(KNB) ‒ Hatred Heart ‒ (Akakuro)

ตอนที่ 4 : Hatred Heart : บทที่สอง (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 390
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    29 มี.ค. 61


Hatred Heart

บทที่สอง

 

            อาณาจักรราคุซันเป็นอาณาจักรใหญ่ ประกอบไปด้วยหลากหลายชนเผ่า เพราะอย่างนั้นผู้ที่ปกครองอาณาจักรจึงต้องแข็งแกร่งและมีอำนาจมากพอที่จะทำให้ทุกคนยอมรับ

            และในบรรดาคนของราชวงศ์อาคาชิแห่งราคุซันนั้น...ต่อให้อยากคัดค้านมากเพียงใดก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า อาคาชิ เซย์จูโร่ นั้นมีคุณสมบัติอย่างที่ว่ามาจริงๆ

            บุรุษดวงตาสองสี— ลักษณะอันน่าประหลาดที่โดดเด่นมาจากคนอื่นๆ ในราชวงศ์ เจ้าของสมญานาม ไร้พ่าย’ แห่งราคุซัน

            หลายคนต่างยอมรับว่าตั้งแต่อาคาชิขึ้นครองราชย์ อาณาจักรราคุซันก็แข็งแกร่งและเจริญรุ่งเรืองขึ้นมากมายนัก แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็มีขุนนางหลายคนต่อต้านเขา ทว่าไม่มีใครกล้าลุกขึ้นมาแสดงตนอย่างจริงจัง ด้วยรู้ดีว่าความแข็งแกร่งที่มาพร้อมกับความเด็ดขาดและเลือดเย็นเหลือคณาของอาคาชิน่าหวาดหวั่นเพียงใด

 


อาคาชิ ขุนนางบางคนกำลังไม่พอใจที่เจ้าสั่งกวาดล้างเซย์รินโดยไม่ถามความเห็นพวกเขาก่อน

 


มิโดริมะ ชินทาโร่ เอ่ยรายงานพร้อมดันกรอบแว่นของตัวเองขึ้นตามความเคยชิน มือถือเครื่องรางประจำวันที่เจ้าตัวศรัทธานักหนาเอาไว้ไม่ห่างกาย

 


...

“อย่างไรเสียเจ้าก็อายุน้อยกว่า แม้จะเป็นกษัตริย์ แต่การรับฟังผู้อาวุโสก็ถือเป็นเรื่องที่พึงกระทำ”

ไม่พอใจก็ทำได้แค่ไม่พอใจอยู่วันยังค่ำ

 


อาคาชิเปรยเสียงเรียบ

 


“พวกเขารู้ดีชินทาโร่ ว่าหากคิดต่อต้านข้าที่เป็นประกาศิต...จุดจบสุดท้ายมีเพียง ความตาย รออยู่เบื้องหน้าเท่านั้น

 


...

 


เคร้ง!

 


“ใช้ไม่ได้!”

 


ดาบในมือกระเด็นไปปักอยู่ที่พื้นดินด้วยฝีมือของอาโอมิเนะ คนตัวสูงกว่ากวัดแกว่งอาวุธเพียงไม่กี่ครั้งก็สามารถเอาชนะเขาได้อย่างง่ายดาย

คุโรโกะไม่กังขาเลยสักนิด...ว่าเหตุใดอาโอมิเนะ ไดกิจึงมีตำแหน่งเป็นถึงแนวหน้าของกองทัพอาณาจักรราคุซัน

 


ฟึ่บ!

 


ปลายแหลมคมถูกตวัดมาจ่ออยู่ที่ลำคอขาว อาโอมิเนะไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายร่างเล็ก แน่ล่ะ...ใครจะไปทำร้ายคนที่เพิ่งจะช่วยมากัน เพียงแต่เขาแค่ต้องการเตือน

ความลังเลเป็นเรื่องอันตราย โดยเฉพาะเมื่อมันเกิดขึ้นขณะอยู่ในสนามรบ

 


ในอนาคตเจ้าของคมดาบนี้อาจเป็นตัวข้า...หรือเป็นคนอื่น เมื่อถึงตอนนั้นอย่าได้ลังเลที่จะสู้ เข้าใจหรือไม่

“...”

ดาบของเจ้าในตอนนี้ไม่มั่นคงแม้แต่น้อย

“...”

