ตีตราสวาท

ตอนที่ 4 : ตกสวรรค์ 100 %

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,018
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    31 ม.ค. 60





“นายเคยคิดเรื่องแต่งงาน...ตอนนี้เป็นโอกาสทองของนายแล้ว บินไปหาแอนนิต้า แล้วขอเธอแต่งงานเสียสิ”

แดนนี่แนะนำพร้อมกับยิ้มอย่างยินดีไปล่วงหน้า ตบฝ่ามือหนักๆ ลงบนหัวไหล่ของเพื่อนรัก

คิ้วเข้มหนาเป็นปื้นขมวดมุ่น ดวงตาคมเข้มล้อมรอบด้วยแพขนตาหนาดกหรี่ลงนิดๆ เมื่อคิดเรื่องนี้

“นั่นสินะ” เขาคบกับแอนนิต้ามาตั้งแต่เธออายุสิบแปด จนถึงตอนนี้ก็หกปีได้แล้ว พวกเขาหมั้นหมายกันเมื่อสองปีก่อน แต่ก็ยังหาเวลาว่างจัดงานแต่งไม่ได้ เพราะต่างฝ่ายต่างก็มีงานรัดตัวให้รับผิดชอบ

ตอนนี้เขาว่างแล้ว มีเวลาเหลือเฟือให้กับเธอ บางทีนี่คงเป็นโอกาสเหมาะ และถึงเวลาแล้วที่เขาจะเริ่มต้นชีวิตครอบครัวอย่างจริงจัง

หลายเดือนที่ผ่านมา เขามัวแต่วุ่นวายอยู่กับอาการบาดเจ็บ ที่ทำให้ต้องเข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาล เพื่อรักษาตัว และทำกายภาพบำบัดอย่างเข้มงวด เพื่อหวังกลับไปลงเล่นให้เร็วที่สุด พร้อมกับกระแสข่าวเกี่ยวกับอนาคตที่สั่นคลอน ทำให้คิดมาก หมกมุ่น และว้าวุ่นใจจนลืมใส่ใจแฟนสาวนางแบบชุดชั้นในสุดเอ็กซ์ไปเสียสนิท

แต่ตอนนี้ทุกอย่างกำลังจะจบลง และเขาควรก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างยอมรับในความจริง หาอาชีพอื่น ที่อาจจะทำเงินได้ไม่มากเท่าเก่า แต่ชีวิตคนเราสามารถนับหนึ่งได้เสมอ ใครจะไปรู้ว่า อนาคตที่รออยู่ข้างหน้าสำหรับเขา อาจจะดีกว่าที่ผ่านมาก็เป็นได้

“แล้วตอนนี้เธออยู่ที่ไหน นายรู้ไหม?”

แดนนี่หัวเราะ ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ

“แฟนนายแล้วมาถามฉันนี่นะ?” หรี่ตาลงทำหน้าตาเจ้าเล่ห์

“แต่บังเอิญฉันรู้ว่าเธอกำลังซ้อมโชว์เปิดตัวคอเล็กชั่นใหม่ล่าสุดอย่างขะมักเขม้นอยู่ที่แอลเอ นายจะบินไปหาเธอที่นั่นเลยไหม? ฉันจะได้จองตั๋วเครื่องบินให้”

“ฉันยังไม่ได้เตรียมตัวอะไร ยังนึกไม่ออกว่าควรจะเซอไพร์ซเธอยังไงดี?” สีหน้าวิตกกังวลพูดออกมา แม้ดวงตาจะทอประกายระยิบระยับของความสุข

“แค่นายคุกเข่าลง แล้วขอเธอแต่งงาน เท่านี้ก็ถือว่าเซอไพร์ซสุดๆ แล้วล่ะ” แดนนี่แนะนำ เพราะรู้กันดีว่า วิลเลี่ยม โจนส์ไม่ใช่ผู้ชายโรแมนติกสักเท่าไหร่ รูปลักษณ์หล่อเหลาห่ามห้าว เอาใจใครไม่เป็น แต่กลับมีสาวๆ ห้อมล้อมหน้าหลังไม่เคยขาด แม้จะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้วก็ตาม

“นั่นสินะ” วิลเลี่ยมยิ้มกว้าง เขาไม่ค่อยโรแมนติกสวีทหวานอย่างคู่รักอื่นๆ ด้วยบุคลิกส่วนตัว แค่การที่เขาคิดจะแต่งงานลงหลักปักฐานกับใครสักคน มันก็คงน่าประหลาดใจที่สุดแล้ว

