ตีตราสวาท

ตอนที่ 32 : ความทรงจำเก่า 70 %

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,297
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    26 ก.พ. 60





บอร์โทรศัพท์ไม่คุ้นเคยปรากฏขึ้นหน้าจอ ท่ามกลางแสงสว่างที่กะพริบวาบๆ ทำให้คนที่กำลังแปรงผมอยู่หน้ากระจกชะงักด้วยความฉงน

กว่างานเลี้ยงต้อนรับจะเลิกลาก็เป็นเวลาดึกมากแล้ว ฟ้ารุ่งลดาเพิ่งช่วยลัดจันทร์คุมคนงานเก็บกวาดสถานที่ และถ้วยโถโอชามเอาไปล้างไปเก็บเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงขึ้นมาอาบน้ำ กำลังจะนอน

หญิงสาวคว้ามันมากดรับ เพราะเกรงว่าจะเป็นโทรศัพท์จากโรงพยาบาล อาจจะเกิดเหตุด่วนเหตุร้ายอะไรขึ้นมาถึงได้โทรศัพท์มาในเวลานี้

“ฮัลโล”

“เฟย่า” เสียงคุ้นหูทำเอาเธอตัวชาวาบ จำได้ทันทีว่าเป็นใคร และมีอยู่คนเดียวที่เรียกเธออย่างนี้

ภายในงานเลี้ยงเธอพยายามหลีกเลี่ยงที่จะประจันหน้ากับเขา แต่วิลเลี่ยมก็หาโอกาสแทรกตัวเข้ามาใกล้เสียเรื่อย ไม่ใกล้เฉยๆ แต่ชอบเกาะเกี่ยว คว้าเอว คว้าไหล่ พาตัวเธอไปอยู่ในอ้อมกอดเขาเสียเรื่อย

ฝรั่งอย่างเขาอาจจะไม่ถือความใกล้ชิดสนิทสนมแบบนี้...แต่ฟ้ารุ่งลดามาอยู่เมืองไทยนับสิบปี เธอถือธรรมเนียมไทยๆ ที่ว่า ผู้หญิงผู้ชายไม่ได้เป็นสามีภรรยา หรือว่าญาติพี่น้องกัน ไม่ควรทำตัวสนิทสนมถึงเนื้อถึงตัวแบบนี้ และที่สำคัญเขาเองก็มีคนรักอยู่แล้ว ถึงผู้หญิงคนนั้นไม่อยู่ ลับหลังก็ควรให้เกียรติแฟนตัวเอง

“คุณมีเบอร์โทรฟ้าได้ยังไง? และโทรมาทำไมดึกดื่นอย่างนี้” ถามอย่างประหลาดใจ

“ซันให้ผมมา ตอนนี้พี่มีอาการเหมือนแพ้อะไรสักอย่าง”

พอได้ฟังเธอก็ตกใจ

“มีอาการยังไงคะ?”

“รู้สึกคันๆ เกาจนแสบไปหมดแล้ว”

“แล้วคุณเคยมีประวัติแพ้อะไรมาก่อนหรือเปล่าคะ?”

“อื้ม! ไม่แน่ใจนะ วันนี้พี่ทานอาหารไปหลายอย่างเลย มีที่ไม่เคยทานด้วย”

“แล้วนอกจากนั้น ยังมีอาการอื่นอีกไหม? เช่นหายใจไม่ออก แน่นหน้าอก หรือมีสายตาพร่ามัว”

“ยังนะ...เฟย่ามียาหรือเปล่า? ช่วยเอามาให้พี่หน่อยได้ไหม?” คำขอร้องจากปลายสาย และด้วยความเป็นห่วง ทำให้ฟ้ารุ่งลดาต้องรีบไปค้นยาแก้แพ้แก้คันภายในกระเป๋ายาของเธอ

“ฟ้าต้องรู้ว่าอาการของคุณเป็นยังไงบ้าง หนักแค่ไหน? ต้องไปโรงพยาบาลหรือเปล่า?”