หากเจ้ายังคงมีวิถีดาบเช่นนี้ อย่าหวังจะแก้แค้น...แม้แต่กระต่ายก็มิอาจปลิดชีพได้ด้วยซ้ำ เท็ตสึ

 


คำตินั่นทำให้คุโรโกะสะอึก— หากกล่าวถึงการต่อสู้ คงต้องยอมรับว่าเขามีดีที่การโจมตีโดยไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามได้ทันตั้งตัวเพราะความไร้ตัวตนของเขา แต่เมื่อเป็นการเผชิญหน้าประมือกันโดยตรงแล้วนั้น...เขาพ่ายแพ้อย่างหมดรูปจริงๆ

 


รู้สึกคิดผิดไหมล่ะครับที่ช่วยข้า

ไม่นี่

 


อาโอมิเนะไหวไหล่ เก็บดาบเล่มยาวกลับเข้าไปในฝัก

 


ข้าไม่เคยผิดหวังกับการตัดสินใจของข้า

“...”

เช่นนั้นแล้ว...เจ้าก็จงอย่าผิดหวังในตนเอง เท็ตสึ

มีผู้ใดเคยบอกหรือไม่ว่าท่านเป็นคนอ่อนโยน

 


ชายผิวเข้มเลิกคิ้วสูง โน้มใบหน้าคมคร้ามลดลงมาอยู่ในระดับเดียวกับใบหน้าของคุโรโกะ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือความหยอกล้อ

 


หากเห็นข้าในสนามรบ เจ้าอาจจะเปลี่ยนคำพูด

“...แต่ข้าเห็นท่านที่นี่

“...”

เห็นที่เผ่าโทโอ— เห็นท่านที่ช่วยเหลือข้าโดยที่ไม่จำเป็นเสียด้วยซ้ำ

 


อาโอมิเนะละใบหน้าออกห่าง ดวงแก้วสีน้ำเงินฉายแววสนใจอย่างปิดไม่มิด— เป็นความสนใจที่เจ้าตัวยังให้คำนิยามไม่ได้ในตอนนี้

 


หรือบางที...อาจเป็นตลอดไป

 


...

 


“กลับจากต่างเมืองได้ไม่ทันไรจะใช้งานข้าอีกแล้วหรือ”

 


ขุนนางหนุ่มจากตระกูลพ่อค้าแห่งไคโจวเอ่ยบ่นอย่างไม่ใคร่จะจริงจังสักเท่าไรนัก เกศาสีทองสะบัดพลิ้วยามสายลมพัดผ่าน ในขณะที่บุรุษอีกคนที่เดินขนาบข้างทำเพียงแค่ถอนหายใจออกมาเบาๆ เท่านั้น

 


“ข้าไม่ได้มาเพื่อจะใช้งานเจ้า แต่มีเรื่องจะมาบอก”

“หืม?”

 


คิเสะ เรียวตะ ครางในลำคอ เนตรสีบุษราคัมมองคนที่มักจะทำใบหน้าเคร่งขรึมอยู่ตลอดเวลาด้วยความประหลาดใจ

 


“อาคาชิสั่งกวาดล้างเซย์รินในระหว่างที่เจ้าไปติดต่อกับเซย์โฮ”

 


คิเสะเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ตนเองได้ยิน

 


“น่าเหลือเชื่อนักที่ขุนนางเฒ่าพวกนั้นยอมรับเรื่องนี้”

“เปล่า”

“...”

“อาคาชิสั่งการโดยไม่ได้ถามความเห็นพวกเขา”

 


ใบหน้าผู้ฟังปรากฏแววตระหนกอย่างเห็นได้ชัด ราคุซันยึดถือเรื่องการเคารพผู้อาวุโส ทว่าผู้เป็นกษัตริย์กลับกระทำการฝ่าฝืนขนบธรรมเนียมเก่าแก่เสียเอง มิหนำซ้ำยังข้ามหน้าข้ามตาในเรื่องใหญ่โตอีกต่างหาก

ตราบใดที่ราชวงศ์อาคาชิยังมีผู้สืบสายเลือดคนอื่นอยู่— ต่อให้เป็นคนไม่คิดมากอย่างเขายังพอจะคาดเดาได้เลยว่าในไม่ช้า...กลุ่มคนที่ต่อต้านอาคาชิ เซย์จูโร่จะต้องนำเรื่องนี้มาเป็นหนึ่งในประเด็นที่จะดึงอีกฝ่ายลงมาจากบัลลังก์ราชันย์อย่างแน่นอน

 


“มิโดริมัจจิก็เตือนอาคาชิจจิให้เพลาๆ ลงเสี—”

“เจ้าคิดว่าหมอนั่นฟังข้าหรืออย่างไร คิเสะ”

 


มิโดริมะพูดดักคอก่อนที่คิเสะจะพูดจบเสียอีก ให้เขาเตือนอาคาชิ? ว่ากันตามตรงคือบอกให้เขาไปเตือนให้อาโอมิเนะเพลาๆ เรื่องความสกปรกยังจะง่ายกว่าเสียอีก!

