(KNB) ‒ Hatred Heart ‒ (Akakuro)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,516 Views

  • 52 Comments

  • 245 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    53

    Overall
    2,516

ตอนที่ 1 : Hatred Heart : ปฐมบท (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 791
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    14 มี.ค. 61


Hatred Heart

ปฐมบท


เทือกเขาราคุโคคือพรหมแดนธรรมชาติกั้นระหว่างอาณาจักรเทย์โคกับอาณาจักรราคุซันและเป็นที่ตั้งของ เผ่าเซย์ริน ชนเผ่าที่ไม่ขึ้นตรงต่ออาณาจักรใดอาณาจักรหนึ่ง ปกครองตนเองโดยยกให้ ฮิวงะ จุนเปย์ ดำรงตำแหน่งหัวหน้าเผ่า

ส่วนใหญ่ผู้คนในเผ่าดำรงชีวิตด้วยการค้าขายของป่าและทำเกษตรกรรม วิถีชีวิตดำเนินไปอย่างเรียบง่าย ทุกอย่างสงบสุขเรื่อยมาจนกระทั่ง...

 


ฮะ ฮิวงะ! แย่แล้ว!! แย่แล้วล่ะ!!!

 


น้ำเสียงร้อนรนของโคกาเนะดังขึ้นพร้อมกับเจ้าของเสียงที่วิ่งมาหยุดหอบเหนื่อยตรงหน้าผู้เป็นหัวหน้าเผ่าเซย์ริน

 


เกิดอะไรขึ้น?”

กองทัพ...แฮ่ก

 


โคกาเนะพยายามพูดพร้อมหอบจากการวิ่งไปด้วย

 


“มีกองทัพกำลังตรงมาที่เผ่าเรา! อีกไม่นานคงจะมาถึงที่นี่!!

กองทัพ! บ้าน่า!

 


ฮิวงะอุทานเสียงดัง จากนั้นจึงตั้งสติแล้วสั่งการ

 


โคกาเนะ เจ้าไปบอกให้ทุกคนในเผ่าให้มารวมตัวกันหน้าบ้านข้า!

 


...

 


ฟังนะทุกคน ตอนนี้มีกองทัพกำลังมุ่งมาที่เผ่าเรา

 


สิ้นสุดประโยคของผู้เป็นหัวหน้าเผ่า สีหน้าของทุกคนที่มารวมตัวกันก็เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นเด็กบางคนถึงกับร้องไห้จ้าเพราะความกลัว จนฮิวงะต้องรีบปลุกใจทุกคน


 

ไม่ต้องห่วง ข้ากับแนวหน้าจะเป็นคนปกป้องทุกคนในเผ่าเอง!

 


การเป็นชนเผ่าปกครองตนเองของเซย์ริน ทำให้ทั้งราคุซันและเทย์โคต่างแก่งแย่งกันที่จะให้เซย์รินเข้ามาสวามิภักดิ์ หากแต่...นี่เป็นครั้งแรกที่มีกองทัพบุกเข้ามาประชิดถึงเพียงนี้ หรือบางที— มันอาจจะเป็นสัญญาณเตือนว่าอาณาจักรใดอาณาจักรหนึ่งเริ่มคิดจะจัดการพวกเราอย่างจริงจัง

 


“...ฮิวงะ กองทัพมาถึงหน้าเผ่าแล้ว

 


อิสึกิกระซิบ ฮิวงะพยักหน้าแล้วหันไปบอกเพื่อนสาวที่ยืนอยู่ไม่ไกล

 


“ฝากดูแลตรงนี้หน่อยนะ ริโกะ

อ่า...เข้าใจแล้ว จะดูแลเป็นอย่างดีเลยล่ะ ฮิวงะ

 


ฮิวงะเดินนำไปก่อน ตามด้วยแนวหน้าของหมู่บ้านอันประกอบไปด้วย คิโยชิ เทปเปย์ อดีตทหารรับจ้างของเทย์โค เจ้าของสมญานามใจเหล็ก อิสึกิ ชุน เจ้าของดวงตาอินทรีย์และ คางามิ ไทกะ บุคคลที่ขึ้นชื่อว่าเก่งกาจที่สุด

