หรือไม่ก็ใต้ชั้นวางอุปกรณ์ในโรงจอดรถ

เอี๊ยด!

มือที่จับขอบรั้วอยู่นั้นเคลื่อนไปด้านหน้าเองโดยไม่ต้องออกแรง เม่ยเม่ยก้มลงมองบานประตูที่ไม่ได้ใส่กลอน คิดว่าเพื่อนตัวเองคงจะสะเพร่าลืมล็อคประตูก่อนออกไปจากบ้าน เลยถือวิสาสะหอบหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าทั้งหมดเข้าไปด้านในแล้วเดินอ้อมไปที่ด้านข้างของบ้านซึ่งเป็นสวนและมีโต๊ะชุดที่ทำจากหินอ่อนตั้งเอาไว้

คนตัวเล็กจัดแจงวางข้าวของทั้งหมดลงบนโต๊ะ ยกมือถือขึ้นมาเพื่อกดเบอร์โทรหาเพื่อน แต่แล้วเสียงแปลกๆ ที่ดังมาจากชั้นสองของบ้านก็สะดุดหูเข้าพอดี

ดวงตาสีอ่อนเงยขึ้นมองไปตรงริมหน้าต่างที่เป็นบริเวณห้องนอนของเพื่อน เธอได้ยินเสียง...เสียงประหลาดบางอย่างคล้ายกับเสียงครวญครางดังมาจากชั้นสอง

เม่ยเม่ยสะบัดหัวเพื่อไล่ความคิดแล้วรีบก้มหน้าก้มตากดเบอร์โทรหาเพื่อน แต่ในขณะที่เธอยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์ก็ตกกระทบเข้ากับเงามืดอะไรบางอย่างที่อยู่บริเวณนอกรั้วไม้

หญิงสาวย่นคิ้วเข้าหากันเมื่อเพ่งมองเข้าไปในความมืดและพบว่าอะไรบางอย่างนั้นคือรถคันหนึ่งที่มาจอดเทียบอยู่ตรงประตูด้านหลัง มันจะไม่มีอะไรดึงดูดความสนใจของเธอมากไปกว่านั้นเลยถ้าหากว่ารถคันนั้นไม่ใช่รถที่คล้ายคลึงกันกับที่เธอเคยนั่งอยู่ทุกวัน

ใช่แล้วล่ะ...ยี่ห้อ สี รุ่น และป้ายทะเบียนที่ติดไว้อยู่ด้านหน้ามันตรงกันทุกอย่างกับรถของรัญญ์       

คำถามมากมายวิ่งแล่นเข้ามาในหัว มีแต่คำว่าทำไม ทำไม และทำไมอยู่เต็มไปหมด 

ทำไมรถของรัญญ์ถึงมาจอดที่บ้านของแต้ว ทำไมเสียงร้องที่คล้ายกับคนกำลังเสพสมอย่างมีความสุขถึงดังมาจากชั้นสองของบ้าน เม่ยเม่ยรู้สึกมือตัวเองเย็นเฉียบและร่างกายก็ชาดิกตั้งแต่หัวจรดเท้า

หญิงสาวตัดสินใจสาวเท้าเดินไปยังประตูบ้านด้านหน้า เอื้อมมือไปคว้าลูกบิดก่อนจะลองหมุนดู ไม่มีใครล็อกประตู ซึ่งถ้าไม่ได้เกิดจากความสะเพร่าก็แปลได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น...เจ้าของบ้านไม่ได้ออกไปไหน

เม่ยเม่ยสัมผัสได้ถึงก้อนสะอื้นที่แล่นขึ้นมาจุกที่คอ เธอพยายามบังคับตัวเองให้ผลักบานประตูนั่นเข้าไปด้วยความกล้าทั้งหมดที่มี แสงไฟจากโทรศัพท์มือถือที่เปิดไฟฉายเอาไว้ส่องทางเดินอันแสนคุ้นเคยในบ้านเพื่อนสนิท ร่างเล็กก้าวเท้าเข้าไปในนั้น ผ่านตู้รองเท้าที่วางอยู่ริมทางเดิน

ทุกสิ่งทุกอย่างดูคุ้นตา...ยกเว้นแต่รองเท้าของใครบางคนที่เธอเคยเห็นเขาสวมใส่อยู่บ่อยครั้ง รองเท้าของรัญญ์ยังไงล่ะ

“ฮึก...”