 


“อ่า...ก็จริงของเจ้า”

“เอาเถิด ข้ามาบอกเจ้าก็เพียงแค่เรื่องนี้”

“...”

“ลูกแก้วพยากรณ์ไม่เคยพลาดฉันท์ใด ลางสังหรณ์ของข้าก็ไม่เคยพลาดฉันท์นั้น...อีกไม่นานวังหลวงคงจะถึงคราแบ่งเป็นฝักฝ่าย”

“...”

“ข้ามีธุระต้องไปจัดการต่อ อย่างไรก็ยินดีด้วยที่การติดต่อกับเซย์โฮเป็นไปได้ด้วยดี”

 


มือเรียวดันกรอบแว่นอย่างเคยชินก่อนหันไปยกมือลาคิเสะทั้งที่ใบหน้ายังคงเคร่งขรึมจริงจังเหมือนเดิม

 


...ก็สมกับเป็นขุนนางคนสนิทขององค์ราชา

 


รอยยิ้มกว้างวาดลงบนใบหน้ารูปงาม

 


“ไว้พบกันที่ร้านประจำของพวกเราแล้วกันนะมิโดริมัจจิ!!”

 


...

 


ครั้งล่าสุดที่แวะเวียนมาที่บ้านของหัวหน้าเผ่าโทโอเห็นทีจะเป็นเมื่อสามสัปดาห์ก่อน ด้วยความที่เข้าๆ ออกๆ ที่นี่บ่อยประหนึ่งเป็นบ้านหลังที่สอง— อันที่จริงอาจจะเป็นสาม แต่เอาเป็นว่าคุ้นเคยมากพอที่จะถือวิสาสะเข้ามาได้โดยไม่ถูกเหล่าคนรับใช้ลากคอออกไปแล้วกัน เพราะอย่างนั้นใช้เวลาเพียงไม่นานเขาก็มาถึงหน้าห้องนอนของอาโอมิเนะจนได้

คิเสะนึกถึงใบหน้าบุตรชายเจ้าของบ้าน พนันได้เลยว่าหากเจอหน้ากัน สีหน้าแรกที่แสดงออกมาคงหนีไม่พ้นสีหน้าเหม็นเบื่อเป็นแน่แท้หรือบางทีอาจจะมาพร้อมกับประโยคทักทายแรกที่ว่า ใครเชิญให้เจ้ามาที่นี่? ก็เป็นไปได้

 


ครืด!

 


ประตูห้องถูกเลื่อนเปิดออกและมันไม่ใช่ฝีมือของเขา คิเสะขมวดคิ้วเพราะไม่เห็นผู้ที่เป็นคนเลื่อนประตู หากแต่เมื่อก้มมองต่ำลงไปสักเล็กน้อยก็ต้องสะดุ้งโหยงแล้วผงะถอยหลังออกมา

 


“เหวอเจ้าโผล่มาจากไหนกัน!?

“ข้าโดนท่านยืนขวางทางตั้งแต่เลื่อนประตูเปิดมาแล้วครับ”

 


จืดจาง...เป็นบ้า— คิเสะค่อนขอด ได้ยินเสียงเข้มดังลอดมาจากภายในห้องนอนของบุตรชายหัวหน้าเผ่าโทโอพร้อมกับที่เจ้าของเสียงเดินมายังที่ที่เขากับร่างเล็กยืนอยู่

 


“เกิดอะไรขึ้นน่ะเท็ตสึ— ค...คิเสะ!!

 


ประโยคแรกเอ่ยด้วยโทนเสียงปกติ หากแต่ประโยคเอ่ยชื่อกลับเอ่ยด้วยเสียงดัง น่าผิดคาดที่สีหน้าและประโยคแรกหาใช่ดังที่คิเสะคาดเดาไว้ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่ขุนนางจากไคโจวให้ความสนใจ...บุคคลปริศนาผู้นี้ต่างหากล่ะที่น่าสน

 


“ตั้งใจจะมาทำให้อาโอมิเนจจิประหลาดใจเสียหน่อย แต่ดูเหมือนฝ่ายที่ประหลาดใจจะเป็นข้าเสียเอง”

 


คุโรโกะไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำตัวอย่างไรและไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบุรุษผมสีทองตรงหน้านั้นเป็นใคร เมื่อเป็นดังนั้นความคิดที่จะออกไปช่วยโมโมอิข้างนอกห้องเป็นอันพับเก็บไปแล้วเปลี่ยนมาเป็นถอยหลังไปยืนข้างอาโอมิเนะแทน

 


“คนผู้นี้คือใครหรือ? อาโอมิเนจจิ”

“อ่า...”

