Confused Time ให้เวลา10วิ! แล้วยอมรับมาทีว่าพี่ชอบผม

ตอนที่ 8 : EP 07 ll คนที่ไม่เคยแพ้ [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 132
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 มี.ค. 61
















คิมนั่งเรียนโดยที่สมองเธอไม่แล่นเท่าไหร่นัก คำพูดอธิบายถึงเนื้อหาในวิชาที่เรียนจากปากอาจารย์ประจำคลาสลอยเข้าหูซ้ายทะลุออกไปทางหูขวาโดยที่เธอก็ไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนั้น แต่นี่เป็นคาบบ่าย แล้วมันก็ดันเป็นช่วงที่ง่วงมากที่สุดในรอบวันสำหรับเธอ


ไอ้สองใจ!" เสียงเข้มดังขึ้นข้างหูอย่างรบกวน แต่มันก็ทำให้เธอหายเหมอลอยจากการหลับในไปได้


คิมหันไปมองพีที่เป็นที่มาของเสียงด้วยความรำคาญเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่หยุดแค่นั้น เขายังพูดก่อกวนเธอด้วยคำๆนั้นต่อเป็นสิบๆรอบเห็นจะได้ เธออยากจะบ้องหูและด่ากราดไอ้พีที่คอยส่งเสียงรบกวนเธอไม่หยุด แต่ก็เกรงใจอาจารย์ที่กำลังสอนอยู่หน้าห้อง จึงได้แต่สะกดกลั้นอารมณ์คุกกรุ่นไว้ในใจ


ไอ้สองใจ!"


เอาอีกแล้ว!


สองใจบ้านป้าดิ" คิมสบถด่าเขา


แต่พีก็กลับยั่วอารมณ์เธอต่อโดยการแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ ก่อนจะหันไปสนใจเรียน แต่ก็ต้องร้องออกมาเมื่อเธอกระทืบลงบนเท้าเขาอย่างจัง


โอ้ย!" เขาร้องเสียงหลงดังลั่นออกไปโดนไม่ตั้งใจ จึงได้แต่ยิ้มแห้งๆให้คนทั้งคลาส โดยเฉพาะอาจารย์ที่หันมามองเขาตาเขียว


เดี๋ยวเถอะ พีรวัชร์ เธออยากเอาเอฟวิชานี้ไปนอนกอดเล่นหรือไง คะแนนสอบควิซแต่ละครั้งก็แย่ แล้วยังไม่ตั้งใจเรียนในคลาสอีกนะ" อาจารย์เอ็ดเสียงดัง ทำให้คนถูกด่าต้องก้มหน้างุดอย่างอายๆที่อาจารย์เอาคะแนนตอนควิซมาพูดกลางชั้นเรียน และหลังจากที่พีโดนอาจารย์ว่า เขาก็ไม่ได้ก่อกวนคิมอีก จนกระทั่งหมดคลาสเรียนตอนเวลาบ่ายสามโมงพอดี


ไอ้คิม" เขาเปิดฉากโวยใส่เธอที่เป็นตัวตนเหตุทำให้เขาโดนอาจารย์ว่าทันที แถมยังทำให้เพื่อนๆในคลาสรู้อีกว่าคะแนนควิซเขากากแค่ไหน


ไรวะ"


ขอโทษซะ มึงเหยียบเท้ากู"


เอ้า ก็มึงมาก่อกวนกูก่อนปะ มาสองใจๆข้างหูอยู่ได้"


ซอที่นั่งฟังทั้งคู่เถียงกันมาได้สักพัก ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะออกโรงห้ามและบอกให้คนทั้งคู่เก็บอุปกรณ์การเรียนแล้วไปเตรียมตัวที่ยิมเพื่อรอเชียร์รุ่นน้องในคณะแข่งกีฬาในตอนเย็น


เย็นนี้มีการแข่งขันกีฬาเฟรชชี่วันแรก และกีฬาวันนี้ก็เป็นบาสเก็ตบอลที่ทางคณะวิทยาศาสตร์การกีฬาต้องเจอกับคณะวิทยาศาสตร์


นี่มึงยังไม่รู้เรื่องใช่ปะซอ" พีเลิกสนใจคิมแล้วหันไปคุยกับซอที่นั่งข้างๆคิมอีกฝั่งนึงแทน