ทั้งสี่คนหยุดอยู่ตรงทางเข้าเผ่า เบื้องหน้าคือกองทัพทหารม้านับร้อยนายที่มีอาวุธครบมือและเด่นสะดุดตาที่สุดคือบุรุษในชุดหรูหราสีดำสนิท ผ้าคลุมสีแดงนั่นบ่งบอกให้รู้ว่าคนสวมใส่มีสถานะเป็นเชื้อพระวงศ์ ชายผู้นั้นกระโดดลงจากหลังอาชาสีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะ แล้วย่างเท้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าของฮิวงะ


 

นามของข้าคือ อาคาชิ เซย์จูโร่ กษัตริย์แห่งราคุซัน

“...”

 


ฮิวงะมองหน้าผู้ที่บอกว่าตนเป็นกษัตริย์อย่างนิ่งเฉย ไม่แม้แต่จะตอบกลับหรือทำความเคารพ

 


อยู่ต่อหน้ากษัตริย์เช่นข้าแล้วยังไม่แม้แต่จะเคารพงั้นหรือ

เซย์รินไม่ขึ้นตรงต่อผู้ใด จึงไม่จำเป็นที่พวกเราจะต้องทำความเคารพ

“เห...”

 


เสียงครางเครือในลำคอและริมฝีปากที่เหยียดออกเป็นรอยยิ้มแสยะดูน่าหวาดหวั่นพิกลเมื่อเกิดจากเจ้าของเรือนผมสีชาด

 


โอหังไม่เบาเลยนี่

“มีธุระอันใดกับพวกเรา!”

 


เป็นคางามิที่โพล่งถามขึ้นด้วยวาจากระแทกกระทั้น ทหารนายหนึ่งในกองทัพชักดาบขึ้นหมายจะตวัดมันบั่นคอผู้ที่อาจหาญทำท่าทางไม่เคารพเกียรติแห่งกษัตริย์ราคุซัน หากแต่อาคาชิกับวาดมือมาขวางไว้เสียก่อน

มิใช่ว่ามีเมตตา...เพียงแค่มองถึงประโยชน์ระยะยาว เขาพร้อมจะละเว้นให้แก่การกระทำไร้มารยาททั้งหมดหากทุกอย่างเป็นไปตามที่หวังเอาไว้

 


ข้าต้องการให้เซย์รินยอมสวามิภักดิ์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของราคุซัน

ขอปฏิเสธ

 


ฮิวงะตอบอย่างไม่ลังเล

 


เซย์รินไม่ขึ้นตรงต่อผู้ใด...ไม่ว่าจะเทย์โคหรือราคุซัน

 


การสวามิภักดิ์กับราคุซัน...ไม่ว่าจะพิจารณาอย่างไร แท้จริงแล้วฝ่ายนั้นก็เพียงแค่ต้องการใช้เผ่าเซย์รินเป็นแนวหน้ารับศึกก่อนยามทำสงครามกับเทย์โค หากตอบตกลง— ก็ไม่ต่างอะไรกับหมากในกระดานที่กษัตริย์ราคุซันพร้อมจะเขี่ยทิ้งตลอดเวลาเมื่อไม่อาจทำประโยชน์ได้แล้ว

 


เจ้า! ท่านอาคาชิอุตส่าห์ให้เกียรติมาพูดคุยด้วยตนเองเช่นนี้แล้ว ยังคิดจะปฎิเสธอีกหรือ!

 


นายทหารผู้ติดตามตวาดเสียงกร้าว

 


ต้องอภัย แต่เชิญท่านกลับไปเถิด

 


ฮิวงะโค้งคำนับ นั่นคือการแสดงความเคารพแบบประชดประชันและขับไล่ไปในตัว— ความยึดมั่นในตนเองของเซย์รินชวนให้หลายคนปรารถนาจะทำลายอุดมคติเหล่านั้นให้สิ้นซาก

อาคาชิแค่นหัวเราะแผ่วเบา แววตาทอประกายเย็นเยียบก่อนมันจะหายลับไปเพียงเสี้ยววินาที

 


“แล้วพวกเจ้าจะรับรู้...ว่าความยโสของพวกเจ้าเป็นเรื่องที่ผิดมหันต์”

กลับ

 


ผู้เป็นกษัตริย์สั่งการให้กองทัพแปรขบวนกลับหลังหันเพื่อเดินทางออกจากเผ่าเซย์ริน ก่อนจะเดินกลับไปขึ้นขี่ม้าของตนเอง

 


...หมดธุระกับเซย์รินแล้ว

 


...

