ตีตราสวาท

ตอนที่ 7 : มรสุมชีวิต 100 %

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 883
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    2 ก.พ. 60




“นี่มันเรื่องบ้าบอคอแตกอะไรกัน ฉันนี่นะเป็นเกย์ น้ำหน้าอย่างฉันนี่นะ เป็นเกย์”

คนว่าลุกพรวดชี้หน้าตัวเอง ก่อนจะเขวี้ยงหนังสือพิมพ์ในมือลงพื้นอย่างหงุดหงิดหัวเสีย ประวัติเรื่องผู้หญิงอย่างโชกโชนที่ผ่านมายังทำให้พวกนั้นคิดอะไรแบบนี้อีกหรือ?

“นายคงเป็นเกย์ที่ถึกมาก” แดนนี่ส่ายหน้าไปมา เขาเองก็โดนหางเลขกับข่าวนี้เหมือนกัน เพราะดันมีชื่อเข้าไปพัวพันว่าเป็นคู่ขาของวิลเลี่ยมด้วย อาจจะเพราะทำงานใกล้ชิด ตัวติดกันเกือบยี่สิบสี่ชั่วโมง แต่สาบานได้ว่าเขามีแฟนเป็นผู้หญิง และเขาก็รักเธอมากด้วย

“ไม่ตลกเลย มันมีข่าวบ้าๆ นี่เกิดขึ้นมาได้ยังไง?”

“ตามที่ฉันเช็กกลับไป เป็นไปได้สูงมากกว่า ทางฝั่งแอนนิต้าเป็นคนปล่อยข่าวนี้ออกมา”

ใบหน้าคร้ามแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว มือกำแน่นจนร่างใหญ่สั่นเทิ้ม

“เธอจะทำอย่างนี้ทำไมกัน?”

“ก็เพื่อที่จะได้ชิ่งจากนายอย่างสวยๆ โดยไม่โดนด่าว่าเป็นฝ่ายนอกใจก่อนไงล่ะ”

คำตอบที่ได้ฟังทำเอาชาไปทั้งตัวจนพูดไม่ออก ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาเลี้ยงอสรพิษไว้ข้างกายสินะ เจ้าหล่อนใช้ชื่อเสียงของเขาเป็นบันไดเพื่อไต่เต้าไปสู่ความสำเร็จในอาชีพการงาน เขามันก็แค่ขั้นบันไดให้ปลายรองเท้าสวยๆ ราคาแพงของหล่อนเหยียบย่ำ เขาน่าจะเฉลียวใจมาก่อนหน้านี้แล้ว ก่อนที่จะมอบความรักและไว้วางใจให้กับผู้หญิงสักคน ทั้งที่รู้ตัวดีว่า เขาเองก็ไม่ต่างจากแสงไฟสีสวยที่หลอกล่อให้แมลงทั้งหลายบินเข้ามาหา

“ทั้งที่ฉันรักหล่อน...ให้เกียรติหล่อนกว่าผู้หญิงคนไหน ขนาดที่คิดจะแต่งงานด้วย” พูดอย่างหงุดหงิดหัวเสีย เจ็บจี๊ดที่หัวใจมันบอกไม่ถูกจริงๆ รองลงมาจากแดนนี่ คนที่เขารักและไว้วางใจที่สุดก็คือแอนนิต้า

“นี่ไง เขาถึงบอกว่าผู้หญิงร้ายกว่างูพิษ” คนว่าส่ายหน้าไปมา แอนนิต้าเป็นจอมสร้างภาพขนาดไหนพวกเขารู้ดี ทั้งที่เมื่อตอนที่คบกัน ก็แสดงออกว่ารักกันจี๋จ๋าน่าอิจฉาทีเดียว

“นายคงต้องยอมออกสื่อ หรือให้สัมภาษณ์รายการทีวีสักรายการหนึ่ง เพื่อที่จะแก้ข่าวเรื่องนี้แล้วล่ะ” แดนนี่เอ่ยแนะนำอย่างรู้ช่องทางหาทางออกดี

แต่วิลเลี่ยมส่ายหน้าดิก

เมื่อเขาประกาศอำลาสนาม ก็คือพร้อมจะหันหลังให้กับมัน รวมถึงวงการที่ใส่หน้ากากเข้าหากัน และต่อให้แก้ข่าวไป ยังไงเสียก็ยังเกิดความเคลือบแคลงใจอยู่ดี ที่สุดเขาเชื่อว่า ระยะเวลาจะพิสูจน์ให้ทุกคนรู้ว่าความจริงคืออะไร

ในเมื่อตอนนี้ เขาไม่มีคนให้แคร์แล้ว ลุงที่เขารักก็ตายจากไปเมื่อสองปีก่อน ใครจะเข้าใจผิดหรือถูกยังไงไม่ใช่เรื่องสำหลักสำคัญ แต่ที่สะเทือนจิตใจ และกระทบต่อความรู้สึกอย่างรุนแรง คือการถูกทรยศหักหลังจากคนที่รักมากนั่นต่างหากล่ะ

“ไม่...ฉันจะไม่ทำอะไรทั้งนั้นแดนนี่” ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา รู้สึกเหนื่อยกับเรื่องบ้าบอนี่เต็มที