เรื่องอะไร" ซอทำหน้างงอย่างไม่เข้าใจ ก่อนพี่จะอธิยายให้เธอฟังเป็นฉากๆ


ก็เรื่องที่ไอ้คิมมันนอกใจมึง" พีเหลือบมามองคิมแวบนึงก่อนจะตัดสินใจพูดต่อ เขาไม่ได้มีเจตนาจะให้ทั้งคู่ทะเลาะกัน แต่คนที่มันกำลังนอกใจก็เป็นเพื่อนของเขาเหมือนกัน ไม่แปลกถ้าเขาจะบอกซอในสิ่งที่ตนได้ยินมา


ไอ้คิมมันมีคนอื่น"


หะ!" แต่เสียงที่อุทานอย่างตกใจกลับไม่ได้มาจากซอ


คิมหน้าเหวอด้วยความงงงวยขั้นสุด เธอไม่เคยมีใครสักหน่อย แล้วเขาไปกุเรื่องมาจากไหนเนี่ย


ตกใจอะไร อย่ามาทำงง รุ่นน้องพี่หนึ่งเขาลือกันให้แซ่ด ไปทำอะไรไว้ล่ะเมื่อวานอะ" พีกล่าวโทษคิม ซึ่งเจ้าตัวก็เอาแต่ทำหน้างงไม่หาย


เมื่อวานที่สนามบาส ไอ้กุกมันมากอดมึง แถมยังให้มึงเปลี่ยนเสื้อให้" พีเล่าออกมาด้วยสีหน้าจริงจังราวกับว่าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วยตนเอง เขาคาดหวังว่าจะได้เห็นสีหน้าตกใจจากซอ แต่รายนั้นก็กลับทำหน้าอึนๆใส่ เหมือนว่าคนที่ตกเป็นประเด็กกับไอ้เด็กกุกไม่ใช่แฟนเธอ


ผิดกับคิมมี่ตาเหลือกโตขึ้นอย่างตกใจ ตกใจที่เหตุการณ์มันเปลี่ยนแปลงจากความจริงไปซะเยอะขนาดนั้น


ไม่จริงซะหน่อย ใครมันลือ กูจะไปเลาะฟันให้หมดปากเลย กอดเกิดบ้าบออะไร!" คนพูดเขย่าคอเสื้อเพื่อนด้วยความโมโห


อย่ามาๆ ถ้าไม่มีมูลหมามันไม่ขี้หรอก" พีปัดมือที่กำคอเสื้อเขาออกอย่างง่ายดาย ก่อนจะทำสีหน้าจริงจังขึงขังขึ้นมา


คบกันก็ควรจะจริงใจต่อกันดิวะ โดยเฉพาะมึงไอ้คิม มีซออยู่แล้วก็อย่าไปยุ่งกับคนอื่นอีก" พีสั่งสอนเธอ คิมอยากจะเถียงออกไปมากว่าเธอไม่ได้เป็นคนไปยุ่งกับไอ้เด็กนั่นก่อน แล้วไอ้ข่าวลือบ้าๆในคณะที่เกิดขึ้นมันก็คงจะเป็นความต้องการของเขาแน่นอน แล้วยิ่งผ่านการใส่สีตีไข่ของคนด้วยแล้วมันก็ยิ่งไปกันใหญ่ ตอนนี้เธอคงกลายเป็นนางวันทองสองใจไปแล้ว


คิมหันไปมองซอด้วยสายตาสำนึกผิด แต่ซอก็ดูจะไม่ได้สนใจเรื่องนั้นมากนัก เธอยิ้มให้คิมก่อนจะพูดขึ้น


ไม่เป็นไรน่า ฉันไม่ถือ"


คิมถอนหายใจโล่ง ผิดกับพีที่งงเป็นไก่ตาแตก เขารู้ว่าซอเป็นคนใจเย็น แต่ไม่นึกว่าจะถึงขนาดนี้ ขนาดที่มีเรื่องลือว่าแฟนคัวเองไปกิ๊กกั๊กกับผู้ชายแล้วไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อน


ไม่โกรธเลยอ่อวะ"


ไม่อะ" ซอพูดยิ้มๆ


เหมือนว่าพวกมึงไม่ได้คบกันอะ เชื่อใจกันไปปะ" พีบ่นลอยๆพลางเกาหัวอย่างงุนงง ก่อนที่ทั้งหมดจะเดินออกมาจากห้องเรียนแล้วตรงไปยังโรงยิมบาส เพื่อไปเชียร์พวกรุ่นน้องแข่ง


.