 


ครานี้เป็นคนของอาณาจักรใดหรือ?

“ราคุซันน่ะ...น่าขันเป็นบ้า รู้ทั้งรู้ว่าไม่ว่านานเท่าไร พวกเราก็ไม่มีวันยอมก้มหัวให้อาณาจักรใดแท้ๆ”

“...”

“ช่างเถิด! คุโรโกะ วันนี้ข้าไปนอนกับเจ้านะ”

“ตามสบายครับ”

 


คุโรโกะ เท็ตสึยะ และคางามิเป็นเพื่อสมัยเด็กของกันและกัน พ่อกับแม่ของพวกเขาทั้งสองเสียชีวิตระหว่างทางที่ไปค้าขายกับต่างเมืองเมื่อสิบสองปีก่อนตั้งแต่ตอนที่พวกเขาอายุเจ็ดขวบ ตั้งแต่ตอนนั้นคุโรโกะและคางามิก็มาใช้ชีวิตด้วยกันบ่อยๆ จนเป็นภาพที่ทุกคนชินตาว่าที่ใดมีคางามิที่นั่นย่อมมีคุโรโกะ...แม้ว่าคนหลังจะจืดจางมากถึงมากที่สุดก็ตาม

 


ขณะเดียวกัน...กองทัพของราคุซันหยุดพักอยู่ ณ ลำธารที่ไม่ไกลจากเผ่าเซย์รินเท่าไรนัก อาคาชินั่งลูบแผงคอของ ยูกิมารุม้าประจำตัวของเขาที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็กอย่างเงียบงัน ก่อนจะส่งเสียงเรียกชื่อผู้ติดตามคนสนิทขึ้นมา

 


เรย์โอะ แจ้งแก่ทหารทุกนาย อีกสองชั่วยามเราจะทำการเก็บกวาด

“ฝ่าบาท แต่—”

“ไม่มีแต่”

 


อาคาชิตัดบทเสียงเฉียบขาด

 


หมากที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ก็ต้องกำจัดออกจากกระดานไปเสีย ก่อนที่มันจะย้อนกลับมาทำร้ายเรา

“...”

ท่านพ่ออาจอะลุ่มอล่วยให้พวกเขา แต่ข้าไม่...สั่งการทหารได้แล้ว เรย์โอะ

“...น้อมรับคำสั่งพะย่ะค่ะ”

 


โอกาสของเซย์รินหมดลง...ตั้งแต่วินาทีที่ขัดขืนประกาศิตของเหนือหัวแห่งราคุซัน อาคาชิพร้อมจะทำลายความยโสเหล่านั้นให้พังไม่เหลือชิ้นดี

 


...

 


ยามค่ำคืนของเผ่าเซย์รินเป็นเวลาที่เงียบสงบที่สุด คุโรโกะนอนพลิกตัวไปมาเพราะนอนไม่หลับ คางามิเองก็เช่นกัน

 


“แปลกนะครับ ที่วันนี้คางามินอนไม่หลับน่ะ”

“อ่า...รู้สึกแปลกๆ อย่างไรก็ไม่รู้”

“...ไม่สบายหรือเปล่าครับ”

“ไม่หรอก แต่มันเหมือนกับมีลางสัง—”

 


ยังพูดไม่ทันจบ ก็มีเสียงโหวกเหวกดังมาจากบริเวณด้านนอก หลากหลายเสียงจนจับใจความแทบไม่ออก บ้านของคุโรโกะดันตั้งอยู่ห่างไกลจากหลังอื่นๆ เสียมากโข คางามิผุดตัวลุกขึ้นจากที่นอน พยายามเงี่ยหูฟังจนกระทั่งจับใจความได้


 

ฟไหม้! ไฟไหม้กำแพงไม้!!

