ต้องรักมาเฟีย (สนพ.ไลต์ออฟเลิฟ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 131,428 Views

  • 625 Comments

  • 2,056 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    140

    Overall
    131,428

ตอนที่ 2 : บทที่ 1-2 (ฉบับรีไรท์ 100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7490
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    25 มี.ค. 61

...ต้องรักมาเฟีย...
บทที่ 1-2 (ฉบับรีไรท์ 100%)
ปกมาแล้วค่า สวยไหมคะ
วางจำหน่ายในงานสัปดาห์หนังสือที่ศูนย์ประชุมสิริกิตต์
1 เม.ย. 61 นี้นะคะ แล้วค่อยทยอยลงตามร้านหนังสือค่ะ


 

“แด๊ดก็เห็นแล้วยังต้องถามอีกเหรอครับ ก็เห็นๆ อยู่ว่าอลิซทำแจกันของแด๊ดแตก”

 

“แพทริค! แด๊ดบอกแล้วใช่ไหมไม่ให้พูดแทรก” ฟรานเซสโก้คำรามก้องเมื่อแพทริคขัดขึ้น ตาสีเหล็กวาววาบ เขาไม่ชอบที่แพทริคเริ่มมีนิสัยก้าวร้าวและแกล้งคนอื่นไปทั่วแบบนี้ หากเขาไม่ปรามแพทริค อีกหน่อยเด็กน้อยก็จะได้ใจและทีนี้กับเขาเอง แพทริคก็จะไม่ฟังเช่นกัน

 

“ครับแด๊ด” แพทริคอ้อมแอ้มตอบไม่เต็มเสียง ใบหน้านั้นงอง้ำก่อนหันไปค้อนใส่อลิซที่ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก

 

“คาร์ก! พาแพทริคออกไปก่อน แล้วก็บอกให้ริต้าพาไปอาบน้ำด้วย”

 

“แต่ว่าแด๊ด!...” แพทริคทำท่าจะแย้งแต่ก็ต้องเงียบเสียงลงอีกครั้งเมื่อเห็นว่าฟรานเซสโก้เอาจริงแน่ถ้าเขายังดื้อจะโต้อีกครั้ง

 

“แพทริค ไปอาบน้ำแล้วจะได้ลงมาทานข้าว เรามีเรื่องที่จะต้องคุยกัน” เอ่ยเสียงเข้ม

 

“ครับ” เด็กชายรับคำเสียงอ่อยก่อนเดินตามคาร์ก เลขาฯ และคนสนิทของคนเป็นพ่อไปแต่ก็ยังไม่วายชำเลืองมองอลิซจนสุดสายตา

 

“ว่ามาอลิซ คุณก็รู้ว่าผมมีเหตุผลพอ” ฟรานเซสโก้ถามขึ้นอีกครั้งเมื่อในห้องเหลือเพียงแค่เขาและเธอ

 

อลิซถอนหายใจยาวก่อนตอบเสียงอ่อย “ฉันรู้ค่ะคุณฟรานเซสโก้ ฉันขอโทษนะคะที่ทำแจกันของคุณแตก แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันแค่กลัวจิ้งจกแล้วก็วิ่งไปชนจนแจกันมันตกมาแตก” อลิซบอกโดยเลี่ยงที่จะเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดว่าเป็นเพราะเด็กชายแพทริคแกล้งเธอ

 

“จิ้งจก! แพทริคใช่ไหม”

 

“เอ่อ...คือ” หญิงสาวอ้ำอึ้งไม่อยากจะบอก เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าเธอไปฟ้องเขา

 

“ผมเข้าใจแล้ว ส่วนเรื่องแจกันคุณไม่ต้องกังวล เพราะคุณไม่ได้ผิด คุณกลับไปทำหน้าที่ของคุณต่อเถอะ” ชายหนุ่มบอกเสียงราบเรียบราวกับว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนที่จะหมุนตัวเตรียมจะออกจากห้อง

 

“เดี๋ยวค่ะคุณฟรานเซสโก้!