หญิงสาวบอกตัวเองว่าให้เข้มแข็งและก้าวต่อไปยังทางเดินที่เชื่อมกับบันไดขึ้นชั้นสองของบ้าน เม่ยเม่ยสาวเท้าด้วยจังหวะการเดินที่เชื่องช้า หลับตาแน่นเพื่อไล่น้ำตาที่เอ่อคลอแทบล้นออก มือเรียวเล็กไขว่คว้าจับราวบันไดที่ทำจากไม้เอาไว้เพื่อยึดให้ตัวเองฝืนบังคับย่างเท้าต่อไป

นัยน์ตาอันร้อนผ่าวหลับตาแน่น ลำตัวสั่นคลอนด้วยแรงสะอื้นไห้อย่างหนัก ยิ่งเธอก้าวเท้าเข้าไปใกล้ประตูห้องนอนของเพื่อนสนิทมากเท่าไหร่ เธอยิ่งได้ยินเสียงครวญครางและผลัดกันเรียกชื่อของกันและกันชัดขึ้นเท่านั้น เสียงของสปริงเตียงที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด เสียงของจังหวะการกระทบกันของเนื้อแนบเนื้อ หัวใจของเธอก็ยิ่งรวดร้าวกับความจริงที่กำลังจะเผชิญ

“ฮึก...ฮึก” เสียงเล็กเล็ดรอดออกมาแม้ว่าเม่ยเม่ยจะพยายามกล้ำกลืนเสียงสะอื้นแค่ไหน

เธอสาวเท้าราวกับคนที่ไร้วิญญาณไปยังประตูไม้ที่ขวางกั้นความจริงทั้งหมดเอาไว้ มือเล็กสั่นคลอนยากเกินควบคุมเหยียดออกไปสุดแขนเพื่อจับลูกบิด และเมื่อเธอออกแรงหมุน แข้งขาที่เคยหยัดยืนประคองร่างบอบบางเอาไว้อย่างทระนงก็หมดแรงไปเสียดื้อๆ

หญิงสาวไม่สามารถบังคับตัวเองให้ยืนหยัดบนสองเท้าของตัวเองได้อีก เธอกำลังจะทรุดลงไปนั่งกับพื้น แต่ทว่าร่างของเธอกลับถูกคว้าเอาไว้ด้วยฝีมือใครบางคน นัยน์ตาที่เอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตาถูกปิดเอาไว้ด้วยอุ้งมือใหญ่อันอบอุ่น เสียงกระซิบแผ่วเบาร้องออกมาดังชู่วว์ราวกับจะปลอบโยนเด็กตัวเล็กๆ

เม่ยเม่ยถูกดึงรั้งให้แผ่นหลังแนบชิดกับอกกว้างของร่างสูงใหญ่ ลำตัวเธอถูกโอบไว้จนมิดด้วยแขนแกร่งที่พาดทับกอดเกี่ยวเธอเอาไว้แนบแน่น กลิ่นน้ำหอม...ที่เป็นเอกลักษณ์ของพี่เธียรหลายล้อมโอบรัดอยู่รอบตัวเธอ พร้อมกับความอบอุ่นที่กำลังแทรกซึมไปทั่วทุกจุดสัมผัสของกันและกัน

“ไม่ต้องไปดู”

เสียงทุ้มกระซิบแหบพร่าที่ข้างหู ก่อนที่อ้อมกอดนั้นจะยิ่งกระชับแนบแน่นเข้ากับร่างเล็กที่สั่นอย่างควบคุมไม่อยู่ และเสียงสะอึกสะอื้นที่ไม่อาจทนฝืนเก็บไว้ได้อีกต่อไปก็กำลังจะถึงขีดสุด 


“อดทนไว้คนเก่ง อดทนไว้”

