(KNB) ‒ Hatred Heart ‒ (Akakuro)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,535 Views

  • 52 Comments

  • 247 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    11

    Overall
    2,535

ตอนที่ 5 : Hatred Heart : บทที่สาม (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 315
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    18 พ.ค. 61


Hatred Heart

บทที่สาม

                                                                                   


ผ่านมาร่วมสามเดือนแล้วนับตั้งแต่วันที่ตัวเขาได้สติขึ้นมา ณ บ้านของหัวหน้าเผ่าโทโอและวันพรุ่งนี้คือวันคัดเลือกผู้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ทหารของกองทัพราคุซัน

แสงตะเกียงจากห้องฝั่งตรงข้ามดับลงแล้ว หากแต่เงาวูบไหวภายในห้องก็ทำให้อาโอมิเนะรู้ว่าคุโรโกะยังไม่นอน เมื่อเห็นแบบนั้นจึงจัดการคว้าจอกสุราแล้วเคลื่อนร่างสูงไปที่ห้องของอีกคนทันที

 


“ช่วยเลิกเข้าห้องคนอื่นแบบไม่ขออนุญาตก่อนเสียทีสิครับ ท่านอาโอมิเนะ”

 


อาโอมิเนะเมินคำติเตียนเล็กๆ นั่น ทรุดกายลงนั่งข้างฟูกนอนเจ้าของห้อง แม้จะมีเพียงแสงจันทร์ที่รอดเข้ามาเล็กน้อย แต่ถึงกระนั้นดวงตาของเขาก็ยังมองเห็นใบหน้าขาวราวกับแทบจะไม่ได้สัมผัสกับแดดได้อยู่ดี

 


“นอนไม่หลับหรืออย่างไร เท็ตสึ”

“ครับ”

 


คุโรโกะรับคำเสียงเรียบ

 


“ดื่มไหม”

 


จอกสุราถูกยื่นมาให้อย่างเชื้อเชิญ น่าเสียดายที่เขาต้องปฏิเสธคำชวนนั้น

 


“ไม่ล่ะครับ ท่านคงลืมไปว่าพรุ่งนี้ข้าจักต้องไปคัดเลือกทหาร”

...บุรุษกับการร่ำสุราก่อนวันสำคัญเป็นของคู่กัน ไม่เคยได้ยินหรืออย่างไร

 


คำกล่าวไร้ที่มาที่ไปของอาโอมิเนะทำให้คุโรโกะหลุดยิ้ม รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาพอสมควร ก่อนจะถือโอกาสไถ่ถามเกี่ยวกับการคัดเลือกในวันรุ่งขึ้น

 


“กษัตริย์ของท่านจะมาชมการคัดเลือกพรุ่งนี้หรือเปล่าครับ”

“คิดว่าไม่”

“...”

“นานทีปีหนเจ้านั่นถึงจะเฉียดเข้ามาชมการคัดเลือกทหาร...ล่าสุดเห็นจะเป็นเมื่อสามปีก่อนนั่นล่ะนะ”

“...”

“เจ้ากลัวอย่างนั้นหรือ”

 


คนถูกถามปิดเปลือกตาลงก่อนพ่นลมหายใจออกมาเพื่อระบายความรู้สึกน่าประหลาดภายในใจ

เขาเตรียมใจมามากพอแล้วที่จะเข้าไปเผชิญหน้ากับการคัดเลือกวันพรุ่งนี้...กับการที่จะต้องเหยียบย่ำเข้าไปในถิ่นของคนที่พรากทุกสิ่งไปจากตัวเขา

ทว่าคุโรโกะก็ไม่อาจพูดได้อย่างเต็มปากว่าเขาไม่รู้สึกหวั่นเกรงกับสิ่งที่จะต้องพานพบในภายหน้า

 


ใช้คำว่าประหม่า...อาจฟังดูเข้าทีมากกว่าครับ

“หึ...”

