ตีตราสวาท

ตอนที่ 6 : มรสุมชีวิต 65 %

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 841
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    31 ม.ค. 60




าพของยัยชะนีแสนสวยที่เธอนึกชังน้ำหน้า กอดจูบกับผู้ชายคนใหม่อย่างเผ็ดร้อนเพราะเป็นภาพแอบถ่าย เจ้าหล่อนก็เลยแสดงออกถึงความรักสุดเหวี่ยงเลยสินะ

ฟ้ารุ่งลดาแทบจุดพลุฉลอง ทันทีที่เห็นภาพและอ่านข่าวว่า ตอนนี้ชายหนุ่มในดวงใจของเธอ วิลเลี่ยม โจนส์ ได้กลับมาโสดอีกครั้งหนึ่ง

และถึงเขาจะโสด ก็คงไม่ผ่านมือสาวสวยเซ็กซี่ที่รายล้อมตัวมาถึงเธอได้หรอก

แต่พอคิดว่า เขาจะเสียใจสักแค่ไหน ที่ถูกผู้หญิงที่คบหากันมาตั้งหกปี แถมยังหมั้นมาอีกสองปี และคงมีแพลนวิวาห์ในอีกไม่ช้านี้นอกใจไปมีคนอื่น เธอก็อดรู้สึกเศร้าไปด้วยไม่ได้

เพราะวิลที่เธอรู้จัก เป็นผู้ชายอ่อนไหว ตอนสิบเอ็ดขวบ เขาเคยหายตัวไป จนตำรวจทั้งเมืองออกตามหาทั้งวันทั้งคืน และสุดท้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไปพบตัวเขาที่สุสาน วิลเก็บดอกไม้ข้างทางไปวางที่หลุมศพแม่ของเขา เพราะวันนั้นเป็นวันคล้ายวันเกิดของท่าน

ฟ้ารุ่งลดายังจำเหตุการณ์วุ่นวายวันนั้นได้ดี ทั้งที่เธอเพิ่งห้าขวบ เธอนึกสงสารเขาจับหัวใจทีเดียว

แล้วตอนนี้ล่ะ...ตอนนี้วิลของเธอจะเป็นยังไงบ้างหนอ?

ถ้าเป็นไปได้ เธออยากจะเป็นคนดูแลจิตใจที่บอบช้ำของเขาเสียเอง...แต่มันก็คงเป็นฝันเฟื่องที่ไม่มีวันเป็นจริง

+++++++++

 

“มันเป็นเรื่องยากที่จะต้องทำใจลาจากสิ่งที่รัก...”

เสียงทุ้มกังวาลผ่านเครื่องขยายเสียง ดังก้องไปทั้งสนามที่เงียบกริบ ทั้งที่มีคนหลายหมื่นรวมตัวกันอยู่ที่นี่ ตอนนี้ทุกคนกำลังรอฟังถ้อยแถลงสุดท้าย ก่อนที่จะไม่ได้เห็นอดีตสตาร์คนดังในวงการคนชนคนในฐานะผู้เล่นอีกแล้ว

“อาชีพที่ผมรัก...เจ้าลูกบอลนี้ด้วย...และที่สำคัญก็พวกคุณทุกคนที่คอยเป็นกำลังใจและอยู่เคียงข้างผมเสมอมา...ที่นี่เรามีความทรงจำดีๆ ร่วมกัน  ขอบคุณสำหรับทุกการสนับสนุนที่ผ่านมา และในอนาคตข้างหน้า...ผมจะจดจำพวกคุณไว้ และคงจะคิดถึงพวกคุณทุกคนตลอดไป” 

พอจบประโยคที่เอ่ยออกมาจากใจ ก็เรียกเสียงปรบมือกึกก้องจากแฟนๆ ที่ลุกขึ้นยืนเพื่อให้เกียรติกับเขา

สายตาพร่ามัวมองไปยังกลุ่มคนดูเหล่านั้น ทุกคนเข้ามาร่วมในห้วงเวลาสำคัญแห่งความทรงจำครั้งนี้ ด้วยความรู้สึกรักและอาลัยสุดๆ

วิลเลี่ยมแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้ ในหัวได้ยินเสียงปรบมือที่กึกก้องดังยาวนานราวกับว่าจะไม่มีที่สิ้นสุด แต่ทุกงานเลี้ยงย่อมมีการเลิกลา และแม้ว่าเวลานี้จะมาถึงก่อนที่เขาจะทำใจหรือยอมรับได้ก็ตาม

