(KNB) ‒ Hatred Heart ‒ (Akakuro)

ตอนที่ 6 : Hatred Heart : บทที่สี่ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 285
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    2 พ.ค. 62


Hatred Heart

บทที่สี่

 


กองทัพของราคุซันเป็นกองทัพขนาดใหญ่ ประกอบด้วยหลายหน่วยยิบย่อยจนยากจะสาธยายได้ครบ และเพราะอย่างนั้นการรอขานชื่อว่าตนจะได้อยู่หน่วยใดจึงเป็นอะไรที่ยาวนานมากในความรู้สึกของคุโรโกะ

 


“—เอาล่ะ ขอให้แยกย้ายไปที่จุดรวมพลของหน่วยตนเองด้วย

 


ขณะที่ทุกคนเริ่มทยอยแยกย้ายกันไปตามคำบอก คุโรโกะกลับต้องขมวดคิ้ว แน่ล่ะ เขามั่นใจว่าตัวเองมีสติตั้งใจฟังอยู่ตลอดเวลา แต่ปัญหาคือเขาไม่ได้ยินชื่อตัวเองถูกขานออกมาแม้แต่ครั้งเดียว

บ้าจริง จะจืดจางมากเพียงไหนมันก็ต้องมีขีดจำกัดหน่อยไม่ใช่หรือ!

 


เอ่อ...ไม่ทราบว่าท่านลืมเรียกชื่อของข้าหรือเปล่าครับ

หืม— เหวอ! เจ้าอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน!

 


ชายซึ่งเป็นผู้ขานรายชื่อสะดุ้งโหยง ยามหันกลับมาเจอกับเจ้าของคำถามที่ไม่รู้มายืนอยู่ด้านหลังเขาตั้งแต่ตอนไหน แน่นอนว่าท่าทีแบบนั้นทำให้คุโรโกะนึกอยากถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายกับความไร้ตัวตนของตนเอง

แต่เอาเถอะ นั่นไม่ใช่เรื่องที่เขาควรจะใส่ใจเท่ากับการที่ไม่มีเสียงเรียกชื่อของตนหรอก

 


ท่านลืมเรียกชื่อของข้าหรือเปล่าครับ?”

 


คุโรโกะถามคำถามเดิมอีกครั้งเป็นการเรียกสติของชายตรงหน้ากลับมา อีกฝ่ายคลายอาการราวกับคนเห็นผีลงแล้วกลับมาสนใจกระดาษจำนวนมากในมือแทน

 


ชื่อของเจ้า?”

คุโรโกะ เท็ตสึยะครับ

 


คนฟังผงกหัวเป็นเชิงรับรู้ ก่อนจะเปิดแผ่นกระดาษดูทีละแผ่น และเมื่อถึงแผ่นสุดท้าย ก็ทำท่าทางราวกับประหลาดใจเสียเต็มประดา พลางบ่นพึมพำประมาณว่า มีแผ่นนี้อยู่ด้วยหรือ มิหนำซ้ำแทนที่จะรีบบอกหน่วยที่เขาสังกัด อีกฝ่ายกลับก้มหน้ามองกระดาษสลับกับมองหน้าเขาอยู่หลายรอบเสียอย่างนั้น

ให้ตายเถอะ แล้วแบบนี้เขาจะตามไปสมทบกับคนอื่นที่รวมตัวกันอยู่ทันได้อย่างไร!

 


หน่วยของข้าล่ะครับ?”

 


คุโรโกะถามย้ำ

 


ถึงจะไม่ค่อยน่าเชื่อสักเท่าไร

“...”

แต่หน่วยของเจ้าคือ…”

 


 


หน้าที่ของหน่วยเราไม่มีอะไรมาก แค่ปกป้องและทำตามคำสั่งของกษัตริย์แห่งราคุซันเท่านั้นเอง

 


มายุสึมิ จิฮิโระ อธิบายถึงหน้าที่ของหน่วยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ขณะที่คุโรโกะทำเพียงแค่รับฟังอย่างเงียบงัน

 


เงา

 


ชื่อหน่วยดูเหมือนจะไม่ได้โดดเด่นหรือสำคัญอะไรนัก หากแต่หน้าที่ของหน่วยนี้กลับสำคัญเสียจนทำให้คุโรโกะนึกวิตกกังวลขึ้นมา...เพราะนั่นหมายความว่าเขาจะต้องอยู่ใกล้ตัวชายผู้นั้นอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้!