 


เสียงหัวเราะดังแผ่วในลำคอ อาโอมิเนะกระตุกยิ้มกับคำตอบนั้น ก่อนออกแรงผลักอย่างไม่ออมแรงให้คนบนฟูกล้มตัวลงนอน

 


“นอนได้แล้ว พรุ่งนี้เจ้ายังต้องเหนื่อยอีกมากโข”

 


วาจาที่เอ่ยช่างให้ความรู้สึกราวกับว่าเขาเป็นเด็กน้อย แต่กระนั้น— คุโรโกะก็ไม่คิดจะปฏิเสธว่ามันชวนให้คิดถึงเพื่อนสนิทคนสำคัญขึ้นมาอย่างเสียมิได้

 


คางามิ

ข้าน่ะ...

 


“ราตรีสวัสดิ์ เท็ตสึ”

 


จะต้องแก้แค้นให้ได้

 


“เช่นกันครับ ท่านอาโอมิเนะ”

 


เพราะอย่างนั้น...

ได้โปรดอวยพรให้ข้าดับความหวั่นเกรงในใจให้ได้ทีเถิด

 


...

 


พระราชวังราคุซันใหญ่สมกับเป็นที่พำนักของราชวงศ์อาคาชิ อันที่จริง...บอกได้เลยว่าเมืองราคุซันนั้นยิ่งใหญ่สมกับที่เป็นเมืองศูนย์กลางของอาณาจักร

คุโรโกะยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มชายฉกรรจ์หุ่นสูงใหญ่นับร้อยคนที่ผ่านการคัดเลือกรอบทฤษฎีมาเรียบร้อย

เขาเหลือบมองบุรุษที่ยืนอยู่แถวข้างๆ อีกฝ่ายมีรูปร่างกำยำ ดูหน่วยก้านแล้วเหมาะแก่การเป็นทหาร หากแต่ใบหน้าดุดันนั่นกลับมีรังสีชวนให้รู้สึกคล้ายเป็นคนในราชวงศ์หรือไม่ก็เป็นชนชั้นสูงเสียมากกว่า...

 


อ่า...บางทีเขาอาจจะว่างมากเกินไป ถึงได้มีเวลามาพินิจพิเคราะห์บุคคลอื่นแบบนี้

 


มีปัญหาอะไรกับหน้าของข้าหรือ เจ้าเปี๊ยก

 


ประโยคนั้นมาจากชายที่เขามองเมื่อครู่ คุโรโกะเลิกคิ้วพร้อมเอ่ยถามกลับ

 


“...ข้าหรือครับ?”

บริเวณนี้มีชายใดตัวเล็กเช่นเจ้าบ้างไหมเล่า

 


เนตรสีฟ้าตวัดมอง ความไม่พอใจกับคำพูดเมื่อครู่ฉายชัดในแววตา แน่ล่ะ— ใครจะไปพอใจกันที่ถูกบอกว่าตัวเล็ก...ถึงแม้มันจะเป็นความจริงก็เถอะ!

 


“อย่าใช้สายตาแบบนั้นมองมาเลยน่า...รู้หรือไม่ว่ามันไม่ได้น่ากลัวเลย”

“...”

 


คุโรโกะอยากเอ่ยปากเถียงใจจะขาด เพียงแต่ติดที่ว่าเขาดันไม่รู้ว่าควรจะเถียงอีกฝ่ายกลับไปด้วยเรื่องอะไรเสียนี่สิ

 


“ชาวราคุซันพูดจาเช่นนี้กับคนแปลกหน้าเป็นเรื่องปกติหรืออย่างไรครับ”

“ไม่รู้สิ...ก็ข้าไม่ใช่ชาวราคุซันนี่นา”

“...”

“จะว่าไปข้าก็ยังไม่ได้แนะนำตัวเลยนี่นะ”

 


คนตัวสูงกว่าเอ่ยปากบอกชื่อของตนเองพร้อมกับที่รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าคมเข้ม

 


ไฮซากิ โชโงะ ...ยินดีที่ได้รู้จัก”

 


ทว่ายังไม่ทันที่คุโรโกะจะได้แนะนำตนเองกลับก็พลันมีเสียงแตรเขาสัตว์ดังขึ้นเป็นสัญญาณถึงการมาเยือนของผู้มียศถาบรรดาศักดิ์อย่างไม่ต้องสงสัย

และภาพที่ปรากฏในสายตาคือร่างของบุรุษผมสีแดงสะท้อนประกายล้อกับแสงแดดในชุดพิธีการของอาณาจักรราคุซัน ชายผู้นั้นทรุดตัวนั่งลงที่ปะรัมพิธีเบื้องหน้าลานที่เหล่าผู้ผ่านการคัดเลือกยืนอยู่ขณะเดียวกันก็ใช้สายทรงอำนาจกวาดมองไปโดยรอบ...