 


ดวงตาสีแดงเข้มปรากฏความตกใจออกมาเด่นชัด กำแพงไม้คือกำแพงที่ทุกคนสร้างไว้เพื่อแสดงอาณาเขตของเผ่า แต่เพราะมันเป็นไม้ ในตอนนี้จึงเปรียบเสมือนเชื้อเพลิงที่โหมกระหน่ำให้ไฟลุกลามมากขึ้น...

ไม่ใช่อุบัติเหตุ...ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ— คางามิหน้าเสีย ตั้งใจจะหันไปบอกเพื่อนสนิทให้รีบออกจากบ้านก่อนเพลิงจะลามมาถึง

 


อ๊ากกก!!!

กรี๊ดดด!!!

ฉัวะ!!!

 


ทว่าเสียงกรีดร้องกับเสียงของมีคมแหวกอากาศก็ทำให้เลือดในกายคางามิเย็นเยียบ ไวเท่าความคิด มือหนาคว้าดาบประจำตัวมาถือไว้ทันที

 


“คุโรโกะ ตามมาเร็วเข้า”

คะ คางามิคุง

 


คุโรโกะเรียกชื่อเพื่อนสนิทเสียงสั่น ขณะที่มือชื้นไปด้วยเหงื่อที่ออกมาเพราะความกลัว ภาพที่ปรากฏต่อสายตาพวกเขาผ่านหน้าต่างของบ้านตอนนี้คือชายในชุดทหารของอาณาจักรราคุซันใช้ดาบปลิดชีวิตคนในเผ่าคนแล้วคนเล่า คนที่รอดก็วิ่งหนีหัวซุกหัวซุน ทว่าก็ไม่อาจพ้นจากคมดาบของทหารผู้เจนศึกอยู่ดี

บ้านเรือนของพวกเขากำลังไหม้ เพลิงลุกลามไปอย่างไม่อาจหยุดยั้ง เช่นเดียวกับการเข่นฆ่าอันโหดร้ายที่ดำเนินอยู่ ณ ตอนนี้

เผ่าเซย์รินที่เคยสงบสุขเมื่อยามกลางวัน ณ เวลานี้ทุกอย่างกลับตาลปัตร ทหารเหล่านั้นไล่ค้นบ้านทุกหลังที่ยังไม่ไหม้ ราวกับจะค้นหาผู้เหลือรอดแล้วสังหารให้หมดสิ้น

 


คุโรโกะ ไปกันเถอะ!

ตะ แต่...ท่านฮิวงะ ท่านริโกะ ทุกคน...

 


หยาดน้ำเอ่อคลอเบ้า คางามิกัดฟันกรอด เขาเองก็ไม่อยากทิ้งทุกคนไป แต่ในตอนนี้ เขายังไม่สามารถแน่ใจได้เลยด้วยซ้ำไปว่าจะเอาชีวิตรอดได้หรือเปล่า!

อย่างน้อยคุโรโกะต้องรอด— คางามิคิด เสี้ยวหนึ่งของความปรารถนาคือต่อให้ตัวเองต้องสิ้นชีพ เพื่อนสนิทคนสำคัญก็ต้องรอดออกไปจากโศกนาฏรรมอันโหดร้ายนี้ให้ได้!

 


คุโรโกะ ไป! เร็วเข้า!”

 


เสียงเข้มเอ่ยแล้วออกวิ่ง คุโรโกะตัดสินใจหันไปมองบ้านเกิดเป็นครั้งสุดท้ายแล้วตามหลังคางามิไป หากแต่โชคร้ายที่อาคาชิซึ่งสั่งการอยู่บริเวณนั้นสังเกตเห็นเข้าเสียก่อน กษัตริย์หนุ่มแห่งราคุซันหันไปสั่งนายทหารซึ่งอยู่ใกล้ตัวที่สุด

 


“มีสองคนหนีเข้าไปในป่า ตามไปซะ”

“พะย่ะค่ะ

 


อาคาชิตั้งใจจะเดินกลับไปหาเรย์โอะ เพราะจากที่ดูแล้วนั้น นอกจากที่หนีไป ก็ไม่น่าจะมีใครในชนเผ่าเหลือรอดอีกแล้ว— แต่อะไรบางอย่างกลับสะกิดใจ ทำให้กษัตริย์แห่งราคุซันตัดสินใจตามเข้าไปในป่าแทน

 


...

 


คะ คางามิ แฮ่ก...