 

“มีอะไรอลิซ” เลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย

 

“คือว่า...ฉันขอลาออกค่ะ”

 

“ผมจะเพิ่มเงินให้คุณอีกเท่า ถ้าคุณตกลงที่จะอยู่” ฟรานเซสโก้เสนออย่างใจป้ำ เขาไม่อยากจะต้องมานั่งหาพี่เลี้ยงคนใหม่ กว่าจะสัมภาษณ์หาคนที่เพียบพร้อมที่สามารถดูแลแพทริคและสอนการบ้านรวมถึงจัดการเกี่ยวกับเด็กชายตั้งแต่เช้าจนเข้านอนมันไม่ได้ง่ายนัก แม้จะมีคนมาสมัครพร้อมกับเสนอตัวเป็นพี่เลี้ยงให้กับแพทริคไม่น้อย แต่ทุกคนล้วนมาสมัครเพราะต้องการใกล้ชิดกับเขามากกว่าที่อยากจะดูแลเด็กชายจริงๆ

 

“ขอบคุณคุณฟรานเซสโก้มากค่ะสำหรับน้ำใจ แต่ฉันรับมือกับคุณแพทริคไม่ไหวจริงๆ ค่ะ”

 

“งั้นผมจะให้คาร์กจัดการเรื่องเงินเดือนให้คุณ แต่ถ้าคุณเปลี่ยนใจผมก็ยินดีที่จะให้คุณกลับมาดูแลแพทริคอีกครั้ง” ชายหนุ่มบอกเสียงราบเรียบ แต่ใบหน้านั้นตึงขึ้น

 

“ขอบคุณค่ะ” เอ่ยจบอลิซก็เดินออกจากห้องไป

 

ฟรานเซสโก้พ่นลมหายใจหนักหน่วงก่อนเดินมาทิ้งตัวลงบนโซฟา มือหนานั้นกุมขมับ อาการปวดหัวแล่นขึ้นเป็นริ้วๆ ยามที่คิดถึงเรื่องของหลานชายคนเดียวที่กลายมาเป็นลูกเขาในตอนนี้ด้วยความหนักใจ

 

“ขอโทษครับคุณฟรานเซสโก้ อลิซลาออกแล้วเหรอครับ” คาร์กที่จัดการส่งแพทริคต่อให้กับริต้าเรียบร้อยเอ่ยขึ้นเมื่อเดินกลับเข้ามาในห้องแล้วเห็นเจ้านายตัวเองกำลังนั่งกุมขมับ ก่อนถามขึ้นด้วยความสงสัยหลังจากที่เขาเดินสวนกับหญิงสาวระหว่างทางที่เขากลับมาหาฟรานเซสโก้ หญิงสาวได้เอ่ยลาเขากลายๆ

 

“ใช่ นายจัดการเรื่องค่าจ้างให้เธอด้วยแล้วกัน”

 

“ครับ แล้วคุณฟรานเซสโก้จะให้ประกาศรับสมัครพี่เลี้ยงคนใหม่เลยหรือเปล่าครับ ผมจะได้รีบจัดการให้”

 

 

“ฉันฝากเรื่องนี้กับนายด้วยแล้วกัน อ้อ แล้วก็ไม่ต้องระบุว่าฉันเป็นคนว่าจ้าง ฉันเบื่อพวกที่ชอบมาสมัครเพราะอยากใกล้ชิดฉัน”

 

“ครับคุณฟรานเซสโก้”

 

“ฉันจะต้องหาพี่เลี้ยงให้เจ้าตัวแสบอีกสักกี่คนถึงจะปราบเจ้าดื้อนี่ได้” ฟรานเซสโก้ถอนหายใจพร้อมเงยหน้ามองคนสนิทตัวเอง

 