 


“โอ้...นั่นน่ะหรือราชาแห่งราคุซัน...”

 


เสียงของชายที่ชื่อไฮซากิไม่ได้ดังเข้ามาในโสตประสาทเท่าที่ควร คุโรโกะยืนนิ่ง จับจ้องไปยังบุคคลสูงศักดิ์ด้วยแววตาสะท้อนแววสั่นไหว

 


ไม่ผิดแน่...

ดวงเนตรสองสีที่เต็มไปด้วยประกายความสมเพชคู่นั้น

ชายที่ไล่ต้อนให้เขากับคางามิจนมุมจนต้องเลือกหนทางเสี่ยงตายอย่างการกระโดดลงลำธารเชี่ยวกรากนั่น...เป็นกษัตริย์แห่งราคุซันไม่ผิดแน่!

 


“กษัตริย์แห่งราคุซัน อาคาชิ เซย์จูโร่...ทั้งหมดเคารพ!!”

 


สิ้นเสียงนั้นทุกคนล้วนพร้อมใจกันคุกเข่าลงเบื้องหน้าผู้เป็นเหนือหัวของแผ่นดิน คุโรโกะกัดฟันแน่นยามต้องก้มหัวแสดงความเคารพให้กับคนที่พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากตนเอง

 


“สรุปแล้วเจ้าก็ยังไม่ได้บอกชื่อให้ข้ารู้เลยนะ”

 


ไฮซากิพูดขึ้นเมื่อจบการทำความเคารพ

 


“ข้าชื่อ—”

 


แต่ดูเหมือนฟ้าดินจะไม่เป็นใจให้กับการทำความรู้จักครั้งนี้เสียเท่าไรนัก เพราะเป็นอีกครั้งที่การบอกชื่อของคุโรโกะถูกขัดขวางโดยชายแก่ท่าทางกระฉับกระเฉงซึ่งดูแล้วคงจะเป็นผู้ดำเนินการคัดเลือกทหารในรอบปฏิบัติอย่างไม่ต้องสงสัย

 


“จากนี้ไปจะเป็นการคัดเลือกผู้จะเข้ามาเป็นทหาร...โดยตัวข้าจะขานชื่อสองบุรุษที่จะต้องมาทำการต่อสู้กันและจะมีเพียงผู้ชนะเท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้เข้ามาเป็นพวกพ้องในกองทัพแห่งอาณาจักรราคุซัน”

“...”

“เช่นนั้นแล้ว ขอเชิญคนที่เหลือให้ไปยืนรอตามลำดับที่ได้จัดเตรียมไว้ให้ ส่วนผู้ที่มีรายชื่อต่อไปนี้เข้ามาในลานประลองได้!

 


...

 


อาโอมิเนะยืนอารักขาคนบนปะรำพิธีด้วยชุดที่เป็นทางการกว่าครั้งใดๆ แม้ใบหน้าจะเรียบสนิทเพราะต้องรักษามาดความเป็นหน่วยองครักษ์ของอาคาชิเอาไว้ แต่ดวงตาสีน้ำเงินกลับมีแววความเป็นห่วงฉายออกมา

นายทหารหนุ่มลอบถอนหายใจ— ได้แต่ภาวนาให้เมื่อคุโรโกะจับอาวุธจะไม่เกิดคิดเรื่องโง่เง่าอย่างการพุ่งเข้ามาหมายปลิดชีวิตชายซึ่งอยู่บนจุดสูงสุดของลานประลองแห่งนี้

ชายผิวเข้มลอบมองบุรุษที่นั่งมองการประลองด้วยสายตาไม่ยินดียินร้าย...ตามปกติแล้วคนในราชวงศ์ที่ควรจะมารับชมการคัดเลือกนี้ควรจะเป็น องค์ชายเซย์อิจิ จากสายรอง— ทว่าไม่รู้ด้วยเหตุอันใดครานี้อาคาชิ เซย์จูโร่จึงได้นึกครึ้มเป็นฝ่ายออกปากว่าอยากจะมารับชมฝีมือผู้สมัครหลายร้อยคนด้วยตาของตนเอง