 


เจ้าฟังอยู่หรือไม่

“...เอ่อ ครับ ข้าฟังอยู่

 


เขาโกหก

ในหัวเขาคิดฟุ้งซ่านสารพัด พอรู้ตัวอีกทีประสาทหูก็ถูกตัดขาดจากภายนอกไปแล้ว เพราะอย่างนั้นที่บอกว่าฟังอยู่น่ะคุโรโกะโกหกเห็นๆ

และดูเหมือนคนถามเองก็จับสังเกตได้ว่าคุโรโกะไม่ได้ฟังอยู่อย่างที่ปากพูด นัยน์ตาสีขี้เถ้าปรากฏความขุ่นมัววูบหนึ่ง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงค่อนขอด

 


ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเจ้าใช้เส้นสายจากทางฝั่งใดถึงได้ผ่านการคัดเลือกแล้วเข้ามายังหน่วยเงาได้

“...”

แต่สิ่งที่เจ้าควรรู้...คือหน่วยนี้หาใช่ที่ของคนอ่อนแอ

เกรงว่าท่านมายุสึมิอาจจะเข้าใจอะไรผิดไป

“...”

“...ข้าไม่ได้ใช้เส้นสายทำให้ผ่านการคัดเลือกรวมถึงในการเข้ามาหน่วยเงาก็เช่นกัน— อันที่จริง หากจะพูดให้ถูกคือข้าไม่มีเส้นสายใดๆ เลยต่างหาก

 


คุโรโกะตอบกลับ ชั่วขณะที่ดวงตาสองสีสบประสาน ทั้งสองฝ่ายรู้สึกได้ถึงกระแสความไม่พอใจที่ส่งไปให้แก่กันและกัน

และก่อนที่จะได้เอ่ยวาจาเชือดเฉือนกันไปมากกว่านี้ ร่างของคุโรโกะและมายุสึมิก็ถูกรวบเข้าไปอยู่ในวงแขนของบุคคลผู้หนึ่งเข้าเสียก่อน

 


นี่ นี่ บรรยากาศน่ากลัวพรรค์นี้มันอะไรกัน

 


เรือนผมสีดำระต้นคอส่งผลใบหน้าของชายผู้นี้ดูงดงามคล้ายสตรีจนยากจะละสายตา หากแต่พิจารณาจากบรรยากาศที่แผ่ออกมารอบตัวแล้วก็คงกล่าวได้ว่า ไม่ธรรมดา

เป็นมายุสึมิที่สะบัดตัวออกมาก่อน ใบหน้าหล่อเหลาปรากฏความไม่ชอบใจอย่างไม่ปิดบัง ท่าทางเช่นนั้นทำให้เจ้าของวงแขนอดหัวเราะออกมาน้อยๆ ไม่ได้

 


บอกไปตั้งหลายรอบแล้วมิใช่หรืออย่างไรว่าข้าไม่ชอบให้คนอื่นมาถึงเนื้อถึงตัว

แหม...ก็ท่าทางเวลาหงุดหงิดของเจ้ามันน่าดูมากนี่นา

เข้าเรื่องได้แล้ว มิบุจิ

 


มิบุจิ เรย์โอะ คลายวงแขนออกจากตัวของคุโรโกะ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายๆ ขัดกับเนื้อความในคำพูด

 


ฝ่าบาทต้องการพบพวกเจ้าน่ะ ข้าเลยอาสามาเรียกให้

 


สีหน้าของมายุสึมิผ่อนคลายลงเมื่อได้ยินคำว่าฝ่าบาทในประโยคของเรย์โอะ คุโรโกะมองท่าทีนั้นแล้วได้แต่สรุปเอาเองในใจ...ดูเหมือนอาคาชิ เซย์จูโร่จะมีอิทธิพลต่อมายุสึมิพอสมควรสินะ

 


อย่างนั้นหรือ เข้าใจแล้ว ข้าจะไปพบท่านอาคาชิเดี๋ยวนี้ล่ะ

 