เสียงนั้นราวกับผู้ใหญ่ที่กำลังหลอกล่อให้เด็กน้อยเชื่อฟัง ซึ่งในตอนนี้เม่ยเม่ยก็เป็นเพียงเด็กน้อยที่ปล่อยให้คนตัวสูงช้อนร่างของตัวเองไว้ในอ้อมแขนและอุ้มพาเธอออกมาจากบ้านหลังนั้น

เธียรไม่ได้พูดอะไรนอกจากเร่งฝีเท้าอุ้มคนตัวเล็กให้กลับมาที่รถ และทันทีที่ประตูปิดลง เสียงปล่อยโฮสะอึกสะอื้นของเม่ยเม่ยก็ดังลั่น มือเล็กที่สั่นเทาปัดป่ายไขว้คว้าเสื้อของคนตัวสูงเอาไว้แน่น ใบหน้าสวยก้มลงต่ำแล้วปล่อยให้น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงหล่น

แม้เธอจะอายและเกลียดการต้องร้องไห้ต่อหน้าคนอื่นมากสักแค่ไหน แต่เมื่ออยู่กับคนตรงหน้า เธอกลับไม่รู้สึกว่าจะต้องปกปิดอะไรอีก พี่เธียรที่ถึงแม้จะทำใจร้ายใส่เธอสักแค่ไหน กลั่นแกล้งเธอด้วยวิธีการอันไม่น่าให้อภัย แต่ในสายตาของเม่ยเม่ย เขายังเป็นคนเดียวในโลกที่เธอสามารถปลดปล่อยตัวตนออกมาได้โดยไม่ต้องอาย

เพราะเธอรู้...รู้ว่าเขาจะไม่มีวันรังเกียจตัวตนของเธอ เขาจะอยู่ตรงนี้ และมอบความอบอุ่นอย่างที่ไม่มีใครในโลกมอบให้เธอได้

“พี่อยู่นี่แล้วค่ะ พี่อยู่นี่แล้ว” ชายหนุ่มขยับตัวเข้าสวมกอดร่างเล็กเอาไว้ ฝ่ามือหนาที่ลูบหัวปลอบประโลมหญิงสาวยิ่งทำให้กำแพงอารมณ์ของเธอพังพินาศ

เม่ยเม่ยจับยึดแขนแกร่งของเธียรเอาไว้แน่น ซบใบหน้าเข้ากับแผงอกกว้างของเขาแล้วปล่อยน้ำตาให้รินไหล

เธียรใช้แผ่นอกนั้นรองรับทุกหยาดน้ำตาเอาไว้ กระชับอ้อมกอดโอบรอบร่างเล็กเพื่อมอบไออุ่น และใช้เสียงทุ้มของตัวเองคอยเฝ้าปลอบประโลมให้น้ำตาเหล่านั้นเหือดหาย

ชายหนุ่มสมมติตนเองเป็นดั่งบ้านที่พร้อมต้อนรับและรอโอบอุ้มคนตัวเล็กยามที่ล้ม ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เขาก็ยังเป็นบ้านอันแข็งแกร่งและเต็มไปด้วยความรักตลอดกาล

 