.

.

.


ทีมบาสของสองคณะพากันไปต่อแถวรอรับเสื้อแข่งตามสีที่ตนอยู่ ก่อนจะแยกย้ายกันไปเปลี่ยน แต่ส่วนใหญ่ก็จะถอดเปลี่ยนกันตรงนั้นเลย เพราะว่าใส่กางเกงกีฬาเตรียมมาแล้ว อีกเหตุผลนึงก็เพื่อเรียกเสียงกรี๊ดจากสาวๆ


กุกค่อยๆบรรจงถอดเสื้อยืดสีขาวที่เขาเปลี่ยนมาใส่มันหลังตากเรียนเสร็จออกอย่างอ้อยอิ่ง


ลีลาจังวะ" เสียงเอ่ยแซวจากคนคุ้นหูอย่างนิวดังขึ้นไม่ไกล ฟุตบอลที่เขาลงแข่งนั้นเริ่มแข่งกันพรุ่งนี้ วันนี้เขาจึงตั้งใจมาเชียร์เพื่อน


กุกยักคิ้วกวนๆเป็นการตอบ เรื่องอ่อยๆนี่ขอให้บอกเหอะ จัดไปไม่ให้เสียอยู่แล้ว เขาพับเสื้อที่ถอดออกใส่กระเป๋าเป้ก่อนจะเอาเสื้อกีฬาสีน้ำเงินซึ่งเป็นสีที่จับฉลากได้ในการแข่งเฟรชชี่ปีนี้ขึ้นมาสวมแทน กุกเช็คว่านาฬิกาข้อมือที่ใส่นั้นยังอยู่แน่นหรือเปล่า เพื่อที่มันจะได้ไม่กระเด็นหลุดเวลาแข่ง เผื่อว่าขาอาจจะต้องใช้มัน


รุ่นพี่ที่มาคุมบาส เรียกเขาและเพื่อนๆไปวอร์มร่างกายเพื่อเตรียมความพร้อม ก่อนกรรมการจะเรียกให้ไปรวมที่ข้างสนาม ดวงตากลมใสที่ดูเหมือนจะไร้เดียงสาในสายตาคนอื่นกวาดมองไปทั่วอัฒจันทร์ที่เป็นที่นั่งคนดูฝั่งของตนเพื่อหาใครบางคน ใครที่เขาอยากให้มานั่งเชียร์เขามาที่สุด แม้ว่าเธอและเขาจะไม่ได้เป็นอะไรกันมากกว่าคำว่าพี่น้องก็ตาม


                และเขาก็เจอเธอ กุกส่งยิ้มให้เธอก่อนที่เธอจะยิ้มตอบกลับมาพลางโบกมือให้ และมันคงจะดีกว่านี้ถ้าข้างๆเธอไม่มีคนๆนั้นอยู่ ไอ้พี่คิม ไอ้คนเห็นแก่ตัวคนนั้น! อีกเหตุผลนอกจากที่เขาชอบซอแล้ว อีกเหตุผลที่เขาไม่อยากให้ซอไปยุ่งกับคนๆนั้นก็เพราะความเห็นแก่ตัวนี่แหละ กับพี่ชายเขาที่เป็นเพื่อนรักกันมานานยังทำได้ลง


เอ่อ น้องครับ" หนึ่งในกรรมการเรียกพลางสะกิดแขนกุก จนเขาต้องหันกลับมามองอย่างสงสัย


ครับ?


นาฬิกานั่น เอาออกด้วยครับ"


หะ!" 


-----------------40%


เอานาฬิกาข้อมือออกด้วยครับ"


ทำไมอะพี่"


บาสเป็นกีฬาที่ต้องมีการปะทะกัน กลัวว่านาฬิกาน้องจะไปโดนคนอื่นทำให้ขาบาดเจ็บ ฉะนั้นกรุณาถอดออกด้วยครับ" กรรมการพูดด้วยสีหน้าจริงจังประกอบกับเพื่อนๆพากันบอกให้เขาถอด


ตะ แต่ว่า"


ถอดออกเหอะไอ้กุก กูไม่เห็นว่าใส่ลงไปแข่งแล้วมันจะให้ประโยชน์มึงตรงไหน มึงคงไม่เอามันมาดูเวลาตอนแข่งอยู่แล้วปะ"