และสำหรับผู้หญิงที่คบหากันมาถึงหกปีเต็ม ตั้งแต่เจ้าหล่อนยังเป็นเพียงนางแบบโนเนม ก่อนที่จะมีชื่อเสียงเพียงชั่วข้ามคืนเมื่อกลายมาเป็นคู่ควงของเขา เพียงเท่านี้แอนนิต้าคงจะปลาบปลื้มสุดๆ

เขาเองก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่า ตัวเองจะคบหากับผู้หญิงคนนี้ได้ถึงหกปี และคิดจะลงหลักปักฐานกับเจ้าหล่อนจริงจัง ความรักของพวกเขาสุกงอมตั้งแต่ตอนที่ประกาศหมั้น แต่ตอนนั้นต่างฝ่ายต่างก็กำลังรุ่งโรจน์ในเส้นทางอาชีพของตัวเองสุดๆ งานแต่งจึงต้องเลื่อนแล้วเลื่อนเล่าไม่มีกำหนด และตอนนี้ มันก็คงถึงเวลานั้นแล้ว

“แต่ยังไงฉันก็อยากเซอไพร์ซเธอ อย่างน้อยแอนนี่ก็จะได้มีเรื่องไปเล่าให้ลูกให้หลานของเราฟังได้ในข้างหน้าว่าฉันโรแมนติกแค่ไหน” คนวาดหวังถึงอนาคตแสนหวานยิ้มออกมาได้

แดนนี่หัวเราะเต็มเสียง เพราะไม่เคยเห็นเขาในมุมนี้บ่อยนัก

“โอเคได้ เดี๋ยวฉันจะลองปรึกษาทามาร่าดู บางทีเธออาจจะมีคำแนะนำดีๆ ให้กับพวกเราก็ได้”

ทามาร่า คือผู้จัดการส่วนตัวของแอนนิต้า ที่ช่วยดูแลรู้คิวงานของเธอทุกอย่าง แถมยังเป็นเพื่อนสนิทที่รู้ใจกันไปทุกเรื่องอีกด้วย

“ดี...ขอบใจมาก ได้ความว่ายังไงมาบอกฉันด้วยก็แล้วกัน ขอตัวไปทำกายภาพก่อน ฉันต้องกลับมาแข็งแกร่งและหายดีให้ได้ในเร็วๆ วันนี้”

“ยังไงนายก็อย่าหักโหมมากก็แล้วกัน ไม่งั้นเกิดเดี้ยงไปเสียยิ่งกว่าเก่า เจ้าสาวของนายจะเคืองเอาได้” แดนนี่กระเซ้าก่อนสองหนุ่มจะหัวเราะร่วนประสานกัน ... ซึ่งเรื่องนั้นวิลเลี่ยมค่อนข้างแน่ใจว่าไม่มีทางแน่ๆ เพราะเขาไม่เคยทำให้ผู้หญิงคนไหนผิดหวังกับลีลาบนเตียงเลยสักครั้ง

+++++++++

 

“วิลตกลงยอมฉีกสัญญางั้นหรือ?”

คนถามตาถลนแทบล้นเบ้าเมื่อได้ฟังข่าวช็อกสุดๆ

“ใช่...เห็นว่ารับเงินก้อนสุดท้ายมาแล้ว ไม่มากเท่าไหร่”

คนคาบข่าว เอ๊ย! เอาข่าวมาบอกส่ายหน้าอย่างผิดหวังพอกัน

“ทำไมถึงโง่อย่างนี้นะ เขากล้าทิ้งเงินประจำจากสโมสรไปได้ยังไงกัน ทำอะไรไม่คิดจะมาปรึกษากันก่อนหรือไง?” เจ้าหล่อนสบถลอดไรฟันอย่างหงุดหงิดกับการตัดสินใจผิดๆ ของคู่หมั้นหนุ่ม

“ฉันก็ไม่เคยเห็นเขาจะมาปรึกษาอะไรเธอสักเรื่องนี่ จะแปลกใจอะไรกัน” ทามาร่าว่า เรียกดวงตางามเงยขึ้นมาค้อนขวับอย่างเคืองๆ แม้ว่าจะเป็นเรื่องจริงก็ตามเถอะ