ชายหนุ่มโบกมืออำลาให้กับแฟนๆ ที่ตะโกนเรียกชื่อเขาดังลั่น คงจะเป็นครั้งสุดท้าย และความทรงจำสุดท้ายในฐานะผู้เล่นในสนามแห่งนี้ เขายิ้มให้กับทุกคน ยิ้มอย่างใจหาย เมื่อนึกว่าจะไม่มีภาพอย่างนี้อีกแล้ว ร่างสูงหนาหมุนตัวมองสามร้อยหกสิบองศาจดจำและซึมซับห้วงเวลานี้เอาไว้ ก่อนที่จะเดินลับกายหายเข้าไปยังอุโมงเพื่อกลับสู่ห้องพักนักกีฬา

อันที่จริงทางสโมสรต้นสังกัดอยากให้เขาแถลงข่าวเรื่องการตัดสินใจยุติบทบาทในสนามครั้งสำคัญนี้ต่อนักข่าวที่กำลังให้ความสนใจอย่างมาก เพื่อจะยืนยันว่านี่เป็นการตัดสินใจของเขาเอง และทั้งสองฝ่ายแยกย้ายจากกันด้วยดี แต่ชายหนุ่มก็ได้ปฏิเสธไป

เขาไม่ใช่พวกปั้นสีหน้าเก่ง หรือพูดจาโกหกได้คล่องปาก นิสัยตรงๆ ขวานผ่าซาก คงทำให้เรื่องนี้จบไม่สวยแน่ ถ้าถูกซักไซ้ไล่เลียงถามมากเข้า

และนอกจากข่าวการเลิกเล่นอย่างเป็นทางการแล้ว ข่าวการแยกทางกับแฟนสาวคนสวยที่ตอนนี้หันไปควงนักกีฬาบาสเก็ตบอลหนุ่มอนาคตไกล ที่ทั้งเด็กกว่าและดังกว่า อาจจะทำให้เขาอดรนทนไม่ไหว แสดงอะไรหรือหลุดคำพูดออกไปที่จะทำให้สถานการณ์ยิ่งแย่ลง

เพื่อตัดเรื่องยุ่งยากหัวใจทั้งหลายแหล่ วิลเลี่ยมและแดนนี่จึงเห็นพ้องต้องกันว่า จะไม่มีการแถลงข่าวใดๆ นอกจากการประกาศอย่างเป็นทางการผ่านสื่อโซเชียลส่วนตัวของเขาเท่านั้น

“วิลมาแล้ว นั่นไงเขาอยู่นั่น”

เสียงร้องตะโกนเรียกดังไม่ไกลนัก พร้อมกับที่นักข่าวกลุ่มใหญ่ซึ่งไม่เคยได้รับอนุญาตให้เข้ามาถึงข้างในนี้ พากันเฮละโลวิ่งตามมาเป็นฝูง

“เฮ้! พวกซิคิวริตี้ปล่อยให้นักข่าวเข้ามาได้ยังไงกัน” แดนนี่ว่าอย่างตกใจพร้อมกับรีบรุนหลังชายหนุ่มให้ไปยังรถโฟล์วิลคันโตที่จอดห่างออกไป

“บ้าที่สุด คนพวกนั้นเข้ามาถึงข้างในนี้ไม่ได้หรอก ถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากเบื้องบน” เขาสบถลอดไรฟัน พอจะเดาได้ไม่ยากว่าเป็นฝีมือใคร

การที่เขาปฏิเสธไม่ยอมแถลงข่าว ทำให้ผู้บริหารหลายคนไม่พอใจ พวกนั้นเลยหาทางให้นักข่าวมาประชิดตัวเขาโดยง่ายเพื่อที่จะได้ข่าวไป...ถ้าเล่นกันอย่างนี้ ก็อย่าหวังว่าทุกอย่างจะจบลงด้วยดีเลย

“เฮ้! วิลเดี๋ยวก่อนสิ เราขอถามอะไรคุณหน่อย”

“วิลเหนื่อยมาก และเขาก็ต้องรีบไปทำกายภาพตามเวลานัดด้วย คงไม่สะดวกที่จะให้สัมภาษณ์ตอนนี้” แดนนี่หันไปเผชิญหน้าแทน และกันให้เขาขึ้นรถเพื่อจะได้ออกไปจากที่นี่ให้ไว