” ร่างสูงยืนนิ่ง เขากำลังคิดทบทวนถึงเรื่องต่างๆที่ผ่านมา ว่าเขาพึ่งพามันมากกว่าพึ่งตัวเองมากแค่ไหน แล้วถ้าไม่มีมัน เขาจะสามารถทำได้ไหม


บางที นี่ก็อาจจะทำให้เขาได้พิสูจน์ตัวเอง ถ้าเขามัวแต่กลัวว่าจะทำไม่ได้ เขาคงต้องใส่มันไปทั้งชีวิต


มือหนาถอดนาฬิกาข้อมือตนก่อนจะเอาไปยัดไว้ในมือของนิวที่ยืนอยู่ไม่ไกล


“กูฝากที ดูแลให้ด้วย” กุกมองตาเพื่อนก่อนจะวิ่งลงไปที่สนามกับผู้เล่นคนอื่นๆในทีมท่ามกลางเสียงเชียร์จากคนดู เสียงคนเหล่านั้นสามารถทำให้เขาฮึกเหิมและมีแรงสู้ขึ้นมาก แต่มันก็คงจะไม่เทียบกับซอ ที่แค่เธอส่งยิ้มมาให้มันก็ทำให้เขาสามารถวิ่งไปถึงดาวอังคารได้โดยไม่ต้องหยุดพักเลยทีเดียว


เสียงนกหวีดเป่าเริ่มการแข่งขัน ฝ่ายทีมสีชมพูของคณะวิทยาศาสตร์เป็นฝ่ายได้ลูกไปครองก่อน แต่ก่อนที่ฝั่งนั้นจะทันได้ทำแต้ม ทีมสีน้ำเงินก็ตัดหน้าแย่งลูกได้ ก่อนจะเป็นฝ่ายลุกเสียเอง


ไอ้กุก เร็วๆ!" ต่อที่เป็นคนตัดบาสจากฝ่ายตรงข้ามตะโกนบอกกุกที่ดูท่าจะส่งลูกต่อให้ง่ายสุด เพราะไม่มีคนจากฝั่งสีชมพูมาบังเลยแม้แต่น้อย แต่กุกก็ชักช้าจนเขาหงุดหงิดนิดๆ แต่เขาก็เข้าใจว่านี่อาจจะไม่ใช่กีฬาที่หมอนั่นถนัด สุดท้ายเขาก็ต้องเป็นคนบุกเอง เพราะกว่ากุกจะวิ่งมาถึงตำแหน่งที่ปลอดภัยในการส่งลูกต่อ ฝ่ายตรงข้ามก็เข้ามาปิดทางมิดเสียแล้ว


สุดท้ายฝั่งคณะวิทยาศาสตร์ก็แย่งลูกกลับไปได้และเป็นฝ่ายทำแต้มออกนำไปก่อน


กุก วิ่งหน่อยดิ อย่ามัวแต่ยืนเอ๋อ ลูกไปวิ่งไปหามึงนะเว้ย!"


นี่อาจเป็นข้อเสียอีกข้อของการเล่นกีฬา มันสามารถเปลี่ยนคนใจเย็นให้กลายเป็นคนใจร้อนได้หากว่ามุ่งแต่จะเอาชนะมากเกินไป


“กูก็เต็มที่แล้ว”


“กูรู้ แต่มันยังไม่มากพอ มึงพยายามขึ้นอีกดิ้”


เออๆ" กุกขานรับ ก่อนจะวิ่งเข้าสู่ตำแหน่งของตน เขาเพิ่งรู้สึกว่าตัวเองอืดอาดก็คราวนี้ เป็นไปได้ว่านี่อาจจะไม่ใช่กีฬาที่เขาถนัดจริงๆ หรือไม่เขาก็พึ่งนาฬิกานั่นจนชิน


จนกระทั่งหมดควอเตอร์แรก คณะวิทยาศาสตร์เป็นฝ่ายนำคณะของเขาไป ถึงแม้ว่าคะแนนจะห่างกันไม่มากแต่ถ้าผู้เล่นยังเล่นกันไม่ค่อยสามัคคีกันแบบนี้ ควอเตอร์ที่เหลือก็คงจะแพ้ยับ


“อะแฮ่ม!” เสียงกระแอมไอที่ฟังดูเสแสร้งจากผู้ชายที่นั่งข้างๆทำเอาคิมเผลอสะดุ้งนิดๆ ก่อนจะหันไปมองด้วยสีหน้าหงุดหงิด เรื่องจากในคลาสยังไม่ทันหายโมโห แล้วนี่ไอ้พีมันจะกวนตีนอะไรเธออีก


“ไรมึง ตีนติดคอ?”