“คงต้องมีสักคนล่ะครับ” คาร์กบอกเสียงหนักแน่น แม้ในใจเขาเองก็หวั่นไม่น้อยกับสิ่งที่เจ้านายพูด คุณแพทริคนี่แสบเอาเรื่อง เขาเองก็ภาวนาให้มีใครสักคนมาช่วยรับหน้าที่นี้ให้รอดสักทีเหมือนกัน

 

“ฉันก็หวังให้เป็นแบบนั้น”

 

 

บรรยากาศยามค่ำภายในห้องอาหารอิตาเลียนหรูระดับห้าดาวของโรงแรมชื่อดังที่ใครๆ ต่างก็ติดอกติดใจในเรื่องของรสชาติอาหารที่ถูกปาก ห้องอาหารแห่งนี้ไม่เพียงให้บริการอาหารอิตาเลียนแต่ยังมีอาหารไทยและอีกหลากหลายชาติให้ได้ลิ้มรสตอนนี้มีลูกค้ามารับประทานอาหารค่ำกันอย่างเนืองแน่น

 

เตชิตา ธนวัตน์กุล หญิงสาวชาวไทยวัยยี่สิบสามปี รูปร่างบอบบางน่ารักนั้นอยู่ในชุดยูนิฟอร์มสีขาวสะอาดตาคาดทับด้วยผ้ากันเปื้อนสีแดงเลือดนกของทางร้านเดินถือถาดอาหารกลับมาด้วยสีหน้าอ่อนล้า ก่อนวางถาดลงบนโต๊ะเมื่อหลบเข้ามาในครัวหลังจากที่เสิร์ฟอาหารจานสุดท้ายเสร็จ

 

“ต้องรัก เธอโอเคหรือเปล่า” เสียงมาเรียเพื่อนสาวชาวอิตาเลียนของเตชิตาถามขึ้นเมื่อหญิงสาวมาหยุดอยู่ใกล้ๆ

 

“ฉันโอเคมาเรีย” เตชิตาตอบพลางส่งยิ้มให้เพื่อนสนิท แต่นัยน์ตาสวยนั้นดูเริ่มจะปรือลงเรื่อยๆ

 

“แต่ฉันว่าเธอไม่ค่อยโอเคเท่าไรนะ ฉันว่าเธอควรที่จะพักผ่อนบ้าง ไม่ใช่บ้าทำแต่งาน” มาเรียร่ายยาวเมื่อเห็นหญิงสาวดูท่าทางอิดโรย

 

“จะไม่ให้ฉันทำงานได้ยังไงล่ะมาเรีย เธอก็รู้ว่าฉันต้องใช้เงิน” เตชิตาเอ่ยเสียงเบาหวิว ใบหน้าสวยนั้นหม่นลงยามต้องเอ่ยถึงเรื่องนี้

 

เตชิตาได้รับทุนจากภาคเอกชนแห่งหนึ่งเพื่อมาศึกษาต่อปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ ด้วยผลการเรียนที่ดีเยี่ยมบวกกับคำชื่นชมจากอาจารย์ทุกท่าน ทำให้เธอได้รับทุนนี้มาอย่างขาวสะอาด ซึ่งทุนนี้ส่งให้เธอเรียนจนจบปริญญาโทได้อย่างสบายๆ แต่ไม่นับรวมกับเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนตัว ค่าที่พักและค่ากิน ทำให้หญิงสาวต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำแบบนี้

 

และเพราะว่าฐานะทางบ้านของเธอไม่ได้ร่ำรวย อีกอย่างพ่อกับแม่ของเธอก็หัดให้เธอรู้จักอดออม ขยันและอดทนตั้งแต่เด็กๆ คำสอนนี้คอยเตือนใจเธออยู่ตลอดก่อนที่ท่านทั้งสองจะจากโลกนี้ไปในเวลาอันไล่เลี่ยกัน ทำให้เธอกลายเป็นเด็กกำพร้า ญาติๆ ของเธอต่างก็ไม่มีใครยุ่งเกี่ยวกันสักคน ด้วยเพราะทุกคนต่างก็ต้องทำงานหาเลี้ยงตัวเอง ไม่ได้มีใครมาสนใจใคร มีญาติก็เหมือนไม่มี