สายฮีลที่แท้ทรู พี่เธียรปลอบน้องเร็ว T__T




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

1,089 ความคิดเห็น

  1. #1083 MilkyQuartz (@MilkyQuartz) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 18:31
    อ้าวอิแต้ว!!!
    #1083
    0
  2. #1052 LazyA (@ammie16) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 00:00
    แต้ว!!!!! แบบนี้ใช่มั้ยถึงยุเม่ยให้เลิกกับรัญญ์
    #1052
    0
  3. #978 JungJsicas (@pinkjessi) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 13:36
    อ่าวแต้ววว ทำไมทำแบบนี้ล่ะ??
    #978
    0
  4. วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 13:31
    เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดจิกหัวแล้วตบ!!!!
    #773
    0
  5. #425 Jukajun Sri (@jukajun1) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 06:51
    เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด แทงข้างหลังซะงั้น ผู้ชายเลว แต่ผู้หญิงนี้คือเลวยิ่งกว่า ทำกับเพื่อนได้ลงคอนะ
    #425
    0
  6. #401 Roxana *3* <---ยัยบ๊อง (@iamstar) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 11:30
    เทเลย บ้านเอ็งอยู่นี้หรารัญ ???????????????? เข้าทางเฮียเลย อิอิ
    #401
    0
  7. #335 Sinyjunior19 (@Sinyjunior19) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 07:40
    เมยเม่ยสู้ๆนะ รัญแล้วนายจะเสียใจที่ทำแบบนี้
    #335
    0
  8. #333 KwanpiromBoonjam (@KwanpiromBoonjam) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 06:23
    สู้ๆนะเม่ยเม่ย
    #333
    0
  9. #332 onenazaaaaa (@onenazaaaaa) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 05:15
    มุมอบอุ่นก้อมีน๊าาาา
    #332
    0
  10. #331 Audaidaj (@Audaidaj) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 01:01
    กลายเป็นผชอบอุ่นในยามที่ต้องการเลยค่ะ
    #331
    0
  11. วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 09:23
    พี่เธียรรู้ดีสินะถึงได้มาอยู่ตรงนี้ได้น่ะ
    #328
    0
  12. #327 KwanpiromBoonjam (@KwanpiromBoonjam) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 06:42
    เพื่อนรักและดีอย่างนี่นี้เอง อีรัญก็สุดๆอ่ะเลิกเหอะเม่ยเม่ย
    #327
    0
  13. #326 onenazaaaaa (@onenazaaaaa) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 04:55
    ทำไมแต้วถึงทำแบบนี้
    #326
    0
  14. #325 Audaidaj (@Audaidaj) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 02:43
    จะไปกินกับใครไม่ว่าแต่นี่เพื่อนสนิทหักหลังกันได้หน้าด้านๆ รับไม่ด้ายยยมไม่น่าเชื่อว่าพี่เธียรจะตามมาถึงบนนี้
    #325
    0
  15. #324 Tay Za (@dgydht) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 20:38
    แห๋มเพื่อนนี้ดีจิงๆ รัญก็สุดๆอะเลิกไปเถอะ
    #324
    0
  16. #323 *+*+Devil+Wing+*+* (@devilwing1) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 12:15
    แอพขึ้นเตือนว่าอัพเดทนิยายบ่อยมากเลยค่ะ วันนี้สามรอบแล้ว แต่เนื้อหาไม่เพิ่ม
    #323
    0
  17. #322 onenazaaaaa (@onenazaaaaa) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 08:16
    เพื่อนรักหักเหลี่ยมซะแล้ว
    #322
    0
  18. วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 07:24
    เจอเพื่อนรัก (ลัก) ขโมยกินแล้วเม่ย
    ก็บอกแล้วอีรัญมันเลวจะตาย
    #321
    0
  19. #320 Audaidaj (@Audaidaj) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 02:16
    อ้าวนี่แอบกินแฟนเพื่อนหรอไม่สนุกแระ
    #320
    0
  20. #319 nongyingpp (@nongyingpp) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 01:20
    เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดแน่นอนนน
    #319
    0
  21. วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 08:59
    พี่เธียรจะสังเกตุมั้ยว่าบ้านแต้วไฟปิด แสดงว่าไม่มีคนอยู่นะเออ
    #318
    0
  22. #317 Audaidaj (@Audaidaj) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 01:47
    ยังดีมีสติอ่อนลงมางั้นน้องยิ่งเตลิดใหญ่
    #317
    0
  23. #316 PKCSxoxo (@PKCSxoxo) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 00:20
    เมยโกรธหนักมากกกกกกก
    #316
    0
  24. #315 Devil flower (@loveyouroomai) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 14:32
    หวี๊ดดดดด รอเม่ยเลิกกับเเฟนนะคะ
    #315
    0
  25. #314 *+*+Devil+Wing+*+* (@devilwing1) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 13:10
    ชอบพระเอกขี้แกล้งจัง
    #314
    0