“เปล่า” มันย่นคิ้วให้กับคำทักของเธอ “เห็นมองแต่มันลุ้นแต่มัน นี่ถ้าไม่ติดว่าซอมาด้วยคงจะกรี๊ดกร๊าดไปแล้วสิว่ากุกสู้ๆอะ” ทันทีที่พูดจบ เขาก็โดนซอที่นั่งอยู่อีกข้างของคิมฟาดเข้าที่หลังอย่างแรง


“ไอ้พี มึงก็พูดเกินไป” ซอว่าให้เขา


คนโดนว่าเถียงออกไปแทบจะทันที “ไม่เกินอะซอ มึงลองดูหน้ามันตอนไอ้กุกแข่งดิ ลุ้นยังกับมาเชียร์แฟน”


“กูก็ลุ้น ในสนามมันก็น้องๆปะวะ ก็ต้องเชียร์เป็นธรรมดา” ซอตอกกลับไป พีได้แต่ยักไหล่ก่อนจะหันไปชมการแข่งขันที่กำลังจะเริ่มในควอเตอร์ที่สองต่อ


คิมพยายามเก็บอาการมากขึ้นหลังจากที่ถูกทักแบบนั้น ไม่ใช่ว่าเกรงใจซอ เพราะว่าจริงๆแล้วเธอทั้งคู่ไม่ได้มีอะไรเกินเลยมากกว่าคำว่าเพื่อนเลย เธอก็แค่ไม่กันหมา ที่ยอมรับคำขอร้องของซอเท่านั้น เพราะซอเบื่อกับการตามตื้อของกุกและอยากหยุดมันด้วยการเปิดตัวว่าชอบผู้หญิงด้วยกันซะเลย แต่ความจริงมันกลับไม่เป็นแบบนั้น กุกไม่ยอมหยุด


เธอไล่สายตามองร่างสูงๆของกุกที่วิ่งรับส่งลูกบาสในสนามไปมา ถึงแม้ว่าจะพลาดบ้าง วิ่งไม่ทันบ้าง หรือว่าโดนฝ่ายตรงข้ามตัดบอลไปบ้างก็ตาม แต่เธอก็ยังรับรู้ได้ถึงความมุ่งมั่นและพยายามของเขาผ่านทางสีหน้าและท่าทางนั่น ถึงจะรู้สึกขัดๆกับการเคลื่อนไหวที่ช้าลงไปบ้างของกุกก็ตาม


มันไม่ได้ช้าจนผิดปกติ แค่ช้าลงกว่าที่เขาเคยเป็นแค่นั้น


“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด!!” เสียงบรรดาสาวๆจากทั้งภายในคณะเดียวกันกับคิมและคณะอื่นต่างพากันกรี๊ดลั่นเมื่อกุกบังเอิญชู้ตบาสลงห่วงได้ แต่ที่มาของเสียงกรี๊ดมันไม่ได้มีแค่นั้น


ในจังหวะที่ร่างสูงกระโดดขึ้น น้ำหนักของเสื้อบาสที่ไม่หนักมันเปิดขึ้นและอาจจะเป็นเพราะมือของเขาไปโดนมันมันด้วย ซิกแพคขาวๆถึงกับโผล่มาอวดสายตาของสาวๆไปทั่ว ถึงแม้จะเพียงแค่เสี้ยววินาที แต่ถ้าเกิดจับจ้องไปที่แค่เขาคนเดียวก็คงจะทันได้เห็นแบบเธอแน่นอน


“เชี่ย โคตรแน่น” พีอุทานเบาๆอย่างเจือความอิจฉานิดๆ ถ้าเกิดเป็นเขาเขาก็คงจะอาย ไม่ได้อายที่ซิกแพคโผล่ แต่ที่อายเพราะพุงคงจะโผล่แทนมากกว่า