 


อาโอมิเนะทำสีหน้าคล้ายคนน้ำท่วมปาก ดูลำบากใจเสียจนคุโรโกะนึกอยากช่วยตอบแทน แต่พินิจดีๆ แล้วนั้น...การเงียบเอาไว้อาจจะดูเข้าท่าเสียมากกว่า

 


“ญาติ— ใช่! ญาติห่างๆ น่ะ ครอบครัวเจ้าหมอนี่ส่งมาอยู่กับข้า หมายจะให้ฝึกฝนแล้วสมัครเข้าเป็นทหารของอาณาจักร”

 


ปลายเสียงเข้มไต่ขึ้นสูง เหงื่อเม็ดเล็กซึมที่ข้างขมับ อาโอมิเนะไม่เคยนึกลำบากกับการโกหกครั้งไหนเท่าครั้งนี้เลย!

และแน่นอน— คิเสะ เรียวตะไม่ใช่คนโง่ หากคิดว่าการโกหกที่ไม่มีความน่าเชื่อถือจนแม้แต่เด็กตัวน้อยๆ ยังดูออกจะสามารถรอดพ้นสายตาของตัวเขาไปได้แล้วล่ะก็...ผิดถนัดถ้าเรื่องแค่นี้ยังจับสังเกตไม่ได้มีหรือที่คิเสะจะได้รับมอบหมายให้ไปเป็นฑูตเจรจากับต่างเมืองอยู่บ่อยครั้งน่ะ

แต่...ก็ไม่มีความจำเป็นอันใดให้เขาต้องไปซักไซ้ไล่เรียงถึงเหตุผลที่อาโอมิเนะโกหกนี่นา...

 


“อ้อ เช่นนั้นเองหรือ”

“...”

“ข้ามีนามว่าคิเสะ...คิเสะ เรียวตะ ขุนนางจากตระกูลพ่อค้าแห่งไคโจว”

 


ริมฝีปากของคนพูดคลี่ออกกว้าง เกิดเป็นรอยยิ้มสว่างใสจนคุโรโกะอดนึกไม่ได้ว่าคนผู้นี้รวบรวมความเจิดจ้ามาอยู่ที่ตนเองหมดแล้วหรืออย่างไร

 


“ยินดีที่ได้รู้จักนะ ญาติของอาโอมิเนจจิ

“คุโรโกะ เท็ตสึยะ...ญาติห่างๆ ของท่านอาโอมิเนะ”

“...”

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ท่านคิเสะ”

 


คุโรโกะทำเพียงพยักหน้าตอบรับคำทักทายและเอ่ยแนะนำตนเองกลับไป ในขณะเดียวกัน อาโอมิเนะแค่นยิ้มแกนๆ กับคำพูดของคนทั้งสอง นึกหวั่นใจกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตไม่ได้ แม้จะรู้ดีว่าสักวันทั้งคู่ก็ต้องพบกัน...แต่ก็ไม่คาดคิดว่าวันที่ว่าจะมาถึงเร็วเพียงนี้

 


...

 


“แล้วก็นะ...สมัยเด็กน่ะอาโอมิเนจจิซนมากๆ เลยล่ะ แถมยังเคย—”

 


เสียงเจื้อยแจ้วของขุนนางหนุ่มดังมาตลอดหลายนาที หลังจากผ่านพ้นช่วงเวลาแรกพบอย่างน่ากระอักกระอ่วนมาได้ เขา คิเสะและอาโอมิเนะก็ลงเอยด้วยการมานั่งสนทนากันที่ชานระเบียงห้องนอนของลูกชายหัวหน้าเผ่าจนได้

แม้การสนทนาที่ว่า...จะหมายถึงการที่คิเสะเอ่ยพูด ตัวเขานั่งฟังและอาโอมิเนะที่ทำหน้าไม่สบอารมณ์ยามโดนสาววีรกรรมสมัยเด็กออกมาพูดก็ตามที

 


“พอได้แล้วน่า คิเสะ”

 


คนผิวเข้มออกปากตัดบทสนทนาก่อนที่จะถูกสาวไส้จนหมดตัว

 


“เจ้ามาที่นี่ด้วยเหตุผลใด”

“บอกแล้วมิใช่หรือ ข้ามาเพื่อทำให้เจ้าประหลาดใจอย่างไรเล่า อาโอมิเนจจิ”

“คิเสะ...”