ว่าจบก็ส่งสายตามาหาคุโรโกะเป็นเชิงบอกให้เดินตามตนเองไป คุโรโกะถอนหายใจ ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ชอบหน้าเขาสักเท่าไรนักจริงๆ ด้วย

เรย์โอะมองคนสองคนที่มีความเหมือนกันอย่างน่าประหลาดด้วยความบันเทิงใจ พลางสาวเท้าเดินมาขนาบข้างกับคุโรโกะที่เดินตามหลังมายุสึมิอยู่ ก่อนจะเป็นฝ่ายเริ่มสนทนาก่อน

 


เจ้าชื่อคุโรโกะ เท็ตสึยะสินะ

“...ครับ ท่านมิบุจิ

ไม่เอาน่า อย่าเรียกด้วยชื่อที่ดูห่างเหินแบบเจ้าคนไร้อารมณ์คนข้างหน้าแบบนั้นสิ— เรียกข้าว่าเรย์โอะจะดีกว่านะ

อ่าเข้าใจแล้วครับ ท่านเรย์โอะ

เยี่ยมเลย ว่าง่ายแบบนี้สิข้าชอบ!

หึเอาใจเก่งจริงนะ

 


แว่วเสียงแค่นหัวเราะปนคำค่อนขอดมาจากคนที่เดินอยู่ข้างหน้า คุโรโกะลอบกลอกตาไปมา ใจคออีกฝ่ายจะขัดหูขัดตากับทุกอย่างที่เขาทำเลยหรืออย่างไรกัน!

 


เขาก็เป็นคนแบบนี้นั่นล่ะ ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากนักหรอก เจ้าอย่าใส่ใจเลย

 


เรย์โอะพูดขึ้น

 


แต่กับคนที่เพิ่งพบกันคราแรก ท่าทีแบบนี้มันก็ออกจะเกินไปสักหน่อยไม่ใช่หรือครับ

 


คิ้วของคุโรโกะขมวดมุ่นยามพูด เรย์โอะมองว่าแทนที่จะทำให้เจ้าตัวดูหงุดหงิด มันกลับทำให้คุโรโกะน่าเอ็นดูเสียมากกว่า

 


หน่วยเงาไม่ใช่หน่วยปกติทั่วไปหรอกนะ การจะเป็นเงาได้ต้องผ่านการทดสอบและเตรียมใจในหลายๆ สิ่ง...มีทหารหลายนายปรารถนาที่จะเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยนี้ แต่ผลที่ได้คือถ้าไม่ตายก็ถอดใจไปเสียก่อน

“...”

จิฮิโระเองก็เป็นหนึ่งในเหล่าคนที่ปรารถนาจะเป็นเงา เขาเป็นเพียงคนเดียวที่ผ่านการทดสอบทั้งหมดมาได้อย่างยากลำบาก

“...”

เพราะอย่างนั้นการที่เจ้าเข้ามาเป็นเงาโดยที่ไม่ต้องผ่านบททดสอบใดๆ เลย เขาก็คงไม่ชอบใจเพราะรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมล่ะกระมังนะ

 


ก็เลยคิดว่าเขาใช้เส้นสายเข้ามาอย่างนั้นหรือ...ให้ตายเถอะ จะด่วนสรุปกันเกินไปแล้ว

 


หมายความว่า...หน่วยเงามีสมาชิกเพียงแค่คนเดียวคือท่านมายุสึมิหรือครับ

ก็ประมาณนั้น แต่ตอนนี้มีเจ้าเข้ามาก็นับว่ามีสมาชิกสองคนแล้วล่ะ

“...”

มีอะไรหรือเปล่า?”

 


เรย์โอะถาม เมื่อเห็นสีหน้าของคนตัวเล็ก— สีหน้าที่ดูเหมือนมีเรื่องหนักอกหนักใจเสียเต็มประดา

 


ที่จริง...ข้าเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันครับ...ว่าทำไมถึงได้มาอยู่หน่วยนี้

 


เรย์โอะยิ้ม

 


การส่งเจ้ามาอยู่หน่วยเงา ย่อมเป็นสิ่งที่ผ่านการตัดสินใจมาอย่างดีแล้วแน่นอน

“...”