 ฝั่งคนที่ทำให้เกิดเสียงกรี๊ดเมื่อตะกี้รีบหันรีหันขวางอย่างงงๆที่คนในสนามตาไวกันแบบนั้น ก่อนที่ริมฝีปากจิ้มลิ้มจะแย้มยิ้มออกมานิดๆอย่างภูมิใจในกล้ามท้องของตัวเอง


หลังจบควอเตอร์ กุกสามารถทำได้ดีกว่าในควอเตอร์แรกที่นอกจะได้ค่อยได้ช่วยในการทำคะแนนแล้วยังทำเสียให้ฝ่ายตรงข้ามตัดลูกไป


นิวส่งขวดน้ำให้เขาทันทีที่พักครึ่งการแข่งขัน กุกรับมันไปก่อนจะจิบนิดๆ


“เล่นดีขึ้นนี่หว่า”


“ก็นิดนึงมั้ง”


นิวตบบ่าเพื่อนเล็กน้อย “กูไม่รู้ว่ามึงมีอะไรให้กังวลนะเว้ย แต่ในสนามอะ ถ้าจะเล่นให้ดีมึงไม่ต้องคิดถึงเรื่องเชี่ยอะไรทั้งนั้น”


กุกสบตาเพื่อน ใช่ เขากังวล กังวลที่ไม่ได้ใส่นาฬิกาที่เขามักจะพึ่งมันมาตลอด


“ในสนามมันมีแค่มึง คนในทีม และพวกที่มึงต้องเอาชนะให้ได้แค่นั้น”


คนฟังพยักหน้ารับ ที่ผ่านมาในการแข่งขันวิ่งที่เขามั่นใจมาตลอดเป็นเพราะว่าเขามีนาฬิกา เขามั่นใจในมันว่าจะช่วยให้เขาชนะ แต่ตอนนี้เขาไม่มีมัน แล้วเขาควรจะมั่นใจในอะไรล่ะ


“กูเชื่อว่ามึงจะทำได้ แล้วมึงก็ต้องเชื่อในตัวเองด้วยนะว่ามึงจะทำได้”


กุกยิ้มออกมา ก่อนจะเดินเข้าไปในสนามอีกครั้งเพื่อจะแข่งในควอเตอร์ที่สามต่อด้วยความมั่นใจที่เต็มเปี่ยม แค่เชื่อว่าตัวเองทำได้ก็ชนะไปครึ่งทางแล้วสินะ









“อย่างงี้มันต้องฉลอง!” พีคว้าแก้วเบียร์ที่รินจนเต็มของตนขึ้นมา ก่อนจะทำท่าทีเป็นเชิงว่าให้เพื่อนร่วมโต๊ะยกขึ้นมาชนกับเขา จนคิมและซอที่นั่งฝั่งตรงกันข้ามกับเขาจำต้องยอมทำตามอย่างเสียไม่ได้


เสียงแก้วกระทบกันดัง ก่อนที่พีจะกระดกรวดเดียวหมดแก้ว มีเพียงคิมและซอเท่านั้นที่ค่อยๆจิบ


เขาริมน้ำเมานั่นใส่แก้วตัวเองจนเต็มอีกครั้ง “แด่ชัยชนะในการแข่งบาสรอบแรกของรุ่นน้องเรา เฮ้!


“เฮ้” เธอทั้งคู่ส่งเสียงตามเขา แต่อินเนอร์คงจะไม่เท่า


ไอ้พีตัดสินใจลากพวกเธอทั้งคู่มาที่นี่ทันที่ที่รุ่นน้องแข่งบาสเสร็จ เพราะว่าคณะของพวกเขาเป็นฝ่ายชนะ พีให้เหตุผลว่าที่มากินนี่คือมาฉลองชัยชนะ แต่ทั้งเธอและซอก็แอบซุบซิบและลงความเห็นกันเงียบๆว่า มันคงหาเรื่องจะมาเมามากกว่า!


ความจริงวันนี้พวกรุ่นพี่ที่เล่นบาสเองก็นัดพวกน้องๆไปเลี้ยง เพียงแต่เธอไม่ได้ไปด้วยก็แค่นั้น เพราะไม่สนิทกับใครเป็นพิเศษ แถมยังมีแต่ชายล้วนอีก ไม่ไปหรอก!