 


“ที่นั่งของราชทูตคนเก่งมันสบายไปหรืออย่างไร เจ้าถึงได้มายืนเกะกะอยู่ตรงนี้

“ที่นั่งที่รายล้อมไปด้วยชายแก่น่าเบื่อจะตายไป สู้ยืนข้างอาโอมิเนจจิไม่ได้เลยสักเล็กน้อย— โอ้ ข้าล้อเล่นน่า อย่าทำหน้าตาเหมือนจะถลกหนังหัวข้าสิ”

 


คิเสะหยอกล้อเพื่อนสนิทด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แต่คำพูดนั้นก็พอจะมีความจริงเจือปนอยู่บ้างเพราะการมีขุนนางชรานั่งอยู่รอบตัวพร้อมกับซุบซิบกันถึงเรื่องภายในราชวังมันไม่น่าพิสมัยเอาเสียเลย

และก่อนที่อาโอมิเนะจะได้บ่นอะไรเจ้าลูกสุนัขในร่างคนอีกสักประโยค เสียงขานเรียกชื่อที่ดังขึ้นก็ทำให้คนสองคนหันไปทางลานประลองในทันที

 


“ไฮซากิ โชโงะ...คุโรโกะ เท็ตสึยะ เข้ามาในลานประลองได้!”

 


คนสองคนที่รูปร่างแตกต่างกันเสียยิ่งกว่าอะไรเดินเข้ามาในลานประลอง คิเสะยิ้มแหย เหล่มองอาโอมิเนะที่มีสีหน้าไม่ต่างจากตนเองเท่าไรนัก

แค่ขนาดตัว...อีกฝ่ายก็ดูจะกินขาดไปมากโขแล้ว

 


“คุโรโกจจิ...จะไหวหรือเปล่านั่น”

 


...

 


บุรุษผมสีหม่นเป็นฝ่ายพุ่งเข้าโจมตีก่อนทันทีที่สัญญาณเริ่มประลองดังขึ้น นับเป็นโชคดีที่คุโรโกะยกดาบของตนขึ้นมากันเอาไว้ได้ทัน มิเช่นนั้นคงไม่แคล้วได้มีรอยแหว่งกลางศีรษะ ร่างเล็กพยายามหาช่องพลิกกลับมาเป็นฝ่ายโต้กลับ ความแตกต่างทางกายภาพถือเป็นเรื่องน่ารำคาญใจสำหรับคนด้อยกว่า

 


เคร้ง!

 


เสียงดาบสองเล่มปะทะกันดังก้องหู มือของคุโรโกะสั่นระริกยามต้องใช้แรงลงน้ำหนักไปที่ปลายดาบ ในขณะที่ไฮซากิตั้งรับด้วยท่าทีไม่ทุกข์ร้อนเท่าไรนัก

เพียงแต่เสี้ยววินาทีที่เผลอละสมาธิออกไปจากการต่อสู้ ร่างของคนตรงหน้าก็หายไปจากสายตาราวกับล่องหน ดวงตาสีเทาเข้มเบิกกว้าง— เป็นไปไม่ได้!

จุดหมายของคมดาบจากทางด้านหลังคือลำคอของไฮซากิอย่างไม่ต้องสงสัย คนเป็นเป้าหมายเบี่ยงตัวหลบได้อย่างเฉียดฉิวทำให้ปลายทางของคมดาบกลับกลายเป็นอากาศที่ว่างเปล่าแทน

กฎของการประลองคือต้องทำให้อาวุธหลุดออกจากมือของอีกฝ่ายให้ได้ โดยห้ามฆ่า แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้บาดเจ็บจนเกือบถึงตายไม่ได้

 


“อ่า...เห็นตัวกะเปี๊ยกแบบนี้ ที่จริงแล้วไม่เบาเลยนี่”

“กรุณาอย่าตัดสินคนที่ความสูงจะได้ไหมครับ”

 


ไฮซากิหัวเราะแผ่ว ถูกชะตาขึ้นมาอย่างน่าแปลกใจ หากได้อยู่ในกองทัพด้วยกัน ตัวเลือกแรกที่เขาคิดจะเข้าไปผูกมิตรด้วยก็คงเป็นคนผู้นี้

แต่น่าเสียดาย— ชายหนุ่มคิด...ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกมีได้เพียงหนึ่งเท่านั้นและนั่นก็ต้องเป็นไฮซากิ โชโงะ หาใช่คุโรโกะ เท็ตสึยะ

 


“โทษทีนะ แต่ว่าข้าน่ะจำเป็นต้องชนะ...”