“แล้วต่อไปเขาจะเอารายได้มาจากไหน ในเมื่อไม่ได้เป็นนักกีฬา ไม่มีชื่อเสียงอีกแล้ว สปอนเซอร์ที่เคยหนุนหลังเขา ยังจะค่าตัวจากพรีเซนเตอร์สินค้าอีกล่ะ รู้หรือเปล่าว่าการตัดสินใจผิดๆ ของเขาทำให้ต้องเสียเงินที่ควรได้รับไปอีกเท่าไหร่” สีหน้าและแววตาของเจ้าหล่อนปริวิตกอย่างหนัก

การคบหากันมาหลายปี ทำให้แอนนิต้ารู้ดีว่ารายได้มหาศาลของแฟนหนุ่มมาจากทางไหนบ้าง นอกจากค่าเหนื่อยจากสโมสรต้นสังกัด ยังค่าพรีเซนเตอร์สินค้าต่างๆ ก็ล้วนมาจากชื่อเสียงของเขาทั้งนั้น

หากวิลเลี่ยมเลิกเล่นอเมริกันฟุตบอล ไม่ได้เป็นนักกีฬาดังอีกต่อไป สินค้าที่ไหนจะมาจ้างเขาไปถ่ายโฆษณา หรือให้ไปเป็นพรีเซนเตอร์ ยังจะงานถ่ายแบบ หรือรับเชิญไปออกรายการโทรทัศน์ ก็ล้วนแล้วมาจากชื่อเสียงในสนามของเขาทั้งนั้น

“แต่มันก็ดีกว่าจะฝืนเล่นต่อไป แล้วยังบาดเจ็บเรื้อรัง ซึ่งมันจะเป็นผลเสียหายมากกว่าในอนาคต” ชี้ให้เห็นความจำเป็นที่ทำให้ชายหนุ่มตัดสินใจเลือกทางนี้

ต้องยอมรับแล้วสินะ ว่าช่วงเวลาอันรุ่งโรจน์ในสนามของเขาได้จบลงไปแล้ว...ชีวิตของชายหนุ่มกำลังเข้าสู่ช่วงขาลง เช่นเดียวกับนักกีฬาดังในอดีตหลายคน ที่ชื่อเสียงจะค่อยๆ เลือนหายไปกับกาลเวลา ในขณะที่เธอกำลังไปได้ดีกับอาชีพนางแบบ และต้องการชื่อเสียงของคนรักคอยสนับสนุนอยู่

“บางทีนี่อาจจะถึงเวลาที่เธอต้องตัดสินใจเลือกใครสักคนแล้วล่ะแอนนี่...เพราะต่อจากนี้ไป วิลจะมีเวลาอยู่กับเธอมากขึ้น เขาจะตามเธอได้ทั้งวัน ไปนั่งเฝ้าเธอได้ทุกที่ และเธอก็จะไม่มีข้ออ้างที่จะอยู่ห่างเขาอีก ถ้าเธอยังขืนคบผู้ชายสองคนอยู่อย่างนี้ ความลับต้องแตกเข้าสักวัน”

คนได้รับคำเตือนนึกกริ่งเกรงขึ้นมาครามครัน

“แต่ฉันเพิ่งรู้จักกับจิมมี่ได้ไม่นาน ถึงเขาจะดูคลั่งฉันมากแค่ไหน แต่ฉันจะเชื่อได้ยังไงว่าเขารักฉันจริงเหมือนอย่างวิลล่ะ”

“งั้นเธอก็เลือกวิลสิ จะยากอะไร...เขาคิดที่จะแต่งงานกับเธอ ยืนยันได้ว่าเขาจริงจังกับเธอแน่ และพวกเธอก็คบกันมาตั้งนาน ทำไมถึงยังลังเลอยู่อีก” หล่อนเองก็ไม่ค่อยเห็นด้วยนัก ที่เพื่อนสาวจับปลาสองมืออยู่อย่างนี้

“แต่เขากำลังจะกลายเป็นคนไม่มีอะไร ทั้งชื่อเสียง เงินทอง รายได้” เธอคล้ายจะสติแตกเมื่อคิดว่าต่อไปแฟนหนุ่มจะไม่ใช่คนที่ให้เธอได้ควงอย่างภาคภูมิใจอีก