“โธ่เอ๊ย! ยังนึกว่าตัวเองเป็นซุปเปอร์สตาร์อยู่หรือไง เล่นตัวอยู่ได้ หลังจากวันนี้ก็ไม่มีใครสนใจนายแล้วล่ะ” เสียงใครบางคนตะโกนขึ้นมาอย่างไม่พอใจเมื่อถูกปฏิเสธ

มือที่จับที่เปิดประตูชะงัก หันขวับกลับมาจ้องหน้ากร้าวคนพวกนั้น

“ใครพูด...นายว่าอะไร?” ได้ผล ทุกคนรู้ดีในความเป็นคนเลือดร้อนของวิลเลี่ยม โจนส์ เรียกว่าแหย่ถูกจุดเมื่อไหร่ ได้เรื่องทุกครั้ง

ไม่มีใครตอบคำถามนั้น แดนนี่หันมากันเขา พร้อมกับพยายามจะให้เข้าไปในรถ

“รีบไปเถอะน่า อย่าสนใจ พวกเขาต้องการจะยั่วให้นายโมโห”

ซึ่งก็ถือว่าประสบผลสำเร็จเสียด้วย

“ยังไงคนพวกนี้กัดไม่ปล่อยอยู่แล้ว ฉันจะพูดครั้งเดียวให้มันจบๆ เรื่องไปเสีย ต่อไปจะได้ไม่ต้องมีใครมาตามกวนใจอีก” ว่าพร้อมกับดันตัวผู้จัดการส่วนตัวให้พ้นทาง ก่อนจะหันมาเผชิญหน้าด้วยรอยยิ้มเครียดๆ

“ว่ามาสิพวก พวกนายอยากรู้อะไร?”

“วิล” แดนนี่เรียกตามหลังอย่างอ่อนใจ ส่ายหน้าเบาๆ เมื่อร่างสูงใหญ่เดินอาดๆ ไปเผชิญหน้า

“ผมมีเวลาให้คุณแค่สามคำถาม อยากถามอะไรก็ถามมา”

นักข่าวหันไปมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เพราะไม่รู้จะเอาคำถามไหนดี เมื่อแหล่งข่าวมีโควต้าให้เพียงจำกัด

“ที่คุณเลิกเล่นเป็นความต้องการของคุณเอง หรือเพราะทางสโมสรบีบให้คุณต้องเลิก” ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวทำนองนี้ออกไปเป็นระลอก คงทำให้นักข่าวและแฟนๆ คลางแคลงใจไม่น้อย

“ถ้าถามอย่างนี้ ผมว่าพวกคุณคงรู้อะไรมาบ้างแล้วล่ะ...เอาเป็นว่าผมยังอยากเล่น แต่หลายๆ อย่างไม่เอื้ออำนวย การยุติบทบาทในสนามตอนนี้ น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย” ตอบไปแบบกลางๆ

“คุณกับแอนนิต้าเลิกกันไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมจู่ๆ ถึงมีข่าวว่าเธอไปคบกับจิมมี่ และอะไรคือเหตุผลของการเลิกกันครั้งนี้คะ”

คนถูกถามหน้าเครียดขึ้งยิ่งกว่าเดิม เขารีบปั้นหน้าให้เป็นปกติ ก่อนจะยกมือขึ้นเกาคาง

“นั่นสิ...ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเราเลิกกันไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ถ้าพวกคุณเจอเธอก็ฝากไปถามให้ด้วย...ว่าแต่ผู้ชายที่แอบตีท้ายครัวคู่หมั้นของชาวบ้านนี่ เขาเรียกว่าชายชู้ใช่ไหม?” หันไปถาม

“อื้ม! เอาเป็นว่าผมไม่รู้ว่าแอนนิต้าคู่หมั้นผม ไปคบกับชายชู้จิมมี่นั่นตั้งแต่เมื่อไหร่?” คำตอบแบบพร้อมเปิดศึกทุกด้าน ทำเอาแดนนี่ถึงกับกุมขมับ เล่นเปิดประเด็นอย่างนี้ ทั้งสองฝ่ายคงสาดสงครามน้ำลายใส่กันอีกยาวนาน เรื่องที่คิดว่าจะจบ ไม่จบง่ายๆ แน่

“แต่เอเย่นต์ของเธอบอกว่าพวกคุณห่างกันมาพักใหญ่แล้วนี่คะ?”