“อึก...!”

 


ดาบเล่มยาวพุ่งเข้ามาโดยที่คุโรโกะไม่ทันได้ตั้งตัว ปลายคมของมันเรียกเลือดที่ต้นแขนด้านซ้ายได้อย่างง่ายดาย

จังหวะดาบของไฮซากิรวดเร็วขึ้นราวกับว่าที่ผ่านมาเป็นเพียงแค่การละเล่นก่อนเอาจริง แทบจะไม่เปิดช่องว่างให้ชายตัวเล็กได้ตอบโต้คืนด้วยซ้ำ

คุโรโกะตวัดดาบไปทางด้านขวา เบี่ยงเบนสายตาของไฮซากิในชั่วขณะก่อนจะอ้อมไปโจมตีจากอีกด้าน

 


ฉัวะ!

 


ไม่ใช่แค่ท่านหรอกนะครับที่จำเป็นต้องชนะ

 


ปลายเสียงมีร่องรอยของความหอบเหนื่อยจากการเป็นฝ่ายตั้งรับมานาน

 


“...ข้าเองก็มีเหตุผลที่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องชนะให้ได้เช่นเดียวกัน”

 


...

 


“เจ้าคนตัวเล็กนั่นอึดไม่เบาเลยนี่”

“อันที่จริงก็สูสีกันอยู่หรอก...แต่คนที่ชนะก็คงจะเป็นชายผมสีเทาล่ะนะ

“นั่นสิ...แต่ข้าว่า...”

 


เสียงพูดคุยของเหล่าขุนนางบนปะรำพิธีดังขึ้น มิโดริมะกลอกตาด้วยความรำคาญใจ...ไม่รู้จักคำว่ามารยาทหรืออย่างไรกันถึงได้เสียงดังกันขนาดนี้

 


“เจ้าคิดว่าใครจะเป็นผู้ชนะ ชินทาโร่”

“...”

 


เนตรสีเขียวภายใต้กรอบแว่นตามองลงไปยังลานประลอง ภาพที่ปรากฏในสายตาคือชายผมสีฟ้าเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำให้กับชายอีกคนที่ร่างกายกำยำกว่า เพียงแต่เสี้ยววินาทีต่อมาจากฝ่ายเพลี่ยงพล้ำก็พลิกมาเป็นฝ่ายโจมตีกลับได้เสียแล้ว

แต่อย่างไรเสีย...

 


“คงเป็น— ไฮซากิ โชโงะ”

 


อาคาชิทอดมองไปยังลานประลองด้วยสายตาลึกล้ำ รอยยิ้มที่มุมปากกดลึกมากยิ่งขึ้น


 

“ผิดแล้ว ชินทาโร่”

 


เคร้ง!!

ฉึก!!

 


“คำตอบน่ะ...คือไม่มีใครชนะเลยต่างหาก”

 


มิโดริมะเบิกตากว้างเมื่อดาบเล่มยาวกระเด็นออกจากมือของสองคนลอยไปปักบนพื้นลานประลอง ในขณะที่ชายผมแดงดูจะไม่แปลกใจเลยสักนิดกับการที่คนตัวเล็กมีแรงมากพอจะงัดดาบให้หลุดออกจากมือคู่ต่อสู้ที่มีกำลังมากกว่าได้

ฝ่ายขุนนางที่เป็นผู้ดำเนินการคัดเลือกเองก็ไม่รู้จะตัดสินอย่างไร— ในเมื่ออาวุธของผู้เข้ารับการคัดเลือกทั้งสองคนต่างหลุดออกจากมือกันทั้งคู่เช่นนี้