“คิดว่าไม่นะ ตอนนี้พี่ยังแค่คัน และก็เกาไม่หยุดเลย”

“อย่าเกานะคะ เพราะจะทำให้ผิวอักเสบถลอกได้”

“ถ้ามียาช่วยเอามาให้พี่หน่อยได้ไหม? ไม่อย่างนั้นคืนนี้คงไม่ได้นอนแน่ พรุ่งนี้มีถ่ายหนังแต่เช้าด้วย”

“แล้วมีผดผื่น หรือผื่นแดงด้วยไหมคะ?” ถามพร้อมกับค้นกระเป๋าหายาไปด้วย

“ตอนนี้ไม่...คันอย่างเดียวเลย”

“โอเค...เดี๋ยวฟ้าจะเอายาไปให้นะคะ แล้วจะไปช่วยดูอาการเบื้องต้นด้วย มีอาการอื่นก็รีบบอกเลยนะคะ” ว่าแล้วก็ตัดสินใจ หิ้วกระเป๋ายาไปทั้งหมดนี่แหละ

ฟ้ารุ่งลดาหยิบเสื้อคลุมมาสวมทับชุดนอนอีกชั้น ก่อนจะหยิบไฟฉายเดินไปที่ห้องของพี่ชาย กำลังจะเคาะปลุกให้ไปเป็นเพื่อน แต่ก็เห็นว่าวันนี้อธิศวัสไปตากแดดตากลมพาทีมงานไปดูโลเคชั่นมาทั้งวัน จึงไม่อยากรบกวน จะไปเรียกลัดจันทร์ ฝ่ายนั้นก็เพิ่งได้เข้านอน ที่สุดเธอก็ตัดสินใจเดินไปที่บ้านต้นไม้คนเดียว เพราะตอนนี้วิลเลี่ยมเป็นคนป่วย เขาคงไม่มีฤทธิ์พิษสงจะทำอะไรเธอได้หรอก

ไม่นานนักเธอก็ขึ้นบันไดมาถึงหน้าระเบียง เคาะประตูสองครั้ง ชายหนุ่มก็เปิดประตูให้

“มีอาการอื่นอีกหรือเปล่าคะนอกจากคันแล้ว” ถามอย่างเป็นห่วง

คนหน้าประตูอมยิ้มนิดๆ นึกดีใจที่หญิงสาวเป็นห่วงเป็นใยเขาขนาดที่ยอมลงมากลางดึกกลางดื่นคนเดียว

“เข้ามาก่อนสิ”

ฟ้ารุ่งลดาก้าวเข้าไปข้างในอย่างไม่คิดมาก พอวางกระเป๋ายาลงบนโต๊ะ ก็รีบจัดแจงเอายาแก้สารพัดอาการที่เขาบอกออกมา

“ฟ้าเอายามาให้คุณ...มียาแก้แพ้ แก้คันนี่ใช้คาราไมล์ทาเอาก็แล้วกันนะคะ จะช่วยบรรเทาอาการได้ ปกติคุณไม่เคยแพ้อาหารหรือแพ้อากาศใช่ไหม?” ง่วนอยู่กับการหยิบยาออกมาให้เขา พอเงยหน้าขึ้นมา ก็เห็นร่างใหญ่ยืนพิงบานประตูพร้อมกับยิ้มเผล่นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ ไม่เห็นเกาเห็นคันตรงไหน

เธอเริ่มมองเขาอย่างไม่ไว้ใจ

“ขอบใจนะที่มา”

“มันเป็นหน้าที่...แต่ดูคุณเหมือนไม่ค่อยมีอาการแล้ว”

“อื้ม! พอเห็นหน้าเฟย่ามันก็หาย” ยิ้มมีเลสนัย ใจเธอหายวาบ

“นี่คุณหลอกฉันใช่ไหม?” ถามเสียงเขียว

“อย่าเข้าใจผิดสิ พี่ไม่ได้หลอกนะ เมื่อกี้มันคันจริง แต่ตอนนี้เหมือนจะหายแล้ว”

“โอเค...หายแล้วก็ดี งั้นฉันจะได้กลับ” ว่าพร้อมกับลุกพรวดขึ้นยืน เอากระเป๋ายาห้อยไหล่ แต่คนที่ยืนขวางประตูไม่ยอมหนี

“วิล...หลีกไปนะ”

“จะรีบกลับไปไหนล่ะ ตอนเย็นเราไม่ค่อยได้คุยกันเลย”

“ก็เราไม่มีอะไรต้องคุยกันนิ”

“แน่ใจเหรอ?...ว่าระหว่างเรา ไม่มีเรื่องต้องคุยกัน” ยิ้มในใบหน้าหายไป นัยน์ตาสีฟ้าจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ฟ้ารุ่งลดาใจหายวาบ

“คุณ...หมายถึงเรื่องอะไร?” ทำใจกล้าถามไป

“ทุกเรื่อง...ที่เกี่ยวกับเรา”