ใครจะเชื่อว่านักกีฬาที่แข็งแกร่งทั้งในและนอกสนามอย่างควอร์เตอร์แบ็กจอมบุกตะลุยและพร้อมมีเรื่องทุกเมื่อ จะมีจุดอ่อนที่คาดไม่ถึง

“แล้วนายจะปล่อยให้พวกนั้นเข้าใจนายผิดๆ งั้นหรือ?” แดนนี่แย้งขึ้นมา

“คนพวกนั้นไม่มีความหมายอะไรกับฉันเลย เขาจะเข้าใจผิด หรือเข้าใจถูกยังไงก็ช่างเขาเถอะ แต่ฉันจะไม่ฝืนใจตัวเอง ทำอะไรเพื่อให้พวกเขาพอใจ ให้คนพวกนั้นใช้เป็นเครื่องมือได้อีก”

แดนนี่หน้าเคร่งเมื่อได้ฟังการตัดสินใจของอีกฝ่าย แต่เขามีหน้าที่รับฟัง และคงไม่อาจจะโต้แย้งอะไรได้ ก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียด

“นายคิดได้อย่างนั้นก็ดี”

“นายโอเคไหมล่ะ? เพราะถ้าถามถึงคนที่ฉันแคร์ความรู้สึก ก็มีอยู่แค่ไม่กี่คน นับนิ้วมือเดียวยังเหลือด้วยซ้ำ”

แดนนี่หัวเราะออกมาดังลั่นกับคำถามนั่น

“มันเป็นเรื่องบ้าบอที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้ยิน...จริงอย่างที่นายว่า ใครจะคิดยังไงก็ช่าง คนพวกนั้นไม่สำคัญอะไร แต่คนเดียวที่ฉันแคร์คือเจนน่าและครอบครัวของเธอ” เอ่ยถึงแฟนสาว

วิลเลี่ยมหันมามองหน้าคนพูด

“แค่เจนน่าเข้าใจฉัน ก็พอ”

“เธอโอเคใช่ไหม?”

“ใช่...เธอหัวเราะขำกับข่าวนี้ด้วยซ้ำ เธอเชื่อมั่นล้านเปอร์เซ็นต์ว่าฉันไม่มีทางเป็นเกย์หรือคู่ขาของนาย มันตลกเกินไปล่ะ”

“นายโชคดี ได้เจอผู้หญิงที่ดี” เอ่ยออกมา ทั้งใจหาย โหวงเหวง เพราะสำหรับเขาแล้ว เขาไม่เหลือใครที่จะเชื่อมั่นและรักเขาได้ขนาดนั้นอีกแล้ว

“นายเองก็จะโชคดี และได้เจอผู้หญิงที่ดีเหมือนกันน่าวิล เพียงแต่แอนนิต้าทิ้งโอกาสดีๆ ของหล่อนไปเสียแล้ว ถึงแม้ว่าตอนนี้นายไม่ได้เนื้อหอมเท่าเมื่อก่อน แต่ฉันเชื่อว่ายังมีสาวๆ จำนวนไม่น้อยเลยล่ะ ที่อยากพิสูจน์ว่านายเป็นเกย์จริงเหมือนในข่าวหรือเปล่า?” แดนนี่ยักคิ้วให้

“ออกไปปาร์ตี้ วาดลวดลาย ทวงตำแหน่งคาสโนว่าของนายคืนมาสิ” ผู้จัดการแนะนำ

แต่เขากลับส่ายหน้าไม่เห็นด้วย ตอนนี้เขาเกลียดผู้หญิงทั้งโลกเลยก็ว่าได้ ไม่มีสักคนที่จริงใจหรือรักเขาจริง นอกจากหวังในชื่อเสียง เงินทองหรือผลประโยชน์ที่จะได้รับ

“นายเพิ่งบอกฉันว่า ผู้หญิงร้ายกว่างูพิษ ขนาดฉันรู้จักแอนนิต้ามาตั้งห้าหกปี และเป็นคนที่มั่นใจแล้ว เธอยังทำกับฉันได้”

“ผู้หญิงไม่เหมือนกันทุกคนหรอกนะวิล ผู้หญิงดีๆ ที่พร้อมจะรักและอยู่เคียงข้าง ไม่ว่านายอยู่จุดสูงสุดของชีวิต หรือตกต่ำจนไม่เหลืออะไร ฉันเชื่อว่ายังมีอยู่ และยิ่งตอนนี้ นายกำลังย่ำแย่ ไม่มีงานทำ แฟนทิ้ง แถมโดนหาว่าเป็นเกย์นี่เป็นทางพิสูจน์รักแท้ให้นายได้ไม่ยาก เชื่อฉันสิ ฮะ...ฮ่า...”