แต่ถ้าพิจารณากันตามจริงแล้ว หากต้องเลือกเพียงหนึ่ง ก็ควรจะเป็น...ไฮซากิ โชโงะ ทว่าก่อนที่จะได้เอ่ยคำตัดสินออกไปนั้น สารจากชายผู้นั่งอยู่เบื้องบนก็ถูกส่งมาถึงเสียก่อน

 


“ไฮซากิ โชโงะ”

 


คุโรโกะเม้มริมฝีปากเป็นแนวเส้นตรงเมื่อชื่อที่เปล่งออกมาไม่ใช่ชื่อของตน แม้จะรู้สึกผิดหวัง กระนั้นก็ตั้งใจจะหันไปแสดงความยินดีกับคู่ต่อสู้ เพียงแต่ว่าชื่อที่ถูกเอ่ยออกมาน่ะ...

 


“และคุโรโกะ เท็ตสึยะ”

 


ไม่ได้มีแค่ชื่อเดียว...

 


“ขอแสดงความยินดีด้วย...พวกเจ้าผ่านการคัดเลือก”

 


...

 


“มีปัญหาอะไรกับการตัดสินใจของข้าหรือ”

 


อาคาชิเปรยถามเหล่าขุนนางเฒ่าทางด้านหลังด้วยเสียงราบเรียบ

 


“มะ ไม่มีพะย่ะค่ะ— พวกข้าเพียงแค่สงสัยว่าเหตุใดท่านจึงตัดสินให้ชายจืดจางท่าทางอ่อนแอผู้นั้นผ่านการเลือก...”

“หึ...”

 


แว่วเสียงหัวเราะที่ไม่น่าอภิรมย์สักเท่าไรนักจากชายผู้เป็นกษัตริย์

 


“พวกเจ้าน่าจักรู้ว่าข้ามองสิ่งใดไม่เคยพลาด”

“...”

“...ความจืดจางของเขาต้องเป็นประโยชน์ในภายภาคหน้าอย่างแน่นอน”

 


คำตอบนั้นทำให้ไม่มีใครกล่าเอ่ยถามอะไรต่อไปอีก...ระบบความคิดของอาคาชิ เซย์จูโร่นั้นซับซ้อน เข้าใจยาก หากแต่ผลลัพธ์สุดท้ายคือการได้ความสำเร็จมาในครอบครอง— ราวกับการละเล่นตัวหมากไม่มีผิด

 


“เจ้าจะไม่ถามอะไรข้าสักหน่อยหรือ ชินทาโร่”

“ถามไปเจ้าก็คงตอบข้าด้วยคำตอบแบบเดียวกับที่ตอบคนพวกนั้น...หรือไม่จริงเล่า”

 


บางทีที่เขากันว่านายบ่าวนิสัยมักคล้ายกันก็คงจะจริงอยู่ไม่น้อย อาคาชิหยักยิ้มพอใจกับคำตอบของมิโดริมะ การมีขุนนางคนสนิทที่สามารถรู้เท่าทันกันได้ก็นับเป็นเรื่องน่ายินดี

 


“แล้ว...เจ้าคิดจะเอาเขาไปอยู่หน่วยใดกัน”

“...”

“พนันได้ว่ามิใช่หน่วยแนวหน้า รูปร่างเช่นนั้นส่งไปมีแต่จะกลายเป็นตัวถ่วงเสียเปล่า”

“นั่นสินะ...”

 


กษัตริย์หนุ่มลากเสียงยาว นึกภาพบุรุษจืดจางขึ้นมาในสมองแล้วอดคิดไม่ได้ว่ารู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด...ราวกับว่าเคยพบพานกันมาแล้วอย่างไรอย่างนั้น

 


หน่วยองครักษ์เงา...ดูจะเหมาะสมที่สุดแล้ว เจ้าว่าอย่างนั้นหรือไม่...”

 


...