 

แต่ถึงแม้เธอจะไม่มีใครแล้ว เธอก็ไม่คิดว่ามันเป็นปมด้อยของตัวเอง ดังนั้นการที่เธอจะมีชีวิตอยู่รอดต่อจากนี้ไปคือ การที่เธอได้มีความรู้ติดตัวและหางานทำสะสมเงินให้ได้มากที่สุด เตชิตาบอกกับตัวเองเช่นนั้นและนั่นทำให้เธอทำเรื่องขอใบอนุญาตเพื่อให้เธอได้ทำงานที่นี่ได้อย่างถูกต้อง ทำให้เธอสามารถเข้าทำงานได้ทุกแห่งถ้าที่นั่นรับเธอเข้าทำงาน

 

“น่าสงสารเธอจริงๆ ต้องรัก แต่ฉันก็ห่วงที่เธอทำงานเยอะขนาดนี้ ไหนจะที่ร้านอาหาร แล้วยังไปทำงานร้านฟาสต์ฟู้ดอีก เธอจะไหวเหรอ แล้วไหนเธอจะต้องทำวิทยานิพนธ์จบอีกล่ะ” มาเรียถอนหายใจเมื่อเห็นเพื่อนรักทำงานหนักเกินควร

 

“ขอบใจมากนะมาเรีย แต่ฉันไหวจริงๆ ตอนนี้ฉันอยากหางานพิเศษที่ให้เงินมากกว่าร้านฟาสต์ฟู้ดอีกสักงานเหมือนกัน ส่วนเรื่องเรียนเธอไม่ต้องห่วง เราจบพร้อมกันแน่นอนจ้ะ” หญิงสาวยิ้มกว้างให้มาเรียที่ทำตาโตใส่เธอ

 

“แค่สองที่นี่เธอยังไม่พออีกเหรอต้องรัก” หญิงสาวร้องขึ้นพลางทำตาโตกับสิ่งที่ได้ยิน นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหมที่เพื่อนของเธอกำลังจะหางานเพิ่มอีก แค่เรียนกับงานที่เดียวเธอก็จะสลบอยู่แล้ว

 

“ไม่พอหรอกมาเรีย ค่าใช้จ่ายที่นี่แพงจะตายเธอก็รู้”

 

“โอเคๆ ฉันไม่เถียงกับเธอแล้ว” มาเรียยกมือยอมแพ้

 

“เฮ้ สาวๆ คุยอะไรกันอยู่ อย่ามัวอู้งานสิ” อันเดรส หรือ โอม เชฟหนุ่มลูกครึ่งไทยอิตาเลียนวัยสามสิบปี อันเดรสเกิดและเติบโตที่อิตาลีแต่ก็สามารถพูดได้ทั้งสามภาษา ทั้งอิตาเลียน ไทยและอังกฤษ เพราะแม่ของเขาเป็นคนไทยแท้ ถามขึ้นเมื่อเห็นสองคนกำลังคุยด้วยสีหน้าคร่ำเคร่งหลังจากที่เขาเคลียร์งานเรียบร้อย





.....................................................................................

ฝากติดตามและอุดหนุผลงานของนิ่มด้วยค่ะ


    ขอบคุณค่ะ

ด้วยรัก.../นิ่มแก้ว/

     22/03/61

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #616 Kwanta Lorliam (@kwantal) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 17:19
    สาวอึดต้องรัก ขยันมากกกเลย
    #616
    0
  2. #7 pretty-p (@rod_usawadee) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 12:33
    แพทริค เจอสยองแน่ๆ รอบหน้า จัดเลย จัดเลย
    #7
    0