“พูดบ้าๆ น่า ยังไงเขาก็ไม่จนลงในวันสองวันนี้หรอก วิลมีเงินเก็บตั้งเป็นสิบๆ ล้านไม่ใช่หรือ เขาทำงานหนักมาตั้งกี่ปีแล้ว”

“แต่เขาจะไม่มีรายได้เพิ่มอีก มีแต่รายจ่าย อีกหน่อยเวลาไปไหนมาไหนฉันไม่ต้องจ่ายเงินให้เขาด้วยหรือไงกัน” แสดงเห็นแก่ตัวและกังวลออกมาให้อีกฝ่ายได้รับรู้ เพราะที่ผ่านมาวิลเลี่ยมคอยซัพพอร์ตเธอเรื่องค่าใช้จ่าย แม้ตัวเธอเองจะมีรายได้ แต่ก็น้อยกว่าเขามากทีเดียว และตอนนี้ทุกอย่างกำลังจะกลับกัน

“และที่สำคัญ เธอก็น่าจะรู้นะทามาร่า ว่าชื่อเสียงของเขาสำคัญกับฉันมากขนาดไหน ถ้าวิลไม่ได้เป็นคนเด่นคนดัง แล้วต่อไปจะมีใครมาสนใจฉันอีกล่ะ”

“ต้องกลัวอะไร ในเมื่อตอนนี้เธอเองก็มีชื่อเสียง มีงานทุกวัน ยังอยู่แถวหน้าเดินบนแคทวอร์กได้อีกหลายปี”

ใบหน้างามหันขวับมามองคนแนะนำอย่างไม่สบอารมณ์

“นี่ทามาร่า เธอไม่เข้าใจหรือไง ฉันต้องการผู้ชายที่ควงแล้วเชิดหน้าชูตาได้ มีชื่อเสียงพอกันหรือมากกว่า เปและจ่ายให้ได้ไม่อั้น ซึ่งวิลคงทำอย่างนั้นได้อีกไม่นาน ในเมื่อเงินเขากำลังจะหมดลง รวมถึงชื่อเสียงด้วย”

“ถ้าอย่างนั้นเธอคงต้องเลือกจิมมี่ เขากำลังดัง เป็นที่จับตามองของสื่อ มีหลายสโมสรกำลังแย่งตัว แต่เขาจะจ่ายให้เธอไม่อั้นอย่างที่วิลเคยทำหรือเปล่า และที่สำคัญผู้หญิงของเขาก็ไม่ได้มีแค่เธอคนเดียว”

ดวงตางามฉายประกายมาดมั่นขึ้นมา เมื่อคำพูดนั้นเหมือนกำลังท้าทายเธออยู่ เพราะตอนที่เธอรู้จักกับวิลเลี่ยม โจนส์ เขาก็มีผู้หญิงห้อมล้อมให้เลือกมากมาย และสุดท้ายชายหนุ่มก็เลือกเธอ

“ฉันเคยเอาวิลจนอยู่หมัดมาแล้ว ทำไมฉันจะทำอย่างนั้นกับจิมมี่ไม่ได้ล่ะ ผู้ชายก็เหมือนกันหมดแหละ” พูดอย่างมั่นใจในความสวยและเสน่ห์อันล้นเหลือของตัวเอง

“งั้นเธอคงต้องรีบหน่อยแล้วล่ะ แดนนี่บอกว่าวิลกำลังวางแผนจะขอเธอแต่งงาน หากจะชิ่งจากเขาก็ต้องรีบทำก่อน และหาทางออกสวยๆ ด้วย ไม่งั้นเธอจะพลาดปลาทั้งสองมือ” เอ่ยเตือนด้วยความเป็นห่วง เพราะชื่อเสียงและรายได้ของแอนนิต้า มีผลต่อรายได้ของหล่อนด้วยเช่นกัน

แต่งงาน งั้นหรือ?

คำนี้ไกลตัวหล่อนมาก

หล่อนกำลังโด่งดัง มีชื่อเสียง มีหน้าที่การงาน จะให้เสียสละไปเป็นแม่บ้านให้กับผู้ชายที่ไร้อนาคตบนสนาม และให้เลี้ยงลูกอยู่กับบ้านงั้นหรือ? แค่คิดก็เบ้ปากอย่างไม่เห็นด้วย



ฝากอ่านด้วยจ้า...

ใครชอบนิยายรัก โรแมนติก คอเมดี้ จัดเรื่องนี้ไปด่วนเลยน๊า ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17 ความคิดเห็น