 


การคัดเลือกเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยและขณะนี้ก็เป็นช่วงที่ผู้ผ่านการคัดเลือกทั้งหมดสี่สิบห้าคนจะได้ขึ้นไปรับผ้าคลุมสีแดงเลือดหมูอันถือได้เป็นสัญลักษณ์ประจำกองทัพอาณาจักรราคุซันจากมือผู้ที่ปกครองอาณาจักรนี้

นั่นหมายความว่า...เป็นเพียงโอกาสเดียวที่มีสิทธิ์ได้ชิดใกล้กษัตริย์แห่งราคุซันมากที่สุด

มือของคุโรโกะเย็นเยียบ สั่นระริกขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ความคิดในหัวพลันตีกันอย่างไม่รู้เวลา เสี้ยงหนึ่งปรารถนาจะจับดาบขึ้นมาฟาดฟัน หากแต่อีกเสี้ยวหนึ่งกลับยับยั้งเอาไว้เพราะรู้ดีว่ายังไม่ใช่ตอนนี้— ไม่ใช่ตอนที่อีกฝ่ายเต็มไปด้วยกำลังอารักขามากมาย

 


“ต่อไป...”

 


ชื่อของผู้ที่กำลังจะขึ้นไปรับผ้าคลุมไม่ได้เข้ามาในโสตประสาทของคุโรโกะ หากแต่ภาพที่เห็นกลับทำให้ตัวเขา...รวมถึงใครหลายคนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

เพราะชายผู้นั้น— ชายที่ก้าวขึ้นไปรับผ้าคลุมบนปะรำพิธีดึงมีดสั้นออกมาจากเสื้อของตนเองหมายใช้มันปลิดชีพคนสูงศักดิ์เบื้องหน้าในระยะประชิด...ในระยะที่ไม่มีผู้คุ้มกันคนใดสามารถเข้ามาช่วยได้ทัน

ทว่า...

 


ฉึก!!!

อ๊ากกกกกกกก!!!

 


มีดนั่นถูกแย่งไปโดยฝีมือของอาคาชิ ก่อนที่มันจะเปลี่ยนเป้าหมายไปเป็นหัวใจของเจ้าของคนก่อนหน้า

...เพียงครั้งเดียวปลายคมก็ตัดขั้วหัวใจได้อย่างง่ายดาย

อาคาชิมองที่ด้ามมีด ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่ยี่หระราวกับเมื่อครู่ไม่เคยมีเหตุการณ์เสี่ยงชีวิตเกิดขึ้นมาก่อน

 


“ตราบนมีดนี่...พวกกบฏชายแดนมิใช่หรือ”

“...”

“จัดการได้ไม่เรียบร้อยเลยนะ เห็นทีคงต้องพูดคุยกับผู้ที่นำทัพไปปราบกันสักหน่อยแล้วกระมัง”

“...”

“แต่ก่อนอื่น...ช่วยมาจัดการเจ้าคนไม่รู้ที่ต่ำที่สูงคนนี้ออกไป แล้วเริ่มพิธีมอบผ้าคลุมต่อเสียที”

 


บรรยากาศกดดันขึ้นมาอย่างน่าประหลาด คุโรโกะรู้สึกว่าตนคิดถูกที่ไม่บุ่มบ่ามทำอะไรโง่เง่าลงไป อย่างที่อาโอมิเนะบอก...อาคาชิ เซย์จูโร่ ไม่ใช่คนที่จะถูกฆ่าได้ง่ายๆ

เขาต้องรอ— ต้องอดทน แล้วถึงตอนนั้น คุโรโกะ เท็ตสึยะจะเป็นคนปลิดชีวิตชายที่พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปด้วยมือเขาเอง

และหลังจากที่จัดการปะรำพิธีให้เรียบร้อยได้ดังเดิม ชื่อก็ถูกขานอีกครั้ง...

 


“คุโรโกะ เท็ตสึยะ”


 

สองขาก้าวขึ้นไปหาอย่างเชื่องช้า เห็นทางหางตาว่าอาโอมิเนะมองมาด้วยสีหน้าหวาดหวั่นอย่างกับกลัวว่าเขาจะคิดทำอะไรบ้าๆ อย่างชายที่เพิ่งจบชีวิตไปเมื่อครู่

คุโรโกะคุกเข่า มือขวาแนบที่อกซ้าย ก้มหัวคำนับแสดงความเคารพแล้วเงยหน้าขึ้นมาเพื่อรับผ้าคลุมจากมือกษัตริย์

 


“เจ้า...”