 


จะเป็นเช่นนั้นแน่หรือ— คุโรโกะคิด ความกังวลแล่นเข้ามาในจิตใจ

 


โอ๊ะ! ใกล้จะถึงแล้วล่ะ เช่นนั้นข้าคงต้องขอตัวก่อน

 


และรู้ตัวอีกทีพวกเขาทั้งสามคนก็เกือบจะมาถึงท้องพระโรงของพระราชวังราคุซันแล้ว

 


ไว้พบกันใหม่นะ เท็ตสึยะจัง

เอ๋— จัง?”

 


คุโรโกะกะพริบตาปริบๆ กับคำลงท้ายชื่อที่อีกฝ่ายเรียกเขาอย่างกับว่าสนิทสนมกันมาเนิ่นนาน แต่ก็ไม่ได้ขัดอะไรถ้าอีกฝ่ายต้องการจะเรียกเช่นนั้น

 


ลาล่ะ จิฮิโระจัง

อย่าเรียกชื่อข้าด้วยคำลงท้ายแปลกๆ แบบนั้น! มิบุจิ!

 


มายุสึมิขึงตาใส่คนที่เป็นถึงผู้ติดตามของกษัตริย์แห่งราคุซันแต่กลับทำตัวราวกับเด็ก— แถมยังเป็นเด็กที่เอาแต่กวนประสาทเขาอยู่ได้!

 


 


ตอนรับผ้าคลุมเป็นเพียงชั่วเวลาสั้นๆ คุโรโกะจึงยังไม่รู้สึกอะไรเท่าไรนัก ทว่าเมื่อได้เผชิญหน้าโดยตรงแล้ว เขากลับรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลแผ่ออกมาจากชายผู้มีตำแหน่งสูงสุดแห่งราคุซัน

มายุสึมิคุกเข่าแสดงความเคารพ เมื่อเห็นเช่นนั้นคุโรโกะจึงต้องทำตามอย่างช่วยไม่ได้ รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏบนใบหน้าของกษัตริย์แห่งราคุซันยามพินิจมองหน่วยเงาทั้งสองคนของตน อย่างที่คาดไว้— อาคาชิคิด ความไร้ตัวตนของชายผมสีอ่อนผู้นี้จะต้องมีประโยชน์ต่อราคุซันเป็นแน่แท้

 


เจ้า...คุโรโกะ เท็ตสึยะสินะ

พะย่ะค่ะ

 


คุโรโกะตอบรับทั้งที่ยังไม่เงยหน้ามองอีกฝ่าย

 


เงยหน้ามองข้า...เท็ตสึยะ

 


วาจาซึ่งมีใจความเป็นคำสั่งทำให้คุโรโกะจำต้องเงยหน้าขึ้นมาเผชิญกับดวงตาต่างสีคู่นั้นอีกครั้งจนได้ อาคาชิเท้าคางกับแท่นวางแขน มองลงมายังตัวเขาจากบนบัลลังก์ด้วยแววตาเป็นประกายแบบที่คุโรโกะรู้สึกไม่ดีเอาเสียเลยกับแววตาเช่นนั้น

แววตาที่มองมาราวกับเจอของที่น่าสนใจแบบนั้นน่ะ...ขนลุกเป็นบ้า

 


เหตุที่ข้าเรียกพวกเจ้ามาพบ...นั่นก็คืออีกสามวัน เทย์โคจะมีการส่งมอบของบางอย่างกับคิริซากิไดอิจิและสถานที่ส่งมอบ...คือป่าแถบชายแดนชูโตคุ

“...”

พวกมันนัดหมายส่งมอบกันที่ชูโตคุ ราวกับจงใจจะหยามเกียรติราคุซัน ซึ่งหมายความว่าข้ามิอาจยอมให้เป็นเช่นนั้นได้

“...”