 


ไพลินคู่คมสบกับบุษราคัมคู่งามในเชิงรู้เท่าทัน นั่นทำให้คิเสะหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอ่ยถึงเหตุผลที่แท้จริงในการมาเยี่ยมเยือนถึงเผ่าโทโอ

 


“ข้าเพียงอยากมาถามว่าอาโอมิเนจจิรู้เรื่องที่อาคาชิจจิสั่งกวาดล้างเผ่าเซย์รินแล้วใช่หรือไม่”

“อ่า ข้ารู้แล้ว...รู้หลังจากที่กลับมาจากการปราบกบฏแถบชนเผ่าชูโตคุ”

 


หัวข้อสนทนาที่แปรเปลี่ยนทำให้คุโรโกะชะงัก ริมฝีปากบางเผลอขบเม้มอย่างลืมตัว...อากัปกิริยาดังกล่าวอยู่ในสายตาของคิเสะ หากแต่คนมองไม่ได้เลือกหยิบยกมาเป็นประเด็นใส่ใจ ก่อนจะกลับไปสนใจบทสนทนาของตนเองกับเพื่อนสมัยเด็กต่อ

คุโรโกะคิดว่าตนเองควรหลีกหนีไปจากตรงนี้ หนึ่งคืออย่างไรเสียเขาก็เป็นคนนอก มานั่งฟังการพูดคุยของคนใหญ่คนโตแบบนี้ดูจะเป็นการเสียมารยาทเกินไปสักหน่อยและสอง...บาดแผลในจิตใจของเขายังคงสดใหม่อยู่เสมอ แม้จะล่วงเลยมาหลายเพลาแล้วก็ตาม หากได้ยินเรื่องราวของการกวาดล้างเผ่าเซย์รินอีกคงไม่แคล้วหลุดท่าทีแปลกๆ ออกไปแน่

 


“ท่านอาโอมิเนะ ข้าคิดว่าจะไปฝึกซ้อมสักประเดี๋ยว”

 


คุโรโกะลุกขึ้นทันทีที่พูดจบ แน่ล่ะ— เขาไม่ได้ขออนุญาต นั่นคือประโยคบอกเล่าต่างหาก...อาโอมิเนะพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้และคิเสะหันมาส่งยิ้มให้

 


"สู้ๆ นะคุโรโกจจิ

“...”

ไว้เจอกันอีกทีในวันคัดเลือกทหาร

 


พร้อมกับเอ่ยวาจาที่คุโรโกะยากจะคาดเดาว่ามีความนัยใดแฝงไว้หรือไม่




ทอล์ก

เข็นตอนต่อไปมาได้แล้วค่า ;0; ถ้ามีตรงไหนแปลกๆ ก็ติชมมาได้เลยนะคะ ฝากติดตามด้วยน้า ♥

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

53 ความคิดเห็น

  1. #32 ZoshialChalotte (@ZoshialChalotte) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 09:40
    ชอบมากก แต่งดีทั้งเนื้อเรื่องทั้งภาษาเลยค่ะ!! สู้ๆนะคะ มีแววตีพิมพ์ได้เลย
    #32
    0
  2. #31 Kuromi Tetsuya (@bambambb) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 17:52
    สนุกมากๆงับ จะรอลุ้นนะคับว่าน้องจะผ่านมั้ย แต่ก็น่าจะผ่านนะ ^~^
    #31
    0
  3. #30 neovenesia (@neovenesia) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 08:18
    สนุกมากเลยค่ะ ลุ้นอยู่ว่าน้องจะผ่านไหม
    #30
    0
  4. #28 KannikaThongpian (@KannikaThongpian) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 13:19
    รอมาต่อเร็วๆ
    #28
    0
  5. #27 NaDeaR39 (@pannapat10059525) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 00:34
    รออออออออออออออออ รอเธออัพอยู่นะจ๊ะ แต่เ--- อัพไวๆนะจ๊ะ เป็นกำลังใจให้
    #27
    0
  6. #26 TAEJESSIYEONCA (@june13whiteolin) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 00:02
    รอตอนต่อไปนะคะ
    #26
    0
  7. #25 0863291062 (@0863291062) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 21:41
    ในที่สุดก็มาต่อให้ รอตอนต่อไปค่ะ
    #25
    0