“งั้นหรือ? พักใหญ่นี่นานแค่ไหนล่ะ? จำได้ว่าเมื่อต้นเดือนเธอยังมานอนกับผมอยู่เลย แต่ก็ช่างเถอะ ถ้าเธออยากไปคบหมอนั่นจริง ก็ควรจะคืนแหวนหมั้นมา เพราะราคามันไม่ใช่น้อยๆ ผมจะได้เอาไปขายแล้วเอาเงินไปบริจาคเข้าการกุศล...ฝากบอกด้วยแล้วกัน” ยิ้มกว้างสุดเหยียด หากแววตาฉายความแค้นชัดเจน

คำตอบเจ็บจี๊ดฝากไปถึงใครอีกคน เรียกเสียงครางฮือของกลุ่มคนที่กระหายข่าวได้ พากันหันไปซุบซิบจ่อกแจ่กจอแจวิพากษ์วิจารณ์กันขรมทีเดียว

“ไม่มีใครถามอะไรแล้วใช่ไหม? ผมขอตัวล่ะ” ร่างหนาหมุนตัวจะกลับไปขึ้นรถ หากไม่มีเสียงหนึ่งเรียกเอาไว้

“เดี๋ยว พวกเรายังเหลืออีกคำถามหนึ่ง”

คนถูกรั้งตัวไว้หันกลับมาพร้อมสีหน้าเซ็งสุดชีวิต

“ว่ามา” คำพูดห้วนห้าวนั่นทำให้คนจะถามอึกอัก ก่อนจะโพล่งออกมา

“ข่าวลือว่าสาเหตุที่เลิกกัน เพราะคุณเป็นเกย์เป็นเรื่องจริงไหมวิล?”

ใบหน้าคร้ามแดงก่ำขึ้นมาทันทีด้วยความโกรธ ก่อนจะถลันตัวเข้าไปกระชากคอเสื้อคนถามพร้อมกับด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย แสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปหลายตัว สาดกระหน่ำเก็บภาพนั้นเอาไว้ เหตุการณ์ดูท่าจะลุกลามไปใหญ่โต จนแดนนี่ต้องเข้ามากั้นกลางพยายามแยกตัวเขาออกมาก่อนจะยำเจ้านักข่าวคนนั้นจนจมบาทาเสียก่อน

ซิคิวริตี้ที่หย่อนยานในหน้าที่พากันวิ่งกรูเข้ามาช่วยห้ามปรามเมื่อเห็นว่าสถานการณ์กำลังจะเลยเถิด ก่อนจะแยกตัวทั้งสองฝ่ายออกไปได้อย่างทุลักทุเล

“กลับขึ้นรถวิล...กลับขึ้นรถเดี๋ยวนี้ พวกเขาจงใจจะยั่วนายด้วยคำพูดบ้าๆ นั่น อย่าเต้นตามไปหน่อยเลย นายกำลังจะตกเป็นเครื่องมือของคนพวกนี้นะ” แดนนี่เตือนสติพร้อมกับที่ดันคนที่ตัวโตกว่ากลับเข้าไปในรถเป็นผลสำเร็จ ก่อนจะวิ่งอ้อมมาขึ้นอีกด้านหนึ่ง

“คู่ขาของคุณก็คือเอเย่นต์ของคุณเองใช่ไหม? ไม่มีผู้หญิงคนไหนรับเรื่องนี้ได้หรอก พวกเราเห็นใจแอนนิต้ามากกว่านักกีฬาอันธพาลอย่างคุณเสียอีก” เสียงตะโกนไล่หลังมาจากคนที่ถูกกระชากคอเสื้อเมื่อครู่นี้

คนที่ขึ้นมานั่งบนรถอย่างโมโหฉุนเฉียวไม่หาย ผลุนผลันจะลงไปเอาเรื่องคนปากมอมที่เต้าข่าวเสียหายใส่ร้ายเขา

“เฮ้ๆ พวก ใจเย็นๆ ก่อนสิ พวกเขายั่วนาย อย่าไปฟัง” แดนนี่ออกแรงดึงแขนล่ำสันเอาไว้อย่างสุดความสามารถ พร้อมกับรีบขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่วิลเลี่ยมจะทันได้ลงไปต่อยใครเข้าอีก

+++++++++


ฝากอ่านด้วยจ้า...

ใครชอบนิยายรัก โรแมนติก คอเมดี้ จัดเรื่องนี้ไปด่วนเลยน๊า ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17 ความคิดเห็น