ตัวเธอเริ่มสั่นนิดๆ กับคำพูดที่แฝงความนัยนั่น

“ในห้องนี้”

เธอตวัดสายตามองหน้าเขาอย่างตื่นตะลึง เริ่มหายใจสะท้านแรงขึ้นมา

“พี่จำเฟย่าไม่ได้...ในตอนนั้น...พี่เมา และก็ไม่ได้ตั้งใจ” ในที่สุดเขาก็พูดออกมา

สิ่งที่เธอสงสัยมานานถึงสี่ปีเต็ม เรื่องที่เป็นฝันร้าย ฝังใจมาตลอด

“ช่างมันเถอะ” รีบพูดตัดบทหลังจากนิ่งไปนาน เปล่าประโยชน์ที่จะฟื้นฝอยหาตะเข็บ ในเมื่อเรื่องมันก็ผ่านไปนานแล้ว ตั้งสี่ปี...เขาเพิ่งจะมาสำนึกหรือรู้สึกผิด ก็ดูจะสายไปเสียหน่อย ในเมื่อตอนนี้ ชีวิตเธอและเขาเดินมาไกลแล้ว

“พี่ควรจะขอโทษฟ้ากับเรื่องที่ไม่ตั้งใจ ทำไปเพราะเมา”

ยิ่งเขาตอกย้ำ เธอก็ยิ่งรู้สึกเจ็บ...เมา...ไม่ได้ตั้งใจ แต่ทำร้ายทำลายใครบางคนให้ทนอดสูอยู่ถึงสี่ปี

จู่ๆ เธอก็รู้สึกแน่นหน้าอก...คัดจมูกเหมือนจะหายใจไม่ออก...หัวใจเหมือนจะหยุดเต้น และกระบอกตาก็ร้อนผะผ่าว หยาดวับวาวใสคลอเอ่อเต็มล้นขึ้นมา

มือหนายื่นมาจับประคองที่แก้มทั้งสองข้าง พร้อมกับดันให้เชิดขึ้นสบตากับเขา ดวงตาที่กลบเต็มด้วยน้ำตาจนมองทุกสิ่งตรงหน้าพร่ามัวไปหมด

“ขอโทษที่พี่ทำอย่างนั้นกับฟ้า”

น้ำตาเธอกลิ้งไหลลงมาที่ข้างแก้ม แปลว่าเขารู้...รู้มาตลอดสี่ปี แต่ก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...ใช้ชีวิตต่อไป...มีผู้หญิงคนใหม่ คิดมาถึงตรงนี้แล้วมันเจ็บจี๊ดเหมือนถูกมีดแหลมๆ ปักฉึกลงกลางหัวใจ

ใบหน้าคร้ามก้มลงมา จูบซับน้ำตาเบาๆ ปัดริมฝีปากมาที่ปลายจมูกโด่งเล็กของเธอ ก่อนจะเลื่อนลงมาที่ปาก

“อย่า” มือบางยกขึ้นทานแผ่นอกหนาหนั่นแน่นนั่นเอาไว้ ร่างใหญ่ชะงักงันหยุดแค่นั้น

“จะอะไรก็ช่างมันเถอะ มันผ่านไปแล้ว และเราก็ต้องใช้ชีวิตต่อไป” และไม่ควรกลับมาสานต่อเรื่องเก่าอีก มันไม่ถูกต้อง ในเมื่อตอนนี้เขาก็มีผู้หญิงที่คบหากันฉันท์คนรักอยู่

“เฟย่า” ริมฝีปากหยักสีแดงระเรื่อเอ่ยชื่อเธอ...ชื่อที่มีแต่เขาเรียกอยู่คนเดียว

ฟ้ารุ่งลดาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา

“หลีกเถอะค่ะ ฟ้าจะกลับไปนอน คุณไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว” เอ่ยขอร้องเขา

“ฟ้ามาก็เพราะเป็นห่วงพี่”

“ใครโทรไปฟ้าก็มาค่ะ” จะบอกให้รู้ว่าเขาไม่ได้เป็นคนพิเศษหรอกนะ “เพราะมันเป็นหน้าที่ของฟ้า”

ดวงตาสีฟ้าหรี่ลง มองหน้าเธอ...ใบหน้าที่เจ้าของไม่ยอมสบตาหรือมองตอบโต้กลับไป

“ฟ้าไม่ติดใจเรื่องนั้นงั้นหรือ? ฟ้าลืมมันได้หรือไง?”