แต่จะให้ยกกองทัพไปเพื่อเรื่องพรรค์นี้ก็ดูจะเกินเรื่องไปสักหน่อย

 


ประกายเย็นเยียบปรากฏขึ้นในดวงตาของอาคาชิ ริมฝีปากเหยียดออกเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน แด่ผู้คนที่อาจหาญอวดดีต่ออาณาจักรราคุซัน...ต่ออาคาชิ เซย์จูโร่

 


เพราะอย่างนั้นพวกเจ้าทั้งสองคนจงไปทำให้คนพวกนั้นรู้จักที่ต่ำที่สูงซะ...ฝากเจ้าช่วยสอนสิ่งต่างๆ แก่เท็ตสึยะด้วยล่ะ จิฮิโระ

 


มายุสึมิเบิกตากว้าง เมื่อได้ยินคำสั่งให้ตนทำงานทำงานร่วมกับเจ้าเด็กใหม่ที่เขาไม่นึกอยากจะยอมรับ หากแต่ก็ไม่สามารถเอ่ยอะไรได้นอกจากคำว่า

 


พะย่ะค่ะ

 


 


คุโรโกะเพิ่งจะเข้ามาใหม่ จะมอบหมายงานที่สำคัญให้ตั้งแต่แรกเริ่มเลยอย่างนั้นหรือ

เห...เจ้าเป็นห่วงเขาหรือ ชินทาโร่

ข้าเป็นห่วงว่างานจะสำเร็จหรือไม่ต่างหาก

ตอนแรกก็ไม่ได้คิดจะมอบงานใหญ่ให้ตั้งแต่เริ่มหรอกนะ

“...”

 


มิโดริมะเลิกคิ้ว ขณะเดียวกันกับที่ขยับตัวหมากของตนเองในกระดาน อาคาชิยิ้ม— เป็นรอยยิ้มที่ขุนนางหนุ่มลงความเห็นในใจว่าน่าหมั่นไส้

 


จิฮิโระน่ะยังไม่ยอมรับเท็ตสึยะ ถ้าปล่อยเอาไว้...นานเข้ามันอาจจะกลายเป็นปัญหาสะสมก็ได้

เพราะอย่างนั้นเลยจะใช้งานนี้ช่วยให้มายุสึมิยอมรับคุโรโกะ?”

จิฮิโระจะยอมรับหรือไม่นั้น...เป็นเรื่องที่เท็ตสึยะจะต้องพิสูจน์ตัวเอง ข้าเพียงแต่สร้างโอกาสให้ มันก็เท่านั้น

นั่นหมายความว่าหากคุโรโกะพลาด เจ้าก็คงจะใช้การทดสอบนี้เป็นตัวตัดสิน แล้วเอาเขาออกจากหน่วยเงาสินะ

 


มิโดริมะเอ่ยอย่างรู้เท่าทัน แน่ล่ะ— จะมีใครรู้จักความร้ายกาจของอาคาชิดีเท่าคนสนิทอย่างเขากัน!

ชายที่ชื่ออาคาชิ เซย์จูโร่พร้อมที่จะทำเรื่องโหดร้ายอย่างไม่ลังเล หากนั่นมันจะทำให้ได้ชัยชนะมาครอบครอง

 


แน่นอน หมากที่ใช้การไม่ได้ เก็บเอาไว้ก็มีแต่จะเกะกะ


 

ชายผู้อยู่บนจุดสูงสุดของราคุซันเคาะตัวหมากในมือเป็นจังหวะ ก่อนจะเอ่ยต่อ

 


แต่ข้าไม่เคยมองสิ่งใดพลาด ชินทาโร่

 


ขุนนางหนุ่มไม่ได้ตอบรับ เขาทำเพียงแค่รับฟังอีกฝ่ายอย่างเงียบงันเท่านั้น

 


จิฮิโระจะต้องยอมรับเท็ตสึยะอย่างแน่นอน

เจ้าเชื่อในตัวคุโรโกะอย่างนั้นหรือ

หือพูดอะไรของเจ้ากัน

 


ตัวหมากในมือถูกวางลงบนกระดาน พร้อมกับแว่วเสียงหัวเราะแผ่วเบาออกมาจากอาคาชิ

 


ข้าเชื่อในตัวข้าเองต่างหากล่ะ

“...”

รุกฆาต ชินทาโร่

 


และนั่นทำให้มิโดริมะอดระบายลมหายใจด้วยความไม่สบอารมณ์ไม่ได้

 


ฮึ ครั้งหน้าข้าไม่มีทางแพ้เจ้าแน่

จะอีกสักกี่ครั้ง ผลก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลง

“...”