“...”

“เจ้ากับข้าเคยพบเจอกันมาก่อนหรือไม่”

 


ดวงใจกระตุกวูบเมื่อได้ยินคำถามเช่นนั้นอีกทั้งหนักอึ้งอย่างกับมีหินมาถ่วงเอาไว้ แต่ริมฝีปากก็ยังคงทำหน้าที่ของมันต่อไป

 


“ไม่เคยพะย่ะค่ะ”

 


คุโรโกะทำความเคารพอีกครั้ง

คล้ายเวลาหยุดหมุนไปชั่วอึดใจ— เมื่อดวงตาต่างสีนั่นมองสบเข้ามาอย่างกับต้องการจะค้นหาบางสิ่งในแววตาของเขา

 


“อย่างนั้นหรือ”

 


...

 


คุโรโกะพ่นลมหายใจยามที่ลงมาจากปะรำพิธี เขาปลอบใจตัวเองนับร้อยครั้ง— ไม่มีทางที่อีกฝ่ายจะจำได้ การเจอกันในความมืดเพียงไม่กี่อึดใจนั่น...กับคนจืดจางแบบตัวเขา อีกฝ่ายไม่มีทางจำได้แน่

 


เช่นนั้นข้าคงจักคิดมากไปล่ะกระมัง...

 


ทว่าคำพูดสุดท้ายที่กษัตริย์ราคุซันเอื้อนเอ่ยด้วยก็ชวนให้หวาดหวั่นว่าความจะแตกเสียเหลือเกิน




ทอล์ก

/คลานมาอัพด้วยความเร็วระดับเต่าคลาน ฮือ ;_____;

รู้สึกว่าบทนี้ไม่ค่อยสมูทเท่าไหร่ ยังไงก็ฝากติชมด้วยนะคะ ♥

ปล.มีแท็กในทวิตนะเออออออ ไปสกรีมกันในนั้นได้เด้อ #ฟิคแค้นแดงดำ

แวะไปตามทวงได้ที่ @Ammm0604 หรือฟอลทวิตอัพเดท @onehundredwish

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

10 ความคิดเห็น

  1. #44 Akashi💗 (@MildTetsuya) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 20:48

    มาต่อนะคะไรท์
    #44
    0
  2. #43 intira123 (@intira123) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 09:16

    ต่ออออ
    #43
    0
  3. #42 aumfoutuf22 (@aumfoutuf22) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 22:32

    รออยู่นะไรท์มาต่อเร็วนะภาษาสวยมากค่ะ

    #42
    0
  4. #41 TKP.123. (@T19032546T) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 18:01
    เนื้อเรื่องน่าติดตามมากเลยค่ะ ภาษาอ่านเเล้วเข้าใจง่าย ชอบมากๆเลย สู้ๆนะคะไรท์ รออ่านนนนนน
    #41
    0
  5. #39 neovenesia (@neovenesia) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 20:32
    <p>นายน้อยนี่จะความจำดีไปไหน เราว่าอีกไม่นานความแตกแหง</p>
    #39
    1
  6. #38 Patch_arapa (@Patch_arapa) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 09:12
    รอลุ้นนน
    #38
    0
  7. #37 RitaRockZa (@RitaRockZa) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 10:28
    โอ๊ยยยยคือแบบบโครตลุ้นน
    #37
    0
  8. #36 Tmookk (@Tmookk) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 10:10
    โห นายน้อยแบบเก่งมากกกกก น้องดูแค้นนายน้อยมาก แบบนี้จะรักกันยังไงเนี่ยย ติดตามๆ
    #36
    0
  9. #35 ZoshialChalotte (@ZoshialChalotte) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 04:35
    โอ๊ยย นายน้อยเฉียบ ดุดัน เด็ดขาดหนักมากกก น้องของเราจะเป็นยังไงบ้างคะเนี่ย;---; จะรอถึงตอนที่ท่านหลงน้องนะคะ วะฮ่าาา //////////
    #35
    0
  10. #34 prayfarsipang (@prayfarsipang) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 00:58
    โอ้ยยยยยใต้ความแค้นก้ออยากให้เขาสองคนรักกัน~
    #34
    0