แต่แล้วเธอก็แทบสำลักเบียร์ที่เพิ่งจะดื่มเข้าไป พวกเพื่อนในชั้นปีที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีเดินเข้ามาในร้านบ้านเพื่อนแห่งนี้กันเป็นฝูง จะเป็นใครถ้าไม่ใช่พวกนักบาสและรุ่นน้อง


โลกจะมาแคบอะไรตอนนี้วะ! ที่นัดเลี้ยงเหล้าเลี้ยงเบียร์ก็มีตั้งมากมายรอบๆมหาวิทยาลัย ทำไมต้องมาที่นี่!


เธอเบนสายตาหนีออกห่าง ทำเป็นว่ามองไม่เห็น นับว่าเป็นโชคดีที่ไอ้พีจอมปากมากนั่งหันหลังให้พวกเขา


คนกลุ่มใหญ่กลุ่มนั้นเดินเข้ามาภายในร้าน ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะชี้ไม้ชี้มือไปทางสวนนั่งชิลบนสนามหญ้านอกตัวร้าน แถมยังชี้มาแถวๆที่เธอนั่งอยู่อีก คิมมีอาการลุกลี้ลุกลนมากขึ้นเมื่อพวกเขาพากันเข้ามาใกล้ แถมทำท่าว่าจะเห็นโต๊ะพวกเธออีก อาจจะฟังดูประหลาด แต่เธอมีอาการแบบนี้จริงๆ เพราะในกลุ่มดันมีไอ้เด็กกุกอยู่ด้วย


ดวงตากลมโตแววใสคู่นั้นมองจ้องมาที่เธอหลังจากที่เข้ามาในร้านได้สักพักแล้ว และเธอก็สัมผัสได้ถึงความไม่พอใจจากสายตาคู่นั้นได้ในทันที ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเรื่องในตอนเด็ก หรือเป็นเพราะว่าตอนนี้ซอนั่งข้างเธอกันแน่


พวกเพื่อนๆและรุ่นน้องเดินตรงเข้ามาทักทายพวกเธอทันทีที่เห็น แล้วจึงตัดสินใจนั่งลงที่โต๊ะข้างๆ


“หว้า โต๊ะเต็มแล้ว งั้นผมขอไปนั่งร่วมกับพวกพี่พี และซอแล้วกัน” เสียงเข้มๆแต่ฟังดูทะเล้นของกุกดังขึ้น ก่อนที่เจ้าตัวจะทิ้งตัวลงนั่งข้างเธอ ทั้งๆที่ฝั่งเดียวกับพีก็ยังว่างอยู่


คิมชักสีหน้าเล็กน้อย และจากคำพูดของเขาเมื่อกี้น่าจะจงใจก่อกวนเธอพอดูเลย เขาเรียกชื่อเพื่อนของเธอทั้งคู่แต่ไม่เรียกเธอ


กวนตีน แบบนี้มันกวนตีนชัดๆ


“เบียด!” คิมพูดสั้นๆ โดยที่ไม่หันไปหารุ่นน้องคนข้างๆแม้แต่น้อย ส่วนพีและซอก็เงียบไป เพราะรับรู้ได้ถึงอาการมาคุของเธอ


แต่แทนที่คนข้างๆจะขยับออกเขากลับจงใจเบียดเข้ามาอีก แถมยังเมินคำพูดของเธอแล้วไปคุยกับสองคนนั้นโดยไม่สนใจเธอสักนิด


“ขอรบกวนนั่งด้วยคนนะครับ” กุกยิ้มให้พี และชะเง้อข้ามหัวเธอไปยิ้มให้ซอที่ทำหน้าเจื่อนๆอยู่อีกฝั่ง


พีที่เหมือนจะรับรู้สถานการณ์ตรงหน้าได้ว่าคิมเพื่อนของเขาอึกอัดและรำคาญไอ้เด็กหน้าหล่อนี่แค่ไหน เขาถึงพยายามจะช่วยโดยการหยิบแก้วเปล่ามาเทเบียร์ให้ และนั่นก็เรียกสายตาขู่ฆ่าจากคิมได้เป็นอย่างดี เขาเลยพยายามแก้ตัวต่อโดยการชวนกุกมานั่งฝั่งตน


“ไอ้กุก มานั่งกับกูนี่มา”


“ไม่อะพี่ ผมอยากนั่งใกล้สาวๆมากกว่า” พูดพลางกระแซะเข้าไปใกล้คิมอีก เหมือนต้องการก่อกวนเธอกลายๆ