 


คุโรโกะเรียกชื่อคางามิเสียงหอบ

 


มีทหาร...ตามพวกเรามาครับ

โถ่เว้ย! มันอะไรวะเนี่ย

 


คางามิสบถ ดวงตาสีเดียวกับเรือนผมสั่นไหว แรงของพวกเขากำลังจะหมด...ไม่สิ! หมดแล้วต่างหาก ทั้งแรงกายและแรงใจนั่นล่ะ!

แถมโชคชะตายังเล่นตลก เมื่อเส้นทางที่พวกเขาวิ่งนั้นสิ้นสุด ณ ริมลำธารเชี่ยวกรากและทหารผู้นั้นก็กำลังจะมาถึงตัวพวกเขาในอีกไม่ช้า

 


“ข้าดีใจนะที่ได้เป็นเพื่อนกับคางามิน่ะ”

หะ...หา อย่าพูดเหมือนคนกำลังจะตายสิวะ!

 


คุโรโกะไม่ตอบอะไร แต่เอื้อมไปจับมือเพื่อสนิทเอาไว้แทน คางามิมองการกระทำนั้นอย่างงุนงงและก่อนที่จะได้เอ่ยอะไรต่อนั้น วินาทีที่ทหารกับบุรุษผมแดงวิ่งมาถึง คุโรโกะก็ดึงคางามิให้หงายหลังตกลงไปในลำธารนั่นพร้อมกัน

มันคือการเดิมพันว่าพวกเขาจะรอดจากกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากนี้หรือไม่...

และสิ่งที่คุโรโกะจะไม่มีวันลืม...คือดวงเนตรที่มองมาด้วยความสมเพชนั่น— ดวงเนตรต่างสีคู่นั้น!

 


“ทะ ท่านอาคาชิ...ทำเช่นไรต่อดีพะย่ะค่ะ”

 


ในใจของอาคาชินึกชื่นชมในความกล้าของร่างเล็กจืดจางที่เป็นฝ่ายพาตนเองกับเพื่อนทิ้งตัวลงน้ำ

...แต่ว่าอย่างไรเสียมันก็เป็นความกล้าหาญที่โง่เง่า!

 


กลับเถอะ น้ำเชี่ยวแบบนั้นยังไงก็คงไม่รอด

พะย่ะค่ะ

 


ทว่าอาคาชิคงไม่ทันฉุกคิด...ว่านั่นคือการเดินหมากที่ผิดพลาดเป็นครั้งแรกของบุรุษไร้พ่ายแห่งราคุซัน!





talk

คัมแบคแล้วค่ะ ;__;

⎯ จริงๆ บทนี้คือเนื้อหาหลักๆ เหมือนเดิมเลยค่ะ แต่ว่าเกลาคำกับเปลี่ยนบางอย่างให้มันดูสมจริงยิ่งขึ้น

ยังไงก็ฝากติดตามด้วยนะคะ จะรีบมาต่อค่า ♥


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #40 TKP.123. (@T19032546T) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 17:36
    กรี้ดดดดดด น้อง!กล้ามากเลยลูก ไปๆๆๆๆ555555
    #40
    0
  2. #33 TaTar_Wannakarn (@guitar643922) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 21:06
    อยู่ๆคำๆนึงก็ผุดขึ้นมาในสมองตอนคุโรโกะ ดึงคางามิลงลำธาร
    "เอ้า ทิ้งดิ่งงงงง"
    #33
    0
  3. #23 โลลิค่อน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 18:58
    ติดตามค่ะ
    #23
    0
  4. #7 neovenesia (@neovenesia) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 17:13
    แค่บทนำก้อสนุกแล้วค่ะ เลิศมาก ต่อเลยค่ะ
    #7
    0
  5. #6 ฮิบาริ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 18:23
    สนุกสุดๆเลย สู้นะเเต่งต่อนะ เพื่อพวกเรานะไรท์

    #6
    0
  6. #5 Tmookk (@Tmookk) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มีนาคม 2560 / 08:33
    ต่อเลยค่าาา สนุกมาก
    #5
    0
  7. #2 0954313231 (@0807609091) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 17:15
    มาตอนแรกก็สนุกแล้ววว น่าสน รออ่านน้าาา
    #2
    0