วิลเลี่ยมก็อยากจะขำตามเพื่อนอยู่หรอก แต่ตอนนี้เขารู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน อยากจะทุ่มตัวเองลงบนเตียงและนอนหลับไปให้ยาวนานเพื่อพักฟื้นร่างกายและจิตใจที่บอบช้ำของตัวเอง นั่นคือสิ่งที่เขาต้องการที่สุด

แต่ตราบใดที่ยังอยู่ในอเมริกา ไม่มีทางที่เขาจะได้อยู่อย่างสงบ ขนาดว่านี่เป็นบ้านพักส่วนตัว แต่นอกรั้วนั่นก็มีพวกปาปารัชซี่ทั้งตัวจริงและมือสมัครเล่นจดจ้องอยู่ตลอดเวลา เพื่อจะหาภาพเด็ดๆ ของเขาไปขาย ตราบใดที่คนกระหายข่าว ยังไม่ได้คำตอบที่พวกเขาพอใจ และเขาก็ไม่อยากจะเอาตัวเองไปสนองตอบความพึงพอใจให้กับใครทั้งนั้น

ที่ผ่านมา ใครๆ อาจจะมองว่าเขาเป็นพวกไม่แคร์สังคม แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย

การที่โด่งดังมีชื่อเสียงตั้งแต่อายุยังน้อย และอยู่กับมันมายาวนาน โดยที่ไม่มีครอบครัวหรือเพื่อนที่ไว้ใจได้อยู่เคียงข้าง การที่เขาผ่านพ้นห้วงเวลาต่างๆ เหล่านั้นมาได้ ถือว่าโชคดีมากๆ เลยทีเดียว

มันจะดีแค่ไหน ถ้าพรุ่งนี้เขาสามารถเดินออกไปจากบ้านเท้าเปล่า หรือสวมแค่กางเกงตัวเดียว เสื้อเชิร์ตเก่าๆ กินจังค์ฟู๊ดข้างทาง โดยที่ไม่ถูกจับจ้องมอง หรือมีใครยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูป

เขาต้องการความเป็นส่วนตัว เป็นคนธรรมดาสามัญที่สุด แต่ไม่มีทางทำได้ที่นี่ ในอเมริกา เมืองแห่งเสรี ที่ผู้คนรู้จักหน้าเขาดีว่าเป็นใคร กี่ปีแล้วที่หน้าของเขาขึ้นไปติดบนบิลบอร์ดตามอาคารสูงต่างๆ  โผล่ในโทรทัศน์ โปสเตอร์ ป้ายโฆษณามากมาย ยันไปจนถึงข้างถุงช็อปปิ้ง จนตอนที่รุ่งเรืองเฟื่องฟูสุดๆ เขายังหลอนตัวเองขนาดไม่อยากจะส่องกระจก เพราะหันไปทางไหนก็เห็นแต่หน้าตัวเอง

แต่ตอนนี้ สถานการณ์เหล่านั้นจะค่อยๆ ลดลง หากก็ยังให้ความเป็นส่วนตัวเขาไม่มากอยู่ดี

“นายได้คิดบ้างหรือยังว่าจะทำอะไรต่อไปจากนี้”

“ฉันยังไม่อยากคิดอะไร อยากให้ตัวเองกลับมาเต็มร้อยกับทุกอย่าง” ทั้งร่างกาย และจิตใจ ที่รู้ดีว่าเสียหายไปมากจากการโหมเล่นอย่างหนักในสนาม และที่เพิ่งอกหักมาหมาดๆ ด้วย

“ตอนนี้ชีวิตนายเป็นอิสระแล้วล่ะวิล อยากทำอะไรก็ทำได้”

“แต่ไม่ใช่ที่นี่ คนยังกระหายจะถ่ายรูปฉันเพื่อแลกกับเศษเงิน”

“อาจจะไม่ใช่แค่เศษเงิน ข่าวนายยังขายได้” แดนนี่ให้กำลังใจ

วิลเลี่ยมหัวเราะอย่างขื่นๆ กับโชคชะตาที่พลิกผัน

 

 

 

 

“ฉันกำลังนึกอยู่ว่าจะหนีไอ้ข่าวบ้าๆ และเรื่องบ้าๆ ที่ผ่านมาหลายเดือนนี่ไปไหนดี”

“แล้วที่ไหนล่ะ ที่นายอยากไป แต่ยังไม่มีโอกาสสักที”

คำถามนั่น ทำให้ใบหน้าของใครบางคนที่ไม่ได้เจอกันนานนับสิบปี และเพียรชักชวนให้เขาไปยี่ยมไปหา ภาพบ้านบนต้นไม้แสนสวย ความฝันในวัยเยาว์ของเขาและเพื่อนรัก บ้านบนต้นไม้ที่เงียบสงบริมแม่น้ำหลังนั้นที่ใครบางคนส่งรูปมายั่วน้ำลาย ดูเหมือนจะตอบโจทย์ที่เขาต้องการในเวลานี้

ริมฝีปากหยักกระตุกยิ้มออกมา

“ฉันรู้แล้วล่ะ ว่าจะไปที่ไหน?”

คนว่าอมยิ้ม ทอดสายตาล่องลอยตามติดหัวใจที่บินไปไกลแล้ว


ฝากอ่านด้วยจ้า...

ใครชอบนิยายรัก โรแมนติก คอเมดี้ จัดเรื่องนี้ไปด่วนเลยน๊า ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17 ความคิดเห็น