เพราะข้าคือผู้ชนะเสมอมา เจ้าก็รู้ดีมิใช่หรือ

 


 


ที่นอนของหน่วยเงาดูดีกว่าที่คุโรโกะคิดเอาไว้มากโข

สัมภาระของเขามีเพียงเสื้อผ้าไม่กี่ชุดที่หยิบยืมมาจากบุตรชายของหญิงรับใช้ในเรือนหัวหน้าเผ่าโทโอ— อันที่จริงอาโอมิเนะอาสาจะให้เสื้อผ้าของตัวเองมา แต่ขนาดตัวของเขาและอีกฝ่ายมันห่างกันจนเกินไป สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการต้องไปขอยืมคนอื่นมาแทน

ถ้าหากเบี้ยเลี้ยงออก ก็คงจะต้องไปซื้อเสื้อผ้ามาเป็นของตัวเองเสียหน่อยแล้ว

คุโรโกะทิ้งตัวลงบนฟูกนอน ดวงตาสีฟ้าจับจ้องไปบนเพดาน พอได้มาอยู่เพียงลำพังแบบนี้ คุโรโกะจึงตระหนักขึ้นอีกครั้งว่าแท้จริงแล้วตนเองช่างว่างเปล่า

ไม่มีบ้าน ไม่มีครอบครัว— ไม่มีอะไรเลยแม้แต่น้อย


 

คางามิคุง

 


เขาเรียกชื่อนี้บ่อยแค่ไหนกันนะ

ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ ว่าไม่ว่าจะพยายามมากเพียงไหน เจ้าของชื่อก็ไม่มีวันตอบรับกลับมาแท้ๆ

 


ข้าจะต้องแก้แค้นให้ได้…”

 


ภายในอกกลวงโบ๋ขึ้นมาเสียดื้อๆ เมื่อเอ่ยจบ ตอนนี้สิ่งที่เหนี่ยวรั้งตัวเขาให้ใช้ชีวิตอยู่ต่อไปคือความปรารถนาที่จะแก้แค้นให้กับชาวเผ่าเซย์ริน...แต่ถ้าหากแก้แค้นสำเร็จล่ะ?

ถ้าถึงตอนนั้น...ตัวเขาจะเป็นอย่างไรต่อไปกัน




ทอล์ก

เรากลับมาแล้วค่ะ แง ยังไงถ้ามีตรงไหนยังไม่สมูท ก็คอมเมนต์ติชมได้เลยน้า ;0;


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น

  1. #52 Uchiha_sasuke (@maiityktb) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 19:38
    โย่ว!วอทซับ!ต่อน้าไรท์นะ
    #52
    0
  2. วันที่ 28 เมษายน 2562 / 00:01
    จะรอดูราชาไร้พ่ายว่าจะพ่ายแพ้หมดรูปขนาดไหน
    #51
    0
  3. #50 Patch_arapa (@Patch_arapa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 21:45
    จะนะค้าาาาา
    #50
    1
  4. #49 neovenesia (@neovenesia) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 16:01
    นิสัยสมกับเป็นจอมเผด็จการจิงๆ
    #49
    0
  5. #48 TAEJESSIYEONCA (@june13whiteolin) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 08:45
    แง้ น้องลูก ทำไมองค์ราชาถึงโหดร้ายอย่างนี้ น้องเพิ่งเข้ามารับหน้าที่ก็โยนงานใหญ่ให้ทำเลยหรอ555 อ่านตอนนี้แล้วไม่ขึ้นเรืออาคาคุโระ แต่ขึ้นเรือมายุคุโระแทนได้ป่าว อร๊ายยยย ความเหมือนที่ไม่ชอบขี้หน้ากันนี้
    #48
    0
  6. #47 소 연화 (@ookami-hana) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 23:09
    รอจ้าาา
    #47
    0
  7. #46 1232580 (@1232580) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 18:17

    รอ ฉันรอเธออยู่น้าาาาาาา https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-06.png

    #46
    0
  8. #45 chunjoe780 (@chunjoe780) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 03:08
    จะรอน้าาาา~
    #45
    0