“มันไม่มีประโยชน์...มันผ่านมานานแล้ว...และเราก็เดินมาไกลจากจุดนั้น...ฟ้าไม่เห็นว่าใครจะได้อะไรกับเรื่องนี้ จะดีกว่าถ้าเราจะลืมๆ มันไปเสีย” เชิดหน้าพูดอย่างหยิ่งทระนง

ท่าทางเด็ดขาดจนเขานึกไม่ชอบใจ

“ถอยไปเถอะค่ะพี่วิล ฟ้าต้องกลับไปพักผ่อน พรุ่งนี้ฟ้าต้องทำงาน คุณก็ต้องทำงานเหมือนกัน เราต่างก็มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ” เธอบอกกับเขา ช้อนสายตาขึ้นมามองอย่างขอร้อง

“เฟย่าไม่โอเค...ไม่งั้นเฟย่าจะไม่ร้องไห้”

ลำคอเธอตีบตัน...เขาจะหาเหตุผลมาไล่ให้เธอจนมุมเพื่ออะไรกัน?

“ปล่อยฟ้ากลับเถอะค่ะ...ฟ้าขอร้อง” เสียงเธอสั่นพร่า และเขาก็ไม่มีหน้าที่จะรั้งเธอไว้อีก

ร่างใหญ่ขยับให้พ้นจากประตู ปล่อยให้เธอเดินผ่านไป

กลิ่นอวลอ่อนของสบู่จากเรือนกาย...กลิ่นแชมพูจากเส้นผม...กลิ่นอะไรสักอย่างที่ลอยวนตลบอบอวลแม้ลับร่างของเธอไปแล้ว...ทำให้เขารู้สึกโหวงเหวง...ว่างเปล่า...และโหยหาอย่างรุนแรงไม่น่าเชื่อเลย

+++++++++


ใครอยากอ่านเต็มเรื่อง พร้อมให้โหลดจ้า ^^


ตีตราสวาท
วชิราภา
www.mebmarket.com
ครั้งหนึ่งเธอเคยเป็นของเขา...และเขาจะไม่มีวันยอมให้เธอไปเป็นของใครอีก วิลเลี่ยม สตาร์คนดังของ NFLหนีข่าวฉาว และแฟนสาวที่นอกใจมาอยู่เมืองไทยในค่ำคืนแสนทรมานที่ต้องการผ่านพ้นฝันร้ายไปให้ได้ เขาต้องการผู้หญิงสักคน...มาช่วยลบเลือนความทรงจำร้ายๆ นั่นทิ้งไปและฟ้ารุ่งลดาก็ผ่านเข้ามาโดยไม่ได้ตั้งใจ “พี่เป็นผู้ชายคนแรกของฟ้า หรือว่าจะเถียง”สองแขนที่แข็งแรง รัดร่างอรชรเอาไว้ แน่นยิ่งกว่าแน่น“เวลาผ่านมาตั้งสี่ปี เพิ่งสำนึกได้ตอนนี้หรือไง...ฟ้าไม่เปลืองสมองไปจำหรอกนะ เมื่อคุณก็บอกเองว่าเมา...และไม่ได้ตั้งใจ”ตอกคนหน้ามึนกลับไป ทั้งที่ใจก็เจ็บแสนเจ็บ กับเหตุผลอย่างคนมักง่ายของเขา“ไม่จำก็ไม่เป็นไร...เพราะพี่จะทำมันใหม่ ให้ดีกว่าเดิมด้วย...และครั้งนี้พี่ไม่เมาและพี่ตั้งใจ” น้ำเสียงที่กระซิบชิดข้างใบหู ทำเอาเธอขนลุกซู่ขึ้นมาทั้งตัว“อย่าทำบ้าๆ นะวิล” เธอขู่กลับไปด้วยเสียงสั่นพร่าแต่คำขอกลับถูกปฏิเสธโดยสิ้นเชิง...เมื่อร่างบางถูกวางลงบนเตียง...ตามด้วยมวลน้ำหนักมหาศาล จากกายร้อนผ่าวเปล่าเปลือยล้อนจ้อน


ฝากนิยายเรื่องใหม่ "วิวาห์ตีทะเบียน" ด้วยจ้า ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

17 ความคิดเห็น

  1. #17 Ji-nin0410 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 21:02
    จะไม่อัพต่อแล้วใช่มัยค่ะ
    #17
    0
  2. #16 กัส (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 13:36
    เรื่องนี้จะไม่อัพต่อแล้วใช่มั๊ยคะ
    #16
    0
  3. #14 wilawankung1869 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:38
    โลเลแท้คุณวิล
    #14
    0