“ตามใจมึง ว่าแต่ไอ้นิวอะ มามะ”


“แล้วพี่เห็นเปล่าล่ะ” แวบนึงที่เธอเห็นไอ้พีหน้าตึง


“สึด”


“หยอกน่าพี่ ไม่มาหรอก มีเรื่องที่บ้านนิดหน่อย” มือหนาคว้าแก้วเบียร์ไปดื่ม “ว่าแต่พี่ถามหามันทำไมอะ”


“สาระแน”


“ครับ” กุกพยักหน้ารับคำด่านั่น ก่อนจะชะโงกข้ามหัวคิมอีกครั้ง “ซอ วันนี้เราเล่นดีป่าว”


“อะ อืม ก็ดี” คนถูกถามตอบอ้อมแอ้มเล็กน้อย เธอรู้ว่าเพื่อนเธออึกอัด เธอเองก็เช่นกัน และอยากจะให้รุ่นน้องคนนี้ย้ายไปนั่งโต๊ะอื่นซะที


“ห่วยมาก” คิมตัดสินใจพูดออกมา ถ้าเขาจะเล่นเกมส์เมินเธอล่ะก็ ขอให้เล่นได้ตลอดรอดฝั่งละกัน


“หึ” ร่างหนาข้างๆหัวเราะในลำคอเบาๆ เขายังคงแสดงท่าทีไม่สนใจเธอเหมือนเดิม ก่อนจะเอื้อมแขนผ่านหลังเธอไปหาซอพร้มกับแก้วในมือ “ซอชนแก้วฉลองให้กุกหน่อยดิ”


ท่อนแขนของเขาที่เสียดสีแผ่นหลังเธอทำเอาอดรู้สึกวูบแปลกๆไม่ได้ จนต้องเป็นฝ่ายโน้มตัวหลบเข้าหาโต๊ะ


ซอยอมชกแก้วแต่โดยดี ไม่งั้นหมอนั้นก็คงจะยื่นแขนไม่ยอมเอากลับแน่ๆ


“ตอนผมชู๊ตลูกลงห่วงได้ สาวๆกรี๊ดเต็มเลย ซอเองก็เป็นหนึ่งในนั้นใช่มั้ย” คำพูดหลงตัวเองของเด็กนั่น ทำเอาเธอแทบจะสำลักรอบสอง


“ฉันไม่ยักได้ยินแฟนฉันส่งเสียงออกมาเลยสักแอะ” เธอเน้นคำว่าแฟนเพื่อต้องการข่มคนข้างๆ และเหมือนว่ามันได้ผล เขาหยุดยิ้มกรุ่มกริ่มที่เธอเห็นแล้วเริ่มจะรำคาญลูกตา ก่อนจะหันมามองเธอตาขวาง


ซอและพีมีท่าทีอึกอักอย่างเห็นได้ชัด เมื่อทั้งโต๊ะเริ่มเงียบลง มีเพียงกุกที่ส่งสายตาอาฆาตมาทางคิมอย่างไม่ลดละ ส่วนคนถูกจ้องก็ได้แต่ลอยหน้าลอยตาอย่างไม่สนใจ


“ขอตัวไปเข้าห้องน้ำแปบนะ” ซอตัดบทขึ้น ก่อนจะลุกออกจากโต๊ะไปทันที


“ไปด้วย” คิมพูดแล้วเดินตามไป


“เพราะมึงเลย เขาลุกหนีกันไปหมด” หลังจากที่สองสาวลุกออกไปแล้ว พีก็จัดการบอกรุ่นน้องตรงหน้า


“หว้า งั้นผมตามไปเคลียร์ดีกว่า”


“ไม่ต้องตามไปเลย นั่งอยู่นี่แหละ” พีเอ่ยห้าม แต่ไม่ทันแล้ว เพราะกุกลุกออกไปโดยไม่สนคำทักท้านของเขาสักนิด




Talk

มาอัพหลังจากหายไปนาน อิอิ


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

12 ความคิดเห็น

  1. #11 The Ghose (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 15:44
    ปูเสื่อรออออ
    โอยยยยโดนเอานาฬิกาออกแล้ว กุกสู้ๆนะ
    #11
    1
    • #11-1 H_HB(จากตอนที่ 8)
      9 กรกฎาคม 2560 / 12:38
      ขอบคุณมากจ้า ฮึบๆๆ
      #11-1